Knowledge Center

Metaverse คืออะไร? ส่งผลอย่างไรต่อโลก E-Commerce

Metaverse คืออะไร ส่งผลอย่างไรต่อโลก E Commerce

Metaverse คืออะไร? ส่งผลอย่างไรต่อโลก E-Commerce

          หลาย ๆ คนคงได้ยินคำว่า Metaverse กันมามากพอสมควร อย่างน้อยก็ต้องมีคำว่า Meta ผ่านตามาบ้างจากตอนที่ Facebook เปลี่ยนชื่อใช่ไหมล่ะคะ? จริง ๆ แล้ว จะพูดแบบสรุปเลยก็คือ Metaverse เป็นโลกเสมือนจริง ที่มนุษย์สามารถมีปฏิสัมพันธ์กันผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแทนที่จะเจอกันบนโลกแบบกายภาพ ซึ่งในอดีตความคิดนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องในจินตนาการ และไกลตัว แต่ใครจะคิดว่าในปัจจุบันมนุษย์จะสามารถมีตัวตนแบบดิจิทัล และใช้ชีวิตติดต่อกับคนอื่น ๆ ใช้ชีวิต สร้างคอมมูนิตี้ ทำกิจกรรมความบันเทิง ศิลปะ สร้างรายได้ ลงทุน ไปจนถึงการซื้อขายบนโลกเสมือนจริงนี้ค่ะ

          สำหรับแบรนด์ หรือผู้ประกอบการที่ยังมองภาพของ Metaverse ไม่ออก ต้องเข้าใจก่อนว่า Metaverse นั้นอาศัยเทคโนโลยีที่หลากหลาย มี่ผู้บริโภคหรือผู้ใช้งานดิจิทัลใช้อยู่ ไม่ว่าจะเป็น AR, VR, blockchain, cryptocurrency, หรือ social commerce เองก็ดี

          กล่าวสั้นๆ สำหรับมุมมองของผู้ประกอบการก็คือ metaverse เป็นพื้นที่ว่างเปล่าสำหรับแบรนด์ต่างๆ ที่จะทำสิ่งที่ไม่มีจริงในโลกทางกายภาพ แต่จะทำในสิ่งที่เหนือกว่าและไปไกลกว่านั้น โดยจะสามารถตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ pain point ของผู้ใช้งาน หรือผู้บริโภคบนพื้นที่ดิจิทัลนั่นเอง

          ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคอย่าง AR / VR (Augmented Reality/Virtual Reality)

          แม้ว่า AR และ VR ในความคิดของหลาย ๆ คนอาจจะดูไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วก็แทรกซึมเข้าไปอยู่ในพฤติกรรมการจับจ่าย ซื้อของของผู้บริโภค โดยผู้บริโภคมากกว่า 61% มีแนวโน้มและมีความต้องการที่จะซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ที่ใช้เทคโนโลยี Augmented Reality หรือ AR มากกว่า ดังนั้น AR และ VR จะกลายมาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ขายออนไลน์อย่างแน่นอน

Metaverse และ E-Commerce

          ความเป็นไปได้ของ metaverse ในวงการ E-Commerce นั้นเริ่มชัดจนมากยิ่งขึ้น มีแบรนด์มากมายที่พยายามใช้ช่องทางดิจิทัลใหม่นี้เพื่อสร้างประสบการณ์ในการซื้อ ที่แตกต่าง และราบรื่นมากยิ่งขึ้นซึ่งสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า แลเพิ่มความภักดีของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

          การมอบประสบการ์ณการซื้อดิจิทัลนี้ยังทำให้การซื้อแบบไร้รอยต่อระหว่างช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์ หรือที่เราคุ้นชินกันดีในชื่อ การขายแบบ’omni-channel’ ราบรื่น โดยการที่ร้านค้าพยายามตอบสนองทุกเส้นทางการซื้อเหล่านี้นั้น จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีขั้นสูงและการรวมข้อมูลมหาศาล

          ร้านค้าดิจิทัลเหล่านี้จะรวบรวมส่วนที่ดีที่สุดของออนไลน์และออฟไลน์ไว้ด้วยกัน ผู้ซื้อสามารถช็อปสินค้าเสมือนจริงได้ โดยการ “เดิน” ไปรอบ ๆ ร้านค้า เพลิดเพลินกับการแสดงสินค้าในร้านในรูปแบบ 3 มิติที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี AR และ VR ซึ่งนี่ก็คือการเชื่อมโยงระหว่างการซื้อแบบออฟไลน์ที่จับต้องได้กับความสะดวกและสบายในการซื้อออนไลน์อย่างแท้จริง

Metaverse อุดรอยรั่วของการขาย E-Commerce ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

           เป็นที่รู้กันดีว่าการขายออนไลน์มีจุดด้อยตรงที่ลูกค้าบางคนยังยึดติดกับการได้ลองสินค้าจริง ๆ หรือสินค้าบางชนิดเองก็ไม่สามารถมองผ่านรูปแล้วตัดสินใจซื้อได้เท่านั้น อุปสรรคทางกายภาพเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจออนไลน์ไม่มากก็น้อย แต่ metaverse สามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างตรงจุดค่ะ เหมือนกับว่าสร้างร้านใน Animal Crossing หรือทำ lookbook 360 องศา เพื่อให้ลูกค้าสามารถดูสินค้าได้เหมือนกับที่พวกเขาเห็นในหน้าร้านจริงได้เลยนั่นเอง หากผู้คนสามารถใช้ประโยชน์จาก metaverse ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตลาด E-Commerceจะเติบโตขึ้นมากกว่าที่เป็นมาก

          ตัวอย่างของ Metaverse ในโลก E-Commerce กระแส Metaverse ช่วยผลักดันให้ธุรกิจค้าปลีกต่าง ๆ พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับความต้องการของผู้ซื้อ และการบริโภคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมข้อมูละฤติกรรมการของผู้ซื้อแต่ละรายในทุกรูปแบบ ทุกแพลตฟอร์ม เพื่อ นำมาวิเคราะห์เให้ธุรกิจทำการตลาดแบบเข้าใจผู้บริโภครายบุคคลมากขึ้นทตอนนนี้ประเทศในเอเชียอย่าง

          สิงคโปร์ก็เริ่มพัฒนาบริษัทด้าน Metaverse ทั้งในระดับ Start-ups เช่น BUzZAR และระดับ MSMEs ซึ่งแน่นอนว่าสิงคโปร์ มีศักยภาพและมุ่งเน้นเทคโนโลยี Blockchain และสามารถเป็นผู้นำใน Metaverse ของภูมิภาค ในอีก 5-10 ปีข้างหน้าได้ไม่ยากเลย

          Metaverse นั้นอาจจะกลมกลืนในวัฒนธรรม เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปเลยก็ได้ ทั้งในอุตสาหกรรมด้านแฟชั่น เครื่องประดับ หรือเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถใช้ AR และ VR เพื่อดึงดูดลูกค้าในการทดลองสินค้า เป็นการผสมผสานประสบการณ์การซื้อสินค้าจากหน้าร้านจริงและออนไลน์ อย่างไรก็ตาม การซื้อสินค้าออนไลน์จากเว็บไชต์หรือแอปพลิเคชันเป็นที่นิยมของผู้บริโภคอยู่แล้ว ดังนั้น การพัฒนา Metaverse ใน e-commerce เพื่อทดแทนหรือแย่งส่วนแบ่งการตลาดจาก e-commerce จึงเกิดขึ้นได้ไม่ยาก แต่อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะสมบูรณ์ โดยธุกิจควรจะต้องตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ายุคใหม่ ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และแปลกใหม่มากยิ่งขึ้น

            บทบาทของ Metaverse เริ่มต้นตั้งแต่เผชิญกับโรคระบาดการประชุมออนไลน์ ก็เป็นสิ่งที่ทำจนคุ้นชินไปแล้ว การประชุมทางไกลในพื้นที่เสมือนจริง ในโลก metaverse เองก็สามารถให้เรามีตัวอวตารในการแสดงท่าทางเสมือนจริงขณะประชุมได้เลย หรือจะเป็นการออกกำลังกาย แบบมีเทรนเนอร์ส่วนตัวในโลกเสมือนจริง หรือจะเป็นทางด้าน entertainment เองก็มีคอนเสริตเสมือนจริงขึ้นมาแล้วเหมือนกัน ส่วนในโลก E-Commerce เองก็มีแบรนด์ชื่อดังอย่าง Nike ที่เริ่มหันมาจริงจังในด้านนี้ แนวคิด Metaverse นี้เอง จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การใช้งานแบบสมบูรณ์แบบครบวงจรได้จริงในระยะเวลาอันใกล้ ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ หรืออุตสาหกรรมก็เริ่มมีบทบาท มีความเคลื่อนไหวด้าน Metaverse เพื่อธุรกิจของตัวเองแล้ว ดังนั้นการเตรียมความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และการกำเนิดขึ้นของโลกเสมือน Metaverse นี้จึงจำเป็นและไม่ควรมองข้าม หากไม่อยากกลายเป็นคนล้าสมัย ตามกระแสที่เปลี่ยนไปไม่ทันนั่นเองค่ะ

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ www.mycloudfulfillment.com
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร: 092-472-7742, 098-278-6500
อีเมล: [email protected]
line: @mycloudgroup
MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก
บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Metaverse และ E-Commerce

Metaverse คือโลกเสมือนจริงที่มนุษย์สามารถมีปฏิสัมพันธ์กันผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัย แทนที่จะเจอกันบนโลกกายภาพ โดยผู้ใช้งานสามารถมีตัวตนแบบดิจิทัล สร้างคอมมูนิตี้ ทำกิจกรรมความบันเทิง ลงทุน และซื้อขายบนโลกเสมือนจริงได้

อาศัยเทคโนโลยีหลากหลาย เช่น AR (Augmented Reality), VR (Virtual Reality), Blockchain, Cryptocurrency และ Social Commerce ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีที่ผู้บริโภคดิจิทัลใช้งานอยู่แล้ว

ผู้บริโภคมากกว่า 61% มีแนวโน้มต้องการซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ที่ใช้เทคโนโลยี AR มากกว่า ทำให้ AR/VR กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ขายออนไลน์ในการสร้างประสบการณ์ซื้อสินค้าที่สมจริงมากขึ้น

ช่วยอุดรอยรั่วของการขายออนไลน์ในเรื่องที่ลูกค้าไม่สามารถลองสินค้าจริงได้ก่อนซื้อ เช่น การสร้างร้านค้าเสมือนจริงให้ลูกค้า “เดิน” ชมสินค้าได้ หรือทำ Lookbook 360 องศา ทำให้การซื้อแบบ Omni-channel ระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ราบรื่นมากขึ้น

มีแบรนด์ชื่อดังอย่าง Nike ที่เริ่มจริงจังกับ Metaverse และในภูมิภาคเอเชีย สิงคโปร์ก็เริ่มพัฒนาบริษัทด้าน Metaverse ทั้งระดับ Startup อย่าง BUZZAR และระดับ MSMEs โดยเน้นเทคโนโลยี Blockchain

ควรติดตามและเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพราะ Metaverse มีแนวโน้มพัฒนาไปสู่การใช้งานที่สมบูรณ์แบบมากขึ้นในอนาคต ธุรกิจที่ปรับตัวช้าอาจล้าสมัยตามกระแสที่เปลี่ยนไปไม่ทัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

SIPS ShopeePay คืออะไร โปรแกรมใหม่ช่วยร้านค้าขายต่างประเทศบน Shopee

ก้าวหน้าไปอีกขั้นสำหรับการขาย E-Commerce ที่ต้องการขยายธุรกิจไปตลาดต่างประเทศ แพลตฟอร์ม E-Commerce เองก็มีส่วนช่วย หรือเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขายในการขยายธุรกิจไปขายยังลูกค้าต่างประเทศ อาทิเช่น Taobao หรือ Tmall ในจีนที่สนับสนุนธุรกิจในยุโรปให้เข้ามาขายในจีนได้อย่างง่ายมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องมีร้านค้าแบบออฟไลน์ในประเทศจีนด้วยซ้ำไป            ซึ่งก็มีหลาย ๆ แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจากความช่วยเหลือ หรืออำนวยความสะดวกจากแพลตฟอร์ม แต่ก็ไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่จะสำเร็จ เพราะผู้บริโภคเองก็มีสิทธ์ที่จะเลือกซื้อสินค้าที่โดดเด่น แตกต่างจากแค่การตัดราคากัน หรือมีคุณภาพสูงดึงดูดให้ลูกค้าสนใจ            สำหรับในไทยเองแพลตฟอร์ม E-Commerce บางเจ้าก็เริ่มมีโปรแกรมสนับสนุนผู้ขายดังกล่าว เพื่อช่วยให้ร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มเข้าถึงลูกค้าต่างชาติได้ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น วันนี้ MyCloud มีตัวอย่างโปรแกรม Shopee International Platform จาก Shopee ที่น่าสนใจมาก ๆ มาแนะนำให้ผู้ขายรู้จักกันค่ะ  โปรแกรม SIP คืออะไร?  พ่อค้าแม่ค้า Shopee รู้หรือยังคะ? ตอนนี้ Shopee มีโปรแกรมดี ๆ ที่ช่วยให้คุณสามารถขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศได้ง่ายขึ้นแบบไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเลยค่ะ นั่นคือ โปรแกรม Shopee International Platform หรือ SIP นั่นเอง! […]

โหมดพักร้อน Lazada เปิดใช้ยังไง?

ในยุคที่ธุรกิจออนไลน์ไม่มีวันหยุด การ “พักร้อน” สำหรับเจ้าของร้านค้าใน Lazada อาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริง ๆ แล้ว Lazada มีฟีเจอร์ “โหมดพักร้อน” ที่ช่วยให้ร้านค้าสามารถหยุดรับออเดอร์ชั่วคราวได้อย่างมีระบบ โดยไม่กระทบต่อความน่าเชื่อถือหรือคะแนนร้าน บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ โหมดพักร้อน Lazada พร้อมแนะนำขั้นตอนการเปิดใช้งาน รวมถึงข้อดีข้อเสีย เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจใช้ฟีเจอร์นี้ได้อย่างมั่นใจ โหมดพักร้อน Lazada คืออะไร? โหมดพักร้อน Lazada (Vacation Mode) คือฟีเจอร์ที่ให้เจ้าของร้านค้าหยุดรับออเดอร์ได้ชั่วคราว โดยไม่ต้องปิดร้านหรือยกเลิกสินค้า ระบบจะซ่อนสินค้าทั้งหมดจากหน้าร้าน ทำให้ลูกค้าไม่สามารถกดสั่งซื้อสินค้าได้ในช่วงเวลานั้น ๆ เหมาะสำหรับช่วงเวลาที่เจ้าของร้านไม่สะดวกจัดส่ง เช่น ไปต่างประเทศ ปิดคลังสินค้า หรือมีเหตุสุดวิสัย วิธีเปิดใช้งานฟีเจอร์โหมดพักร้อน Lazada การเปิดใช้งานโหมดพักร้อนทำได้ง่าย ๆ ผ่าน Seller Center โดยมีขั้นตอนดังนี้ (สำหรับการตั้งค่าบน PC) 2.เลือกสถานะเป็น “ON” เปิดใช้งาน > ตั้งค่าวันหยุดใหม่ 3.กำหนดวันที่ต้องการเริ่มต้นและสิ้นสุดการพักร้อน และกดบันทึก (สำเร็จ) […]

Action Center OMS คืออะไร? ศูนย์แจ้งเตือนที่ช่วยลดปัญหาออเดอร์ สต๊อก และ Marketplace

เมื่อขายสินค้าหลายช่องทางพร้อมกัน ปัญหาที่ดูเหมือนเล็ก เช่น Token หมดอายุ สต๊อกสินค้าไม่เพียงพอ ที่อยู่ลูกค้าไม่ครบ หรือ SKU ไม่ได้เชื่อมต่ออย่างถูกต้อง อาจทำให้ออเดอร์หยุดชะงักและร้านค้าสูญเสียโอกาสในการขายได้ Action Center ในระบบ OMS จึงถูกออกแบบมาเพื่อรวบรวมปัญหาที่ต้องตรวจสอบไว้ในจุดเดียว ช่วยให้ร้านค้าเห็นว่ามีรายการใดได้รับผลกระทบ ปัญหาเกิดจากอะไร และควรดำเนินการแก้ไขอย่างไร Action Center คืออะไร? Action Center คือศูนย์รวมการแจ้งเตือนและปัญหาที่เกิดขึ้นภายในระบบจัดการคำสั่งซื้อ หรือ OMS ช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจพบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับออเดอร์ สินค้าคงคลัง การจัดส่ง SKU และการเชื่อมต่อ Marketplace ได้อย่างรวดเร็ว ระบบจะแสดงประเภทปัญหา คำอธิบาย และจำนวนรายการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ร้านค้าจัดลำดับความสำคัญก่อนลงมือแก้ไข คำตอบสั้น: Action Center เปรียบเสมือนรายการงานด่วนของร้านค้า โดยรวบรวมออเดอร์และการตั้งค่าที่ผิดปกติไว้ในหน้าเดียว เพื่อป้องกันออเดอร์ค้าง สต๊อกไม่อัปเดต และการเชื่อมต่อ Marketplace ขาดตอน ทำไมร้านค้าออนไลน์ควรตรวจสอบ Action Center เป็นประจำ? การมีออเดอร์เข้ามาไม่ได้หมายความว่าออเดอร์นั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนจัดส่งได้เสมอ หากข้อมูลหรือการตั้งค่าบางส่วนไม่สมบูรณ์ ออเดอร์อาจถูกพักไว้ในสถานะ […]

SIPS ShopeePay คืออะไร โปรแกรมใหม่ช่วยร้านค้าขายต่างประเทศบน Shopee

ก้าวหน้าไปอีกขั้นสำหรับการขาย E-Commerce ที่ต้องการขยายธุรกิจไปตลาดต่างประเทศ แพลตฟอร์ม E-Commerce เองก็มีส่วนช่วย หรือเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขายในการขยายธุรกิจไปขายยังลูกค้าต่างประเทศ อาทิเช่น Taobao หรือ Tmall ในจีนที่สนับสนุนธุรกิจในยุโรปให้เข้ามาขายในจีนได้อย่างง่ายมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องมีร้านค้าแบบออฟไลน์ในประเทศจีนด้วยซ้ำไป            ซึ่งก็มีหลาย ๆ แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจากความช่วยเหลือ หรืออำนวยความสะดวกจากแพลตฟอร์ม แต่ก็ไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่จะสำเร็จ เพราะผู้บริโภคเองก็มีสิทธ์ที่จะเลือกซื้อสินค้าที่โดดเด่น แตกต่างจากแค่การตัดราคากัน หรือมีคุณภาพสูงดึงดูดให้ลูกค้าสนใจ            สำหรับในไทยเองแพลตฟอร์ม E-Commerce บางเจ้าก็เริ่มมีโปรแกรมสนับสนุนผู้ขายดังกล่าว เพื่อช่วยให้ร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มเข้าถึงลูกค้าต่างชาติได้ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น วันนี้ MyCloud มีตัวอย่างโปรแกรม Shopee International Platform จาก Shopee ที่น่าสนใจมาก ๆ มาแนะนำให้ผู้ขายรู้จักกันค่ะ  โปรแกรม SIP คืออะไร?  พ่อค้าแม่ค้า Shopee รู้หรือยังคะ? ตอนนี้ Shopee มีโปรแกรมดี ๆ ที่ช่วยให้คุณสามารถขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศได้ง่ายขึ้นแบบไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเลยค่ะ นั่นคือ โปรแกรม Shopee International Platform หรือ SIP นั่นเอง! […]

โหมดพักร้อน Lazada เปิดใช้ยังไง?

ในยุคที่ธุรกิจออนไลน์ไม่มีวันหยุด การ “พักร้อน” สำหรับเจ้าของร้านค้าใน Lazada อาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริง ๆ แล้ว Lazada มีฟีเจอร์ “โหมดพักร้อน” ที่ช่วยให้ร้านค้าสามารถหยุดรับออเดอร์ชั่วคราวได้อย่างมีระบบ โดยไม่กระทบต่อความน่าเชื่อถือหรือคะแนนร้าน บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ โหมดพักร้อน Lazada พร้อมแนะนำขั้นตอนการเปิดใช้งาน รวมถึงข้อดีข้อเสีย เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจใช้ฟีเจอร์นี้ได้อย่างมั่นใจ โหมดพักร้อน Lazada คืออะไร? โหมดพักร้อน Lazada (Vacation Mode) คือฟีเจอร์ที่ให้เจ้าของร้านค้าหยุดรับออเดอร์ได้ชั่วคราว โดยไม่ต้องปิดร้านหรือยกเลิกสินค้า ระบบจะซ่อนสินค้าทั้งหมดจากหน้าร้าน ทำให้ลูกค้าไม่สามารถกดสั่งซื้อสินค้าได้ในช่วงเวลานั้น ๆ เหมาะสำหรับช่วงเวลาที่เจ้าของร้านไม่สะดวกจัดส่ง เช่น ไปต่างประเทศ ปิดคลังสินค้า หรือมีเหตุสุดวิสัย วิธีเปิดใช้งานฟีเจอร์โหมดพักร้อน Lazada การเปิดใช้งานโหมดพักร้อนทำได้ง่าย ๆ ผ่าน Seller Center โดยมีขั้นตอนดังนี้ (สำหรับการตั้งค่าบน PC) 2.เลือกสถานะเป็น “ON” เปิดใช้งาน > ตั้งค่าวันหยุดใหม่ 3.กำหนดวันที่ต้องการเริ่มต้นและสิ้นสุดการพักร้อน และกดบันทึก (สำเร็จ) […]

Action Center OMS คืออะไร? ศูนย์แจ้งเตือนที่ช่วยลดปัญหาออเดอร์ สต๊อก และ Marketplace

เมื่อขายสินค้าหลายช่องทางพร้อมกัน ปัญหาที่ดูเหมือนเล็ก เช่น Token หมดอายุ สต๊อกสินค้าไม่เพียงพอ ที่อยู่ลูกค้าไม่ครบ หรือ SKU ไม่ได้เชื่อมต่ออย่างถูกต้อง อาจทำให้ออเดอร์หยุดชะงักและร้านค้าสูญเสียโอกาสในการขายได้ Action Center ในระบบ OMS จึงถูกออกแบบมาเพื่อรวบรวมปัญหาที่ต้องตรวจสอบไว้ในจุดเดียว ช่วยให้ร้านค้าเห็นว่ามีรายการใดได้รับผลกระทบ ปัญหาเกิดจากอะไร และควรดำเนินการแก้ไขอย่างไร Action Center คืออะไร? Action Center คือศูนย์รวมการแจ้งเตือนและปัญหาที่เกิดขึ้นภายในระบบจัดการคำสั่งซื้อ หรือ OMS ช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจพบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับออเดอร์ สินค้าคงคลัง การจัดส่ง SKU และการเชื่อมต่อ Marketplace ได้อย่างรวดเร็ว ระบบจะแสดงประเภทปัญหา คำอธิบาย และจำนวนรายการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ร้านค้าจัดลำดับความสำคัญก่อนลงมือแก้ไข คำตอบสั้น: Action Center เปรียบเสมือนรายการงานด่วนของร้านค้า โดยรวบรวมออเดอร์และการตั้งค่าที่ผิดปกติไว้ในหน้าเดียว เพื่อป้องกันออเดอร์ค้าง สต๊อกไม่อัปเดต และการเชื่อมต่อ Marketplace ขาดตอน ทำไมร้านค้าออนไลน์ควรตรวจสอบ Action Center เป็นประจำ? การมีออเดอร์เข้ามาไม่ได้หมายความว่าออเดอร์นั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนจัดส่งได้เสมอ หากข้อมูลหรือการตั้งค่าบางส่วนไม่สมบูรณ์ ออเดอร์อาจถูกพักไว้ในสถานะ […]