Knowledge Center

SKU Movement คืออะไร? ตรวจสอบทุกความเคลื่อนไหวของสต๊อกได้อย่างละเอียด

SKU Movement คืออะไร

การบริหารสต๊อกไม่ได้จบเพียงแค่การรู้ว่า “เหลือสินค้ากี่ชิ้น” แต่ธุรกิจควรตรวจสอบได้ด้วยว่าสินค้าแต่ละชิ้นถูกเพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนสถานะจากเหตุการณ์ใด

SKU Movement คือรายงานที่บันทึกความเคลื่อนไหวของสินค้าแบบราย SKU ตั้งแต่การรับสินค้าเข้าคลัง การหยิบสินค้าไปแพ็ก การพักขาย การปรับยอด ไปจนถึงการนำสินค้ากลับมาจำหน่าย ช่วยให้ร้านค้าตรวจสอบที่มาที่ไปของสต๊อกและค้นหาสาเหตุของยอดคลาดเคลื่อนได้อย่างเป็นระบบ

SKU Movement คืออะไร?

SKU Movement หรือ “รายงานการเคลื่อนไหว SKU” คือรายงานประวัติการเปลี่ยนแปลงจำนวนและสถานะของสินค้าแต่ละ SKU ภายในคลัง

รายงานจะแสดงข้อมูลสำคัญ เช่น

  • วันที่เกิดรายการ
  • คลังสินค้าที่เกิดความเคลื่อนไหว
  • System SKU และ Shop SKU
  • ประเภทการเคลื่อนไหว
  • จำนวนสินค้าที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง
  • จำนวนสินค้าคงเหลือหลังทำรายการ
  • สาเหตุหรือกิจกรรมที่ทำให้สต๊อกเปลี่ยนแปลง
  • หมายเลขอ้างอิงและหมายเลขคำสั่งซื้อ
  • สภาพสินค้า LOT วันที่ผลิต และวันหมดอายุ

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ร้านค้าไม่ได้เห็นเพียงยอดคงเหลือปัจจุบัน แต่สามารถย้อนกลับไปตรวจสอบเส้นทางของสินค้าได้อย่างละเอียด

 SKU Movement

ทำไมธุรกิจออนไลน์จึงควรติดตาม SKU Movement?

เมื่อร้านค้ามีสินค้า คำสั่งซื้อ หรือช่องทางการขายเพิ่มขึ้น การตรวจสอบสต๊อกด้วยยอดรวมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากยอดสินค้าไม่ตรงกับจำนวนจริง ผู้ดูแลจำเป็นต้องค้นหาให้ได้ว่าความแตกต่างนั้นเกิดขึ้นเมื่อใดและมาจากกิจกรรมใด

รายงาน SKU Movement จึงมีประโยชน์ต่อธุรกิจในหลายด้าน

1. ช่วยกระทบยอดและตรวจสอบความถูกต้องของสต๊อก

ร้านค้าสามารถเปรียบเทียบยอดรับเข้า ยอดนำออก และยอดคงเหลือกับสินค้าที่มีอยู่จริงในคลัง หากพบความผิดปกติ สามารถย้อนดูรายการที่เกี่ยวข้องเพื่อค้นหาสาเหตุได้ทันที

2. ติดตามที่มาที่ไปของสินค้าได้

ทุกความเคลื่อนไหวสามารถเชื่อมโยงกับรายละเอียดกิจกรรมและหมายเลขอ้างอิง เช่น เลขรับสินค้า เลขคำสั่งขาย หรือเลขรายการพักสินค้า ทำให้ตรวจสอบย้อนหลังได้สะดวกขึ้น

3. วางแผนเติมสินค้าได้แม่นยำขึ้น

ความถี่ในการนำสินค้าออกจากคลังช่วยสะท้อนความต้องการของลูกค้า ร้านค้าจึงสามารถนำข้อมูลไปประกอบการวิเคราะห์สินค้าขายดี สินค้าขายช้า และกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเติมสินค้า

4. ช่วยจัดการสินค้าตาม LOT และวันหมดอายุ

สำหรับอาหาร เครื่องสำอาง อาหารเสริม และสินค้าที่มีอายุการใช้งาน รายงานสามารถใช้ติดตาม LOT วันที่ผลิต และวันหมดอายุของสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวได้

5. รองรับการตรวจสอบภายในธุรกิจ

ข้อมูลประวัติที่ละเอียดช่วยลดเวลารวบรวมหลักฐานเมื่อต้องตรวจสอบปัญหาสต๊อก วิเคราะห์ข้อผิดพลาด หรือจัดทำรายงานสำหรับทีมที่เกี่ยวข้อง

ประเภทของ SKU Movement ที่ควรรู้

ความเคลื่อนไหวของสินค้าไม่ได้มีเพียงการรับเข้าและขายออก แต่ยังครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการดำเนินงานภายในคลังด้วย

In – รับสินค้าเข้าคลัง

หมายถึงการนำสินค้าเข้าสู่ระบบคลัง ทำให้จำนวนสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น เช่น การรับสินค้าใหม่และนำสินค้าเข้าสู่พื้นที่พร้อมหยิบ

Out – นำสินค้าออกจากคลัง

หมายถึงการนำสินค้าออกจากระบบคลัง ทำให้จำนวนสินค้าคงคลังลดลง เช่น การยืนยันหยิบสินค้าเพื่อแพ็กและจัดส่งตามคำสั่งซื้อ

Suspend – พักหรือระงับสินค้า

หมายถึงการนำสินค้าออกจากสถานะพร้อมขายชั่วคราว อาจเกิดจากสินค้ามีตำหนิ เสียหาย หมดอายุ ใกล้หมดอายุ หรือพบจำนวนสินค้าไม่ตรงกับระบบ

Adjust In – ปรับเพิ่มสต๊อก

หมายถึงการปรับเพิ่มจำนวนสินค้าจากกิจกรรมภายในคลัง เช่น การตรวจนับแล้วพบว่าสินค้าจริงมีจำนวนมากกว่ายอดในระบบ

Adjust Out – ปรับลดสต๊อก

หมายถึงการปรับลดจำนวนสินค้าจากกิจกรรมภายในคลัง เช่น การตรวจพบสินค้าขาดหรือมีจำนวนจริงน้อยกว่ายอดในระบบ

Resume – นำสินค้ากลับมาขาย

หมายถึงการนำสินค้าที่ถูกพักหรือระงับกลับเข้าสู่สถานะใช้งานและพร้อมจำหน่ายตามปกติ

ข้อมูลสำคัญในรายงาน SKU Movement

เพื่อให้วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของสินค้าได้อย่างถูกต้อง ร้านค้าควรเข้าใจคอลัมน์สำคัญต่อไปนี้

Transaction Date

วันที่และเวลาที่เกิดรายการ ช่วยระบุว่าความเปลี่ยนแปลงของสต๊อกเกิดขึ้นเมื่อใด

Movement Type

ประเภทและทิศทางของความเคลื่อนไหว เช่น In, Out, Suspend, Adjust In, Adjust Out หรือ Resume

Activity Type และ Activity Details

ระบุกิจกรรมหรือสาเหตุที่ทำให้เกิดความเคลื่อนไหว เช่น รับคืนสินค้า ยืนยันการหยิบ พักสินค้าที่เสียหาย หรือปรับยอดกรณีสต๊อกไม่ตรง

Quantity

จำนวนสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวในรายการนั้น เช่น รับเข้า 100 หน่วย หรือนำออก 9 หน่วย

Total On-hand

จำนวนสินค้าคงเหลือทั้งหมดหลังจากรายการดังกล่าวเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น หากรับสินค้าเข้า 100 หน่วย และมีการหยิบออกไปแพ็ก 9 หน่วย ยอด Total On-hand จะเหลือ 91 หน่วย

Reference No. และ Sale Order No.

หมายเลขที่ใช้เชื่อมโยงรายการกับเอกสารหรือคำสั่งซื้อที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้ค้นหาและตรวจสอบกรณีเฉพาะได้รวดเร็วขึ้น

Condition, LOT, EXP และ MFG

ข้อมูลสภาพสินค้า หมายเลขล็อต วันหมดอายุ และวันที่ผลิต เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องควบคุมคุณภาพและอายุสินค้าอย่างใกล้ชิด

ตัวอย่างการใช้ SKU Movement ตรวจสอบสต๊อก

สมมติว่าร้านค้ารับสินค้า SKU A เข้าคลังจำนวน 100 หน่วย จากนั้นคลังหยิบสินค้า 9 หน่วยเพื่อแพ็กตามคำสั่งซื้อ

รายงานจะแสดงความเคลื่อนไหวโดยสรุปดังนี้

  1. สินค้าเข้า 100 หน่วย
  2. สินค้าออก 9 หน่วย
  3. สินค้าคงเหลือหลังทำรายการ 91 หน่วย

หากสินค้า 91 หน่วยที่เหลือถูกพักขายชั่วคราว รายงานจะมีรายการ Suspend เพิ่มขึ้นเพื่อแสดงว่าสินค้ายังอยู่ในคลัง แต่ไม่อยู่ในสถานะพร้อมจำหน่าย

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าการอ่านเฉพาะจำนวนคงเหลืออาจไม่เพียงพอ ร้านค้าควรพิจารณาประเภทและสถานะของความเคลื่อนไหวประกอบกันด้วย

วิธีใช้งานรายงาน SKU Movement บนระบบ OMS ของ MyCloud Fulfillment

ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและดาวน์โหลดรายงานได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. เข้าเมนู “รายงาน”
  2. เลือก “การเคลื่อนไหว SKU”
  3. ตรวจสอบและเลือกคลังสินค้าที่ต้องการ
  4. ค้นหา SKU และกำหนดช่วงวันที่
  5. เลือกสภาพสินค้า หากต้องการกรองเฉพาะ Good, Defect หรือ Broken
  6. สร้างรายงานและเลือกรูปแบบไฟล์
  7. ดาวน์โหลดรายงานเมื่อระบบประมวลผลเสร็จ

ระบบรองรับการดาวน์โหลดทั้งข้อมูลของ SKU ที่เลือกและข้อมูลทุก SKU ในคลัง หากเลือกรายงานทุก SKU ระบบจะรวบรวมข้อมูลเป็นไฟล์ ZIP ซึ่งอาจใช้เวลาประมวลผลตามปริมาณข้อมูล

วิธีใช้งานรายงาน SKU Movement
บนระบบ MyCloud OMS

SKU Movement ช่วยให้บริหารสต๊อกมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างไร?

รายงาน SKU Movement เปลี่ยนข้อมูลสต๊อกจาก “ยอดตัวเลข ณ ปัจจุบัน” ให้กลายเป็น “ประวัติที่ตรวจสอบย้อนกลับได้” ร้านค้าจึงสามารถตอบคำถามสำคัญเกี่ยวกับสินค้าได้ เช่น

  • สินค้าลดลงจากการขายหรือจากการปรับยอด?
  • สินค้ารายการนี้ถูกหยิบให้คำสั่งซื้อใด?
  • สินค้าอยู่ในคลังแต่ถูกพักขายหรือไม่?
  • สต๊อกไม่ตรงเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่รายการใด?
  • LOT ใดกำลังใกล้หมดอายุ?
  • SKU ใดมีความเคลื่อนไหวสูงและควรเติมสินค้า?

เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกรวบรวมอยู่ในรายงานเดียว ทีมงานจะตรวจสอบปัญหาได้เร็วขึ้น วางแผนสินค้าได้แม่นยำขึ้น และลดความเสี่ยงจากการจัดการสต๊อกด้วยข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน

สรุป

SKU Movement เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับร้านค้าที่ต้องการมองเห็นทุกความเคลื่อนไหวของสินค้าแบบราย SKU ตั้งแต่รับเข้า ขายออก พักขาย ปรับยอด ไปจนถึงนำสินค้ากลับมาจำหน่าย

รายงานนี้ช่วยทั้งการตรวจสอบยอดสต๊อก การติดตามคำสั่งซื้อ การจัดการ LOT และวันหมดอายุ รวมถึงการวางแผนเติมสินค้า โดยเฉพาะธุรกิจที่มี SKU จำนวนมากหรือจำหน่ายสินค้าผ่านหลายช่องทาง

MyCloud Fulfillment ช่วยดูแลกระบวนการจัดเก็บ แพ็ก และจัดส่งสินค้า พร้อมระบบ OMS และข้อมูลรายงานที่ช่วยให้ร้านค้าติดตามการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจมีเวลาโฟกัสกับการขายและการเติบโตมากขึ้น

ต้องการบริหารสต๊อกและติดตามทุกความเคลื่อนไหวของสินค้าได้ง่ายขึ้น? ติดต่อ MyCloud Fulfillment เพื่อรับคำปรึกษาเกี่ยวกับบริการ Fulfillment และระบบจัดการออเดอร์สำหรับธุรกิจของคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SKU Movement

SKU Movement คือรายงานประวัติการเปลี่ยนแปลงจำนวนและสถานะสินค้าแบบราย SKU ครอบคลุมการรับเข้า นำออก พักขาย ปรับยอด และนำสินค้ากลับมาขาย

ยอดสต๊อกคงเหลือแสดงจำนวนสินค้า ณ เวลาหนึ่ง ส่วน SKU Movement แสดงประวัติว่าเหตุการณ์ใดทำให้สินค้าเพิ่มขึ้น ลดลง หรือเปลี่ยนสถานะ

ได้ ร้านค้าสามารถย้อนดูวันที่ ประเภทกิจกรรม จำนวนสินค้า และหมายเลขอ้างอิง เพื่อค้นหารายการที่อาจทำให้ยอดในระบบต่างจากสินค้าจริง

Suspend หมายถึงการพักสินค้าจากการขายและการเคลื่อนไหวตามปกติชั่วคราว เช่น สินค้ามีตำหนิ เสียหาย หมดอายุ ใกล้หมดอายุ หรืออยู่ระหว่างตรวจสอบยอดสต๊อก

Total On-hand คือจำนวนสินค้าคงเหลือทั้งหมดในคลังหลังจากเกิดรายการเคลื่อนไหวนั้นแล้ว

ได้ หากสินค้ามีการบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รายงานสามารถแสดง LOT วันผลิต และวันหมดอายุ

ได้ ผู้ใช้งานสามารถเลือกดาวน์โหลดเฉพาะ SKU ที่ค้นหา หรือดาวน์โหลดข้อมูลทุก SKU ในคลังผ่านเมนูสร้างรายงาน

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

เจาะลึกโมเดลธุรกิจการเป็นตัวแทนจำหน่าย ไม่สต๊อกสินค้า (Dropship) คืออะไร  

ปัจจุบันใคร ๆ ก็ยึดอาชีพการขายของออนไลน์เป็นหลักกันทั้งนั้น เพราะสามารถทำได้ค่อนข้างง่าย โดยเฉพาะ รูปแบบการทำธุรกิจแบบเป็นตัวแทนจําหน่าย ไม่สต๊อกสินค้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ Dropship ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นโมเดลธุรกิจที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้โดยไม่ต้องลงทุนสูง ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการสินค้าคงคลังและมีความยืดหยุ่นสูง แต่ถึงแม้จะสามารถทำได้ง่าย แต่ถ้าขาดระบบการจัดการหลังบ้านที่ดีก็อาจจะทำให้การขายนั้นยากขึ้นได้ ในวันนี้ MyCloud จะพาไปทำความรู้จักกับการเป็นตัวแทนจําหน่ายแบบไม่สต๊อกสินค้า ข้อดี-ข้อเสีย และวิธีการบริหารจัดการระบบตัวแทนจำหน่ายให้มีประสิทธิภาพกัน   ตัวแทนจำหน่าย ไม่สต๊อกสินค้า คืออะไร ตัวแทนจำหน่าย ไม่สต๊อกสินค้าหรือ Dropship เป็นรูปแบบธุรกิจที่ตัวแทนจำหน่ายไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้ามาเก็บไว้เองล่วงหน้า ไม่ต้องลงทุนในการสต๊อกสินค้าและไม่ต้องจัดส่งสินค้าเอง ซึ่งหน้าที่หลัก ๆ ตัวแทนจำหน่ายนั้น คือการนำข้อมูลสินค้า รูปภาพและรายละเอียดต่าง ๆ ไปทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อหาลูกค้าให้กับร้านค้า เมื่อมีลูกค้าสนใจและตกลงซื้อสินค้า ตัวแทนจำหน่ายจะแจ้งคำสั่งซื้อไปยังเจ้าของสินค้า จากนั้นเจ้าของสินค้าจะเป็นผู้จัดส่งสินค้าจากคลังไปยังลูกค้าโดยตรง การเปิดขายของออนไลน์ด้วยรูปแบบนี้ ช่วยให้ผู้ที่อยากเริ่มต้นธุรกิจแต่มีทุนน้อย หรือผู้ที่ไม่ต้องการรับภาระในการจัดการสินค้าคงคลัง สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่าย เพียงแค่มีทักษะด้านการตลาดและการขายเพื่อนำเสนอสินค้าให้ถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ เท่านี้ก็สามารถหารายได้จากช่องทางนี้ได้แล้ว    ข้อดีของการเป็นตัวแทนจำหน่าย ไม่สต๊อกสินค้า  การเป็นตัวแทนจำหน่ายแบบไม่สต๊อกสินค้ามีข้อดีมากมายทั้งสำหรับตัวแทนจำหน่ายเองและเจ้าของสินค้า มาดูกันว่ามีข้อดีอะไรบ้าง    ขายสินค้าได้หลากหลายอย่างพร้อมกัน สำหรับเจ้าของแบรนด์ การกระจายสินค้าให้หลากหลายและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ การมีสินค้าเพียงประเภทเดียวอาจไม่เพียงพอในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็ว ดังนั้น การเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่หรือเปิดรับตัวแทนจำหน่ายแบบไม่สต๊อกสินค้า (Dropship) […]

การทำธุรกิจแบบ B2C B2B และ B2B2C ต่างกันยังไง?

ปัจจุบันนี้ธุรกิจส่วนใหญ่นั้นมักจะเจาะกลุ่มตลาดออนไลน์ และให้ความสำคัญกับธุรกิจ E-commerce มากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบในการทำธุรกิจ จากเดิมที่มักจะเห็นธุรกิจแบบ B2C จนชินตา เปลี่ยนมาเป็น ธุรกิจแบบ B2B และ B2B2C เรามาทำความรู้จักธุรกิจทั้งสามแบบ ว่าคืออะไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ? กันดีกว่าครับ   B2B คืออะไร B2B หรือ Business-to-Business คือการทำการค้าระหว่างธุรกิจทำกับธุรกิจด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อ ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุดิบ การผลิตสินค้า หรือการบริการ เพื่อประโยชน์หรือการพัฒนาธุจกิจขององค์กร โดยไม่ใช่การนำไปเพื่ออุปโภคหรือบริโภคเอง เช่น การซื้อผ้ามาเพื่อผลิตเสื้อ ธุรกิจ B2B ที่พบเห็นกันได้บ่อย ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นธุรกิจด้านขนส่งอย่าง DHL เป็นต้น ซึ่ง B2B ก็คล้ายกับ B2C ที่ขยายจากตลาดออฟไลน์มาสู่ตลาดออนไลน์ แต่ต่างกันตรงที่ การทำงานจะเปลี่ยนจาก ระหว่างลูกค้าและเจ้าของธุรกิจ มาเป็น เจ้าของธุรกิจและเจ้าของธุรกิจ โดยการนำระบบออนไลน์นั้นมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจทั้งสองรูปแบบ แต่ธุรกิจแบบ B2B สามารถต่อยอดไปได้ไกลยิ่งขึ้นผ่านระบบ […]

MyCloud Notification ติดตามงานสำคัญผ่าน LINE ไม่ต้องคอยเข้า OMS บ่อย ๆ

การบริหารร้านค้าออนไลน์ไม่ได้จบเพียงแค่รับออเดอร์และส่งสินค้า เพราะในแต่ละวันยังมีสถานะงานอีกหลายรายการที่ทีมต้องติดตาม ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดต Ticket จากทีม Customer Service หรือสถานะการนำสินค้าเข้าคลัง หากทีมต้องคอยเข้าสู่ระบบ OMS เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าด้วยตัวเองอยู่ตลอด อาจทำให้เสียเวลาและมีโอกาสพลาดข้อมูลสำคัญได้ MyCloud Notification จึงถูกออกแบบมาเพื่อส่งการแจ้งเตือนจากระบบ MyCloud OMS ไปยัง LINE ช่วยให้ร้านค้าและทีมงานรับรู้ความเคลื่อนไหวของงานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น MyCloud Notification คืออะไร? MyCloud Notification คือระบบแจ้งเตือนที่ช่วยให้ร้านค้าติดตามสถานะงานจาก MyCloud OMS ผ่าน LINE ได้โดยตรง เมื่อมีการอัปเดตในหัวข้อที่กำหนด ระบบจะส่งข้อมูลให้ทีมรับทราบโดยไม่ต้องคอยเข้าสู่ OMS เพื่อตรวจสอบสถานะซ้ำ ๆ ร้านค้าสามารถเลือกเปิดหรือปิดการแจ้งเตือนแต่ละหัวข้อได้ตามความต้องการ ทำให้แต่ละทีมหรือผู้รับผิดชอบได้รับเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานของตนเอง ทำไมร้านค้าออนไลน์ควรใช้ MyCloud Notification? 1. ลดโอกาสพลาดสถานะงานสำคัญ เมื่อ Ticket หรือสถานะการรับสินค้าเข้าคลังมีการเปลี่ยนแปลง ระบบสามารถส่งการแจ้งเตือนให้ทีมรับทราบ ช่วยลดความเสี่ยงจากการตรวจสอบข้อมูลไม่ทันหรือพลาดรายการที่ต้องดำเนินการต่อ 2. ลดเวลาในการเข้าไปตรวจสอบ OMS ทีมงานไม่จำเป็นต้องเปิด MyCloud OMS บ่อย […]

เจาะลึกโมเดลธุรกิจการเป็นตัวแทนจำหน่าย ไม่สต๊อกสินค้า (Dropship) คืออะไร  

ปัจจุบันใคร ๆ ก็ยึดอาชีพการขายของออนไลน์เป็นหลักกันทั้งนั้น เพราะสามารถทำได้ค่อนข้างง่าย โดยเฉพาะ รูปแบบการทำธุรกิจแบบเป็นตัวแทนจําหน่าย ไม่สต๊อกสินค้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ Dropship ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นโมเดลธุรกิจที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้โดยไม่ต้องลงทุนสูง ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการสินค้าคงคลังและมีความยืดหยุ่นสูง แต่ถึงแม้จะสามารถทำได้ง่าย แต่ถ้าขาดระบบการจัดการหลังบ้านที่ดีก็อาจจะทำให้การขายนั้นยากขึ้นได้ ในวันนี้ MyCloud จะพาไปทำความรู้จักกับการเป็นตัวแทนจําหน่ายแบบไม่สต๊อกสินค้า ข้อดี-ข้อเสีย และวิธีการบริหารจัดการระบบตัวแทนจำหน่ายให้มีประสิทธิภาพกัน   ตัวแทนจำหน่าย ไม่สต๊อกสินค้า คืออะไร ตัวแทนจำหน่าย ไม่สต๊อกสินค้าหรือ Dropship เป็นรูปแบบธุรกิจที่ตัวแทนจำหน่ายไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้ามาเก็บไว้เองล่วงหน้า ไม่ต้องลงทุนในการสต๊อกสินค้าและไม่ต้องจัดส่งสินค้าเอง ซึ่งหน้าที่หลัก ๆ ตัวแทนจำหน่ายนั้น คือการนำข้อมูลสินค้า รูปภาพและรายละเอียดต่าง ๆ ไปทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อหาลูกค้าให้กับร้านค้า เมื่อมีลูกค้าสนใจและตกลงซื้อสินค้า ตัวแทนจำหน่ายจะแจ้งคำสั่งซื้อไปยังเจ้าของสินค้า จากนั้นเจ้าของสินค้าจะเป็นผู้จัดส่งสินค้าจากคลังไปยังลูกค้าโดยตรง การเปิดขายของออนไลน์ด้วยรูปแบบนี้ ช่วยให้ผู้ที่อยากเริ่มต้นธุรกิจแต่มีทุนน้อย หรือผู้ที่ไม่ต้องการรับภาระในการจัดการสินค้าคงคลัง สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่าย เพียงแค่มีทักษะด้านการตลาดและการขายเพื่อนำเสนอสินค้าให้ถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ เท่านี้ก็สามารถหารายได้จากช่องทางนี้ได้แล้ว    ข้อดีของการเป็นตัวแทนจำหน่าย ไม่สต๊อกสินค้า  การเป็นตัวแทนจำหน่ายแบบไม่สต๊อกสินค้ามีข้อดีมากมายทั้งสำหรับตัวแทนจำหน่ายเองและเจ้าของสินค้า มาดูกันว่ามีข้อดีอะไรบ้าง    ขายสินค้าได้หลากหลายอย่างพร้อมกัน สำหรับเจ้าของแบรนด์ การกระจายสินค้าให้หลากหลายและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ การมีสินค้าเพียงประเภทเดียวอาจไม่เพียงพอในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็ว ดังนั้น การเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่หรือเปิดรับตัวแทนจำหน่ายแบบไม่สต๊อกสินค้า (Dropship) […]

การทำธุรกิจแบบ B2C B2B และ B2B2C ต่างกันยังไง?

ปัจจุบันนี้ธุรกิจส่วนใหญ่นั้นมักจะเจาะกลุ่มตลาดออนไลน์ และให้ความสำคัญกับธุรกิจ E-commerce มากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบในการทำธุรกิจ จากเดิมที่มักจะเห็นธุรกิจแบบ B2C จนชินตา เปลี่ยนมาเป็น ธุรกิจแบบ B2B และ B2B2C เรามาทำความรู้จักธุรกิจทั้งสามแบบ ว่าคืออะไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ? กันดีกว่าครับ   B2B คืออะไร B2B หรือ Business-to-Business คือการทำการค้าระหว่างธุรกิจทำกับธุรกิจด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อ ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุดิบ การผลิตสินค้า หรือการบริการ เพื่อประโยชน์หรือการพัฒนาธุจกิจขององค์กร โดยไม่ใช่การนำไปเพื่ออุปโภคหรือบริโภคเอง เช่น การซื้อผ้ามาเพื่อผลิตเสื้อ ธุรกิจ B2B ที่พบเห็นกันได้บ่อย ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นธุรกิจด้านขนส่งอย่าง DHL เป็นต้น ซึ่ง B2B ก็คล้ายกับ B2C ที่ขยายจากตลาดออฟไลน์มาสู่ตลาดออนไลน์ แต่ต่างกันตรงที่ การทำงานจะเปลี่ยนจาก ระหว่างลูกค้าและเจ้าของธุรกิจ มาเป็น เจ้าของธุรกิจและเจ้าของธุรกิจ โดยการนำระบบออนไลน์นั้นมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจทั้งสองรูปแบบ แต่ธุรกิจแบบ B2B สามารถต่อยอดไปได้ไกลยิ่งขึ้นผ่านระบบ […]

MyCloud Notification ติดตามงานสำคัญผ่าน LINE ไม่ต้องคอยเข้า OMS บ่อย ๆ

การบริหารร้านค้าออนไลน์ไม่ได้จบเพียงแค่รับออเดอร์และส่งสินค้า เพราะในแต่ละวันยังมีสถานะงานอีกหลายรายการที่ทีมต้องติดตาม ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดต Ticket จากทีม Customer Service หรือสถานะการนำสินค้าเข้าคลัง หากทีมต้องคอยเข้าสู่ระบบ OMS เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าด้วยตัวเองอยู่ตลอด อาจทำให้เสียเวลาและมีโอกาสพลาดข้อมูลสำคัญได้ MyCloud Notification จึงถูกออกแบบมาเพื่อส่งการแจ้งเตือนจากระบบ MyCloud OMS ไปยัง LINE ช่วยให้ร้านค้าและทีมงานรับรู้ความเคลื่อนไหวของงานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น MyCloud Notification คืออะไร? MyCloud Notification คือระบบแจ้งเตือนที่ช่วยให้ร้านค้าติดตามสถานะงานจาก MyCloud OMS ผ่าน LINE ได้โดยตรง เมื่อมีการอัปเดตในหัวข้อที่กำหนด ระบบจะส่งข้อมูลให้ทีมรับทราบโดยไม่ต้องคอยเข้าสู่ OMS เพื่อตรวจสอบสถานะซ้ำ ๆ ร้านค้าสามารถเลือกเปิดหรือปิดการแจ้งเตือนแต่ละหัวข้อได้ตามความต้องการ ทำให้แต่ละทีมหรือผู้รับผิดชอบได้รับเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานของตนเอง ทำไมร้านค้าออนไลน์ควรใช้ MyCloud Notification? 1. ลดโอกาสพลาดสถานะงานสำคัญ เมื่อ Ticket หรือสถานะการรับสินค้าเข้าคลังมีการเปลี่ยนแปลง ระบบสามารถส่งการแจ้งเตือนให้ทีมรับทราบ ช่วยลดความเสี่ยงจากการตรวจสอบข้อมูลไม่ทันหรือพลาดรายการที่ต้องดำเนินการต่อ 2. ลดเวลาในการเข้าไปตรวจสอบ OMS ทีมงานไม่จำเป็นต้องเปิด MyCloud OMS บ่อย […]