Knowledge Center

MyCloud Sale Page

ฟีเจอร์ส่งเสริมการขาย MyCloud Sale Page

จะดีกว่าไหม? ถ้าขายออนไลน์แล้วจ่ายค่าธรรมเนียมการขายได้ถูกลง ทุกวันนี้การขายผ่าน Marketplace อย่าง Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ Line Shopping อาจจะช่วยให้ยอดขายพุ่ง แต่สิ่งที่ตามมาคือ “ค่าธรรมเนียมการขาย” หรือ “ค่า GP” ที่แต่ละแพลตฟอร์มหักจากยอดขาย ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามสินค้าและแพลตฟอร์ม กำไรที่ควรได้จึงอาจลดลงโดยไม่รู้ตัว เจ้าของธุรกิจออนไลน์จึงต้องวางแผนให้รอบคอบ ทั้งเรื่องราคาขาย โปรโมชันและต้นทุน ให้คุ้มกับค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย แต่รู้ไหมว่ายังมีอีกหนึ่งช่องทางการขายที่ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มกำไรได้จริง นั่นก็คือฟีเจอร์ MyCloud Sale Page ที่จะมาบอกต่อในบทความนี้ค่ะ

คนขายออนไลน์ จ่ายค่าธรรมเนียมการขายได้ถูกลง

ปัญหาเมื่อขายทาง Marketplace

อย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้ ค่าธรรมเนียมการขาย (GP) ของแพลตฟอร์ม Marketplace ทุกวันนี้ถือว่าสูงพอสมควร ทำให้แม้ร้านค้าจะอัดโปรแรงแค่ไหน หรือดึงดูดลูกค้าได้มากเพียงใด รายได้สุทธิที่ได้รับจากคำสั่งซื้อก็อาจจะถูกแพลตฟอร์มหักลบไป

ปัยหาเมื่อขายออนไลน์ที่ Marketplace

แต่เรื่องค่าธรรมเนียมยังไม่ใช่อุปสรรคเดียว เดี๋ยว MyCloud จะพาไปดูว่า ปัจจัยอะไรอีกบ้าง…ที่ทำให้ธุรกิจออนไลน์อาจไปไม่สุด ทั้งที่ยอดขายก็ดูจะดี!

1.ค่าธรรมเนียมสูง (GP สูง)

การขายผ่าน Marketplace มีค่าธรรมเนียมการขายเฉลี่ย 10-20% ต่อออเดอร์ ยิ่งร่วมโปรกับแพลตฟอร์มยิ่งถูกหักเพิ่ม ทำให้แม้ยอดขายจะดูดี แต่กำไรจริงกลับบางลง จนหลายร้านต้องขายปริมาณมากเพื่อให้คุ้มทุน

2. ไม่มีข้อมูลลูกค้า

ไม่มีข้อมูลลูกค้าร้านค้าที่ขายบน Marketplace ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลลูกค้าโดยตรง เช่น เบอร์โทรหรืออีเมล ทำให้การยิงแอดซ้ำ ทำ CRM หรือเก็บฐานลูกค้าสำหรับการตลาดระยะยาวทำได้ยาก เติบโตต่อไม่ง่าย

3.ระยะเวลาที่รับเงิน

การขายผ่านทาง Marketplace ร้านค้าต้องรอประมาณ 7 วันหลังจากส่งของถึงมือลูกค้า ยอดขายถึงจะถูกโอนเข้าบัญชี ซึ่งความล่าช้านี้อาจทำให้ร้านขาดสภาพคล่อง หมุนทุนไม่ทัน เติมสต๊อกไม่ได้ หรือจัดการค่าใช้จ่ายเร่งด่วนไม่ทันเวลา

5. ข้อจำกัดแพลตฟอร์ม

Marketplace มีระบบที่ผู้ขายต้องปฏิบัติตาม เช่น กำหนดวิธีจัดส่ง ระยะเวลาส่ง หรือการให้คะแนนร้านค้า ซึ่งทำให้ผู้ขายขาดความยืดหยุ่นในการบริหารธุรกิจ และอาจไม่เหมาะกับบางรูปแบบการขาย

MyCloud Sale Page คืออะไร?

ฟีเจอร์ MyCloud Sale Page คืออะไร

ฟีเจอร์ส่งเสริมการขายที่พัฒนาโดย MyCloud Fulfillment เพื่อให้ร้านค้าออนไลน์สามารถสร้าง “หน้าเว็บไซต์ขายสินค้า” ได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านการเขียนโค้ดหรือทำเว็บไซต์ เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจออนไลน์ที่ต้องการมีช่องทางขายของตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพา Marketplace ซึ่งมักมีค่าธรรมเนียมการขายที่สูง ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ร้านค้าควบคุมโปรโมชัน จัดการรายการสินค้า และบริหารสต๊อกได้สะดวกในที่เดียว เมื่อสร้าง หน้า Sale Page เสร็จเรียบร้อยในระบบ ร้านค้าจะได้รับลิงก์เว็บไซต์เพื่อนำไปใช้ในการขายทันที ไม่ว่าจะนำไปยิงแอดหรือส่งให้ลูกค้าผ่านแชทเพื่อกดสั่งซื้อก็ใช้งานได้ง่ายและรวดเร็ว

MyCloud Sale Page ใช้งานง่ายยังไง?

Step 1 – เลือกสินค้า

เลือกสินค้าที่ต้องการขายใน SALE Page
  • สร้าง Sales Page จากสินค้าที่มีในระบบ OMS MyCloud
  • เลือกเฉพาะสินค้าที่ต้องการขาย สามารถเชื่อมสต๊อกกับระบบ OMS หรือไม่เชื่อมก็ได้
  • ตั้งราคาโปรโมชั่นพิเศษได้ตามต้องการ
  • สร้าง Sale Page ได้หลายหน้า ไม่มีจํากัดจํานวน
  • ตั้งช่วงเวลาหมดอายุของ link การขายได้ ..หากต้องการให้โปรโมชันสิ้นสุดเมื่อใด

Step 2 – ขายสินค้า

หน้าการขายสินค้าบน Sale Page
  • ร้านค้าสามารถ Customize เลือกสีหน้าการขาย Sale Page ได้ตามแบรนด์ของร้านค้า
  • ลูกค้าที่กดลิงก์ Sale Page เข้ามาจะสามารถกด add to cart และ check out ได้ในหน้าแรกเลย
  • ฟีเจอร์ Sale Page สามารถสร้าง QR อัตโนมัติ สําหรับแต่ละออเดอร์โดยเฉพาะได้อีกด้วย
  • ลูกค้าเพียงแค่แสกนจ่าย ออเดอร์จะ approve ในระบบทันที
  • ระบบจะช่วยกันสต็อกอัตโนมัติหลังลูกค้าสั่งซื้อ ไม่ให้สินค้าขาด …และอื่นๆ อีกมากมาย

ข้อดีที่มี MyCloud Sale Page

ข้อดีของการใช้ MyCloud Sale Page
  • ค่าธรรมเนียมการขายถูกลง

ค่าธรรมเนียมการขายจะถูกหักยอดสุทธิของคำสั่งซื้อ ซึ่งอยู่ใน % ที่น้อยกว่าค่าธรรมเนียมของ Marketplace อย่างแน่นอน ร้านค้าจึงสามารถได้รับกำไรจากการขายได้เยอะขึ้น

  • สร้างเว็บไซต์ได้ง่ายๆ

สร้างหน้า Sale Page ได้ง่ายๆด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องมีพื้นฐานการสร้างเว็บไซต์มาก่อน ร้านค้าก็สามารถจัดการหน้ารายการสินค้าที่จะขาย ตั้งค่าราคา ทำโปรโมชัน และที่สำคัญไม่ต้องเสียเงินแพงไปจ้างคนทำเว็บไซต์ก็สามารถมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้ทันทีค่ะ

  • จัดการออเดอร์ได้ครบทุกขั้นตอน

เพียง แค่มีลิงก์ Sale Page ที่สร้างเสร็จแล้ว คุณสามารถนำลิงก์นี้ไปแปะในโพสต์ขายสินค้าหรือส่งตรงให้ลูกค้าเพื่อเลือกสินค้าและชำระเงินได้ทันที และที่สำคัญไม่ต้องเสียเวลาเช็กยอดโอนเองให้ยุ่งยากเพราะฟีเจอร์เซลเพจของเราจะมีระบบตรวจสอบยอดโอนจริงจาก QR Code ของสลิปที่ลูกค้าได้แนบเข้ามาเมื่อระบบเช็กแล้วว่าจำนวนยอดโอนได้รับตามจริง คำสั่งซื้อจะถูกส่งต่อไปยังระบบคลังสินค้า WMS ของ MyCloud ทันที เพื่อเริ่มขั้นตอนการแพ็กและจัดส่ง สะดวก ง่าย ครบจบในลิงก์เดียว ร้านค้าไม่ต้องมาคอยคีย์ออเดอร์เข้าระบบเองอีกครั้งให้วุ่นวาย

  • รับเงินไว
รับเงินจากการขายสินค้าได้ทันที

เมื่อลูกค้าชำระเงินเรียบร้อย ยอดเงินจะถูกโอนเข้าบัญชีของผู้ขายที่ผูกกับ Sale Page ทันที ไม่ต้องรอหลายวันแบบแพลตฟอร์มอื่น ข้อนี้คงถูกใจพ่อค้าแม่ค้าแน่นอน เพราะช่วยให้ธุรกิจมีเงินหมุนเวียนต่อได้ทันที นำไปพัฒนาต่อยอด สั่งผลิตสินค้าและเติมสต๊อกหรือจ่ายทีมงานได้แบบไม่สะดุด

  • มีฐานข้อมูลลูกค้า

ฟีเจอร์เซลเพจช่วยเรื่อง ฐานข้อมูลลูกค้า ได้อย่างมาก โดยเฉพาะในจุดที่ Marketplace ไม่สามารถให้ได้ ด้วยระบบของ MyCloud ผู้ขายจะได้รับข้อมูลลูกค้าแบบ ครบถ้วน ตั้งแต่ชื่อ-ที่อยู่-เบอร์โทร ไปจนถึงประวัติคำสั่งซื้อ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำไปต่อยอดทำ CRM, ยิงโฆษณาซ้ำ (Retargeting) หรือวางแผนทำ โปรโมชั่นเฉพาะกลุ่ม (Segmented Offer) ได้ทันที

มีฐานข้อมูลลูกค้าเป็นของตัวเอง เซลเพจ เก็บข้อมูลลูกค้าได้

ยิ่งกว่านั้น ข้อมูลเหล่านี้จะ เป็นของร้านค้าเอง 100% ไม่ต้องกังวลว่าจะหายหรือเข้าถึงไม่ได้เหมือนใน Marketplace ช่วยให้ร้านค้ามี “ทรัพย์สินทางข้อมูล” ที่นำไปใช้พัฒนาธุรกิจระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

ตัวอย่างจากการใช้งานจริง
หลังปิดการขายด้วยลิงก์ Sale Page ร้านค้าสามารถดึงรายชื่อลูกค้าที่เคยซื้อมาออกเป็นรายงาน Excel แล้วนำไปใช้ยิงแอดซ้ำผ่าน Facebook หรือส่งโค้ดส่วนลดทาง LINE ได้ทันที

  • จัดโปรโมชั่นได้เฉพาะกลุ่มลูกค้า

จัดโปรโมชั่นเฉพาะกลุ่มได้ง่าย ด้วยการสร้างลิงก์ขายสินค้าที่กำหนดราคาพิเศษเฉพาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่น ลูกค้าเก่า ลูกค้า VIP หรือกลุ่มที่มาจากแคมเปญยิงแอด โดยลูกค้าจะเห็นแค่ราคาที่ตั้งไว้ในลิงก์นั้นเท่านั้น ทำให้ควบคุมโปรโมชั่นได้ตรงจุด ไม่ต้องลดราคาทั้งร้าน และไม่กระทบภาพลักษณ์แบรนด์ในช่องทางอื่น.

สรุปบทความ

การขายออนไลน์ผ่าน Marketplace อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น ข้อจำกัดต่าง ๆ อย่างค่าธรรมเนียมสูงขึ้นเรื่อยๆในทุกๆปี ช่วงเวลาในการรับเงินจากแพลตฟอร์ม และข้อจำกัดฐานข้อมูลลูกค้า อาจกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้ร้านค้าไปต่อได้ไม่เต็มที่ MyCloud Fulfillment คลังสินค้าออนไลน์ที่ให้บริการครบวงจรตั้งแต่ เก็บสินค้า แพ็กสินค้า และจัดส่งสินค้า และยังมีฟีเจอร์ช่วยส่งเสริมการขายอย่าง Sale Page ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดปัญหาเหล่านี้ ด้วยฟีเจอร์ที่ช่วยให้ร้านค้าขายได้ตรงกลุ่ม รับเงินไว ไม่ต้องเสีย GP สูง พร้อมเก็บฐานลูกค้าไว้ต่อยอดได้ในระยะยาว เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจมีอิสระในการขายมากขึ้น และสร้างการเติบโตได้อย่างมั่นคงกว่าเดิมหากสนใจสอบถามข้อมูลของ ฟีเจอร์ Sale Page หรือบริการคลังสินค้าออนไลน์สามารถติดต่อสอบถามเราที่นี่ คลิกเลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

ธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ ปรับตัวยังไงในยุคดิจิทัล – MyCloudFulfillment

ในยุคดิจิทัลนี้ คนปรับตัวเท่านั้นที่จะอยู่รอด!! หมดยุคธุรกิจค้าปลีกที่ปักหลักช่องทางใดช่องทางหนึ่งแล้วครับ ออฟไลน์อย่างเดียวก็ไม่ดี ออนไลน์อย่างเดียวก็ไม่ได้ ทางเดียวที่จะอยู่รอดคือการผสานให้เข้ากัน แต่จะทำยังไงให้เส้นแบ่งของสองโลกหายไป? ในท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด และการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุด วันนี้เรามีวิธีดีๆ มาฝากครับ รีบนำไปปรับใช้กันได้เลย 1.ปรับกลยุทธ์เป็น Omni-Channel ทุกวันนี้กลยุทธ์แบบ Omni-Channel เริ่มเป็นรูปเป็นร่างและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สังเกตได้จากแบรนด์ใหญ่ๆ เค้าปรับกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Central หรือที่ชัดๆ เลยคือ Pomelo ที่สั่งผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ แล้วสามารถไปรับหรือคืนสินค้าตามจุดบริการใกล้บ้านที่เป็นพาร์ทเนอร์ได้ ซึ่งข้อมูลของลูกค้าก็จะเชื่อมถึงกันหมด เป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า และสร้างประสบการณ์การซื้อที่ดีด้วยนะครับ 2.เพิ่มช่องทางการขายให้หลากหลายที่สุด อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าตอนนี้ Marketplace บ้านเรามีเยอะมาก เราจะขายแค่ใน Facebook หรือ Instagram เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้วครับ! ลองวางขายกระจายไปทั่วๆ เช่น Lazada, Shopee, Tiktok Shop เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย 3.จัดโปรเด็ดๆ ราคาดึงดูด ขายของยุคนี้จำเป็นต้องทำโปรนะครับ จะโปรเล็ก โปรใหญ่ ก็ต้องทำ และถ้าคุณขายผ่าน Lazada/Shopee ก็ง่ายเลย เพราะเขาจะมีจัดโปรหรือโค้ดส่วนลดให้ลูกค้า […]

ขนส่ง Shopee ไม่เข้ามารับพัสดุ ทำยังไงดี?

ปัญหา”ขนส่ง Shopee” ไม่เข้ารับพัสดุกลายเป็นปัญหาหนักใจที่หลายๆร้านค้าออนไลน์นั้นอาจจะเคยประสบพบเจอมา เพราะแม้จะแพ็กออเดอร์เสร็จ และทำการนัดหมายขนส่งเรียบร้อย แต่กลับเจอปัญหาเจ้าหน้าที่ขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุซะงั้น ส่งผลให้ออเดอร์ถูกจัดส่งล่าช้า และอาจจะทำให้ลูกค้ารอนานจนเกิดการยกเลิกออเดอร์ ส่งผลให้คะแนนร้านค้าตก สินค้าถูกลดการมองเห็น ยอดขายตก และหากเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนได้รับคะแนนความประพฤติที่ติดลบอาจถึงขั้นโดนบทลงโทษถูกระงับการขาย ให้ปิดร้านไปเลยก็ได้ สาเหตุของปัญหานี้คืออะไร? จะแก้ไขยังไง? และทำอย่างไรให้มั่นใจว่า Shopee Express จะรับพัสดุตรงเวลาเสมอ? บทความนี้มีคำตอบ พร้อมแนะนำทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับทุกร้านค้าออนไลน์ที่ทำให้การจัดส่งของคุณราบรื่นไม่มีสะดุด นัดขนส่ง Shopee เข้ารับพัสดุ ก่อนที่ขนส่ง Shopee จะเข้ามารับพัสดุ ร้านค้าออนไลน์จะต้องเลือกวิธีการจัดส่งแบบ “Pick Up Order“ ในระบบ Shopee Seller Center ก่อน ซึ่งเป็นการตั้งค่าว่าต้องการให้ขนส่งเข้ามารับพัสดุที่หน้าร้านหรือสถานที่ที่กำหนดแทนการนำไป Drop Off เอง การตั้งค่านี้ช่วยให้ร้านค้าสะดวกขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปส่งพัสดุเอง แต่ก็ต้องแน่ใจว่ามีการกรอกข้อมูลที่อยู่ที่ถูกต้อง และเลือกช่วงเวลาที่ขนส่งสามารถเข้ามารับได้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุในภายหลัง หรือหากไม่อยากทำการนัดหมายขนส่งเองให้วุ่นวาย ให้ MyCloud Fulfillment จัดการออเดอร์ให้กับร้านค้าของคุณได้ทั้งบริการแพ็คสินค้าให้พร้อมส่งมอบให้กับขนส่งได้ตรงเวลาตามเกณฑ์ SLA ของ Shopee คลิกเลย ปัญหา […]

ธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ ปรับตัวยังไงในยุคดิจิทัล – MyCloudFulfillment

ในยุคดิจิทัลนี้ คนปรับตัวเท่านั้นที่จะอยู่รอด!! หมดยุคธุรกิจค้าปลีกที่ปักหลักช่องทางใดช่องทางหนึ่งแล้วครับ ออฟไลน์อย่างเดียวก็ไม่ดี ออนไลน์อย่างเดียวก็ไม่ได้ ทางเดียวที่จะอยู่รอดคือการผสานให้เข้ากัน แต่จะทำยังไงให้เส้นแบ่งของสองโลกหายไป? ในท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด และการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุด วันนี้เรามีวิธีดีๆ มาฝากครับ รีบนำไปปรับใช้กันได้เลย 1.ปรับกลยุทธ์เป็น Omni-Channel ทุกวันนี้กลยุทธ์แบบ Omni-Channel เริ่มเป็นรูปเป็นร่างและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สังเกตได้จากแบรนด์ใหญ่ๆ เค้าปรับกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Central หรือที่ชัดๆ เลยคือ Pomelo ที่สั่งผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ แล้วสามารถไปรับหรือคืนสินค้าตามจุดบริการใกล้บ้านที่เป็นพาร์ทเนอร์ได้ ซึ่งข้อมูลของลูกค้าก็จะเชื่อมถึงกันหมด เป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า และสร้างประสบการณ์การซื้อที่ดีด้วยนะครับ 2.เพิ่มช่องทางการขายให้หลากหลายที่สุด อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าตอนนี้ Marketplace บ้านเรามีเยอะมาก เราจะขายแค่ใน Facebook หรือ Instagram เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้วครับ! ลองวางขายกระจายไปทั่วๆ เช่น Lazada, Shopee, Tiktok Shop เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย 3.จัดโปรเด็ดๆ ราคาดึงดูด ขายของยุคนี้จำเป็นต้องทำโปรนะครับ จะโปรเล็ก โปรใหญ่ ก็ต้องทำ และถ้าคุณขายผ่าน Lazada/Shopee ก็ง่ายเลย เพราะเขาจะมีจัดโปรหรือโค้ดส่วนลดให้ลูกค้า […]

ขนส่ง Shopee ไม่เข้ามารับพัสดุ ทำยังไงดี?

ปัญหา”ขนส่ง Shopee” ไม่เข้ารับพัสดุกลายเป็นปัญหาหนักใจที่หลายๆร้านค้าออนไลน์นั้นอาจจะเคยประสบพบเจอมา เพราะแม้จะแพ็กออเดอร์เสร็จ และทำการนัดหมายขนส่งเรียบร้อย แต่กลับเจอปัญหาเจ้าหน้าที่ขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุซะงั้น ส่งผลให้ออเดอร์ถูกจัดส่งล่าช้า และอาจจะทำให้ลูกค้ารอนานจนเกิดการยกเลิกออเดอร์ ส่งผลให้คะแนนร้านค้าตก สินค้าถูกลดการมองเห็น ยอดขายตก และหากเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนได้รับคะแนนความประพฤติที่ติดลบอาจถึงขั้นโดนบทลงโทษถูกระงับการขาย ให้ปิดร้านไปเลยก็ได้ สาเหตุของปัญหานี้คืออะไร? จะแก้ไขยังไง? และทำอย่างไรให้มั่นใจว่า Shopee Express จะรับพัสดุตรงเวลาเสมอ? บทความนี้มีคำตอบ พร้อมแนะนำทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับทุกร้านค้าออนไลน์ที่ทำให้การจัดส่งของคุณราบรื่นไม่มีสะดุด นัดขนส่ง Shopee เข้ารับพัสดุ ก่อนที่ขนส่ง Shopee จะเข้ามารับพัสดุ ร้านค้าออนไลน์จะต้องเลือกวิธีการจัดส่งแบบ “Pick Up Order“ ในระบบ Shopee Seller Center ก่อน ซึ่งเป็นการตั้งค่าว่าต้องการให้ขนส่งเข้ามารับพัสดุที่หน้าร้านหรือสถานที่ที่กำหนดแทนการนำไป Drop Off เอง การตั้งค่านี้ช่วยให้ร้านค้าสะดวกขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปส่งพัสดุเอง แต่ก็ต้องแน่ใจว่ามีการกรอกข้อมูลที่อยู่ที่ถูกต้อง และเลือกช่วงเวลาที่ขนส่งสามารถเข้ามารับได้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุในภายหลัง หรือหากไม่อยากทำการนัดหมายขนส่งเองให้วุ่นวาย ให้ MyCloud Fulfillment จัดการออเดอร์ให้กับร้านค้าของคุณได้ทั้งบริการแพ็คสินค้าให้พร้อมส่งมอบให้กับขนส่งได้ตรงเวลาตามเกณฑ์ SLA ของ Shopee คลิกเลย ปัญหา […]