Knowledge Center

เริ่มต้นขายของใน Shopee จัดส่งสินค้ายังไง? กับ 4 วิธีที่สามารถทำตามได้ง่าย ๆ 

ขายของใน Shopee

เริ่มขายของใน Shopee ออเดอร์แรกเข้าแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่า ขายของใน Shopee ส่งยังไง? ไม่ต้องเครียด! ในบทความนี้ MyCloud จะพาคุณไปไขข้อข้องใจ และทำความรู้จักขั้นตอนการจัดส่งสินค้าบน Shopee อย่างละเอียด พร้อมเทคนิคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การจัดส่งเป็นเรื่องง่ายและมืออาชีพตั้งแต่ครั้งแรก!   

รูปแบบการจัดส่งบน Shopee มีอะไรบ้าง 

ก่อนจะไปดูขั้นตอนการจัดส่ง เรามาทำความเข้าใจรูปแบบการจัดส่งหลัก ๆ ที่ Shopee รองรับกันก่อน เพื่อให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะสมกับร้านค้าของคุณมากที่สุด โดยทั่วไปแล้ว การจัดส่งสินค้าบน Shopee ที่ร้านค้าสามารถจัดการได้เอง (Non-Shopee Supported Logistics) หรือที่ Shopee รองรับ (Shopee Supported Logistics) จะมีตัวเลือกหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการนำส่งพัสดุให้บริษัทขนส่งอยู่ 2 รูปแบบ คือ  

ส่งแบบ Drop Off

ร้านค้าจัดส่งสินค้าเอง (Drop Off) 

Drop Off คือการที่ร้านค้านำพัสดุที่แพ็กเรียบร้อยแล้วไปส่งเอง ณ จุดบริการรับพัสดุของบริษัทขนส่งที่เลือกไว้ วิธีนี้เหมาะสำหรับร้านค้าที่สะดวกเดินทางหรือมีจุดบริการขนส่งอยู่ไม่ไกล ขั้นตอนการจัดส่งแบบ Drop Off ดังนี้ 

  1. ตรวจสอบออเดอร์และแพ็กสินค้าให้เรียบร้อย
  2. พิมพ์ใบปะหน้าพัสดุจากระบบ Shopee Seller Centre
  3. นำพัสดุพร้อมใบปะหน้าไปส่งยังจุดบริการของขนส่งที่เลือก
  4. เจ้าหน้าที่ขนส่งจะสแกนบาร์โค้ดบนใบปะหน้าเพื่อรับพัสดุเข้าระบบ
  5. สถานะการจัดส่งจะอัปเดตในระบบ Shopee โดยอัตโนมัติ 

ขนส่งเข้ารับพัสดุ (Pick Up) 

Pick Up คือการให้บริษัทขนส่งเข้ามารับพัสดุถึงหน้าบ้านหรือคลังสินค้าของร้านค้าโดยตรง วิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาและสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทางไปเอง เหมาะสำหรับร้านค้าที่มีจำนวนออเดอร์ต่อวันค่อนข้างเยอะหรือไม่สะดวกเดินทางไปส่งเอง และสำหรับขั้นตอนการจัดส่งแบบ Pick Up มีดังนี้ 

  1. ตรวจสอบออเดอร์และแพ็กสินค้าให้เรียบร้อย
  2. พิมพ์ใบปะหน้าพัสดุจากระบบ Shopee Seller Centre
  3. ทำการนัดหมายให้ขนส่งเข้ารับพัสดุผ่านระบบ Shopee (เลือกวันและเวลาที่ต้องการ)
  4. เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ขนส่งจะเข้ามารับพัสดุ
  5. เจ้าหน้าที่ขนส่งจะสแกนบาร์โค้ดบนใบปะหน้าเพื่อรับพัสดุเข้าระบบ
  6. สถานะการจัดส่งจะอัปเดตในระบบ Shopee โดยอัตโนมัติ 

นอกจากรูปแบบ Drop Off และ Pick Up แล้ว ร้านค้ายังสามารถเลือกใช้บริการ Shopee Fulfillment ซึ่งเป็นบริการที่ Shopee ดูแลคลังสินค้าให้ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่รับสินค้าเข้า จัดเก็บ แพ็ก ไปจนถึงจัดส่ง โดย Shopee จะดำเนินการทั้งหมดแทนร้านค้า เหมาะสำหรับร้านค้าที่ต้องการลดภาระเรื่องสต๊อกและการจัดส่งโดยตรง 

Drop Off กับ Pick Up แตกต่างกันอย่างไร 

ความแตกต่างหลักระหว่าง Drop Off และ Pick Up คือ “ใคร” เป็นผู้นำส่งพัสดุไปยังบริษัทขนส่ง 

  • Drop Off ร้านค้าเป็นผู้นำพัสดุไปส่งเองที่จุดบริการของขนส่ง ข้อดี คือมีความยืดหยุ่นเรื่องเวลาส่ง ภายในเวลาทำการของจุดบริการ แต่ต้องเสียเวลาและอาจมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มเติม 
  • Pick Up บริษัทขนส่งเป็นผู้เข้ามารับพัสดุถึงที่ร้านค้า ข้อดี คือสะดวกสบาย ประหยัดเวลาเดินทาง แต่ต้องจัดการออเดอร์ให้พร้อมตามรอบที่นัดหมาย และอาจมีเงื่อนไขเรื่องจำนวนพัสดุขั้นต่ำ ในบางกรณี

ทั้งนี้ การเลือกใช้บริการแบบไหน ขึ้นอยู่กับความสะดวก ปริมาณออเดอร์และทำเลที่ตั้งของร้านค้าเป็นสำคัญ 

ขายของใน Shopee ส่งยังไง? 

เมื่อเข้าใจรูปแบบการจัดส่งเบื้องต้นแล้ว ทีนี้มาดูขั้นตอนโดยละเอียดว่า หากคุณเป็น Shopee Seller และมีออเดอร์เข้ามา จะต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าปลายทางได้อย่างรวดเร็วที่สุด  

1. ตรวจสอบออเดอร์ที่ต้องจัดส่ง  

สิ่งแรกที่ต้องทำ คือเข้าไปที่ Shopee Seller Centre เพื่อตรวจสอบรายการสั่งซื้อใหม่ที่เข้ามา ดูรายละเอียดสินค้า จำนวน ที่อยู่จัดส่งของลูกค้า ละช่องทางการจัดส่งที่ลูกค้าเลือก (หากมี) ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการจัดส่ง  

2. เลือกวิธีการจัดส่ง

หลังจากตรวจสอบออเดอร์และเตรียมสินค้าเรียบร้อยแล้ว คุณจะต้องเลือกวิธีการจัดส่งว่าจะใช้บริการขนส่งเจ้าไหน และจะนำส่งพัสดุให้ขนส่งด้วยวิธีใด หากคุณเลือก Drop Off ก็ต้องเตรียมนำพัสดุไปส่งที่จุดบริการให้พร้อม หรือเลือกแบบ Pick Up ก็ต้องแพ็คสินค้าให้ทัน เพื่อเตรียมการนัดหมายให้ขนส่งเข้ามารับ 

โดยทั่วไปแล้ว ในระบบ Shopee Seller Centre เมื่อคุณกด “เตรียมการจัดส่ง” ระบบจะแนะนำหรือให้คุณเลือกบริษัทขนส่งที่รองรับ จากนั้นคุณสามารถเลือกได้ว่าจะ Drop-off หรือให้ Pick-up หากขนส่งนั้น ๆ มีบริการ Pick-up ในพื้นที่ของคุณ 

3. พิมพ์ใบปะหน้าพัสดุ 

ใบปะหน้าพัสดุ

ใบปะหน้าพัสดุ (Shipping Label) เป็นเอกสารสำคัญที่ต้องติดบนกล่องพัสดุ ซึ่งจะประกอบด้วยข้อมูลผู้ส่ง ผู้รับ เลขติดตามพัสดุ (Tracking Number) และบาร์โค้ดสำหรับให้ขนส่งสแกน ผู้ขายสามารถพิมพ์ใบปะหน้าได้จากระบบ Shopee Seller Centre หลังจากกดเตรียมการจัดส่งแล้ว อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลบนใบปะหน้าทุกครั้งก่อนพิมพ์และติดลงบนกล่องพัสดุให้แน่นหนา ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาส่งของผิดให้ลูกค้า เพราะหากเกิดความผิดพลาดจนไม่สามารถจัดส่งได้สำเร็จ อาจส่งผลให้ระบบประเมินเป็นคำสั่งซื้อที่ไม่สมบูรณ์ และเพิ่มอัตรา Non Fulfillment Rate ให้ร้านค้าของคุณโดยไม่รู้ตัวได้ 

4. จัดส่งสินค้า

เมื่อแพ็กสินค้าและติดใบปะหน้าเรียบร้อย ก็ถึงขั้นตอนการจัดส่งจริง ถ้าเลือกขั้นตอนการจัดส่งแบบ Drop Off ต้องนำพัสดุไปส่งยังจุดบริการของบริษัทขนส่งที่คุณเลือกไว้ ยื่นพัสดุให้เจ้าหน้าที่สแกนและเก็บหลักฐานการส่ง ในกรณีที่เลือกแบบ Pick Up รอเจ้าหน้าที่ขนส่งติดต่อและเข้ามารับพัสดุตามวันเวลาที่นัดหมาย ยื่นพัสดุให้เจ้าหน้าที่สแกน หลังจากขนส่งสแกนพัสดุเข้าระบบแล้ว สถานะการจัดส่งใน Shopee จะอัปเดต ลูกค้าจะสามารถติดตามสถานะพัสดุของตนเองได้ 

ปัญหาที่อาจพบได้ในการจัดส่งสินค้าถึงลูกค้าปลายทาง มีอะไรบ้าง

แม้ว่ากระบวนการจัดส่งจะเป็นขั้นตอน แต่ก็อาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้ระหว่างทาง ปัญหาที่พบบ่อย เช่น สินค้าเสียหายระหว่างขนส่ง, สินค้าสูญหาย, จัดส่งล่าช้ากว่ากำหนดหรือข้อมูลที่อยู่ลูกค้าไม่ถูกต้อง แต่ปัญหาหนึ่งที่สร้างความปวดหัวให้ผู้ขายออนไลน์ที่จัดการแพ็กและส่งสินค้าเอง โดยเฉพาะเมื่อเลือกวิธี Pick Up คือขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุตามนัดหมาย ซึ่งมักมีสาเหตุหลัก ๆ เช่น เป็นบ้านที่อยู่ในซอยลึก ๆ ทำให้การเดินทางของรถขนส่งไม่สะดวกหรือคนขับไม่ชำนาญเส้นทาง, จำนวนออเดอร์ไม่เพียงพอต่อค่ารอบขนส่ง บริษัทขนส่งอาจมองว่าการเดินทางมารับพัสดุจำนวนน้อยชิ้นไม่คุ้มค่า โดยเฉพาะหากร้านค้าตั้งอยู่ห่างไกลจากศูนย์กระจายสินค้า อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการที่ขนส่งเข้ารับสินค้าไม่สำเร็จจะไม่ถูกหักคะแนน Fast Handover Rate ก็ตาม แต่ก็อาจจะทำให้ความน่าเชื่อของลูกค้าที่มีต่อร้านค้าลดลง และเสียโอกาสในการขายได้ 

MyCloud Fulfillment เข้าใจปัญหานี้ดี! ในฐานะที่เราเป็นพาร์ทเนอร์กับขนส่งชั้นนำหลายแห่ง เราการันตีการเข้ารับพัสดุที่ตรงเวลา ให้กับร้านค้าที่ใช้บริการคลังสินค้าออนไลน์ของเราได้ MyCloud ทำงานอย่างเป็นระบบ มีระบบ Timestamp บันทึกเวลาที่แน่นอนว่า ออเดอร์ของคุณพร้อมสำหรับการจัดส่งแล้ว ซึ่งบันทึกนี้จะถูกส่งต่อไปยัง Marketplace และบริษัทขนส่ง ทำให้มีหลักฐานชัดเจนว่าร้านค้าได้เตรียมสินค้าพร้อมส่งตามกำหนดเวลาแล้ว ช่วยลดปัญหาข้อโต้แย้งเรื่องความล่าช้าที่ไม่ได้เกิดจากร้านค้า และยังเป็นข้อมูลสำคัญในการประสานงานให้ขนส่งเข้ามารับสินค้าตาม SLA ที่ตกลงกันไว้ 

นอกจากนี้ ยังไม่ต้องกังวลถึงปริมาณออเดอร์จะเพียงพอต่อค่ารอบขนส่งไหม? หากใช้บริการ MyCloud เรามีรอบรถของขนส่งที่จะเข้ามาทำการรับสินค้าทุกวันอย่างสม่ำเสมอ คำสั่งซื้อเข้ามาผ่านระบบ OMS ปุ๊บ เราจัดการทุกขั้นตอนได้อย่างครอบคลุมตั้งแต่ลูกค้ากดสั่งซื้อสินค้าเข้าและระบบจะดึงออเดอร์ทุก ๆ 5 นาที อัปเดตไปยังคลังสินค้าเพื่อทำการแพ็ก และยังสามารถจัดการออเดอร์ให้จัดส่งภายใน 24 ชม. การันตีจัดส่งทัน 99.5% และยังสามารถตรวจสอบสถานะการแพ็กได้รายออเดอร์ หากร้านค้าต้องการความมั่นใจและตรวจสอบว่าออเดอร์แต่ละรายการแพ็กเสร็จสิ้นเมื่อใดก็สามารถทำได้ เพราะเรามีระบบ CCTV บันทึกการทำงาน ณ ทุกโต๊ะแพ็กสินค้า ช่วยให้ติดตามและยืนยันความพร้อมของออเดอร์ได้อย่างโปร่งใส เลือกใช้บริการ Fulfillment Service จาก MyCloud ช่วยลดภาระและความกังวลเรื่องการจัดส่งสินค้า ทำให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับการพัฒนาสินค้าและการตลาดได้อย่างเต็มที่แน่นอน 

ลูกค้าปลายทางรับพัสดุ

สรุปบทความ 

การทำความเข้าใจว่า ขายของใน Shopee ส่งยังไง ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มนี้ เพราะการเลือกวิธีการจัดส่งที่เหมาะสม เตรียมสินค้าและเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงการจัดการปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการขนส่งสินค้า ก็จะช่วยให้ร้านค้าของคุณดำเนินการได้อย่างราบรื่น สร้างความประทับใจให้ลูกค้า และเติบโตได้อย่างยั่งยืน หากคุณต้องการตัวช่วยที่ทำให้เรื่องการจัดส่งเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพ MyCloud Fulfillment พร้อมให้บริการเพื่อสนับสนุนธุรกิจของคุณในทุกขั้นตอน สนใจหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

FIFO, LIFO, FEFO คืออะไร การการหยิบสินค้าแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร

จริง ๆ แล้วทุกขั้นตอนของการบริการ fulfillment มีความสำคัญทั้งหมดเลยครับ แต่บางคนอาจจะให้ความสำคัญไปที่ขั้นตอนการเก็บ การเเพ็ค และส่งมากกว่า จนลืมไปว่าหากขั้นตอนการหยิบสินค้าก่อนแพ็คผิดผลาดก็อาจเกิดปัญหาในขั้นตอนถัด ๆ มาได้ครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ใน ขั้นตอนการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้า ผมได้ยกตัวอย่างวิธีการหยิบสินค้า ที่คลังสินค้าต่าง ๆ มักใช้กันไปแล้วนะครับ blog นี้ผมจึงอยากให้ทุกคนรู้จักรูปแบบการหยิบสินค้ากันบ้างครับ  FIFO คืออะไร  FIFO หรือ First-In First-Out คือระบบการจัดการสินค้าตามลำดับเข้าก่อน-ออกก่อน โดยการหยิบสินค้าที่เข้าคลังก่อน ออกไปแพ็กและจัดส่งก่อนเสมอ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดปัญหาสินค้าเสื่อมสภาพจากการเก็บไว้นาน หรือสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวน เปลี่ยนราคาอยู่บ่อย ๆ  และยังทำให้การหมุนเวียนสินค้าในคลังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างสินค้าเช่น เสื้อผ้า รองเท้า รวมถึงสินค้าที่มีหลายชนิดและมีการเปลี่ยนแปลงสต๊อกบ่อยครั้ง อย่างอุปกรณ์แฟชัน ของตกแต่งหรือเครื่องใช้ต่าง ๆ เป็นต้น  นอกจากนี้ การใช้ระบบ FIFO ยังช่วยให้สินค้าที่อยู่ในคลังเป็นล็อตล่าสุดอยู่เสมอ ช่วยให้การบริหารสต๊อกง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงของสินค้าค้างสต๊อกได้ครับ ประโยชน์ของการหยิบสินค้าแบบ FIFO  FEFO คืออะไร  […]

7 วิธีแพ็คสินค้าฉบับมือโปร ทำอย่างไรให้สินค้าถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย 

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของออนไลน์ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า คือคุณภาพในการจัดส่งสินค้า นอกจากความรวดเร็วแล้ว การแพ็คสินค้าอย่างดีก็จะช่วยปกป้องสินค้าให้ถึงมือผู้รับในสภาพสมบูรณ์ วันนี้เรามีเทคนิคการแพ็คของออนไลน์แบบมืออาชีพมาฝากกัน โดยจะช่วยให้การจัดส่งสินค้าของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความประทับใจตั้งแต่ลูกค้าได้รับสินค้าเลย   แพ็คสินค้า ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง  ก่อนจะเริ่มแพ็คสินค้า สิ่งสำคัญที่พ่อค้าแม่ค้าต้องเตรียมให้พร้อม คืออุปกรณ์สำหรับแพ็คของ การมีอุปกรณ์ที่ครบครันจะช่วยให้ขั้นตอนการแพ็คสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยอุปกรณ์ที่ควรมีประกอบด้วย  7 วิธีการแพ็คสินค้าให้ถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย  การแพ็คสินค้าให้ปลอดภัยไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใส่ใจในทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะถึงมือลูกค้าในสภาพสมบูรณ์ มาดูวิธีแพ็คของออนไลน์ที่ถูกต้องกันว่าจะมีอะไรบ้าง ดังนี้  1. เลือกขนาดกล่องให้เหมาะสมกับสินค้า ขั้นตอนแรกคือการเลือกบรรจุภัณฑ์หรือกล่องพัสดุให้เหมาะกับประเภทสินค้า เช่น เสื้อผ้าหรือสินค้าที่ทนต่อแรงกระแทกได้ดี สามารถใช้ซองพลาสติกได้ แต่สำหรับสินค้าที่แตกหักง่าย ก็จำเป็นต้องแพ็คสินค้าด้วยกล่องที่มีขนาดพอเหมาะ ไม่ใหญ่จนสินค้าขยับได้ และไม่เล็กเกินไปจนไม่มีพื้นที่ใส่วัสดุกันกระแทก  นอกจากนี้ คุณภาพและวัสดุของกล่องก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะความหนาของกล่องที่ต้องทนทานพอที่จะปกป้องสินค้าจากการโยนของพนักงานขนส่ง หรือแรงกดทับเมื่อถูกวางซ้อนกับกล่องอื่น ๆ ปัจจุบันมีนวัตกรรมการผลิตกล่องใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงโดยไม่เพิ่มน้ำหนักมากนัก ทำให้สามารถปกป้องสินค้าได้ดียิ่งขึ้นตลอดการเดินทางไปถึงมือลูกค้า   2. เลือกกล่องที่ได้คุณภาพ  การเลือกใช้กล่องคุณภาพดีเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว โดยเฉพาะกล่องลูกฟูกที่มีความหนาและแข็งแรงเป็นพิเศษ เพราะถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อการใช้งาน ซึ่งสามารถปกป้องสินค้าด้านใน ลดแรงกระแทกและความเสียระหว่างการขนส่ง เช่น การโยนสินค้า สินค้ามีน้ำหนักที่วางทับกัน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม กล่องที่มีคุณภาพก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่สินค้าจะเสียหายระหว่างการขนส่งได้   3. ป้องกันสินค้าด้วยวัสดุกันกระแทก การจัดส่งสินค้าให้ปลอดภัยต้องใส่ใจเรื่องการป้องกันการกระแทก […]

เจาะลึกโมเดลธุรกิจการเป็นตัวแทนจำหน่าย ไม่สต๊อกสินค้า (Dropship) คืออะไร  

ปัจจุบันใคร ๆ ก็ยึดอาชีพการขายของออนไลน์เป็นหลักกันทั้งนั้น เพราะสามารถทำได้ค่อนข้างง่าย โดยเฉพาะ รูปแบบการทำธุรกิจแบบเป็นตัวแทนจําหน่าย ไม่สต๊อกสินค้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ Dropship ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นโมเดลธุรกิจที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้โดยไม่ต้องลงทุนสูง ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการสินค้าคงคลังและมีความยืดหยุ่นสูง แต่ถึงแม้จะสามารถทำได้ง่าย แต่ถ้าขาดระบบการจัดการหลังบ้านที่ดีก็อาจจะทำให้การขายนั้นยากขึ้นได้ ในวันนี้ MyCloud จะพาไปทำความรู้จักกับการเป็นตัวแทนจําหน่ายแบบไม่สต๊อกสินค้า ข้อดี-ข้อเสีย และวิธีการบริหารจัดการระบบตัวแทนจำหน่ายให้มีประสิทธิภาพกัน   ตัวแทนจำหน่าย ไม่สต๊อกสินค้า คืออะไร ตัวแทนจำหน่าย ไม่สต๊อกสินค้าหรือ Dropship เป็นรูปแบบธุรกิจที่ตัวแทนจำหน่ายไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้ามาเก็บไว้เองล่วงหน้า ไม่ต้องลงทุนในการสต๊อกสินค้าและไม่ต้องจัดส่งสินค้าเอง ซึ่งหน้าที่หลัก ๆ ตัวแทนจำหน่ายนั้น คือการนำข้อมูลสินค้า รูปภาพและรายละเอียดต่าง ๆ ไปทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อหาลูกค้าให้กับร้านค้า เมื่อมีลูกค้าสนใจและตกลงซื้อสินค้า ตัวแทนจำหน่ายจะแจ้งคำสั่งซื้อไปยังเจ้าของสินค้า จากนั้นเจ้าของสินค้าจะเป็นผู้จัดส่งสินค้าจากคลังไปยังลูกค้าโดยตรง การเปิดขายของออนไลน์ด้วยรูปแบบนี้ ช่วยให้ผู้ที่อยากเริ่มต้นธุรกิจแต่มีทุนน้อย หรือผู้ที่ไม่ต้องการรับภาระในการจัดการสินค้าคงคลัง สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่าย เพียงแค่มีทักษะด้านการตลาดและการขายเพื่อนำเสนอสินค้าให้ถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ เท่านี้ก็สามารถหารายได้จากช่องทางนี้ได้แล้ว    ข้อดีของการเป็นตัวแทนจำหน่าย ไม่สต๊อกสินค้า  การเป็นตัวแทนจำหน่ายแบบไม่สต๊อกสินค้ามีข้อดีมากมายทั้งสำหรับตัวแทนจำหน่ายเองและเจ้าของสินค้า มาดูกันว่ามีข้อดีอะไรบ้าง    ขายสินค้าได้หลากหลายอย่างพร้อมกัน สำหรับเจ้าของแบรนด์ การกระจายสินค้าให้หลากหลายและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ การมีสินค้าเพียงประเภทเดียวอาจไม่เพียงพอในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็ว ดังนั้น การเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่หรือเปิดรับตัวแทนจำหน่ายแบบไม่สต๊อกสินค้า (Dropship) […]

FIFO, LIFO, FEFO คืออะไร การการหยิบสินค้าแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร

จริง ๆ แล้วทุกขั้นตอนของการบริการ fulfillment มีความสำคัญทั้งหมดเลยครับ แต่บางคนอาจจะให้ความสำคัญไปที่ขั้นตอนการเก็บ การเเพ็ค และส่งมากกว่า จนลืมไปว่าหากขั้นตอนการหยิบสินค้าก่อนแพ็คผิดผลาดก็อาจเกิดปัญหาในขั้นตอนถัด ๆ มาได้ครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ใน ขั้นตอนการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้า ผมได้ยกตัวอย่างวิธีการหยิบสินค้า ที่คลังสินค้าต่าง ๆ มักใช้กันไปแล้วนะครับ blog นี้ผมจึงอยากให้ทุกคนรู้จักรูปแบบการหยิบสินค้ากันบ้างครับ  FIFO คืออะไร  FIFO หรือ First-In First-Out คือระบบการจัดการสินค้าตามลำดับเข้าก่อน-ออกก่อน โดยการหยิบสินค้าที่เข้าคลังก่อน ออกไปแพ็กและจัดส่งก่อนเสมอ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดปัญหาสินค้าเสื่อมสภาพจากการเก็บไว้นาน หรือสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวน เปลี่ยนราคาอยู่บ่อย ๆ  และยังทำให้การหมุนเวียนสินค้าในคลังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างสินค้าเช่น เสื้อผ้า รองเท้า รวมถึงสินค้าที่มีหลายชนิดและมีการเปลี่ยนแปลงสต๊อกบ่อยครั้ง อย่างอุปกรณ์แฟชัน ของตกแต่งหรือเครื่องใช้ต่าง ๆ เป็นต้น  นอกจากนี้ การใช้ระบบ FIFO ยังช่วยให้สินค้าที่อยู่ในคลังเป็นล็อตล่าสุดอยู่เสมอ ช่วยให้การบริหารสต๊อกง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงของสินค้าค้างสต๊อกได้ครับ ประโยชน์ของการหยิบสินค้าแบบ FIFO  FEFO คืออะไร  […]

7 วิธีแพ็คสินค้าฉบับมือโปร ทำอย่างไรให้สินค้าถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย 

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของออนไลน์ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า คือคุณภาพในการจัดส่งสินค้า นอกจากความรวดเร็วแล้ว การแพ็คสินค้าอย่างดีก็จะช่วยปกป้องสินค้าให้ถึงมือผู้รับในสภาพสมบูรณ์ วันนี้เรามีเทคนิคการแพ็คของออนไลน์แบบมืออาชีพมาฝากกัน โดยจะช่วยให้การจัดส่งสินค้าของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความประทับใจตั้งแต่ลูกค้าได้รับสินค้าเลย   แพ็คสินค้า ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง  ก่อนจะเริ่มแพ็คสินค้า สิ่งสำคัญที่พ่อค้าแม่ค้าต้องเตรียมให้พร้อม คืออุปกรณ์สำหรับแพ็คของ การมีอุปกรณ์ที่ครบครันจะช่วยให้ขั้นตอนการแพ็คสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยอุปกรณ์ที่ควรมีประกอบด้วย  7 วิธีการแพ็คสินค้าให้ถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย  การแพ็คสินค้าให้ปลอดภัยไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใส่ใจในทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะถึงมือลูกค้าในสภาพสมบูรณ์ มาดูวิธีแพ็คของออนไลน์ที่ถูกต้องกันว่าจะมีอะไรบ้าง ดังนี้  1. เลือกขนาดกล่องให้เหมาะสมกับสินค้า ขั้นตอนแรกคือการเลือกบรรจุภัณฑ์หรือกล่องพัสดุให้เหมาะกับประเภทสินค้า เช่น เสื้อผ้าหรือสินค้าที่ทนต่อแรงกระแทกได้ดี สามารถใช้ซองพลาสติกได้ แต่สำหรับสินค้าที่แตกหักง่าย ก็จำเป็นต้องแพ็คสินค้าด้วยกล่องที่มีขนาดพอเหมาะ ไม่ใหญ่จนสินค้าขยับได้ และไม่เล็กเกินไปจนไม่มีพื้นที่ใส่วัสดุกันกระแทก  นอกจากนี้ คุณภาพและวัสดุของกล่องก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะความหนาของกล่องที่ต้องทนทานพอที่จะปกป้องสินค้าจากการโยนของพนักงานขนส่ง หรือแรงกดทับเมื่อถูกวางซ้อนกับกล่องอื่น ๆ ปัจจุบันมีนวัตกรรมการผลิตกล่องใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงโดยไม่เพิ่มน้ำหนักมากนัก ทำให้สามารถปกป้องสินค้าได้ดียิ่งขึ้นตลอดการเดินทางไปถึงมือลูกค้า   2. เลือกกล่องที่ได้คุณภาพ  การเลือกใช้กล่องคุณภาพดีเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว โดยเฉพาะกล่องลูกฟูกที่มีความหนาและแข็งแรงเป็นพิเศษ เพราะถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อการใช้งาน ซึ่งสามารถปกป้องสินค้าด้านใน ลดแรงกระแทกและความเสียระหว่างการขนส่ง เช่น การโยนสินค้า สินค้ามีน้ำหนักที่วางทับกัน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม กล่องที่มีคุณภาพก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่สินค้าจะเสียหายระหว่างการขนส่งได้   3. ป้องกันสินค้าด้วยวัสดุกันกระแทก การจัดส่งสินค้าให้ปลอดภัยต้องใส่ใจเรื่องการป้องกันการกระแทก […]

เจาะลึกโมเดลธุรกิจการเป็นตัวแทนจำหน่าย ไม่สต๊อกสินค้า (Dropship) คืออะไร  

ปัจจุบันใคร ๆ ก็ยึดอาชีพการขายของออนไลน์เป็นหลักกันทั้งนั้น เพราะสามารถทำได้ค่อนข้างง่าย โดยเฉพาะ รูปแบบการทำธุรกิจแบบเป็นตัวแทนจําหน่าย ไม่สต๊อกสินค้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ Dropship ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นโมเดลธุรกิจที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้โดยไม่ต้องลงทุนสูง ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการสินค้าคงคลังและมีความยืดหยุ่นสูง แต่ถึงแม้จะสามารถทำได้ง่าย แต่ถ้าขาดระบบการจัดการหลังบ้านที่ดีก็อาจจะทำให้การขายนั้นยากขึ้นได้ ในวันนี้ MyCloud จะพาไปทำความรู้จักกับการเป็นตัวแทนจําหน่ายแบบไม่สต๊อกสินค้า ข้อดี-ข้อเสีย และวิธีการบริหารจัดการระบบตัวแทนจำหน่ายให้มีประสิทธิภาพกัน   ตัวแทนจำหน่าย ไม่สต๊อกสินค้า คืออะไร ตัวแทนจำหน่าย ไม่สต๊อกสินค้าหรือ Dropship เป็นรูปแบบธุรกิจที่ตัวแทนจำหน่ายไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้ามาเก็บไว้เองล่วงหน้า ไม่ต้องลงทุนในการสต๊อกสินค้าและไม่ต้องจัดส่งสินค้าเอง ซึ่งหน้าที่หลัก ๆ ตัวแทนจำหน่ายนั้น คือการนำข้อมูลสินค้า รูปภาพและรายละเอียดต่าง ๆ ไปทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อหาลูกค้าให้กับร้านค้า เมื่อมีลูกค้าสนใจและตกลงซื้อสินค้า ตัวแทนจำหน่ายจะแจ้งคำสั่งซื้อไปยังเจ้าของสินค้า จากนั้นเจ้าของสินค้าจะเป็นผู้จัดส่งสินค้าจากคลังไปยังลูกค้าโดยตรง การเปิดขายของออนไลน์ด้วยรูปแบบนี้ ช่วยให้ผู้ที่อยากเริ่มต้นธุรกิจแต่มีทุนน้อย หรือผู้ที่ไม่ต้องการรับภาระในการจัดการสินค้าคงคลัง สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่าย เพียงแค่มีทักษะด้านการตลาดและการขายเพื่อนำเสนอสินค้าให้ถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ เท่านี้ก็สามารถหารายได้จากช่องทางนี้ได้แล้ว    ข้อดีของการเป็นตัวแทนจำหน่าย ไม่สต๊อกสินค้า  การเป็นตัวแทนจำหน่ายแบบไม่สต๊อกสินค้ามีข้อดีมากมายทั้งสำหรับตัวแทนจำหน่ายเองและเจ้าของสินค้า มาดูกันว่ามีข้อดีอะไรบ้าง    ขายสินค้าได้หลากหลายอย่างพร้อมกัน สำหรับเจ้าของแบรนด์ การกระจายสินค้าให้หลากหลายและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ การมีสินค้าเพียงประเภทเดียวอาจไม่เพียงพอในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็ว ดังนั้น การเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่หรือเปิดรับตัวแทนจำหน่ายแบบไม่สต๊อกสินค้า (Dropship) […]