การขายสินค้าผ่าน Marketplace อาจเกิดกรณีที่พัสดุถูกตีกลับหรือผู้ซื้อขอคืนสินค้า ไม่ว่าจะมาจากการจัดส่งไม่สำเร็จ ลูกค้าปฏิเสธรับสินค้า หรือสินค้าไม่ตรงตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้
ปัญหาสำคัญของร้านค้าคือ จะทราบได้อย่างไรว่าพัสดุกลับถึงคลังแล้วหรือยัง สินค้ามีสภาพอย่างไร และมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการคืนเงินหรือยื่นข้อโต้แย้งกับ Marketplace หรือไม่
MyCloud Fulfillment จึงพัฒนาระบบ Return Cases เพื่อให้ร้านค้าตรวจสอบรายการพัสดุตีกลับ ภาพสินค้า สภาพพัสดุ และสถานะล่าสุดภายในคลังได้ด้วยตัวเอง ช่วยลดการติดตามข้อมูลจากหลายฝ่ายและทำให้การตัดสินใจเกี่ยวกับสินค้าคืนรวดเร็วยิ่งขึ้น
Return Case คืออะไร?
Return Case หรือ RC คือรายการที่ใช้บันทึกพัสดุตีกลับแต่ละกล่องเมื่อพัสดุเดินทางกลับมาถึงคลัง MyCloud โดยระบบจะแสดงข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจสอบ เช่น รายละเอียดพัสดุ ภาพสินค้า สภาพของพัสดุ และสถานะล่าสุดภายในคลัง
ร้านค้าสามารถนำข้อมูลจาก Marketplace มาค้นหาและเปรียบเทียบกับข้อมูลใน Return Cases ก่อนตัดสินใจคืนเงินให้ผู้ซื้อหรือยื่นหลักฐานเพื่อโต้แย้งกับช่องทางการขาย
สรุป: ระบบจัดการพัสดุตีกลับของ MyCloud ประกอบด้วย 2 รายการสำคัญ ได้แก่ RC สำหรับบันทึกและตรวจสอบพัสดุตีกลับแต่ละกล่อง และ RE สำหรับรับสินค้าตีกลับเข้าจัดเก็บในคลัง
ระบบจัดการพัสดุตีกลับของ MyCloud Fulfillment มี 2 รายการสำคัญ
ในกระบวนการจัดการพัสดุตีกลับ ร้านค้าจะพบคำว่า RC และ RE ซึ่งมีหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้
1. RC – Return Case
RC ย่อมาจาก Return Case หมายถึงรายการสำหรับบันทึกเคสพัสดุตีกลับ โดยระบบจะนับแยกตามจำนวนกล่อง ไม่ได้นับเฉพาะจำนวนออเดอร์
ตัวอย่างเช่น หากออเดอร์หนึ่งถูกจัดส่งทั้งหมด 3 กล่อง และทั้ง 3 กล่องถูกตีกลับ ระบบสามารถสร้าง RC ได้ 3 รายการ
สิ่งสำคัญเกี่ยวกับ RC ได้แก่
- หนึ่ง RC ใช้บันทึกพัสดุตีกลับหนึ่งกล่อง
- หนึ่งออเดอร์สามารถมี RC ได้หลายรายการ
- RC ไม่จำเป็นต้องอ้างอิงจาก MC หรือออเดอร์จัดส่งเดิมเสมอไป เพราะพัสดุที่ตีกลับมาอาจไม่มีข้อมูลดังกล่าวแนบกลับมาด้วย
- เมื่อสร้าง RC แล้ว ยังไม่จำเป็นต้องมี RE ในทันที
- ระบบสามารถนำข้อมูลจาก RC ไปสร้าง RE ในภายหลังได้
กล่าวง่าย ๆ คือ RC มีหน้าที่เก็บข้อมูลและหลักฐานของพัสดุที่ถูกตีกลับแต่ละกล่อง เพื่อรอการตรวจสอบและบริหารจัดการในขั้นตอนถัดไป
2. RE – Return Order
RE ย่อมาจาก Return Order หมายถึงออเดอร์สำหรับรับสินค้าตีกลับกลับเข้าคลัง เพื่อให้สินค้าถูกนำไปจัดเก็บและเตรียมพร้อมสำหรับการส่งออกอีกครั้ง
หนึ่ง RE สามารถสร้างขึ้นจาก RC หลายรายการได้ ตัวอย่างเช่น พัสดุตีกลับหลายกล่องที่เกี่ยวข้องกันอาจถูกรวมไว้ใน Return Order เดียวกัน เพื่อดำเนินการรับสินค้าเข้าคลังอย่างเป็นระบบ
หน้าที่หลักของ RE ได้แก่
- รับสินค้าตีกลับเข้าสู่กระบวนการของคลัง
- เชื่อมโยงพัสดุตีกลับจาก RC หนึ่งรายการหรือหลายรายการ
- นำสินค้าเข้าจัดเก็บในคลัง
- เตรียมสินค้าให้พร้อมสำหรับการส่งออกครั้งต่อไป
RC และ RE ต่างกันอย่างไร?
RC และ RE แตกต่างกันที่วัตถุประสงค์ของรายการ
| รายการ | ชื่อเต็ม | หน้าที่ |
|---|---|---|
| RC | Return Case | บันทึกและตรวจสอบพัสดุตีกลับแต่ละกล่อง |
| RE | Return Order | รับสินค้าตีกลับเข้าจัดเก็บในคลัง |
| การนับรายการ | หนึ่งกล่องต่อหนึ่ง RC | หนึ่ง RE สามารถรวมหลาย RC ได้ |
| จุดประสงค์หลัก | เก็บข้อมูล ภาพ และสภาพพัสดุ | นำสินค้ากลับเข้าสู่ระบบจัดเก็บของคลัง |
วิธีจำที่ง่ายที่สุดคือ
RC = บันทึกและตรวจสอบพัสดุตีกลับ
RE = รับสินค้าตีกลับเข้าคลัง
ขั้นตอนการจัดการพัสดุตีกลับของ MyCloud Fulfillment
กระบวนการจัดการสินค้าคืนจาก Marketplace เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop และ LINE SHOPPING มีขั้นตอนโดยสรุปดังนี้
- ลูกค้าแจ้งขอคืนสินค้าผ่าน Marketplace
- ร้านค้าได้รับการแจ้งเตือนและรายละเอียดการคืนสินค้าจาก Marketplace
- ลูกค้าส่งพัสดุกลับผ่านบริษัทขนส่ง โดยทั่วไปอาจใช้เวลาประมาณ 2–3 วัน
- เมื่อพัสดุมาถึงคลัง MyCloud เจ้าหน้าที่ดำเนินการสร้าง RC และ RE เพื่อรับพัสดุตีกลับเข้าสู่ระบบภายใน 24 ชั่วโมง
- ร้านค้านำข้อมูลจาก Marketplace มาค้นหาในหน้า Return Cases
- ร้านค้าตรวจสอบข้อมูล ภาพสินค้า สภาพพัสดุ และสถานะภายในคลัง
- ร้านค้านำข้อมูลไปประกอบการคืนเงินหรือยื่นหลักฐานโต้แย้งผ่าน Marketplace
- เมื่อดำเนินการตรวจสอบกับช่องทางการขายเรียบร้อยแล้ว ร้านค้ากด “รับทราบ” ในระบบ MyCloud เพื่อบันทึกว่ารายการดังกล่าวได้รับการตรวจสอบแล้ว
การกด “รับทราบ” เป็นการบันทึกว่าร้านค้าได้ตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการกับช่องทางการขายแล้ว ไม่ใช่การยืนยันขั้นตอนการทำงานของคลัง
ร้านค้าตรวจสอบพัสดุตีกลับได้อย่างไร?
ร้านค้าสามารถตรวจสอบพัสดุตีกลับผ่านระบบ MyCloud ได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
- เข้าสู่ระบบ MyCloud
- ไปที่เมนู “Warehouse”
- เลือก “Return Cases”
- ค้นหาพัสดุด้วยข้อมูลหรือตัวกรองที่เกี่ยวข้อง
- เปิดดูรายละเอียดของพัสดุตีกลับ
- ตรวจสอบภาพสินค้า สภาพพัสดุ และสถานะล่าสุด
- เมื่อจัดการรายการกับ Marketplace เรียบร้อยแล้ว ให้กด “รับทราบ”
หน้า Return Cases แบ่งฟังก์ชันหลักออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เครื่องมือค้นหาพัสดุตีกลับ รายการพัสดุตีกลับและรายละเอียดเบื้องต้น และส่วนยืนยันว่าร้านค้าได้ตรวจสอบรายการกับช่องทางการขายแล้ว
ระบบ Return Cases ช่วยร้านค้าได้อย่างไร?
1.ตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง
ร้านค้าสามารถค้นหาและดูข้อมูลพัสดุตีกลับได้จากระบบ โดยไม่จำเป็นต้องสอบถามสถานะจากหลายฝ่าย
2.มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
รายละเอียดและภาพสินค้าในระบบช่วยให้ร้านค้าตรวจสอบสภาพพัสดุก่อนพิจารณาคืนเงินหรือยื่นข้อโต้แย้งกับ Marketplace
3.ลดความล่าช้าในการจัดการสินค้าคืน
เมื่อข้อมูลพัสดุถูกรวบรวมไว้ในจุดเดียว ร้านค้าจึงสามารถดำเนินการตามกรอบเวลาของแต่ละ Marketplace ได้รวดเร็วขึ้น
4.ติดตามสถานะภายในคลังได้ชัดเจน
ร้านค้าสามารถตรวจสอบได้ว่าพัสดุเดินทางกลับมาถึงคลังและถูกลงทะเบียนในระบบแล้วหรือยัง
5.นำสินค้ากลับมาบริหารจัดการต่อได้
หลังจากผ่านกระบวนการ RE สินค้าจะถูกนำกลับเข้าจัดเก็บในคลังและเตรียมพร้อมสำหรับการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
สรุป
ระบบ Return Cases ของ MyCloud ช่วยให้การจัดการพัสดุตีกลับเป็นระบบและตรวจสอบได้ง่ายขึ้น โดยมีรายการสำคัญ 2 รายการ ได้แก่ RC หรือ Return Case สำหรับบันทึกข้อมูลพัสดุตีกลับแต่ละกล่อง และ RE หรือ Return Order สำหรับรับสินค้ากลับเข้าจัดเก็บในคลัง
ร้านค้าจึงสามารถตรวจสอบภาพ สภาพพัสดุ และสถานะล่าสุดได้ด้วยตัวเอง พร้อมนำข้อมูลไปใช้ประกอบการคืนเงินหรือโต้แย้งกับ Marketplace ได้อย่างรวดเร็วและมีหลักฐานชัดเจน
หากธุรกิจของคุณต้องจัดการออเดอร์จากหลายช่องทางและต้องการระบบ Fulfillment ที่ช่วยดูแลตั้งแต่การจัดเก็บ แพ็ก จัดส่ง ไปจนถึงการจัดการพัสดุตีกลับ MyCloud Fulfillment พร้อมช่วยให้ทุกขั้นตอนเป็นเรื่องง่ายและบริหารจัดการได้จากระบบเดียว
