Knowledge Center

มาดู! บูธแถวไหน ตำแหน่งไหน เป็นทำเลทอง – MyCloudFulfillment

ภาพประกอบบทความ มาดู! บูธแถวไหน ตำแหน่งไหน เป็นทำเลทอง - MyCloudFulfillment

นอกจากสถานที่จัดงานที่ต้องเดินทางสะดวกแล้ว ตำแหน่งที่ตั้งในการออกบูธก็สำคัญไม่แพ้กัน! 🎪

เพราะหลังจากที่ MyCloudFulfillment ไป Set up บูธให้ลูกค้าบ่อยๆ เราก็แอบสังเกตและเก็บข้อมูลมาฝากเพื่อนๆ โดยเฉพาะร้านค้าออนไลน์ที่อยากมีหน้าร้าน ก็ลองมาออกบูธดูก่อนก็ได้นะ ซ้อมไว้ๆ 😊 และที่สำคัญต้องแย่งชิงตำแหน่งทำเลทองให้ทัน จะมีโลเคชั่นไหนปังๆ บ้าง ไปดูกันเลย!

1.บูธแถวทางเข้าประตู

จะมีตำแหน่งไหนเด่นกว่านี้อีก‼ เข้างานมาก็เจอร้านของคุณบูธแรกเลย แล้วถ้าจัดร้านสวยๆ ก็ยิ่งโดดเด่น

เรียกความสนใจ ดึงดูดสายตาได้ดีเลยล่ะ และส่วนใหญ่บูธแถวๆทางเข้าประตู ก็จะโดนจับจองไปเร็วมากกกกก และอาจจะมีค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าหน่อย

2.บูธแถวหัวมุม

บูธหัวมุมก็จะแพงกว่าล็อคอื่นเช่นกัน แต่มันมีข้อดีตรงไหนรู้ไหม? เราจะได้พื้นที่ในการขายของที่ดีกว่า เพราะสามารถจัดวางสินค้าได้ถึง 2 ฝั่ง ดังนั้น เราควรจัดหน้าร้านให้เห็นหลายๆ ด้าน ไม่ใช่แค่ด้านหน้าด้านเดียว จัดเต็มแน่นๆ จุกๆ

3.บูธโซนกลาง

ปกติแล้วเวลาเราเดินดูของ เราก็จะเลือกเดินแถวกลางจริงไหม? เพราะคิดว่าโซนริมๆ ไม่น่าสนใจ โซนกลางน่าจะมีแต่ร้านดังๆ มากกว่า ถ้าเพื่อนๆ เลือกได้ โซนนี้ก็น่าสนใจ คนจะเดินเข้ามาเยอะเป็นพิเศษ ไม่ต้องพูดเรียกลูกค้าให้เหนื่อยด้วย 😁

MyCloudFulfillment ให้บริการจัดการออเดอร์แบบครบวงจร

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ www.mycloudfulfillment.com

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร: 092-472-7742, 02-138-9920

อีเมล: [email protected]

line: @mycloudgroup

MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก

บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ตำแหน่งบูธ

เข้างานมาก็เจอร้านของคุณบูธแรกเลย แล้วถ้าจัดร้านสวยๆ ก็ยิ่งโดดเด่น เรียกความสนใจ ดึงดูดสายตาได้ดี แต่บูธแถวทางเข้าประตูมักจะโดนจับจองไปเร็วมาก และอาจมีค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าหน่อย

บูธหัวมุมจะแพงกว่าล็อคอื่นเช่นกัน แต่ได้พื้นที่ในการขายของที่ดีกว่า เพราะสามารถจัดวางสินค้าได้ถึง 2 ฝั่ง ควรจัดหน้าร้านให้เห็นหลายๆ ด้าน ไม่ใช่แค่ด้านหน้าด้านเดียว

คนส่วนใหญ่มักเลือกเดินแถวกลางเพราะคิดว่าโซนริมๆ ไม่น่าสนใจ โซนกลางจึงมักมีคนเดินเข้ามาเยอะเป็นพิเศษ ไม่ต้องพูดเรียกลูกค้าให้เหนื่อย

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

สินค้าเสื่อม สกินแคร์&คอสเมติก ร้อนนี้เก็บยังไงดี

เจ้าของธุรกิจสกินแคร์หลายๆคนคงต้องเคยเจอกับปัญหา สินค้าเสื่อม อย่างแน่นอน โดยเฉพาะหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นแบบนี้ อาจทำให้สินค้าที่ลงทุนมาด้วยความตั้งใจกลับเสียหาย ทั้งสีเปลี่ยน กลิ่นเปลี่ยน หรือเนื้อครีมแยกชั้นจนใช้งานไม่ได้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือและยอดขายของธุรกิจคุณ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะบทความนี้จะช่วยให้คุณรู้วิธีเก็บรักษาสินค้าสกินแคร์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมขาย แม้ต้องเจอกับอากาศร้อนๆ แบบเมืองไทยก็ยังมั่นใจได้ว่าคุณภาพสินค้าจะยังคงคุณภาพจนส่งถึงมือลูกค้าแน่นอน ทำไมอากาศร้อน ทำให้สกินแคร์เสื่อมคุณภาพ สินค้าสกินแคร์ เช่น เซรั่ม ครีม หรือโทนเนอร์ ล้วนมีส่วนประกอบที่อ่อนไหวต่อความร้อน หากสินค้าเหล่านี้ถูกเก็บไว้ในอุณหภูมิที่สูงเกินไป สารออกฤทธิ์ที่สำคัญจะเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ประสิทธิภาพในการบำรุงผิวลดลง สินค้าบางประเภทที่มีสารสำคัญเช่น วิตามินซีหรือเรตินอล จะมีความไวต่อความร้อนมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ของสินค้าก็อาจได้รับผลกระทบจากความร้อน เช่น การละลายหรือเปลี่ยนรูป ทำให้เกิดปัญหาการปนเปื้อนของสารเคมีได้ วิธีเก็บสินค้าสกินแคร์ช่วงหน้าร้อน หน้าร้อนของเมืองไทยไม่เพียงแต่กระทบอารมณ์คน แต่ยังส่งผลอย่างมากต่อคุณภาพของสินค้าสกินแคร์ โดยเฉพาะแบรนด์ที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้า การจัดเก็บสินค้าอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพื่อไม่ให้ “สินค้าเสื่อม” ก่อนถึงมือลูกค้า ลองดูวิธีการดูแลและจัดเก็บสินค้าสกินแคร์ช่วงหน้าร้อนให้ปลอดภัยและคงประสิทธิภาพดังนี้ สถานที่เก็บสินค้าควรมีอุณหภูมิคงที่ ไม่ร้อนอบอ้าว และหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง เพราะความร้อนและแสงแดดสามารถทำลายสารบำรุงในสกินแคร์ โดยเฉพาะวิตามิน C และสารสกัดธรรมชาติที่ไวต่ออุณหภูมิ อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บคือ 15–25°C ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของสินค้าได้ดี ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่อับลมหรือไม่มีการระบายอากาศ และอย่าลืมตรวจสอบฉลากเพื่อดูคำแนะนำการจัดเก็บเพิ่มเติมจากผู้ผลิต หากยังไม่มีห้องควบคุมอุณหภูมิในพื้นที่จัดเก็บสินค้า อาจพิจารณาติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสม […]

5 สาเหตุที่ลูกค้า”ไม่ซื้อซ้ำ” และแบรนด์มักมองข้าม

เคยมั้ย? ลูกค้าเคยสั่งซื้อ ได้ของครบ ไม่มีคอมเมนต์อะไร แต่หลังจากนั้นก็เงียบหาย ไม่ซื้อซ้ำ อีกเลย ทั้งที่เราก็รู้สึกว่าทำได้ดีแล้วทุกขั้นตอน นี่อาจไม่ใช่เพราะสินค้าคุณไม่ดี แต่เป็นเพราะ “หลังการขาย” ยังไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร หลายแบรนด์มุ่งหาลูกค้าใหม่จนลืมไปว่า ลูกค้าเก่าคือกำลังหลักที่สร้างยอดขายอย่างมั่นคง ถ้าคุณทำให้คนที่เคยซื้อแล้วกลับมาอีกครั้งได้ ยอดขายก็ไม่ต้องพึ่งแค่โฆษณาเสมอไป บทความนี้จะพาไปดู 5 สาเหตุที่ทำให้ลูกค้าไม่อยากกลับมาเป็น “ลูกค้าประจำ” ทั้งเรื่องประสบการณ์หลังการซื้อ การสื่อสารที่หายไป UX ที่ไม่เป็นมิตร รวมถึงสิ่งเล็กๆ ที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้ลูกค้าตัดสินใจ “ไม่กลับมาอีก”ถ้าแบรนด์ของคุณกำลังเจอปัญหานี้ บทความนี้มีคำตอบค่ะ 5 สาเหตุหลักที่ลูกค้า ไม่ซื้อซ้ำ 1. ประสบการณ์หลังการขายไม่ประทับใจ ลูกค้าหลายคนอาจรู้สึกดีในขั้นตอนการสั่งซื้อ แต่ความประทับใจนั้นจะหายไปทันทีถ้าเจอปัญหา แพ็กของล่าช้า ได้ของไม่ครบ หรือไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ หลังจากสั่งซื้อไปแล้ว ยิ่งถ้าไม่มีระบบติดตามสถานะพัสดุให้ลูกค้าเช็คเองได้ ลูกค้าก็จะรู้สึกเหมือนโดนทิ้ง และไม่มั่นใจว่าจะกล้าสั่งรอบต่อไปหรือไม่ เพราะไม่รู้ว่าจะต้องลุ้นแบบนี้อีกหรือเปล่า MyCloud Fulfillment ด้วยบริการคลังสินค้าออนไลน์ที่จัดการให้ตั้งแต่ เก็บสินค้า แพ็กสินค้า จัดส่งออเดอร์มอบให้ขนส่งเข้ามารับพัสดุทุกวัน ส่งผลให้ลูกค้าปลายทางได้รับสินค้าที่เร็วทันใจ เพราะคลังสินค้าเปิดให้บริการ 365 วัน แพ็กออเดอร์ตลอด 24 […]

Scale ร้าน TikTok Shop อย่างยั่งยืน: จากหลักพันสู่หลักหมื่นออเดอร์/เดือน

หลายร้านบน TikTok Shop เริ่มต้นจากยอดเล็ก ๆ หลักสิบหรือหลักร้อยออเดอร์ต่อเดือน และค่อย ๆ เติบโตจนแตะหลักพันได้ไม่ยาก แต่จุดที่ยากจริง ๆ ไม่ใช่การขายให้ได้ แต่คือการโตให้ต่อเนื่อง เพราะเมื่อยอดเริ่มมา ปัญหาหลังบ้านก็จะเริ่มตามมาแบบไม่ทันตั้งตัว ทั้งแพ็คไม่ทัน สต๊อกไม่พอ หรือทีมเริ่มรับไม่ไหว ซึ่งกลายเป็น bottleneck ที่ทำให้หลายร้านไปต่อไม่ได้ แล้วถ้าคำถามคือ จะ Scale ร้าน TikTok Shop ต้องทำอะไรบ้าง? คำตอบคือ (1) วางระบบจัดการออเดอร์ให้รองรับยอดที่เพิ่มขึ้น (2) เตรียมสต๊อกและวางแผน Fulfillment ล่วงหน้า (3) ลดการทำงานแบบ Manual ด้วย Automation (4) แยกหน้าที่ทีมให้ชัดเจน และ (5) ใช้ระบบหรือพาร์ทเนอร์ Fulfillment เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว เพราะในความเป็นจริง การ Scale ร้าน TikTok Shop ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่การทำคอนเทนต์หรือยิง Ads […]

สินค้าเสื่อม สกินแคร์&คอสเมติก ร้อนนี้เก็บยังไงดี

เจ้าของธุรกิจสกินแคร์หลายๆคนคงต้องเคยเจอกับปัญหา สินค้าเสื่อม อย่างแน่นอน โดยเฉพาะหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นแบบนี้ อาจทำให้สินค้าที่ลงทุนมาด้วยความตั้งใจกลับเสียหาย ทั้งสีเปลี่ยน กลิ่นเปลี่ยน หรือเนื้อครีมแยกชั้นจนใช้งานไม่ได้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือและยอดขายของธุรกิจคุณ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะบทความนี้จะช่วยให้คุณรู้วิธีเก็บรักษาสินค้าสกินแคร์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมขาย แม้ต้องเจอกับอากาศร้อนๆ แบบเมืองไทยก็ยังมั่นใจได้ว่าคุณภาพสินค้าจะยังคงคุณภาพจนส่งถึงมือลูกค้าแน่นอน ทำไมอากาศร้อน ทำให้สกินแคร์เสื่อมคุณภาพ สินค้าสกินแคร์ เช่น เซรั่ม ครีม หรือโทนเนอร์ ล้วนมีส่วนประกอบที่อ่อนไหวต่อความร้อน หากสินค้าเหล่านี้ถูกเก็บไว้ในอุณหภูมิที่สูงเกินไป สารออกฤทธิ์ที่สำคัญจะเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ประสิทธิภาพในการบำรุงผิวลดลง สินค้าบางประเภทที่มีสารสำคัญเช่น วิตามินซีหรือเรตินอล จะมีความไวต่อความร้อนมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ของสินค้าก็อาจได้รับผลกระทบจากความร้อน เช่น การละลายหรือเปลี่ยนรูป ทำให้เกิดปัญหาการปนเปื้อนของสารเคมีได้ วิธีเก็บสินค้าสกินแคร์ช่วงหน้าร้อน หน้าร้อนของเมืองไทยไม่เพียงแต่กระทบอารมณ์คน แต่ยังส่งผลอย่างมากต่อคุณภาพของสินค้าสกินแคร์ โดยเฉพาะแบรนด์ที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้า การจัดเก็บสินค้าอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพื่อไม่ให้ “สินค้าเสื่อม” ก่อนถึงมือลูกค้า ลองดูวิธีการดูแลและจัดเก็บสินค้าสกินแคร์ช่วงหน้าร้อนให้ปลอดภัยและคงประสิทธิภาพดังนี้ สถานที่เก็บสินค้าควรมีอุณหภูมิคงที่ ไม่ร้อนอบอ้าว และหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง เพราะความร้อนและแสงแดดสามารถทำลายสารบำรุงในสกินแคร์ โดยเฉพาะวิตามิน C และสารสกัดธรรมชาติที่ไวต่ออุณหภูมิ อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บคือ 15–25°C ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของสินค้าได้ดี ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่อับลมหรือไม่มีการระบายอากาศ และอย่าลืมตรวจสอบฉลากเพื่อดูคำแนะนำการจัดเก็บเพิ่มเติมจากผู้ผลิต หากยังไม่มีห้องควบคุมอุณหภูมิในพื้นที่จัดเก็บสินค้า อาจพิจารณาติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสม […]

5 สาเหตุที่ลูกค้า”ไม่ซื้อซ้ำ” และแบรนด์มักมองข้าม

เคยมั้ย? ลูกค้าเคยสั่งซื้อ ได้ของครบ ไม่มีคอมเมนต์อะไร แต่หลังจากนั้นก็เงียบหาย ไม่ซื้อซ้ำ อีกเลย ทั้งที่เราก็รู้สึกว่าทำได้ดีแล้วทุกขั้นตอน นี่อาจไม่ใช่เพราะสินค้าคุณไม่ดี แต่เป็นเพราะ “หลังการขาย” ยังไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร หลายแบรนด์มุ่งหาลูกค้าใหม่จนลืมไปว่า ลูกค้าเก่าคือกำลังหลักที่สร้างยอดขายอย่างมั่นคง ถ้าคุณทำให้คนที่เคยซื้อแล้วกลับมาอีกครั้งได้ ยอดขายก็ไม่ต้องพึ่งแค่โฆษณาเสมอไป บทความนี้จะพาไปดู 5 สาเหตุที่ทำให้ลูกค้าไม่อยากกลับมาเป็น “ลูกค้าประจำ” ทั้งเรื่องประสบการณ์หลังการซื้อ การสื่อสารที่หายไป UX ที่ไม่เป็นมิตร รวมถึงสิ่งเล็กๆ ที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้ลูกค้าตัดสินใจ “ไม่กลับมาอีก”ถ้าแบรนด์ของคุณกำลังเจอปัญหานี้ บทความนี้มีคำตอบค่ะ 5 สาเหตุหลักที่ลูกค้า ไม่ซื้อซ้ำ 1. ประสบการณ์หลังการขายไม่ประทับใจ ลูกค้าหลายคนอาจรู้สึกดีในขั้นตอนการสั่งซื้อ แต่ความประทับใจนั้นจะหายไปทันทีถ้าเจอปัญหา แพ็กของล่าช้า ได้ของไม่ครบ หรือไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ หลังจากสั่งซื้อไปแล้ว ยิ่งถ้าไม่มีระบบติดตามสถานะพัสดุให้ลูกค้าเช็คเองได้ ลูกค้าก็จะรู้สึกเหมือนโดนทิ้ง และไม่มั่นใจว่าจะกล้าสั่งรอบต่อไปหรือไม่ เพราะไม่รู้ว่าจะต้องลุ้นแบบนี้อีกหรือเปล่า MyCloud Fulfillment ด้วยบริการคลังสินค้าออนไลน์ที่จัดการให้ตั้งแต่ เก็บสินค้า แพ็กสินค้า จัดส่งออเดอร์มอบให้ขนส่งเข้ามารับพัสดุทุกวัน ส่งผลให้ลูกค้าปลายทางได้รับสินค้าที่เร็วทันใจ เพราะคลังสินค้าเปิดให้บริการ 365 วัน แพ็กออเดอร์ตลอด 24 […]

Scale ร้าน TikTok Shop อย่างยั่งยืน: จากหลักพันสู่หลักหมื่นออเดอร์/เดือน

หลายร้านบน TikTok Shop เริ่มต้นจากยอดเล็ก ๆ หลักสิบหรือหลักร้อยออเดอร์ต่อเดือน และค่อย ๆ เติบโตจนแตะหลักพันได้ไม่ยาก แต่จุดที่ยากจริง ๆ ไม่ใช่การขายให้ได้ แต่คือการโตให้ต่อเนื่อง เพราะเมื่อยอดเริ่มมา ปัญหาหลังบ้านก็จะเริ่มตามมาแบบไม่ทันตั้งตัว ทั้งแพ็คไม่ทัน สต๊อกไม่พอ หรือทีมเริ่มรับไม่ไหว ซึ่งกลายเป็น bottleneck ที่ทำให้หลายร้านไปต่อไม่ได้ แล้วถ้าคำถามคือ จะ Scale ร้าน TikTok Shop ต้องทำอะไรบ้าง? คำตอบคือ (1) วางระบบจัดการออเดอร์ให้รองรับยอดที่เพิ่มขึ้น (2) เตรียมสต๊อกและวางแผน Fulfillment ล่วงหน้า (3) ลดการทำงานแบบ Manual ด้วย Automation (4) แยกหน้าที่ทีมให้ชัดเจน และ (5) ใช้ระบบหรือพาร์ทเนอร์ Fulfillment เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว เพราะในความเป็นจริง การ Scale ร้าน TikTok Shop ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่การทำคอนเทนต์หรือยิง Ads […]