Knowledge Center

3 วิธีสุดล้ำทำอย่างไร ให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ และบอกต่อ

ภาพประกอบบทความ FIFO คืออะไร? รู้จัก Bin-based FIFO ระบบหยิบสินค้าของ MyCloud Fulfillment

 3 วิธีสุดล้ำทำอย่างไร ให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ และบอกต่อ    

          ร้านค้ายุคใหม่ ใส่ใจมากกว่าแค่เรื่องการขาย เพราะเน้นสร้างความสัมพันธ์และประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า เพื่อให้เกิดความประทับใจจนนำไปสู่การซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง และรักษาฐานลูกค้าเก่าที่มีให้เป็นลูกค้าประจำของเราต่อไป เพราะลูกค้าเก่าอาจมีการบอกต่อหรือแนะนำเพื่อน ๆ ของเขาให้มาเป็นลูกค้าของเราในอนาคตได้

          แน่นอนว่าถ้าสินค้าดีมีคุณภาพ ใคร ๆ ก็อยากซื้อซ้ำ แต่อย่าลืมนะครับว่า ยุคนี้สมัยนี้ การแข่งขันสูงมาก ใครไม่พัฒนา หรือไปช้าไม่ทันเพื่อน รับรองครับว่ามีเจ้าอื่นมาซื้อใจลูกค้าของคุณไปต่อหน้าต่อตาเเน่นอน วันนี้ผมมีสามสิ่งหลัก ๆ ที่ ควรทำเพื่อให้ลุกค้าเดิมกลับมาซื้อของของเราซ้ำ และไปบอกต่อให้คนอื่น ๆ กลายมาเป็นลูกค้าใหม่ของเราคือ 1. Personalization 2. บริการหลังการขาย และ 3. Campaign บอกต่อ เพราะการสื่อสารให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายสามารถเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย และสร้างกลุ่มลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ได้ผลมากที่สุด ดังนั้น นี่อาจจะเป็นการตลาดที่คุณกำลังมองหาอยู่ครับ

        การตลาดแบบ Personalization

           มาเริ่มกันที่ Personalization หรือ การทำตลาดแบบรายบุคคล ที่ถือว่าเป็นเทคนิคมัดใจลูกค้ายุคดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพที่สุด เพราะแท้จริงแล้ว ลูกค้าทุกคนมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน แม้ว่าจะอยู่ในกลุ่มเดียวกันก็ตาม ดังนั้นการตลาด แบบเเบ่งตามเกณฑ์ต่าง ๆ เช่น อายุ เพศ รายได้ ความชอบ อาจไม่ตอบโจทย์เรื่องความต้องการของผู้บริโภคมากพอ ลองคิดถึงการซื้อของกับร้านค้าที่รู้จักเรา และเขาเสนอสินค้าที่ถูกใจเราที่สุดทันที โดยที่เราไม่ต้องบอกดูครับ นั่นคือการทำงานของการตลาดแบบ Personalization

          ไม่ใช่เพียงแค่หาลูกค้าใหม่เเต่ยังสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมเอาไว้ โดยสร้างความประทับใจให้ลูกค้าเพื่อให้ลูกค้ามีความจงรักต่อแบรนด์ และเมื่อนึกอยากจะซื้อสินค้าประเภทนี้เมื่อใด ก็จะนึกถึงแบรนด์เราเป็นอันดับเเรก สามารถทำได้จากการเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้า ดูจากประวัติการใช้งานเว็บไซต์ หน้าใดที่ลูกค้าสนใจ หรือสินค้าที่ลูกค้าเคยซื้อไปแล้วเป็นแบบใด แล้วนำมาจัดทำเป็น Persona ที่บันทึกข้อมูลเอาไว้ เมื่อมีสินค้าหรือบริการที่ตรงกับลูกค้า ก็ต้องนำเสนอทันที หรือเมื่อลูกค้ามีปัญหาอะไร ก็ต้องช่วยแก้ไขปัญหาหรือให้คำปรึกษาแบบเฉพาะเจาะจงได้ หรือแม้แต่การนำเสนอคอนเทนต์พิเศษ ๆ ที่ตรงกับความสนใจของลูกค้า เพื่อเป็นการกระตุ้นความสัมพันธ์กับลูกค้าตลอดเวลา ซึ่งนั่นจะทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความใส่ใจของบริษัท และเกิดเป็นความสบายใจ ไว้ใจ ในการใช้บริการต่อไปครับ สำหรับขั้นตอนเเละประโยชน์ของการทำ Persona ของลูกค้าผมจะเขียนแยกอีก blog ให้เข้าใจกันง่าย ๆ นะครับ

          อย่างไรก็ตามข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าถือเป็นความลับที่บริษัทต้องรักษาไว้ ห้ามนำไปเผยแพร่เพื่อผลประโยชน์ด้านอื่น ๆ และการทำตลาดแบบ Personalization นี้ ต้องไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกก้าวก่ายหรือ ล้ำเส้น และต้องตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริงครับ

       บริการหลังการขาย

          เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแบบ B2C หรือ B2B ที่ทำให้เกิดความไว้วางใจ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อทำให้เกิดการกลับมาซื้อซ้ำ การแนะนำ บอกต่อ เพราะการขาย ไม่ใช่แค่ปิดการขายรับเงินแล้วจบนั่นเองครับ ดังนั้นเมื่อผู้ขายจะขายสินค้าก็ควรเตรียมระบบการบริการหลังการขายเอาไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ทีมช่าง หรือทีม Customer service ที่มีหน้าที่คอยช่วยเหลือลูกค้า ไม่ว่ามีปัญหาอะไรหลังจากที่ซื้อสินค้าหรือได้ใช้บริการแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นนอกจากจะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจก่อนการซื้อว่าสินค้ามีการประกันสินค้าเเล้ว ยังช่วยให้ลูกค้าไว้ใจที่จะใช้บริการหรือซื้อสินค้าต่อไป และยังส่งผลให้ทางบริษัทได้รับฟีดแบค ความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าและบริการเพื่อนำไปปรับปรุงคุณภาพ หรือจุดบกพร่องของเเบรนด์ได้ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ

          ข้อสำคัญที่สุดของการบริการหลังการขายคือ “ความเร็ว” เมื่อลูกค้ามีปัญหา ต้องแก้ไขโดยเร็วที่สุด หากปัญหาไม่สามารถแก้ไขโดยเร็ว ก็ต้องคอยอัพเดตขั้นตอน ถามไถ่ เพื่อเเสดงให้เห็นถึงความสนใจ ใส่ใจที่จะคอยเชื่อเหลือ รวมถึงช่องทางการติดต่อ ต้องสะดวกและมีการสื่อสารที่ว่องไวทันสมัย

       Campaign บอกต่อ

          เป็นการตลาดแบบบอกต่อที่กระตุ้นให้ผู้ซื้อได้ทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น การชวนเพื่อนมา ซื้อ 1 แถม 1 หรือมีส่วนลดหรือของแถมเมื่อ Share ลงบน Social media นอกจากจะเป็นการกระตุ้นความสนใจให้ผู้ซื้อซื้อสินค้าแล้ว ยังทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่านการบอกต่อแบบ ปากต่อปาก หรือกิจกรรมชวนเพื่อนมาร่วมสนุกบน Social media แต่ในยุคสมัยปัจจุบัน Social media เข้ามามีบทบาทและช่วยเหลือผู้ประกอบการในการทำแคมเปญต่าง ๆ ทำให้มากขึ้น ซึ่งทำให้การตลาดแบบบอกต่อทำได้ง่าย และสะดวกสบายมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ที่แม่นยำได้อีกด้วย เช่นการให้ส่วนลดเมื่อแชร์โพสต์ของร้านค้า หรือการแท็กเพื่อนมาร่วมกิจกรรม เพราะจะมีการเก็บข้อมูลว่าโฆษณา หรือแคมเปญของเรามีการแชร์และยอดเข้าชมมากเพียงใด

          สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ แคมเปญของคุณน่าสนใจพอที่จะดึงดูดผู้บริโภคหรือเปล่า การจะทำให้โฆษณา หรือแคมเปญโฆษณาของเราเกิดเป็นกระแส จำเป็นที่จะต้องนำเสนอสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย เมื่อปล่อยแคมเปญใดไปก็ตามแบรนด์ต้องกำหนดแนวทาง สี ธีม และอารมณ์ว่าจะให้การโฆษณานั้นออกไปสู้ผู้ชมในรูปแบบไหน หรืออาจเน้นให้กระตุ้นความรู้สึกผู้บริโภคที่จะมีร่วมกับสื่อของเรา และเมื่อแคมเปญนั้น ๆ “โดนใจ” ผู้บริโภคเมื่อไหร่ การบอกต่อก็จะตามมาเองครับ

          สำหรับ 3 วิธีที่จะทำให้ลูกค้าซื้อของซ้ำ และบอกต่อ ไม่ใช่เพียงแค่ซื้อของครั้งเดียวแล้วจบไปที่ผมพึ่งบอกไปนั้น ก็ทำได้ไม่ยากเลยครับ ถ้าผู้ขายลองเอาไปปรับใช้ รับรองว่าจะสามารถซื้อใจลูกค้าได้อย่างแน่นอน เพราะไม่ใช่แค่คุณภาพสินค้า แต่ความเอาใจใส่สนใจลูกค้านั้นจะทำให้ร้านค้าสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไปครับ^^


สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ www.mycloudfulfillment.com
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร: 092-472-7742, 02-138-9920
อีเมล: [email protected]
line: @mycloudgroup

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มี 3 วิธีหลัก ได้แก่ 1) การตลาดแบบ Personalization (การทำตลาดแบบรายบุคคล) 2) บริการหลังการขาย และ 3) Campaign บอกต่อ (Referral) ซึ่งช่วยสร้างความสัมพันธ์และความประทับใจให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำและแนะนำต่อ

คือการทำตลาดแบบรายบุคคลที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละคน ทำได้โดยเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า เช่น ประวัติการใช้งานเว็บไซต์หรือสินค้าที่เคยซื้อ แล้วนำมาจัดทำเป็น Persona เพื่อนำเสนอสินค้าหรือคอนเทนต์ที่ตรงใจลูกค้าได้ทันที

บริการหลังการขายช่วยสร้างความไว้วางใจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่ว่าจะเป็นทีมช่างหรือทีม Customer Service ที่คอยช่วยเหลือลูกค้าหลังซื้อสินค้า สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ความเร็ว” ในการแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า

คือการตลาดที่กระตุ้นให้ลูกค้าทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น ชวนเพื่อนมาซื้อ 1 แถม 1 หรือให้ส่วนลดเมื่อแชร์โพสต์ร้านค้าลง Social Media ช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักผ่านการบอกต่อแบบปากต่อปาก และสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ได้แม่นยำ

ต้องรักษาข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าเป็นความลับ ห้ามนำไปเผยแพร่เพื่อผลประโยชน์ด้านอื่น และต้องไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกก้าวก่ายหรือล้ำเส้น ต้องตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง

เพราะลูกค้าเก่าที่ประทับใจจะกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่องและช่วยแนะนำบอกต่อให้คนอื่นมาเป็นลูกค้าใหม่ ซึ่งในยุคที่การแข่งขันสูง หากร้านค้าไม่พัฒนาการดูแลลูกค้า ก็มีโอกาสสูงที่คู่แข่งจะแย่งลูกค้าไปได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

เจาะลึก ส่งฟรีขั้นต่ำ 99 บาท จาก Shopee ผู้ขายควรเข้าร่วมหรือไม่?

โปรแกรม ส่งฟรีขั้นต่ำ 99 บาท จาก Shopee  นักช็อปเคยสงสัยไหม ทำไมขึ้นว่าส่งฟรี แต่ยังต้องออกค่าส่ง? ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าส่งเองหรือเปล่า? วันนี้ MyCloud มีคำตอบให้ทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับโปรแกรมส่งฟรีขั้นต่ำ 99 บาท จาก Shopee เพื่อให้ผู้ขายได้ทำความรู้จักข้อดี ข้อเสียของโปรแกรม และตัดสินใจเข้าร่วมโปรแกรมได้ต่อไป สำหรับโปรแกรมส่งฟรีนั้น Shopee จะสนับสนุนค่าส่งฟรี ให้กับลูกค้าที่ใช้โค้ดส่วนลด กับร้านค้าที่เข้าร่วมโปรแกรมส่งฟรีขั้นต่ำ 99 บาทสูงสุดจำนวน 40 บาทต่อออเดอร์ ซึ่งในกรณีที่สินค้าของคุณมีน้ำหนักเบาค่าส่งไม่เกิน 40 บาท ก็จะได้ส่งฟรี 100% ไปเลยค่ะ แต่ถ้าหากสินค้าหนัก หรือมีขนาดใหญ่ก็จะต้องออกค่าส่วนต่างเอง ซึ่งในส่วนนี้ค่าจัดส่งส่วนต่างจะถูกคิดไปกับจำนวนเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระนั่นเอง ดังนั้นหายสงสัยกันได้แล้วนะคะว่าทำไมชื่อส่งฟรี แล้วไม่ฟรี!! ผู้ซื้อถูกใจ ผู้ขายได้ประโยชน์  สำหรับผู้ซื้อจะได้สินค้าจากร้านที่เ้ขาร่วมโปรแกรม ทำให้ประหยัดค่าส่ง ซึ่งสินค้าจากร้านค้าที่เข้าร่วมโปรแกรมส่งฟรีจะมีแถบของตัวเองโดยเฉพาะ ทำให้ผู้ซื้อเข้าไปเลือกซื้อได้สะดวกมากขึ้น ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วมโปรแกรม ส่งฟรีขั้นต่ำ 99 บาท จะได้รับสิทธิพิเศษดังต่อไปนี้ 1. เพิ่มโอกาสในการเพิ่มยอดขาย และสินค้าที่พบเห็นจากลูกค้าได้มากขึ้น 2. สำหรับร้านค้าที่ซื้อโฆษณา […]

ต้องส่งของภายในกี่วัน? สรุป SLA Marketplace ปี 2026 ฉบับเข้าใจง่าย

คุณเคยเจอปัญหานี้ไหม? ขายดีแทบตายแต่โดนปิดการมองเห็นเพราะส่งของช้า? หรือโดนหักคะแนนร้านค้าจนเสียสิทธิ์เข้าร่วมแคมเปญใหญ่?” ในปี 2026 กฎเหล็กของ Marketplace เข้มงวดขึ้นกว่าเดิมมากครับ ความเร็วในการจัดส่งไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” แต่คือ “ทางรอด” ร้านค้าที่ส่งช้าเกินกำหนด (SLA) เพียงนิดเดียว อาจหมายถึงการสูญเสีย Traffic มหาศาล บทความนี้ MyCloud Fulfillment จะสรุปให้gsHoชัด ๆ ว่า Shopee, Lazada และ TikTok Shop ต้องส่งภายในกี่วัน และทำยังไงให้ส่งทัน 100% ทุกออเดอร์โดยไม่ต้องเฝ้าหน้าจอ SLA คืออะไร? ทำไมร้านค้าออนไลน์ต้องแคร์? SLA (Service Level Agreement) ในวงการ E-Commerce หมายถึง “ข้อตกลงระดับการให้บริการ” หรือพูดง่ายๆ คือ “เส้นตาย (Deadline)” ที่แพลตฟอร์มกำหนดว่าร้านค้าต้องส่งมอบพัสดุให้ขนส่งภายในกี่วันหลังจากได้รับคำสั่งซื้อ หากทำไม่ได้ตามกำหนด ร้านค้าจะโดนลงโทษด้วยการหักคะแนนความประพฤติ (Penalty Points) ซึ่งส่งผลต่อการมองเห็นและยอดขายโดยตรง เจาะลึก […]

TikTok Affiliate ขายดีทะลุฟีด! รู้ครบทุกข้อดี-ข้อเสียก่อนลงสนามจริง

หากพูดถึงการขายออนไลน์ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก การทำการตลาดแบบ Affiliate ซึ่งจะเห็นได้จากหลายๆแพลตฟอร์มที่มีโปรแกรมการขายรูปแบบนี้เปิดให้กับร้านค้าได้เข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น Shopee Affiliate, Lazada Affiliate และ Line Shopping ที่ใช้ชื่อโปรแกรมว่า (SHARE & EARN) แต่ช่องทางที่เหมือนจะมาแรงแซงเพื่อนๆก็เห็นจะเป็น การทำ Affiliate ทาง Tiktok นี่แหละเพราะมีข้อได้เปรียบจากแพลตฟอร์มอื่นๆในเรื่องของการนำเสนอในรูปแบบวิดิโอ คลิปสั้น ในเนื้อหาที่สนุกสนานแล้วสามารถปิดการขายผ่านคลิปๆนั้นได้เลย แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นๆที่นำเสนอขายสินค้าแบบตรงๆ การทำการตลาดในรูปแบบนี้ ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มยอดขาย ขยายฐานลูกค้า และเพิ่มการมองเห็นของสินค้าได้มากขึ้น ร้านค้าที่ขายสินค้าผ่าน TikTok Shop สามารถเข้าร่วมโปรแกรมนี้และเปิดโอกาสให้เหล่าครีเอเตอร์หรือ Influencers นำสินค้าของเราไปรีวิว พร้อมใส่ลิงก์ตะกร้าสินค้าในคอนเทนต์ของพวกเขา เมื่อสินค้าขายได้ ผู้รีวิวจะได้รับค่าคอมมิชชั่นตามที่ร้านค้ากำหนดไว้ล่วงหน้า ในขณะที่ผู้รีวิวไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้าหรือจัดการส่งสินค้าเอง เมื่อมีการสั่งซื้อ ร้านค้าจะเป็นผู้จัดการส่งออเดอร์ให้ทั้งหมด จึงไม่แปลกใจว่าหลายๆแบรนด์ดังและSME รายย่อยๆ เริ่มเข้ามาทำการตลาดผ่านทางช่องทางนี้กันแล้ว แต่ก็อาจจะมีร้านค้าออนไลน์บางแบรนด์ที่ยังไม่ได้เริ่มทำแบบจริงจัง เพราะอาจจะยังมีคำถามสงสัยว่า ทำไปแล้วจะช่วยเพิ่มยอดขายได้จริงหรอ? แล้วจะคุ้มไหมกับการจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้กับเหล่าครีเอเตอร์ที่นำสินค้าไปทำ Affiliate และจะมีผลกระทบต่อร้านค้าในเรื่องไหนบ้าง ซึ่งบทความต่อไปนี้ MyCloud ได้สรุปทั้ง ข้อดี […]

เจาะลึก ส่งฟรีขั้นต่ำ 99 บาท จาก Shopee ผู้ขายควรเข้าร่วมหรือไม่?

โปรแกรม ส่งฟรีขั้นต่ำ 99 บาท จาก Shopee  นักช็อปเคยสงสัยไหม ทำไมขึ้นว่าส่งฟรี แต่ยังต้องออกค่าส่ง? ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าส่งเองหรือเปล่า? วันนี้ MyCloud มีคำตอบให้ทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับโปรแกรมส่งฟรีขั้นต่ำ 99 บาท จาก Shopee เพื่อให้ผู้ขายได้ทำความรู้จักข้อดี ข้อเสียของโปรแกรม และตัดสินใจเข้าร่วมโปรแกรมได้ต่อไป สำหรับโปรแกรมส่งฟรีนั้น Shopee จะสนับสนุนค่าส่งฟรี ให้กับลูกค้าที่ใช้โค้ดส่วนลด กับร้านค้าที่เข้าร่วมโปรแกรมส่งฟรีขั้นต่ำ 99 บาทสูงสุดจำนวน 40 บาทต่อออเดอร์ ซึ่งในกรณีที่สินค้าของคุณมีน้ำหนักเบาค่าส่งไม่เกิน 40 บาท ก็จะได้ส่งฟรี 100% ไปเลยค่ะ แต่ถ้าหากสินค้าหนัก หรือมีขนาดใหญ่ก็จะต้องออกค่าส่วนต่างเอง ซึ่งในส่วนนี้ค่าจัดส่งส่วนต่างจะถูกคิดไปกับจำนวนเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระนั่นเอง ดังนั้นหายสงสัยกันได้แล้วนะคะว่าทำไมชื่อส่งฟรี แล้วไม่ฟรี!! ผู้ซื้อถูกใจ ผู้ขายได้ประโยชน์  สำหรับผู้ซื้อจะได้สินค้าจากร้านที่เ้ขาร่วมโปรแกรม ทำให้ประหยัดค่าส่ง ซึ่งสินค้าจากร้านค้าที่เข้าร่วมโปรแกรมส่งฟรีจะมีแถบของตัวเองโดยเฉพาะ ทำให้ผู้ซื้อเข้าไปเลือกซื้อได้สะดวกมากขึ้น ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วมโปรแกรม ส่งฟรีขั้นต่ำ 99 บาท จะได้รับสิทธิพิเศษดังต่อไปนี้ 1. เพิ่มโอกาสในการเพิ่มยอดขาย และสินค้าที่พบเห็นจากลูกค้าได้มากขึ้น 2. สำหรับร้านค้าที่ซื้อโฆษณา […]

ต้องส่งของภายในกี่วัน? สรุป SLA Marketplace ปี 2026 ฉบับเข้าใจง่าย

คุณเคยเจอปัญหานี้ไหม? ขายดีแทบตายแต่โดนปิดการมองเห็นเพราะส่งของช้า? หรือโดนหักคะแนนร้านค้าจนเสียสิทธิ์เข้าร่วมแคมเปญใหญ่?” ในปี 2026 กฎเหล็กของ Marketplace เข้มงวดขึ้นกว่าเดิมมากครับ ความเร็วในการจัดส่งไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” แต่คือ “ทางรอด” ร้านค้าที่ส่งช้าเกินกำหนด (SLA) เพียงนิดเดียว อาจหมายถึงการสูญเสีย Traffic มหาศาล บทความนี้ MyCloud Fulfillment จะสรุปให้gsHoชัด ๆ ว่า Shopee, Lazada และ TikTok Shop ต้องส่งภายในกี่วัน และทำยังไงให้ส่งทัน 100% ทุกออเดอร์โดยไม่ต้องเฝ้าหน้าจอ SLA คืออะไร? ทำไมร้านค้าออนไลน์ต้องแคร์? SLA (Service Level Agreement) ในวงการ E-Commerce หมายถึง “ข้อตกลงระดับการให้บริการ” หรือพูดง่ายๆ คือ “เส้นตาย (Deadline)” ที่แพลตฟอร์มกำหนดว่าร้านค้าต้องส่งมอบพัสดุให้ขนส่งภายในกี่วันหลังจากได้รับคำสั่งซื้อ หากทำไม่ได้ตามกำหนด ร้านค้าจะโดนลงโทษด้วยการหักคะแนนความประพฤติ (Penalty Points) ซึ่งส่งผลต่อการมองเห็นและยอดขายโดยตรง เจาะลึก […]

TikTok Affiliate ขายดีทะลุฟีด! รู้ครบทุกข้อดี-ข้อเสียก่อนลงสนามจริง

หากพูดถึงการขายออนไลน์ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก การทำการตลาดแบบ Affiliate ซึ่งจะเห็นได้จากหลายๆแพลตฟอร์มที่มีโปรแกรมการขายรูปแบบนี้เปิดให้กับร้านค้าได้เข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น Shopee Affiliate, Lazada Affiliate และ Line Shopping ที่ใช้ชื่อโปรแกรมว่า (SHARE & EARN) แต่ช่องทางที่เหมือนจะมาแรงแซงเพื่อนๆก็เห็นจะเป็น การทำ Affiliate ทาง Tiktok นี่แหละเพราะมีข้อได้เปรียบจากแพลตฟอร์มอื่นๆในเรื่องของการนำเสนอในรูปแบบวิดิโอ คลิปสั้น ในเนื้อหาที่สนุกสนานแล้วสามารถปิดการขายผ่านคลิปๆนั้นได้เลย แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นๆที่นำเสนอขายสินค้าแบบตรงๆ การทำการตลาดในรูปแบบนี้ ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มยอดขาย ขยายฐานลูกค้า และเพิ่มการมองเห็นของสินค้าได้มากขึ้น ร้านค้าที่ขายสินค้าผ่าน TikTok Shop สามารถเข้าร่วมโปรแกรมนี้และเปิดโอกาสให้เหล่าครีเอเตอร์หรือ Influencers นำสินค้าของเราไปรีวิว พร้อมใส่ลิงก์ตะกร้าสินค้าในคอนเทนต์ของพวกเขา เมื่อสินค้าขายได้ ผู้รีวิวจะได้รับค่าคอมมิชชั่นตามที่ร้านค้ากำหนดไว้ล่วงหน้า ในขณะที่ผู้รีวิวไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้าหรือจัดการส่งสินค้าเอง เมื่อมีการสั่งซื้อ ร้านค้าจะเป็นผู้จัดการส่งออเดอร์ให้ทั้งหมด จึงไม่แปลกใจว่าหลายๆแบรนด์ดังและSME รายย่อยๆ เริ่มเข้ามาทำการตลาดผ่านทางช่องทางนี้กันแล้ว แต่ก็อาจจะมีร้านค้าออนไลน์บางแบรนด์ที่ยังไม่ได้เริ่มทำแบบจริงจัง เพราะอาจจะยังมีคำถามสงสัยว่า ทำไปแล้วจะช่วยเพิ่มยอดขายได้จริงหรอ? แล้วจะคุ้มไหมกับการจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้กับเหล่าครีเอเตอร์ที่นำสินค้าไปทำ Affiliate และจะมีผลกระทบต่อร้านค้าในเรื่องไหนบ้าง ซึ่งบทความต่อไปนี้ MyCloud ได้สรุปทั้ง ข้อดี […]