Knowledge Center

รู้จัก Red Ocean คืออะไร ต่างจาก Blue Ocean อย่างไรบ้าง

Red Ocean และ Blue Ocean คืออะไร

          สงสัยกันไหมคะว่า Red Ocean และ Blue Ocean Strategy นั้นคืออะไร? แม้ว่าจะเคยได้ยินกันบ่อย ๆ แต่ก็ดูเป็นเรื่องไกลตัวใช่ไหมล่ะคะ สักทีวันนี้ MyCloud จะพาผู้อ่านทุกคนไปรู้จักกับ กลยุทธ์ Red Ocean และ Blue Ocean รวมถึงมองภาพรวมทั้งสองกลยุทธ์บนตลาดออนไลน์ของไทย อย่าง Marketplace ชื่อดังอย่าง Lazada และ Shopee รวมถึงช่องทางการขายออนไลน์อื่น ๆ อีกด้วย 

Red Ocean Strategy (กลยุทธ์น่านน้ำสีแดง) คืออะไร 

Red Ocean Strategy คือคำนิยามของกลยุทธ์ทางการตลาดที่เข้มข้น เปรียบเสมือนกับสีแดง เนื่องมาจากการแข่งขันทางการตลาดสูง และมีคู่แข่งที่มีธุรกิจลักษณะคล้ายกันจำนวนมาก ไม่โดดเด่น ทำให้ต้องแข่งขันกันที่ด้านอื่น ๆ เพื่อดึงดูดผู้บริโภค โดยมักจะแข่งขันกันจนเป็นสงครามราคา หรือการทำโปรโมชันลดราคา เพื่อเอาชนะคู่แข่ง จาก Kim & Mauborgne ที่เป็นคนเดียวกับผู้ริเริ่มแนวคิด Blue Ocean Strategy โดยเป้าหมายหลักของกลยุทธ์ทางการตลาดแบบ Red Ocean คือการเอาชนะคู่แข่งทางการตลาดคนอื่น ๆ และใช้ประโยชน์จากความต้องการของผู้บริโภค (Demand) ที่มีมากอยู่แล้วในตลาดนั้น ๆ 

          แพลตฟอร์มหรือตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ที่มีกลยุทธ์แบบ Red Ocean จะเป็นพื้นที่ตลาดที่มีอยู่แล้ว จึงมักจะมีกฎระเบียบ แบบแผน หรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมถึงมีผู้เล่นหลัก ๆ หรือที่เราเรียกอีกชื่อว่า “เจ้าตลาด” อยู่แล้ว

Red Ocean

Blue Ocean Strategy (กลยุทธ์น่านน้ำสีน้ำเงิน) คืออะไร 

กลยุทธ์ทางการตลาดแบบ Blue Ocean Strategy คือพื้นที่การแข่งขันของแต่ละแบรนด์ผ่านการพัฒนาธุรกิจของตัวเอง เพราะฉะนั้น การแข่งขันในตลาดนี้จึงไม่ใช่การแข่งขันที่เข้มข้นอีกต่อไป แต่เป็นการท้าทายคนทำธุรกิจด้วยการสร้างความต้องการของลูกค้าขึ้นมาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการที่คิดว่าลูกค้าต้องการ หรือต้องใช้อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงต้องมีการสำรวจตลาด เรียนรู้พฤติกรรมของลูกค้า กำหนดราคาที่รอบคอบ นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าจะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนกว่า เนื่องจากสินค้าและบริการไม่ใช่ของที่ลอกเลียนแบบ หรือสร้างขึ้นมาเพื่อเอาชนะคู่แข่ง แต่เป็นสิ่งที่คิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าธุรกิจโดยเฉพาะ ดังนั้นการแสวงหาตลาด หรือความต้องการใหม่ ๆ จึงเป็นหลักการของ Blue Ocean นั่นเอง 

ธุรกิจไหนบ้างที่ใช้กลยุทธ์ Red Ocean และ Blue Ocean บ้าง 

ทีนี้มาดูกันดีกว่าว่าแล้วมีธุรกิจไหนบ้างที่ใช้กลยุทธ์น่านน้ำสีแดง (Red Ocean Strategy) และกลยุทธ์น่านน้ำสีน้ำเงิน (Blue Ocean Strategy) อย่าง Netflix ที่เริ่มต้นจากการเป็นผู้ให้เช่าวิดีโอ โดยเฉพาะในตอนนั้นที่มีคู่แข่งที่อยู่มานานอย่าง Blockbuster แน่นอนว่าก็ยากต่อการแข่งขัน แต่ทางเน็ตฟลิกซ์ก็ได้เปลี่ยนตัวเองจากผู้ให้เช่าหนัง กลายมาเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิงที่มีระบบนำคอนเทนต์ และสร้างความแตกต่างด้วยการผลิตคอนเทนต์ของตัวเอง หรือจะเป็นแบรนด์มือถือชื่อดัง อย่าง Apple จากเดิมที่เริ่มต้นด้วยการผลิตและพัฒนาสินค้า อย่าง คอมพิวเตอร์แบบทั้งตั้งโต๊ะและพกพา แต่ปี 1997 สตีฟ จ็อบส์ก็ได้กลับเข้ามาพลิกโฉมแบรนด์ด้วยการออกสินค้าใหม่ ๆ เช่น iPhone และ iPad ที่กลายมาเป็นที่รักของคนเกือบทั่วโลก 

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจแบรนด์ไทยที่กระโจนตัวเข้ามาอยู่ในน่านน้ำสีแดงนี้ด้วย เนื่องด้วยความต้องการทางการตลาดที่สูง และมีขนาด Market ที่ค่อนข้างไซซ์ใหญ่ แน่นอนว่าการแข่งขันก็ต้องสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้ ในงาน Thailand Marketing Day 2025 โดยสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (Marketing Association of Thailand: MAT) ที่ผ่านมา ได้ยกกรณีศึกษาจาก 3 แบรนด์ไทยที่เรียกได้ว่าเป็นม้ามืดมาแรงในตอนนี้ ได้แก่ Karun แบรนด์ชาไทยสุดพรีเมียม ยืดเปล่า (Yeudpao) ที่อยากให้คนไทยมีเสื้อดี ๆ ใส่ และธุรกิจสุดท้ายอย่าง Her Hyness ผลิตภัณฑ์ความงามที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ซึ่งทั้ง 3 แบรนด์เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของธุรกิจไทยในการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและสามารถแข่งขันในตลาดที่ดุเดือดได้อย่างน่าจับตามองเลยทีเดียว 

ทำไมต้อง แดง และ น้ำเงิน?

ความเชื่อมโยงของสีคือแนวคิดหลักเบื้องหลังกลยุทธ์น่านน้ำสีน้ำเงิน (Blue Ocean Strategy) และกลยุทธ์น่านน้ำสีแดง (Red Ocean Strategy) เหล่านี้ เนื่องจากสีแต่ละสีมีความหมายในตัวเอง โดยสีน้ำเงินจะหมายถึง ความสงบและผ่อนคลาย เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงและความเฉลียวฉลาด จึงถูกนำมาเปรียบกับน่านน้ำที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์และโอกาสใหม่ ๆ มากมาย ในทางกลับกัน สีแดงนั่นแสดงถึงอารมณ์ที่รุนแรง จึงเป็นตัวแทนของตลาดหรือการตลาดที่มีลักษณะการแข่งขันที่เข้มข้น รุนแรงและมีความตึงเครียด สีทั้งสองสีจึงเป็นตัวแทนลักษณะเด่นของการตลาดที่แตกต่างกันออกไป

แพลตฟอร์มออนไลน์ของไทยเป็นอย่างไร?

จากคำนิยามด้านบนพอมองภาพออกกันไหมคะ Red Ocean นั้นคือแพลตฟอร์มใดบ้างในไทย แน่นอนค่ะว่าต้องเปรียบได้กับแพลตฟอร์มที่มีฐานลูกค้าหรือลูกค้าที่เข้ามาบนแพลตฟอร์มมีความต้องการซื้อ (Demand) สูงอยู่แล้ว อย่าง E-marketplace ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Shopee หรือแม้แต่ TikTok Shop ที่แซงเข้ามาเป็นม้ามืดอยู่ในตลาดแดงเดือดนี้ด้วยกัน ส่วนน่านน้ำสีน้ำเงินที่เป็นการมองหาตลาดใหม่ ๆ นั้นต้องเริ่มมาจากความคิดที่แตกต่าง หรือจุดเด่นของสินค้าและบริการของคุณ ยกตัวอย่างเช่น TikTok Shop ที่แม้จะต้องเผชิญกับการแข่งขันอันหนักหน่วงในตลาด แต่ก็สามารถพลิกเกมด้วยการกลับไปใช้จุดแข็งของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น คอนเทนต์วิดีโอสั้น Live ขายของหรือการสร้าง Engagement ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ซึ่งเป็นจุดแข็งที่แพลตฟอร์มอื่นไม่สามารถเลียนแบบได้ง่าย ๆ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในยุคที่แพลตฟอร์มออนไลน์แข่งขันกันอย่างรุนแรง การจะอยู่รอดไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่การมีฐานลูกค้าที่ใหญ่หรือโปรโมชันที่น่าดึงดูดเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค สร้างจุดขายที่แตกต่าง เพื่อให้สามารถสร้างตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในระยะยาว    

นอกจากการปรับตัวของแพลตฟอร์มแล้ว แบรนด์เองก็สามารถสร้างพื้นที่ของตัวเอง เพื่อหลีกหนีจากการแข่งขันอันดุเดือดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้เช่นกัน MyCloud เรามีโซลูชันที่ช่วยส่งเสริมการขายของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการขายผ่าน Sale Pages สร้างเว็บไซต์ของตัวเอง โดยสามารถตกแต่งและออกแบบหน้าเว็บไซต์ หรือจะกำหนดโปรโมชันเพื่อเพิ่มยอดขายได้เองง่าย ๆ  หรือจะเป็นการขายแบบ Omni Channel ที่เชื่อมต่อทุกช่องทางการขายของแบรนด์เอาไว้ ไม่ยึดติดกับการขายที่ช่องทางใดช่องทางหนึ่ง เป็นการสร้างพื้นที่ของแบรนด์ขึ้นมา และเป็นการเจาะเข้าไปที่กลุ่มลูกค้าหน้าใหม่ได้เช่นกัน เพราะนอกจากจะมีความโดดเด่น จดจำง่าย ยังสามารถกำหนดหรือออกแบบการติดต่อกับลูกค้า การซื้อ-ขายและการบริการลูกค้าได้ตามต้องการอีกด้วย ทั้งนี้ ระบบ OMS (Order Management System) ของ MyCloud ยังช่วยให้การจัดการทุกออเดอร์เป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะมาจากช่องทางใด ระบบจะรวบรวมคำสั่งซื้อจากทุกแพลตฟอร์มมาไว้ในที่เดียว ช่วยให้คุณติดตามสถานะการสั่งซื้อแบบเรียลไทม์ ทุก ๆ 3 นาที การันตีการจัดส่งทัน 99.5% ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการหยิบ แพ็กและจัดส่งสินค้า  

 ข้อดีและข้อเสียของ Red Ocean และ Blue Ocean

ข้อดีข้อเสียของตลาดแบบ Red Ocean (Red Ocean Strategy Advantages & Disadvantages)

          ข้อดีของตลาดที่มีการตลาดแบบ Red Ocean Strategy ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นตลาดที่ได้รับการยอมรับแล้ว ทำให้มีลูกค้า หรือผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มมาก ทำให้สามารถเริ่มต้นขายได้ง่าย รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่ายในการสำรวจตลาดใหม่ ๆ หรือการเริ่มลงทุนที่มีความเสี่ยง

          มีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย และข้อเสียข้อแรกที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ เจ้าตลาดในแต่ละประเภทสินค้า หรือร้านดัง ร้านใหญ่บนแพลตฟอร์ม ที่มีคะแนนรีวิวมาก และได้เป็นร้านค้าแนะนำ เป็นต้น ซึ่งหากเป็นร้านค้าของคุณเองก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าคุณขายสินค้าแบบเดียวกัน แน่นอนว่าลูกค้าต้องเลือกซื้อสินค้าจากร้านที่น่าเชื่อถือกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นหลาย ๆ ร้านบน Marketplace ก็มักจะสู้กันด้วยสงครามราคานั่นเอง

ข้อดีข้อเสียของตลาดแบบ Blue Ocean (Blue Ocean Strategy Advantages & Disadvantages)

         ข้อดีของตลาดที่มีการตลาดแบบ Blue Ocean Strategy คือความยั่งยืนและผลกำไรของแบรนด์ที่มากกว่า นอกจากนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค หรือองค์กรจริง ๆ เนื่องจากนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นจะช่วยตอบโจทย์ หรือแก้ปัญหาได้จริง ส่วนข้อเสียนั้นก็คือการเริ่มต้น เนื่องจากทุกอย่างใหม่หมด ไม่มีฐานลูกค้า จึงต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากในการเริ่ม และสร้างฐานลูกค้าขึ้นมาเอง

สรุปบทความ

ทั้งนี้ กลยุทธ์น่านน้ำสีแดง (Red Ocean) และสีน้ำเงิน (Blue Ocean) ต่างก็มีข้อดีและข้อเสีย ดังนั้นเคล็ดลับเลือกพื้นที่ขาย หรือตลาดใดที่จะเหมาะกับคุณคือการรู้จักลูกค้าเป้าหมายของคุณเป็นอย่างดี รวมถึงเข้าใจความต้องการของลูกค้าเหล่านั้นด้วย เช่น ถ้าหากสินค้าและบริการของคุณเป็นความต้องการของตลาดอยู่แล้ว แต่เพิ่มเติมสินค้า ด้วยการพัฒนาคุณภาพให้ตอบโจทย์มากขึ้น หรือการเพิ่มคุณค่าด้วยบริการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การแพ็คสินค้าและการจัดส่งที่รวดเร็ว น่าประทับใจ คุณก็สามารถเข้าสู่น่านน้ำสีแดงได้และใช้ประโยชน์ตรงนี้ในการเรียนรู้จากคู่แข่งได้อีกด้วย แต่ถ้าหากสินค้าและบริการของคุณตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ เป็นสิ่งที่คิดว่าช่วยแก้ปัญหาหรือตอบสนองผู้บริโภคได้จริง ๆ ก็แน่นอนว่าน่านน้ำสีฟ้าอันกว้างใหญ่คือคำตอบของคุณนั่นเอง

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ www.mycloudfulfillment.com 

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร: 092-472-7742, 02-138-9920

อีเมล: [email protected] 

line: @mycloudgroup

MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก

บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Red Ocean และ Blue Ocean

Red Ocean Strategy คือกลยุทธ์ทางการตลาดที่เข้มข้น เนื่องมาจากการแข่งขันทางการตลาดสูงและมีคู่แข่งที่มีธุรกิจลักษณะคล้ายกันจำนวนมาก มักจะแข่งขันกันจนเป็นสงครามราคาหรือการทำโปรโมชันลดราคาเพื่อเอาชนะคู่แข่ง

Blue Ocean Strategy คือพื้นที่การแข่งขันของแต่ละแบรนด์ผ่านการพัฒนาธุรกิจของตัวเอง ไม่ใช่การแข่งขันที่เข้มข้น แต่เป็นการสร้างความต้องการของลูกค้าขึ้นมาใหม่ ผ่านการสำรวจตลาด เรียนรู้พฤติกรรมของลูกค้า และกำหนดราคาที่รอบคอบ

สีน้ำเงินหมายถึงความสงบและผ่อนคลาย เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง จึงถูกนำมาเปรียบกับน่านน้ำที่เต็มไปด้วยโอกาสใหม่ๆ ส่วนสีแดงแสดงถึงอารมณ์ที่รุนแรง จึงเป็นตัวแทนของตลาดที่มีการแข่งขันเข้มข้นและตึงเครียด

แพลตฟอร์ม E-marketplace ที่มีฐานลูกค้าและความต้องการซื้อสูงอยู่แล้ว เช่น Lazada, Shopee หรือแม้แต่ TikTok Shop ที่แซงเข้ามาเป็นม้ามืดในตลาดแดงเดือดนี้ด้วย

ส่วนใหญ่เป็นตลาดที่ได้รับการยอมรับแล้ว ทำให้มีลูกค้าหรือผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มมาก เริ่มต้นขายได้ง่าย รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่ายในการสำรวจตลาดใหม่หรือการลงทุนที่มีความเสี่ยง

ระบบจะรวบรวมคำสั่งซื้อจากทุกแพลตฟอร์มมาไว้ในที่เดียว ช่วยให้คุณติดตามสถานะการสั่งซื้อแบบเรียลไทม์ทุก 3 นาที การันตีการจัดส่งทัน 99.5% ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการหยิบ แพ็ก และจัดส่งสินค้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

โหมดพักร้อน Lazada เปิดใช้ยังไง?

ในยุคที่ธุรกิจออนไลน์ไม่มีวันหยุด การ “พักร้อน” สำหรับเจ้าของร้านค้าใน Lazada อาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริง ๆ แล้ว Lazada มีฟีเจอร์ “โหมดพักร้อน” ที่ช่วยให้ร้านค้าสามารถหยุดรับออเดอร์ชั่วคราวได้อย่างมีระบบ โดยไม่กระทบต่อความน่าเชื่อถือหรือคะแนนร้าน บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ โหมดพักร้อน Lazada พร้อมแนะนำขั้นตอนการเปิดใช้งาน รวมถึงข้อดีข้อเสีย เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจใช้ฟีเจอร์นี้ได้อย่างมั่นใจ โหมดพักร้อน Lazada คืออะไร? โหมดพักร้อน Lazada (Vacation Mode) คือฟีเจอร์ที่ให้เจ้าของร้านค้าหยุดรับออเดอร์ได้ชั่วคราว โดยไม่ต้องปิดร้านหรือยกเลิกสินค้า ระบบจะซ่อนสินค้าทั้งหมดจากหน้าร้าน ทำให้ลูกค้าไม่สามารถกดสั่งซื้อสินค้าได้ในช่วงเวลานั้น ๆ เหมาะสำหรับช่วงเวลาที่เจ้าของร้านไม่สะดวกจัดส่ง เช่น ไปต่างประเทศ ปิดคลังสินค้า หรือมีเหตุสุดวิสัย วิธีเปิดใช้งานฟีเจอร์โหมดพักร้อน Lazada การเปิดใช้งานโหมดพักร้อนทำได้ง่าย ๆ ผ่าน Seller Center โดยมีขั้นตอนดังนี้ (สำหรับการตั้งค่าบน PC) 2.เลือกสถานะเป็น “ON” เปิดใช้งาน > ตั้งค่าวันหยุดใหม่ 3.กำหนดวันที่ต้องการเริ่มต้นและสิ้นสุดการพักร้อน และกดบันทึก (สำเร็จ) […]

FIFO, LIFO, FEFO คืออะไร การการหยิบสินค้าแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร

จริง ๆ แล้วทุกขั้นตอนของการบริการ fulfillment มีความสำคัญทั้งหมดเลยครับ แต่บางคนอาจจะให้ความสำคัญไปที่ขั้นตอนการเก็บ การเเพ็ค และส่งมากกว่า จนลืมไปว่าหากขั้นตอนการหยิบสินค้าก่อนแพ็คผิดผลาดก็อาจเกิดปัญหาในขั้นตอนถัด ๆ มาได้ครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ใน ขั้นตอนการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้า ผมได้ยกตัวอย่างวิธีการหยิบสินค้า ที่คลังสินค้าต่าง ๆ มักใช้กันไปแล้วนะครับ blog นี้ผมจึงอยากให้ทุกคนรู้จักรูปแบบการหยิบสินค้ากันบ้างครับ  FIFO คืออะไร  FIFO หรือ First-In First-Out คือระบบการจัดการสินค้าตามลำดับเข้าก่อน-ออกก่อน โดยการหยิบสินค้าที่เข้าคลังก่อน ออกไปแพ็กและจัดส่งก่อนเสมอ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดปัญหาสินค้าเสื่อมสภาพจากการเก็บไว้นาน หรือสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวน เปลี่ยนราคาอยู่บ่อย ๆ  และยังทำให้การหมุนเวียนสินค้าในคลังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างสินค้าเช่น เสื้อผ้า รองเท้า รวมถึงสินค้าที่มีหลายชนิดและมีการเปลี่ยนแปลงสต๊อกบ่อยครั้ง อย่างอุปกรณ์แฟชัน ของตกแต่งหรือเครื่องใช้ต่าง ๆ เป็นต้น  นอกจากนี้ การใช้ระบบ FIFO ยังช่วยให้สินค้าที่อยู่ในคลังเป็นล็อตล่าสุดอยู่เสมอ ช่วยให้การบริหารสต๊อกง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงของสินค้าค้างสต๊อกได้ครับ ประโยชน์ของการหยิบสินค้าแบบ FIFO  FEFO คืออะไร  […]

วิธีเปิดโหมดพักร้อน Shopee พร้อมข้อดีข้อเสียที่ต้องรู้

เข้าสู่ช่วงเทศกาลหยุดยาวทั้งที หลายร้านค้าออนไลน์ที่ขายบน Shopee อาจกำลังวางแผนหยุดพักผ่อน แต่ปัญหาที่มักพบคือ หากหยุดขายอาจทำให้ยอดขายหาย หรือถูกลดการมองเห็นสินค้า วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ “โหมดพักร้อน Shopee” ว่าคืออะไร ใช้อย่างไร มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง พร้อมแนะนำวิธีขายสินค้าแบบไม่มีสะดุด แม้ในช่วงหยุดยาวก็ขายได้ ไม่ต้องกลัวเสียยอดขายและไม่ต้องกลัวว่าสินค้าของคุณจะถูกลดการมองเห็นอีกต่อไป! โหมดพักร้อน Shopee คืออะไร? ฟีเจอร์ที่ Shopee ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ร้านค้าออนไลน์สามารถหยุดการขายสินค้าชั่วคราวได้ โดยไม่จำเป็นต้องลบรายการสินค้าออกจากร้าน เหมาะสำหรับผู้ขายที่ต้องการพักร้านในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว เช่น สงกรานต์ ปีใหม่ เป็นต้น ช่วยให้ลูกค้าทราบชัดเจนว่าร้านค้าหยุดให้บริการชั่วคราว และลดปัญหาการจัดส่งล่าช้าหรือไม่ได้จัดส่งสินค้าในช่วงเวลาที่ร้านค้าหยุดพักดำเนินกิจการชั่วคราว วิธีเปิดโหมดพักร้อน Shopee 3.จากนั้นให้คลิกที่เมนูย่อย “โหมดพักร้อน” โดยระบบจะนำคุณเข้าสู่หน้าเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ 4.หลังจากเข้ามาที่หน้าโหมดพักร้อนแล้ว ให้คุณกดปุ่มเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้แล้วกดดำเนินการต่อ เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถใช้งานโหมดพักร้อนได้แล้วค่ะ ร้านค้าของคุณจะเข้าสู่โหมดพักร้อน Shopee ทันที และลูกค้าจะถูกป้องกันไม่ให้มีการสั่งซื้อสินค้าในร้านค้าของคุณ ถือเป็นการป้องกันปัญหาในการจัดการคำสั่งซื้อในช่วงหยุดยาวได้อย่างดีค่ะแต่อาจจะมีผลต่อยอดขายที่จะลดลงด้วยเช่นกัน ข้อควรระวังในการเปิดโหมดพักร้อน ข้อดีของฟีเจอร์โหมดพักร้อน ผลกระทบเมื่อใช้ฟีเจอร์โหมดพักร้อน ขายดีต่อเนื่องไม่ต้องใช้ โหมดพักร้อน Shopee สรุป โหมดพักร้อน Shopee เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์สามารถหยุดขายสินค้าได้ชั่วคราว แต่ก็มีข้อเสียสำคัญคืออาจทำให้ยอดขายลดลงและสินค้าอาจถูกลดการมองเห็น ลูกค้าอาจเปลี่ยนใจไปซื้อสินค้ากับร้านคู่แข่งที่เปิดขายในช่วงเดียวกันได้ […]

โหมดพักร้อน Lazada เปิดใช้ยังไง?

ในยุคที่ธุรกิจออนไลน์ไม่มีวันหยุด การ “พักร้อน” สำหรับเจ้าของร้านค้าใน Lazada อาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริง ๆ แล้ว Lazada มีฟีเจอร์ “โหมดพักร้อน” ที่ช่วยให้ร้านค้าสามารถหยุดรับออเดอร์ชั่วคราวได้อย่างมีระบบ โดยไม่กระทบต่อความน่าเชื่อถือหรือคะแนนร้าน บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ โหมดพักร้อน Lazada พร้อมแนะนำขั้นตอนการเปิดใช้งาน รวมถึงข้อดีข้อเสีย เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจใช้ฟีเจอร์นี้ได้อย่างมั่นใจ โหมดพักร้อน Lazada คืออะไร? โหมดพักร้อน Lazada (Vacation Mode) คือฟีเจอร์ที่ให้เจ้าของร้านค้าหยุดรับออเดอร์ได้ชั่วคราว โดยไม่ต้องปิดร้านหรือยกเลิกสินค้า ระบบจะซ่อนสินค้าทั้งหมดจากหน้าร้าน ทำให้ลูกค้าไม่สามารถกดสั่งซื้อสินค้าได้ในช่วงเวลานั้น ๆ เหมาะสำหรับช่วงเวลาที่เจ้าของร้านไม่สะดวกจัดส่ง เช่น ไปต่างประเทศ ปิดคลังสินค้า หรือมีเหตุสุดวิสัย วิธีเปิดใช้งานฟีเจอร์โหมดพักร้อน Lazada การเปิดใช้งานโหมดพักร้อนทำได้ง่าย ๆ ผ่าน Seller Center โดยมีขั้นตอนดังนี้ (สำหรับการตั้งค่าบน PC) 2.เลือกสถานะเป็น “ON” เปิดใช้งาน > ตั้งค่าวันหยุดใหม่ 3.กำหนดวันที่ต้องการเริ่มต้นและสิ้นสุดการพักร้อน และกดบันทึก (สำเร็จ) […]

FIFO, LIFO, FEFO คืออะไร การการหยิบสินค้าแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร

จริง ๆ แล้วทุกขั้นตอนของการบริการ fulfillment มีความสำคัญทั้งหมดเลยครับ แต่บางคนอาจจะให้ความสำคัญไปที่ขั้นตอนการเก็บ การเเพ็ค และส่งมากกว่า จนลืมไปว่าหากขั้นตอนการหยิบสินค้าก่อนแพ็คผิดผลาดก็อาจเกิดปัญหาในขั้นตอนถัด ๆ มาได้ครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ใน ขั้นตอนการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้า ผมได้ยกตัวอย่างวิธีการหยิบสินค้า ที่คลังสินค้าต่าง ๆ มักใช้กันไปแล้วนะครับ blog นี้ผมจึงอยากให้ทุกคนรู้จักรูปแบบการหยิบสินค้ากันบ้างครับ  FIFO คืออะไร  FIFO หรือ First-In First-Out คือระบบการจัดการสินค้าตามลำดับเข้าก่อน-ออกก่อน โดยการหยิบสินค้าที่เข้าคลังก่อน ออกไปแพ็กและจัดส่งก่อนเสมอ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดปัญหาสินค้าเสื่อมสภาพจากการเก็บไว้นาน หรือสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวน เปลี่ยนราคาอยู่บ่อย ๆ  และยังทำให้การหมุนเวียนสินค้าในคลังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างสินค้าเช่น เสื้อผ้า รองเท้า รวมถึงสินค้าที่มีหลายชนิดและมีการเปลี่ยนแปลงสต๊อกบ่อยครั้ง อย่างอุปกรณ์แฟชัน ของตกแต่งหรือเครื่องใช้ต่าง ๆ เป็นต้น  นอกจากนี้ การใช้ระบบ FIFO ยังช่วยให้สินค้าที่อยู่ในคลังเป็นล็อตล่าสุดอยู่เสมอ ช่วยให้การบริหารสต๊อกง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงของสินค้าค้างสต๊อกได้ครับ ประโยชน์ของการหยิบสินค้าแบบ FIFO  FEFO คืออะไร  […]

วิธีเปิดโหมดพักร้อน Shopee พร้อมข้อดีข้อเสียที่ต้องรู้

เข้าสู่ช่วงเทศกาลหยุดยาวทั้งที หลายร้านค้าออนไลน์ที่ขายบน Shopee อาจกำลังวางแผนหยุดพักผ่อน แต่ปัญหาที่มักพบคือ หากหยุดขายอาจทำให้ยอดขายหาย หรือถูกลดการมองเห็นสินค้า วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ “โหมดพักร้อน Shopee” ว่าคืออะไร ใช้อย่างไร มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง พร้อมแนะนำวิธีขายสินค้าแบบไม่มีสะดุด แม้ในช่วงหยุดยาวก็ขายได้ ไม่ต้องกลัวเสียยอดขายและไม่ต้องกลัวว่าสินค้าของคุณจะถูกลดการมองเห็นอีกต่อไป! โหมดพักร้อน Shopee คืออะไร? ฟีเจอร์ที่ Shopee ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ร้านค้าออนไลน์สามารถหยุดการขายสินค้าชั่วคราวได้ โดยไม่จำเป็นต้องลบรายการสินค้าออกจากร้าน เหมาะสำหรับผู้ขายที่ต้องการพักร้านในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว เช่น สงกรานต์ ปีใหม่ เป็นต้น ช่วยให้ลูกค้าทราบชัดเจนว่าร้านค้าหยุดให้บริการชั่วคราว และลดปัญหาการจัดส่งล่าช้าหรือไม่ได้จัดส่งสินค้าในช่วงเวลาที่ร้านค้าหยุดพักดำเนินกิจการชั่วคราว วิธีเปิดโหมดพักร้อน Shopee 3.จากนั้นให้คลิกที่เมนูย่อย “โหมดพักร้อน” โดยระบบจะนำคุณเข้าสู่หน้าเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ 4.หลังจากเข้ามาที่หน้าโหมดพักร้อนแล้ว ให้คุณกดปุ่มเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้แล้วกดดำเนินการต่อ เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถใช้งานโหมดพักร้อนได้แล้วค่ะ ร้านค้าของคุณจะเข้าสู่โหมดพักร้อน Shopee ทันที และลูกค้าจะถูกป้องกันไม่ให้มีการสั่งซื้อสินค้าในร้านค้าของคุณ ถือเป็นการป้องกันปัญหาในการจัดการคำสั่งซื้อในช่วงหยุดยาวได้อย่างดีค่ะแต่อาจจะมีผลต่อยอดขายที่จะลดลงด้วยเช่นกัน ข้อควรระวังในการเปิดโหมดพักร้อน ข้อดีของฟีเจอร์โหมดพักร้อน ผลกระทบเมื่อใช้ฟีเจอร์โหมดพักร้อน ขายดีต่อเนื่องไม่ต้องใช้ โหมดพักร้อน Shopee สรุป โหมดพักร้อน Shopee เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์สามารถหยุดขายสินค้าได้ชั่วคราว แต่ก็มีข้อเสียสำคัญคืออาจทำให้ยอดขายลดลงและสินค้าอาจถูกลดการมองเห็น ลูกค้าอาจเปลี่ยนใจไปซื้อสินค้ากับร้านคู่แข่งที่เปิดขายในช่วงเดียวกันได้ […]