Knowledge Center

Temu ศึกครั้งใหญ่ของ SMEs ไทย“จะรับมือยังไง ไม่ให้เจ๊ง!”

Temu (เทมู) แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์จากจีน ที่กำลังโด่งดังอยู่ตอนนี้ ซึ่งมีบริษัทแม่อย่าง Pinduoduo (พินตั๋วตั๋ว) อีคอมเมิร์ชเจ้าดังที่ประสบความสำเร็จในตลาดออนไลน์จีนมาแล้วก่อนหน้านี้ และมีผู้ก่อตั้งคนเดียวกัน ก็คือ Colin Huang หรือหวงเจิง ทั้ง 2 แฟลตฟอร์มนี้เป็นบริษัทค้าปลีก ในเครือ PDD Holding โดยจะเน้นตลาดคนละกลุ่มเป้าหมาย โดยที่ Pinduoduo จะเน้นกลุ่มผู้ซื้อในประเทศจีน ส่วน เทมู จะเน้นกลุ่มผู้ซื้อในต่างประเทศ

Temu เข้ามาในไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ วันนี้ 29 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา เป็นที่ฮือฮาใน วงการอีคอมเมิร์ซไทย เป็นอย่างมาก เพราะด้วย “ราคาสินค้า”ที่ถูกมาก จนนักช้อปออนไลน์ไม่พลาดที่แห่กันกดซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มดังกล่าว และมียอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชันทั่วโลก ถึง 165 ล้านครั้งเลยทีเดียว และด้วยเหตุผลนี้ ก็สร้างความกังวลใจกับธุรกิจ SMEs รายย่อยในไทย หรือ พวกพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ ว่าจะยังขายของได้เหมือนเดิมไหม หรือ จะถูกแย่งลูกค้าที่เคยซื้อไปหรือเปล่า นั่นเอง


ทำไม Temu ถึงได้เปรียบเรื่อง “ราคา”? 

1. Temu ใช้กลยุทธ์ตัดพ่อค้าคนกลางเพื่อให้ได้เปรียบเรื่องราคา

เมื่อสั่งซื้อสินค้า 1 ชิ้น เท่ากับคุณได้ สินค้าราคาส่ง ไปเลยทันที โดยกลยุทธ์นี้เป็นการเปิดให้ ฝั่งผู้จัดจำหน่ายสินค้าจากโรงงานผลิตเข้ามาเป็นผู้ขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม โดยที่ไม่ต้องดูแลร้านค้า,ทำการตลาด,จัดเก็บสินค้า และการขนส่ง ซึ่งทางแพลตฟอร์มเทมูจะเป็นผู้ดูแลในส่วนนี้เอง ผู้ขายแค่มีหน้าที่ในการผลิตสินค้าตามที่แพลตฟอร์มแจ้งไปและทำการส่งสินค้าไปยังคลังสินค้ากลางของเทมูอีกที โดยสินค้าที่ขายส่วนใหญ่จะไม่มีแบรนด์ และขายในราคาถูก ยิ่งร้านไหนที่ตั้งราคาได้ถูกมากกว่า ก็จะถูกเพิ่มการมองเห็นสินค้ามากยิ่งขึ้น

 2.การซื้อสินค้าแบบกลุ่ม (Group Buying )

กลยุทธ์นี้ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาด E-Commerce ของจีน โดยเป็นการให้ผู้ซื้อรวมกลุ่มกันซื้อสินค้าและเทมู จะเป็นตัวกลางในการรวบรวมคำสั่งซื้อสินค้าประเภทเดียวกันกับผู้ซื้อคนอื่นๆ แล้วส่งให้กับผู้ขายหรือโรงงานผลิตที่ให้ต้นทุนที่ต่ำที่สุด ผลิตสินค้าในจำนวนที่มากในราคาต้นทุนที่ต่ำ จึงทำให้ เทมู ตั้งราคาขายสินค้าได้ถูกและได้เปรียบคู่แข่งคนอื่นๆ อีกทั้งค่าขนส่งก็จะถูกลงตามไปด้วย และหลังจากนั้นก็จะทำการกระจายสินค้าส่งให้ผู้ซื้ออีกที ซึ่งข้อเสียสำหรับผู้ซื้ออาจจะได้รับสินค้าที่ช้ากว่าปกติ แต่ส่วนมากก็เต็มใจที่จะรอเพราะคุ้มค่ากับราคาที่ต้องการ

นอกเหนือจากเรื่องราคา ก็ยังมีบริการหลังบ้านที่ครอบคลุม ทั้งในเรื่องการจัดส่งสินค้า การชำระเงิน และ การคืนเงิน (รับประกันคืนเงินภายใน 90 วัน โดยที่ไม่ต้องคืนสินค้าอีกด้วย จึงทำให้ Temu ประสบความสำเร็จในตลาด E-Commerce ในต่างประเทศอย่างทั้งในอเมริกาและยุโรปในระยะเวลาอย่างรวดเร็วเพียง 2 ปี 


Temu มีผลกระทบยังไงกับคนไทย?

ธุรกิจรายย่อยในประเทศเสียเปรียบสินค้าจาก Temu

ผู้ประกอบการในไทยที่ขายสินค้าประเภทเดียวกัน หรือสินค้าที่มีการใช้งานใกล้เคียง กับสินค้าจีน อาจจะถูกแย่งส่วนแบ่งการตลาดหรือกลุ่มผู้ซื้อด้วยเรื่องราคาที่ถูกกว่า และส่งผลต่อยอดขายที่อาจจะลดลงด้วยเช่นกัน

– การลดลงของกำลังซื้อในประเทศเพราะสินค้าจาก Temu หลากหลายและถูกกว่า

ด้วยความหลากหลายของสินค้าจากจีน ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภททุกเพศทุกวัย และดึงดูดในเรื่องของส่วนลดราคา ค่าส่งฟรี จึงทำให้ผู้ซื้อหลากหลายกลุ่มให้ความสนใจ ใช้จ่ายกับสินค้าที่มาจากจีนมากยิ่งขึ้น การหมุนเวียนของเงินภายในประเทศอาจลดลง ส่งผลให้เศรษฐกิจภายในประเทศโดยรวมอ่อนแอลง.

ความท้าทายในการแข่งขัน

อย่างที่รู้กันว่า ประเทศจีนได้ขึ้นชื่อว่าเป็น แหล่งโรงงานผลิตของโลก เนื่องจากมีกำลังการผลิตอย่างมหาศาล (Economy of Scale) อีกทั้งประชากรของจีนก็มีมากถึง 1.39 พันล้านคน และมีค่าจ้างแรงงานที่ต่ำ ทำให้มีต้นทุนการผลิตสินค้าที่ต่ำด้วยเช่นกัน ผู้ประกอบการในไทยอาจจำเป็นต้องปรับตัวโดยการเน้นคุณภาพ หรือสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าของตน.

การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค

เพราะด้วยการทำการตลาดที่หลากหลายและเข้าถึงง่ายของ เทมู ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดหรือโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ,มีเกมส์ที่สนุกๆให้ผู้ซื้อได้เล่นเพื่อลุ้นรับสินค้าฟรีหรือคูปองส่วนลดต่างๆ ส่งผลให้ผู้บริโภคไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อหันมาสั่งสินค้าผ่านแอพพลิเคชันนี้มากขึ้น แทนที่จะสนับสนุนสินค้าภายในประเทศ

 – ผลกระทบต่อการจ้างงาน

หากธุรกิจ SMEs รายย่อยในไทยได้รับผลกระทบจากการแข่งขัน อาจส่งผลต่อการลดลงของการจ้างงานในประเทศ โดยเฉพาะในภาคการค้าปลีกและการผลิตสินค้า

อย่างไรก็ตามผลกระทบดังกล่าว อาจจะทำให้ผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SMEs ในไทย มีความกังวลใจกันไม่มากก็น้อย แต่ก็ไม่ควรตื่นตระหนกกันมากจนเกินไป เพราะหากพูดถึง เรื่องราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งแล้ว ก็อาจจะมีผลต่อคุณภาพสินค้าที่ต่ำไปด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้หากคุณเป็นผู้ประกอบการ หรือ ทำธุรกิจขายออนไลน์ และมีผลกระทบโดยตรง ก็ควรจะรีบปรับตัวและหันมาพัฒนาแบรนด์หรือสินค้า เพื่อให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ และทำให้ลูกค้าคนไทยอยากจะกลับมาอุดหนุนสินค้าหรือซื้อสินค้าจากร้านค้าของคนไทยด้วยกันจะดีกว่า 


6 วิธี รับมือ Temu ที่จะช่วย ให้ SMEs ไทยไปต่อ

1. การสร้างแบรนด์ (Branding )

เรื่องของ”ราคาสินค้าที่ถูก”เราอาจจะสู้ได้ยาก แต่การสร้างแบรนด์ หรือสร้างไลฟ์สไตล์ที่ชัดเจน สินค้าที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร และมีคุณภาพจะทำให้คนกล้าตัดใจซื้อ และ รู้สึกคุ้มค่าที่ได้จ่ายเงิน

2. การขายผ่านทางแชท (Social Commerce)

ก็ต้องยอมรับว่า คนไทยก็ยังชอบ พูดคุยและสอบถาม ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้า โดยเฉพาะธุรกิจประเภทที่จำหน่ายสินค้าประเภท รองเท้า ที่ผู้ซื้ออาจจะมีการสอบถามเกี่ยวกับ ขนาด ไซส์ ของรองเท้าก่อนเพื่อตัดสินใจซื้อ ซึ่งการขายผ่านช่องทาง Social Commerce เช่น Facebook หรือLine OA  ก็เป็นพื้นที่ที่ จีน ไม่สามารถเข้ามาแย่งคุณได้แน่นอน

3. การ Live ขายของ (Live Commerce)

เทรนการขายสินค้าผ่านทาง Live (ไลฟ์สด) ช่วยให้ร้านค้ามีส่วนรวมกับลูกค้าได้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เช่น การพูดชื่อลูกค้า,ถามตอบได้ทันที ขณะไลฟ์ จะช่วยให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกดีๆ และเกิดการตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น ซึ่งถ้าให้คนจีนมาไลฟ์ขายของให้ฟังก็อาจจะฟังไม่รู้เรื่องใช่ไหมล่ะ ยังไงคนไทยก็ทำได้ดีกว่า 

4. การขายของหลายช่องทาง (Omni Channel)

ยังมี Platform อีกมากมาย ที่คุณสามารถนำสินค้าไปขายได้ ไม่ว่าจะเป็นทาง Marketplace(Lazada,Shopee,Tiktok) หรือ ทาง Website ,Social Commerce การกระจายสินค้าของคุณ ขายในหลายๆ ช่องทาง จะทำให้คุณไม่กังวลว่า สินค้าหรือช่องทางไหน จะถูกจีนเข้ามาแย่งเป็นพิเศษ  วิธีนี้เรียกว่าง่ายๆ ว่าการกระจายความเสี่ยงนั่นเอง

5. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า (Customer Relationship)

แน่นอนที่สุดว่า ลูกค้าทุกคนที่ซื้อของก็ต้องคาดหวังกับบริการที่ดี เช่น การพูดคุยตอบคำถาม,ให้การบริการที่ดี หรือ การส่งของอย่างรวดเร็ว จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกเป็นคนพิเศษ จดจำคุณได้ และก็จะเกิดการซื้อซ้ำนั่นเอง 

6. สร้างความเชื่อมโยงในความเป็นไทย 

พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคหลายคน ตัดสินใจซื้อสินค้าด้วย อารมณ์ความรู้สึก หรือ ความผูกพันกับเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับตัวสินค้า ถ้าคุณทำสินค้าที่มีความเป็นไทยแล้วมี Storytelling เกี่ยวกับสินค้านั้นๆแบบลึกซึ้ง เล่าเรื่องราวที่เชื่อมโยงความเป็นไทย เชื่อเถอะค่ะว่า คนไทยด้วยกันก็คงอยากที่จะซัพพอร์ตคุณมากขึ้น มีความอยากได้ อยากซื้อมาขึ้น ยกตัวอย่างเช่น สินค้าที่มี Packaging ลวดลายไทย,สินค้าพวกสกินแคร์ น้ำหอม ที่ Customize กลิ่นออกมาเป็น กลิ่นหอมของดอกไม้พันธ์ุไทย หรือ แม้กระทั้งสินค้าที่เป็นของกินเช่น ขนมที่ปรุงแต่งรสชาติสื่อถึงเมนูอาหารของไทย

และหากคุณคิดว่า 6 ข้อทั้งหมดนี้ เป็นประโยชน์กับธุรกิจของคุณ ที่ MyCloud Fulfillment เราตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณได้ค่ะ 

เพราะเราจะช่วยให้คุณ ได้มีเวลาอย่างเต็มที่ในการพัฒนาธุรกิจหรือแบรนด์สินค้าได้อย่างสบายๆ ในส่วนของเรื่องหลังบ้าน เรามีทีมงานที่จะช่วยให้คุณสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยจัดการเรื่องออเดอร์(OMS) ได้ในทุกๆช่องทาง,หรือแม้กระทั่งการไลฟ์ขายของ และช่วงที่มีออเดอร์ Spike (จำนวนออเดอร์ที่เพิ่มมากขึ้นจนคุณรับมือไม่ไหว) ,การขายสินค้าในหลายช่องทาง ช่วยคุณเพิ่มโอกาสในการขายหรือช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด และเพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร้ขีดจำกัด,การจัดส่งสินค้าที่รวดเร็ว ก็ช่วยเพิ่มความพึงพอใจกับลูกค้าของคุณด้วยเช่นกันค่ะ

ทุกๆอย่างที่เราทำจะช่วยให้คุณจัดการร้านค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ให้การจัดการหลังบ้านเป็นหน้าที่ของ MyCloudFulfillment ที่เดียว ครบจบทุกขั้นตอน เริ่มต้นปรึกษาการใช้บริการที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

5 เทคนิคขายออนไลน์ ขายแบบไม่ขาย ถูกใจผู้ซื้อกว่าจริงหรือไม่?

ตลาด E-Commerce กำลังเติบโตไปพร้อมกับการแข่งขันที่สูงขึ้น นอกจากจุดเด่นของสินค้าแล้ว ธุรกิจยังต้องมีกลยุทธหรือเทคนิคการขายใหม่ ๆ เอาไว้ใช้มัดใจลูกค้า หรือไว้ตอบโจทย์พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอของผู้ซื้อ ในปัจจุบันมีหลากหลายธุรกิจเข้ามาในตลาดการขายออนไลน์ โดยเชื่อมต่อกับลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ E-Commerce หรือ Marketplace อย่าง Lazada Shopee และอื่น ๆ ไปจนถึงการใช้ Social media ในการขายสินค้า (Social Commerce) เพราะมีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการขาย เช่น การไลฟ์ หรือการทำโฆษณา เป็นต้น            แต่รู้หรือไม่? พฤติกรรมของผู้ที่ใช้งาน Social media ส่วนใหญ่ไม่ชอบเห็นการโพสต์ขายสินค้าโดยตรง เพราะถือเป็นช่องทางที่ใช้ติดตาม ติดต่อสื่อสาร และเน้นไปที่ไลฟ์สไตล์มากกว่าการซื้อของ แต่เมื่อ Social media เป็นช่องทางที่มีโอกาสเข้าถึงลูกค้าโดยตรงได้สูงมาก ดังนั้นวันนี้สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการขาย และเพิ่มโอกาสในการขายบนโซเชียลมีเดีย MyCloud มีเทคนิคการขายแบบไม่ขาย เพื่อมัดใจลูกค้ามาฝากกันค่ะ 1.Relationship มัดใจลูกค้า […]

คลังสินค้าออนไลน์ที่ดี ต้องเป็นอย่างไร? สต๊อกตรง‑แพ็กทัน ภายใน 24 ชม.

การทำคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีหรือ Warehouse Online จะต้องรู้จักการบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบให้มีประสิทธิภาพ คือต้องมีระบบที่ออนไลน์สามารถตรวจสอบได้ทุกการเคลื่อนไหวของสินค้านั้นเองครับ เนื่องจากบริการคลังสินค้ามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบสินค้ามากมายจากหลากหลายบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยจัดเก็บสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการที่ไม่สะดวกหรือไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดเก็บสินค้า และไม่ใช่แค่ให้บริการพื้นที่แก่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่รวมไปถึงการควบคุม ดูเเล และตรวจสอบคุณภาพสินค้า โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของธุรกิจคู่ค้าและลูกค้าผู้รับสินค้า เรามาดูกันดีกว่าครับว่าคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีเป็นอย่างไร ? คลังสินค้าออนไลน์ คืออะไร คลังสินค้าออนไลน์ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า Warehouse Online คือการจัดเก็บและบริหารสินค้าผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการรับสินค้าเข้า (Inbound), การจัดเก็บ (Storage), การหยิบสินค้า (Pick), การแพ็ค (Pack) และการจัดส่ง (Ship) ซึ่งทุกขั้นตอนจะถูกบันทึกและควบคุมผ่านระบบหลังบ้าน เช่น ระบบ WMS หรือระบบ OMS ที่สามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ แตกต่างจากคลังสินค้าทั่วไปตรงที่เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ของตัวเอง ไม่ต้องลงแรงจัดการเองให้วุ่นวาย แถมยังสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสินค้าได้ตลอดเวลา เหมาะกับผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการโฟกัสแค่เรื่องการขายเป็นหลัก แล้วปล่อยให้มืออาชีพดูแลหลังบ้านให้ครบจบในที่เดียว   รูปแบบของคลังสินค้าออนไลน์ มีอะไรบ้าง เมื่อพูดถึงคลังสินค้าออนไลน์ หลายคนอาจนึกถึงแค่ “ชั้นวางของในโกดัง” แต่จริง ๆ แล้ว การจัดเก็บสินค้าให้เหมาะสมกับลักษณะของสินค้าแต่ละประเภทก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของระบบ Fulfillment ครับ […]

ไขข้อสงสัย KPI กับ OKRs ต่างกันอย่างไร ?

          ไขข้อสงสัย KPI กับ OKRs ต่างกันอย่างไร ?       OKRs ที่หลาย ๆ บริษัทกำลังให้ความสนใจ เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดจริงหรือไม่? แล้วเป็นเครื่องมือที่ใช้ประเมินผลที่บริษัทต่าง ๆ ใช้กันอย่าง KPI หรือเปล่า? จากนั้นก็เริ่มตั้งคำถามกันล่ะครับว่าสรุปตัวไหนได้ผลดีกว่ากัน? หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ยิ่งคิ้วขมวดไปกันใหญ่ เพราะยังไม่ค่อยสนิทกับทั้ง 2 อย่างเลย งั้นวันนี้ ผมจะพาไปรู้จักกับ KPI และ OKRs ฉบับเข้าใจง่าย ว่ามันคืออะไร และมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงมันจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้นได้อย่างไรกันครับ        KPI คืออะไร?           KPI ย่อมาจาก Key Performance Indicator เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จหรือความก้าวหน้า เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินการขององค์กร หรือแม้แต่ประเมินการทำงานของตัวบุคคลว่ามีศักยภาพเพียงใด โดยเทียบผลการทำงานกับมาตรฐานหรือเป้าหมายที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งถือว่าเป็นตัวชี้วัดที่น่าเชื่อถือมากครับ เพราะผลที่ออกมาจะอยู่ในรูปของตัวเลขหรือเป็นรูปธรรมที่เห็นได้ชัดและสามารถอ้างอิงได้ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าเจ้า […]

5 เทคนิคขายออนไลน์ ขายแบบไม่ขาย ถูกใจผู้ซื้อกว่าจริงหรือไม่?

ตลาด E-Commerce กำลังเติบโตไปพร้อมกับการแข่งขันที่สูงขึ้น นอกจากจุดเด่นของสินค้าแล้ว ธุรกิจยังต้องมีกลยุทธหรือเทคนิคการขายใหม่ ๆ เอาไว้ใช้มัดใจลูกค้า หรือไว้ตอบโจทย์พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอของผู้ซื้อ ในปัจจุบันมีหลากหลายธุรกิจเข้ามาในตลาดการขายออนไลน์ โดยเชื่อมต่อกับลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ E-Commerce หรือ Marketplace อย่าง Lazada Shopee และอื่น ๆ ไปจนถึงการใช้ Social media ในการขายสินค้า (Social Commerce) เพราะมีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการขาย เช่น การไลฟ์ หรือการทำโฆษณา เป็นต้น            แต่รู้หรือไม่? พฤติกรรมของผู้ที่ใช้งาน Social media ส่วนใหญ่ไม่ชอบเห็นการโพสต์ขายสินค้าโดยตรง เพราะถือเป็นช่องทางที่ใช้ติดตาม ติดต่อสื่อสาร และเน้นไปที่ไลฟ์สไตล์มากกว่าการซื้อของ แต่เมื่อ Social media เป็นช่องทางที่มีโอกาสเข้าถึงลูกค้าโดยตรงได้สูงมาก ดังนั้นวันนี้สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการขาย และเพิ่มโอกาสในการขายบนโซเชียลมีเดีย MyCloud มีเทคนิคการขายแบบไม่ขาย เพื่อมัดใจลูกค้ามาฝากกันค่ะ 1.Relationship มัดใจลูกค้า […]

คลังสินค้าออนไลน์ที่ดี ต้องเป็นอย่างไร? สต๊อกตรง‑แพ็กทัน ภายใน 24 ชม.

การทำคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีหรือ Warehouse Online จะต้องรู้จักการบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบให้มีประสิทธิภาพ คือต้องมีระบบที่ออนไลน์สามารถตรวจสอบได้ทุกการเคลื่อนไหวของสินค้านั้นเองครับ เนื่องจากบริการคลังสินค้ามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบสินค้ามากมายจากหลากหลายบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยจัดเก็บสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการที่ไม่สะดวกหรือไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดเก็บสินค้า และไม่ใช่แค่ให้บริการพื้นที่แก่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่รวมไปถึงการควบคุม ดูเเล และตรวจสอบคุณภาพสินค้า โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของธุรกิจคู่ค้าและลูกค้าผู้รับสินค้า เรามาดูกันดีกว่าครับว่าคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีเป็นอย่างไร ? คลังสินค้าออนไลน์ คืออะไร คลังสินค้าออนไลน์ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า Warehouse Online คือการจัดเก็บและบริหารสินค้าผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการรับสินค้าเข้า (Inbound), การจัดเก็บ (Storage), การหยิบสินค้า (Pick), การแพ็ค (Pack) และการจัดส่ง (Ship) ซึ่งทุกขั้นตอนจะถูกบันทึกและควบคุมผ่านระบบหลังบ้าน เช่น ระบบ WMS หรือระบบ OMS ที่สามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ แตกต่างจากคลังสินค้าทั่วไปตรงที่เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ของตัวเอง ไม่ต้องลงแรงจัดการเองให้วุ่นวาย แถมยังสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสินค้าได้ตลอดเวลา เหมาะกับผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการโฟกัสแค่เรื่องการขายเป็นหลัก แล้วปล่อยให้มืออาชีพดูแลหลังบ้านให้ครบจบในที่เดียว   รูปแบบของคลังสินค้าออนไลน์ มีอะไรบ้าง เมื่อพูดถึงคลังสินค้าออนไลน์ หลายคนอาจนึกถึงแค่ “ชั้นวางของในโกดัง” แต่จริง ๆ แล้ว การจัดเก็บสินค้าให้เหมาะสมกับลักษณะของสินค้าแต่ละประเภทก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของระบบ Fulfillment ครับ […]

ไขข้อสงสัย KPI กับ OKRs ต่างกันอย่างไร ?

          ไขข้อสงสัย KPI กับ OKRs ต่างกันอย่างไร ?       OKRs ที่หลาย ๆ บริษัทกำลังให้ความสนใจ เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดจริงหรือไม่? แล้วเป็นเครื่องมือที่ใช้ประเมินผลที่บริษัทต่าง ๆ ใช้กันอย่าง KPI หรือเปล่า? จากนั้นก็เริ่มตั้งคำถามกันล่ะครับว่าสรุปตัวไหนได้ผลดีกว่ากัน? หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ยิ่งคิ้วขมวดไปกันใหญ่ เพราะยังไม่ค่อยสนิทกับทั้ง 2 อย่างเลย งั้นวันนี้ ผมจะพาไปรู้จักกับ KPI และ OKRs ฉบับเข้าใจง่าย ว่ามันคืออะไร และมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงมันจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้นได้อย่างไรกันครับ        KPI คืออะไร?           KPI ย่อมาจาก Key Performance Indicator เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จหรือความก้าวหน้า เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินการขององค์กร หรือแม้แต่ประเมินการทำงานของตัวบุคคลว่ามีศักยภาพเพียงใด โดยเทียบผลการทำงานกับมาตรฐานหรือเป้าหมายที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งถือว่าเป็นตัวชี้วัดที่น่าเชื่อถือมากครับ เพราะผลที่ออกมาจะอยู่ในรูปของตัวเลขหรือเป็นรูปธรรมที่เห็นได้ชัดและสามารถอ้างอิงได้ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าเจ้า […]