Knowledge Center

เริ่มต้นขายของใน Shopee จัดส่งสินค้ายังไง? กับ 4 วิธีที่สามารถทำตามได้ง่าย ๆ 

ขายของใน Shopee

เริ่มขายของใน Shopee ออเดอร์แรกเข้าแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่า ขายของใน Shopee ส่งยังไง? ไม่ต้องเครียด! ในบทความนี้ MyCloud จะพาคุณไปไขข้อข้องใจ และทำความรู้จักขั้นตอนการจัดส่งสินค้าบน Shopee อย่างละเอียด พร้อมเทคนิคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การจัดส่งเป็นเรื่องง่ายและมืออาชีพตั้งแต่ครั้งแรก!   

รูปแบบการจัดส่งบน Shopee มีอะไรบ้าง 

ก่อนจะไปดูขั้นตอนการจัดส่ง เรามาทำความเข้าใจรูปแบบการจัดส่งหลัก ๆ ที่ Shopee รองรับกันก่อน เพื่อให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะสมกับร้านค้าของคุณมากที่สุด โดยทั่วไปแล้ว การจัดส่งสินค้าบน Shopee ที่ร้านค้าสามารถจัดการได้เอง (Non-Shopee Supported Logistics) หรือที่ Shopee รองรับ (Shopee Supported Logistics) จะมีตัวเลือกหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการนำส่งพัสดุให้บริษัทขนส่งอยู่ 2 รูปแบบ คือ  

ส่งแบบ Drop Off

ร้านค้าจัดส่งสินค้าเอง (Drop Off) 

Drop Off คือการที่ร้านค้านำพัสดุที่แพ็กเรียบร้อยแล้วไปส่งเอง ณ จุดบริการรับพัสดุของบริษัทขนส่งที่เลือกไว้ วิธีนี้เหมาะสำหรับร้านค้าที่สะดวกเดินทางหรือมีจุดบริการขนส่งอยู่ไม่ไกล ขั้นตอนการจัดส่งแบบ Drop Off ดังนี้ 

  1. ตรวจสอบออเดอร์และแพ็กสินค้าให้เรียบร้อย
  2. พิมพ์ใบปะหน้าพัสดุจากระบบ Shopee Seller Centre
  3. นำพัสดุพร้อมใบปะหน้าไปส่งยังจุดบริการของขนส่งที่เลือก
  4. เจ้าหน้าที่ขนส่งจะสแกนบาร์โค้ดบนใบปะหน้าเพื่อรับพัสดุเข้าระบบ
  5. สถานะการจัดส่งจะอัปเดตในระบบ Shopee โดยอัตโนมัติ 

ขนส่งเข้ารับพัสดุ (Pick Up) 

Pick Up คือการให้บริษัทขนส่งเข้ามารับพัสดุถึงหน้าบ้านหรือคลังสินค้าของร้านค้าโดยตรง วิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาและสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทางไปเอง เหมาะสำหรับร้านค้าที่มีจำนวนออเดอร์ต่อวันค่อนข้างเยอะหรือไม่สะดวกเดินทางไปส่งเอง และสำหรับขั้นตอนการจัดส่งแบบ Pick Up มีดังนี้ 

  1. ตรวจสอบออเดอร์และแพ็กสินค้าให้เรียบร้อย
  2. พิมพ์ใบปะหน้าพัสดุจากระบบ Shopee Seller Centre
  3. ทำการนัดหมายให้ขนส่งเข้ารับพัสดุผ่านระบบ Shopee (เลือกวันและเวลาที่ต้องการ)
  4. เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ขนส่งจะเข้ามารับพัสดุ
  5. เจ้าหน้าที่ขนส่งจะสแกนบาร์โค้ดบนใบปะหน้าเพื่อรับพัสดุเข้าระบบ
  6. สถานะการจัดส่งจะอัปเดตในระบบ Shopee โดยอัตโนมัติ 

นอกจากรูปแบบ Drop Off และ Pick Up แล้ว ร้านค้ายังสามารถเลือกใช้บริการ Shopee Fulfillment ซึ่งเป็นบริการที่ Shopee ดูแลคลังสินค้าให้ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่รับสินค้าเข้า จัดเก็บ แพ็ก ไปจนถึงจัดส่ง โดย Shopee จะดำเนินการทั้งหมดแทนร้านค้า เหมาะสำหรับร้านค้าที่ต้องการลดภาระเรื่องสต๊อกและการจัดส่งโดยตรง 

Drop Off กับ Pick Up แตกต่างกันอย่างไร 

ความแตกต่างหลักระหว่าง Drop Off และ Pick Up คือ “ใคร” เป็นผู้นำส่งพัสดุไปยังบริษัทขนส่ง 

  • Drop Off ร้านค้าเป็นผู้นำพัสดุไปส่งเองที่จุดบริการของขนส่ง ข้อดี คือมีความยืดหยุ่นเรื่องเวลาส่ง ภายในเวลาทำการของจุดบริการ แต่ต้องเสียเวลาและอาจมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มเติม 
  • Pick Up บริษัทขนส่งเป็นผู้เข้ามารับพัสดุถึงที่ร้านค้า ข้อดี คือสะดวกสบาย ประหยัดเวลาเดินทาง แต่ต้องจัดการออเดอร์ให้พร้อมตามรอบที่นัดหมาย และอาจมีเงื่อนไขเรื่องจำนวนพัสดุขั้นต่ำ ในบางกรณี

ทั้งนี้ การเลือกใช้บริการแบบไหน ขึ้นอยู่กับความสะดวก ปริมาณออเดอร์และทำเลที่ตั้งของร้านค้าเป็นสำคัญ 

ขายของใน Shopee ส่งยังไง? 

เมื่อเข้าใจรูปแบบการจัดส่งเบื้องต้นแล้ว ทีนี้มาดูขั้นตอนโดยละเอียดว่า หากคุณเป็น Shopee Seller และมีออเดอร์เข้ามา จะต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าปลายทางได้อย่างรวดเร็วที่สุด  

1. ตรวจสอบออเดอร์ที่ต้องจัดส่ง  

สิ่งแรกที่ต้องทำ คือเข้าไปที่ Shopee Seller Centre เพื่อตรวจสอบรายการสั่งซื้อใหม่ที่เข้ามา ดูรายละเอียดสินค้า จำนวน ที่อยู่จัดส่งของลูกค้า ละช่องทางการจัดส่งที่ลูกค้าเลือก (หากมี) ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการจัดส่ง  

2. เลือกวิธีการจัดส่ง

หลังจากตรวจสอบออเดอร์และเตรียมสินค้าเรียบร้อยแล้ว คุณจะต้องเลือกวิธีการจัดส่งว่าจะใช้บริการขนส่งเจ้าไหน และจะนำส่งพัสดุให้ขนส่งด้วยวิธีใด หากคุณเลือก Drop Off ก็ต้องเตรียมนำพัสดุไปส่งที่จุดบริการให้พร้อม หรือเลือกแบบ Pick Up ก็ต้องแพ็คสินค้าให้ทัน เพื่อเตรียมการนัดหมายให้ขนส่งเข้ามารับ 

โดยทั่วไปแล้ว ในระบบ Shopee Seller Centre เมื่อคุณกด “เตรียมการจัดส่ง” ระบบจะแนะนำหรือให้คุณเลือกบริษัทขนส่งที่รองรับ จากนั้นคุณสามารถเลือกได้ว่าจะ Drop-off หรือให้ Pick-up หากขนส่งนั้น ๆ มีบริการ Pick-up ในพื้นที่ของคุณ 

3. พิมพ์ใบปะหน้าพัสดุ 

ใบปะหน้าพัสดุ

ใบปะหน้าพัสดุ (Shipping Label) เป็นเอกสารสำคัญที่ต้องติดบนกล่องพัสดุ ซึ่งจะประกอบด้วยข้อมูลผู้ส่ง ผู้รับ เลขติดตามพัสดุ (Tracking Number) และบาร์โค้ดสำหรับให้ขนส่งสแกน ผู้ขายสามารถพิมพ์ใบปะหน้าได้จากระบบ Shopee Seller Centre หลังจากกดเตรียมการจัดส่งแล้ว อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลบนใบปะหน้าทุกครั้งก่อนพิมพ์และติดลงบนกล่องพัสดุให้แน่นหนา ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาส่งของผิดให้ลูกค้า เพราะหากเกิดความผิดพลาดจนไม่สามารถจัดส่งได้สำเร็จ อาจส่งผลให้ระบบประเมินเป็นคำสั่งซื้อที่ไม่สมบูรณ์ และเพิ่มอัตรา Non Fulfillment Rate ให้ร้านค้าของคุณโดยไม่รู้ตัวได้ 

4. จัดส่งสินค้า

เมื่อแพ็กสินค้าและติดใบปะหน้าเรียบร้อย ก็ถึงขั้นตอนการจัดส่งจริง ถ้าเลือกขั้นตอนการจัดส่งแบบ Drop Off ต้องนำพัสดุไปส่งยังจุดบริการของบริษัทขนส่งที่คุณเลือกไว้ ยื่นพัสดุให้เจ้าหน้าที่สแกนและเก็บหลักฐานการส่ง ในกรณีที่เลือกแบบ Pick Up รอเจ้าหน้าที่ขนส่งติดต่อและเข้ามารับพัสดุตามวันเวลาที่นัดหมาย ยื่นพัสดุให้เจ้าหน้าที่สแกน หลังจากขนส่งสแกนพัสดุเข้าระบบแล้ว สถานะการจัดส่งใน Shopee จะอัปเดต ลูกค้าจะสามารถติดตามสถานะพัสดุของตนเองได้ 

ปัญหาที่อาจพบได้ในการจัดส่งสินค้าถึงลูกค้าปลายทาง มีอะไรบ้าง

แม้ว่ากระบวนการจัดส่งจะเป็นขั้นตอน แต่ก็อาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้ระหว่างทาง ปัญหาที่พบบ่อย เช่น สินค้าเสียหายระหว่างขนส่ง, สินค้าสูญหาย, จัดส่งล่าช้ากว่ากำหนดหรือข้อมูลที่อยู่ลูกค้าไม่ถูกต้อง แต่ปัญหาหนึ่งที่สร้างความปวดหัวให้ผู้ขายออนไลน์ที่จัดการแพ็กและส่งสินค้าเอง โดยเฉพาะเมื่อเลือกวิธี Pick Up คือขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุตามนัดหมาย ซึ่งมักมีสาเหตุหลัก ๆ เช่น เป็นบ้านที่อยู่ในซอยลึก ๆ ทำให้การเดินทางของรถขนส่งไม่สะดวกหรือคนขับไม่ชำนาญเส้นทาง, จำนวนออเดอร์ไม่เพียงพอต่อค่ารอบขนส่ง บริษัทขนส่งอาจมองว่าการเดินทางมารับพัสดุจำนวนน้อยชิ้นไม่คุ้มค่า โดยเฉพาะหากร้านค้าตั้งอยู่ห่างไกลจากศูนย์กระจายสินค้า อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการที่ขนส่งเข้ารับสินค้าไม่สำเร็จจะไม่ถูกหักคะแนน Fast Handover Rate ก็ตาม แต่ก็อาจจะทำให้ความน่าเชื่อของลูกค้าที่มีต่อร้านค้าลดลง และเสียโอกาสในการขายได้ 

MyCloud Fulfillment เข้าใจปัญหานี้ดี! ในฐานะที่เราเป็นพาร์ทเนอร์กับขนส่งชั้นนำหลายแห่ง เราการันตีการเข้ารับพัสดุที่ตรงเวลา ให้กับร้านค้าที่ใช้บริการคลังสินค้าออนไลน์ของเราได้ MyCloud ทำงานอย่างเป็นระบบ มีระบบ Timestamp บันทึกเวลาที่แน่นอนว่า ออเดอร์ของคุณพร้อมสำหรับการจัดส่งแล้ว ซึ่งบันทึกนี้จะถูกส่งต่อไปยัง Marketplace และบริษัทขนส่ง ทำให้มีหลักฐานชัดเจนว่าร้านค้าได้เตรียมสินค้าพร้อมส่งตามกำหนดเวลาแล้ว ช่วยลดปัญหาข้อโต้แย้งเรื่องความล่าช้าที่ไม่ได้เกิดจากร้านค้า และยังเป็นข้อมูลสำคัญในการประสานงานให้ขนส่งเข้ามารับสินค้าตาม SLA ที่ตกลงกันไว้ 

นอกจากนี้ ยังไม่ต้องกังวลถึงปริมาณออเดอร์จะเพียงพอต่อค่ารอบขนส่งไหม? หากใช้บริการ MyCloud เรามีรอบรถของขนส่งที่จะเข้ามาทำการรับสินค้าทุกวันอย่างสม่ำเสมอ คำสั่งซื้อเข้ามาผ่านระบบ OMS ปุ๊บ เราจัดการทุกขั้นตอนได้อย่างครอบคลุมตั้งแต่ลูกค้ากดสั่งซื้อสินค้าเข้าและระบบจะดึงออเดอร์ทุก ๆ 5 นาที อัปเดตไปยังคลังสินค้าเพื่อทำการแพ็ก และยังสามารถจัดการออเดอร์ให้จัดส่งภายใน 24 ชม. การันตีจัดส่งทัน 99.5% และยังสามารถตรวจสอบสถานะการแพ็กได้รายออเดอร์ หากร้านค้าต้องการความมั่นใจและตรวจสอบว่าออเดอร์แต่ละรายการแพ็กเสร็จสิ้นเมื่อใดก็สามารถทำได้ เพราะเรามีระบบ CCTV บันทึกการทำงาน ณ ทุกโต๊ะแพ็กสินค้า ช่วยให้ติดตามและยืนยันความพร้อมของออเดอร์ได้อย่างโปร่งใส เลือกใช้บริการ Fulfillment Service จาก MyCloud ช่วยลดภาระและความกังวลเรื่องการจัดส่งสินค้า ทำให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับการพัฒนาสินค้าและการตลาดได้อย่างเต็มที่แน่นอน 

ลูกค้าปลายทางรับพัสดุ

สรุปบทความ 

การทำความเข้าใจว่า ขายของใน Shopee ส่งยังไง ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มนี้ เพราะการเลือกวิธีการจัดส่งที่เหมาะสม เตรียมสินค้าและเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงการจัดการปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการขนส่งสินค้า ก็จะช่วยให้ร้านค้าของคุณดำเนินการได้อย่างราบรื่น สร้างความประทับใจให้ลูกค้า และเติบโตได้อย่างยั่งยืน หากคุณต้องการตัวช่วยที่ทำให้เรื่องการจัดส่งเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพ MyCloud Fulfillment พร้อมให้บริการเพื่อสนับสนุนธุรกิจของคุณในทุกขั้นตอน สนใจหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ที่นี่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การจัดส่งสินค้าบน Shopee

มีตัวเลือกหลักที่เกี่ยวข้องกับวิธีการนำส่งพัสดุให้บริษัทขนส่งอยู่ 2 รูปแบบ คือ ร้านค้าจัดส่งสินค้าเอง (Drop Off) และให้ขนส่งเข้ามารับพัสดุ (Pick Up) นอกจากนี้ยังสามารถเลือกใช้บริการ Shopee Supported Logistics หรือบริการ Fulfillment เพิ่มเติมได้

Drop Off คือการที่ร้านค้านำพัสดุที่แพ็กเรียบร้อยแล้วไปส่งเอง ณ จุดบริการรับพัสดุของขนส่งที่เลือก เหมาะสำหรับร้านค้าที่สะดวกเดินทาง ขั้นตอนคือ ตรวจสอบออเดอร์และแพ็กสินค้า พิมพ์ใบปะหน้าพัสดุจากระบบ Shopee Seller Centre นำพัสดุไปส่งยังจุดบริการ เจ้าหน้าที่สแกนบาร์โค้ดรับพัสดุเข้าระบบ และสถานะจะอัปเดตในระบบ Shopee โดยอัตโนมัติ

Pick Up คือการให้บริษัทขนส่งเข้ามารับพัสดุถึงหน้าบ้านหรือคลังสินค้าของร้านค้าโดยตรง เหมาะสำหรับร้านค้าที่มีออเดอร์เยอะหรือไม่สะดวกเดินทางไปส่งเอง ขั้นตอนคือ ตรวจสอบออเดอร์และแพ็กสินค้า พิมพ์ใบปะหน้าพัสดุ นัดหมายขนส่งผ่านระบบ Shopee เลือกวันเวลาที่ต้องการ เมื่อถึงเวลานัดหมายเจ้าหน้าที่จะเข้ามารับและสแกนบาร์โค้ดเข้าระบบ

เป็นเอกสารสำคัญที่ต้องติดบนกล่องพัสดุ ประกอบด้วยข้อมูลผู้ส่ง ผู้รับ เลขติดตามพัสดุ (Tracking Number) และบาร์โค้ดสำหรับให้ขนส่งสแกน ผู้ขายสามารถพิมพ์ได้จากระบบ Shopee Seller Centre หลังจากกดเตรียมการจัดส่ง

ปัญหาที่พบบ่อย เช่น สินค้าเสียหายระหว่างขนส่ง สินค้าสูญหาย จัดส่งล่าช้ากว่ากำหนด หรือข้อมูลที่อยู่ลูกค้าไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อเลือกวิธี Pick Up ปัญหาที่พบบ่อยอีกอย่างคือขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุตามนัดหมาย

สาเหตุหลัก ๆ เช่น บ้านอยู่ในซอยลึกทำให้รถขนส่งเดินทางไม่สะดวกหรือคนขับไม่ชำนาญเส้นทาง และจำนวนออเดอร์ไม่เพียงพอต่อค่ารอบขนส่ง ทำให้บริษัทขนส่งมองว่าการเดินทางมารับพัสดุจำนวนน้อยชิ้นไม่คุ้มค่า โดยเฉพาะร้านค้าที่อยู่ห่างไกลจากศูนย์กระจายสินค้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

LINE OA คืออะไร? พร้อม 7 ฟีเจอร์เด็ดที่เราคัดมาแล้วว่าดี! ช่วยให้การขายง่ายขึ้น!

ปัจจุบัน การสื่อสารผ่านแอปพลิเคชัน LINE กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว จึงทำให้ธุรกิจออนไลน์หลาย ๆ เจ้าต่างมองหาช่องทางเข้าถึงลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ หลายคนอาจคุ้นเคยกับ LINE Official Account หรือ LINE OA กันบ้างแล้ว แต่ยังสงสัยว่าจริง ๆ แล้ว LINE OA คือเครื่องมือที่ทรงพลังเพียงใดในการช่วยให้การขายของออนไลน์ง่ายขึ้นและเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ในบทความนี้ MyCloud จะพาคุณไปรู้จักทุกซอกมุม พร้อมฟีเจอร์เด็ด ๆ ที่จะเปลี่ยนการขายของคุณไปตลอดกาล  LINE OA คืออะไร LINE OA คือบัญชี LINE รูปแบบพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจและร้านค้าโดยเฉพาะ แตกต่างจากบัญชี LINE ส่วนตัวทั่วไป LINE OA จึงกลายมาเป็นอีกช่องทางอย่างเป็นทางการที่แบรนด์สามารถใช้สื่อสาร ทำการตลาด โปรโมทสินค้าและบริการ รวมถึงสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าจำนวนมากได้อย่างมืออาชีพ โดยเฉพาะในยุคของ Chat Commerce ที่การซื้อขายผ่านแชตกลายเป็นพฤติกรรมหลักของผู้บริโภค ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ LINE OA ก็พร้อมเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายและสร้างการเติบโตในโลกการขายของออนไลน์ได้อีกด้วย     7 ฟีเจอร์เด็ดบน LINE […]

ส่งสินค้าไปต่างประเทศ ง่ายกว่าที่คิด ด้วยบริการจัดการออเดอร์ส่งต่างประเทศ จาก MyCloud

การเติบโตของธุรกิจในยุคดิจิทัลไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ในประเทศอีกต่อไป! หากคุณคือเจ้าของแบรนด์หรือธุรกิจ E-Commerce ที่กำลังมองหาโอกาส “ขยายธุรกิจสู่ตลาดสากล” แต่ยังกังวลกับความยุ่งยากของระบบขนส่งข้ามประเทศ ค่าใช้จ่ายที่ควบคุมไม่ได้ หรือปวดหัวกับเอกสารศุลกากรที่ซับซ้อน ความท้าทายสำคัญของการส่งสินค้าต่างประเทศคือ ขั้นตอนที่ซับซ้อน ทั้งเอกสารศุลกากร การเลือกสายขนส่งที่เหมาะสม การคำนวณค่าส่งที่ยุติธรรม และการติดตามพัสดุข้ามพรมแดน ปัญหาเหล่านี้คือเหตุผลที่ MyCloud Fulfillment พัฒนาระบบ International Shipping ที่จัดการทุกอย่างให้คุณตั้งแต่ต้นจนจบ วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับ บริการจัดการออเดอร์ส่งต่างประเทศ (International Shipping) จาก MyCloud Fulfillment ผู้ช่วยหลังบ้านคนสำคัญที่จะพาแบรนด์ของคุณบุกตลาดโลกได้อย่างง่ายดายครับ ปัญหาของการส่งสินค้าไปต่างประเทศมีอะไรบ้าง? การส่งสินค้าไปต่างประเทศเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยขยายธุรกิจได้มาก แต่ในความเป็นจริงก็มีปัญหาและอุปสรรคหลายอย่างที่คนทำธุรกิจต้องเตรียมรับมือครับ ซึ่งปัญหาหลักๆ สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ด้าน ดังนี้ครับ 1. ปัญหาด้านค่าใช้จ่ายและต้นทุน (Costs & Fees) 2. ความยุ่งยากด้านกฎหมายและเอกสาร (Regulations & Documentation) 3. ปัญหาการควบคุมคุณภาพและการจัดส่ง (Logistics & Handling) 4. การบริการหลังการขาย (After-Sales & Returns) […]

ส่งของไปต่างประเทศง่ายขึ้นด้วย MyCloud Fulfillment ผ่าน Teleport ครบทั้งเก็บ แพ็ค และจัดส่ง

ร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการขยายตลาดไปยังสิงคโปร์ มาเลเซีย หรือฮ่องกง สามารถใช้บริการจัดการออเดอร์ส่งต่างประเทศผ่าน Teleport ได้ โดย MyCloud Fulfillment ช่วยดูแลตั้งแต่การจัดเก็บสินค้า ตัดสต็อก หยิบ แพ็ค ไปจนถึงส่งพัสดุออกจากคลัง ส่วน Teleport รับหน้าที่ขนส่งพัสดุด่วนไปยังประเทศปลายทาง โดยมีระยะเวลาจัดส่งประมาณ 1–3 วัน* นี่จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับธุรกิจ E-commerce ที่ต้องการเริ่มขายสินค้าในต่างประเทศ โดยไม่ต้องเพิ่มทีมงานหรือจัดการทุกออเดอร์ด้วยตัวเอง *ระยะเวลาจัดส่งอาจเปลี่ยนแปลงตามขั้นตอนศุลกากรของประเทศปลายทางและเงื่อนไขของผู้ให้บริการขนส่ง Teleport คืออะไร? Teleport คือผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนระหว่างประเทศภายใต้เครือข่ายโลจิสติกส์ของกลุ่มสายการบิน AirAsia ให้บริการขนส่งทางอากาศไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย สำหรับบริการผ่าน MyCloud Fulfillment ปัจจุบันรองรับการจัดส่งไปยัง 3 ประเทศ ได้แก่ จุดเด่นของ Teleport คือระยะเวลาจัดส่งที่รวดเร็วและราคาคุ้มค่า เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการส่งสินค้าไปยังตลาดหลักในเอเชียโดยเฉพาะ MyCloud Fulfillment จัดการออเดอร์ส่งต่างประเทศ ผ่าน Teleport ดีกว่าอย่างไร? 1. ส่งเร็วถึงปลายทางภายในประมาณ 1–3 วัน Teleport […]

LINE OA คืออะไร? พร้อม 7 ฟีเจอร์เด็ดที่เราคัดมาแล้วว่าดี! ช่วยให้การขายง่ายขึ้น!

ปัจจุบัน การสื่อสารผ่านแอปพลิเคชัน LINE กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว จึงทำให้ธุรกิจออนไลน์หลาย ๆ เจ้าต่างมองหาช่องทางเข้าถึงลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ หลายคนอาจคุ้นเคยกับ LINE Official Account หรือ LINE OA กันบ้างแล้ว แต่ยังสงสัยว่าจริง ๆ แล้ว LINE OA คือเครื่องมือที่ทรงพลังเพียงใดในการช่วยให้การขายของออนไลน์ง่ายขึ้นและเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ในบทความนี้ MyCloud จะพาคุณไปรู้จักทุกซอกมุม พร้อมฟีเจอร์เด็ด ๆ ที่จะเปลี่ยนการขายของคุณไปตลอดกาล  LINE OA คืออะไร LINE OA คือบัญชี LINE รูปแบบพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจและร้านค้าโดยเฉพาะ แตกต่างจากบัญชี LINE ส่วนตัวทั่วไป LINE OA จึงกลายมาเป็นอีกช่องทางอย่างเป็นทางการที่แบรนด์สามารถใช้สื่อสาร ทำการตลาด โปรโมทสินค้าและบริการ รวมถึงสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าจำนวนมากได้อย่างมืออาชีพ โดยเฉพาะในยุคของ Chat Commerce ที่การซื้อขายผ่านแชตกลายเป็นพฤติกรรมหลักของผู้บริโภค ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ LINE OA ก็พร้อมเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายและสร้างการเติบโตในโลกการขายของออนไลน์ได้อีกด้วย     7 ฟีเจอร์เด็ดบน LINE […]

ส่งสินค้าไปต่างประเทศ ง่ายกว่าที่คิด ด้วยบริการจัดการออเดอร์ส่งต่างประเทศ จาก MyCloud

การเติบโตของธุรกิจในยุคดิจิทัลไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ในประเทศอีกต่อไป! หากคุณคือเจ้าของแบรนด์หรือธุรกิจ E-Commerce ที่กำลังมองหาโอกาส “ขยายธุรกิจสู่ตลาดสากล” แต่ยังกังวลกับความยุ่งยากของระบบขนส่งข้ามประเทศ ค่าใช้จ่ายที่ควบคุมไม่ได้ หรือปวดหัวกับเอกสารศุลกากรที่ซับซ้อน ความท้าทายสำคัญของการส่งสินค้าต่างประเทศคือ ขั้นตอนที่ซับซ้อน ทั้งเอกสารศุลกากร การเลือกสายขนส่งที่เหมาะสม การคำนวณค่าส่งที่ยุติธรรม และการติดตามพัสดุข้ามพรมแดน ปัญหาเหล่านี้คือเหตุผลที่ MyCloud Fulfillment พัฒนาระบบ International Shipping ที่จัดการทุกอย่างให้คุณตั้งแต่ต้นจนจบ วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับ บริการจัดการออเดอร์ส่งต่างประเทศ (International Shipping) จาก MyCloud Fulfillment ผู้ช่วยหลังบ้านคนสำคัญที่จะพาแบรนด์ของคุณบุกตลาดโลกได้อย่างง่ายดายครับ ปัญหาของการส่งสินค้าไปต่างประเทศมีอะไรบ้าง? การส่งสินค้าไปต่างประเทศเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยขยายธุรกิจได้มาก แต่ในความเป็นจริงก็มีปัญหาและอุปสรรคหลายอย่างที่คนทำธุรกิจต้องเตรียมรับมือครับ ซึ่งปัญหาหลักๆ สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ด้าน ดังนี้ครับ 1. ปัญหาด้านค่าใช้จ่ายและต้นทุน (Costs & Fees) 2. ความยุ่งยากด้านกฎหมายและเอกสาร (Regulations & Documentation) 3. ปัญหาการควบคุมคุณภาพและการจัดส่ง (Logistics & Handling) 4. การบริการหลังการขาย (After-Sales & Returns) […]

ส่งของไปต่างประเทศง่ายขึ้นด้วย MyCloud Fulfillment ผ่าน Teleport ครบทั้งเก็บ แพ็ค และจัดส่ง

ร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการขยายตลาดไปยังสิงคโปร์ มาเลเซีย หรือฮ่องกง สามารถใช้บริการจัดการออเดอร์ส่งต่างประเทศผ่าน Teleport ได้ โดย MyCloud Fulfillment ช่วยดูแลตั้งแต่การจัดเก็บสินค้า ตัดสต็อก หยิบ แพ็ค ไปจนถึงส่งพัสดุออกจากคลัง ส่วน Teleport รับหน้าที่ขนส่งพัสดุด่วนไปยังประเทศปลายทาง โดยมีระยะเวลาจัดส่งประมาณ 1–3 วัน* นี่จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับธุรกิจ E-commerce ที่ต้องการเริ่มขายสินค้าในต่างประเทศ โดยไม่ต้องเพิ่มทีมงานหรือจัดการทุกออเดอร์ด้วยตัวเอง *ระยะเวลาจัดส่งอาจเปลี่ยนแปลงตามขั้นตอนศุลกากรของประเทศปลายทางและเงื่อนไขของผู้ให้บริการขนส่ง Teleport คืออะไร? Teleport คือผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนระหว่างประเทศภายใต้เครือข่ายโลจิสติกส์ของกลุ่มสายการบิน AirAsia ให้บริการขนส่งทางอากาศไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย สำหรับบริการผ่าน MyCloud Fulfillment ปัจจุบันรองรับการจัดส่งไปยัง 3 ประเทศ ได้แก่ จุดเด่นของ Teleport คือระยะเวลาจัดส่งที่รวดเร็วและราคาคุ้มค่า เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการส่งสินค้าไปยังตลาดหลักในเอเชียโดยเฉพาะ MyCloud Fulfillment จัดการออเดอร์ส่งต่างประเทศ ผ่าน Teleport ดีกว่าอย่างไร? 1. ส่งเร็วถึงปลายทางภายในประมาณ 1–3 วัน Teleport […]