Knowledge Center

แชร์ 4 เทคนิค Live ขายของ เรียกคนดู เพิ่มยอดขายให้พุ่งกระฉูด 

แม่ค้ากำลังไลฟ์ขายของ

ปัจจุบันการ Live ขายของกลายเป็นช่องทางการขายที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะสามารถสร้างยอดขายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ด้วยการสื่อสารแบบเรียลไทม์ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้าได้เป็นอย่างมาก และยังช่วยให้ผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้าได้อย่างน่าสนใจ ตอบคำถามและมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้ทันที ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ อย่างไรก็ตาม ก็จำเป็นต้องมีเทคนิคและกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการไลฟ์ด้วยเช่นกัน 

Live ขายของ คืออะไร

การ Live ขายของ คือรูปแบบการขายสินค้าออนไลน์ที่ผู้ขายสามารถถ่ายทอดสดและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมหรือลูกค้าได้แบบ Real-Time ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ซึ่งวิธีนี้ช่วยให้ผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้า สาธิตวิธีการใช้งานและตอบคำถามลูกค้าได้ทันที เป็นการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ใกล้เคียงกับการซื้อสินค้าที่หน้าร้านจริง นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายและลูกค้า ทำให้เกิดความไว้วางใจและเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้มากยิ่งขึ้น 

Live ขายของมีหลักการอย่างไรบ้าง 

การขายของผ่านไลฟ์สดที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มต้นจากการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ได้แก่

  1. ทั้งการจัดเตรียมสินค้าและเช็กสต็อกสินค้า ต้องตรวจสอบจำนวนสินค้าให้แม่นยำ จดบันทึกสต็อกแยกตามรุ่น สี ไซส์ให้ชัดเจน และควรเผื่อสต็อกสำรองไว้สำหรับกรณีสินค้ามีตำหนิหรือเสียหาย เพื่อป้องกันปัญหาการแพ็คสินค้าไม่ทันหรือไม่พอส่งได้อย่างทันท่วงที 
  2. การจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับไลฟ์สด เช่น กล้อง ไมโครโฟนและแสงไฟ ที่สำคัญคือการวางระบบการจัดการออเดอร์ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบดูดคอมเมนต์อัตโนมัติหรือทีมงานที่คอยจดบันทึกออเดอร์  
  3. การเตรียมระบบการชำระเงินและการจัดส่งที่สะดวกรวดเร็ว เพื่อให้การ Live ขายของ ดำเนินไปอย่างราบรื่นและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า 

4 เทคนิค Live ขายของยังไง ให้คนดูเยอะ 

การจะทำให้การ Live ขายของ ประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่ดีในการดึงดูดผู้ชมและกระตุ้นยอดขาย มาดูเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้การไลฟ์ของคุณน่าสนใจและมีคนดูเยอะขึ้น 

1. เชิญชวนให้คนเข้ามาดู ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ  

การสร้างการรับรู้ล่วงหน้าเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มจำนวนผู้ชม ซึ่งการ Live ขายของ โดยใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มที่มี ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, TikTok Live หรือ Line Official Account ประกาศตารางการไลฟ์พร้อมไฮไลท์สินค้าและโปรโมชันพิเศษ สร้างความตื่นเต้นและความคาดหวังให้กับกลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งระบุวันเวลาที่จะไลฟ์อย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าสามารถวางแผนและเตรียมตัวเข้าชมได้ 

2. วางแผนการ Live ขายของ 

กุญแจสำคัญของการไลฟ์ขายของคือการวางแผนที่ดี เริ่มตั้งแต่การเตรียมความพร้อมด้านเทคนิค เช่น การตรวจสอบความเสถียรของอินเทอร์เน็ต การจัดแสงและการเตรียมอุปกรณ์ถ่ายทอดสด นอกจากนี้ ควรเตรียมสคริปต์การพูด จัดเรียงลำดับการนำเสนอสินค้า และวางแผนโปรโมชันพิเศษสำหรับการไลฟ์แต่ละครั้ง สำหรับการจัดการระบบหลังบ้าน คุณสามารถใช้บริการระบบ Fulfillment ที่จะช่วยดูแลตั้งแต่การจัดการออเดอร์ การแพ็คสินค้า และการจัดส่งแบบครบวงจร ทำให้คุณสามารถโฟกัสกับการไลฟ์และการสร้างยอดขายได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับการจัดการสต็อกและการส่งสินค้าอีกต่อไป   

วางแผนการ Live ขายของ

3. สร้างคอนเทนต์ให้น่าดึงดูดคนดู  

ไม่เพียงแค่การนำเสนอสินค้าเท่านั้น แต่เนื้อหาในการไลฟ์ยังจำเป็นต้องสร้างความบันเทิงและให้ความรู้ควบคู่กันไป เช่น การสอดแทรกเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการใช้สินค้า แชร์เทคนิคการแต่งตัวหรือพูดคุยเรื่องทั่วไปที่น่าสนใจ การสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานผ่านการพูดคุยกับทีมงานและตอบโต้กับผู้ชม จะช่วยให้การไลฟ์มีความน่าสนใจและดึงดูดผู้ชมให้อยู่ชมนานขึ้น 

4. พูดจาฉะฉาน และมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าขณะไลฟ์อยู่เสมอ 

ทักษะการสื่อสารที่ดีเป็นหัวใจสำคัญของการ Live ขายของ ต้องพูดจาชัดเจน มีความมั่นใจและสามารถโน้มน้าวใจผู้ชมได้ กระตุ้นการตัดสินใจซื้อด้วยโปรโมชันพิเศษเฉพาะช่วงไลฟ์ เช่น แจ้งว่าจำนวนสินค้าที่มีจำกัดแล้วนะ หรือมีคูปองลดพิเศษเฉพาะ 10 นาทีนี้เท่านั้นก็จะช่วยเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น นอกจากนี้ การตอบคำถามและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยสร้างความผูกพันและความไว้วางใจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างฐานลูกค้าที่มั่นคงได้   

พูดจาฉะฉาน และมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าขณะไลฟ์อยู่เสมอ

สรุปบทความ 

การ Live ขายของ เป็นช่องทางการขายที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในยุคดิจิทัล แต่หากอยากจะประสบความสำเร็จในการทำการตลาดออนไลน์นี้ก็ต้องอาศัยการวางแผนที่ดี สร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเทคนิคทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมาจะช่วยให้การไลฟ์ของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดึงดูดผู้ชม และสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่องเลย 

และสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับการ Live ขายของ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น MyCloud Fulfillment พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่จะช่วยจัดการระบบหลังบ้านทั้งหมด ด้วยระบบการจัดการสต็อกและการจัดส่งที่ทันสมัย ช่วยให้คุณสามารถโฟกัสกับการสร้างคอนเทนต์และการตลาดได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการสินค้าและการจัดส่ง นอกจากนี้ ยังมีระบบเชื่อมต่อที่รองรับการขายบนทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น TikTok Shop, Lazada หรือ Shopee โดยระบบจะอัพเดทสต็อกแบบ Real-time และจัดการการจัดส่งให้โดยอัตโนมัติ ทำให้การทำงานของคุณราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ https://www.mycloudfulfillment.com/quotation 

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร: 092-472-7742, 02-138-9920

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Live ขายของ

การ Live ขายของ คือรูปแบบการขายสินค้าออนไลน์ที่ผู้ขายถ่ายทอดสดและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมได้แบบ Real-Time ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ช่วยให้ผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้า สาธิตวิธีการใช้งาน และตอบคำถามลูกค้าได้ทันที เป็นการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ใกล้เคียงกับการซื้อสินค้าที่หน้าร้านจริง

ต้องเช็กสต็อกสินค้าให้แม่นยำ จดบันทึกแยกตามรุ่น สี ไซส์ และเผื่อสต็อกสำรองไว้ เตรียมอุปกรณ์สำหรับไลฟ์สด เช่น กล้อง ไมโครโฟนและแสงไฟ วางระบบการจัดการออเดอร์ที่มีประสิทธิภาพ และเตรียมระบบการชำระเงินและการจัดส่งที่สะดวกรวดเร็ว

ควรสร้างการรับรู้ล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าทราบและเตรียมตัวเข้าชมได้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มจำนวนผู้ชมให้กับการไลฟ์

ต้องเตรียมความพร้อมด้านเทคนิค เช่น ตรวจสอบความเสถียรของอินเทอร์เน็ต การจัดแสงและอุปกรณ์ถ่ายทอดสด เตรียมสคริปต์การพูด จัดเรียงลำดับการนำเสนอสินค้า วางแผนโปรโมชันพิเศษ และใช้บริการระบบ Fulfillment ช่วยดูแลการจัดการออเดอร์และการส่งสินค้า

เนื้อหาในการไลฟ์ควรสร้างความบันเทิงและให้ความรู้ควบคู่กันไป เช่น สอดแทรกเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการใช้สินค้า แชร์เทคนิคการแต่งตัวหรือพูดคุยเรื่องทั่วไปที่น่าสนใจ สร้างบรรยากาศสนุกสนานผ่านการพูดคุยกับทีมงานและตอบโต้กับผู้ชม

ต้องพูดจาชัดเจน มีความมั่นใจและสามารถโน้มน้าวใจผู้ชมได้ กระตุ้นการตัดสินใจซื้อด้วยโปรโมชันพิเศษเฉพาะช่วงไลฟ์ และการตอบคำถามพร้อมมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมอย่างสม่ำเสมอจะช่วยสร้างความผูกพันและฐานลูกค้าที่มั่นคง

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

การทำธุรกิจแบบ B2C B2B และ B2B2C ต่างกันยังไง?

ปัจจุบันนี้ธุรกิจส่วนใหญ่นั้นมักจะเจาะกลุ่มตลาดออนไลน์ และให้ความสำคัญกับธุรกิจ E-commerce มากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบในการทำธุรกิจ จากเดิมที่มักจะเห็นธุรกิจแบบ B2C จนชินตา เปลี่ยนมาเป็น ธุรกิจแบบ B2B และ B2B2C เรามาทำความรู้จักธุรกิจทั้งสามแบบ ว่าคืออะไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ? กันดีกว่าครับ   B2B คืออะไร B2B หรือ Business-to-Business คือการทำการค้าระหว่างธุรกิจทำกับธุรกิจด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อ ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุดิบ การผลิตสินค้า หรือการบริการ เพื่อประโยชน์หรือการพัฒนาธุจกิจขององค์กร โดยไม่ใช่การนำไปเพื่ออุปโภคหรือบริโภคเอง เช่น การซื้อผ้ามาเพื่อผลิตเสื้อ ธุรกิจ B2B ที่พบเห็นกันได้บ่อย ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นธุรกิจด้านขนส่งอย่าง DHL เป็นต้น ซึ่ง B2B ก็คล้ายกับ B2C ที่ขยายจากตลาดออฟไลน์มาสู่ตลาดออนไลน์ แต่ต่างกันตรงที่ การทำงานจะเปลี่ยนจาก ระหว่างลูกค้าและเจ้าของธุรกิจ มาเป็น เจ้าของธุรกิจและเจ้าของธุรกิจ โดยการนำระบบออนไลน์นั้นมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจทั้งสองรูปแบบ แต่ธุรกิจแบบ B2B สามารถต่อยอดไปได้ไกลยิ่งขึ้นผ่านระบบ […]

แม่ค้าออนไลน์ต้องรู้! ขายของใน tiktok ส่งของยังไง ทำตามได้ง่าย ๆ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า TikTok Shop กลายเป็นช่องทาง Marketplace ที่สำคัญของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ยุคนี้ ด้วยฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่และฟีเจอร์ที่เอื้อต่อการขาย แต่พอออเดอร์เข้ามา คำถามยอดฮิตที่ตามมาติด ๆ ก็คือขายของใน TikTok ส่งของยังไง ทำอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจและร้านค้าไม่สะดุด เพราะการจัดการเรื่องการจัดส่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ของลูกค้าและความน่าเชื่อถือของร้านค้า บทความนี้ MyCloud Fulfillment จะพาไปเจาะลึกทุกขั้นตอนการส่งของใน TikTok Shop พร้อมเคล็ดลับให้การจัดการออเดอร์ของคุณราบรื่น ไม่มีสะดุดกัน!  ขายของใน TikTok ส่งของยังไง เมื่อได้รับคำสั่งซื้อที่ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดส่งสินค้า ซึ่งคำถามว่า ขายของใน TikTok ส่งของยังไงนั้น มีคำตอบหลัก ๆ อยู่ 2 วิธีตามที่ TikTok Shop กำหนดไว้ให้ผู้ขายเลือกใช้ตามความสะดวกและลักษณะของร้านค้า ได้แก่ การจัดส่งผ่านแพลตฟอร์ม (Ship via Platform) และการจัดส่งโดยผู้ขาย (Ship by Seller) ซึ่งแต่ละวิธีก็มีรายละเอียดและขั้นตอนแตกต่างกันไป มาดูกันดีกว่าว่า ร้านค้าของคุณเหมาะกับวิธีไหน ดังนี้   จัดส่งผ่านแพลตฟอร์ม  […]

5 เทคนิคโกยยอดขายให้พุ่ง ช่วง Double Day

Double Day หรือที่หลายคนรู้จักกันดีว่า “วันเลขเบิ้ล” หนึ่งใน Mega Campaign ของแต่ละเดือนที่ใหญ่ที่สุดจะถูกจัดขึ้นในวันเดียวเดือนเดียวกัน เช่น 7.7, 10.10, 12.12 กลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ผู้คนรอคอยมากที่สุดสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์ในแต่ละเดือน ไฮไลท์ของวันนี้คือมหกรรมดีลพิเศษ จัดโดยแพลตฟอร์ม Marketplace อย่างเช่น Lazada, Shopee, และ TikTok ถ้าพูดถึงในฝั่งของผู้ขายแล้วนั้น ช่วงแคมเปญใหญ่แบบนี้แหละจะเป็นช่วงที่ร้านค้าออนไลน์ไม่ควรพลาดที่จะเข้าร่วมแคมเปญการขายต่างๆเพราะเป็นช่วงเวลาทองที่จะช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับร้านค้า สำหรับผู้ซื้อ การรอคอยในช่วงแคมเปญนี้ นั้นไม่ใช่เพียงแค่ดีลพิเศษ แต่ยังเป็นโอกาสที่จะได้สินค้าที่ต้องการในราคาที่คุ้มค่าที่สุด จึงถือว่าเป็นหนึ่งในแคมเปญที่ได้ผลตอบรับที่ดีมาก จากการสำรวจพบว่าหลายร้านค้าและแบรนด์ดังมียอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับวันปกติ ซึ่งบทความนี้จะมาพูดถึงกลยุทธ์ที่จะช่วยร้านออนไลน์มียอดขายที่พุ่ง กำไรที่ปัง ในช่วง double day และถ้าขายดีขึ้นมาแล้วจะทำยังไงให้ยอดขายไม่ตกมาเริ่มที่เทคนิคแรกกันเลยค่ะ 1.จัดโปรโมชั่นที่ดึงดูด ช่วง Double Day การใช้โปรโมชั่นที่น่าสนใจก็ถือว่าเป็นการเรียกลูกค้าเข้ามาในร้านนั้นเอง และเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้เร็วยิ่งขึ้น การเข้าร่วมแคมเปญโปรโมชั่นของแพลตฟอร์มถือเป็นตัวเลือกแรกที่ร้านค้าจะต้องทำเพราะจะได้รับการโปรโมทจากแพลตฟอร์ม เพิ่มการมองเห็นของร้านค้า และทำให้ลูกค้าที่เข้ามาช้อปปิ้งเจอสินค้าของเราได้ง่ายยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างโปรโมชั่นที่ร้านค้าสามารถทำขึ้นมาเพื่อเข้าร่วมดีลพิเศษได้ เช่น Special Bundle Set การจัดเซ็ทสินค้าในราคาพิเศษ ซึ่งร้านค้าสามารถใช้เทคนิคการจัดเซ็ทโดยเลือกสินค้าที่ขายดีจับคู่กับสินค้าที่ขายไม่ค่อยดีคู่กัน เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและจะช่วยลดจำนวนสินค้าค้างสต๊อกได้อีกด้วย หรืออาจจะเป็นการจัดเซ็ทคอลเลคชั่นสินค้าในราคาพิเศษ ก็สามารถทำได้หลากหลาย ทั้งนี้การจัดโปรโมชั่นในลักษณะนี้จะช่วยดึงความสนใจลูกค้าเกิดความรู้สึกคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปมากกว่าซื้อในราคาชิ้นเดี่ยว […]

การทำธุรกิจแบบ B2C B2B และ B2B2C ต่างกันยังไง?

ปัจจุบันนี้ธุรกิจส่วนใหญ่นั้นมักจะเจาะกลุ่มตลาดออนไลน์ และให้ความสำคัญกับธุรกิจ E-commerce มากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบในการทำธุรกิจ จากเดิมที่มักจะเห็นธุรกิจแบบ B2C จนชินตา เปลี่ยนมาเป็น ธุรกิจแบบ B2B และ B2B2C เรามาทำความรู้จักธุรกิจทั้งสามแบบ ว่าคืออะไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ? กันดีกว่าครับ   B2B คืออะไร B2B หรือ Business-to-Business คือการทำการค้าระหว่างธุรกิจทำกับธุรกิจด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อ ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุดิบ การผลิตสินค้า หรือการบริการ เพื่อประโยชน์หรือการพัฒนาธุจกิจขององค์กร โดยไม่ใช่การนำไปเพื่ออุปโภคหรือบริโภคเอง เช่น การซื้อผ้ามาเพื่อผลิตเสื้อ ธุรกิจ B2B ที่พบเห็นกันได้บ่อย ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นธุรกิจด้านขนส่งอย่าง DHL เป็นต้น ซึ่ง B2B ก็คล้ายกับ B2C ที่ขยายจากตลาดออฟไลน์มาสู่ตลาดออนไลน์ แต่ต่างกันตรงที่ การทำงานจะเปลี่ยนจาก ระหว่างลูกค้าและเจ้าของธุรกิจ มาเป็น เจ้าของธุรกิจและเจ้าของธุรกิจ โดยการนำระบบออนไลน์นั้นมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจทั้งสองรูปแบบ แต่ธุรกิจแบบ B2B สามารถต่อยอดไปได้ไกลยิ่งขึ้นผ่านระบบ […]

แม่ค้าออนไลน์ต้องรู้! ขายของใน tiktok ส่งของยังไง ทำตามได้ง่าย ๆ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า TikTok Shop กลายเป็นช่องทาง Marketplace ที่สำคัญของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ยุคนี้ ด้วยฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่และฟีเจอร์ที่เอื้อต่อการขาย แต่พอออเดอร์เข้ามา คำถามยอดฮิตที่ตามมาติด ๆ ก็คือขายของใน TikTok ส่งของยังไง ทำอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจและร้านค้าไม่สะดุด เพราะการจัดการเรื่องการจัดส่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ของลูกค้าและความน่าเชื่อถือของร้านค้า บทความนี้ MyCloud Fulfillment จะพาไปเจาะลึกทุกขั้นตอนการส่งของใน TikTok Shop พร้อมเคล็ดลับให้การจัดการออเดอร์ของคุณราบรื่น ไม่มีสะดุดกัน!  ขายของใน TikTok ส่งของยังไง เมื่อได้รับคำสั่งซื้อที่ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดส่งสินค้า ซึ่งคำถามว่า ขายของใน TikTok ส่งของยังไงนั้น มีคำตอบหลัก ๆ อยู่ 2 วิธีตามที่ TikTok Shop กำหนดไว้ให้ผู้ขายเลือกใช้ตามความสะดวกและลักษณะของร้านค้า ได้แก่ การจัดส่งผ่านแพลตฟอร์ม (Ship via Platform) และการจัดส่งโดยผู้ขาย (Ship by Seller) ซึ่งแต่ละวิธีก็มีรายละเอียดและขั้นตอนแตกต่างกันไป มาดูกันดีกว่าว่า ร้านค้าของคุณเหมาะกับวิธีไหน ดังนี้   จัดส่งผ่านแพลตฟอร์ม  […]

5 เทคนิคโกยยอดขายให้พุ่ง ช่วง Double Day

Double Day หรือที่หลายคนรู้จักกันดีว่า “วันเลขเบิ้ล” หนึ่งใน Mega Campaign ของแต่ละเดือนที่ใหญ่ที่สุดจะถูกจัดขึ้นในวันเดียวเดือนเดียวกัน เช่น 7.7, 10.10, 12.12 กลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ผู้คนรอคอยมากที่สุดสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์ในแต่ละเดือน ไฮไลท์ของวันนี้คือมหกรรมดีลพิเศษ จัดโดยแพลตฟอร์ม Marketplace อย่างเช่น Lazada, Shopee, และ TikTok ถ้าพูดถึงในฝั่งของผู้ขายแล้วนั้น ช่วงแคมเปญใหญ่แบบนี้แหละจะเป็นช่วงที่ร้านค้าออนไลน์ไม่ควรพลาดที่จะเข้าร่วมแคมเปญการขายต่างๆเพราะเป็นช่วงเวลาทองที่จะช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับร้านค้า สำหรับผู้ซื้อ การรอคอยในช่วงแคมเปญนี้ นั้นไม่ใช่เพียงแค่ดีลพิเศษ แต่ยังเป็นโอกาสที่จะได้สินค้าที่ต้องการในราคาที่คุ้มค่าที่สุด จึงถือว่าเป็นหนึ่งในแคมเปญที่ได้ผลตอบรับที่ดีมาก จากการสำรวจพบว่าหลายร้านค้าและแบรนด์ดังมียอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับวันปกติ ซึ่งบทความนี้จะมาพูดถึงกลยุทธ์ที่จะช่วยร้านออนไลน์มียอดขายที่พุ่ง กำไรที่ปัง ในช่วง double day และถ้าขายดีขึ้นมาแล้วจะทำยังไงให้ยอดขายไม่ตกมาเริ่มที่เทคนิคแรกกันเลยค่ะ 1.จัดโปรโมชั่นที่ดึงดูด ช่วง Double Day การใช้โปรโมชั่นที่น่าสนใจก็ถือว่าเป็นการเรียกลูกค้าเข้ามาในร้านนั้นเอง และเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้เร็วยิ่งขึ้น การเข้าร่วมแคมเปญโปรโมชั่นของแพลตฟอร์มถือเป็นตัวเลือกแรกที่ร้านค้าจะต้องทำเพราะจะได้รับการโปรโมทจากแพลตฟอร์ม เพิ่มการมองเห็นของร้านค้า และทำให้ลูกค้าที่เข้ามาช้อปปิ้งเจอสินค้าของเราได้ง่ายยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างโปรโมชั่นที่ร้านค้าสามารถทำขึ้นมาเพื่อเข้าร่วมดีลพิเศษได้ เช่น Special Bundle Set การจัดเซ็ทสินค้าในราคาพิเศษ ซึ่งร้านค้าสามารถใช้เทคนิคการจัดเซ็ทโดยเลือกสินค้าที่ขายดีจับคู่กับสินค้าที่ขายไม่ค่อยดีคู่กัน เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและจะช่วยลดจำนวนสินค้าค้างสต๊อกได้อีกด้วย หรืออาจจะเป็นการจัดเซ็ทคอลเลคชั่นสินค้าในราคาพิเศษ ก็สามารถทำได้หลากหลาย ทั้งนี้การจัดโปรโมชั่นในลักษณะนี้จะช่วยดึงความสนใจลูกค้าเกิดความรู้สึกคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปมากกว่าซื้อในราคาชิ้นเดี่ยว […]