Knowledge Center

7 วิธีแพ็คสินค้าฉบับมือโปร ทำอย่างไรให้สินค้าถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย 

แม่ค้าขายสินค้าออนไลน์

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของออนไลน์ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า คือคุณภาพในการจัดส่งสินค้า นอกจากความรวดเร็วแล้ว การแพ็คสินค้าอย่างดีก็จะช่วยปกป้องสินค้าให้ถึงมือผู้รับในสภาพสมบูรณ์ วันนี้เรามีเทคนิคการแพ็คของออนไลน์แบบมืออาชีพมาฝากกัน โดยจะช่วยให้การจัดส่งสินค้าของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความประทับใจตั้งแต่ลูกค้าได้รับสินค้าเลย  

แพ็คสินค้า ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง 

ก่อนจะเริ่มแพ็คสินค้า สิ่งสำคัญที่พ่อค้าแม่ค้าต้องเตรียมให้พร้อม คืออุปกรณ์สำหรับแพ็คของ การมีอุปกรณ์ที่ครบครันจะช่วยให้ขั้นตอนการแพ็คสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยอุปกรณ์ที่ควรมีประกอบด้วย 

  1. สินค้าที่จะจัดส่ง ตรวจสอบความเรียบร้อยของสินค้าก่อนแพ็ค เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์
  2. กล่องพัสดุหรือซองพัสดุ มีหลายขนาดให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมกับสินค้า ควรเตรียมทั้งกล่องและซองไว้ให้พร้อม
  3. วัสดุกันกระแทก เช่น แผ่นบับเบิ้ล กระดาษรังผึ้ง กระดาษฝอยหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ สำหรับป้องกันสินค้าแตกหักหรือเสียหาย
  4. อุปกรณ์ปิดผนึก สก็อตเทปคุณภาพดี สำหรับปิดผนึกพัสดุให้แน่นหนา
  5. เครื่องมือและอุปกรณ์อื่น ๆ กรรไกร คัตเตอร์สำหรับตัดเทป
  6. สติ๊กเกอร์ Label สำหรับติดบริเวณด้านนอกกล่อง เช่น ระวังแตก ห้ามโยน ฯลฯ เพื่อป้องกันความเสียหายของสินค้าด้านใน    

7 วิธีการแพ็คสินค้าให้ถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย 

การแพ็คสินค้าให้ปลอดภัยไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใส่ใจในทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะถึงมือลูกค้าในสภาพสมบูรณ์ มาดูวิธีแพ็คของออนไลน์ที่ถูกต้องกันว่าจะมีอะไรบ้าง ดังนี้ 

1. เลือกขนาดกล่องให้เหมาะสมกับสินค้า

ขั้นตอนแรกคือการเลือกบรรจุภัณฑ์หรือกล่องพัสดุให้เหมาะกับประเภทสินค้า เช่น เสื้อผ้าหรือสินค้าที่ทนต่อแรงกระแทกได้ดี สามารถใช้ซองพลาสติกได้ แต่สำหรับสินค้าที่แตกหักง่าย ก็จำเป็นต้องแพ็คสินค้าด้วยกล่องที่มีขนาดพอเหมาะ ไม่ใหญ่จนสินค้าขยับได้ และไม่เล็กเกินไปจนไม่มีพื้นที่ใส่วัสดุกันกระแทก 

นอกจากนี้ คุณภาพและวัสดุของกล่องก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะความหนาของกล่องที่ต้องทนทานพอที่จะปกป้องสินค้าจากการโยนของพนักงานขนส่ง หรือแรงกดทับเมื่อถูกวางซ้อนกับกล่องอื่น ๆ ปัจจุบันมีนวัตกรรมการผลิตกล่องใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงโดยไม่เพิ่มน้ำหนักมากนัก ทำให้สามารถปกป้องสินค้าได้ดียิ่งขึ้นตลอดการเดินทางไปถึงมือลูกค้า  

2. เลือกกล่องที่ได้คุณภาพ 

การเลือกใช้กล่องคุณภาพดีเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว โดยเฉพาะกล่องลูกฟูกที่มีความหนาและแข็งแรงเป็นพิเศษ เพราะถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อการใช้งาน ซึ่งสามารถปกป้องสินค้าด้านใน ลดแรงกระแทกและความเสียระหว่างการขนส่ง เช่น การโยนสินค้า สินค้ามีน้ำหนักที่วางทับกัน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม กล่องที่มีคุณภาพก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่สินค้าจะเสียหายระหว่างการขนส่งได้  

3. ป้องกันสินค้าด้วยวัสดุกันกระแทก

การจัดส่งสินค้าให้ปลอดภัยต้องใส่ใจเรื่องการป้องกันการกระแทก โดยเฉพาะจุดเสี่ยงอย่างมุมกล่อง มุมหนังสือหรือขอบขวด วิธีแพ็คของที่ถูกต้อง คือการห่อหุ้มด้วยบับเบิ้ลให้พอดี ไม่บางเกินไปจนไม่สามารถกันกระแทกและไม่หนาจนทำให้กล่องผิดรูป หรือหากคุณต้องการรักษาสิ่งแวดล้อม สามารถเลือกใช้กระดาษรังผึ้งหรือกระดาษฝอยได้เช่นกัน แต่ก็ต้องยอมรับกับความเสี่ยงเรื่องต้นทุนที่สูงขึ้น เนื่องจากกระดาษรังผึ้งจะมีราคาค่อนข้างสูง เมื่อใช้แพ็กสินค้าร่วมกับกระดาษฝอย รวมทั้งอัตราการป้องกันสินค้าที่เสียหายจะลดลงสภาพสินค้าที่ถึงมือลูกค้าอาจจะได้รับความเสียหายได้  

แพ็คสินค้าด้วยบับเบิ้ลกันกระแทก

4. ลดช่องว่างภายในกล่อง 

หลังจากวางสินค้าลงในกล่อง การจัดการกับช่องว่างที่เหลือก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะอาจทำให้สินค้าเคลื่อนที่และเสียหายระหว่างขนส่งได้ แพ็คสินค้าให้แน่นด้วยการเติมช่องว่างด้วยวัสดุกันกระแทก เช่น กระดาษหนังสือพิมพ์ บับเบิ้ลหรือกระดาษฝอย นอกจากจะช่วยล็อกสินค้าให้อยู่กับที่แล้ว ยังเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล่องอีกด้วย แต่ถ้าต้องการเพิ่มความปลอดภัยให้กับสินค้ามากขึ้น การใช้ถุงลมหรือพลาสติกอัดอากาศที่มีขนาดใหญ่กว่าบับเบิ้ลทั่วไป ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันสินค้าที่ดีกว่าวัสดุกันกระแทกแบบอื่น ๆ เพราะสามารถกระจายแรงกระแทกได้ดีกว่าและยังคงรูปร่างได้นานกว่าในระหว่างการขนส่ง    

5. ปิดกล่องสินค้าให้แน่นหนาทุกมุม 

เลือกใช้เทปกาวคุณภาพสูงที่มีความเหนียวและทนทาน ปิดให้ครบทุกด้านโดยเฉพาะด้านล่างของกล่อง สำหรับสินค้าที่มีน้ำหนักมาก ควรเพิ่มชั้นของเทปที่ปิดเพื่อป้องกันก้นกล่องฉีกขาด และหากเป็นสินค้าที่ต้องการการป้องกันพิเศษจากน้ำให้เพิ่มการซีลด้วยพลาสติกอีกชั้น ทั้งนี้แนะนำให้ปิดกล่องสินค้าด้วยเทคนิคตัว H หลังจากปิดกล่องตรงกลางของกล่อง ทั้งด้านบนและด้านล่าง ด้านซ้ายและขวา ซึ่งวิธีนี้ก็จะช่วยให้กล่องพัสดุแน่นหนาขึ้น และรักษาความสมบูรณ์ของกล่องให้ถึงมือลูกค้าได้อย่างปลอดภัย 

สติ๊กเกอร์ระวังแตก

6. ติดสติ๊กเกอร์เตือน เพื่อความปลอดภัยระหว่างการขนส่ง 

เพิ่มความปลอดภัยในการแพ็คสินค้าด้วยการติดสติกเกอร์หรือสัญลักษณ์เตือนบนกล่อง เช่น “ระวังแตก” เพื่อหลีกเลี่ยงการโยนหรือวางของหนักทับ สัญลักษณ์เตือนเหล่านี้จะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่งได้  

7. ระบุชื่อและที่อยู่ของผู้รับให้ชัดเจน 

การระบุข้อมูลผู้รับให้ชัดเจน โดยเฉพาะชื่อ ที่อยู่ รหัสไปรษณีย์และเบอร์โทรศัพท์ แนะนำให้พิมพ์ข้อมูลลงบนสติกเกอร์และติดให้เรียบร้อย โดยใบปะหน้าควรมีขนาดที่เหมาะสม ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทั้งนี้ การระบุข้อมูลที่ครบถ้วนเช่นนี้ จะช่วยให้การจัดส่งเป็นไปอย่างราบรื่นแน่นอน   

สินค้าถึงมือลูกอย่างปลอดภัย

สรุปบทความ 

MyCloud Fulfillment เราแพ็คสินค้าอย่างมืออาชีพ ทุกขั้นตอนทำงานผ่านบาร์โค้ด เรียกตรวจสอบออเดอร์ได้ว่า มีสินค้าอะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ หมดกังวลเรื่องได้สินค้าไม่ครบหรือสินค้าเกิน เพราะเราใส่ใจในทุกขั้นตอนของการแพ็คสินค้า ตั้งแต่ขนาดกล่องสินค้า วัสดุป้องกันการกระแทกไปจนถึงการระบุข้อมูลการจัดส่ง พร้อมระบบบันทึกการแพ็คทุกออเดอร์ผ่าน CCTV และจะส่งไปยังคำสั่งซื้อของลูกค้า ช่วยสร้างความประทับใจและความน่าเชื่อถือได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังช่วยให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย
สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ต้องการความสะดวกสบายในการจัดการสินค้าและการจัดส่ง MyCloud Fulfillment มีบริการ Order Fulfillment จัดการการขายและรายการสั่งซื้อ ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระบบเดียว และบริการ Shipping Management ช่วยให้การจัดส่งสินค้าของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมระบบบริหารจัดการที่ทันสมัย ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ ในขณะที่ลูกค้าของคุณได้รับสินค้าในสภาพสมบูรณ์และตรงเวลาอย่างแน่นอน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การแพ็คสินค้า

อุปกรณ์ที่ควรมีประกอบด้วยสินค้าที่จะจัดส่ง กล่องพัสดุหรือซองพัสดุหลายขนาด และวัสดุกันกระแทก เช่น แผ่นบับเบิ้ล กระดาษรังผึ้ง หรือกระดาษหนังสือพิมพ์

ควรเลือกบรรจุภัณฑ์หรือกล่องให้เหมาะกับประเภทสินค้า สินค้าที่ทนแรงกระแทกได้ดีอย่างเสื้อผ้าสามารถใช้ซองพลาสติกได้ ส่วนสินค้าแตกหักง่ายควรใช้กล่องขนาดพอเหมาะ ไม่ใหญ่จนสินค้าขยับได้ และไม่เล็กเกินไปจนไม่มีพื้นที่ใส่วัสดุกันกระแทก

ควรห่อหุ้มด้วยบับเบิ้ลให้พอดี ไม่บางเกินไปจนกันกระแทกไม่ได้ และไม่หนาจนทำให้กล่องผิดรูป หรือใช้กระดาษรังผึ้งและกระดาษฝอยได้เช่นกัน สำหรับความปลอดภัยเพิ่มเติมสามารถใช้ถุงลมหรือพลาสติกอัดอากาศที่กระจายแรงกระแทกได้ดีกว่า

เลือกใช้เทปกาวคุณภาพสูงที่มีความเหนียวและทนทาน ปิดให้ครบทุกด้านโดยเฉพาะด้านล่างของกล่อง แนะนำให้ปิดกล่องด้วยเทคนิคตัว H เพื่อช่วยให้กล่องพัสดุแน่นหนาขึ้นและรักษาความสมบูรณ์ของกล่องได้

การติดสติกเกอร์หรือสัญลักษณ์เตือน เช่น ระวังแตก จะช่วยหลีกเลี่ยงการโยนหรือวางของหนักทับ และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่งได้

ควรระบุชื่อ ที่อยู่ รหัสไปรษณีย์และเบอร์โทรศัพท์ของผู้รับให้ชัดเจน แนะนำให้พิมพ์ข้อมูลลงบนสติกเกอร์และติดให้เรียบร้อย โดยใบปะหน้าควรมีขนาดที่เหมาะสม ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Reserved Stock คืออะไร? รู้จักการกันสต๊อกแคมเปญ ตัวการที่อาจทำให้ร้านค้าขายเกินสต๊อก

Reserved Stock คือ จำนวนสินค้าที่ Marketplace กันออกจากสต๊อกพร้อมขายไว้ล่วงหน้า เพื่อใช้กับแคมเปญหรือช่องทางที่กำหนด เช่น Campaign Day และ Flash Sale ภายในระยะเวลาหนึ่ง แม้การกันสต๊อกจะช่วยให้แพลตฟอร์มมั่นใจว่าร้านค้ามีสินค้าเพียงพอสำหรับแคมเปญ แต่สำหรับร้านค้าที่ขายสินค้าหลายช่องทาง การไม่ได้นำ Reserved Stock มาคำนวณร่วมกับสต๊อกจริงอาจทำให้จำนวนสินค้าบนแต่ละแพลตฟอร์มไม่ตรงกัน และนำไปสู่ปัญหา Overselling หรือการขายเกินสต๊อกได้ Reserved Stock คืออะไร? Reserved Stock หรือ “สต๊อกที่ถูกกันไว้” คือสินค้าบางส่วนที่ Marketplace สำรองไว้สำหรับคำสั่งซื้อจากแคมเปญโดยเฉพาะ สินค้าจำนวนนี้จึงไม่ควรถูกนำไปขายซ้ำในช่องทางอื่น แม้ว่าสินค้าจะยังอยู่ในคลังจริงก็ตาม ตัวอย่างเช่น ร้านค้ามีสินค้า 100 ชิ้น และ Shopee กันไว้สำหรับแคมเปญ 50 ชิ้น สต๊อก 50 ชิ้นดังกล่าวยังอยู่ในคลัง แต่ถูกจัดสรรไว้รองรับยอดขายจากแคมเปญของ Shopee แล้ว ร้านค้าจึงไม่ควรมองว่ายังมีสินค้าพร้อมขายในช่องทางอื่นครบทั้ง 100 ชิ้น Reserved Stock […]

Shopee ส่งด่วน ภายในวัน กฏใหม่ที่”คนขายต้องรู้!

แค่แพ็กและส่งออเดอร์ให้ทันแต่ละรอบ ก็เหนื่อยสุดๆ แล้ว! แต่ล่าสุด Shopee ประกาศปรับนโยบายครั้งใหญ่ ขยับเส้นตายการจัดส่งจากเดิมภายใน 1 วัน เป็น “Shopee ส่งด่วน ภายในวัน” (เริ่ม 1 ก.ย. 68 นี้) เป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ร้านค้าออนไลน์ต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน เพราะหากยังใช้วิธีแพ็กและส่งแบบเดิม อาจส่งของไม่ทันตามกำหนด ไม่ใช่แค่ลูกค้าไม่พอใจ แต่ยังเสี่ยงถูกหักคะแนนร้าน หรือแย่กว่านั้น คือถูกระงับการขายทั้งชั่วคราวและถาวรเลยทีเดียว! บทความนี้ MyCloud จะพาคุณเจาะลึกให้เข้าใจว่า ทำไม Shopee ถึงต้องปรับนโยบายนี้ สาเหตุอะไรที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าหลายรายส่งไม่ทัน พร้อมแนวทางรับมือในศึก Shopeeส่งด่วน นี้แบบมือโปร ทำไม Shopee ต้องให้ส่งเร็วขึ้น? เหตุผลหลักของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความรวดเร็วมากขึ้น และการแข่งขันกับแพลตฟอร์มอื่นที่เริ่มใช้โมเดล same day delivery เป็นมาตรฐาน เช่น TikTok Shop และ Lazada ที่ขยับเวลาในการส่งไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด Shopee จึงปรับนโยบายเพื่อรักษามาตรฐานด้านประสบการณ์ผู้ซื้อ โดยมองว่าการส่งของภายในวันที่ลูกค้าสั่งซื้อ (ถ้าชำระเงินก่อนเที่ยง) จะช่วยให้ลูกค้าได้รับสินค้าเร็วขึ้น […]

MyCloud Notification ติดตามงานสำคัญผ่าน LINE ไม่ต้องคอยเข้า OMS บ่อย ๆ

การบริหารร้านค้าออนไลน์ไม่ได้จบเพียงแค่รับออเดอร์และส่งสินค้า เพราะในแต่ละวันยังมีสถานะงานอีกหลายรายการที่ทีมต้องติดตาม ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดต Ticket จากทีม Customer Service หรือสถานะการนำสินค้าเข้าคลัง หากทีมต้องคอยเข้าสู่ระบบ OMS เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าด้วยตัวเองอยู่ตลอด อาจทำให้เสียเวลาและมีโอกาสพลาดข้อมูลสำคัญได้ MyCloud Notification จึงถูกออกแบบมาเพื่อส่งการแจ้งเตือนจากระบบ MyCloud OMS ไปยัง LINE ช่วยให้ร้านค้าและทีมงานรับรู้ความเคลื่อนไหวของงานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น MyCloud Notification คืออะไร? MyCloud Notification คือระบบแจ้งเตือนที่ช่วยให้ร้านค้าติดตามสถานะงานจาก MyCloud OMS ผ่าน LINE ได้โดยตรง เมื่อมีการอัปเดตในหัวข้อที่กำหนด ระบบจะส่งข้อมูลให้ทีมรับทราบโดยไม่ต้องคอยเข้าสู่ OMS เพื่อตรวจสอบสถานะซ้ำ ๆ ร้านค้าสามารถเลือกเปิดหรือปิดการแจ้งเตือนแต่ละหัวข้อได้ตามความต้องการ ทำให้แต่ละทีมหรือผู้รับผิดชอบได้รับเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานของตนเอง ทำไมร้านค้าออนไลน์ควรใช้ MyCloud Notification? 1. ลดโอกาสพลาดสถานะงานสำคัญ เมื่อ Ticket หรือสถานะการรับสินค้าเข้าคลังมีการเปลี่ยนแปลง ระบบสามารถส่งการแจ้งเตือนให้ทีมรับทราบ ช่วยลดความเสี่ยงจากการตรวจสอบข้อมูลไม่ทันหรือพลาดรายการที่ต้องดำเนินการต่อ 2. ลดเวลาในการเข้าไปตรวจสอบ OMS ทีมงานไม่จำเป็นต้องเปิด MyCloud OMS บ่อย […]

Reserved Stock คืออะไร? รู้จักการกันสต๊อกแคมเปญ ตัวการที่อาจทำให้ร้านค้าขายเกินสต๊อก

Reserved Stock คือ จำนวนสินค้าที่ Marketplace กันออกจากสต๊อกพร้อมขายไว้ล่วงหน้า เพื่อใช้กับแคมเปญหรือช่องทางที่กำหนด เช่น Campaign Day และ Flash Sale ภายในระยะเวลาหนึ่ง แม้การกันสต๊อกจะช่วยให้แพลตฟอร์มมั่นใจว่าร้านค้ามีสินค้าเพียงพอสำหรับแคมเปญ แต่สำหรับร้านค้าที่ขายสินค้าหลายช่องทาง การไม่ได้นำ Reserved Stock มาคำนวณร่วมกับสต๊อกจริงอาจทำให้จำนวนสินค้าบนแต่ละแพลตฟอร์มไม่ตรงกัน และนำไปสู่ปัญหา Overselling หรือการขายเกินสต๊อกได้ Reserved Stock คืออะไร? Reserved Stock หรือ “สต๊อกที่ถูกกันไว้” คือสินค้าบางส่วนที่ Marketplace สำรองไว้สำหรับคำสั่งซื้อจากแคมเปญโดยเฉพาะ สินค้าจำนวนนี้จึงไม่ควรถูกนำไปขายซ้ำในช่องทางอื่น แม้ว่าสินค้าจะยังอยู่ในคลังจริงก็ตาม ตัวอย่างเช่น ร้านค้ามีสินค้า 100 ชิ้น และ Shopee กันไว้สำหรับแคมเปญ 50 ชิ้น สต๊อก 50 ชิ้นดังกล่าวยังอยู่ในคลัง แต่ถูกจัดสรรไว้รองรับยอดขายจากแคมเปญของ Shopee แล้ว ร้านค้าจึงไม่ควรมองว่ายังมีสินค้าพร้อมขายในช่องทางอื่นครบทั้ง 100 ชิ้น Reserved Stock […]

Shopee ส่งด่วน ภายในวัน กฏใหม่ที่”คนขายต้องรู้!

แค่แพ็กและส่งออเดอร์ให้ทันแต่ละรอบ ก็เหนื่อยสุดๆ แล้ว! แต่ล่าสุด Shopee ประกาศปรับนโยบายครั้งใหญ่ ขยับเส้นตายการจัดส่งจากเดิมภายใน 1 วัน เป็น “Shopee ส่งด่วน ภายในวัน” (เริ่ม 1 ก.ย. 68 นี้) เป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ร้านค้าออนไลน์ต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน เพราะหากยังใช้วิธีแพ็กและส่งแบบเดิม อาจส่งของไม่ทันตามกำหนด ไม่ใช่แค่ลูกค้าไม่พอใจ แต่ยังเสี่ยงถูกหักคะแนนร้าน หรือแย่กว่านั้น คือถูกระงับการขายทั้งชั่วคราวและถาวรเลยทีเดียว! บทความนี้ MyCloud จะพาคุณเจาะลึกให้เข้าใจว่า ทำไม Shopee ถึงต้องปรับนโยบายนี้ สาเหตุอะไรที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าหลายรายส่งไม่ทัน พร้อมแนวทางรับมือในศึก Shopeeส่งด่วน นี้แบบมือโปร ทำไม Shopee ต้องให้ส่งเร็วขึ้น? เหตุผลหลักของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความรวดเร็วมากขึ้น และการแข่งขันกับแพลตฟอร์มอื่นที่เริ่มใช้โมเดล same day delivery เป็นมาตรฐาน เช่น TikTok Shop และ Lazada ที่ขยับเวลาในการส่งไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด Shopee จึงปรับนโยบายเพื่อรักษามาตรฐานด้านประสบการณ์ผู้ซื้อ โดยมองว่าการส่งของภายในวันที่ลูกค้าสั่งซื้อ (ถ้าชำระเงินก่อนเที่ยง) จะช่วยให้ลูกค้าได้รับสินค้าเร็วขึ้น […]

MyCloud Notification ติดตามงานสำคัญผ่าน LINE ไม่ต้องคอยเข้า OMS บ่อย ๆ

การบริหารร้านค้าออนไลน์ไม่ได้จบเพียงแค่รับออเดอร์และส่งสินค้า เพราะในแต่ละวันยังมีสถานะงานอีกหลายรายการที่ทีมต้องติดตาม ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดต Ticket จากทีม Customer Service หรือสถานะการนำสินค้าเข้าคลัง หากทีมต้องคอยเข้าสู่ระบบ OMS เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าด้วยตัวเองอยู่ตลอด อาจทำให้เสียเวลาและมีโอกาสพลาดข้อมูลสำคัญได้ MyCloud Notification จึงถูกออกแบบมาเพื่อส่งการแจ้งเตือนจากระบบ MyCloud OMS ไปยัง LINE ช่วยให้ร้านค้าและทีมงานรับรู้ความเคลื่อนไหวของงานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น MyCloud Notification คืออะไร? MyCloud Notification คือระบบแจ้งเตือนที่ช่วยให้ร้านค้าติดตามสถานะงานจาก MyCloud OMS ผ่าน LINE ได้โดยตรง เมื่อมีการอัปเดตในหัวข้อที่กำหนด ระบบจะส่งข้อมูลให้ทีมรับทราบโดยไม่ต้องคอยเข้าสู่ OMS เพื่อตรวจสอบสถานะซ้ำ ๆ ร้านค้าสามารถเลือกเปิดหรือปิดการแจ้งเตือนแต่ละหัวข้อได้ตามความต้องการ ทำให้แต่ละทีมหรือผู้รับผิดชอบได้รับเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานของตนเอง ทำไมร้านค้าออนไลน์ควรใช้ MyCloud Notification? 1. ลดโอกาสพลาดสถานะงานสำคัญ เมื่อ Ticket หรือสถานะการรับสินค้าเข้าคลังมีการเปลี่ยนแปลง ระบบสามารถส่งการแจ้งเตือนให้ทีมรับทราบ ช่วยลดความเสี่ยงจากการตรวจสอบข้อมูลไม่ทันหรือพลาดรายการที่ต้องดำเนินการต่อ 2. ลดเวลาในการเข้าไปตรวจสอบ OMS ทีมงานไม่จำเป็นต้องเปิด MyCloud OMS บ่อย […]