Knowledge Center

Return Case คืออะไร? รู้จัก RC และ RE ระบบจัดการพัสดุตีกลับของ MyCloud Fulfillment

Return Case คืออะไร?

การขายสินค้าผ่าน Marketplace อาจเกิดกรณีที่พัสดุถูกตีกลับหรือผู้ซื้อขอคืนสินค้า ไม่ว่าจะมาจากการจัดส่งไม่สำเร็จ ลูกค้าปฏิเสธรับสินค้า หรือสินค้าไม่ตรงตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้

ปัญหาสำคัญของร้านค้าคือ จะทราบได้อย่างไรว่าพัสดุกลับถึงคลังแล้วหรือยัง สินค้ามีสภาพอย่างไร และมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการคืนเงินหรือยื่นข้อโต้แย้งกับ Marketplace หรือไม่

MyCloud Fulfillment จึงพัฒนาระบบ Return Cases เพื่อให้ร้านค้าตรวจสอบรายการพัสดุตีกลับ ภาพสินค้า สภาพพัสดุ และสถานะล่าสุดภายในคลังได้ด้วยตัวเอง ช่วยลดการติดตามข้อมูลจากหลายฝ่ายและทำให้การตัดสินใจเกี่ยวกับสินค้าคืนรวดเร็วยิ่งขึ้น

Return Case คืออะไร?

Return Case หรือ RC คือรายการที่ใช้บันทึกพัสดุตีกลับแต่ละกล่องเมื่อพัสดุเดินทางกลับมาถึงคลัง MyCloud โดยระบบจะแสดงข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจสอบ เช่น รายละเอียดพัสดุ ภาพสินค้า สภาพของพัสดุ และสถานะล่าสุดภายในคลัง

ร้านค้าสามารถนำข้อมูลจาก Marketplace มาค้นหาและเปรียบเทียบกับข้อมูลใน Return Cases ก่อนตัดสินใจคืนเงินให้ผู้ซื้อหรือยื่นหลักฐานเพื่อโต้แย้งกับช่องทางการขาย

สรุป: ระบบจัดการพัสดุตีกลับของ MyCloud ประกอบด้วย 2 รายการสำคัญ ได้แก่ RC สำหรับบันทึกและตรวจสอบพัสดุตีกลับแต่ละกล่อง และ RE สำหรับรับสินค้าตีกลับเข้าจัดเก็บในคลัง

ระบบจัดการพัสดุตีกลับของ MyCloud Fulfillment มี 2 รายการสำคัญ

ในกระบวนการจัดการพัสดุตีกลับ ร้านค้าจะพบคำว่า RC และ RE ซึ่งมีหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. RC – Return Case

RC ย่อมาจาก Return Case หมายถึงรายการสำหรับบันทึกเคสพัสดุตีกลับ โดยระบบจะนับแยกตามจำนวนกล่อง ไม่ได้นับเฉพาะจำนวนออเดอร์

ตัวอย่างเช่น หากออเดอร์หนึ่งถูกจัดส่งทั้งหมด 3 กล่อง และทั้ง 3 กล่องถูกตีกลับ ระบบสามารถสร้าง RC ได้ 3 รายการ

สิ่งสำคัญเกี่ยวกับ RC ได้แก่

  • หนึ่ง RC ใช้บันทึกพัสดุตีกลับหนึ่งกล่อง
  • หนึ่งออเดอร์สามารถมี RC ได้หลายรายการ
  • RC ไม่จำเป็นต้องอ้างอิงจาก MC หรือออเดอร์จัดส่งเดิมเสมอไป เพราะพัสดุที่ตีกลับมาอาจไม่มีข้อมูลดังกล่าวแนบกลับมาด้วย
  • เมื่อสร้าง RC แล้ว ยังไม่จำเป็นต้องมี RE ในทันที
  • ระบบสามารถนำข้อมูลจาก RC ไปสร้าง RE ในภายหลังได้

กล่าวง่าย ๆ คือ RC มีหน้าที่เก็บข้อมูลและหลักฐานของพัสดุที่ถูกตีกลับแต่ละกล่อง เพื่อรอการตรวจสอบและบริหารจัดการในขั้นตอนถัดไป

2. RE – Return Order

RE ย่อมาจาก Return Order หมายถึงออเดอร์สำหรับรับสินค้าตีกลับกลับเข้าคลัง เพื่อให้สินค้าถูกนำไปจัดเก็บและเตรียมพร้อมสำหรับการส่งออกอีกครั้ง

หนึ่ง RE สามารถสร้างขึ้นจาก RC หลายรายการได้ ตัวอย่างเช่น พัสดุตีกลับหลายกล่องที่เกี่ยวข้องกันอาจถูกรวมไว้ใน Return Order เดียวกัน เพื่อดำเนินการรับสินค้าเข้าคลังอย่างเป็นระบบ

หน้าที่หลักของ RE ได้แก่

  • รับสินค้าตีกลับเข้าสู่กระบวนการของคลัง
  • เชื่อมโยงพัสดุตีกลับจาก RC หนึ่งรายการหรือหลายรายการ
  • นำสินค้าเข้าจัดเก็บในคลัง
  • เตรียมสินค้าให้พร้อมสำหรับการส่งออกครั้งต่อไป
ระบบจัดการพัสดุตีกลับของ MyCloud Fulfillment

RC และ RE ต่างกันอย่างไร?

RC และ RE แตกต่างกันที่วัตถุประสงค์ของรายการ

รายการชื่อเต็มหน้าที่
RCReturn Caseบันทึกและตรวจสอบพัสดุตีกลับแต่ละกล่อง
REReturn Orderรับสินค้าตีกลับเข้าจัดเก็บในคลัง
การนับรายการหนึ่งกล่องต่อหนึ่ง RCหนึ่ง RE สามารถรวมหลาย RC ได้
จุดประสงค์หลักเก็บข้อมูล ภาพ และสภาพพัสดุนำสินค้ากลับเข้าสู่ระบบจัดเก็บของคลัง

วิธีจำที่ง่ายที่สุดคือ

RC = บันทึกและตรวจสอบพัสดุตีกลับ
RE = รับสินค้าตีกลับเข้าคลัง

ขั้นตอนการจัดการพัสดุตีกลับของ MyCloud Fulfillment

กระบวนการจัดการสินค้าคืนจาก Marketplace เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop และ LINE SHOPPING มีขั้นตอนโดยสรุปดังนี้

  1. ลูกค้าแจ้งขอคืนสินค้าผ่าน Marketplace
  2. ร้านค้าได้รับการแจ้งเตือนและรายละเอียดการคืนสินค้าจาก Marketplace
  3. ลูกค้าส่งพัสดุกลับผ่านบริษัทขนส่ง โดยทั่วไปอาจใช้เวลาประมาณ 2–3 วัน
  4. เมื่อพัสดุมาถึงคลัง MyCloud เจ้าหน้าที่ดำเนินการสร้าง RC และ RE เพื่อรับพัสดุตีกลับเข้าสู่ระบบภายใน 24 ชั่วโมง
  5. ร้านค้านำข้อมูลจาก Marketplace มาค้นหาในหน้า Return Cases
  6. ร้านค้าตรวจสอบข้อมูล ภาพสินค้า สภาพพัสดุ และสถานะภายในคลัง
  7. ร้านค้านำข้อมูลไปประกอบการคืนเงินหรือยื่นหลักฐานโต้แย้งผ่าน Marketplace
  8. เมื่อดำเนินการตรวจสอบกับช่องทางการขายเรียบร้อยแล้ว ร้านค้ากด “รับทราบ” ในระบบ MyCloud เพื่อบันทึกว่ารายการดังกล่าวได้รับการตรวจสอบแล้ว

การกด “รับทราบ” เป็นการบันทึกว่าร้านค้าได้ตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการกับช่องทางการขายแล้ว ไม่ใช่การยืนยันขั้นตอนการทำงานของคลัง

ร้านค้าตรวจสอบพัสดุตีกลับได้อย่างไร?

ร้านค้าสามารถตรวจสอบพัสดุตีกลับผ่านระบบ MyCloud ได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. เข้าสู่ระบบ MyCloud
  2. ไปที่เมนู “Warehouse”
  3. เลือก “Return Cases”
  4. ค้นหาพัสดุด้วยข้อมูลหรือตัวกรองที่เกี่ยวข้อง
  5. เปิดดูรายละเอียดของพัสดุตีกลับ
  6. ตรวจสอบภาพสินค้า สภาพพัสดุ และสถานะล่าสุด
  7. เมื่อจัดการรายการกับ Marketplace เรียบร้อยแล้ว ให้กด “รับทราบ”

หน้า Return Cases แบ่งฟังก์ชันหลักออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เครื่องมือค้นหาพัสดุตีกลับ รายการพัสดุตีกลับและรายละเอียดเบื้องต้น และส่วนยืนยันว่าร้านค้าได้ตรวจสอบรายการกับช่องทางการขายแล้ว

ระบบจัดการพัสดุตีกลับของ MyCloud Fulfillment

ระบบ Return Cases ช่วยร้านค้าได้อย่างไร?

1.ตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง

ร้านค้าสามารถค้นหาและดูข้อมูลพัสดุตีกลับได้จากระบบ โดยไม่จำเป็นต้องสอบถามสถานะจากหลายฝ่าย

2.มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

รายละเอียดและภาพสินค้าในระบบช่วยให้ร้านค้าตรวจสอบสภาพพัสดุก่อนพิจารณาคืนเงินหรือยื่นข้อโต้แย้งกับ Marketplace

3.ลดความล่าช้าในการจัดการสินค้าคืน

เมื่อข้อมูลพัสดุถูกรวบรวมไว้ในจุดเดียว ร้านค้าจึงสามารถดำเนินการตามกรอบเวลาของแต่ละ Marketplace ได้รวดเร็วขึ้น

4.ติดตามสถานะภายในคลังได้ชัดเจน

ร้านค้าสามารถตรวจสอบได้ว่าพัสดุเดินทางกลับมาถึงคลังและถูกลงทะเบียนในระบบแล้วหรือยัง

5.นำสินค้ากลับมาบริหารจัดการต่อได้

หลังจากผ่านกระบวนการ RE สินค้าจะถูกนำกลับเข้าจัดเก็บในคลังและเตรียมพร้อมสำหรับการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

สรุป

ระบบ Return Cases ของ MyCloud ช่วยให้การจัดการพัสดุตีกลับเป็นระบบและตรวจสอบได้ง่ายขึ้น โดยมีรายการสำคัญ 2 รายการ ได้แก่ RC หรือ Return Case สำหรับบันทึกข้อมูลพัสดุตีกลับแต่ละกล่อง และ RE หรือ Return Order สำหรับรับสินค้ากลับเข้าจัดเก็บในคลัง

ร้านค้าจึงสามารถตรวจสอบภาพ สภาพพัสดุ และสถานะล่าสุดได้ด้วยตัวเอง พร้อมนำข้อมูลไปใช้ประกอบการคืนเงินหรือโต้แย้งกับ Marketplace ได้อย่างรวดเร็วและมีหลักฐานชัดเจน

หากธุรกิจของคุณต้องจัดการออเดอร์จากหลายช่องทางและต้องการระบบ Fulfillment ที่ช่วยดูแลตั้งแต่การจัดเก็บ แพ็ก จัดส่ง ไปจนถึงการจัดการพัสดุตีกลับ MyCloud Fulfillment พร้อมช่วยให้ทุกขั้นตอนเป็นเรื่องง่ายและบริหารจัดการได้จากระบบเดียว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Return Cases

A: Return Case หรือ RC คือรายการสำหรับบันทึกพัสดุตีกลับแต่ละกล่อง เพื่อให้ร้านค้าตรวจสอบข้อมูล ภาพสินค้า สภาพพัสดุ และสถานะล่าสุดภายในคลังได้

A: Return Order หรือ RE คือออเดอร์สำหรับรับสินค้าตีกลับกลับเข้าคลัง เพื่อนำสินค้าเข้าจัดเก็บและเตรียมพร้อมสำหรับการส่งออกอีกครั้ง

A: RC ใช้บันทึกและตรวจสอบพัสดุตีกลับแต่ละกล่อง ส่วน RE ใช้รับสินค้าตีกลับเข้าจัดเก็บในคลัง โดยหนึ่ง RE สามารถเชื่อมโยงกับ RC ได้หลายรายการ

A: ได้ เนื่องจาก RC นับตามจำนวนกล่อง หากหนึ่งออเดอร์ถูกจัดส่งหลายกล่องและมีกล่องตีกลับมากกว่าหนึ่งกล่อง ออเดอร์นั้นสามารถมี RC หลายรายการได้

A: เมื่อพัสดุมาถึงคลัง MyCloud เจ้าหน้าที่จะดำเนินการ RC และ RE เพื่อรับพัสดุตีกลับเข้าคลังภายใน 24 ชั่วโมง

A: ได้ ร้านค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียด ภาพสินค้า สภาพพัสดุ และสถานะล่าสุดได้จากหน้า Return Cases ในระบบ MyCloud

A: การกด “รับทราบ” หมายถึงร้านค้าได้ตรวจสอบรายการและยืนยันข้อมูลกับช่องทางการขายแล้ว ไม่ใช่การยืนยันขั้นตอนการดำเนินงานของคลัง

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

TikTok Live ขายของ: ทุกสิ่งที่ต้องรู้ก่อน Go Live พร้อมเคล็ดลับจัดการออเดอร์ให้อยู่มือ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา TikTok Live ขายของ กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่มาแรงที่สุดสำหรับร้านค้าออนไลน์ เพราะสามารถเปลี่ยนคนดู ให้กลายเป็นลูกค้า ได้แบบเรียลไทม์ หลายแบรนด์สามารถสร้างยอดขายหลักหมื่นถึงหลักแสนภายในไม่กี่ชั่วโมงผ่าน Live เพียงครั้งเดียว จนทำให้ live commerce TikTok กลายเป็นช่องทางที่เจ้าของธุรกิจไม่ควรมองข้าม TikTok Live ขายของอย่างไร? คำตอบคือสามารถเริ่มได้ใน 5 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ (1) เตรียมสินค้าและสต๊อกให้พร้อม (2) วางสคริปต์และโปรโมชันสำหรับ Live (3) ตั้งค่าระบบ TikTok Shop และช่องทางชำระเงิน (4) เริ่ม Live พร้อมนำเสนอสินค้าแบบน่าสนใจ และ (5) จัดการออเดอร์ที่เข้ามาพร้อมกันอย่างมีระบบ เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าหรือข้อผิดพลาด แม้การ Live จะดูเป็นเรื่องง่าย แต่เบื้องหลังความสำเร็จของการขายบน TikTok Live คือการเตรียมตัว และการจัดการหลังบ้าน ที่ต้องพร้อมรองรับยอดขายจำนวนมาก หากวางระบบดีตั้งแต่ต้น โอกาสที่จะปั้นยอดให้โตแบบก้าวกระโดดก็อยู่ไม่ไกลเลย 5 ขั้นตอนเตรียมตัวก่อน Go […]

SKU คือ อะไร?สำคัญยังไงกับร้านค้าออนไลน์

เคยไหม? สต็อกสินค้าเยอะแค่ไหนก็จำไม่หมด หยิบผิดรุ่น ผิดสี ส่งผิดออเดอร์จนลูกค้าคอมเพลน ยิ่งขายหลายช่องทางก็ยิ่งสับสน จัดการหลังบ้านแทบไม่ทัน… ปัญหาเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องง่ายทันที ถ้าคุณรู้จัก “SKU” ระบบรหัสสินค้าที่ร้านค้าออนไลน์มือโปรเลือกใช้ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักว่า SKU คือ อะไร และทำไมธุรกิจออนไลน์ยุคนี้ถึงต้องมีระบบ SKU เพื่อให้บริหารงานได้ง่าย ขยายธุรกิจได้ไกล และเติบโตอย่างมืออาชีพ SKU คือ อะไร? SKU คือ รหัสที่ร้านค้าใช้กำหนดขึ้นเองเพื่อระบุและจำแนกสินค้าแต่ละชิ้นในระบบสต็อกอย่างชัดเจน ชื่อเต็มของ SKU “Stock Keeping Unit” หรือ “หน่วยเก็บสินค้า” นั่นเองค่ะ ในทางปฏิบัติ SKU เปรียบเสมือน “ชื่อเล่นของสินค้า” ที่ช่วยให้ทีมงานสามารถค้นหา จัดเก็บ และหยิบสินค้าถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น หากร้านขายเสื้อผ้าอาจตั้ง SKU ของเสื้อยืดสีดำ ไซส์ L ว่า “TSH-BK-L” เพื่อแยกจากเสื้อสีขาวหรือไซส์อื่นๆ ได้อย่างชัดเจน การมี SKU ช่วยลดความสับสนและช่วยบริหารจัดการสินค้าในคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อร้านค้าเริ่มมีจำนวนสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ […]

มาดู! บูธแถวไหน ตำแหน่งไหน เป็นทำเลทอง – MyCloudFulfillment

นอกจากสถานที่จัดงานที่ต้องเดินทางสะดวกแล้ว ตำแหน่งที่ตั้งในการออกบูธก็สำคัญไม่แพ้กัน! 🎪 เพราะหลังจากที่ MyCloudFulfillment ไป Set up บูธให้ลูกค้าบ่อยๆ เราก็แอบสังเกตและเก็บข้อมูลมาฝากเพื่อนๆ โดยเฉพาะร้านค้าออนไลน์ที่อยากมีหน้าร้าน ก็ลองมาออกบูธดูก่อนก็ได้นะ ซ้อมไว้ๆ 😊 และที่สำคัญต้องแย่งชิงตำแหน่งทำเลทองให้ทัน จะมีโลเคชั่นไหนปังๆ บ้าง ไปดูกันเลย! 1.บูธแถวทางเข้าประตู จะมีตำแหน่งไหนเด่นกว่านี้อีก‼ เข้างานมาก็เจอร้านของคุณบูธแรกเลย แล้วถ้าจัดร้านสวยๆ ก็ยิ่งโดดเด่น เรียกความสนใจ ดึงดูดสายตาได้ดีเลยล่ะ และส่วนใหญ่บูธแถวๆทางเข้าประตู ก็จะโดนจับจองไปเร็วมากกกกก และอาจจะมีค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าหน่อย 2.บูธแถวหัวมุม บูธหัวมุมก็จะแพงกว่าล็อคอื่นเช่นกัน แต่มันมีข้อดีตรงไหนรู้ไหม? เราจะได้พื้นที่ในการขายของที่ดีกว่า เพราะสามารถจัดวางสินค้าได้ถึง 2 ฝั่ง ดังนั้น เราควรจัดหน้าร้านให้เห็นหลายๆ ด้าน ไม่ใช่แค่ด้านหน้าด้านเดียว จัดเต็มแน่นๆ จุกๆ 3.บูธโซนกลาง ปกติแล้วเวลาเราเดินดูของ เราก็จะเลือกเดินแถวกลางจริงไหม? เพราะคิดว่าโซนริมๆ ไม่น่าสนใจ โซนกลางน่าจะมีแต่ร้านดังๆ มากกว่า ถ้าเพื่อนๆ เลือกได้ โซนนี้ก็น่าสนใจ คนจะเดินเข้ามาเยอะเป็นพิเศษ ไม่ต้องพูดเรียกลูกค้าให้เหนื่อยด้วย 😁 MyCloudFulfillment […]

TikTok Live ขายของ: ทุกสิ่งที่ต้องรู้ก่อน Go Live พร้อมเคล็ดลับจัดการออเดอร์ให้อยู่มือ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา TikTok Live ขายของ กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่มาแรงที่สุดสำหรับร้านค้าออนไลน์ เพราะสามารถเปลี่ยนคนดู ให้กลายเป็นลูกค้า ได้แบบเรียลไทม์ หลายแบรนด์สามารถสร้างยอดขายหลักหมื่นถึงหลักแสนภายในไม่กี่ชั่วโมงผ่าน Live เพียงครั้งเดียว จนทำให้ live commerce TikTok กลายเป็นช่องทางที่เจ้าของธุรกิจไม่ควรมองข้าม TikTok Live ขายของอย่างไร? คำตอบคือสามารถเริ่มได้ใน 5 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ (1) เตรียมสินค้าและสต๊อกให้พร้อม (2) วางสคริปต์และโปรโมชันสำหรับ Live (3) ตั้งค่าระบบ TikTok Shop และช่องทางชำระเงิน (4) เริ่ม Live พร้อมนำเสนอสินค้าแบบน่าสนใจ และ (5) จัดการออเดอร์ที่เข้ามาพร้อมกันอย่างมีระบบ เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าหรือข้อผิดพลาด แม้การ Live จะดูเป็นเรื่องง่าย แต่เบื้องหลังความสำเร็จของการขายบน TikTok Live คือการเตรียมตัว และการจัดการหลังบ้าน ที่ต้องพร้อมรองรับยอดขายจำนวนมาก หากวางระบบดีตั้งแต่ต้น โอกาสที่จะปั้นยอดให้โตแบบก้าวกระโดดก็อยู่ไม่ไกลเลย 5 ขั้นตอนเตรียมตัวก่อน Go […]

SKU คือ อะไร?สำคัญยังไงกับร้านค้าออนไลน์

เคยไหม? สต็อกสินค้าเยอะแค่ไหนก็จำไม่หมด หยิบผิดรุ่น ผิดสี ส่งผิดออเดอร์จนลูกค้าคอมเพลน ยิ่งขายหลายช่องทางก็ยิ่งสับสน จัดการหลังบ้านแทบไม่ทัน… ปัญหาเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องง่ายทันที ถ้าคุณรู้จัก “SKU” ระบบรหัสสินค้าที่ร้านค้าออนไลน์มือโปรเลือกใช้ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักว่า SKU คือ อะไร และทำไมธุรกิจออนไลน์ยุคนี้ถึงต้องมีระบบ SKU เพื่อให้บริหารงานได้ง่าย ขยายธุรกิจได้ไกล และเติบโตอย่างมืออาชีพ SKU คือ อะไร? SKU คือ รหัสที่ร้านค้าใช้กำหนดขึ้นเองเพื่อระบุและจำแนกสินค้าแต่ละชิ้นในระบบสต็อกอย่างชัดเจน ชื่อเต็มของ SKU “Stock Keeping Unit” หรือ “หน่วยเก็บสินค้า” นั่นเองค่ะ ในทางปฏิบัติ SKU เปรียบเสมือน “ชื่อเล่นของสินค้า” ที่ช่วยให้ทีมงานสามารถค้นหา จัดเก็บ และหยิบสินค้าถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น หากร้านขายเสื้อผ้าอาจตั้ง SKU ของเสื้อยืดสีดำ ไซส์ L ว่า “TSH-BK-L” เพื่อแยกจากเสื้อสีขาวหรือไซส์อื่นๆ ได้อย่างชัดเจน การมี SKU ช่วยลดความสับสนและช่วยบริหารจัดการสินค้าในคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อร้านค้าเริ่มมีจำนวนสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ […]

มาดู! บูธแถวไหน ตำแหน่งไหน เป็นทำเลทอง – MyCloudFulfillment

นอกจากสถานที่จัดงานที่ต้องเดินทางสะดวกแล้ว ตำแหน่งที่ตั้งในการออกบูธก็สำคัญไม่แพ้กัน! 🎪 เพราะหลังจากที่ MyCloudFulfillment ไป Set up บูธให้ลูกค้าบ่อยๆ เราก็แอบสังเกตและเก็บข้อมูลมาฝากเพื่อนๆ โดยเฉพาะร้านค้าออนไลน์ที่อยากมีหน้าร้าน ก็ลองมาออกบูธดูก่อนก็ได้นะ ซ้อมไว้ๆ 😊 และที่สำคัญต้องแย่งชิงตำแหน่งทำเลทองให้ทัน จะมีโลเคชั่นไหนปังๆ บ้าง ไปดูกันเลย! 1.บูธแถวทางเข้าประตู จะมีตำแหน่งไหนเด่นกว่านี้อีก‼ เข้างานมาก็เจอร้านของคุณบูธแรกเลย แล้วถ้าจัดร้านสวยๆ ก็ยิ่งโดดเด่น เรียกความสนใจ ดึงดูดสายตาได้ดีเลยล่ะ และส่วนใหญ่บูธแถวๆทางเข้าประตู ก็จะโดนจับจองไปเร็วมากกกกก และอาจจะมีค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าหน่อย 2.บูธแถวหัวมุม บูธหัวมุมก็จะแพงกว่าล็อคอื่นเช่นกัน แต่มันมีข้อดีตรงไหนรู้ไหม? เราจะได้พื้นที่ในการขายของที่ดีกว่า เพราะสามารถจัดวางสินค้าได้ถึง 2 ฝั่ง ดังนั้น เราควรจัดหน้าร้านให้เห็นหลายๆ ด้าน ไม่ใช่แค่ด้านหน้าด้านเดียว จัดเต็มแน่นๆ จุกๆ 3.บูธโซนกลาง ปกติแล้วเวลาเราเดินดูของ เราก็จะเลือกเดินแถวกลางจริงไหม? เพราะคิดว่าโซนริมๆ ไม่น่าสนใจ โซนกลางน่าจะมีแต่ร้านดังๆ มากกว่า ถ้าเพื่อนๆ เลือกได้ โซนนี้ก็น่าสนใจ คนจะเดินเข้ามาเยอะเป็นพิเศษ ไม่ต้องพูดเรียกลูกค้าให้เหนื่อยด้วย 😁 MyCloudFulfillment […]