Knowledge Center

Shopee อัปเดตใหม่! ไม่เปิดส่งด่วน อาจหมดสิทธิ์เป็นร้านค้าแนะนำ

Shopee อัปเดตใหม่! ไม่เปิดส่งด่วน อาจหมดสิทธิ์เป็นร้านค้าแนะนำ

อัปเดตสำคัญสำหรับร้านค้าบน Shopee เมื่อแพลตฟอร์มประกาศเพิ่มการเปิดใช้งาน Express Delivery หรือบริการส่งด่วน เป็นหนึ่งในเงื่อนไขของการเป็น “ร้านค้าแนะนำ” หรือ Preferred Seller ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569

อย่างไรก็ตาม เกณฑ์ดังกล่าวไม่ได้มีผลกับผู้ขายทุกร้านทั่วประเทศ แต่ใช้กับร้านค้าที่ตั้งค่า “ที่อยู่ในการรับสินค้า” ใน 6 จังหวัดที่กำหนด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสาคร และปทุมธานี โดย Shopee จะพิจารณาที่อยู่ในช่วง 7 วันก่อนรอบคำนวณแต่ละรอบ ตามประกาศที่อัปเดตเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569

สำหรับร้านที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว การไม่เปิดส่งด่วนหรือไม่ผ่านเกณฑ์การเปิดใช้งานอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ร้านถูกปลดจากสถานะร้านค้าแนะนำ แม้ประสิทธิภาพด้านอื่นจะอยู่ในระดับดีก็ตาม

สรุปสั้น ๆ: ร้านค้าไหนได้รับผลกระทบ?

ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ร้านค้าที่มีที่อยู่รับสินค้าในกรุงเทพฯ และ 5 จังหวัดปริมณฑล ต้องผ่านเกณฑ์การเปิดใช้งาน Shopee Express Delivery หากต้องการได้หรือรักษาสถานะร้านค้าแนะนำ

  • กรุงเทพมหานคร
  • นนทบุรี
  • สมุทรปราการ
  • นครปฐม
  • สมุทรสาคร
  • ปทุมธานี

ระบบจะตรวจสอบทั้งการเปิดช่องทางส่งด่วนในระดับร้านค้า และสัดส่วนสินค้าที่เข้าเงื่อนไขและเปิดใช้งานส่งด่วนในแต่ละวัน

Shopee Express Delivery คืออะไร?

Shopee Express Delivery คือช่องทางจัดส่งที่ช่วยให้ผู้ซื้อได้รับสินค้าเร็วกว่าการจัดส่งแบบ Standard Delivery โดยผู้ซื้ออาจได้รับสินค้าภายในวันเดียวกันหรือวันถัดไป หลังจากผู้ขายส่งมอบสินค้าให้ผู้ให้บริการขนส่งเรียบร้อยแล้ว

ตัวเลือกส่งด่วนจะแสดงให้ผู้ซื้อเห็นในหน้าสั่งซื้อ เมื่อสินค้า ร้านค้า ที่อยู่ของผู้ขาย และพื้นที่ปลายทางผ่านเงื่อนไขที่ Shopee กำหนด สามารถอ่านรายละเอียดได้จาก Shopee Help Center

ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนว่า “ความเร็วในการจัดส่ง” ไม่ได้เป็นเพียงบริการเสริมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นมาตรฐานสำคัญในการประเมินคุณภาพของร้านค้า

เกณฑ์ใหม่ของร้านค้าแนะนำเปลี่ยนอะไรบ้าง?

เดิม Shopee พิจารณาสถานะร้านค้าแนะนำจากหลายองค์ประกอบ เช่น ยอดขายและจำนวนคำสั่งซื้อ คุณภาพการให้บริการลูกค้า ความรวดเร็วในการจัดส่ง คะแนนร้านค้าและรีวิวสินค้า การปฏิบัติตามนโยบาย และคะแนนความประพฤติของร้านค้า

หลังวันที่ 1 กันยายน 2569 ร้านค้าในพื้นที่ที่กำหนดจะต้องผ่าน “เกณฑ์ส่งด่วน” เพิ่มเติม โดยระบบจะประเมินข้อมูลเป็นรอบ ๆ ใน 3 ส่วนสำคัญ

1. จำนวนวันที่เปิดช่องทาง Express Delivery

ระบบจะตรวจจากสถานะการเปิดใช้งานส่งด่วนในเมนู “ตั้งค่าการจัดส่ง” ของร้านค้า

2. อัตราสินค้าที่เปิดส่งด่วน

Shopee จะพิจารณาสัดส่วนสินค้าที่ผ่านเงื่อนไขและเปิดใช้งานส่งด่วนในแต่ละวัน ไม่ได้ตรวจเฉพาะว่าร้านเปิดปุ่มส่งด่วนไว้หรือไม่เท่านั้น

3. ที่อยู่ในการรับสินค้า

เกณฑ์นี้มีผลกับร้านที่ตั้งที่อยู่รับสินค้าใน 6 จังหวัดข้างต้น ในช่วง 7 วันก่อนรอบคำนวณแต่ละรอบ ดังนั้น การเปิดส่งด่วนเฉพาะระดับร้านค้า แต่ไม่ได้เปิดให้สินค้าที่เข้าเงื่อนไข อาจยังไม่เพียงพอ

ตารางเกณฑ์การเป็นร้านค้าแนะนำ Shopee อัปเดตล่าสุด

ตารางเกณฑ์การเป็นร้านค้าแนะนำ Shopee อัปเดตล่าสุด

นอกจากเกณฑ์ Express Delivery ที่เริ่มมีผลวันที่ 1 กันยายน 2569 ร้านค้ายังต้องรักษาตัวชี้วัดพื้นฐานของโปรแกรมร้านค้าแนะนำให้ผ่านเป้าหมายทั้งหมด โดยสรุปเกณฑ์ตามข้อมูลในประกาศได้ดังนี้

เกณฑ์การเป็นร้านค้าแนะนำเป้าหมาย
ยอดขายต่อเดือนอย่างน้อย 100 คำสั่งซื้อ หรือยอดขายอย่างน้อย 30,000 บาท
จำนวนผู้ซื้อที่ไม่ซ้ำกันต่อเดือนอย่างน้อย 15 คน
คะแนนร้านค้าอย่างน้อย 4.5 คะแนน
อัตราคำสั่งซื้อที่ไม่สำเร็จไม่เกิน 10%
อัตราการจัดส่งสินค้าล่าช้าไม่เกิน 10%
อัตราการตอบกลับแชทอย่างน้อย 70%
เปอร์เซ็นต์สินค้าพรีออเดอร์ไม่เกิน 10% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา
จำนวนวันที่ละเมิดเกณฑ์สินค้าพรีออเดอร์ไม่เกิน 5 วัน
คะแนนความประพฤติ0 คะแนน
อัตราการจัดส่งเร็วอย่างน้อย 85%
จำนวนวันที่เปิดใช้งานส่งด่วน
มีผลตั้งแต่ 1 ก.ย. 2569
7 วันต่อสัปดาห์
อัตราสินค้าที่เปิดใช้งานส่งด่วนในแต่ละวัน
มีผลตั้งแต่ 1 ก.ย. 2569
อย่างน้อย 90%

ข้อควรรู้: เปอร์เซ็นต์สินค้าพรีออเดอร์ต้องไม่เกินเกณฑ์ภายในช่วง 30 วันที่ผ่านมา และจำนวนวันที่ละเมิดเกณฑ์สินค้าพรีออเดอร์ต้องไม่เกิน 5 วัน ร้านค้าควรตรวจสอบตัวชี้วัดจริงใน Seller Centre เป็นประจำ เพราะผลการประเมินอาจเปลี่ยนแปลงตามรอบคำนวณของแพลตฟอร์ม

วิธีเปิดใช้งาน Express Delivery บน Shopee

  1. เข้าสู่ Seller Centre แล้วเลือกเมนู การจัดส่ง
  2. ไปที่ ช่องทางการจัดส่ง
  3. ค้นหา Express Delivery – ส่งด่วน แล้วเปิดสวิตช์ใช้งานในระดับร้านค้า
  4. ตรวจสอบสินค้าแต่ละรายการและเปิดใช้งานส่งด่วนในระดับสินค้าให้ครบตามเกณฑ์อย่างน้อย 90% ต่อวัน

การเปิดสวิตช์ในระดับร้านค้าเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ร้านค้าต้องตรวจสอบว่าสินค้าที่ผ่านเงื่อนไขถูกเปิดใช้ Express Delivery ในระดับสินค้าแล้วด้วย หากต้องการความสะดวก Shopee ระบุว่าร้านค้าสามารถกรอกแบบฟอร์มที่แพลตฟอร์มจัดไว้ เพื่อให้ระบบเปิดส่งด่วนทั้งระดับร้านค้าและสินค้าที่ผ่านเงื่อนไขโดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ: เกณฑ์ของแพลตฟอร์มอาจมีการปรับเปลี่ยน ร้านค้าควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน้า “ร้านค้าแนะนำ” ใน Seller Centre และ Shopee Seller Education Hub ก่อนดำเนินการ

วิธีเปิดใช้งาน Express Delivery บน Shopee

สินค้าแบบไหนถูกนำมาคำนวณในเกณฑ์ส่งด่วน?

  • สินค้ามีขนาดแต่ละด้านไม่เกิน 45 เซนติเมตร
  • น้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม
  • ไม่ใช่สินค้าพรีออเดอร์
  • หากมีหลายตัวเลือกสินค้า ทุกตัวเลือกต้องผ่านเกณฑ์
  • หากร้านไม่ระบุความกว้าง ความยาว และความสูง ระบบอาจถือว่าสินค้าสามารถเปิดส่งด่วนได้และนำมาคำนวณ

ผู้ขายควรระวังเรื่องข้อมูลขนาดสินค้า เพราะหากกรอกไม่ครบหรือไม่ตรงกับสินค้าจริง ระบบอาจนำสินค้าที่ร้านไม่พร้อมส่งด่วนเข้ามารวมในการคำนวณได้ จึงควรตรวจสอบน้ำหนักและขนาดของทุก SKU ให้ถูกต้อง โดยเฉพาะสินค้าที่มีหลายขนาด หลายแพ็ก หรือหลายตัวเลือก

วันแคมเปญบางวันได้รับการยกเว้นจากการวัดผล

  • แคมเปญ Double Digit เช่น 9.9, 10.10, 11.11 และ 12.12
  • Mid-month หรือวันที่ 15 ของทุกเดือน
  • Payday หรือวันที่ 25 ของทุกเดือน

การยกเว้นช่วยลดผลกระทบในวันที่ออเดอร์มีโอกาสเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ร้านค้ายังต้องรักษาการเปิดใช้งานและประสิทธิภาพในวันปกติให้ผ่านเกณฑ์ที่แสดงอยู่ใน Seller Centre

ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ส่งด่วน จะเกิดอะไรขึ้น?

ร้านค้าอาจถูกปลดจากสถานะร้านค้าแนะนำหรือร้านค้าแนะนำยอดเยี่ยม เนื่องจาก Shopee ตรวจสอบประสิทธิภาพของร้านค้าเป็นประจำทุกสัปดาห์ และการไม่ผ่านเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งสามารถส่งผลต่อสถานะของร้านได้

ตัวอย่างจาก Shopee ระบุว่า หากร้านไม่ผ่านเกณฑ์ส่งด่วนในรอบวันที่ 1–7 กันยายน 2569 ร้านอาจหลุดจากสถานะร้านค้าแนะนำตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน และจะถูกนำกลับไปประเมินตามรอบที่แพลตฟอร์มกำหนด

แม้ร้านค้าจะสามารถกลับมาได้รับสถานะอีกครั้งเมื่อผ่านทุกเกณฑ์ แต่จะมีช่วงเวลารอก่อนที่ระบบจะคืนสถานะให้ ส่วนร้านค้าแนะนำยอดเยี่ยมต้องผ่านทั้งเกณฑ์ร้านค้าแนะนำยอดเยี่ยมและเกณฑ์เปิดใช้งานส่งด่วนต่อเนื่องอย่างน้อย 12 สัปดาห์

การไม่มีป้ายร้านค้าแนะนำส่งผลต่อยอดขายอย่างไร

การไม่มีป้ายร้านค้าแนะนำส่งผลต่อยอดขายอย่างไร?

  • ความน่าเชื่อถือบนหน้าสินค้าอาจลดลง
  • ผู้ซื้ออาจเลือกร้านคู่แข่งที่มีป้ายรับรอง
  • Conversion Rate อาจได้รับผลกระทบ
  • โอกาสเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของโปรแกรมลดลง
  • ร้านต้องรอรอบประเมินก่อนกลับเข้าสู่โปรแกรมอีกครั้ง

ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันตามประเภทสินค้า ราคา คู่แข่ง และพฤติกรรมของลูกค้า แต่ในตลาดที่มีสินค้าคล้ายกันหลายร้าน ป้ายรับรองและความเร็วในการจัดส่งสามารถเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ

เช็กลิสต์เตรียมร้านให้พร้อมก่อนเกณฑ์ใหม่เริ่มใช้

  1. ตรวจสอบที่อยู่รับสินค้า ให้ตรงกับจุดที่จัดเตรียมและส่งมอบสินค้าได้จริง
  2. เปิด Express Delivery ระดับร้านค้า ในเมนูตั้งค่าการจัดส่ง
  3. เปิดส่งด่วนในระดับสินค้า ให้ครบสำหรับสินค้าที่ผ่านเงื่อนไข
  4. อัปเดตขนาดและน้ำหนักสินค้า ให้ตรงกับสินค้าหลังแพ็ก
  5. แยกออเดอร์ส่งด่วน ออกจากออเดอร์ Standard เพื่อจัดลำดับการแพ็ก
  6. เตรียมสต็อกให้พร้อมขายจริง เพื่อลดการยกเลิกออเดอร์และปัญหา Overselling
  7. ตรวจสอบผลใน Seller Centre ทุกสัปดาห์ ที่ Account Health > ร้านค้าแนะนำ > ดูรายละเอียด
เช็กลิสต์เตรียมร้านให้พร้อมก่อนเกณฑ์ใหม่เริ่มใช้

ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การ “กดเปิด” แต่อยู่ที่การทำให้ทันจริง

การเปิดช่องทางส่งด่วนใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการทำให้ระบบหลังบ้านพร้อมรองรับออเดอร์เร่งด่วนทุกวัน ตั้งแต่ออเดอร์เข้า ตรวจสต็อก หยิบสินค้า ตรวจสอบ แพ็ก พิมพ์ใบปะหน้า ไปจนถึงส่งมอบให้ไรเดอร์

หากขั้นตอนใดล่าช้า ร้านอาจพลาดรอบรับสินค้า แม้จะเปิด Express Delivery ไว้แล้ว ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อร้านมีหลายช่องทางขาย ใช้สต็อกกองเดียวกัน หรือมีออเดอร์จำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน

ใช้ Fulfillment ช่วยจัดการ Shopee ส่งด่วนได้อย่างไร?

Fulfillment ที่รองรับ Shopee Express Delivery ช่วยเชื่อมกระบวนการตั้งแต่ออเดอร์เข้าจนถึงส่งมอบพัสดุให้ทำงานต่อเนื่องกัน ลดการทำงานด้วยมือและลดโอกาสที่ออเดอร์ด่วนจะตกหล่น

MyCloud Fulfillment รองรับการจัดการออเดอร์ Shopee ผ่านระบบเชื่อมต่อ API เมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามา ออเดอร์จะถูกดึงเข้าสู่ระบบอัตโนมัติ พร้อมส่งต่อให้คลังดำเนินการหยิบ แพ็ค และจัดเตรียมพัสดุ

  • แยกออเดอร์ส่งด่วนออกจากออเดอร์ทั่วไป
  • ซิงก์และตัดสต็อกแบบ Real-time
  • ลดปัญหา Overselling และออเดอร์ตกหล่น
  • รองรับออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงแคมเปญ
  • ตรวจสอบสถานะการแพ็กและจัดส่งผ่าน Dashboard
  • เชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง OMS และ WMS

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริการจัดการออเดอร์ Shopee Express Delivery ของ MyCloud Fulfillment

ส่งด่วนกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของร้านค้าบน Shopee

สรุป: ส่งด่วนกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของร้านค้าบน Shopee

ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 การเปิด Shopee Express Delivery จะเป็นหนึ่งในเกณฑ์ของร้านค้าแนะนำ สำหรับร้านที่มีที่อยู่รับสินค้าในกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสาคร และปทุมธานี

ร้านค้าจึงควรเริ่มตรวจสอบที่อยู่ เปิดส่งด่วนทั้งระดับร้านค้าและสินค้า อัปเดตขนาดสินค้า จัดสต็อกให้ถูกต้อง และเตรียมกระบวนการหยิบ–แพ็กให้ทันรอบตั้งแต่วันนี้

อยากเปิด Shopee ส่งด่วน แต่กังวลว่าแพ็กไม่ทันหรือสต็อกไม่ตรง? ให้ MyCloud Fulfillment ช่วยดูแลตั้งแต่จัดเก็บสินค้า เชื่อมต่อออเดอร์ หยิบ แพ็ก ไปจนถึงเตรียมส่งมอบให้ขนส่งอย่างเป็นระบบ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ MyCloud Fulfillment

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เกณฑ์ร้านค้าแนะนำ Shopee

ไม่ใช่ เกณฑ์ดังกล่าวมีผลกับร้านที่ตั้งที่อยู่รับสินค้าในกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสาคร และปทุมธานี ในช่วง 7 วันก่อนรอบคำนวณ

Shopee กำหนดให้เกณฑ์ใหม่มีผลตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569

ไม่ควรตรวจเฉพาะระดับร้านค้า เพราะ Shopee วัดทั้งจำนวนวันที่เปิดช่องทางส่งด่วนและอัตราสินค้าที่ผ่านเงื่อนไขและเปิดใช้งานส่งด่วนในแต่ละวัน

ไม่ สินค้าที่มีสถานะเป็นพรีออเดอร์ได้รับการยกเว้นจากการคำนวณเกณฑ์ส่งด่วนตามประกาศปัจจุบัน

ได้ หากกลับมาผ่านเกณฑ์ส่งด่วนและเกณฑ์ร้านค้าแนะนำข้ออื่นทั้งหมด แต่ต้องรอการประเมินและปรับสถานะตามรอบของ Shopee

MyCloud ช่วยดำเนินการแพ็คและส่งมอบสินค้าให้ขนส่งได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงที่ร้านค้าจะไม่ผ่านเกณฑ์อัตราการเปิดใช้งานส่งด่วนที่ Shopee กำหนด ช่วยรักษาสถานะร้านค้าแนะนำได้อย่างต่อเนื่อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Fast Dispatch Rate คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรสำหรับผู้ค้าบน TikTok Shop  

ท่ามกลางแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมากมาย TikTok Shop กำลังเป็นที่จับตามองและได้รับความนิยมอย่างมากจากทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ ด้วยจุดเด่นที่เชื่อมโยงการช้อปปิ้งเข้ากับคอนเทนต์วิดีโอสั้นได้อย่างลงตัว แต่การที่จะประสบความสำเร็จบนแพลตฟอร์มนี้ได้นั้น ผู้ขายก็จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการจัดส่งสินค้าที่รวดเร็วและตรงเวลา Fast Dispatch Rate หรือ FDR จึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ TikTok Shop นำมาใช้วัดประสิทธิภาพการจัดส่งสินค้าของร้านค้า ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์พิเศษต่าง ๆ ที่จะช่วยผลักดันให้ร้านค้าเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดอีกด้วย   Fast Dispatch Rate คืออะไร  Fast Dispatch Rate หรือเรียกย่อว่า FDR คือ SLA ตัวชี้วัดประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้าของร้านค้าบน TikTok Shop โดยคำนวณจากสัดส่วนของคำสั่งซื้อที่ร้านค้าสามารถจัดส่งให้กับบริษัทขนส่งได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เทียบกับจำนวนคำสั่งซื้อทั้งหมดในช่วง 30 วันที่ผ่านมา โดย TikTok Shop ได้กำหนดมาตรฐานการจัดส่งที่แตกต่างกันตามช่วงเวลาที่ได้รับคำสั่งซื้อ เพื่อให้ผู้ขายสามารถบริหารจัดการการจัดส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า  วิธีการคำนวณ Fast Dispatch Rate  การคำนวณ Fast Dispatch Rate นั้นไม่ซับซ้อน แต่ผู้ขายจำเป็นต้องเข้าใจหลักเกณฑ์การจัดส่งที่ถือว่า “เร็ว” ตามมาตรฐานของ […]

5 เทคนิคโกยยอดขายให้พุ่ง ช่วง Double Day

Double Day หรือที่หลายคนรู้จักกันดีว่า “วันเลขเบิ้ล” หนึ่งใน Mega Campaign ของแต่ละเดือนที่ใหญ่ที่สุดจะถูกจัดขึ้นในวันเดียวเดือนเดียวกัน เช่น 7.7, 10.10, 12.12 กลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ผู้คนรอคอยมากที่สุดสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์ในแต่ละเดือน ไฮไลท์ของวันนี้คือมหกรรมดีลพิเศษ จัดโดยแพลตฟอร์ม Marketplace อย่างเช่น Lazada, Shopee, และ TikTok ถ้าพูดถึงในฝั่งของผู้ขายแล้วนั้น ช่วงแคมเปญใหญ่แบบนี้แหละจะเป็นช่วงที่ร้านค้าออนไลน์ไม่ควรพลาดที่จะเข้าร่วมแคมเปญการขายต่างๆเพราะเป็นช่วงเวลาทองที่จะช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับร้านค้า สำหรับผู้ซื้อ การรอคอยในช่วงแคมเปญนี้ นั้นไม่ใช่เพียงแค่ดีลพิเศษ แต่ยังเป็นโอกาสที่จะได้สินค้าที่ต้องการในราคาที่คุ้มค่าที่สุด จึงถือว่าเป็นหนึ่งในแคมเปญที่ได้ผลตอบรับที่ดีมาก จากการสำรวจพบว่าหลายร้านค้าและแบรนด์ดังมียอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับวันปกติ ซึ่งบทความนี้จะมาพูดถึงกลยุทธ์ที่จะช่วยร้านออนไลน์มียอดขายที่พุ่ง กำไรที่ปัง ในช่วง double day และถ้าขายดีขึ้นมาแล้วจะทำยังไงให้ยอดขายไม่ตกมาเริ่มที่เทคนิคแรกกันเลยค่ะ 1.จัดโปรโมชั่นที่ดึงดูด ช่วง Double Day การใช้โปรโมชั่นที่น่าสนใจก็ถือว่าเป็นการเรียกลูกค้าเข้ามาในร้านนั้นเอง และเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้เร็วยิ่งขึ้น การเข้าร่วมแคมเปญโปรโมชั่นของแพลตฟอร์มถือเป็นตัวเลือกแรกที่ร้านค้าจะต้องทำเพราะจะได้รับการโปรโมทจากแพลตฟอร์ม เพิ่มการมองเห็นของร้านค้า และทำให้ลูกค้าที่เข้ามาช้อปปิ้งเจอสินค้าของเราได้ง่ายยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างโปรโมชั่นที่ร้านค้าสามารถทำขึ้นมาเพื่อเข้าร่วมดีลพิเศษได้ เช่น Special Bundle Set การจัดเซ็ทสินค้าในราคาพิเศษ ซึ่งร้านค้าสามารถใช้เทคนิคการจัดเซ็ทโดยเลือกสินค้าที่ขายดีจับคู่กับสินค้าที่ขายไม่ค่อยดีคู่กัน เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและจะช่วยลดจำนวนสินค้าค้างสต๊อกได้อีกด้วย หรืออาจจะเป็นการจัดเซ็ทคอลเลคชั่นสินค้าในราคาพิเศษ ก็สามารถทำได้หลากหลาย ทั้งนี้การจัดโปรโมชั่นในลักษณะนี้จะช่วยดึงความสนใจลูกค้าเกิดความรู้สึกคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปมากกว่าซื้อในราคาชิ้นเดี่ยว […]

Big Data คืออะไร ขุมทรัพย์แห่งธุรกิจ E-Commerce & Logistics นำมาปรับใช้ได้อย่างไรบ้าง

         ต่อเนื่องกันกับเทคโนโลยีที่จะสามารถเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจแบบเดิม ๆ ที่เราได้พูดถึงใน Technology & Trends ที่น่าลงทุนสำหรับธุรกิจ logistic ก็ยังมีอีกหลาย ๆ เทคโนโลยีที่ธุรกิจต่าง ๆ เริ่มนำเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจมากขึ้นในปัจจุบันนี้ค่ะ เพื่อที่จะนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาจัดการกับ “Big Data” วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก Big Data ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาของเทคโนโลยีในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีมากมายมหาศาลในปัจจุบัน และความสำคัญของ Big Data ในธุรกิจ E-Commerce และ Logistics กันค่ะ อีกทั้ง Big Data ยังถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Disruption หรือ ที่เรียกว่า Digital Transformation นั่นเองค่ะ  Big Data คืออะไร? Big Data คือข้อมูลตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ทางคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในรูปแบบสัญญาณไฟฟ้า ในด้าน E-Commerce และ Logistics ข้อมูลถูกสร้างขึ้นใหม่อยู่เสมอโดยเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น […]

Fast Dispatch Rate คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรสำหรับผู้ค้าบน TikTok Shop  

ท่ามกลางแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมากมาย TikTok Shop กำลังเป็นที่จับตามองและได้รับความนิยมอย่างมากจากทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ ด้วยจุดเด่นที่เชื่อมโยงการช้อปปิ้งเข้ากับคอนเทนต์วิดีโอสั้นได้อย่างลงตัว แต่การที่จะประสบความสำเร็จบนแพลตฟอร์มนี้ได้นั้น ผู้ขายก็จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการจัดส่งสินค้าที่รวดเร็วและตรงเวลา Fast Dispatch Rate หรือ FDR จึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ TikTok Shop นำมาใช้วัดประสิทธิภาพการจัดส่งสินค้าของร้านค้า ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์พิเศษต่าง ๆ ที่จะช่วยผลักดันให้ร้านค้าเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดอีกด้วย   Fast Dispatch Rate คืออะไร  Fast Dispatch Rate หรือเรียกย่อว่า FDR คือ SLA ตัวชี้วัดประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้าของร้านค้าบน TikTok Shop โดยคำนวณจากสัดส่วนของคำสั่งซื้อที่ร้านค้าสามารถจัดส่งให้กับบริษัทขนส่งได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เทียบกับจำนวนคำสั่งซื้อทั้งหมดในช่วง 30 วันที่ผ่านมา โดย TikTok Shop ได้กำหนดมาตรฐานการจัดส่งที่แตกต่างกันตามช่วงเวลาที่ได้รับคำสั่งซื้อ เพื่อให้ผู้ขายสามารถบริหารจัดการการจัดส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า  วิธีการคำนวณ Fast Dispatch Rate  การคำนวณ Fast Dispatch Rate นั้นไม่ซับซ้อน แต่ผู้ขายจำเป็นต้องเข้าใจหลักเกณฑ์การจัดส่งที่ถือว่า “เร็ว” ตามมาตรฐานของ […]

5 เทคนิคโกยยอดขายให้พุ่ง ช่วง Double Day

Double Day หรือที่หลายคนรู้จักกันดีว่า “วันเลขเบิ้ล” หนึ่งใน Mega Campaign ของแต่ละเดือนที่ใหญ่ที่สุดจะถูกจัดขึ้นในวันเดียวเดือนเดียวกัน เช่น 7.7, 10.10, 12.12 กลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ผู้คนรอคอยมากที่สุดสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์ในแต่ละเดือน ไฮไลท์ของวันนี้คือมหกรรมดีลพิเศษ จัดโดยแพลตฟอร์ม Marketplace อย่างเช่น Lazada, Shopee, และ TikTok ถ้าพูดถึงในฝั่งของผู้ขายแล้วนั้น ช่วงแคมเปญใหญ่แบบนี้แหละจะเป็นช่วงที่ร้านค้าออนไลน์ไม่ควรพลาดที่จะเข้าร่วมแคมเปญการขายต่างๆเพราะเป็นช่วงเวลาทองที่จะช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับร้านค้า สำหรับผู้ซื้อ การรอคอยในช่วงแคมเปญนี้ นั้นไม่ใช่เพียงแค่ดีลพิเศษ แต่ยังเป็นโอกาสที่จะได้สินค้าที่ต้องการในราคาที่คุ้มค่าที่สุด จึงถือว่าเป็นหนึ่งในแคมเปญที่ได้ผลตอบรับที่ดีมาก จากการสำรวจพบว่าหลายร้านค้าและแบรนด์ดังมียอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับวันปกติ ซึ่งบทความนี้จะมาพูดถึงกลยุทธ์ที่จะช่วยร้านออนไลน์มียอดขายที่พุ่ง กำไรที่ปัง ในช่วง double day และถ้าขายดีขึ้นมาแล้วจะทำยังไงให้ยอดขายไม่ตกมาเริ่มที่เทคนิคแรกกันเลยค่ะ 1.จัดโปรโมชั่นที่ดึงดูด ช่วง Double Day การใช้โปรโมชั่นที่น่าสนใจก็ถือว่าเป็นการเรียกลูกค้าเข้ามาในร้านนั้นเอง และเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้เร็วยิ่งขึ้น การเข้าร่วมแคมเปญโปรโมชั่นของแพลตฟอร์มถือเป็นตัวเลือกแรกที่ร้านค้าจะต้องทำเพราะจะได้รับการโปรโมทจากแพลตฟอร์ม เพิ่มการมองเห็นของร้านค้า และทำให้ลูกค้าที่เข้ามาช้อปปิ้งเจอสินค้าของเราได้ง่ายยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างโปรโมชั่นที่ร้านค้าสามารถทำขึ้นมาเพื่อเข้าร่วมดีลพิเศษได้ เช่น Special Bundle Set การจัดเซ็ทสินค้าในราคาพิเศษ ซึ่งร้านค้าสามารถใช้เทคนิคการจัดเซ็ทโดยเลือกสินค้าที่ขายดีจับคู่กับสินค้าที่ขายไม่ค่อยดีคู่กัน เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและจะช่วยลดจำนวนสินค้าค้างสต๊อกได้อีกด้วย หรืออาจจะเป็นการจัดเซ็ทคอลเลคชั่นสินค้าในราคาพิเศษ ก็สามารถทำได้หลากหลาย ทั้งนี้การจัดโปรโมชั่นในลักษณะนี้จะช่วยดึงความสนใจลูกค้าเกิดความรู้สึกคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปมากกว่าซื้อในราคาชิ้นเดี่ยว […]

Big Data คืออะไร ขุมทรัพย์แห่งธุรกิจ E-Commerce & Logistics นำมาปรับใช้ได้อย่างไรบ้าง

         ต่อเนื่องกันกับเทคโนโลยีที่จะสามารถเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจแบบเดิม ๆ ที่เราได้พูดถึงใน Technology & Trends ที่น่าลงทุนสำหรับธุรกิจ logistic ก็ยังมีอีกหลาย ๆ เทคโนโลยีที่ธุรกิจต่าง ๆ เริ่มนำเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจมากขึ้นในปัจจุบันนี้ค่ะ เพื่อที่จะนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาจัดการกับ “Big Data” วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก Big Data ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาของเทคโนโลยีในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีมากมายมหาศาลในปัจจุบัน และความสำคัญของ Big Data ในธุรกิจ E-Commerce และ Logistics กันค่ะ อีกทั้ง Big Data ยังถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Disruption หรือ ที่เรียกว่า Digital Transformation นั่นเองค่ะ  Big Data คืออะไร? Big Data คือข้อมูลตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ทางคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในรูปแบบสัญญาณไฟฟ้า ในด้าน E-Commerce และ Logistics ข้อมูลถูกสร้างขึ้นใหม่อยู่เสมอโดยเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น […]