Knowledge Center

SLA คืออะไร กับ 3 ตัวชี้วัด Marketplace ที่คนขายออนไลน์จะต้องรู้

SLA,Marketplace,Lazada,Tiktok,shopee

ถ้าให้พูดถึงการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนี้ก็คงเป็นช่องทาง Marketplace ที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่างช่องทางการขาย Lazada, Shopee, TikTok Shop ซึ่งแน่นอนว่าการที่ได้รับความสนใจสิ่งที่เพิ่มมากขึ้นตามมาด้วยก็คือการแข่งขันของร้านค้าออนไลน์ใน Marketplace เพราะประเภทสินค้าที่เหมือนกันหรือมีความคล้ายกันก็จะทำให้ผู้ซื้อเกิดการเปรียบเทียบก่อนซื้อ และเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ ร้านค้าออนไลน์ควรต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้และทำให้แบรนด์เติบโตได้ในระยะยาว  SLA คือข้อตกลงระดับการให้บริการที่ผู้ขายต้องปฏิบัติตาม ดังนั้น บทความนี้เราจะมาพูดถึงปัจจัยที่เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ร้านค้ามีเรตติ้งคะแนนร้านค้าที่ดีและเป็นส่วนช่วยทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อีกด้วยนั้นก็คือ SLA (Service Level Agreement)

แน่นอนว่าการมีเรตติ้งร้านค้าที่ดีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากความคาดหวังของลูกค้ามีสูงขึ้นเรื่อย ๆ การรักษามาตรฐาน SLA ที่ดีจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ทั้งในเรื่องของความรวดเร็วในการจัดการออเดอร์ไปจนถึงจัดส่ง คุณภาพของสินค้าที่ตรงตามที่ระบุ และการให้บริการลูกค้าอย่างมืออาชีพ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว 

SLA คืออะไร? 

Service Level Agreement หรือ SLA คือข้อตกลงในการให้บริการระหว่างร้านค้าและแพลตฟอร์มการขาย ซึ่งก็จะเป็นในส่วนข้อตกลงในการให้บริการเพื่อวัดคุณภาพการจัดส่งของร้านค้า การที่ร้านค้าปฏิบัติตามข้อตกลง SLA ของแพลตฟอร์มจะช่วยให้ร้านค้า ไม่โดนคะแนนบทลงโทษ สามารถเข้าร่วมแคมเปญใหญ่ ๆ เพิ่มโอกาสในการขาย และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

SLA ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง 

การทำธุรกิจออนไลน์บน Marketplace นั้น ผู้ขายจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานการให้บริการหรือ SLA เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากลูกค้า โดยองค์ประกอบหลักของ SLA ที่ผู้ขายควรให้ความสำคัญมีดังนี้  

  1. หน้าที่และข้อจำกัดของการบริการ เป็นการระบุขอบเขตและเงื่อนไขในการให้บริการอย่างชัดเจน เช่น ประเภทสินค้าที่จำหน่าย พื้นที่การจัดส่งและข้อจำกัดต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อการให้บริการ เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจและได้รับบริการตรงตามความคาดหวัง 
  2. ระยะเวลาในการให้บริการ กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการดำเนินการแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่การรับคำสั่งซื้อ การจัดเตรียมสินค้า การจัดส่ง รวมถึงการแก้ไขปัญหาหากเกิดข้อผิดพลาด เพื่อให้การบริการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามมาตรฐานที่กำหนด 
  3. การยกเลิกข้อตกลง ระบุเงื่อนไขและขั้นตอนในการยกเลิกคำสั่งซื้อหรือข้อตกลงการให้บริการอย่างชัดเจน รวมถึงนโยบายการคืนเงินและการชดเชยต่าง ๆ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความโปร่งใสในการทำธุรกรรม

ความสำคัญของ SLA  

SLA คือเครื่องมือสำคัญในการวัดและควบคุมคุณภาพการให้บริการของร้านค้าออนไลน์ การรักษามาตรฐานที่ดี จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้า และสามารถความมั่นใจให้แก่ลูกค้าได้ ไม่เพียงแต่ความพึงพอใจของลูกค้า แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการจัดอันดับและการแสดงผลสินค้าบนแพลตฟอร์ม ร้านค้าที่มีเกณฑ์ SLA ที่ดีมักจะได้รับสิทธิพิเศษจากแพลตฟอร์ม เช่น การแสดงผลบนหน้าเสิร์ช ได้รับป้ายรับรองคุณภาพหรือการเข้าร่วมแคมเปญพิเศษต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังส่งผลดีต่อผลประกอบการของร้านในระยะยาว โดยเฉพาะยอด Impression ในการแสดงผลของสินค้าใน Marketplace ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้นด้วย


3 ตัวชี้วัด SLA แต่ละ Marketplace เรียกว่าอะไร ทำไมถึงสำคัญ?

อัตราการจัดส่งเร็ว,อัตราการจัดส่งล่าช้า,อัตราการจัดส่งไม่สำเร็จ 3 ตัวชี้วัดนี้ร้านค้าควรที่จะเลือกโฟกัสเป็นอันดับต้น ๆ เพราะหากถ้าทำได้ดีแล้ว ตัวชี้วัดอื่น ๆ ก็จะมีคะแนนที่ดีตามมาด้วย การทำความเข้าใจว่า SLA คืออะไรจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่หากทำไม่ถึงเกณฑ์ตามที่แพลตฟอร์มกำหนดก็อาจจะมีบทลงโทษซึ่งส่งผลกระทบตั้งแต่การมองเห็นสินค้า ถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมแคมเปญการขายต่าง ๆ ถูกจำกัดคำสั่งซื้อรายวัน หรืออาจจะส่งผลกระทบไปถึงขั้นร้านค้าถูกระงับชั่วคราวและถูกปิดถาวรได้เลย ใครที่ขายออนไลน์ช่องทาง Marketplace นอกจากจะโฟกัสที่การขายแล้วก็อย่าลืมให้ความสนใจในเรื่องนี้กันด้วยนะคะ มาเริ่มทำความเข้าใจกับตัวชี้วัดแรกกันเลยค่ะ

1.อัตราการจัดส่งเร็ว

อัตราการจัดส่งสินค้าที่ได้รับการยืนยันสถานะส่งมอบให้กับขนส่งภายในระยะเวลาที่แพลตฟอร์มกำหนด โดยแต่ละแพลตฟอร์จะแตกต่างกันออกไปดังนี้ 

1. Shopee FHR หรือ (Fast Handover Rate) อัตราการจัดส่งเร็วต้องทำให้ได้ ≥ 80% ซึ่งจะถูกคำนวนจากคำสั่งซื้อทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 30 วัน ร้านค้าต้องทำการส่งมอบพัสดุให้กับขนส่งภายระยะเวลาที่กำหนดดังนี้

เกณฑ์ในการคำนวณอัตราการจัดส่งเร็ว Shopee

  • คำสั่งซื้อที่ได้รับการยืนยันก่อนเวลา 12.00 น. ร้านค้าต้องทำการส่งมอบพัสดุให้ขนส่งภายใน 23.59 น.ของวันที่ได้รับและยืนยันคำสั่งซื้อ ( ต้องส่งภายในวันนั้นเลย)
  • คำสั่งซื้อที่ได้รับการยืนยันหลังเวลา 12.00 น. ร้านค้าต้องทำการส่งมอบพัสดุให้ขนส่งภายใน 23.59 น. ของวันถัดไปหลังจากที่คำสั่งซื้อได้รับการยืนยัน

2. Lazada FFR (Fast Fulfilment Rate) อัตราการจัดส่งเร็วต้องทำให้ได้ ≥ 80% ขึ้นไป ร้านค้าจะต้องทำให้ออเดอร์อยู่ในสถานะ RTS (Ready to Ship) ภายใน 24 ชม. และส่งมอบพัสดุให้ขนส่งภายใน 48 ชม.ทำความเข้าใจง่าย ๆ เพื่อให้ได้ตามเกณฑ์ที่แพลตฟอร์มกำหนดก็คือต้องจัดการออเดอร์ภายใน 1 วันหรือ 24 ชม.ทันที หลังจากที่ลูกค้ากดชำระเงินนั่นเองค่ะ

3. TikTok FDR (Fast Dispatch Rate) อัตราการจัดส่งเร็วต้องทำให้ถึง 85% โดยจะถูกคิดจากเปอร์เซ็นต์ของคำสั่งซื้อที่จ่ายเงินแล้วทั้งหมด (ตลอดช่วง 30 วัน) ที่มีการส่งมอบให้ขนส่งภายในระยะเวลาที่กำหนดดังนี้

  • คำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นก่อนเวลา 12:00 น. จะต้องได้รับการส่งมอบและตรวจสอบโดยผู้ให้บริการขนส่ง ภายในเวลา 23:59 น. ในวันทำการเดียวกัน (วันจันทร์ – วันเสาร์)

คำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นหลังเวลา 12:00 น. จะต้องได้รับการส่งมอบและตรวจสอบโดยผู้ให้บริการขนส่ง ภายในเวลา 23:59 น. ในวันทำการถัดไป


2.อัตราการจัดส่งล่าช้า

เกิดจากหลาย ๆ สาเหตุ เช่น ร้านค้าไม่สามารถจัดส่งได้ เพราะสินค้าสต็อกหมด มีจำนวนคำสั่งซื้อจำนวนมากแต่มีจำนวนคนไม่เพียงพอในการแพ็คสินค้าทำให้ออเดอร์ค้างอยู่ที่ระบบนานจึงทำให้เกิดอัตราการจัดส่งที่ล่าช้า ยิ่งร้ายแรงไปกว่านั้นคำสั่งซื้อที่ล่าช้าอาจจะถูกยกเลิกได้เลย

  • Shopee Late Shipment Rate (LSR) ร้านค้าจะต้องมีเรทอัตราการจัดส่งที่ล่าช้าไม่เกิน 15% ในระยะเวลา 7 วันย้อนหลัง หากร้านค้ามีออเดอร์ที่ทำการจัดส่งล่าช้าเกินกว่ากำหนดจะได้รับคะแนนความประพฤติรวมไปถึงอาจจะถูกตัดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
  • TikTok Shop ใช้ตัวย่อว่า LDR (Late Dispatch Rate) ร้านค้าควรมีอัตรา LDR น้อยกว่า 10% ซึ่งจะถูกคำนวนจากเปอร์เซ็นต์ของคำสั่งซื้อทั้งหมด (ในช่วง 7 วันย้อนหลัง) ที่ไม่ได้อัปเดตสถานะเป็น “จัดส่งแล้ว” ภายใน 1 วันทำการ (ถึงเวลา 23.59 น.) นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งซื้อนั้น ๆ

Lazada สำหรับช่องทาง ลาซาด้า จะไม่ได้มีตัวชี้วัดที่เป็นอัตราการจัดส่งล่าช้าโดยตรงแต่ร้านค้าสามารถใช้ตัวชี้วัด อัตราการจัดส่งเร็ว FFR (Fast Fulfilment Rate) เป็นเกณฑ์การประเมินเพื่อประสิทธิภาพการจัดส่งของร้านค้าเองได้ค่ะ


3.อัตราการจัดส่งไม่สำเร็จ

อัตราการจัดส่งไม่สำเร็จหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า อัตราการยกเลิกคำสั่งซื้อ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้จากทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขายหรืออาจจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติจากแพลตฟอร์มก็เป็นไปได้ สำหรับตัวชี้วัดในส่วนนี้เราจะพูดถึงกรณีการยกเลิกที่คำสั่งซื้อถูกยกเลิกเนื่องจากความผิดพลาดของผู้ขาย ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลาย ๆ สาเหตุ เช่น ผู้ขายกดยกเลิกคำสั่งซื้อเอง เนื่องจากสินค้าหมดสต็อก ไม่สามารถจัดส่งได้, คำสั่งซื้อถูกยกเลิกโดยระบบ เพราะผู้ขายไม่สามารถจัดส่งได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ระบบจึงยกเลิกอัตโนมัติ เป็นต้น มาดูกันเลยว่าแต่ละช่องทางการขายมีเกณฑ์การวัดอัตราการยกเลิกเท่าไหร่กันบ้าง

  • Shopee NFR (Non Fulfilment Rate) ร้านค้าจะต้องรักษาระดับอัตราการยกเลิกไม่ให้เกิน 10% ซึ่งเกณฑ์การวัดนี้จะถูกวัดจากจากจำนวนคำสั่งซื้อที่ถูกยกเลิกและขอคืนเงินทั้งหมด (ระยะเวลา 7 วันย้อนหลัง) นอกเหนือจากสาเหตุที่คำสั่งซื้อถูกยกเลิกโดยผู้ขายและยกเลิกโดยระบบแล้ว อัตราการยกเลิกอาจเกิดได้จากสาเหตุ การคืนสินค้า เช่น ผู้ซื้อขอคืนสินค้า เนื่องจากสินค้าอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมใช้งาน หรือ เนื่องจากความผิดพลาดในการแพ็ค เช่น ส่งสินค้าผิดไปจากที่เลือก สินค้าไม่ครบตามที่สั่ง สินค้าส่วนประกอบไม่ครบถ้วน เป็นต้น
  • Lazada CR% (Cancellation Rate) ถูกคำนวนจากคำสั่งซื้อทั้งหมดในช่วงเวลา 28 วันที่ผ่านมา ร้านค้าควรมีอัตราการยกเลิกไม่เกิน 5% เพราะอาจจะถูกจำกัดจำนวนคำสั่งซื้อรายวัน และหากมีอัตราการยกเลิกในช่วงแคมเปญที่สูงถึง 10% ก็จะถูกจำกัดเข้าร่วมแคมเปญพิเศษ ทำให้เสียโอกาสในการทำยอดขายในช่วงนั้นได้
  • Tiktok SFCR (Seller-Fault Cancellation Rate) ช่องทางนี้จะคำนวณจาก คำสั่งซื้อทั้งหมดในช่วง 7 วันที่ผ่านมาโดยที่ผู้ขายจะต้องมีเรทอัตราการยกเลิกไม่เกิน 10% เพราะจะโดนบทลงโทษจากแพลตฟอร์มโดยการให้คะแนนการละเมิดร้านค้า 2 คะแนน และหาก 10% นั้นมีจำนวนคำสั่งซื้อที่ถูกยกเลิกมากกว่า 30 ออเดอร์ ก็จะได้รับคะแนนการละเมิด 4 คะแนน ซึ่งตัวคะแนนการละเมิดของ TikTok Shop นั้นก็จะมีเกณฑ์การให้บทลงโทษในแต่ละช่วงเช่นกัน ร้ายแรงสุดร้านค้าอาจจะถูกปิดไปเลยก็ได้

สรุป SLA คืออะไร? ในแต่ละ Marketplace ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

สำหรับใครที่ขายออนไลน์อยู่ในทุก ๆ ช่องทางที่กล่าวมานั้นสามารถเทียบเกณฑ์การวัดจากตารางด้านบนนี้เลยค่ะ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดขึ้นและจะได้เช็คบทลงโทษที่จะเกิดขึ้นหากทำได้ไม่ถึงตามเกณฑ์หรือเกินกว่าที่กำหนด (ข้อมูลอัปเดตเดือนพฤศจิกายน 2567)


ถ้าไม่อยากโดนบทลงโทษต้องทำยังไง? 

ทั้ง 3 ตัวชี้วัดที่กล่าวมานั้นร้านค้าควรทำ อัตราการจัดส่งเร็วให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอัตราการจัดส่งล่าช้า และอัตราการยกเลิก และหากไม่อยากมากังวลว่าจะทำได้ถึงเกณฑ์ตามที่แพลตฟอร์มกำหนดหรือไม่นั้น ในเรื่องของการจัดการออเดอร์ตั้งแต่การแพ็คสินค้า,จัดส่งสินค้า,การบริหารจัดการเรื่องสต็อกสินค้า สามารถใช้บริการ Fulfillment เพื่อเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ได้ค่ะเพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องตัวชี้วัดเหล่านี้แล้วคุณยังมีเวลาไปโฟกัสจัดการเรื่องอื่นๆที่สำคัญกว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขายให้กับแบรนด์ หรือ การดูแลลูกค้าที่เข้ามาสอบถามทางแชทข้อความได้อีกด้วย

สำหรับบริการคลังสินค้าออนไลน์แบบครบวงจรที่ MyCloud Fulfillment เรามีบริการการจัดการออเดอร์ด้วยระบบ Order Management System ที่ทันสมัยและ API เชื่อมต่อทุกช่องทางการขายและอัปเดตออเดอร์และสต็อกแบบเรียลไทม์ทุก 3 นาที สามารถดึงออเดอร์จากระบบหลังบ้าน Marketplace เพื่อทำการแพ็คสินค้าและจัดส่งสินค้าให้กับขนส่งที่เข้ามารับที่คลังได้ทันตามรอบ SLA ไม่ต้องมาคอยนั่งเช็คว่า % ของอัตราการจัดส่งเร็ว,อัตราการจัดส่งล่าช้า และ อัตราการยกเลิก จะเป็นยังไง เพราะใช้บริการคลังสินค้าที่ MyCloud เราการันตีเรื่องการจัดส่งเร็วด้วยทีมงานมืออาชีพที่ทำงานกันตลอด 24 ชม. คลังเปิดตลอดไม่มีวันหยุด หากสนใจบริการคลังสินค้าออนไลน์แบบครบวงจรที่ MyCloud Fulfillment สามารถทักเข้ามาเพื่อปรึกษากับทางเราได้ก่อนค่ะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SLA

SLA (Service Level Agreement) คือข้อตกลงระดับการให้บริการที่ผู้ขายต้องปฏิบัติตาม เป็นเครื่องมือสำคัญในการวัดและควบคุมคุณภาพการให้บริการของร้านค้าออนไลน์

มีหน้าที่และข้อจำกัดของการบริการ ระยะเวลาในการให้บริการ และการยกเลิกข้อตกลง ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การรับคำสั่งซื้อ การจัดเตรียมสินค้า การจัดส่ง ไปจนถึงนโยบายการคืนเงินและการชดเชย

Shopee FHR (Fast Handover Rate) ต้องทำให้ได้ ≥80% ซึ่งคำนวณจากคำสั่งซื้อทั้งหมดในช่วง 30 วันย้อนหลัง คำสั่งซื้อที่ยืนยันก่อนเวลา 12.00 น. ต้องส่งมอบพัสดุให้ขนส่งภายใน 23.59 น. ของวันนั้น ส่วนที่ยืนยันหลัง 12.00 น. ต้องส่งมอบภายใน 23.59 น. ของวันถัดไป

Lazada FFR (Fast Fulfilment Rate) ต้องทำให้ได้ ≥80% ขึ้นไป โดยร้านค้าต้องทำให้ออเดอร์อยู่ในสถานะ RTS (Ready to Ship) ภายใน 24 ชั่วโมง และส่งมอบพัสดุให้ขนส่งภายใน 48 ชั่วโมง

การรักษามาตรฐาน SLA ที่ดีจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้า สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า และช่วยให้ร้านค้ามีเรตติ้งคะแนนที่ดีซึ่งเป็นส่วนช่วยทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น

SLA จะระบุเงื่อนไขและขั้นตอนในการยกเลิกคำสั่งซื้อหรือข้อตกลงการให้บริการอย่างชัดเจน รวมถึงนโยบายการคืนเงินและการชดเชยต่างๆ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความโปร่งใสในการทำธุรกรรม

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

SIPS ShopeePay คืออะไร โปรแกรมใหม่ช่วยร้านค้าขายต่างประเทศบน Shopee

ก้าวหน้าไปอีกขั้นสำหรับการขาย E-Commerce ที่ต้องการขยายธุรกิจไปตลาดต่างประเทศ แพลตฟอร์ม E-Commerce เองก็มีส่วนช่วย หรือเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขายในการขยายธุรกิจไปขายยังลูกค้าต่างประเทศ อาทิเช่น Taobao หรือ Tmall ในจีนที่สนับสนุนธุรกิจในยุโรปให้เข้ามาขายในจีนได้อย่างง่ายมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องมีร้านค้าแบบออฟไลน์ในประเทศจีนด้วยซ้ำไป            ซึ่งก็มีหลาย ๆ แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจากความช่วยเหลือ หรืออำนวยความสะดวกจากแพลตฟอร์ม แต่ก็ไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่จะสำเร็จ เพราะผู้บริโภคเองก็มีสิทธ์ที่จะเลือกซื้อสินค้าที่โดดเด่น แตกต่างจากแค่การตัดราคากัน หรือมีคุณภาพสูงดึงดูดให้ลูกค้าสนใจ            สำหรับในไทยเองแพลตฟอร์ม E-Commerce บางเจ้าก็เริ่มมีโปรแกรมสนับสนุนผู้ขายดังกล่าว เพื่อช่วยให้ร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มเข้าถึงลูกค้าต่างชาติได้ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น วันนี้ MyCloud มีตัวอย่างโปรแกรม Shopee International Platform จาก Shopee ที่น่าสนใจมาก ๆ มาแนะนำให้ผู้ขายรู้จักกันค่ะ  โปรแกรม SIP คืออะไร?  พ่อค้าแม่ค้า Shopee รู้หรือยังคะ? ตอนนี้ Shopee มีโปรแกรมดี ๆ ที่ช่วยให้คุณสามารถขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศได้ง่ายขึ้นแบบไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเลยค่ะ นั่นคือ โปรแกรม Shopee International Platform หรือ SIP นั่นเอง! […]

EMS World คืออะไร? ส่งพัสดุต่างประเทศ 84 ประเทศผ่านไปรษณีย์ไทย ไม่ต้องไปที่ไปรษณีย์เองอีกต่อไป

บริการ EMS World ส่งพัสดุต่างประเทศ ของไปรษณีย์ไทย คือหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับผู้ประกอบการ e-Commerce ไทย ด้วยความครอบคลุมถึง 84 ประเทศทั่วโลก น้ำหนักสูงสุด 30 กก. และระบบติดตามพัสดุออนไลน์ตลอดเส้นทาง แต่หลายคนยังสับสนว่า EMS World คืออะไรกันแน่ ต่างจาก EMS ในประเทศอย่างไร ส่งได้กี่ประเทศ และถ้าไม่อยากเสียเวลาไปต่อคิวที่ไปรษณีย์ มีวิธีไหนบ้าง? บทความนี้จะตอบทุกคำถาม พร้อมบอกวิธีที่ร้านค้าออนไลน์ใช้ EMS World ส่งพัสดุต่างประเทศได้แบบ ไม่ต้องออกจากร้านเลยสักครั้ง EMS World คืออะไร? EMS World (Express Mail Service World) คือบริการส่งพัสดุระหว่างประเทศแบบด่วนของไปรษณีย์ไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย EMS ระดับโลกที่ไปรษณีย์จากหลายประเทศร่วมกันดำเนินการภายใต้มาตรฐาน Universal Postal Union (UPU) EMS World เหมาะสำหรับพัสดุที่มีน้ำหนักมากกว่าที่ e-Packet Plus รองรับ และต้องการความน่าเชื่อถือในการจัดส่ง […]

ลูกค้าเก่า เอาใจยังไง? เทคนิคง่ายๆให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ

ลูกค้าใหม่อาจเพิ่มยอดได้ไว แต่ถ้าหวังให้ธุรกิจไปได้ไกล ต้องอาศัย “ลูกค้าเก่า” ที่พร้อมกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาคือ…ลูกค้าเก่าไม่ได้กลับมาเองเสมอไป ถ้าเราไม่ใส่ใจ ไม่กระตุ้น หรือไม่มีอะไรใหม่ๆ ให้เขารู้สึกว่า “คุณยังต้องการฉันอยู่” บทความนี้จะพาคุณรู้วิธีเอาใจลูกค้าเก่าแบบไม่ต้องขายตรง แต่อยู่ตรงใจ พร้อมเทคนิคทำให้ ลูกค้าประจำ เพิ่มขึ้น และยอดขายไม่หล่นหายหลังจากปิดดีลแรก ทำไม ลูกค้าเก่า สำคัญกว่าที่คิด? การได้ลูกค้าใหม่ 1 คนมีต้นทุนสูงกว่าการรักษา ลูกค้าเก่า ถึง 5–7 เท่า ทั้งจากค่าโฆษณา แรงสร้างความน่าเชื่อถือ และเวลาที่ใช้ในการปิดการขาย ในขณะที่ลูกค้าเก่ารู้จักแบรนด์อยู่แล้ว รู้ว่าคุณขายอะไร มีประสบการณ์การใช้งานจริง และสามารถตัดสินใจซื้อซ้ำได้เร็วขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้าเก่าที่พอใจยังเป็นกระบอกเสียงให้แบรนด์ ช่วยบอกต่อหรือแนะนำให้เพื่อนซื้ออีกทางหนึ่งโดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย ลูกค้าเก่าอยากได้อะไร? ลูกค้าเก่ามักมองหาสิ่งพิเศษบางอย่างที่จะทำให้พวกเขารู้สึกว่า “ฉันสำคัญ” ไม่ว่าจะเป็น โปรซื้อซ้ำ ที่เฉพาะเจาะจงกับประวัติการสั่งซื้อ, สิทธิพิเศษจากการเป็นสมาชิก หรือแม้แต่ของแถมเล็กๆ ที่ทำให้รู้ว่าคุณใส่ใจ หากคุณเป็นคนที่ขายของออนไลน์ทาง Marketplace อย่าง Shopee, Lazada หรือ TikTok อยู่แล้วก็อาจจะรู้ดีว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้จะมีฟีเจอร์การตลาดที่สามารถทำระบบสมาชิกได้แต่ข้อจำกัดที่เป็นผลเสียต่อแบรนด์เองนั้นก็คือ แพลตฟอร์มจะไม่อนุญาตให้นำส่งข้อมูลลูกค้าเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น […]

SIPS ShopeePay คืออะไร โปรแกรมใหม่ช่วยร้านค้าขายต่างประเทศบน Shopee

ก้าวหน้าไปอีกขั้นสำหรับการขาย E-Commerce ที่ต้องการขยายธุรกิจไปตลาดต่างประเทศ แพลตฟอร์ม E-Commerce เองก็มีส่วนช่วย หรือเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขายในการขยายธุรกิจไปขายยังลูกค้าต่างประเทศ อาทิเช่น Taobao หรือ Tmall ในจีนที่สนับสนุนธุรกิจในยุโรปให้เข้ามาขายในจีนได้อย่างง่ายมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องมีร้านค้าแบบออฟไลน์ในประเทศจีนด้วยซ้ำไป            ซึ่งก็มีหลาย ๆ แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจากความช่วยเหลือ หรืออำนวยความสะดวกจากแพลตฟอร์ม แต่ก็ไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่จะสำเร็จ เพราะผู้บริโภคเองก็มีสิทธ์ที่จะเลือกซื้อสินค้าที่โดดเด่น แตกต่างจากแค่การตัดราคากัน หรือมีคุณภาพสูงดึงดูดให้ลูกค้าสนใจ            สำหรับในไทยเองแพลตฟอร์ม E-Commerce บางเจ้าก็เริ่มมีโปรแกรมสนับสนุนผู้ขายดังกล่าว เพื่อช่วยให้ร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มเข้าถึงลูกค้าต่างชาติได้ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น วันนี้ MyCloud มีตัวอย่างโปรแกรม Shopee International Platform จาก Shopee ที่น่าสนใจมาก ๆ มาแนะนำให้ผู้ขายรู้จักกันค่ะ  โปรแกรม SIP คืออะไร?  พ่อค้าแม่ค้า Shopee รู้หรือยังคะ? ตอนนี้ Shopee มีโปรแกรมดี ๆ ที่ช่วยให้คุณสามารถขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศได้ง่ายขึ้นแบบไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเลยค่ะ นั่นคือ โปรแกรม Shopee International Platform หรือ SIP นั่นเอง! […]

EMS World คืออะไร? ส่งพัสดุต่างประเทศ 84 ประเทศผ่านไปรษณีย์ไทย ไม่ต้องไปที่ไปรษณีย์เองอีกต่อไป

บริการ EMS World ส่งพัสดุต่างประเทศ ของไปรษณีย์ไทย คือหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับผู้ประกอบการ e-Commerce ไทย ด้วยความครอบคลุมถึง 84 ประเทศทั่วโลก น้ำหนักสูงสุด 30 กก. และระบบติดตามพัสดุออนไลน์ตลอดเส้นทาง แต่หลายคนยังสับสนว่า EMS World คืออะไรกันแน่ ต่างจาก EMS ในประเทศอย่างไร ส่งได้กี่ประเทศ และถ้าไม่อยากเสียเวลาไปต่อคิวที่ไปรษณีย์ มีวิธีไหนบ้าง? บทความนี้จะตอบทุกคำถาม พร้อมบอกวิธีที่ร้านค้าออนไลน์ใช้ EMS World ส่งพัสดุต่างประเทศได้แบบ ไม่ต้องออกจากร้านเลยสักครั้ง EMS World คืออะไร? EMS World (Express Mail Service World) คือบริการส่งพัสดุระหว่างประเทศแบบด่วนของไปรษณีย์ไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย EMS ระดับโลกที่ไปรษณีย์จากหลายประเทศร่วมกันดำเนินการภายใต้มาตรฐาน Universal Postal Union (UPU) EMS World เหมาะสำหรับพัสดุที่มีน้ำหนักมากกว่าที่ e-Packet Plus รองรับ และต้องการความน่าเชื่อถือในการจัดส่ง […]

ลูกค้าเก่า เอาใจยังไง? เทคนิคง่ายๆให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ

ลูกค้าใหม่อาจเพิ่มยอดได้ไว แต่ถ้าหวังให้ธุรกิจไปได้ไกล ต้องอาศัย “ลูกค้าเก่า” ที่พร้อมกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาคือ…ลูกค้าเก่าไม่ได้กลับมาเองเสมอไป ถ้าเราไม่ใส่ใจ ไม่กระตุ้น หรือไม่มีอะไรใหม่ๆ ให้เขารู้สึกว่า “คุณยังต้องการฉันอยู่” บทความนี้จะพาคุณรู้วิธีเอาใจลูกค้าเก่าแบบไม่ต้องขายตรง แต่อยู่ตรงใจ พร้อมเทคนิคทำให้ ลูกค้าประจำ เพิ่มขึ้น และยอดขายไม่หล่นหายหลังจากปิดดีลแรก ทำไม ลูกค้าเก่า สำคัญกว่าที่คิด? การได้ลูกค้าใหม่ 1 คนมีต้นทุนสูงกว่าการรักษา ลูกค้าเก่า ถึง 5–7 เท่า ทั้งจากค่าโฆษณา แรงสร้างความน่าเชื่อถือ และเวลาที่ใช้ในการปิดการขาย ในขณะที่ลูกค้าเก่ารู้จักแบรนด์อยู่แล้ว รู้ว่าคุณขายอะไร มีประสบการณ์การใช้งานจริง และสามารถตัดสินใจซื้อซ้ำได้เร็วขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้าเก่าที่พอใจยังเป็นกระบอกเสียงให้แบรนด์ ช่วยบอกต่อหรือแนะนำให้เพื่อนซื้ออีกทางหนึ่งโดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย ลูกค้าเก่าอยากได้อะไร? ลูกค้าเก่ามักมองหาสิ่งพิเศษบางอย่างที่จะทำให้พวกเขารู้สึกว่า “ฉันสำคัญ” ไม่ว่าจะเป็น โปรซื้อซ้ำ ที่เฉพาะเจาะจงกับประวัติการสั่งซื้อ, สิทธิพิเศษจากการเป็นสมาชิก หรือแม้แต่ของแถมเล็กๆ ที่ทำให้รู้ว่าคุณใส่ใจ หากคุณเป็นคนที่ขายของออนไลน์ทาง Marketplace อย่าง Shopee, Lazada หรือ TikTok อยู่แล้วก็อาจจะรู้ดีว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้จะมีฟีเจอร์การตลาดที่สามารถทำระบบสมาชิกได้แต่ข้อจำกัดที่เป็นผลเสียต่อแบรนด์เองนั้นก็คือ แพลตฟอร์มจะไม่อนุญาตให้นำส่งข้อมูลลูกค้าเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น […]