Knowledge Center

ออเดอร์ VS พนักงาน ช่วงแคมเปญจะไหวจริงเหรอ?

ออเดอร์ vs พนักงาน ช่วงแคมเปญจะไหวจริงเหรอ MyCloudFulfillment 1

          ยอดขายปังสุด ๆ แต่พนักงานไม่พอ ระบบจัดการหลังบ้านไม่ดีอย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยนะคะ เพราะหากอยากจะเติบโตในตลาดออนไลน์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกวันและการแข่งขันสูง นอกจากจะให้ความสำคัญกับการโปรโมท การขาย การเพิ่มช่องทางการขายแล้ว ระบบหลังบ้าน เก็บ แพ็ค ส่ง สินค้าต้องแม่นยำและพร้อมรองรับออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นด้วยค่ะ เพราะหากโฟกัสกับการขายอย่างเดียว แต่โก็บสต็อกไม่พอขาย แพ็คผิดพลาด ส่งช้า รับรองว่าสังเวียนขายของออนไลน์นี้คุณแพ้แน่นอนค่ะ หากระบบไม่ได้อาจเกิดปัญหาตามมาอีกมากมายและมีผลต่อการขยายธุรกิจในระยะยาวได้อีกด้วยค่ะ

          จัดการออร์เดอร์เยอะแยะในช่วงแคมเปญ พนักงานและระบบของคุณจะไหวหรือเปล่าคะ? ใช้ myclodfulfillment ดีกว่าไหมเรามีคำตอบค่ะ

1. พนักงานแพ็ค

          งานแพ็คสินค้า ดูเหมือนว่าจะง่ายแต่ก็ใช้ทั้งเวลาและแรงพอสมควร เมื่อมีออเดอร์เพิ่มมากขึ้น จำนวนสินค้าที่ต้องส่งก็มากขึ้นตามไปด้วย แพ็คแบบเดิมๆ คงไม่พอ นอกจะต้องแข่งกับเวลาแล้ว หากแรงงานแพ็คไม่ชำนาญและไม่เพียงพอ ยังเสี่ยงแพ็คผิด แพ็คตกหล่น แพ็คไม่ทัน ทำให้เสียคะแนนร้านค้า หรือลูกค้าไม่ประทับใจได้นะคะ นอกจากนี้การแพ็คของเอง หรือจ้างแรงงานเสริมนั้นมีข้อจำกัดหลายอย่าง ไม่สามารถออกแบบงานแพ็ค หรือ customize ให้พิเศษขึ้นได้ตามใจ แต่สำหรับที่ MyCloudFulfillment เรามีพนักงานแพ็คที่เชี่ยวชาญ สามารถรองรับออเดอร์ได้ทั้งหมด แม้ในวันที่มีแคมเปญ ไม่ว่าออเดอร์จะมากขึ้นจากปกติกี่เท่าก็ตาม อีกทั้งยังมีระบบในการหยิบสินค้าแพ็คด้วย QR Code ป้องกันการหยิบแพ็คผิด และมี CCTV ในทุกโต๊ะแพ็ค ช่วยให้มั่นใจการันตีไม่แพ็คผิดพลาดอย่างแน่นอน นอกจากนี้งานแพ็คยังสามารถออกแบบให้พิเศษกว่าใคร หรือเรียกว่าแพ็คของจีบลูกค้าได้เลย ไม่ว่าจะเป็น ใส่การ์ด ผูกโบว์ ห่อของขวัญ หรือแนบดอกไม้แห้ง เราก็ทำให้ได้ทั้งหมด ขอแค่บอกมาค่ะ เพราะไม่ใช่แค่แพ็คให้ทัน แต่เป็นขั้นตอนที่เราใส่ใจ แพ็คดี แพ็คเร็ว และได้งานคุณภาพส่งถึงมือลูกค้าคนพิเศษของคุณอย่างแน่นอน

2. พื้นที่รองรับที่เพียงพอและเหมาะสมสำหรับธุรกิจคุณ

อีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ คงหนีไม่พ้น ขั้นตอนการเก็บสต็อกสินค้า เพราะไม่ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่โตแค่ไหน ก็พลาดตรงการเก็บสต็อกไม่พอขาย หรือพื้นที่เก็บไม่เพียงพอกันมาแล้วทั้งนั้น ปัญหานี้แก้ไขไม่ยาก แต่ก็ทำให้คุณต้องคิดหนัก เพราะจะไปเช่าพื้นที่เก็บของเพิ่มอย่างเดียว แล้ววันที่ไม่มีแคมเปญ ก็ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่ผูกมัดรายปีจริงไหมคะ แต่ไม่ว่าคุณจะขายแคมเปญใหญ่แค่ไหน ไม่ว่าจะมีออเดอร์พุ่งขึ้นเท่าไรที่ MyCloudFulfillment ช่วยเก็บสต็อกแบบมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือ ยืดหยุ่นมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้พื้นที่คลังสินค้าของเราแบบ ใช้แต่ไหนจ่ายแค่นั้น ไม่ผูกมัด ช่วยให้คุณไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายมาก และสามารถรับสินค้าด่วนภายใน 1 วัน เพื่อให้มีของพร้อมขายอยู่เสมอ เรารับสินค้าส่งตรงจากโรงงานและมา QC แยกเก็บตามที่ต้องการ หรือเก็บให้เหมาะสมกับสินค้าของคุณโดยเฉพาะได้เลย นอกจากนี้เรายังเป็นเหมือนผู้ช่วยธุรกิจที่มีรายงานสำคัญของร้านค้าที่คุณต้องรู้ ช่วยให้เก็บของให้น้อยลง ใช้พื้นที่คุ้มค่าที่สุด เพื่มการเก็บสินค้าขายดี และแจ้งเตือนสต็อกใกล้หมดแบบ Real-time ได้เลย

3. จัดทำโปรโมชันได้ทุกรูปแบบ

เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ หรือต้องการจัดโปรโมชันเพื่อดึงดูดลูกค้า อาจมีข้อจำกัดในการทำงานจริง เช่น โปรโมชัเยอะเกินไปทำให้พนักงานแพ็คงง หรือพนักงานแพ็คไม่เพียงพอ ไม่สามารถรองรับการทำโปรโมชัน และออเดิร์ได้ทั้งหมด ทำให้เกิดปัญหาแพ็คของโปรโมชันไม่ครบ ตกหล่น หรือผิดพลาดได้ในแต่ละออเดอร์ แต่เมื่อใช้บริการ MyCloudFulfillment ของเรา นอกจากบริการ เก็บ แพ็ค ส่งที่เป็นงานหลังบ้านที่เราเชี่ยวชาญแล้ว เรายังช่วยให้คุณการจัดทำโปรโมชันสินค้าได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และทำได้ในทันที โดยไม่ต้องกังวลว่าจะผิดพลาดด้วยการจัดโปรโมชันระบบของเราเอง ไม่ว่าจะเป็นการทำโปรโมชันจัดเซ็ทสินค้า ด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่คุณสามารถออกแบบได้เอง เพื่อให้พร้อมหยิบแพ็คมากที่สุด หรือการจำลองเซ็ทบนระบบของเรา ที่ไม่จำเป็นต้องแพ็คหรือจัดเซ็ทเป็น sku ใหม่ แต่เมื่อมีออเดอร์เข้ามา เราหยิบแพ็คตามเซ็ทที่ต้องการอัตโนมัตได้เลย อีกทั้งยังจัดทำโปรโมชันของแถม ที่คุณกำหนดเงื่อนไขการแถมได้เอง รวมถึงระยะเวลาเริ่มต้น จบงานแบบไม่มีขั้นต่ำและจัดทำในระยะสั้นได้ตามต้องการเลยค่ะ

4. ส่งของทันการันตี SLA

ขั้นตอนสุดท้ายที่ต้องให้ความสำคัญสุด ๆ ก่อนสินค้าจะถูกส่งถึงลูกค้าคนสำคัญของคุณ นั่นก็คือการจัดส่ง สำหรับร้านที่ขายบน Marketplace อย่าง Shopee หรือ Lazada หากส่งช้าก็จะถูกหักคะแนนร้านค้าทำให้ร้านค้าเสียโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาดบนแพลตฟอร์มได้ เนื่องจากมีคะแนนร้านค้า หรือคุณลักษณะไม่ตรงตามเงื่อนไขเป็นต้น นอกจากนี้ยังทำให้ผู้รับปลายทางไม่พอใจ เพราะจุดด้อยของสินค้าออนไลน์คือ ระยะเวลาการจัดส่ง เมื่อซื้อสินค้าแล้วลูกค้าก็อยากจะได้ของเร็ว ๆ ร้านไหนที่ส่งไว ก็มีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ ที่ MyCloudFulfillment เรามีบริการจัดส่งที่รวดเร็ว และเลือกใช้ขนส่งได้ตามใจคุณด้วยพาร์ทเนอร์ด้าน logistics กว่า 20 เจ้า มั่นใจทุกออเดอร์ของคุณจะถูกจัดส่งภายในวันเดียวกันกับที่เข้ามาในระบบ สามารถส่งทันภายใน 48 ชั่วโมงตามมาตราฐานที่ทาง Marketplace อย่าง lazada หรือ shopee กำหนดไว้แน่นอนค่ะ ดังนั้นผู้ขายหมดกังวลปัญหาการจัดส่งล่าช้า ที่จะโดนตัดคะแนนร้านค้าเมื่อใช้งานผ่าน Seller center หลังบ้าน Marketplace ไปได้เลย

5. ใช้บริการ MyCloud เก็บ แพ็ค ส่งครบจบที่เดียว

เรามีทีมงานแพ็คที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านคลังสินค้า และการแพ็คมากกว่า 30 ปี ดูแลธุรกิจตั้งแต่ขั้นตอนของการเก็บสต็อก ตลอดจนทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านการแพ็ค พร้อมรองรับทุก ๆ ออเดอร์ของคุณ ทำให้ร้านค้าไม่ต้องจ้างแรงงานแพ็คเองแล้วยังสามารถยกระดับการแพ็คสินค้าขึ้นไปด้วยการ customize ได้อย่างตามใจได้อีกด้วยไม่ว่าจะเป็น การแพ็คพิเศษ เพิ่มการผูกโบว์ แนบการ์ด ของแถมต่าง ๆ รวมถึงการจัดส่งที่ได้มาตราฐานรวดเร็วอีกด้วย ไว้วางใจบริการของ MyCloudFulfillment ผู้ให้บริการ Fulfillment อันดับ 1 ของไทย ดูแลธุรกิจของคุณได้ครบจบในที่เดียวค่ะ

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ www.mycloudfulfillment.com
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร: 092-472-7742, 098-278-6500
อีเมล: [email protected]
line: @mycloudgroup
MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก
บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ออเดอร์ VS พนักงาน

เพราะหากโฟกัสแค่การขายแต่เก็บสต็อกไม่พอ แพ็คผิดพลาด หรือส่งช้า จะส่งผลเสียต่อคะแนนร้านค้าและความประทับใจของลูกค้า และกระทบต่อการขยายธุรกิจในระยะยาว

เมื่อออเดอร์เพิ่มขึ้นแต่พนักงานแพ็คไม่ชำนาญหรือไม่เพียงพอ จะเสี่ยงแพ็คผิด แพ็คตกหล่น หรือแพ็คไม่ทัน ทำให้เสียคะแนนร้านค้าและลูกค้าไม่ประทับใจ อีกทั้งการจ้างแรงงานเสริมเฉพาะช่วงแคมเปญยังมีต้นทุนที่ต้องแบกรับ

ช่วยให้ไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายผูกมัดรายปี ใช้พื้นที่คลังแบบใช้เท่าไหร่จ่ายเท่านั้น รับสินค้าด่วนภายใน 1 วัน พร้อม QC และแยกเก็บตามความต้องการ พร้อมรายงานสต็อกใกล้หมดแบบ Real-time

ช่วยรองรับโปรโมชันได้ทุกรูปแบบโดยไม่เกิดปัญหาพนักงานแพ็คสับสนหรือไม่พอ ป้องกันปัญหาแพ็คของโปรโมชันไม่ครบ ตกหล่น หรือผิดพลาดในช่วงที่มีออเดอร์และโปรโมชันเยอะพร้อมกัน

มีพาร์ทเนอร์ด้าน Logistics กว่า 20 เจ้า ให้เลือกใช้ตามต้องการ มั่นใจได้ว่าออเดอร์จะถูกจัดส่งภายในวันเดียวกับที่เข้าระบบ และส่งทันภายใน 48 ชั่วโมงตามมาตรฐานของ Marketplace อย่าง Lazada และ Shopee

เพราะ MyCloud มีทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านคลังสินค้าและการแพ็คมากกว่า 30 ปี ดูแลตั้งแต่เก็บสต็อกจนถึงแพ็คส่ง ทำให้ร้านค้าไม่ต้องจ้างแรงงานแพ็คเอง พร้อมยกระดับการแพ็คสินค้าด้วยบริการ Customize เช่น ผูกโบว์ แนบการ์ด หรือใส่ของแถม

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

คู่มือสำหรับพ่อค้าแม่ค้า ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง 

หากพูดถึงการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ก็คงเป็นเรื่องที่ดูจะง่ายดายใช่ไหมล่ะ แต่จริง ๆ แล้วหลายคนอาจไม่ทราบว่าการขายของออนไลน์นั้นต้องมีการจดทะเบียนตามกฎหมายเช่นเดียวกับการเปิดร้านค้าแบบมีหน้าร้าน เพราะการจดทะเบียนนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจอีกด้วย ในบทความนี้ MyCloud จะพาคุณไปดูว่า การจดทะเบียนขายของออนไลน์ ตั้งแต่การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไปจนถึงการจดทะเบียนรับรองคุณภาพสินค้า พร้อมเอกสารที่จำเป็นทั้งสำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล มีอะไรและมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง     ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง การขายของออนไลน์ในปัจจุบันนั้นมีขั้นตอนทางกฎหมายที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการเพื่อให้ธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้อง ซึ่งหลัก ๆ แล้ว ต้องจดทะเบียนทั้ง 3 อย่าง ดังนี้  1. จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD) สำหรับผู้ขายออนไลน์ที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ถือว่าเป็นวิธีที่จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณได้ เนื่องจากการขายสินค้าออนไลน์ก็เปรียบเสมือนการมีหน้าร้าน จึงต้องมีการจดทะเบียนเช่นเดียวกับร้านค้าทั่วไป แต่จะแตกต่างตรงที่เป็นการจดทะเบียนพาณิชย์แบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันตัวตนของผู้ประกอบการและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าธุรกิจของคุณมีตัวตนที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น  2. จดภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่มียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด หากธุรกิจของคุณยังไม่ถึงเกณฑ์นี้แต่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต การขยายช่องทางการขายเพิ่มเติมถือเป็นทางเลือกที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปถึงยอดขายตามเงื่อนไขได้ ซึ่งปกติธุรกิจส่วนใหญ่ก็มักขายผ่าน Marketplace ต่าง ๆ เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ […]

รู้จัก Red Ocean คืออะไร ต่างจาก Blue Ocean อย่างไรบ้าง

          สงสัยกันไหมคะว่า Red Ocean และ Blue Ocean Strategy นั้นคืออะไร? แม้ว่าจะเคยได้ยินกันบ่อย ๆ แต่ก็ดูเป็นเรื่องไกลตัวใช่ไหมล่ะคะ สักทีวันนี้ MyCloud จะพาผู้อ่านทุกคนไปรู้จักกับ กลยุทธ์ Red Ocean และ Blue Ocean รวมถึงมองภาพรวมทั้งสองกลยุทธ์บนตลาดออนไลน์ของไทย อย่าง Marketplace ชื่อดังอย่าง Lazada และ Shopee รวมถึงช่องทางการขายออนไลน์อื่น ๆ อีกด้วย  Red Ocean Strategy (กลยุทธ์น่านน้ำสีแดง) คืออะไร  Red Ocean Strategy คือคำนิยามของกลยุทธ์ทางการตลาดที่เข้มข้น เปรียบเสมือนกับสีแดง เนื่องมาจากการแข่งขันทางการตลาดสูง และมีคู่แข่งที่มีธุรกิจลักษณะคล้ายกันจำนวนมาก ไม่โดดเด่น ทำให้ต้องแข่งขันกันที่ด้านอื่น ๆ เพื่อดึงดูดผู้บริโภค โดยมักจะแข่งขันกันจนเป็นสงครามราคา หรือการทำโปรโมชันลดราคา เพื่อเอาชนะคู่แข่ง จาก […]

SLA E-Commerce คืออะไร? สรุปข้อควรระวัง ถ้าแพ็คช้า พลาดส่งของ อาจเสียมากกว่าที่คุณคิด

ขายของออนไลน์ยุคนี้ แค่หาสินค้าดี ๆ มาขายและทำการตลาดเก่งอาจยังไม่พอ เพราะอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ชี้วัดว่าร้านของคุณจะ “รุ่ง” หรือ “ร่วง” บนแพลตฟอร์มอย่าง Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop ก็คือการจัดการระบบหลังบ้านให้เป๊ะตามกฎที่เรียกว่า SLA หลายร้านออเดอร์เข้ามารัวๆ แต่กลับตกม้าตายเพราะแพ็คของไม่ทัน ส่งของช้า จนโดนแพลตฟอร์มลงโทษ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกกันว่า SLA คืออะไร และถ้าร้านค้าพลาดทำผิดกฎ จะส่งผลเสียอะไรบ้าง? SLA ใน E-Commerce คืออะไร? ทำไมแพลตฟอร์มถึงซีเรียส? SLA ย่อมาจาก Service Level Agreement พูดให้เข้าใจง่ายๆ ในมุมมองของคนขายออนไลน์ มันคือ “คำมั่นสัญญาเรื่องเวลา” ที่เรามีต่อแพลตฟอร์มและลูกค้า แพลตฟอร์ม E-Commerce ทุกเจ้าต้องการให้ลูกค้าที่เข้ามาซื้อของได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด (ประทับใจ ได้ของไว ไม่โดนเท) ดังนั้น แพลตฟอร์มจึงต้องออกกฎ SLA มาควบคุมร้านค้า โดยมักจะวัดจาก 2 ค่าสถิติหลักๆ ได้แก่: 4 […]

คู่มือสำหรับพ่อค้าแม่ค้า ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง 

หากพูดถึงการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ก็คงเป็นเรื่องที่ดูจะง่ายดายใช่ไหมล่ะ แต่จริง ๆ แล้วหลายคนอาจไม่ทราบว่าการขายของออนไลน์นั้นต้องมีการจดทะเบียนตามกฎหมายเช่นเดียวกับการเปิดร้านค้าแบบมีหน้าร้าน เพราะการจดทะเบียนนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจอีกด้วย ในบทความนี้ MyCloud จะพาคุณไปดูว่า การจดทะเบียนขายของออนไลน์ ตั้งแต่การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไปจนถึงการจดทะเบียนรับรองคุณภาพสินค้า พร้อมเอกสารที่จำเป็นทั้งสำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล มีอะไรและมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง     ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง การขายของออนไลน์ในปัจจุบันนั้นมีขั้นตอนทางกฎหมายที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการเพื่อให้ธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้อง ซึ่งหลัก ๆ แล้ว ต้องจดทะเบียนทั้ง 3 อย่าง ดังนี้  1. จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD) สำหรับผู้ขายออนไลน์ที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ถือว่าเป็นวิธีที่จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณได้ เนื่องจากการขายสินค้าออนไลน์ก็เปรียบเสมือนการมีหน้าร้าน จึงต้องมีการจดทะเบียนเช่นเดียวกับร้านค้าทั่วไป แต่จะแตกต่างตรงที่เป็นการจดทะเบียนพาณิชย์แบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันตัวตนของผู้ประกอบการและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าธุรกิจของคุณมีตัวตนที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น  2. จดภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่มียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด หากธุรกิจของคุณยังไม่ถึงเกณฑ์นี้แต่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต การขยายช่องทางการขายเพิ่มเติมถือเป็นทางเลือกที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปถึงยอดขายตามเงื่อนไขได้ ซึ่งปกติธุรกิจส่วนใหญ่ก็มักขายผ่าน Marketplace ต่าง ๆ เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ […]

รู้จัก Red Ocean คืออะไร ต่างจาก Blue Ocean อย่างไรบ้าง

          สงสัยกันไหมคะว่า Red Ocean และ Blue Ocean Strategy นั้นคืออะไร? แม้ว่าจะเคยได้ยินกันบ่อย ๆ แต่ก็ดูเป็นเรื่องไกลตัวใช่ไหมล่ะคะ สักทีวันนี้ MyCloud จะพาผู้อ่านทุกคนไปรู้จักกับ กลยุทธ์ Red Ocean และ Blue Ocean รวมถึงมองภาพรวมทั้งสองกลยุทธ์บนตลาดออนไลน์ของไทย อย่าง Marketplace ชื่อดังอย่าง Lazada และ Shopee รวมถึงช่องทางการขายออนไลน์อื่น ๆ อีกด้วย  Red Ocean Strategy (กลยุทธ์น่านน้ำสีแดง) คืออะไร  Red Ocean Strategy คือคำนิยามของกลยุทธ์ทางการตลาดที่เข้มข้น เปรียบเสมือนกับสีแดง เนื่องมาจากการแข่งขันทางการตลาดสูง และมีคู่แข่งที่มีธุรกิจลักษณะคล้ายกันจำนวนมาก ไม่โดดเด่น ทำให้ต้องแข่งขันกันที่ด้านอื่น ๆ เพื่อดึงดูดผู้บริโภค โดยมักจะแข่งขันกันจนเป็นสงครามราคา หรือการทำโปรโมชันลดราคา เพื่อเอาชนะคู่แข่ง จาก […]

SLA E-Commerce คืออะไร? สรุปข้อควรระวัง ถ้าแพ็คช้า พลาดส่งของ อาจเสียมากกว่าที่คุณคิด

ขายของออนไลน์ยุคนี้ แค่หาสินค้าดี ๆ มาขายและทำการตลาดเก่งอาจยังไม่พอ เพราะอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ชี้วัดว่าร้านของคุณจะ “รุ่ง” หรือ “ร่วง” บนแพลตฟอร์มอย่าง Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop ก็คือการจัดการระบบหลังบ้านให้เป๊ะตามกฎที่เรียกว่า SLA หลายร้านออเดอร์เข้ามารัวๆ แต่กลับตกม้าตายเพราะแพ็คของไม่ทัน ส่งของช้า จนโดนแพลตฟอร์มลงโทษ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกกันว่า SLA คืออะไร และถ้าร้านค้าพลาดทำผิดกฎ จะส่งผลเสียอะไรบ้าง? SLA ใน E-Commerce คืออะไร? ทำไมแพลตฟอร์มถึงซีเรียส? SLA ย่อมาจาก Service Level Agreement พูดให้เข้าใจง่ายๆ ในมุมมองของคนขายออนไลน์ มันคือ “คำมั่นสัญญาเรื่องเวลา” ที่เรามีต่อแพลตฟอร์มและลูกค้า แพลตฟอร์ม E-Commerce ทุกเจ้าต้องการให้ลูกค้าที่เข้ามาซื้อของได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด (ประทับใจ ได้ของไว ไม่โดนเท) ดังนั้น แพลตฟอร์มจึงต้องออกกฎ SLA มาควบคุมร้านค้า โดยมักจะวัดจาก 2 ค่าสถิติหลักๆ ได้แก่: 4 […]