Knowledge Center

ของแถม มัดใจลูกค้า กลยุทธ์เพิ่มยอดขายร้านค้าออนไลน์

ทำโปรโมชั่นระบายสินค้าค้างสต๊อก

โอกาสในการดึงดูดลูกค้ามีมากมาย แต่หนึ่งในกลยุทธ์ที่ผู้ขายออนไลน์ไม่ควรมองข้าม คือ ของแถม เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งแล้ว ยังเป็นวิธีที่ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและความใส่ใจจากร้านค้าอีกด้วย ผู้บริโภคในปัจจุบันมีตัวเลือกมากมายและมักเปรียบเทียบสินค้าหรือบริการจากหลายร้านก่อนตัดสินใจซื้อ ดังนั้น ร้านค้าที่ต้องการดึงดูดและรักษาลูกค้าไว้ จำเป็นต้องมีจุดขายที่โดดเด่น การให้ของแถมที่เหมาะสมหรือมีมูลค่าจะช่วยสร้างความประทับใจให้ลูกค้า เพิ่มโอกาสในการกลับมาซื้อซ้ำ และอาจทำให้ลูกค้าแนะนำร้านค้าของคุณต่อไปยังผู้อื่น นอกจากนี้ การให้ของแถมยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์และกระตุ้นยอดขายในระยะยาว

ของแถม มัดใจลูกค้าให้กดซื้อ

ทำไม “ของแถม” ถึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มยอดขาย?

1. ของแถมจะช่วยสร้างความประทับใจแรก

เมื่อลูกค้าได้รับของแถมที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าทดลอง ขนาดพกพา หรือของพรีเมียม ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกดีต่อแบรนด์ของคุณตั้งแต่ครั้งแรกที่ซื้อ ลูกค้าจะมองว่าแบรนด์ใส่ใจและให้ความสำคัญกับพวกเขา ซึ่งความประทับใจแรกนี้สามารถส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อในอนาคต และเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำ

2. กระตุ้นการตัดสินใจซื้อด้วยของแถม

ของแถมเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ช่วยลดความลังเลของลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพราะการได้รับของแถมทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าพวกเขาได้กำไรจากการซื้อสินค้า เป็นการเพิ่มมูลค่าโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เมื่อเทียบกับการซื้อสินค้าธรรมดาที่ไม่มีของแถม ลูกค้ามักจะเลือกตัวเลือกที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ตัดสินใจซื้อสินค้าได้เร็วขึ้น

กระตุ้นให้คนกดซื้อด้วยของแถม

3. เพิ่มมูลค่าของสินค้าด้วยของแถมที่ดึงดูด

เมื่อสินค้าที่ลูกค้าซื้อมาพร้อมของแถมที่มีมูลค่าหรือใช้งานได้จริง จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าการใช้จ่ายของตนเองเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เช่น การซื้อครีมบำรุงผิวแล้วได้ผลิตภัณฑ์ขนาดทดลองเพิ่ม หรือซื้อสินค้าครบจำนวนหนึ่งแล้วได้รับของแถมพิเศษ สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และอาจส่งผลให้พวกเขากลายเป็นลูกค้าประจำของแบรนด์

4. สินค้าของแถมจะช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การให้ของแถมสามารถเป็นจุดเด่นที่ทำให้แบรนด์ของคุณแตกต่างจากคู่แข่ง เมื่อลูกค้าต้องเลือกซื้อสินค้าประเภทเดียวกันจากหลายร้าน หากร้านหนึ่งมีของแถมที่น่าสนใจและมีมูลค่า ย่อมเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะเลือกซื้อสินค้าจากร้านนั้น นอกจากนี้ ของแถมยังสามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ และทำให้พวกเขาสนใจแบรนด์ของคุณมากขึ้น

แคปชั่นขายของเน้นความคุ้มค่า (ของแถม/โปรโมชัน/ลดราคา)

5. เพิ่มโอกาสในการทำการตลาดแบบปากต่อปาก

ลูกค้าที่ได้รับของแถมและรู้สึกประทับใจมักจะแชร์ประสบการณ์ของตนเองผ่านช่องทางต่างๆ เช่น การโพสต์บนโซเชียลมีเดีย การรีวิวสินค้า หรือการบอกต่อกับเพื่อนและครอบครัว ซึ่งถือเป็นการโฆษณาแบบปากต่อปากที่มีพลังและน่าเชื่อถือมาก การที่แบรนด์สามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษได้ด้วยของแถม อาจนำไปสู่การขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ โดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเพิ่มเติม


ประเภทของของแถมที่ช่วยดึงดูดลูกค้า

ของแถมเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สามารถกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การเลือกของแถมให้เหมาะสมกับสินค้าและความต้องการของลูกค้าก็เป็นสิ่งสำคัญ มาดูกันว่ามีของแถมประเภทใดบ้างที่สามารถช่วยดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้

ประเภทของของแถมที่ช่วยดึงดูดลูกค้า

1. ของแถมที่เกี่ยวข้องกับสินค้า ของแถมประเภทนี้เป็นของที่สามารถใช้ร่วมกับสินค้าที่ลูกค้าซื้อ เพื่อเพิ่มมูลค่าและทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ามากขึ้น เช่น ซื้อโทรศัพท์มือถือ แถมฟิล์มกันรอย ของแถมที่ใช้งานร่วมกับสินค้าหลักได้โดยตรงจะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่าพวกเขาได้รับความสะดวกสบายและความคุ้มค่าจากการซื้อ

2. สินค้าทดลองขนาดเล็ก (Sample Products) การแจกสินค้าทดลองช่วยให้ลูกค้าได้ลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อขนาดจริง และยังเป็นการโปรโมตสินค้าตัวใหม่ไปในตัว ตัวอย่างเช่น ซื้อครีมบำรุงผิว แถมขนาดทดลองของเซรั่มตัวใหม่ สินค้าทดลองเป็นของแถมที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าตัวอื่นๆ ในอนาคต เพราะหากลูกค้าชื่นชอบ พวกเขามีแนวโน้มที่จะซื้อขนาดจริง

3. คูปองส่วนลดหรือเครดิตเงินคืน ของแถมไม่ได้จำเป็นต้องเป็นสิ่งของเสมอไป คูปองส่วนลดสามารถกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ และเพิ่มความภักดีต่อแบรนด์ เช่น ซื้อสินค้าครบ 500 บาท รับคูปองส่วนลด 50 บาทสำหรับการซื้อครั้งถัดไป คูปองส่วนลดเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มความถี่ในการซื้อสินค้า และทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าพวกเขาได้รับข้อเสนอที่คุ้มค่า

4. ของใช้ในชีวิตประจำวัน ของใช้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับประโยชน์ และยังช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ในระยะยาว เช่น ซื้อสินค้าครบตามกำหนด แถมกระเป๋าผ้าที่มีโลโก้ร้าน ซึ่งของแถมประเภทนี้ทำให้ลูกค้าได้ใช้ประโยชน์จริง และยังช่วยให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักมากขึ้นเมื่อพวกเขานำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

5. ของแถมลิมิเต็ดเอดิชัน (Limited Edition Gifts) ของแถมที่มีจำนวนจำกัดหรือแจกเฉพาะในช่วงเวลาพิเศษ สามารถสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น เช่น ซื้อสินค้าครบ 1,000 บาท ในช่วงโปรโมชั่นพิเศษ แถมพวงกุญแจลิมิเต็ดเอดิชัน ของแถมลิมิเต็ดเอดิชันช่วยเพิ่มความพิเศษให้กับการซื้อ และทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าปกติ

Limited Edition Gifts

ร้านค้าออนไลน์ที่ขายทาง Marketplace อย่างเช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop ก็อาจจะเคยใช้ฟีเจอร์แถมสินค้าที่ทางแพลตฟอร์มมีให้ใช่ไหมละคะ แต่โดยทั่วไปแล้วแต่ละแพลตฟอร์มก็มักจะมีข้อจำกัดหลายๆอย่างที่ทำให้ผู้ขายนั้นทำโปรโมชั่นได้จำกัดซึ่งแน่นอนว่า หากคู่แข่งของเราทำโปรโมชันสินค้าของแถมที่แตกต่างและน่าดึงดูดกว่าลูกค้าก็อาจจะเปลี่ยนใจไปซื้อกับอีกร้านได้ ที่ MyCloud Fulfillment เรามีฟีเจอร์ส่งเสริมการขาย Promotion Automation ที่ช่วยให้ร้านค้าทำโปรโมชันได้มากสุดถึง 6 รูปแบบ ซึ่งจะช่วยให้การทำโปรโมชันมีลูกเล่นและดึงดูดลูกค้าให้กดซื้อได้มากขึ้น

ฟีเจอร์ Promotion Automation

เคล็ดลับการให้ของแถมให้ได้ผลสูงสุด

1.ของแถมที่มีคุณค่าและเกี่ยวข้องกับสินค้า การให้ของแถมที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า จะช่วยเพิ่มโอกาสในการดึงดูดความสนใจและทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่า

2.ใช้ของแถมเป็นกลยุทธ์โปรโมชัน เช่น “ซื้อ 2 ชิ้น แถม 1 ชิ้น” หรือ “ซื้อครบ 1,000 บาท รับของแถมฟรี” วิธีนี้ช่วยเพิ่มยอดขายต่อออเดอร์ได้ดี

3.แจ้งให้ลูกค้ารู้ว่ามีของแถม ควรมีการโฆษณาเกี่ยวกับของแถมผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรืออีเมล เพื่อกระตุ้นความสนใจของลูกค้า

4.ใช้ของแถมเป็นเครื่องมือสร้างแบรนด์ หากเป็นไปได้ ควรมีโลโก้หรือชื่อร้านค้าบนของแถม เพื่อให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ของคุณได้ง่ายขึ้น

5.วิเคราะห์ผลลัพธ์และปรับกลยุทธ์ คอยติดตามผลว่าแคมเปญของแถมช่วยเพิ่มยอดขายได้มากน้อยเพียงใด และปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของลูกค้า


การขายออนไลน์และระบบการจัดการของแถม

ในการขายออนไลน์ ระบบการบริหารจัดการของแถมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม หากไม่มีการจัดการที่ดี อาจเกิดข้อผิดพลาด เช่น การลืมใส่ของแถมในพัสดุ หรือการให้ของแถมผิดประเภท ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าไม่พอใจได้

แนวทางในการจัดการของแถมให้มีประสิทธิภาพ

  • ใช้ระบบจัดการสต็อก ควรมีการบันทึกจำนวนของแถมที่มีอยู่ และกำหนดเงื่อนไขการแจกแจงให้ชัดเจน เพื่อลดข้อผิดพลาดในการจัดส่ง
  • ติดป้ายกำกับสินค้าและของแถมแยกกัน การแยกของแถมออกจากสินค้าและติดป้ายกำกับให้ชัดเจน จะช่วยให้ทีมแพ็คสินค้าสามารถจัดการได้อย่างถูกต้อง
  • ตรวจสอบคำสั่งซื้อก่อนจัดส่ง ควรมีการตรวจสอบรายการสั่งซื้อทุกครั้งก่อนแพ็คของ เพื่อให้แน่ใจว่ามีของแถมตามที่กำหนด
  • แจ้งเตือนลูกค้าเกี่ยวกับของแถม อาจใช้วิธีแจ้งเตือนผ่านอีเมล หรือระบุในใบเสร็จ เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าควรได้รับของแถมอะไร และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
  • เก็บข้อมูลปัญหาที่เกิดขึ้นและปรับปรุงกระบวนการ หากเกิดข้อผิดพลาดเกี่ยวกับของแถม ควรบันทึกและหาสาเหตุ เพื่อปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต
ภาพที่รวม Service ของ MyCloud ตั้งแต่ระบบ API ระบบ OMS - WMS คลังสินค้า Dashboard ซึ่งช่วยให้ลูกค้าได้รับรีวิวที่ดีจากลูกค้าปลายทาง

แต่ยิ่งง่ายไปกว่านั้นการใช้ระบบที่รวบรวมข้อมูลทุกอย่างไว้ในระบบเดียวจะเป็นอะไรที่ทำให้ร้านค้าออนไลน์นั้นไม่ต้องมานั่งเสียเวลาและคอยกังวลว่าการแพ็กหรือสต๊อกสินค้าของแถมจะผิดพลาด เพราะฟีเจอร์ Promotion Automation ที่ MyCloud สามารถจัดการตั้งค่าโปรโมชันของแถมที่ร้านค้าอยากจะทำได้เลยผ่านระบบ OMS MyCloud ในระบบเดียว เมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อสินค้าที่มีของแถม พนักงานคลังจะสามารถตรวจสอบได้ทันทีในระบบว่าต้องหยิบ และ แพ็กสินค้าอะไร อีกทั้งไม่ต้องกลัวว่าจะตรวจสอบความผิดพลาดไม่ได้เพราะทุกขั้นตอนการแพ็กสินค้า เราจะมีกล้อง CCTV ที่คอยบันทึกการทำงานไว้ตลอด

กล้อง CCTV

ร้านค้าสามารถเช็กวิดิโอย้อนหลังการแพ็คสินค้าได้ทีละรายออเดอร์เลยทีเดียว เพียงแค่แจ้งหมายเลขออเดอร์กับทางทีม Customer Service เพื่อขอดูวิดิโอย้อนหลังเราก็สามารถดำเนินการให้ได้ รวมถึงสต๊อกสินค้าจะไม่ปะปนกันแน่นอนเพราะร้านค้าสามารถแจ้งทางคลังให้เก็บสินค้าของแถมแยกกับสินค้าที่ขายได้ ระบบบจะบันทึกรหัสสินค้า SKU แยกกันและเก็บแยกทีละ Bin ภาชนะ ทำให้สะดวกและง่ายต่อการบริหารจัดการเรื่องสต๊อกได้อย่างดี

คลังสินค้า MyCloud

สรุป

ของแถมเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทรงพลังในการดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าออนไลน์ หากใช้กลยุทธ์นี้อย่างถูกต้อง ไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นยอดขายในระยะสั้น แต่ยังสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ในระยะยาวอีกด้วย และที่สำคัญ การบริหารจัดการของแถมอย่างเป็นระบบจะช่วยให้ร้านค้าของคุณสามารถให้บริการได้อย่างมืออาชีพ ลดข้อผิดพลาด และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง MyCloud Fulfillment เราเข้าใจธุรกิจออนไลน์และพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าในปัจจุบันนี้เป็นอย่างดีจึงเป็นสาเหตุที่เราได้พัฒนาบริการและฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ร้านค้าออนไลน์ให้ได้มากที่สุดหากสนใจบริการคลังสินค้าออนไลน์ที่ให้บริการธุรกิจคุณได้จบ และครบวงจรแบบนี้ คลิกที่นี่ เพื่อปรึกษาเราเกี่ยวกับการขายออนไลน์หรือบริการทั้งหมดของเราได้เลยค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

รู้จัก Red Ocean คืออะไร ต่างจาก Blue Ocean อย่างไรบ้าง

          สงสัยกันไหมคะว่า Red Ocean และ Blue Ocean Strategy นั้นคืออะไร? แม้ว่าจะเคยได้ยินกันบ่อย ๆ แต่ก็ดูเป็นเรื่องไกลตัวใช่ไหมล่ะคะ สักทีวันนี้ MyCloud จะพาผู้อ่านทุกคนไปรู้จักกับ กลยุทธ์ Red Ocean และ Blue Ocean รวมถึงมองภาพรวมทั้งสองกลยุทธ์บนตลาดออนไลน์ของไทย อย่าง Marketplace ชื่อดังอย่าง Lazada และ Shopee รวมถึงช่องทางการขายออนไลน์อื่น ๆ อีกด้วย  Red Ocean Strategy (กลยุทธ์น่านน้ำสีแดง) คืออะไร  Red Ocean Strategy คือคำนิยามของกลยุทธ์ทางการตลาดที่เข้มข้น เปรียบเสมือนกับสีแดง เนื่องมาจากการแข่งขันทางการตลาดสูง และมีคู่แข่งที่มีธุรกิจลักษณะคล้ายกันจำนวนมาก ไม่โดดเด่น ทำให้ต้องแข่งขันกันที่ด้านอื่น ๆ เพื่อดึงดูดผู้บริโภค โดยมักจะแข่งขันกันจนเป็นสงครามราคา หรือการทำโปรโมชันลดราคา เพื่อเอาชนะคู่แข่ง จาก […]

เจ้าของธุรกิจออนไลน์ควรรู้! เปิดร้านขายของใน Shopee เสียค่าอะไรบ้าง?

ในยุคที่การช้อปปิ้งออนไลน์กำลังเฟื่องฟู Shopee กลายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมที่ผู้ประกอบการหลายคนเลือกเป็นช่องทางในการขายสินค้า แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการขายของใน Shopee มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่ผู้ขายต้องจ่ายเมื่อเปิดร้านบน Shopee เพื่อให้คุณสามารถวางแผนธุรกิจและคำนวณต้นทุนได้อย่างแม่นยำ พร้อมแล้วมาดูกันว่าขายของใน Shopee เสียค่าอะไรบ้าง   ขายของใน shopee เสียค่าอะไรบ้าง ก่อนที่จะเริ่มขายสินค้าบน Shopee ผู้ขายควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่จะต้องจ่าย เพื่อให้สามารถตั้งราคาสินค้าได้อย่างเหมาะสมและทำกำไรได้ตามเป้าหมาย มาดูกันว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง   1. ค่าธรรมเนียมจากการขาย การขายของใน Shopee มีค่าธรรมเนียมการขายที่แตกต่างกันตามประเภทของร้านค้าและหมวดหมู่สินค้า ซึ่งทางช้อปปี้จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในส่วนนี้จากทั้ง Shopee Seller ที่ลงขายแบบ Mall Sellers และ Non-Mall Sellers นั้น ทางช้อปปี้จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมเมื่อได้รับคำสั่งซื้อและจัดการคำสั่งซื้อจนเสร็จ ซึ่งจะเก็บค่าธรรมเนียมตามประเภทของสินค้า ดังนี้ หมวดหมู่สินค้า Shopee Mall Seller (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) Non-Mall Seller(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สินค้าในหมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ 9% – 11% 8% สินค้าในหมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ […]

รู้จัก Red Ocean คืออะไร ต่างจาก Blue Ocean อย่างไรบ้าง

          สงสัยกันไหมคะว่า Red Ocean และ Blue Ocean Strategy นั้นคืออะไร? แม้ว่าจะเคยได้ยินกันบ่อย ๆ แต่ก็ดูเป็นเรื่องไกลตัวใช่ไหมล่ะคะ สักทีวันนี้ MyCloud จะพาผู้อ่านทุกคนไปรู้จักกับ กลยุทธ์ Red Ocean และ Blue Ocean รวมถึงมองภาพรวมทั้งสองกลยุทธ์บนตลาดออนไลน์ของไทย อย่าง Marketplace ชื่อดังอย่าง Lazada และ Shopee รวมถึงช่องทางการขายออนไลน์อื่น ๆ อีกด้วย  Red Ocean Strategy (กลยุทธ์น่านน้ำสีแดง) คืออะไร  Red Ocean Strategy คือคำนิยามของกลยุทธ์ทางการตลาดที่เข้มข้น เปรียบเสมือนกับสีแดง เนื่องมาจากการแข่งขันทางการตลาดสูง และมีคู่แข่งที่มีธุรกิจลักษณะคล้ายกันจำนวนมาก ไม่โดดเด่น ทำให้ต้องแข่งขันกันที่ด้านอื่น ๆ เพื่อดึงดูดผู้บริโภค โดยมักจะแข่งขันกันจนเป็นสงครามราคา หรือการทำโปรโมชันลดราคา เพื่อเอาชนะคู่แข่ง จาก […]

เจ้าของธุรกิจออนไลน์ควรรู้! เปิดร้านขายของใน Shopee เสียค่าอะไรบ้าง?

ในยุคที่การช้อปปิ้งออนไลน์กำลังเฟื่องฟู Shopee กลายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมที่ผู้ประกอบการหลายคนเลือกเป็นช่องทางในการขายสินค้า แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการขายของใน Shopee มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่ผู้ขายต้องจ่ายเมื่อเปิดร้านบน Shopee เพื่อให้คุณสามารถวางแผนธุรกิจและคำนวณต้นทุนได้อย่างแม่นยำ พร้อมแล้วมาดูกันว่าขายของใน Shopee เสียค่าอะไรบ้าง   ขายของใน shopee เสียค่าอะไรบ้าง ก่อนที่จะเริ่มขายสินค้าบน Shopee ผู้ขายควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่จะต้องจ่าย เพื่อให้สามารถตั้งราคาสินค้าได้อย่างเหมาะสมและทำกำไรได้ตามเป้าหมาย มาดูกันว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง   1. ค่าธรรมเนียมจากการขาย การขายของใน Shopee มีค่าธรรมเนียมการขายที่แตกต่างกันตามประเภทของร้านค้าและหมวดหมู่สินค้า ซึ่งทางช้อปปี้จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในส่วนนี้จากทั้ง Shopee Seller ที่ลงขายแบบ Mall Sellers และ Non-Mall Sellers นั้น ทางช้อปปี้จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมเมื่อได้รับคำสั่งซื้อและจัดการคำสั่งซื้อจนเสร็จ ซึ่งจะเก็บค่าธรรมเนียมตามประเภทของสินค้า ดังนี้ หมวดหมู่สินค้า Shopee Mall Seller (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) Non-Mall Seller(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สินค้าในหมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ 9% – 11% 8% สินค้าในหมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ […]