ทำไมต้อง MyCloud
Self-Fulfillment เทียบกับ Outsourced Fulfillment
ในช่วงเริ่มต้นของธุรกิจออนไลน์ เป็นเรื่องปกติที่หลายคนจะจัดการทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง ตั้งแต่แพ็ค ส่ง ไปจนถึงจัดการสต๊อก แต่เมื่อเทียบกับธุรกิจที่ใช้บริการ Fulfillment ดูแลงานหลังบ้านทั้งหมด มีความแตกต่างและข้อดีอย่างไรบ้าง? มาดูกันในบทความนี้
ทำเอง หรือ จ้าง Outsource Fulfillment
แบบไหนคุ้มกว่ากัน?
กรอกต้นทุนงานหลังบ้านของร้านคุณใน 4 ขั้นตอน แล้วดูตัวเลขจริงว่าทำเองหรือจ้างพาร์ทเนอร์คลังสินค้าคุ้มค่ากว่ากัน
ใช้ค่าเฉลี่ยต่อเดือน ไม่ต้องเป๊ะมาก
ทุกอย่างที่ร้านคุณจ่ายอยู่ตอนนี้ เพื่อเก็บ แพ็ค และส่งสินค้าด้วยตัวเอง
ทุกอย่างที่ใช้แพ็ค 1 ออเดอร์ ตั้งแต่กล่องจนถึงใบเสร็จที่แปะไว้ รวมเป็นต้นทุนต่อออเดอร์
ไม่มีสูตรตายตัว เพราะเวลาของแต่ละคนมีมูลค่าต่างกัน เลือกวิธีที่เหมาะกับร้านคุณที่สุด แล้วกดปุ่ม “ใช้ตัวเลขนี้” เพื่อกรอกอัตโนมัติในช่องด้านบน
ถ้าไม่มีคุณ จะจ้างใครมาแพ็คแทน และต้องจ่ายเดือนละเท่าไหร่? แล้วคำนวณตามสัดส่วนเวลาที่คุณใช้จริง
ถ้าไม่ต้องแพ็คเอง คุณจะเอาเวลานั้นไปทำอะไรเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม เช่น การตลาด พัฒนาสินค้าใหม่ หรือปิดการขาย? ลองประมาณรายได้เพิ่มต่อเดือน
นำรายได้ต่อปีที่ต้องการ หารด้วยชั่วโมงทำงานรวมต่อปี เพื่อหามูลค่าเวลาต่อชั่วโมง แล้วคูณด้วยชั่วโมงที่เสียไปกับงานหลังบ้าน
กรอกเรทที่ผู้ให้บริการเสนอ หรือประมาณคร่าวๆ ไว้ก่อนก็ได้
นอกจากค่าหยิบ-แพ็คและค่าเก็บสินค้าแล้ว แต่ละผู้ให้บริการมักมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ ลองไล่ดูทีละข้อ เว้นว่างไว้ได้ถ้าไม่เกี่ยวข้อง
บริการเสริม เช่น การแปะสติกเกอร์ การจัดชุด ห่อของขวัญ ทีม CS ดูแลลูกค้าแทนคุณ
การนับ ตรวจ QC ติดบาร์โค้ด และขึ้นชั้นเมื่อสินค้าล็อตใหม่เข้าคลัง
ปกติอยู่ที่ประมาณ 2-5% ของออเดอร์ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า (แฟชั่นมักจะสูงกว่า)
กรอกยอดขั้นต่ำ ระบบจะเทียบกับต้นทุนจริงของคุณ และเพิ่มส่วนต่างให้อัตโนมัติถ้ายังไม่ถึงขั้นต่ำ
ทำคลังสินค้าเอง
(Self-Fulfillment)
ใช้บริการคลังสินค้าออนไลน์
(Outsourced Fulfillment)
ทำคลังสินค้าเอง
(Self-Fulfillment)
ใช้บริการคลังสินค้าออนไลน์
(Outsourced Fulfillment)
ต้องลงทุนสูงในช่วงแรกสำหรับพื้นที่คลังสินค้า อุปกรณ์ และเทคโนโลยี รวมถึงค่าซ่อมบำรุงและอัปเกรดอุปกรณ์ต่างๆ
การลงทุน
ลงทุนเริ่มต้นต่ำ เพราะธุรกิจไม่ต้องซื้อหรือเช่าคลังสินค้า หรือลงทุนในอุปกรณ์และระบบเทคโนโลยีเอง เพราะผู้ให้บริการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้แทน
การปรับเปลี่ยนพื้นที่คลังสินค้าเพื่อรองรับออเดอร์จำนวนมากอาจทำได้ยากและอาจต้องลงทุนเพิ่ม หรือในช่วงที่มีออเดอร์น้อยอาจทำให้การใช้ทรัพยากรไม่คุ้มค่า เช่น คนแพ็กสินค้า, พื้นที่จัดเก็บ
ความยืดหยุ่นในการขยายกำลังการผลิต
ยืดหยุ่นสูง สามารถขยายหรือลดกำลังได้ตามต้องการ โดยเฉพาะช่วงแคมเปญใหญ่ เช่น Double Day ที่มีออเดอร์จำนวนมาก
หากไม่มีระบบจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพ อาจเพิ่มต้นทุนและส่งผลกระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้าได้
ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
ระบบการจัดการที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างครอบคลุม ทั้งระบบจัดการออเดอร์และระบบจัดการคลังสินค้า ระบบที่ดีและมีประสิทธิภาพส่งผลให้เกิดความรวดเร็วและถูกต้อง ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจด้วยเช่นกัน
การจัดส่งระหว่างประเทศอาจซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง คุณต้องจัดการเรื่องศุลกากรและภาษีเอง ซึ่งอาจทำให้ล่าช้าและเพิ่มต้นทุน
การจัดส่งระหว่างประเทศ
คลังสินค้าออนไลน์ขนาดใหญ่มักมีเครือข่ายทั่วโลก ซึ่งทำให้การส่งสินค้าระหว่างประเทศง่ายและคุ้มค่ามากขึ้น อีกทั้งขั้นตอนการประสานงานยังรวดเร็วอีกด้วย
เจ้าของธุรกิจอาจขาดความรู้เฉพาะทาง ทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงานหรือปัญหาอื่นๆ อาจต้องฝึกอบรมพนักงานเพิ่มเติม
ความเชี่ยวชาญ
ผู้ให้บริการ Outsourced Fulfillment มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการจัดส่ง รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบศุลกากร กฎหมายระหว่างประเทศ และอื่นๆ ความเชี่ยวชาญนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน
โครงสร้างต้นทุนคงที่ ต้องลงทุนสูงตั้งแต่แรกและมีค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเนื่อง ไม่ว่าจำนวนออเดอร์จะมากหรือน้อย
ค่าใช้จ่าย
จ่ายเฉพาะตามจำนวนออเดอร์ที่เกิดขึ้นจริง เจ้าของธุรกิจสามารถควบคุมและคาดการณ์ค่าใช้จ่ายได้ดี
การนำเทคโนโลยีมาใช้กับธุรกิจต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง หากใช้งานผิดวิธีหรือเลือกไม่เหมาะสม อาจเสียทั้งเวลาและเงิน
เทคโนโลยี
การเข้าถึงเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์การจัดส่งที่ทันสมัยมักรวมอยู่ในบริการของคลังสินค้าอยู่แล้ว และความเชี่ยวชาญนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจของลูกค้า
ธุรกิจต้องแบกรับความเสี่ยงในการดำเนินงานทั้งหมดเอง ซึ่งอาจนำไปสู่ต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบทั้งต้นทุนบริหารจัดการและความพึงพอใจของลูกค้า
การจัดการ ความเสี่ยง
ความเสี่ยงต่างๆ เช่น อุปกรณ์เสียหายหรือปัญหาจากผู้ให้บริการ จะถูกดูแลโดยผู้ให้บริการคลังสินค้าเอง
การลงทุน
ต้องลงทุนสูงในช่วงแรกสำหรับพื้นที่คลังสินค้า อุปกรณ์ และเทคโนโลยี รวมถึงค่าซ่อมบำรุงและอัปเกรดอุปกรณ์ต่างๆ
ลงทุนเริ่มต้นต่ำ เพราะธุรกิจไม่ต้องซื้อหรือเช่าคลังสินค้า หรือลงทุนในอุปกรณ์และระบบเทคโนโลยีเอง เพราะผู้ให้บริการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้แทน
ความยืดหยุ่นในการขยายกำลังการผลิต
การปรับเปลี่ยนพื้นที่คลังสินค้าเพื่อรองรับออเดอร์จำนวนมากอาจทำได้ยากและอาจต้องลงทุนเพิ่ม หรือในช่วงที่มีออเดอร์น้อยอาจทำให้การใช้ทรัพยากรไม่คุ้มค่า เช่น คนแพ็กสินค้า, พื้นที่จัดเก็บ
ยืดหยุ่นสูง สามารถขยายหรือลดกำลังได้ตามต้องการ โดยเฉพาะช่วงแคมเปญใหญ่ เช่น Double Day ที่มีออเดอร์จำนวนมาก
ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
หากไม่มีระบบจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพ อาจเพิ่มต้นทุนและส่งผลกระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้าได้
ระบบการจัดการที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างครอบคลุม ทั้งระบบจัดการออเดอร์และระบบจัดการคลังสินค้า ระบบที่ดีและมีประสิทธิภาพส่งผลให้เกิดความรวดเร็วและถูกต้อง ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจด้วยเช่นกัน
การจัดส่งระหว่างประเทศ
การจัดส่งระหว่างประเทศอาจซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง คุณต้องจัดการเรื่องศุลกากรและภาษีเอง ซึ่งอาจทำให้ล่าช้าและเพิ่มต้นทุน
คลังสินค้าออนไลน์ขนาดใหญ่มักมีเครือข่ายทั่วโลก ซึ่งทำให้การส่งสินค้าระหว่างประเทศง่ายและคุ้มค่ามากขึ้น อีกทั้งขั้นตอนการประสานงานยังรวดเร็วอีกด้วย
ความเชี่ยวชาญ
เจ้าของธุรกิจอาจขาดความรู้เฉพาะทาง ทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงานหรือปัญหาอื่นๆ อาจต้องฝึกอบรมพนักงานเพิ่มเติม
ผู้ให้บริการ Outsourced Fulfillment มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการจัดส่ง รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบศุลกากร กฎหมายระหว่างประเทศ และอื่นๆ ความเชี่ยวชาญนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน
ค่าใช้จ่าย
โครงสร้างต้นทุนคงที่ ต้องลงทุนสูงตั้งแต่แรกและมีค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเนื่อง ไม่ว่าจำนวนออเดอร์จะมากหรือน้อย
จ่ายเฉพาะตามจำนวนออเดอร์ที่เกิดขึ้นจริง เจ้าของธุรกิจสามารถควบคุมและคาดการณ์ค่าใช้จ่ายได้ดี
เทคโนโลยี
การนำเทคโนโลยีมาใช้กับธุรกิจต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง หากใช้งานผิดวิธีหรือเลือกไม่เหมาะสม อาจเสียทั้งเวลาและเงิน
การเข้าถึงเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์การจัดส่งที่ทันสมัยมักรวมอยู่ในบริการของคลังสินค้าอยู่แล้ว และความเชี่ยวชาญนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจของลูกค้า
การจัดการ ความเสี่ยง
ธุรกิจต้องแบกรับความเสี่ยงในการดำเนินงานทั้งหมดเอง ซึ่งอาจนำไปสู่ต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบทั้งต้นทุนบริหารจัดการและความพึงพอใจของลูกค้า
ความเสี่ยงต่างๆ เช่น อุปกรณ์เสียหายหรือปัญหาจากผู้ให้บริการ จะถูกดูแลโดยผู้ให้บริการคลังสินค้าเอง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Self-Fulfillment เทียบกับ Outsourced Fulfillment
การมีพาร์ทเนอร์ช่วยดูแลงานหลังบ้าน ทำให้เจ้าของธุรกิจมีเวลาโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุด
ค่าเช่าพื้นที่เก็บสินค้า ต้นทุนจัดการออเดอร์ เช่น วัสดุแพ็ค ค่าส่ง (เรทพิเศษ) ค่าจ้างพนักงาน และต้นทุนระบบปฏิบัติการ
การเลือกใช้ MyCloud Fulfillment ซึ่งเป็นคลังสินค้าออนไลน์ที่มีระบบจัดการทันสมัยครบวงจร และทีมงานมืออาชีพที่ชำนาญด้านงานหลังบ้านของธุรกิจออนไลน์ หมายถึงการจัดการออเดอร์ที่รวดเร็วและแม่นยำ สร้างความประทับใจให้ลูกค้าปลายทาง สร้างการจดจำแบรนด์ในแง่บวก นำไปสู่การซื้อซ้ำและการบอกต่อ และช่วยให้แบรนด์เติบโตในระยะยาว
มีครับ หน้านี้มีเครื่องคำนวณต้นทุน 4 ขั้นตอน — กรอกจำนวนออเดอร์เฉลี่ยต่อเดือนและสิ่งที่ร้านคุณจ่ายอยู่ตอนนี้เพื่อเก็บ แพ็ค และส่งสินค้าด้วยตัวเอง เพื่อเปรียบเทียบตัวเลขจริงว่า MyCloud จะช่วยประหยัดให้คุณได้เท่าไหร่ต่อเดือน
ควรเริ่มพิจารณาเมื่อจำนวนออเดอร์เติบโตจนเริ่มกินเวลาที่ควรใช้ไปกับการขายและการตลาด หรือเมื่อต้นทุนแรงงานและค่าเก็บสินค้าจากการทำเองเริ่มสูงกว่าค่าบริการ Fulfillment ซึ่งคุณสามารถประเมินได้ด้วยเครื่องคำนวณต้นทุนในหน้านี้
