fbpx

FULFILLMENT บริการคลังสินค้าออนไลน์ "เก็บ แพ็ค ส่ง"

เปลี่ยนจากขายหน้าร้าน มาขายผ่านออนไลน์ ต้องทำยังไง? มาดู!!

offlinetoonline cover
Education
Marketing
Sale

เปลี่ยนจากขายหน้าร้าน มาขายผ่านออนไลน์ ต้องทำยังไง? มาดู!!

        อยากเปลี่ยนจากขายหน้าร้าน มาขายออนไลน์ต้องทำยังไง? มาดู!!

          สถานการณ์และเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่อำนวยการขายของสักเท่าไหร่ หน้าร้านไม่มีลูกค้าเข้ามาซื้อเลย ลองเพิ่มโอกาสในการขาย โดยเปลี่ยนมาขายของผ่านช่องทางออนไลน์ดูครับ สำหรับพ่อค้าแม่ค้าคนไหน ที่ต้องจ่ายค่าเช่าพื้นที่อยู่แต่ขายของไม่ค่อยดี หรือหาโอกาสมาขายออนไลน์อยู่เเล้ว จังหวะนี้หล่ะครับ เหมาะมากที่จะเริ่มขายออนไลน์กันสักที วันนี้ผมมี 5 เทคนิคดี ๆ สำหรับของการขายของออนไลน์มาแนะนำให้ได้อ่านกันครับ

       1. ถ่ายรูปสินค้าให้สวยงามดึงดูดลูกค้า


          เป็นขั้นตอนแรกของการขายออนไลน์เลยครับ เพราะรูปสินค้าสำคัญที่สุด แต่จะถ่ายโปรโมทยังไงให้น่าสนใจ? ไม่ยากเลยครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราอยากให้ลูกค้าเห็นอะไร แน่นอนครับว่าการซื้อของออนไลน์ต้องอาศัยข้อมูลมากประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกค้าไม่สามารถลอง “ของจริง”ได้ครับ ดังนั้นถ่ายยังไงก็ได้ให้เห็นทุกมุม ทุกรายละเอียด พยายามคุมสี คุมโทนให้เหมือนของจริงที่สุด รวมถึงจุดเด่นที่ทำให้สินค้าของเราแตกต่างจากผู้อื่นด้วยครับ การจัดองค์ประกอบภาพให้น่าสนใจก็เป็นตัวดึงดูกลูกค้าได้เช่นกัน โดยเน้นตัวสินค้าของเราให้เด่นที่สุด จากนั้นลองวางองค์ประกอบรูปแบบใหม่ ๆ ที่ยังไม่มีใครเคยทำ เพื่อสร้างความรู้สึกแปลกใหม่ให้กับลูกค้าครับ ผู้ขายต้องเขียนแคปชั่นภาพให้ครบถ้วน โดนใจ และน่าดึงดูดให้คนเข้ามาอ่าน ยิ่งถ้าสินค้าของคุณมีราคาสูงแล้วล่ะก็ ยิ่งต้องถ่ายรูปออกมาให้ชัดเจน มีวิดีโอด้วยยิ่งดี เทคนิคนี้แม้แต่เพชรที่มีราคาสูง และไม่น่าจะมาขายออนไลน์ได้ ก็ยังขายดีมาแล้วครับ

       2. สร้างpage facebook และ [email protected]


          รู้หรือไม่? คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตต่อวันมากที่สุดในโลก! โดยผู้ใช้งาน social network มีมากถึง 51 ล้านคน ช็อปปิ้งออนไลน์มากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก และแอปพลิเคชันที่มีการใช้งานสูงสุดคือ LINE และ Facebook เห็นไหมครับว่าช่องทางออนไลน์ทั้ง 2 ช่องทางนี้คือโอกาสทองของผู้ขาย เพราะฉะนั้นใครที่ยังขายออฟไลน์อยู่ เมื่อถ่ายรูปแล้ว ลองเปลี่ยนมาอัพขายผ่านช่องทางเหล่านี้ดูครับ ช่องทาง Facebook นอกจากจะสามารถแชทกับลูกค้าได้เเล้ว ยังมีฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขาย ไม่ว่าจะเป็น การยิงโฆษณา การดูจำนวนคนเข้าชมสินค้า และสามารถติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้ง่ายขึ้นอีกด้วยครับ สำหรับช่องทาง Line ควรจะเป็น official เนื่องจากจะทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้ไลน์ส่วนตัวที่อาจมีเพื่อนปนเปกันอยู่ นอกจากนี้ผู้ขายยังสามารถส่งคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้กับลูกค้าทุกคนพร้อมกันได้อีกด้วยครับ

       3. สร้างเว็บไซต์ สร้างคอนเทนต์เพื่อเพิ่ม SEO


          เว็บไซต์ของร้านค้าช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าได้ ยิ่งถ้าเป็นเว็บที่มีการอัพเดตอยู่ตลอดเวลาแล้วล่ะก็ จะสามารถดึงดูดลูกค้าเข้ามาชมได้มากขึ้นครับ ดังนั้นผู้ขายควรจะทำเว็บไซต์ให้สวยงาม น่าสนใจ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาซื้อ ร้านค้าส่วนมากอาจเป็นแค่เว็บขายของอย่างเดียว ดังนั้นควรเพิ่มเนื้อหาที่สอดคล้องกับสินค้า หรือสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับวงการธุรกิจเพื่อเพิ่ม SEO (Search Engine Optimization) ซึ่งคือการปรับปรุงเว็บไซต์ เพื่อให้ติดอันดับต้น ๆ ในการค้นหาของ Google ทำให้เมื่อลูกค้าพิมพ์ค้นหาคำต่าง ๆ เว็บไซต์ของเราก็จะขึ้นมาก่อน ทำให้มีโอกาสที่เขาจะคลิกเข้ามาชมมากขึ้น นั่นหมายถึงเพิ่มโอกาสในการขายขึ้นด้วย สำหรับยุคดิจิทัล ที่มีคนใช้พื้นที่ออนไลน์เพิ่มขึ้นแบบนี้ Content is king จริง ๆ ครับ

       4. ยิงโฆษณา Google Ads และ Facebook Ads


          การโพสต์ขายของหรืออัพเดตบ่อย ๆ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการขายของออนไลน์ แต่การโพสต์อย่างเดียวอาจมีผู้เข้าชมหรือผู้พบเห็นไม่มากครับ ดังนั้นการยิงโฆษณา ในบางครั้งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้โพสต์ที่เราต้องการจะสื่อ ให้ไปถึงผู้ซื้อได้มากขึ้นครับ การสร้างแคมเปญต่าง ๆ ก็เป็นการกระตุ้นยอดขายทางออนไลน์มากขึ้นด้วยครับ ดังนั้นผุ้ขายต้องเลือกช่องทางการทำโฆษณาให้เหมาะสมครับ โดยส่วนใหญ่สินค้าที่เหมาะกับการทำ Google Ads มักเป็นสินค้าที่เป็นที่รู้จักในตลาดอยู่เเล้ว และลูกค้าต้องเสริชเข้ามาเพื่อกดซื้อ ในทางกลับกัน Facebook Ads มักเหมาะกับผู้เริ่มต้นใหม่ สินค้าใหม่ ๆ ที่พึ่งเข้าสู่ตลาด เพราะเป็นการเสนอขายเชิงรุกเข้าหาลูกค้า และ Faceook ยังสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน และตั้งค่าวงเงินโฆษณาได้อีกด้วยครับ

       5. ขายบน Marketplace


          ช่องทางการขายในตลาดออนไลน์ หรือ Online Marketplace เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะมีความน่าเชื่อถือ และถือว่าเป็นแหล่งรวบรวมสินค้าไว้ในหน้าเดียว ไม่ว่าลูกค้าต้องการซื้อสินค้าแบบไหนก็สามารถค้นหาได้เลย แถมบางครั้งยังได้อะไรติดไม้ติดมือไปมากกว่าที่ต้องการอีกด้วยซ้ำครับ เพราะมีของหลากหลายมากจริง ๆ ดังนั้นผู้ขายที่กำลังมองหาช่องทางการขายออนไลน์ ต้องไม่ลืม Marketplace เหล่านี้ครับ Lazada,shopee,JD central นอกจากข้อดีที่สามารถลงขายได้ง่าย และมีฐานลูกค้าอยู่เเล้ว ช่องทางเหล่านี้ยังมีช่วงเวลาที่ทำแคมเปญ เช่น 11.11 และ 12.12 เพื่อช่วยให้ผู้ขายได้กระตุ้นการขายขึ้นไปอีก เห็นได้จากช่วงแคมเปญที่ผ่านมา Lazada มียอดคำสั่งซื้อมากกว่า 240,000ครั้ง เพียงหนึ่งชั่วโมงแรกเท่านั้น และมีจำนวนคำสั่งซื้อทั้งหมดในแคมเปญ เพิ่มมากขึ้นถึง 287% และ การซื้อขายออนไลน์จะยิ่งคึกคักและมีแนวโน้มว่าจะเติบโตในอนาคตเพิ่มอีกด้วย ซึ่งถ้าหากผู้ขายคนใดสนใจสามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Marketplace ได้ที่ Blog หากคุณคิดจะขายของออนไลน์ แต่ไม่รู้จัก Marketplace ถือว่าผิด!! ที่ผมเคยเขียนเอาไว้ได้ครับ

          สำหรับการขายของออนไลน์ รับรองว่าเทคนิคที่ผมแนะนำจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้นครับ อย่างไรก็ตามการขายออนไลน์ยังมีเรื่องของการ เเพ็ค และ ส่งสินค้า ที่ผู้ขายต้องคำนึงถึงครับ เพราะเมื่อมีออเดอร์เข้ามามากขึ้นผู้ขายต้องทำการขยับขยายร้านค้า เช่นการจ้างพนักงานเพิ่มขึ้น การใช้บริการ Fulfillment ที่ช่วยให้ผู้ขายออนไลน์ไม่ต้อง เก็บ แพ็ค ส่ง สินค้าด้วยตนเอง และมีเวลาไปพัฒนาและสนใจเกี่ยวกับเรื่องการขายได้มากขึ้นครับ ยังไงก็อย่าลืม MyCloudFulfillment ผู้ให้บริการ FulFillment ที่มีบริการที่ยืดหยุ่นมากที่สุด ตามความต้องการของคุณ และพร้อมจะเป็นทีมเดียวกับคุณครับ

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ www.mycloudfulfillment.com
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร: 092-472-7742, 02-138-9920
อีเมล: [email protected]
line: @mycloudgroup
MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก
บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร

    ขอใบเสนอราคา

    ฟอร์มการติดต่อสอบถามและขอใบเสนอราคา