Knowledge Center

5 เทคนิคโกยยอดขายให้พุ่ง ช่วง Double Day

Double Day โอกาสวันทำกำไร

Double Day หรือที่หลายคนรู้จักกันดีว่า “วันเลขเบิ้ล” หนึ่งใน Mega Campaign ของแต่ละเดือนที่ใหญ่ที่สุดจะถูกจัดขึ้นในวันเดียวเดือนเดียวกัน เช่น 7.7, 10.10, 12.12 กลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ผู้คนรอคอยมากที่สุดสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์ในแต่ละเดือน ไฮไลท์ของวันนี้คือมหกรรมดีลพิเศษ จัดโดยแพลตฟอร์ม Marketplace อย่างเช่น Lazada, Shopee, และ TikTok ถ้าพูดถึงในฝั่งของผู้ขายแล้วนั้น ช่วงแคมเปญใหญ่แบบนี้แหละจะเป็นช่วงที่ร้านค้าออนไลน์ไม่ควรพลาดที่จะเข้าร่วมแคมเปญการขายต่างๆเพราะเป็นช่วงเวลาทองที่จะช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับร้านค้า

สำหรับผู้ซื้อ การรอคอยในช่วงแคมเปญนี้ นั้นไม่ใช่เพียงแค่ดีลพิเศษ แต่ยังเป็นโอกาสที่จะได้สินค้าที่ต้องการในราคาที่คุ้มค่าที่สุด จึงถือว่าเป็นหนึ่งในแคมเปญที่ได้ผลตอบรับที่ดีมาก จากการสำรวจพบว่าหลายร้านค้าและแบรนด์ดังมียอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับวันปกติ ซึ่งบทความนี้จะมาพูดถึงกลยุทธ์ที่จะช่วยร้านออนไลน์มียอดขายที่พุ่ง กำไรที่ปัง ในช่วง double day และถ้าขายดีขึ้นมาแล้วจะทำยังไงให้ยอดขายไม่ตกมาเริ่มที่เทคนิคแรกกันเลยค่ะ

Shopping online Mega Sale

1.จัดโปรโมชั่นที่ดึงดูด ช่วง Double Day

Double Day โอกาสวันทำกำไร

การใช้โปรโมชั่นที่น่าสนใจก็ถือว่าเป็นการเรียกลูกค้าเข้ามาในร้านนั้นเอง และเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้เร็วยิ่งขึ้น การเข้าร่วมแคมเปญโปรโมชั่นของแพลตฟอร์มถือเป็นตัวเลือกแรกที่ร้านค้าจะต้องทำเพราะจะได้รับการโปรโมทจากแพลตฟอร์ม เพิ่มการมองเห็นของร้านค้า และทำให้ลูกค้าที่เข้ามาช้อปปิ้งเจอสินค้าของเราได้ง่ายยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างโปรโมชั่นที่ร้านค้าสามารถทำขึ้นมาเพื่อเข้าร่วมดีลพิเศษได้ เช่น

Special Bundle Set

การจัดเซ็ทสินค้าในราคาพิเศษ ซึ่งร้านค้าสามารถใช้เทคนิคการจัดเซ็ทโดยเลือกสินค้าที่ขายดีจับคู่กับสินค้าที่ขายไม่ค่อยดีคู่กัน เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและจะช่วยลดจำนวนสินค้าค้างสต๊อกได้อีกด้วย หรืออาจจะเป็นการจัดเซ็ทคอลเลคชั่นสินค้าในราคาพิเศษ ก็สามารถทำได้หลากหลาย ทั้งนี้การจัดโปรโมชั่นในลักษณะนี้จะช่วยดึงความสนใจลูกค้าเกิดความรู้สึกคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปมากกว่าซื้อในราคาชิ้นเดี่ยว

Gift With Purchases (GWP)

การจัดโปรโมชั่นของแถม จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความอยากซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้น แม้ว่าบางคนอาจจะไม่ได้ตั้งใจจะมาซื้อสินค้าแต่พอเห็นของแถมที่ตัวเองอยากได้แล้วอาจจะกดซื้อได้เลยทันทีก็ได้ ยกตัวอย่างโปรโมชั่นของแถมที่เราคุ้นๆนั้นก็คือ เช่น ซื้อ 1 แถม 1,ซื้อสินค้าครบ 500 บาทได้รับกระเป๋าพรีเมี่ยมฟรี 1 ใบ,ซื้อสินค้าภายในร้านภายในเวลา เที่ยงคืน-ตีสอง รับฟรี ของขวัญสุดพิเศษจากร้านค้า (ในจำนวนจำกัด) เป็นต้น

ซึ่งการทำโปรโมชั่นของแถมที่หลากหลายร้านค้าก็ต้องเตรียมวางแผนให้ดีเช่นกันเพราะหากตั้งโปรโมชั่นของแถมจากระบบร้านค้าแล้วลืมแถมสินค้าให้กับลูกค้าไปกับคำสั่งซื้อนั้นๆอาจจะทำให้เสียเวลาและเสียค่าส่งสินค้าของแถมตามไป อีกทั้งลูกค้าอาจจะไม่พอใจและเกิดความรู้สึกแย่ๆกับร้านค้าได้เช่นกันค่ะ

Flash Sale (ราคาพิเศษเฉพาะ Doble Day นี้เท่าน้น)

ดีลเด็ดจำกัดเวลา แม่ค้า พ่อค้า หลายคนคงไม่มีใครไม่รู้จักกับการจัดโปรโมชั่นนี้ เพราะถือว่าเป็นโปรที่ช่วยเร่งยอดได้เลยทีเดียว ด้วยช่วงเวลาและสต๊อกสินค้าที่จำกัดจะทำให้ลูกค้าเกิดความกลัวว่าสินค้าจะหมดและพลาดโปรดีๆจึงต้องรีบกดซื้อให้ทันนั้นเอง

ข้อควรระวังที่ร้านค้าต้องเตรียมนั้นก็คือสต๊อกสินค้าเพราะการที่จะเข้าร่วม Flash Sale นั้นได้ ทางแพลตฟอร์มจะมีเงื่อนไขที่ร้านค้าต้องปฏิบัติตาม เช่น ต้องมีจำนวนสต๊อกถึง 80-100 ชิ้น ถึงจะผ่านเกณฑ์ให้เข้าร่วม เพราะสต๊อกสินค้าต้องเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าที่จะมากดซื้อในช่วงเวลานั้นด้วยนั้นเอง

Free Delivery (ค่าส่งฟรีเมื่อซื้อสินค้าช่วง Double Day)

Free Delivery

แน่นอนว่าอะไรยิ่งคุ้ม ลูกค้ายิ่งชอบ การจัดโปรโมชั่นแบบส่งฟรีจะช่วยทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกคุ้มค่าและเกิดความรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษที่ได้รับข้อเสนอดีๆแบบนี้ อีกทั้งยังช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆที่อาจจะไม่เคยซื้อกับร้านค้าเรา ตัดสินใจกดซื้อได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และเมื่อลูกค้าพอใจในการซื้อครั้งแรกก็จะเกิดการซื้อซ้ำนั้นเอง รวมถึงความรูภาพลักษณ์ของแบรนด์

2.ปรับแต่งหน้าร้านค้า Marketplace

การออกแบบหน้าร้านค้าหรือ Shop-in-Shop ให้ดึงดูดถือเป็นประตูบานแรกเลยก็ว่าได้ เมื่อลูกค้าเข้ามายังหน้าร้านค้าของเราไม่ว่าจะช่องทางการขาย Lazada, Shopee แล้วเจอ Banner ที่มีเอกลักษณ์หรือแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ก็จะทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจอยากอยู่ในหน้านั้นๆและเลื่อนเจอสินค้า หรือ ข้อความโฆษณา,รายการสินค้าเซ็ทพิเศษที่เราอยากจะนำเสนอขายในช่วงโปรโมชั่นนั้นๆได้

Shop in Shop

ซึ่งปัจจุบันมีรูปแบบ Template การตกแต่งหน้าร้านค้าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแบนเนอร์รูปภาพเดี่ยว,แบนเนอร์พร้อมแท็กสินค้า,เลือกแสดงลิงก์รายการสินค้าขายดี,หรือแสดงหมวดหมู่สินค้า เป็นต้น ซึ่งร้านค้าสามารถเข้าไปแก้ไข ปรับแต่งจากระบบหลังบ้านของ Marketplace นั้นๆได้เลย

3.โปรโมตแคมเปญ Double Day ผ่านทาง Social Media

Social Media Promote

ร้านค้าสามารถทำการโปรโมทก่อนวันเริ่มแคมเปญทาง Social Media เพื่อให้ลูกค้าได้รับรู้ว่าเรากำลังจะมีดีลพิเศษในช่วงวัน double days เพื่อช่วย Traffic คนเข้่ามายังร้านค้าใน Marketplace ซึ่งมีหลายวิธีที่สามารถทำได้ไม่ว่าจะเป็นทำโพสต์คอนเทนต์ทาง Facebook หรือยิง Ads ทำโฆษณาโปรโมท,ประชาสัมพันธ์ บรอดแคสผ่านทาง Line

Influencer

หรือจะเป็นการร่วมมือกับ Influencers หรือ Bloggers เพื่อให้ทำการโปรโมทรีวิวสินค้า,ทำคอนเทนต์ร่วมกัน โดยเฉพาะในช่วงแคมเปญใหญ่ ๆ อย่าง Double Day การสื่อสารผ่านทางนักรีวิวเหล่านี้จะช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างและตรงกลุ่มมากยิ่งขึ้น

4.เตรียมสต๊อกสินค้าให้พร้อมขาย

เตรียมสต๊อกสินค้าพร้อมขาย

ข้อนี้ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มแคมเปญ เพราะถ้ามีสินค้าไม่เพียงพอต่อการขาย หรือสินค้าหมดลูกค้าอาจจะกดซื้อไม่ได้ซึ่งเท่ากับว่าคุณเสียโอกาสในการทำกำไรในวันนั้นได้ทันที ร้านค้าควรจะมีการวางแผนและตรวจเช็คสต๊อกสินค้าให้ละเอียด และคาดการณ์จำนวนสินค้าที่มี เทียบกับความต้องการซื้อของลูกค้า ในช่วงวันแคมเปญ โดยเฉพาะสินค้าที่เป็น Best Seller หรือสินค้าขายดีไม่ควรให้ขาดสต๊อกในช่วงเวลาที่มีการโปรโมทสินค้าหรือจัดโปรโมชั่น เนื่องจากเป็นสินค้าที่ลูกค้าคาดหวังว่าจะมีพร้อมขายอยู่เสมอ

หากสินค้าขายดีเหล่านี้ขาดสต๊อก นอกจากคุณจะเสียโอกาสในการขายไปแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้าอีกด้วย ลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้านั้นอาจรู้สึกผิดหวัง และได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดี อาจทำให้ลูกค้าประจำเปลี่ยนใจไปซื้อสินค้าจากคู่แข่งแทน คุณอาจสูญเสียลูกค้าทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในสายตาลูกค้าอีกด้วย และหากเมื่อรู้ตัวเนิ่นๆว่าสินค้าใกล้จะหมดก็ควรรีบเติมสต๊อก ก่อนที่จะพลาดโอกาสการขายที่จะเกิดขึ้นในช่วงแคมเปญ

5. เตรียมทีมงานหลังบ้านให้พร้อม

เตรียมทีมหลังบ้านให้พร้อมสำหรับการขายช่วงแคมเปญใหญ่

ไม่ว่าคุณจะเป็นร้านค้าขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่การมีทีมงานหลังบ้านให้พร้อมรับมือในวันแคมเปญย่อมเป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถามลูกค้าผ่านทางแชทข้อความ ทั้งในช่วงก่อนจนถึงช่วงเริ่มแคมเปญมักจะมีลูกค้าเข้ามาสอบถามรายละเอียดสินค้า,รายละเอียดโปรโมชั่นที่จะเกิดขึ้น หรือแม้กระทั้งหลังจบแคมเปญแล้วก็ตามลูกค้าก็จะเข้ามาสอบถามเรื่องการจัดส่งหรือติดตามพัสดุนั้นเอง ซึ่งการตอบคำถามอย่างสุภาพและตอบได้รวดเร็วถือเป็น การรักษาระดับความสัมพันธ์กับลูกค้า ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ เกิดความรู้สึกดีๆกับร้านค้าและมีผลต่อการตัดสินใจซื้อในครั้งนั้นและครั้งถัดไป

ขายออนไลน์

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันถ้าจะพูดถึงทีมงานหลังบ้านก็คงไม่พ้นเรื่อง การจัดการออเดอร์ เพราะการเตรียมหรือวางแผนเรื่องทีมงานก็จะช่วยให้การจัดการออเดอร์ได้อย่างราบรื่น เพราะไม่มีใครรู้ว่าออเดอร์จะเกิดขึ้นเยอะมากน้อยเท่าไหร่หากจัดการแพ็กสินค้าส่งไม่ทันส่ง ออเดอร์อาจจะถูกยกเลิกหรือเสียคะแนนร้านค้าได้ หรือการมีระบบจัดการออเดอร์(OMS)เข้าเข้ามาช่วยก็จะทำให้การจัดการออเดอร์ง่ายขึ้น เพราะจะช่วยจัดลำดับความสำคัญของออเดอร์ ว่าออเดอร์ใดควรจัดการก่อน ช่วยลดปัญหาการจัดส่งล่าช้าและลดความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาด เช่น การแพ็กสินค้าผิด เป็นต้น

ขายดีจนปัง! แต่ต้องระวังเรื่องเหล่านี้

การเตรียมตัวขายในช่วง Double Day เป็นสิ่งสำคัญที่ร้านค้าออนไลน์ไม่ควรมองข้าม แม้ว่ากลยุทธ์ทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมาอาจดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆที่ปกติร้านค้าออนไลน์หลายๆร้านทั่วไปก็ทำกันอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณเป็นร้านค้าที่ขายสินค้าผ่านหลายช่องทาง ทั้ง Lazada, Shopee, TikTok Shop หรืออาจะขายทาง Social Media ด้วย ในช่วงแรกๆคุณอาจจะจัดการออเดอร์เสร็จทันได้ตามเวลาของแพลตฟอร์ม แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณขายดีขึ้นจนจำนวนออเดอร์เพิ่มขึ้นแบบกระทันหันจนไม่สามารถจัดการออเดอร์ได้เองทัน อาจจะส่งผลกระทบต่อร้านค้าตามมาอย่างเช่น ส่งของช้า,ออเดอร์ถูกยกเลิก,คะแนนร้านค้าตก

แพ็กไม่ทัน

ผลกระทบดังกล่าวนี้อาจจะทำให้ร้านค้าของคุณถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมแคมเปญใหญ่ๆได้เลย อย่างเช่น แคมเปญช่วง Double Day, Mid Month, Pay Day อีกทั้งอาจจะถูกจำกัดการขายต่อวัน ยกตัวอย่างเช่น ร้านค้ามีอัตราการยกเลิกที่สูง ทางแพลตฟอร์มอาจจะมีเกณฑ์การลงโทษให้ขายได้แค่วันละ 5-10 คำสั่งซื้อเป็นต้น ซึ่งในกรณีบทลงโทษแบบนี้อาจจะทำให้เสียโอกาสในการขายและทำให้ยอดขายตกก็เป็นได้

เพราะฉะนั้น ถ้าคุณคิดว่าไม่ควรที่จะเสี่ยงกับปัญหาเหล่านี้ การมีผู้ช่วยหรือใช้บริการ Fulfillment เข้ามาจัดการในเรื่องหลังบ้านจึงเป็นอีกทางเลือกนึงเพราะจะช่วยให้คุณไม่ต้องมาวุ่นวายกับการจัดการเรื่องออเดอร์ การแพ็กสินค้า,การจัดส่งสินค้า และจะช่วยแบ่งเบาภาระให้คุณมีเวลาไปมุ่งเน้นการทำการตลาด จัดโปรโมชั่นได้อย่างเต็มที่ หรือมีเวลาไปตอบคำถามลูกค้าทางแชทได้อย่างหมดห่วง

Double Day โอกาสวันทำกำไร

ที่ MyCloud Fulfillment เราคือคลังสินค้าออนไลน์แบบครบวงจรที่จะช่วยให้เรื่องการขายออนไลน์เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพราะเรามีทั้งบริการ การจัดการออเดอร์ (เก็บ แพ็ก ส่ง) ด้วยระบบการจัดการออเดอร์ OMS (Order Management System) และมีทีมงานมืออาชีพที่คอยจัดการให้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วงไหนที่คุณขายดีมากๆแล้วมีออเดอร์เยอะเพิ่มขึ้นมาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ที่ MyCloud เราสามารถจัดการออเดอร์ส่งทันตามรอบ SLA ของแพลตฟอร์ม(ช่วยให้คะแนนร้านค้าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี)

คลังสินค้าออนไลน์แบบครบวงจร

มีระบบเชื่อมต่อสำหรับการขายหลายช่องทาง (Omnichannel Management) ที่ร้านค้าออนไลน์สามารถใช้สต๊อกสินค้าเดียวกันขายได้ทุกช่องทาง และอัปเดตข้อมูลทั้งสต๊อกและออเดอร์ได้ทุกๆ 5 นาที (แบบ Real-Time) ทำให้คุณบริหารจัดการทุกช่องทางการขายได้อย่างไม่มีสะดุด และตลอดการใช้บริการที่ MyCloud เรายังมีบริการดูแลร้านค้าโดยทีมงาน Customer Support ที่คอยดูแลให้คำปรึกษา เรื่องการใช้งานของระบบและคอยแก้ไขปัญหาต่างๆที่ลูกค้าพบอีกด้วย อีกทั้งร้านค้าสามารถนำข้อมูลการขายและข้อมูลภาพรวมร้านค้าจาก ระบบสรุปรายงาน เช่น ข้อมูลการขายแต่ละช่องทาง,สต๊อกสินค้าคงคลัง,การจัดส่ง นำไปพัฒนาปรับปรุงร้านค้าให้มียอดขายที่ดียิ่งๆขึ้นไป

ขายดีออนไลน์

ให้การขายออนไลน์ของคุณราบรื่นและเติบโตได้ไม่จำกัด แค่คุณนำสินค้ามาเก็บที่คลัง MyCloud Fulfillment เราจะช่วยจัดการทุกขั้นตอนหลังบ้านให้คุณอย่างมีประสิทธิภาพ ครบจบในที่เดียว เพื่อธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน เริ่มปรึกษาบริการของเราได้ที่นี่ค่ะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การขายช่วง Double Day

Double Day หรือ “วันเลขเบิ้ล” คือหนึ่งใน Mega Campaign ของแต่ละเดือนที่ใหญ่ที่สุด จัดขึ้นในวันเดียวเดือนเดียวกัน เช่น 7.7, 10.10, 12.12 โดยแพลตฟอร์ม Marketplace อย่าง Lazada, Shopee และ TikTok เป็นช่วงเวลาทองที่ช่วยกระตุ้นยอดขายให้ร้านค้า

เช่น Special Bundle Set การจัดเซ็ทสินค้าขายดีคู่กับสินค้าที่ขายไม่ค่อยดีในราคาพิเศษ, Gift With Purchases (GWP) การจัดโปรโมชั่นของแถม, และ Free Delivery การจัดส่งฟรีเพื่อสร้างความรู้สึกคุ้มค่าให้ลูกค้า

การออกแบบหน้าร้านค้าหรือ Shop-in-Shop ให้ดึงดูดด้วย Banner ที่มีเอกลักษณ์ พร้อมแสดงลิงก์รายการสินค้าขายดีหรือหมวดหมู่สินค้า จะช่วยให้ลูกค้าเกิดความสนใจอยากอยู่ในหน้าร้านและเลื่อนดูสินค้ามากขึ้น

เพื่อให้ลูกค้ารับรู้ล่วงหน้าว่าร้านกำลังจะมีดีลพิเศษ ช่วยเพิ่ม Traffic เข้าร้านค้าใน Marketplace โดยทำได้หลายวิธี เช่น โพสต์คอนเทนต์ทาง Facebook ยิง Ads บรอดแคสผ่าน LINE หรือร่วมมือกับ Influencers และ Bloggers เพื่อรีวิวสินค้า

เป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มแคมเปญ เพราะหากมีสินค้าไม่เพียงพอต่อการขายหรือสินค้าหมด ร้านค้าจะพลาดโอกาสการขายที่จะเกิดขึ้นในช่วงแคมเปญ

ต้องมีทีมงานตอบคำถามลูกค้าผ่านแชทอย่างสุภาพและรวดเร็ว เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า และควรมีระบบจัดการออเดอร์ (OMS) ช่วยจัดลำดับความสำคัญของออเดอร์ ลดปัญหาการจัดส่งล่าช้าและความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาด เช่น การแพ็กสินค้าผิด

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Return Case คืออะไร? รู้จัก RC และ RE ระบบจัดการพัสดุตีกลับของ MyCloud Fulfillment

การขายสินค้าผ่าน Marketplace อาจเกิดกรณีที่พัสดุถูกตีกลับหรือผู้ซื้อขอคืนสินค้า ไม่ว่าจะมาจากการจัดส่งไม่สำเร็จ ลูกค้าปฏิเสธรับสินค้า หรือสินค้าไม่ตรงตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ ปัญหาสำคัญของร้านค้าคือ จะทราบได้อย่างไรว่าพัสดุกลับถึงคลังแล้วหรือยัง สินค้ามีสภาพอย่างไร และมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการคืนเงินหรือยื่นข้อโต้แย้งกับ Marketplace หรือไม่ MyCloud Fulfillment จึงพัฒนาระบบ Return Cases เพื่อให้ร้านค้าตรวจสอบรายการพัสดุตีกลับ ภาพสินค้า สภาพพัสดุ และสถานะล่าสุดภายในคลังได้ด้วยตัวเอง ช่วยลดการติดตามข้อมูลจากหลายฝ่ายและทำให้การตัดสินใจเกี่ยวกับสินค้าคืนรวดเร็วยิ่งขึ้น Return Case คืออะไร? Return Case หรือ RC คือรายการที่ใช้บันทึกพัสดุตีกลับแต่ละกล่องเมื่อพัสดุเดินทางกลับมาถึงคลัง MyCloud โดยระบบจะแสดงข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจสอบ เช่น รายละเอียดพัสดุ ภาพสินค้า สภาพของพัสดุ และสถานะล่าสุดภายในคลัง ร้านค้าสามารถนำข้อมูลจาก Marketplace มาค้นหาและเปรียบเทียบกับข้อมูลใน Return Cases ก่อนตัดสินใจคืนเงินให้ผู้ซื้อหรือยื่นหลักฐานเพื่อโต้แย้งกับช่องทางการขาย สรุป: ระบบจัดการพัสดุตีกลับของ MyCloud ประกอบด้วย 2 รายการสำคัญ ได้แก่ RC สำหรับบันทึกและตรวจสอบพัสดุตีกลับแต่ละกล่อง และ RE สำหรับรับสินค้าตีกลับเข้าจัดเก็บในคลัง […]

3 ข้อควรระวังสำหรับธุรกิจ E-Commerce ยุคใหม่

3 ข้อควรระวังสำหรับธุรกิจ E-Commerce ยุคใหม่           E-Commerce หรือการซื้อขายออนไลน์นั้นมีความก้าวหน้า และพัฒนาขึ้นทุก ๆ วัน และยิ่งเติบโตเพิ่มมากขึ้นโดยจะไม่มีวันถอยหลังอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหรือ ช็อปออนไลน์ที่มากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมาคนไทยใช้เวลาบนอินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 8.44 ชั่วโมงต่อวัน และเวลาที่ใช้อินเทอร์เน็ตสูงสุดอันดับ 9 ของโลกเลยทีเดียว            แล้วรู้หรือไม่? ว่าไม่ว่าจะเป็นธุรกิจออนไลน์เล็กหรือใหญ่ ธุรกิจต่าง ๆ มักติดอยู่กับสิ่งเดียวกันในช่วงแรก ๆ โดยในบทความนี้เราจะมาพูดถึงสิ่งเหล่านี้ เพื่อให้ผู้ขาย หรือเจ้าของธุรกิจได้ตระหนัก และไม่ลืมคิดถึงจุดที่ส่งผลต่อธุรกิจออนไลน์ของคุณเหล่านี้ค่ะ 1. มองในมุมลูกค้า ใส่ใจ “รีวิว”            ธุรกิจต้องไม่มองข้ามจุดแข็งของตัวเอง เพราะ “Overlooking your core competency” อาจเป็นข้อบกพร่องที่ร้านค้ามองข้ามไปในจุดนี้จากงานวิจัยพฤติกรรมของลูกค้า พบว่าลูกค้าหรือผู้บริโภคถึง […]

Digital Marketing Funnel ฉบับเข้าใจง่าย!

มาทำความรู้จัก Digital Marketing Funnel ฉบับเข้าใจง่ายกัน! หากจะพูดถึง Funnel ที่แปลว่า “กรวย” แล้วนั้น ภาพในหัวที่ต้องผุดขึ้นมาเลยก็จะเป็นรูปแบบสามเหลี่ยมคว่ำใช่ไหมล่ะครับ Digital Marketimg Funnel ที่ผมจะมาพูดถึงในวันนี้ก็เช่นกันครับ ขอให้เพื่อน ๆ ลองนึกภาพสามเหลี่ยมคว่ำตาม รับรองไม่ยากอย่างที่คิด อ่านจบคุณอาจจะเปลี่ยนสถานะของผู้ที่สนใจให้กลายมาเป็นลูกค้าประจำของคุณก็ได้นะครับ Digital Marketing Funnel คืออะไร ? จากภาพกรวยที่มีตอนบนกว้าง แล้วค่อย ๆ แคบลงนั้นสื่อถึงการกลั่นกรองนั่นเองครับ หลักการง่าย ๆ ของเจ้า Digital Marketing Funnelนี้ คือการมุ่งหาผู้ที่จะมาเป็นลูกค้าตัวจริง จากการที่นักการตลาดเหวี่ยงแหในวงกว้างเพื่อสร้างโอกาสในการขายให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทำให้มีผู้ที่เข้ามาหลากหลายรูปแบบ ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่ใช่ลูกค้าของคุณจริง ๆ จึงต้องค่อย ๆ กรองคนเหล่านั้นตามกระบวนการแต่ละขั้น ซึ่งขั้นตอนต่าง ๆ จะมีความคล้าย Marketing Funnel แบบเดิม แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ยุค Digital เทคโนโลยีหรือสื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำการตลาดมากขึ้น จึงเกิดเป็น Digital Marketing Funnel นี้ครับ  Digital Marketing Funnel […]

Return Case คืออะไร? รู้จัก RC และ RE ระบบจัดการพัสดุตีกลับของ MyCloud Fulfillment

การขายสินค้าผ่าน Marketplace อาจเกิดกรณีที่พัสดุถูกตีกลับหรือผู้ซื้อขอคืนสินค้า ไม่ว่าจะมาจากการจัดส่งไม่สำเร็จ ลูกค้าปฏิเสธรับสินค้า หรือสินค้าไม่ตรงตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ ปัญหาสำคัญของร้านค้าคือ จะทราบได้อย่างไรว่าพัสดุกลับถึงคลังแล้วหรือยัง สินค้ามีสภาพอย่างไร และมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการคืนเงินหรือยื่นข้อโต้แย้งกับ Marketplace หรือไม่ MyCloud Fulfillment จึงพัฒนาระบบ Return Cases เพื่อให้ร้านค้าตรวจสอบรายการพัสดุตีกลับ ภาพสินค้า สภาพพัสดุ และสถานะล่าสุดภายในคลังได้ด้วยตัวเอง ช่วยลดการติดตามข้อมูลจากหลายฝ่ายและทำให้การตัดสินใจเกี่ยวกับสินค้าคืนรวดเร็วยิ่งขึ้น Return Case คืออะไร? Return Case หรือ RC คือรายการที่ใช้บันทึกพัสดุตีกลับแต่ละกล่องเมื่อพัสดุเดินทางกลับมาถึงคลัง MyCloud โดยระบบจะแสดงข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจสอบ เช่น รายละเอียดพัสดุ ภาพสินค้า สภาพของพัสดุ และสถานะล่าสุดภายในคลัง ร้านค้าสามารถนำข้อมูลจาก Marketplace มาค้นหาและเปรียบเทียบกับข้อมูลใน Return Cases ก่อนตัดสินใจคืนเงินให้ผู้ซื้อหรือยื่นหลักฐานเพื่อโต้แย้งกับช่องทางการขาย สรุป: ระบบจัดการพัสดุตีกลับของ MyCloud ประกอบด้วย 2 รายการสำคัญ ได้แก่ RC สำหรับบันทึกและตรวจสอบพัสดุตีกลับแต่ละกล่อง และ RE สำหรับรับสินค้าตีกลับเข้าจัดเก็บในคลัง […]

3 ข้อควรระวังสำหรับธุรกิจ E-Commerce ยุคใหม่

3 ข้อควรระวังสำหรับธุรกิจ E-Commerce ยุคใหม่           E-Commerce หรือการซื้อขายออนไลน์นั้นมีความก้าวหน้า และพัฒนาขึ้นทุก ๆ วัน และยิ่งเติบโตเพิ่มมากขึ้นโดยจะไม่มีวันถอยหลังอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหรือ ช็อปออนไลน์ที่มากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมาคนไทยใช้เวลาบนอินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 8.44 ชั่วโมงต่อวัน และเวลาที่ใช้อินเทอร์เน็ตสูงสุดอันดับ 9 ของโลกเลยทีเดียว            แล้วรู้หรือไม่? ว่าไม่ว่าจะเป็นธุรกิจออนไลน์เล็กหรือใหญ่ ธุรกิจต่าง ๆ มักติดอยู่กับสิ่งเดียวกันในช่วงแรก ๆ โดยในบทความนี้เราจะมาพูดถึงสิ่งเหล่านี้ เพื่อให้ผู้ขาย หรือเจ้าของธุรกิจได้ตระหนัก และไม่ลืมคิดถึงจุดที่ส่งผลต่อธุรกิจออนไลน์ของคุณเหล่านี้ค่ะ 1. มองในมุมลูกค้า ใส่ใจ “รีวิว”            ธุรกิจต้องไม่มองข้ามจุดแข็งของตัวเอง เพราะ “Overlooking your core competency” อาจเป็นข้อบกพร่องที่ร้านค้ามองข้ามไปในจุดนี้จากงานวิจัยพฤติกรรมของลูกค้า พบว่าลูกค้าหรือผู้บริโภคถึง […]

Digital Marketing Funnel ฉบับเข้าใจง่าย!

มาทำความรู้จัก Digital Marketing Funnel ฉบับเข้าใจง่ายกัน! หากจะพูดถึง Funnel ที่แปลว่า “กรวย” แล้วนั้น ภาพในหัวที่ต้องผุดขึ้นมาเลยก็จะเป็นรูปแบบสามเหลี่ยมคว่ำใช่ไหมล่ะครับ Digital Marketimg Funnel ที่ผมจะมาพูดถึงในวันนี้ก็เช่นกันครับ ขอให้เพื่อน ๆ ลองนึกภาพสามเหลี่ยมคว่ำตาม รับรองไม่ยากอย่างที่คิด อ่านจบคุณอาจจะเปลี่ยนสถานะของผู้ที่สนใจให้กลายมาเป็นลูกค้าประจำของคุณก็ได้นะครับ Digital Marketing Funnel คืออะไร ? จากภาพกรวยที่มีตอนบนกว้าง แล้วค่อย ๆ แคบลงนั้นสื่อถึงการกลั่นกรองนั่นเองครับ หลักการง่าย ๆ ของเจ้า Digital Marketing Funnelนี้ คือการมุ่งหาผู้ที่จะมาเป็นลูกค้าตัวจริง จากการที่นักการตลาดเหวี่ยงแหในวงกว้างเพื่อสร้างโอกาสในการขายให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทำให้มีผู้ที่เข้ามาหลากหลายรูปแบบ ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่ใช่ลูกค้าของคุณจริง ๆ จึงต้องค่อย ๆ กรองคนเหล่านั้นตามกระบวนการแต่ละขั้น ซึ่งขั้นตอนต่าง ๆ จะมีความคล้าย Marketing Funnel แบบเดิม แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ยุค Digital เทคโนโลยีหรือสื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำการตลาดมากขึ้น จึงเกิดเป็น Digital Marketing Funnel นี้ครับ  Digital Marketing Funnel […]