Knowledge Center

จุดตันของธุรกิจที่ขายได้ดี? และปัญหาของธุรกิจในปัจจุบัน MyCloud มีคำตอบ

จุดตันของธุรกิจที่ขายได้ดี? และปัญหาส่วนใหญ่ ของธุรกิจในปัจจุบันคืออะไร?

          สำหรับร้านค้าที่พึ่งเริ่มต้นเข้ามาบนตลาดออนไลน์ ก็มีความท้าทาย ยาก ง่ายแตกต่างกับร้านค้าหรือธุรกิจที่ถึงช่วงอิ่มตัว (Maturity Stage) เมื่อเริ่มขายได้ดี มีช่องทางเยอะมากขึ้น แต่หากไม่ได้วางแผน หรือมองในระยะยาวก็ทำให้ธุรกิจสามารถไปสู่จุดที่เรียกว่า “จุดตัน” ได้ครับ

         เมื่อดำเนินธุรกิจออนไลน์มาถึงจุดหนึ่ง จะมีเพดานที่ทำให้ไปต่อไม่ได้ ซึ่งในช่วงนี้ หากต้องการไปต่อให้ได้ต้องมีความยืดหยุ่นสูง ต้องทำวิชาตัวเบา ให้ธุรกิจเบาที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เพราะเมื่อตัวเบาแล้วก็จะสามารถปรับตัวได้เร็วกว่านั่นเอง

          สิ่งที่ต้องทำคือทำสิ่งที่เราถนัด และทำได้ดี เพราะธุรกิจที่ประสบความสำเร็จไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง แต่อาจใช้วิธีหา outsource ที่เก่งในแต่ละเรื่องมาช่วยธุรกิจได้ แล้วเอาเวลาที่มีค่าไปโฟกัสที่ลูกค้าให้มากที่สุด รวมถึงอย่าลงทุนระยะยาว ให้ลงทุนเพื่อสร้าง flexibility ให้ธุรกิจเพื่อให้มีความยืดหยุ่นพร้อมรับมือกับอะไรก็ตามที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างเช่น วิกฤต covid-19 ที่อยู่ ๆ ก็เกิดขึ้นและไม่มีใครเคยรับมือมาก่อน เป็นต้น

          ทำให้ต้นทุนเป็น variable cost มากขึ้น ดีกว่าเป็น fix cost ที่ทำให้ต้องลงทุนและเงินจม พอถึงเวลาฉุกเฉินหรือเกิดการเปลี่ยนแปลง แล้วไม่สามารถเอาเงินออกมาได้ ซึ่งสามารถทำได้โดยการ outsource เรื่องการทำ order fulfillment ที่ทำให้ธุรกิจเข้าสู่การทำแบบ agile เป็นรูปแบบธุรกิจสมัยใหม่ที่มีการกระจาย การแบ่งงานกันทำได้ต่อไป

ปัญหาส่วนใหญ่ของธุรกิจในปัจจุบัน

          1. ร้านออนไลน์ที่ต้องจัดการหลายช่องทาง โดยเฉพาะช่วงที่มีหลายโปรโมชั่นพร้อมๆ กันในแต่ละช่องทาง

           2. ไม่สามารถจัดการ stock ให้พอดี และเพียงพอกับยอดขาย เพราะเก็บเยอะเกินไปก็เงินจม เก็บน้อยก็ไม่พอกับความต้องการของลูกค้า

           3. ไม่มีการจัดการ fulfillment ที่ดีและยืดหยุ่น พร้อมรับมือกับยอดขายที่พีคในช่วงแคมเปญ และยอดขายน้อยในวันธรรมดา

          4. ลูกค้าในปัจจุบัน ต้องการรู้สึกพิเศษและสำคัญ ถึงจะซื้อซ้ำและบอกต่อแต่แบรนด์ยังขาดการดูแลลูกค้าตรงนี้

แก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร?

          1. ระบบจัดการ Order management system เชื่อมต่อช่องทางการขายทุกช่องทางเข้าด้วยกัน สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเก็บสต๊อกไว้ที่เดียว และเชื่อมต่อทุกการขายจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ขายหลายช่องทาง

          2. Centralized Storage service & optimization เก็บสต็อกที่เดียว และใช้งาน data ที่มีประโยชน์ เพื่อวางแผนและบริหารสต็อกให้พอดี หรือน้อยที่สุด รวมทั้งข้อมูลสินค้าขายดี และ Safety Stock หมดปัญหาเงินจม

          3. Flexible Fulfillment, Shipping & return เก็บแพ็คส่งสินค้าแบบยืดหยุ่น สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับธุรกิจได้ทุกขั้นตอน โดยเฉพาะการแพ็คตามความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษและสำคัญ

          4. ทำ Mass Customization หมดปัญหาข้อจำกัดในการทำโปรโมชันไม่ว่าจะเป็นแคมเปญให้ลูกค้าคนพิเศษ ที่สามารถ Customize ได้ทุกรูปแบบผ่านระบบ ตัวอย่างเช่น การแถมสินค้าเมื่อซื้อครบขั้นต่ำ หรือโปรโมชัน ซื้อ 2 แถม 1 ที่สามารถกำหนดได้เองทั้งหมด ไม่ผิดพลาด

          ทั้งหมดที่กล่าวมารวมอยู่แล้วในบริการของ MyCloudFulfillment ของเรา บริการ Fulfilmment ที่ช่วยจัดการให้ธุรกิจของคุณไปได้ต่อได้ แบบตัวเบาที่สุด และบริการที่สามารถ customize ให้เหมาะสมกับธุรกิจมากที่สุดครับ^^

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

การทำธุรกิจแบบ B2C B2B และ B2B2C ต่างกันยังไง?

ปัจจุบันนี้ธุรกิจส่วนใหญ่นั้นมักจะเจาะกลุ่มตลาดออนไลน์ และให้ความสำคัญกับธุรกิจ E-commerce มากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบในการทำธุรกิจ จากเดิมที่มักจะเห็นธุรกิจแบบ B2C จนชินตา เปลี่ยนมาเป็น ธุรกิจแบบ B2B และ B2B2C เรามาทำความรู้จักธุรกิจทั้งสามแบบ ว่าคืออะไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ? กันดีกว่าครับ   B2B คืออะไร B2B หรือ Business-to-Business คือการทำการค้าระหว่างธุรกิจทำกับธุรกิจด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อ ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุดิบ การผลิตสินค้า หรือการบริการ เพื่อประโยชน์หรือการพัฒนาธุจกิจขององค์กร โดยไม่ใช่การนำไปเพื่ออุปโภคหรือบริโภคเอง เช่น การซื้อผ้ามาเพื่อผลิตเสื้อ ธุรกิจ B2B ที่พบเห็นกันได้บ่อย ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นธุรกิจด้านขนส่งอย่าง DHL เป็นต้น ซึ่ง B2B ก็คล้ายกับ B2C ที่ขยายจากตลาดออฟไลน์มาสู่ตลาดออนไลน์ แต่ต่างกันตรงที่ การทำงานจะเปลี่ยนจาก ระหว่างลูกค้าและเจ้าของธุรกิจ มาเป็น เจ้าของธุรกิจและเจ้าของธุรกิจ โดยการนำระบบออนไลน์นั้นมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจทั้งสองรูปแบบ แต่ธุรกิจแบบ B2B สามารถต่อยอดไปได้ไกลยิ่งขึ้นผ่านระบบ […]

ค่าธรรมเนียม TikTok Shop มีอะไรบ้าง เรื่องง่าย ๆ ที่คนขายของออนไลน์ต้องรู้ 

TikTok Shop ถือเป็นช่องทางการขายออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในปีนี้เลย ด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดและยอดขายที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ร้านค้าออนไลน์จำนวนมากหันมาให้ความสนใจกับแพลตฟอร์มนี้มากขึ้น แต่สิ่งที่ TikTok Seller จำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนเริ่มขายคือเรื่องค่าธรรมเนียมต่าง ๆ บน TikTok Shop เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อการคำนวณต้นทุนและกำไรของธุรกิจ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเรื่องค่าธรรมเนียม TikTok Shop กันอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถวางแผนธุรกิจได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น   ค่าธรรมเนียม TikTok Shop คืออะไร ค่าธรรมเนียม TikTok Shop คือค่าใช้จ่ายที่ผู้ขายต้องจ่ายให้กับแพลตฟอร์มเมื่อขายสินค้าได้สำเร็จ โดยระบบจะทำการหักค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จากยอดขายที่ได้รับจากลูกค้าโดยอัตโนมัติ ซึ่งค่าธรรมเนียมนี้ถือเป็นต้นทุนสำคัญที่ผู้ขายต้องนำมาคำนวณก่อนตั้งราคาขายสินค้า เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้กำไรตามที่ต้องการ นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมยังมีความแตกต่างกันไปตามประเภทของสินค้าและประเภทของร้านค้า ดังนั้น การทำความเข้าใจเรื่องค่าธรรมเนียมจึงเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในการขายบน TikTok Shop  ค่าธรรมเนียม TikTok Shop ต้องเสียค่าอะไรบ้าง ในการขายสินค้าบน TikTok Shop ผู้ขายจำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่ายหลัก 3 ส่วน ได้แก่ ค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อและค่าจัดส่ง มาดูรายละเอียดแต่ละส่วนกันว่า จะมีอะไรบ้าง  1. […]

Marketplace หรือ Social Commerce ขายที่ไหนกำไรดีกว่า?

ในยุคที่การขายออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญที่พ่อค้าแม่ค้าหลายคนมักจะถามตัวเองคือ “ควรขายผ่าน Marketplace หรือ Social Commerce เพื่อให้ได้กำไรมากที่สุด?” ก่อนที่จะรู้คำตอบนั้นก็ควรจะรู้ก่อนว่าแต่ละช่องทางนั้นมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันอย่างไร แล้วช่องทางไหนที่เหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด? บทความนี้จะช่วยเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน พร้อมคำแนะนำที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น! Marketplace คืออะไร? ข้อดีและข้อเสีย Marketplace คือแพลตฟอร์มที่รวบรวมผู้ขายและผู้ซื้อมาไว้ในที่เดียว เช่น Lazada, Shopee, และ TikTok Shop ซึ่งกลายเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ขายออนไลน์เพราะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้จำนวนมากในเวลาอันสั้น ข้อดีของ Marketplace 1.เข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ เพราะมีจำนวนผู้ใช้งานที่เยอะมากและหลากหลายทั้งในแง่ของเพศ อายุ และความสนใจ ทำให้โอกาสที่สินค้าของคุณจะถูกพบเห็นและซื้อมีสูง อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ช่วยโปรโมตสินค้า เช่น การแสดงสินค้าในหน้าแนะนำ (Recommended), การจัดอันดับสินค้ายอดนิยม, หรือฟังก์ชัน Search ที่ช่วยให้ลูกค้าเจอสินค้าคุณง่ายขึ้น และมีผู้ใช้งานทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง คุณจึงสามารถขายสินค้าและทำการตลาดได้ต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องรอช่วงเวลาหรือกิจกรรมพิเศษ 2.ระบบจัดการที่สะดวก ระบบจัดการที่สะดวก มีเครื่องมือที่ช่วยในเรื่องของการชำระเงิน การจัดส่ง และโปรโมชั่น –การชำระเงิน (Payment) มีระบบชำระเงินอัตโนมัติที่รองรับการจ่ายเงินหลากหลายช่องทาง เช่น บัตรเครดิต/เดบิต, โอนผ่านธนาคาร, และ […]

การทำธุรกิจแบบ B2C B2B และ B2B2C ต่างกันยังไง?

ปัจจุบันนี้ธุรกิจส่วนใหญ่นั้นมักจะเจาะกลุ่มตลาดออนไลน์ และให้ความสำคัญกับธุรกิจ E-commerce มากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบในการทำธุรกิจ จากเดิมที่มักจะเห็นธุรกิจแบบ B2C จนชินตา เปลี่ยนมาเป็น ธุรกิจแบบ B2B และ B2B2C เรามาทำความรู้จักธุรกิจทั้งสามแบบ ว่าคืออะไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ? กันดีกว่าครับ   B2B คืออะไร B2B หรือ Business-to-Business คือการทำการค้าระหว่างธุรกิจทำกับธุรกิจด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อ ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุดิบ การผลิตสินค้า หรือการบริการ เพื่อประโยชน์หรือการพัฒนาธุจกิจขององค์กร โดยไม่ใช่การนำไปเพื่ออุปโภคหรือบริโภคเอง เช่น การซื้อผ้ามาเพื่อผลิตเสื้อ ธุรกิจ B2B ที่พบเห็นกันได้บ่อย ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นธุรกิจด้านขนส่งอย่าง DHL เป็นต้น ซึ่ง B2B ก็คล้ายกับ B2C ที่ขยายจากตลาดออฟไลน์มาสู่ตลาดออนไลน์ แต่ต่างกันตรงที่ การทำงานจะเปลี่ยนจาก ระหว่างลูกค้าและเจ้าของธุรกิจ มาเป็น เจ้าของธุรกิจและเจ้าของธุรกิจ โดยการนำระบบออนไลน์นั้นมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจทั้งสองรูปแบบ แต่ธุรกิจแบบ B2B สามารถต่อยอดไปได้ไกลยิ่งขึ้นผ่านระบบ […]

ค่าธรรมเนียม TikTok Shop มีอะไรบ้าง เรื่องง่าย ๆ ที่คนขายของออนไลน์ต้องรู้ 

TikTok Shop ถือเป็นช่องทางการขายออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในปีนี้เลย ด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดและยอดขายที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ร้านค้าออนไลน์จำนวนมากหันมาให้ความสนใจกับแพลตฟอร์มนี้มากขึ้น แต่สิ่งที่ TikTok Seller จำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนเริ่มขายคือเรื่องค่าธรรมเนียมต่าง ๆ บน TikTok Shop เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อการคำนวณต้นทุนและกำไรของธุรกิจ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเรื่องค่าธรรมเนียม TikTok Shop กันอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถวางแผนธุรกิจได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น   ค่าธรรมเนียม TikTok Shop คืออะไร ค่าธรรมเนียม TikTok Shop คือค่าใช้จ่ายที่ผู้ขายต้องจ่ายให้กับแพลตฟอร์มเมื่อขายสินค้าได้สำเร็จ โดยระบบจะทำการหักค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จากยอดขายที่ได้รับจากลูกค้าโดยอัตโนมัติ ซึ่งค่าธรรมเนียมนี้ถือเป็นต้นทุนสำคัญที่ผู้ขายต้องนำมาคำนวณก่อนตั้งราคาขายสินค้า เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้กำไรตามที่ต้องการ นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมยังมีความแตกต่างกันไปตามประเภทของสินค้าและประเภทของร้านค้า ดังนั้น การทำความเข้าใจเรื่องค่าธรรมเนียมจึงเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในการขายบน TikTok Shop  ค่าธรรมเนียม TikTok Shop ต้องเสียค่าอะไรบ้าง ในการขายสินค้าบน TikTok Shop ผู้ขายจำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่ายหลัก 3 ส่วน ได้แก่ ค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อและค่าจัดส่ง มาดูรายละเอียดแต่ละส่วนกันว่า จะมีอะไรบ้าง  1. […]

Marketplace หรือ Social Commerce ขายที่ไหนกำไรดีกว่า?

ในยุคที่การขายออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญที่พ่อค้าแม่ค้าหลายคนมักจะถามตัวเองคือ “ควรขายผ่าน Marketplace หรือ Social Commerce เพื่อให้ได้กำไรมากที่สุด?” ก่อนที่จะรู้คำตอบนั้นก็ควรจะรู้ก่อนว่าแต่ละช่องทางนั้นมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันอย่างไร แล้วช่องทางไหนที่เหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด? บทความนี้จะช่วยเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน พร้อมคำแนะนำที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น! Marketplace คืออะไร? ข้อดีและข้อเสีย Marketplace คือแพลตฟอร์มที่รวบรวมผู้ขายและผู้ซื้อมาไว้ในที่เดียว เช่น Lazada, Shopee, และ TikTok Shop ซึ่งกลายเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ขายออนไลน์เพราะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้จำนวนมากในเวลาอันสั้น ข้อดีของ Marketplace 1.เข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ เพราะมีจำนวนผู้ใช้งานที่เยอะมากและหลากหลายทั้งในแง่ของเพศ อายุ และความสนใจ ทำให้โอกาสที่สินค้าของคุณจะถูกพบเห็นและซื้อมีสูง อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ช่วยโปรโมตสินค้า เช่น การแสดงสินค้าในหน้าแนะนำ (Recommended), การจัดอันดับสินค้ายอดนิยม, หรือฟังก์ชัน Search ที่ช่วยให้ลูกค้าเจอสินค้าคุณง่ายขึ้น และมีผู้ใช้งานทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง คุณจึงสามารถขายสินค้าและทำการตลาดได้ต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องรอช่วงเวลาหรือกิจกรรมพิเศษ 2.ระบบจัดการที่สะดวก ระบบจัดการที่สะดวก มีเครื่องมือที่ช่วยในเรื่องของการชำระเงิน การจัดส่ง และโปรโมชั่น –การชำระเงิน (Payment) มีระบบชำระเงินอัตโนมัติที่รองรับการจ่ายเงินหลากหลายช่องทาง เช่น บัตรเครดิต/เดบิต, โอนผ่านธนาคาร, และ […]