Knowledge Center

คลังสินค้าออนไลน์ที่ดี ต้องเป็นอย่างไร? สต๊อกตรง‑แพ็กทัน ภายใน 24 ชม.

การทำคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีหรือ Warehouse Online จะต้องรู้จักการบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบให้มีประสิทธิภาพ คือต้องมีระบบที่ออนไลน์สามารถตรวจสอบได้ทุกการเคลื่อนไหวของสินค้านั้นเองครับ เนื่องจากบริการคลังสินค้ามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบสินค้ามากมายจากหลากหลายบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยจัดเก็บสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการที่ไม่สะดวกหรือไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดเก็บสินค้า และไม่ใช่แค่ให้บริการพื้นที่แก่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่รวมไปถึงการควบคุม ดูเเล และตรวจสอบคุณภาพสินค้า โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของธุรกิจคู่ค้าและลูกค้าผู้รับสินค้า เรามาดูกันดีกว่าครับว่าคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีเป็นอย่างไร ?

คลังสินค้าออนไลน์ คืออะไร

คลังสินค้าออนไลน์ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า Warehouse Online คือการจัดเก็บและบริหารสินค้าผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการรับสินค้าเข้า (Inbound), การจัดเก็บ (Storage), การหยิบสินค้า (Pick), การแพ็ค (Pack) และการจัดส่ง (Ship) ซึ่งทุกขั้นตอนจะถูกบันทึกและควบคุมผ่านระบบหลังบ้าน เช่น ระบบ WMS หรือระบบ OMS ที่สามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ แตกต่างจากคลังสินค้าทั่วไปตรงที่เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ของตัวเอง ไม่ต้องลงแรงจัดการเองให้วุ่นวาย แถมยังสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสินค้าได้ตลอดเวลา เหมาะกับผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการโฟกัสแค่เรื่องการขายเป็นหลัก แล้วปล่อยให้มืออาชีพดูแลหลังบ้านให้ครบจบในที่เดียว  

รูปแบบของคลังสินค้าออนไลน์ มีอะไรบ้าง

เมื่อพูดถึงคลังสินค้าออนไลน์ หลายคนอาจนึกถึงแค่ “ชั้นวางของในโกดัง” แต่จริง ๆ แล้ว การจัดเก็บสินค้าให้เหมาะสมกับลักษณะของสินค้าแต่ละประเภทก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของระบบ Fulfillment ครับ ที่ MyCloud Fulfillment เราให้ความสำคัญกับการจัดเก็บสินค้าที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดกับแต่ละแบรนด์ จึงมีบริการคลังสินค้าให้เลือก 2 รูปแบบหลัก ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการจัดเก็บ ดังนี้ครับ  

คลังสินค้าห้องอุณหภูมิปกติ 

คลังสินค้าห้องอุณหภูมิปกติของ MyCloud Fulfillment เป็นพื้นที่จัดเก็บที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป พื้นที่ภายในห้องเป็นระบบปิด ไม่มีฝุ่น ไม่มีแสงแดดรบกวน อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับสินค้าประเภทแฟชั่น เช่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า รวมถึงของใช้ในชีวิตประจำวันอื่น ๆ ที่ไม่ต้องการอุณหภูมิเย็นเฉพาะเจาะจง

ข้อดีของคลังประเภทนี้ คือสามารถรองรับสินค้าหลากหลายขนาด ตั้งแต่ของชิ้นเล็กไปจนถึงสินค้าขนาดใหญ่ได้สบาย ๆ และยังจัดวางสินค้าเป็นหมวดหมู่ตาม SKUs พร้อม Barcode กำกับแต่ละชั้นวางสินค้า ช่วยให้หยิบใช้งานได้รวดเร็วและแม่นยำ ไม่พลาดแม้แต่ออเดอร์เดียวครับ  

คลังสินค้าห้องควบคุมอุณหภูมิ  

สำหรับสินค้าที่มีความไวต่ออุณหภูมิ เช่น เครื่องสำอาง อาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิว การจัดเก็บในคลังสินค้าห้องควบคุมอุณหภูมิจะช่วยรักษาคุณภาพสินค้าได้ดีที่สุดครับ ที่ MyCloud Fulfillment เรามีห้องเก็บสินค้าที่ควบคุมอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสตลอด 24 ชั่วโมง เป็นห้องปิดที่ออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของสินค้าอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะหน้าร้อนหรือหน้าฝน ก็มั่นใจได้ว่าสินค้าของคุณจะไม่เกิดความเสียหายจากความร้อนหรือความชื้นอย่างแน่นอนครับ 

ทำไมคลังสินค้าออนไลน์ถึงสำคัญกับธุรกิจออนไลน์

เพราะในโลกของธุรกิจออนไลน์ ความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความเป็นระบบ คือสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยครับ แต่ในความเป็นจริง เจ้าของร้านหลายคนกลับต้องเจอกับสารพัดปัญหาหลังบ้าน ไม่ว่าจะเป็นไม่มีที่เก็บสินค้า สต๊อกไม่เป็นระบบ แพ็คของผิดรุ่น ผิดสี ส่งของไม่ทัน หรือแม้แต่ต้องเสียเวลารอคิวขนส่งเป็นชั่วโมง ปัญหาเล็ก ๆ ที่สะสมเหล่านี้ กลายเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้ธุรกิจไปต่อได้ยากกว่าที่คิด 

และนี่เองคือเหตุผลว่าทำไมคลังสินค้าออนไลน์ถึงกลายมาเป็นอีกหนึ่งหัวใจหลักของการทำธุรกิจออนไลน์ยุคใหม่ เพราะคลังสินค้ที่ดี ไม่ได้แค่มีพื้นที่เก็บของ แต่ต้องพร้อมให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่รับสินค้าเข้าคลัง ตรวจนับจำนวน ติดบาร์โค้ด แยกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ไปจนถึงขั้นตอนการแพ็คสินค้าอย่างมืออาชีพ และส่งของให้ถึงมือลูกค้าแบบแม่นยำและตรงเวลา

โดยเฉพาะหากคุณใช้บริการ Fulfillment อย่าง MyCloud Fulfillment ที่ผสานระบบ OMS และระบบ WMS เข้าด้วยกัน จะช่วยให้ทุกขั้นตอนตั้งแต่รับออเดอร์ แพ็ค ไปจนถึงจัดส่ง เป็นเรื่องง่ายในระบบเดียว เชื่อมต่อ API กับช่องทางขายได้แบบเรียลไทม์ ไม่ต้องคีย์ออเดอร์ซ้ำซ้อน ไม่ต้องประสานงานหลายทีม และที่สำคัญคุณไม่ต้องเสียเวลาแก้ปัญหาหลังบ้านอีกต่อไป ทั้งหมดนี้ทำให้เจ้าของธุรกิจมีเวลาเหลือไปโฟกัสกับการขาย วางแผนการตลาด และขยายแบรนด์ให้เติบโตได้อย่างเต็มที่ บริการคลังสินค้าออนไลน์จึงไม่ใช่แค่ตัวช่วย แต่เป็น กลยุทธ์ที่ทำให้ธุรกิจออนไลน์ “ไปรอดและไปไกล” ได้ในระยะยาวครับ 

5 ขั้นตอนสำหรับการจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management) ให้มีประสิทธิภาพ

1. จัดเก็บสินค้าให้เป็นระบบ

การจัดเก็บสินค้าอย่างเป็นระบบ คือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการเริ่มต้นงานคลังอย่างมีประสิทธิภาพ หากเรามีระบบจัดเก็บสินค้าที่ดี จะสามารถตรวจสอบ และหาจุดบกพร่องได้ง่าย สำหรับคลังสินค้าออนไลน์ MyCloud Fulfillment เราจัดวางและเก็บสินค้าตาม SKUs หรือ Stock Keeping Units ที่ช่วยระบุความต่างของสินค้าให้ชัดเจน แบ่งหมวดหมู่สินค้า และจัดโซนให้เหมาะสมกับประเภทของสินค้า พร้อมควบคุม ทุกการเข้า-ออกของสินค้าด้วยระบบ WMS (Warehouse Management System) ที่ช่วยในเรื่องการจัดการปริมาณสินค้าคงคลังและสินค้าพร้อมขาย เพื่อไม่ทำให้ร้านค้าเสียโอกาสในการขาย

2. หมั่นเช็กคุณภาพสินค้า

แน่นอนว่าเมื่อมีลูกค้าผู้เช่าพื้นที่จำนวนมาก ก็มีสินค้ามากมายในคลังให้ดูเเล การตรวจสอบสินค้าตั้งแต่รับเข้าเป็นสิ่งที่ต้องปฎิบัติ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวผู้ให้บริการเองและลูกค้าก็จะมั่นใจได้ว่าสินค้าไม่ชำรุดระหว่างการขนส่ง

3. ตรวจสอบจำนวนสินค้าในคลังอยู่เสมอ

ส่วนสำคัญที่ช่วยลดปัญหาที่อาจจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ เมื่อมีการรับเข้า-ออกของสินค้าในปริมาณไม่ว่าจะมากหรือน้อย จึงควรต้องเช็คสต๊อกอย่างสม่ำเสมอเพื่อรู้จำนวนจริงของสินค้าคงคลังอย่างที่คลังสินค้าของ MyCloud Fulfillment เมื่อมีการหยิบสินค้าออกจากชั้นวางหรือมีออเดอร์ออก จะต้องมีการนับสต๊อกสินค้าคงเหลือทุกครั้งเพื่อเช็คว่าของจริงกับตัวเลขที่โชว์ในระบบตรงกันหรือไม่

4. บริการแพ็คสินค้าให้เหมาะสม

การแพ็คสินค้าที่ดีควรแพ็คสินค้าให้เหมาะสมกับขนาดของสินค้า และเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าเสียหาย จะต้องมีการใช้อุปกรณ์กันกระแทก เช่น บับเบิ้ล กระดาษฝอยกันกระแทก บรรจุภัณฑ์ที่มีมาตรฐานแข็งแรงไม่ขาดง่าย ซึ่งการแพ็คสินค้าที่ดีนั้นต้องคำนึงถึงความสวยงามด้วย เรื่องความประณีต ละเอียดอ่อน ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกค้าประทับใจได้ ที่ MyCloud Fulfillment มีบริการแพ็คสินค้า โดยเราให้ความสำคัญกับการป้องกันสินค้าเสียหายเป็นอย่างมาก อยากให้ลูกค้าปลายทางที่รอรับสินค้าไม่ต้องเป็นกังวลไป เราใช้ Air Bubble และ Air Bag ในการแพ็คกับทุก ๆ ออเดอร์ นอกจากนี้ ยังพิเศษสำหรับเจ้าของร้านที่ต้องการการแพ็คแบบพิเศษ เช่น ใส่คูปองส่วนลด แนบการ์ดขอบคุณ เราก็ทำได้ ช่วยคุณในสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าปลายทางที่ได้รับพัสดุนั้น ๆ ไปด้วยได้เช่นกัน

5. การบริหารการจัดส่งที่หลากหลาย

นอกจากงานคลังสินค้าที่ต้องจัดการแล้ว จะต้องบริหารจัดการการขนส่งให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าปลายทางก็เป็นอีกหนึ่งส่วนของบริการคลังสินค้าออนไลน์ เพราะผู้รับสินค้ามีความต้องการที่ต่างกัน เช่น บางคนต้องการรับสินค้าทันทีแบบ On Demand Delivery ก็ต้องใช้บริการขนส่งที่เป็นแบบแมสเซนเจอร์ หรือลูกค้าที่ต้องการจัดส่งแบบด่วนสั่งวันนี้พรุ่งนี้ต้องถึงก็สามารถเลือกได้หลายผู้ให้บริการตามความสะดวกของลูกค้า ดังนั้นการจัดส่งที่รวดเร็วและปลอดภัยจะทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นและทำให้เกิดความพึงพอใจในการใช้บริการ

ระบบที่นิยมใช้ในการจัดการคลังสินค้า

ระบบการจัดการสินค้าที่นิยมใช้ในคลังสินค้าได้แก่ Warehouse Management System (WMS) หรือ โปรแกรมระบบคอมพิวเตอร์สำหรับบริหารคลังสินค้าที่เหมาะกับธุรกิจทุกประเภท และช่วยจัดการระบบคลังสินค้าให้มีความรวดเร็ว ถูกต้องในการทำงาน อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการค้นหา ตรวจสอบข้อมูลของสินค้าตามเงื่อนไขของแต่ละลูกค้า จึงทำให้ช่วยลดปัญหาเรื่องสินค้าหายได้อีกด้วย 

โดยการทำงานของระบบ WMS จะรองรับการทำงานตั้งแต่ขั้นตอนการรับสินค้า (Inbound) จัดเก็บสินค้า นับสต๊อกสินค้า ย้ายสินค้า หรือส่งสินค้า และสามารถตรวจสอบสินค้าคงเหลือในคลัง ทำให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของจำนวนสินค้า ให้ตรงกับจำนวนที่ส่งออกได้อย่างแม่นยำ

คลังสินค้าที่ดีต้องไม่มีช่องโหว่

คลังสินค้าที่ดีต้องไม่มีช่องโหว่ หรือมีให้น้อยที่สุด และสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนการทำงานเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการจัดการเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง ซึ่งบริการคลังสินค้าออนไลน์ ของ MyCloud Fulfillment เป็นการผสมผสานระบบการจัดการออเดอร์ (OMS) และระบบการจัดการคลังสินค้า (WMS) เข้าด้วยกัน

การบริหารจัดการคลังสินค้าออนไลน์ เริ่มตั้งแต่รับออเดอร์เข้ามาที่ระบบ MyCloud จากทุกช่องทาง เช่น จากทางเว็บไซต์, Marketplace, Social Media ต่าง ๆ เป็นต้น และ Process ตามขั้นตอนของระบบคลังสินค้าออนไลน์โดยใช้เทคโนโลยีบาร์โค้ด (ฺBarcode) ในการสื่อสารการทำงานกันตั้งแต่การหยิบสินค้า (Pick) ที่จะแสดงในระบบว่าจะต้องไปหยิบสินค้าที่ โลเคชั่นไหน SKUs อะไรและจำนวนเท่าไหร่ และส่งมาที่แผนกแพ็คสินค้า (Pack) ว่าออเดอร์จะต้องแพ็คสินค้าอย่างไรมีบริการอะไรเสริมหรือไม่ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้จะอยู่ที่ระบบทั้งหมด และสุดท้ายส่งต่อพัสดุออเดอร์นั้น ๆ มาที่แผนกส่งสินค้า (Ship) เพื่อบันทึกข้อมูลน้ำหนักสินค้าก่อนจัดส่งและดึงเลข Tracking Number จากระบบขนส่งช่องทางต่าง ๆ เช่น ไปรษณีย์ไทย, Kerry Express, SCG Express เป็นต้น

ในการรับส่งหรือดึงข้อมูลตั้งแต่รับออเดอร์จนสินค้าจัดส่งถึงมือลูกค้าปลายทาง จะต้องมีการเชื่อมต่อระบบ API ซึ่งกันและกันที่จะแจ้งสถานะต่าง ๆ ทำให้ลูกค้าและคลังสินค้าสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนตั้งแต่ การหยิบสินค้า ไปจนถึงเมื่อสินค้าถึงมือลูกค้า และฟังก์ชันใหม่ล่าสุด เมื่อมีการชำระเงินของลูกค้า จะแจ้งตรงมาถึงระบบของ MyCloud ทำให้เราสามารถเเพ็คสินค้าตามออเดอร์ได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ผู้ประกอบการกรอกออเดอร์ลูกค้าลงในระบบ บริการคลังสินค้าออนไลน์เป็นบริการที่ครบและจบในที่เดียวทำให้ผู้ประกอบการไม่ต้องใช้หลายเทคโนโลยีอีกเลยครับ

สำหรับใครที่ทำธุรกิจ ไม่อยากเสียเวลาวุ่นวายหลายระบบ หรือไม่ต้องการรับมือกับปัญหาหลังบ้านนอกเหนือจากการขายแล้ว อย่าลืมนึกถึงผู้ช่วยธุรกิจคุณอย่าง MyCloud Fulfillment ที่เป็น One-stop Solution เพื่อช่วยธุรกิจจัดการสินค้า และตอบสนองความต้องการของลูกค้า ให้บริการคลังสินค้า สำหรับพื้นที่การจัดเก็บ และรับเเพ็คสินค้าตามความต้องการ รวมถึงหาบริการการจัดส่งที่คุ้มค่าที่สุดและเหมาะสมที่สุดแทนผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ตามครับ 

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

ทำความเข้าใจทุก Platform การขาย ช่องทางไหนเวิร์คสุด?

ธุรกิจออนไลน์ไปได้สวย ต้องเข้าใจทุก Platform การขาย           ธุรกิจ E-Commerce เติบโตขึ้นมาก ถึงมากที่สุดในปี2020 ยิ่งในช่วงวิกฤตแบบนี้ เพราะช่องทางออนไลน์ไม่ใช่แค่ตลาดเสมือนจริงที่จำลองโลกการซื้อขายไว้บนโลกออนไลน์ แต่เป็นช่องทางหลักอีกช่องทางหนึ่งที่ทำเงินให้ผู้ขายไม่แพ้การขายหน้าร้านเลย เผลอ ๆ มากกว่าด้วยซ้ำค่ะ ทั้งนี้เพราะ การขายออนไลน์ทำให้ผู้ขายเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น และการซื้อของออนไลน์ หรือการใช้อินเตอร์เน็ตถือเป็นวิถีชีวิตของคนยุคใหม่ไปแล้ว และแน่นอนว่าทั้งผู้ซื้อและผู้ขายออนไลน์ต้องเคยซื้อขาย หรือเข้าไปในช่องทางต่าง ๆ เหล่านี้ 1. Social Media 2. E-Marketplace และ 3. บน Website ของแบรนด์ แล้วช่องทางไหนเป็นช่องทางที่ดี และเหมาะสมที่สุดในการขายกันแน่ วันนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันค่ะ           ตามสถิติแล้วช่องทางการขายที่มีมานาน และเป็นช่องทางแรก ๆ ที่คนลงขายของกันก็คือ Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook ก็ดี Instagram, Twitter ก็ดี […]

MyCloud Sale Page

จะดีกว่าไหม? ถ้าขายออนไลน์แล้วจ่ายค่าธรรมเนียมการขายได้ถูกลง ทุกวันนี้การขายผ่าน Marketplace อย่าง Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ Line Shopping อาจจะช่วยให้ยอดขายพุ่ง แต่สิ่งที่ตามมาคือ “ค่าธรรมเนียมการขาย” หรือ “ค่า GP” ที่แต่ละแพลตฟอร์มหักจากยอดขาย ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามสินค้าและแพลตฟอร์ม กำไรที่ควรได้จึงอาจลดลงโดยไม่รู้ตัว เจ้าของธุรกิจออนไลน์จึงต้องวางแผนให้รอบคอบ ทั้งเรื่องราคาขาย โปรโมชันและต้นทุน ให้คุ้มกับค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย แต่รู้ไหมว่ายังมีอีกหนึ่งช่องทางการขายที่ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มกำไรได้จริง นั่นก็คือฟีเจอร์ MyCloud Sale Page ที่จะมาบอกต่อในบทความนี้ค่ะ ปัญหาเมื่อขายทาง Marketplace อย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้ ค่าธรรมเนียมการขาย (GP) ของแพลตฟอร์ม Marketplace ทุกวันนี้ถือว่าสูงพอสมควร ทำให้แม้ร้านค้าจะอัดโปรแรงแค่ไหน หรือดึงดูดลูกค้าได้มากเพียงใด รายได้สุทธิที่ได้รับจากคำสั่งซื้อก็อาจจะถูกแพลตฟอร์มหักลบไป แต่เรื่องค่าธรรมเนียมยังไม่ใช่อุปสรรคเดียว เดี๋ยว MyCloud จะพาไปดูว่า ปัจจัยอะไรอีกบ้าง…ที่ทำให้ธุรกิจออนไลน์อาจไปไม่สุด ทั้งที่ยอดขายก็ดูจะดี! 1.ค่าธรรมเนียมสูง (GP สูง) การขายผ่าน Marketplace มีค่าธรรมเนียมการขายเฉลี่ย […]

สินค้าเสื่อม สกินแคร์&คอสเมติก ร้อนนี้เก็บยังไงดี

เจ้าของธุรกิจสกินแคร์หลายๆคนคงต้องเคยเจอกับปัญหา สินค้าเสื่อม อย่างแน่นอน โดยเฉพาะหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นแบบนี้ อาจทำให้สินค้าที่ลงทุนมาด้วยความตั้งใจกลับเสียหาย ทั้งสีเปลี่ยน กลิ่นเปลี่ยน หรือเนื้อครีมแยกชั้นจนใช้งานไม่ได้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือและยอดขายของธุรกิจคุณ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะบทความนี้จะช่วยให้คุณรู้วิธีเก็บรักษาสินค้าสกินแคร์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมขาย แม้ต้องเจอกับอากาศร้อนๆ แบบเมืองไทยก็ยังมั่นใจได้ว่าคุณภาพสินค้าจะยังคงคุณภาพจนส่งถึงมือลูกค้าแน่นอน ทำไมอากาศร้อน ทำให้สกินแคร์เสื่อมคุณภาพ สินค้าสกินแคร์ เช่น เซรั่ม ครีม หรือโทนเนอร์ ล้วนมีส่วนประกอบที่อ่อนไหวต่อความร้อน หากสินค้าเหล่านี้ถูกเก็บไว้ในอุณหภูมิที่สูงเกินไป สารออกฤทธิ์ที่สำคัญจะเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ประสิทธิภาพในการบำรุงผิวลดลง สินค้าบางประเภทที่มีสารสำคัญเช่น วิตามินซีหรือเรตินอล จะมีความไวต่อความร้อนมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ของสินค้าก็อาจได้รับผลกระทบจากความร้อน เช่น การละลายหรือเปลี่ยนรูป ทำให้เกิดปัญหาการปนเปื้อนของสารเคมีได้ วิธีเก็บสินค้าสกินแคร์ช่วงหน้าร้อน หน้าร้อนของเมืองไทยไม่เพียงแต่กระทบอารมณ์คน แต่ยังส่งผลอย่างมากต่อคุณภาพของสินค้าสกินแคร์ โดยเฉพาะแบรนด์ที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้า การจัดเก็บสินค้าอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพื่อไม่ให้ “สินค้าเสื่อม” ก่อนถึงมือลูกค้า ลองดูวิธีการดูแลและจัดเก็บสินค้าสกินแคร์ช่วงหน้าร้อนให้ปลอดภัยและคงประสิทธิภาพดังนี้ สถานที่เก็บสินค้าควรมีอุณหภูมิคงที่ ไม่ร้อนอบอ้าว และหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง เพราะความร้อนและแสงแดดสามารถทำลายสารบำรุงในสกินแคร์ โดยเฉพาะวิตามิน C และสารสกัดธรรมชาติที่ไวต่ออุณหภูมิ อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บคือ 15–25°C ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของสินค้าได้ดี ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่อับลมหรือไม่มีการระบายอากาศ และอย่าลืมตรวจสอบฉลากเพื่อดูคำแนะนำการจัดเก็บเพิ่มเติมจากผู้ผลิต หากยังไม่มีห้องควบคุมอุณหภูมิในพื้นที่จัดเก็บสินค้า อาจพิจารณาติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสม […]

ทำความเข้าใจทุก Platform การขาย ช่องทางไหนเวิร์คสุด?

ธุรกิจออนไลน์ไปได้สวย ต้องเข้าใจทุก Platform การขาย           ธุรกิจ E-Commerce เติบโตขึ้นมาก ถึงมากที่สุดในปี2020 ยิ่งในช่วงวิกฤตแบบนี้ เพราะช่องทางออนไลน์ไม่ใช่แค่ตลาดเสมือนจริงที่จำลองโลกการซื้อขายไว้บนโลกออนไลน์ แต่เป็นช่องทางหลักอีกช่องทางหนึ่งที่ทำเงินให้ผู้ขายไม่แพ้การขายหน้าร้านเลย เผลอ ๆ มากกว่าด้วยซ้ำค่ะ ทั้งนี้เพราะ การขายออนไลน์ทำให้ผู้ขายเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น และการซื้อของออนไลน์ หรือการใช้อินเตอร์เน็ตถือเป็นวิถีชีวิตของคนยุคใหม่ไปแล้ว และแน่นอนว่าทั้งผู้ซื้อและผู้ขายออนไลน์ต้องเคยซื้อขาย หรือเข้าไปในช่องทางต่าง ๆ เหล่านี้ 1. Social Media 2. E-Marketplace และ 3. บน Website ของแบรนด์ แล้วช่องทางไหนเป็นช่องทางที่ดี และเหมาะสมที่สุดในการขายกันแน่ วันนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันค่ะ           ตามสถิติแล้วช่องทางการขายที่มีมานาน และเป็นช่องทางแรก ๆ ที่คนลงขายของกันก็คือ Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook ก็ดี Instagram, Twitter ก็ดี […]

MyCloud Sale Page

จะดีกว่าไหม? ถ้าขายออนไลน์แล้วจ่ายค่าธรรมเนียมการขายได้ถูกลง ทุกวันนี้การขายผ่าน Marketplace อย่าง Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ Line Shopping อาจจะช่วยให้ยอดขายพุ่ง แต่สิ่งที่ตามมาคือ “ค่าธรรมเนียมการขาย” หรือ “ค่า GP” ที่แต่ละแพลตฟอร์มหักจากยอดขาย ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามสินค้าและแพลตฟอร์ม กำไรที่ควรได้จึงอาจลดลงโดยไม่รู้ตัว เจ้าของธุรกิจออนไลน์จึงต้องวางแผนให้รอบคอบ ทั้งเรื่องราคาขาย โปรโมชันและต้นทุน ให้คุ้มกับค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย แต่รู้ไหมว่ายังมีอีกหนึ่งช่องทางการขายที่ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มกำไรได้จริง นั่นก็คือฟีเจอร์ MyCloud Sale Page ที่จะมาบอกต่อในบทความนี้ค่ะ ปัญหาเมื่อขายทาง Marketplace อย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้ ค่าธรรมเนียมการขาย (GP) ของแพลตฟอร์ม Marketplace ทุกวันนี้ถือว่าสูงพอสมควร ทำให้แม้ร้านค้าจะอัดโปรแรงแค่ไหน หรือดึงดูดลูกค้าได้มากเพียงใด รายได้สุทธิที่ได้รับจากคำสั่งซื้อก็อาจจะถูกแพลตฟอร์มหักลบไป แต่เรื่องค่าธรรมเนียมยังไม่ใช่อุปสรรคเดียว เดี๋ยว MyCloud จะพาไปดูว่า ปัจจัยอะไรอีกบ้าง…ที่ทำให้ธุรกิจออนไลน์อาจไปไม่สุด ทั้งที่ยอดขายก็ดูจะดี! 1.ค่าธรรมเนียมสูง (GP สูง) การขายผ่าน Marketplace มีค่าธรรมเนียมการขายเฉลี่ย […]

สินค้าเสื่อม สกินแคร์&คอสเมติก ร้อนนี้เก็บยังไงดี

เจ้าของธุรกิจสกินแคร์หลายๆคนคงต้องเคยเจอกับปัญหา สินค้าเสื่อม อย่างแน่นอน โดยเฉพาะหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นแบบนี้ อาจทำให้สินค้าที่ลงทุนมาด้วยความตั้งใจกลับเสียหาย ทั้งสีเปลี่ยน กลิ่นเปลี่ยน หรือเนื้อครีมแยกชั้นจนใช้งานไม่ได้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือและยอดขายของธุรกิจคุณ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะบทความนี้จะช่วยให้คุณรู้วิธีเก็บรักษาสินค้าสกินแคร์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมขาย แม้ต้องเจอกับอากาศร้อนๆ แบบเมืองไทยก็ยังมั่นใจได้ว่าคุณภาพสินค้าจะยังคงคุณภาพจนส่งถึงมือลูกค้าแน่นอน ทำไมอากาศร้อน ทำให้สกินแคร์เสื่อมคุณภาพ สินค้าสกินแคร์ เช่น เซรั่ม ครีม หรือโทนเนอร์ ล้วนมีส่วนประกอบที่อ่อนไหวต่อความร้อน หากสินค้าเหล่านี้ถูกเก็บไว้ในอุณหภูมิที่สูงเกินไป สารออกฤทธิ์ที่สำคัญจะเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ประสิทธิภาพในการบำรุงผิวลดลง สินค้าบางประเภทที่มีสารสำคัญเช่น วิตามินซีหรือเรตินอล จะมีความไวต่อความร้อนมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ของสินค้าก็อาจได้รับผลกระทบจากความร้อน เช่น การละลายหรือเปลี่ยนรูป ทำให้เกิดปัญหาการปนเปื้อนของสารเคมีได้ วิธีเก็บสินค้าสกินแคร์ช่วงหน้าร้อน หน้าร้อนของเมืองไทยไม่เพียงแต่กระทบอารมณ์คน แต่ยังส่งผลอย่างมากต่อคุณภาพของสินค้าสกินแคร์ โดยเฉพาะแบรนด์ที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้า การจัดเก็บสินค้าอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพื่อไม่ให้ “สินค้าเสื่อม” ก่อนถึงมือลูกค้า ลองดูวิธีการดูแลและจัดเก็บสินค้าสกินแคร์ช่วงหน้าร้อนให้ปลอดภัยและคงประสิทธิภาพดังนี้ สถานที่เก็บสินค้าควรมีอุณหภูมิคงที่ ไม่ร้อนอบอ้าว และหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง เพราะความร้อนและแสงแดดสามารถทำลายสารบำรุงในสกินแคร์ โดยเฉพาะวิตามิน C และสารสกัดธรรมชาติที่ไวต่ออุณหภูมิ อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บคือ 15–25°C ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของสินค้าได้ดี ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่อับลมหรือไม่มีการระบายอากาศ และอย่าลืมตรวจสอบฉลากเพื่อดูคำแนะนำการจัดเก็บเพิ่มเติมจากผู้ผลิต หากยังไม่มีห้องควบคุมอุณหภูมิในพื้นที่จัดเก็บสินค้า อาจพิจารณาติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสม […]