Knowledge Center

แชร์ 4 เทคนิค Live ขายของ เรียกคนดู เพิ่มยอดขายให้พุ่งกระฉูด 

แม่ค้ากำลังไลฟ์ขายของ

ปัจจุบันการ Live ขายของกลายเป็นช่องทางการขายที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะสามารถสร้างยอดขายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ด้วยการสื่อสารแบบเรียลไทม์ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้าได้เป็นอย่างมาก และยังช่วยให้ผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้าได้อย่างน่าสนใจ ตอบคำถามและมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้ทันที ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ อย่างไรก็ตาม ก็จำเป็นต้องมีเทคนิคและกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการไลฟ์ด้วยเช่นกัน 

Live ขายของ คืออะไร

การ Live ขายของ คือรูปแบบการขายสินค้าออนไลน์ที่ผู้ขายสามารถถ่ายทอดสดและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมหรือลูกค้าได้แบบ Real-Time ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ซึ่งวิธีนี้ช่วยให้ผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้า สาธิตวิธีการใช้งานและตอบคำถามลูกค้าได้ทันที เป็นการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ใกล้เคียงกับการซื้อสินค้าที่หน้าร้านจริง นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายและลูกค้า ทำให้เกิดความไว้วางใจและเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้มากยิ่งขึ้น 

Live ขายของมีหลักการอย่างไรบ้าง 

การขายของผ่านไลฟ์สดที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มต้นจากการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ได้แก่

  1. ทั้งการจัดเตรียมสินค้าและเช็กสต็อกสินค้า ต้องตรวจสอบจำนวนสินค้าให้แม่นยำ จดบันทึกสต็อกแยกตามรุ่น สี ไซส์ให้ชัดเจน และควรเผื่อสต็อกสำรองไว้สำหรับกรณีสินค้ามีตำหนิหรือเสียหาย เพื่อป้องกันปัญหาการแพ็คสินค้าไม่ทันหรือไม่พอส่งได้อย่างทันท่วงที 
  2. การจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับไลฟ์สด เช่น กล้อง ไมโครโฟนและแสงไฟ ที่สำคัญคือการวางระบบการจัดการออเดอร์ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบดูดคอมเมนต์อัตโนมัติหรือทีมงานที่คอยจดบันทึกออเดอร์  
  3. การเตรียมระบบการชำระเงินและการจัดส่งที่สะดวกรวดเร็ว เพื่อให้การ Live ขายของ ดำเนินไปอย่างราบรื่นและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า 

4 เทคนิค Live ขายของยังไง ให้คนดูเยอะ 

การจะทำให้การ Live ขายของ ประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่ดีในการดึงดูดผู้ชมและกระตุ้นยอดขาย มาดูเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้การไลฟ์ของคุณน่าสนใจและมีคนดูเยอะขึ้น 

1. เชิญชวนให้คนเข้ามาดู ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ  

การสร้างการรับรู้ล่วงหน้าเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มจำนวนผู้ชม ซึ่งการ Live ขายของ โดยใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มที่มี ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, TikTok Live หรือ Line Official Account ประกาศตารางการไลฟ์พร้อมไฮไลท์สินค้าและโปรโมชันพิเศษ สร้างความตื่นเต้นและความคาดหวังให้กับกลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งระบุวันเวลาที่จะไลฟ์อย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าสามารถวางแผนและเตรียมตัวเข้าชมได้ 

2. วางแผนการ Live ขายของ 

กุญแจสำคัญของการไลฟ์ขายของคือการวางแผนที่ดี เริ่มตั้งแต่การเตรียมความพร้อมด้านเทคนิค เช่น การตรวจสอบความเสถียรของอินเทอร์เน็ต การจัดแสงและการเตรียมอุปกรณ์ถ่ายทอดสด นอกจากนี้ ควรเตรียมสคริปต์การพูด จัดเรียงลำดับการนำเสนอสินค้า และวางแผนโปรโมชันพิเศษสำหรับการไลฟ์แต่ละครั้ง สำหรับการจัดการระบบหลังบ้าน คุณสามารถใช้บริการระบบ Fulfillment ที่จะช่วยดูแลตั้งแต่การจัดการออเดอร์ การแพ็คสินค้า และการจัดส่งแบบครบวงจร ทำให้คุณสามารถโฟกัสกับการไลฟ์และการสร้างยอดขายได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับการจัดการสต็อกและการส่งสินค้าอีกต่อไป   

วางแผนการ Live ขายของ

3. สร้างคอนเทนต์ให้น่าดึงดูดคนดู  

ไม่เพียงแค่การนำเสนอสินค้าเท่านั้น แต่เนื้อหาในการไลฟ์ยังจำเป็นต้องสร้างความบันเทิงและให้ความรู้ควบคู่กันไป เช่น การสอดแทรกเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการใช้สินค้า แชร์เทคนิคการแต่งตัวหรือพูดคุยเรื่องทั่วไปที่น่าสนใจ การสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานผ่านการพูดคุยกับทีมงานและตอบโต้กับผู้ชม จะช่วยให้การไลฟ์มีความน่าสนใจและดึงดูดผู้ชมให้อยู่ชมนานขึ้น 

4. พูดจาฉะฉาน และมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าขณะไลฟ์อยู่เสมอ 

ทักษะการสื่อสารที่ดีเป็นหัวใจสำคัญของการ Live ขายของ ต้องพูดจาชัดเจน มีความมั่นใจและสามารถโน้มน้าวใจผู้ชมได้ กระตุ้นการตัดสินใจซื้อด้วยโปรโมชันพิเศษเฉพาะช่วงไลฟ์ เช่น แจ้งว่าจำนวนสินค้าที่มีจำกัดแล้วนะ หรือมีคูปองลดพิเศษเฉพาะ 10 นาทีนี้เท่านั้นก็จะช่วยเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น นอกจากนี้ การตอบคำถามและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยสร้างความผูกพันและความไว้วางใจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างฐานลูกค้าที่มั่นคงได้   

พูดจาฉะฉาน และมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าขณะไลฟ์อยู่เสมอ

สรุปบทความ 

การ Live ขายของ เป็นช่องทางการขายที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในยุคดิจิทัล แต่หากอยากจะประสบความสำเร็จในการทำการตลาดออนไลน์นี้ก็ต้องอาศัยการวางแผนที่ดี สร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเทคนิคทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมาจะช่วยให้การไลฟ์ของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดึงดูดผู้ชม และสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่องเลย 

และสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับการ Live ขายของ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น MyCloud Fulfillment พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่จะช่วยจัดการระบบหลังบ้านทั้งหมด ด้วยระบบการจัดการสต็อกและการจัดส่งที่ทันสมัย ช่วยให้คุณสามารถโฟกัสกับการสร้างคอนเทนต์และการตลาดได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการสินค้าและการจัดส่ง นอกจากนี้ ยังมีระบบเชื่อมต่อที่รองรับการขายบนทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น TikTok Shop, Lazada หรือ Shopee โดยระบบจะอัพเดทสต็อกแบบ Real-time และจัดการการจัดส่งให้โดยอัตโนมัติ ทำให้การทำงานของคุณราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ https://www.mycloudfulfillment.com/quotation 

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร: 092-472-7742, 02-138-9920

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Live ขายของ

การ Live ขายของ คือรูปแบบการขายสินค้าออนไลน์ที่ผู้ขายถ่ายทอดสดและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมได้แบบ Real-Time ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ช่วยให้ผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้า สาธิตวิธีการใช้งาน และตอบคำถามลูกค้าได้ทันที เป็นการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ใกล้เคียงกับการซื้อสินค้าที่หน้าร้านจริง

ต้องเช็กสต็อกสินค้าให้แม่นยำ จดบันทึกแยกตามรุ่น สี ไซส์ และเผื่อสต็อกสำรองไว้ เตรียมอุปกรณ์สำหรับไลฟ์สด เช่น กล้อง ไมโครโฟนและแสงไฟ วางระบบการจัดการออเดอร์ที่มีประสิทธิภาพ และเตรียมระบบการชำระเงินและการจัดส่งที่สะดวกรวดเร็ว

ควรสร้างการรับรู้ล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าทราบและเตรียมตัวเข้าชมได้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มจำนวนผู้ชมให้กับการไลฟ์

ต้องเตรียมความพร้อมด้านเทคนิค เช่น ตรวจสอบความเสถียรของอินเทอร์เน็ต การจัดแสงและอุปกรณ์ถ่ายทอดสด เตรียมสคริปต์การพูด จัดเรียงลำดับการนำเสนอสินค้า วางแผนโปรโมชันพิเศษ และใช้บริการระบบ Fulfillment ช่วยดูแลการจัดการออเดอร์และการส่งสินค้า

เนื้อหาในการไลฟ์ควรสร้างความบันเทิงและให้ความรู้ควบคู่กันไป เช่น สอดแทรกเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการใช้สินค้า แชร์เทคนิคการแต่งตัวหรือพูดคุยเรื่องทั่วไปที่น่าสนใจ สร้างบรรยากาศสนุกสนานผ่านการพูดคุยกับทีมงานและตอบโต้กับผู้ชม

ต้องพูดจาชัดเจน มีความมั่นใจและสามารถโน้มน้าวใจผู้ชมได้ กระตุ้นการตัดสินใจซื้อด้วยโปรโมชันพิเศษเฉพาะช่วงไลฟ์ และการตอบคำถามพร้อมมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมอย่างสม่ำเสมอจะช่วยสร้างความผูกพันและฐานลูกค้าที่มั่นคง

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Sale Page (เซลเพจ) ปิดการขายได้ง่าย จ่ายค่าธรรมเนียมได้ถูกลง

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของออนไลน์ทาง Marketplace อย่าง Lazada, Shopee, หรือ TikTok Shop คุณอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Sale Page” ผ่านหูผ่านตามาบ้าง แต่ยังไม่เข้าใจแน่ชัดว่าเซลเพจ คืออะไร และมีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณอย่างไร ในบทความนี้ เราจะมาอธิบายให้คุณเข้าใจถึงความสำคัญของ เซลเพจ และเหตุผลว่าทำไมเมื่อคุณมีช่องทางการขายทาง Marketplace อยู่แล้วคุณถึงควรเริ่มใช้เซลเพจเพื่อขยายธุรกิจของคุณไปอีกขั้นกันค่ะ Sale Page คืออะไร? คือหน้าเว็บไซต์ที่ถูกออกแบบมาเฉพาะเพื่อขายสินค้า โดยเน้นให้ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับสินค้าและข้อเสนอที่ดึงดูดใจ เช่น ส่วนลด โปรโมชั่นพิเศษ หรือสินค้ารุ่นใหม่ และที่สำคัญหน้าเซลเพจยังสามารถปรับแต่ง Banner ให้เข้ากับแบรนด์ของคุณได้ทั้งหมด ทั้งภาพ สี และข้อความ เพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่น่าประทับใจและกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าง่ายขึ้น ในด้านการทำการตลาดออนไลน์ เซลเพจ เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มอัตราการแปลง (Conversion Rate) ได้สูง เพราะการเน้นให้ลูกค้าเห็นเฉพาะข้อมูลสินค้าและข้อเสนอสำคัญ ทำให้ลดสิ่งที่อาจจะเบี่ยงเบนความสนใจของลูกค้าออกไป ช่วยให้การปิดการขายง่ายและเร็วขึ้น ขายผ่าน Sale Page ดีกว่าขาย Marketplace ยังไง? 1.ลดค่าธรรมเนียมจากแพลตฟอร์ม Marketplace การขายสินค้าทาง […]

Cross-border e-Commerce คืออะไร? ทำไมร้านไทยส่งออกเองแล้วต้นทุนบานปลาย (พร้อมวิธีคิดต้นทุนให้ครบ)

Cross-border e-Commerce คือการขายสินค้าออนไลน์ให้ลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ ผ่านมาร์เก็ตเพลส โปรแกรมขายข้ามประเทศ หรือเว็บไซต์ของร้านเอง ปี 2026 ร้านไทยหันมาสนใจมากขึ้นเพราะ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มในประเทศขึ้นราว 2% ทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ในช่วง ก.ค.-ส.ค. 2026 แต่ร้านที่ส่งออกเองมักขาดทุนจาก 5 ต้นทุนที่คิดไม่ครบ: (1) ค่าส่งต่อชิ้นที่แพงกว่าส่งเป็นล็อต (2) ภาษีและอากรที่ประเทศปลายทาง (3) สินค้าตีกลับ/คืนข้ามประเทศ (4) รอบเติมสต๊อกที่ยาวขึ้นจนเงินจม (5) ค่าธรรมเนียมแฝง เช่น ค่าแปลงสกุลเงินและบรรจุภัณฑ์ที่ต้องแข็งแรงขึ้น ดังนั้น ก่อนเริ่มขาย ให้คิด “ต้นทุนถึงมือลูกค้า” ต่อออเดอร์ให้ครบก่อนตั้งราคา Cross-border e-Commerce คืออะไร มีกี่รูปแบบ Cross-border e-Commerce คือการซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่ผู้ขายและผู้ซื้ออยู่คนละประเทศ สินค้าต้องเดินทางข้ามพรมแดน ผ่านพิธีการศุลกากร และอาจต้องเสียภาษีที่ประเทศปลายทาง ต่างจากการขายในประเทศที่จบแค่ “แพ็กแล้วส่งขนส่งในประเทศ” สำหรับร้านค้าออนไลน์ไทย รูปแบบที่พบบ่อยมี 3 […]

Omni Channel คืออะไร ช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจในยุค Disruption ?

ความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าถือเป็นเป้าหมายสำคัญของธุรกิจ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องงัดเอากลยุทธ์ต่าง ๆ มาเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า และหัวใจสำคัญที่อยู่ในทุกขั้นตอนของการขาย ตั้งแต่เริ่มต้นทำความรู้จักลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ารับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ ไปจนถึงการบริการหลังการขายนั่นก็คือ การติดต่อสื่อสาร ซึ่งในปัจจุบันผู้บริโภคคาดหวังการให้บริการแบบเรียลไทม์ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย  ดังนั้นการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าทั้งออนไลน์ และการขายหน้าร้าน หรือที่เรียกว่าออฟไลน์นั้น จึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน นี่จึงทำให้เกิดการตลาดแบบผสมผสานที่เรียกว่า Omni Channel Marketing ที่เป็นการผสมผสานทั้งสองช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อให้เกิดการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการบันทึกข้อมูลลูกค้าไว้ที่ระบบกลางเพื่อเพิ่มโอกาสทางการขายต่อไป  แล้ว Omni Channel คืออะไร? Omni มาจากรากศัพท์ลาตินว่า Omnibus ซึ่งหมายถึง For All หรือ ทั้งหมด ในแง่ของ E-commerce คำว่า “Omni Channel” คือช่องทางการสื่อสารและบริการลูกค้าที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดเอาไว้ เพื่อทำให้การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเป็นไปได้ง่าย รวดเร็วและไร้รอยต่อ เรียกได้ว่าเป็นการรวมการตลาดจากทุกช่องทาง ช่วยดึงลูกค้าจากร้านค้าไปปิดการขายในช่องทางออนไลน์ หรือลูกค้าจากหน้าร้านให้ไปทำการซื้อ-ขายกันในช่องทางออนไลน์ได้เช่นกัน  ถือเป็นการหยิบยื่นประสบการณ์การซื้อสินค้าของลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพิ่มความสะดวกให้สามารถเข้าถึงการซื้อขายได้อย่างครอบคลุม โดยในปัจจุบันช่องทางการสื่อสารออนไลน์ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ Email Direct Marketing, Website, […]

Sale Page (เซลเพจ) ปิดการขายได้ง่าย จ่ายค่าธรรมเนียมได้ถูกลง

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของออนไลน์ทาง Marketplace อย่าง Lazada, Shopee, หรือ TikTok Shop คุณอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Sale Page” ผ่านหูผ่านตามาบ้าง แต่ยังไม่เข้าใจแน่ชัดว่าเซลเพจ คืออะไร และมีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณอย่างไร ในบทความนี้ เราจะมาอธิบายให้คุณเข้าใจถึงความสำคัญของ เซลเพจ และเหตุผลว่าทำไมเมื่อคุณมีช่องทางการขายทาง Marketplace อยู่แล้วคุณถึงควรเริ่มใช้เซลเพจเพื่อขยายธุรกิจของคุณไปอีกขั้นกันค่ะ Sale Page คืออะไร? คือหน้าเว็บไซต์ที่ถูกออกแบบมาเฉพาะเพื่อขายสินค้า โดยเน้นให้ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับสินค้าและข้อเสนอที่ดึงดูดใจ เช่น ส่วนลด โปรโมชั่นพิเศษ หรือสินค้ารุ่นใหม่ และที่สำคัญหน้าเซลเพจยังสามารถปรับแต่ง Banner ให้เข้ากับแบรนด์ของคุณได้ทั้งหมด ทั้งภาพ สี และข้อความ เพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่น่าประทับใจและกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าง่ายขึ้น ในด้านการทำการตลาดออนไลน์ เซลเพจ เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มอัตราการแปลง (Conversion Rate) ได้สูง เพราะการเน้นให้ลูกค้าเห็นเฉพาะข้อมูลสินค้าและข้อเสนอสำคัญ ทำให้ลดสิ่งที่อาจจะเบี่ยงเบนความสนใจของลูกค้าออกไป ช่วยให้การปิดการขายง่ายและเร็วขึ้น ขายผ่าน Sale Page ดีกว่าขาย Marketplace ยังไง? 1.ลดค่าธรรมเนียมจากแพลตฟอร์ม Marketplace การขายสินค้าทาง […]

Cross-border e-Commerce คืออะไร? ทำไมร้านไทยส่งออกเองแล้วต้นทุนบานปลาย (พร้อมวิธีคิดต้นทุนให้ครบ)

Cross-border e-Commerce คือการขายสินค้าออนไลน์ให้ลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ ผ่านมาร์เก็ตเพลส โปรแกรมขายข้ามประเทศ หรือเว็บไซต์ของร้านเอง ปี 2026 ร้านไทยหันมาสนใจมากขึ้นเพราะ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มในประเทศขึ้นราว 2% ทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ในช่วง ก.ค.-ส.ค. 2026 แต่ร้านที่ส่งออกเองมักขาดทุนจาก 5 ต้นทุนที่คิดไม่ครบ: (1) ค่าส่งต่อชิ้นที่แพงกว่าส่งเป็นล็อต (2) ภาษีและอากรที่ประเทศปลายทาง (3) สินค้าตีกลับ/คืนข้ามประเทศ (4) รอบเติมสต๊อกที่ยาวขึ้นจนเงินจม (5) ค่าธรรมเนียมแฝง เช่น ค่าแปลงสกุลเงินและบรรจุภัณฑ์ที่ต้องแข็งแรงขึ้น ดังนั้น ก่อนเริ่มขาย ให้คิด “ต้นทุนถึงมือลูกค้า” ต่อออเดอร์ให้ครบก่อนตั้งราคา Cross-border e-Commerce คืออะไร มีกี่รูปแบบ Cross-border e-Commerce คือการซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่ผู้ขายและผู้ซื้ออยู่คนละประเทศ สินค้าต้องเดินทางข้ามพรมแดน ผ่านพิธีการศุลกากร และอาจต้องเสียภาษีที่ประเทศปลายทาง ต่างจากการขายในประเทศที่จบแค่ “แพ็กแล้วส่งขนส่งในประเทศ” สำหรับร้านค้าออนไลน์ไทย รูปแบบที่พบบ่อยมี 3 […]

Omni Channel คืออะไร ช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจในยุค Disruption ?

ความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าถือเป็นเป้าหมายสำคัญของธุรกิจ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องงัดเอากลยุทธ์ต่าง ๆ มาเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า และหัวใจสำคัญที่อยู่ในทุกขั้นตอนของการขาย ตั้งแต่เริ่มต้นทำความรู้จักลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ารับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ ไปจนถึงการบริการหลังการขายนั่นก็คือ การติดต่อสื่อสาร ซึ่งในปัจจุบันผู้บริโภคคาดหวังการให้บริการแบบเรียลไทม์ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย  ดังนั้นการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าทั้งออนไลน์ และการขายหน้าร้าน หรือที่เรียกว่าออฟไลน์นั้น จึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน นี่จึงทำให้เกิดการตลาดแบบผสมผสานที่เรียกว่า Omni Channel Marketing ที่เป็นการผสมผสานทั้งสองช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อให้เกิดการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการบันทึกข้อมูลลูกค้าไว้ที่ระบบกลางเพื่อเพิ่มโอกาสทางการขายต่อไป  แล้ว Omni Channel คืออะไร? Omni มาจากรากศัพท์ลาตินว่า Omnibus ซึ่งหมายถึง For All หรือ ทั้งหมด ในแง่ของ E-commerce คำว่า “Omni Channel” คือช่องทางการสื่อสารและบริการลูกค้าที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดเอาไว้ เพื่อทำให้การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเป็นไปได้ง่าย รวดเร็วและไร้รอยต่อ เรียกได้ว่าเป็นการรวมการตลาดจากทุกช่องทาง ช่วยดึงลูกค้าจากร้านค้าไปปิดการขายในช่องทางออนไลน์ หรือลูกค้าจากหน้าร้านให้ไปทำการซื้อ-ขายกันในช่องทางออนไลน์ได้เช่นกัน  ถือเป็นการหยิบยื่นประสบการณ์การซื้อสินค้าของลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพิ่มความสะดวกให้สามารถเข้าถึงการซื้อขายได้อย่างครอบคลุม โดยในปัจจุบันช่องทางการสื่อสารออนไลน์ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ Email Direct Marketing, Website, […]