Knowledge Center
ซื้อเสื้อ ไม่ต้องลอง ในห้าง Alibaba ด้วยหน้าจอลองเสื้อ
บทความที่เกี่ยวข้อง
อ่านเพิ่มเติม5 เทคนิคโกยยอดขายให้พุ่ง ช่วง Double Day
Double Day หรือที่หลายคนรู้จักกันดีว่า “วันเลขเบิ้ล” หนึ่งใน Mega Campaign ของแต่ละเดือนที่ใหญ่ที่สุดจะถูกจัดขึ้นในวันเดียวเดือนเดียวกัน เช่น 7.7, 10.10, 12.12 กลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ผู้คนรอคอยมากที่สุดสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์ในแต่ละเดือน ไฮไลท์ของวันนี้คือมหกรรมดีลพิเศษ จัดโดยแพลตฟอร์ม Marketplace อย่างเช่น Lazada, Shopee, และ TikTok ถ้าพูดถึงในฝั่งของผู้ขายแล้วนั้น ช่วงแคมเปญใหญ่แบบนี้แหละจะเป็นช่วงที่ร้านค้าออนไลน์ไม่ควรพลาดที่จะเข้าร่วมแคมเปญการขายต่างๆเพราะเป็นช่วงเวลาทองที่จะช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับร้านค้า สำหรับผู้ซื้อ การรอคอยในช่วงแคมเปญนี้ นั้นไม่ใช่เพียงแค่ดีลพิเศษ แต่ยังเป็นโอกาสที่จะได้สินค้าที่ต้องการในราคาที่คุ้มค่าที่สุด จึงถือว่าเป็นหนึ่งในแคมเปญที่ได้ผลตอบรับที่ดีมาก จากการสำรวจพบว่าหลายร้านค้าและแบรนด์ดังมียอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับวันปกติ ซึ่งบทความนี้จะมาพูดถึงกลยุทธ์ที่จะช่วยร้านออนไลน์มียอดขายที่พุ่ง กำไรที่ปัง ในช่วง double day และถ้าขายดีขึ้นมาแล้วจะทำยังไงให้ยอดขายไม่ตกมาเริ่มที่เทคนิคแรกกันเลยค่ะ 1.จัดโปรโมชั่นที่ดึงดูด ช่วง Double Day การใช้โปรโมชั่นที่น่าสนใจก็ถือว่าเป็นการเรียกลูกค้าเข้ามาในร้านนั้นเอง และเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้เร็วยิ่งขึ้น การเข้าร่วมแคมเปญโปรโมชั่นของแพลตฟอร์มถือเป็นตัวเลือกแรกที่ร้านค้าจะต้องทำเพราะจะได้รับการโปรโมทจากแพลตฟอร์ม เพิ่มการมองเห็นของร้านค้า และทำให้ลูกค้าที่เข้ามาช้อปปิ้งเจอสินค้าของเราได้ง่ายยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างโปรโมชั่นที่ร้านค้าสามารถทำขึ้นมาเพื่อเข้าร่วมดีลพิเศษได้ เช่น Special Bundle Set การจัดเซ็ทสินค้าในราคาพิเศษ ซึ่งร้านค้าสามารถใช้เทคนิคการจัดเซ็ทโดยเลือกสินค้าที่ขายดีจับคู่กับสินค้าที่ขายไม่ค่อยดีคู่กัน เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและจะช่วยลดจำนวนสินค้าค้างสต๊อกได้อีกด้วย หรืออาจจะเป็นการจัดเซ็ทคอลเลคชั่นสินค้าในราคาพิเศษ ก็สามารถทำได้หลากหลาย ทั้งนี้การจัดโปรโมชั่นในลักษณะนี้จะช่วยดึงความสนใจลูกค้าเกิดความรู้สึกคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปมากกว่าซื้อในราคาชิ้นเดี่ยว […]
CRM คืออะไร ช่วยรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างไรบ้าง
ขายของยุคนี้ ไม่ใช่แค่ซื้อมาแล้วขายไป เพราะการขายสินค้าไปได้ครั้งเดียว แล้วต้องหาลูกค้าใหม่เรื่อย ๆ อยู่ตลอด มันเหนื่อยเกินไปครับ และอาจได้ไม่คุ้มเสียอีกด้วย เพราะจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น เพื่อใช้ในการดึงดูดลูกค้าใหม่ เพราะงั้นสิ่งที่สำคัญในการตลาดยุคใหม่จึงเน้นใส่ใจประสบการณ์ของผู้บริโภคเป็นหลัก และหันมาทำ CRM เพื่อที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ให้ผู้ซื้อเกิดความประทับใจจนนำไปสู่การซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง และรักษาฐานลูกค้า เพื่อให้มีการบอกต่อหรือแนะนำคนใกล้ตัวของเขาให้มาซื้อสินค้าหรือใช้บริการเราได้ในอนาคตครับ CRM คืออะไร ? Customer Relationship Management (CRM) คือการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งหมายถึงวิธีการที่เราจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มยอดขายและ เก็บข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้าเพื่อรักษาและขยายฐานลูกค้าในระยะยาว การทำ CRM จะช่วยสร้างทัศนคติที่ดีให้กับลูกค้า ให้มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ ต่อสินค้าหรือบริการ ประเภทของ CRM มีอะไรบ้าง หลังจากที่ทำความรู้จักกันไปแล้วว่า CRM คืออะไร มาดูกันดีกว่าครับว่า CRM หรือการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า มีกี่ประเภท อะไรบ้าง Operational CRM บริหารจัดการ Operational CRM คือระบบที่ช่วยจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า เช่น ข้อมูลการติดต่อกับลูกค้า ข้อมูลการบริการ ใบเสนอราคา หรือข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้า […]
คลังสินค้าออนไลน์ที่ดี ต้องเป็นอย่างไร? สต๊อกตรง‑แพ็กทัน ภายใน 24 ชม.
การทำคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีหรือ Warehouse Online จะต้องรู้จักการบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบให้มีประสิทธิภาพ คือต้องมีระบบที่ออนไลน์สามารถตรวจสอบได้ทุกการเคลื่อนไหวของสินค้านั้นเองครับ เนื่องจากบริการคลังสินค้ามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบสินค้ามากมายจากหลากหลายบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยจัดเก็บสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการที่ไม่สะดวกหรือไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดเก็บสินค้า และไม่ใช่แค่ให้บริการพื้นที่แก่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่รวมไปถึงการควบคุม ดูเเล และตรวจสอบคุณภาพสินค้า โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของธุรกิจคู่ค้าและลูกค้าผู้รับสินค้า เรามาดูกันดีกว่าครับว่าคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีเป็นอย่างไร ? คลังสินค้าออนไลน์ คืออะไร คลังสินค้าออนไลน์ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า Warehouse Online คือการจัดเก็บและบริหารสินค้าผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการรับสินค้าเข้า (Inbound), การจัดเก็บ (Storage), การหยิบสินค้า (Pick), การแพ็ค (Pack) และการจัดส่ง (Ship) ซึ่งทุกขั้นตอนจะถูกบันทึกและควบคุมผ่านระบบหลังบ้าน เช่น ระบบ WMS หรือระบบ OMS ที่สามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ แตกต่างจากคลังสินค้าทั่วไปตรงที่เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ของตัวเอง ไม่ต้องลงแรงจัดการเองให้วุ่นวาย แถมยังสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสินค้าได้ตลอดเวลา เหมาะกับผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการโฟกัสแค่เรื่องการขายเป็นหลัก แล้วปล่อยให้มืออาชีพดูแลหลังบ้านให้ครบจบในที่เดียว รูปแบบของคลังสินค้าออนไลน์ มีอะไรบ้าง เมื่อพูดถึงคลังสินค้าออนไลน์ หลายคนอาจนึกถึงแค่ “ชั้นวางของในโกดัง” แต่จริง ๆ แล้ว การจัดเก็บสินค้าให้เหมาะสมกับลักษณะของสินค้าแต่ละประเภทก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของระบบ Fulfillment ครับ […]
