Knowledge Center

Customer Journey คืออะไร ยิ่งอยากขายยิ่งต้องเข้าใจลูกค้าให้มากขึ้น

Customer Journey คืออะไร?

“Customer Journey คืออะไร”ในยุคที่ธุรกิจออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว การเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไรเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของการขาย การเดินทางของลูกค้า (Customer Journey) ไม่ใช่แค่เส้นทางที่ลูกค้าซื้อสินค้า แต่เป็นกระบวนการที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่การรับรู้สินค้าไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ บทความนี้เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจลูกค้าให้มากยิ่งขึ้นเพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าแบบเจาะลึกแล้วมันยังส่งผลกับการเติบโตธุรกิจของคุณได้ในระยะยาวอีกด้วย

Customer Journey คืออะไร?

ในส่วนนี้จะหมายถึง “เส้นทางการเดินทางของลูกค้า” เป็นกระบวนการที่ลูกค้าเริ่มต้นรู้จักธุรกิจของคุณ จนถึงการกลายเป็นลูกค้าประจำหรือผู้สนับสนุนแบรนด์ ในแต่ละธุรกิจอาจจะมี Customer Journey ที่ไม่เหมือนกันซึ่งจะแบ่งเป็น 2 แบบนั้นก็คือ Customer Journey แบบ Push และ Customer Journey แบบ Pull

แบบที่ 1 Customer Journey (Push)

การที่แบรนด์ผลักดันข้อมูลหรือสินค้าสู่กลุ่มลูกค้าโดยไม่รอให้ลูกค้าเริ่มสนใจก่อนโดยจะแบ่งเป็น 5 ขั้นตอนดังนี้

customer journey push

1. Awareness (การรับรู้)

ในขั้นตอนนี้แบรนด์จะส่งข้อมูลเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักแบรนด์หรือสินค้าแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่มีความสนใจในสินค้าโดยตรงผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น

  • การยิงโฆษณาผ่าน Facebook Ads, Instagram Ads, หรือ Google Display Ads ที่แสดงข้อความ เช่น
    “ลด 50% เฉพาะวันนี้! รีบคลิกด่วน!” พร้อมรูปภาพสินค้าที่ดึงดูดความสนใจ
  • การแจกใบปลิวโปรโมชันในงานแสดงสินค้า
  • การส่ง SMS หรือ Push Notification ไปยังกลุ่มลูกค้าเก่า

2. Consideration (การพิจารณา)

ในขั้นตอนนี้ ลูกค้าที่เห็นโฆษณาเริ่มสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเปรียบเทียบสินค้า ทางแบรนด์จะต้องเสริมข้อมูลเพื่อให้ลูกค้าได้พิจารณาและรู้จักแบรนด์ได้ง่ายขึ้น

  • การส่งอีเมลแนะนำสินค้าพร้อมลิงก์ไปยังหน้าเว็บไซต์ที่มีข้อมูลสินค้า
  • การโฆษณา Retargeting เช่น โชว์โฆษณาสินค้าที่ลูกค้าเคยดูซ้ำบน Facebook หรือ Google
  • การจัดแคมเปญ Live Streaming บน TikTok พร้อมตอบคำถามลูกค้าแบบเรียลไทม์
ซื้อสินค้าออนไลน์

3. Purchase (การซื้อ)

กระตุ้นการตัดสินใจในทันที โดยการสร้างแรงจูงใจ เช่น โปรโมชันพิเศษ หรือความเร่งด่วนยกตัวอย่างเช่น

  • การส่งคูปองส่วนลด 10% ไปยังกลุ่มลูกค้าที่เพิ่มสินค้าลงตะกร้า แต่ยังไม่ได้ชำระเงิน
  • การใช้ข้อความโฆษณาที่สร้าง FOMO (Fear of Missing Out) เช่น “สินค้าเหลือเพียง 5 ชิ้น! สั่งซื้อตอนนี้เลย”
  • การแสดงโฆษณา Flash Sale บนหน้าจอมือถือของกลุ่มเป้าหมาย

4. Retention (การรักษาลูกค้า)

ในขั้นตอนนี้มุ่งเน้นการทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ หรือสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวผ่านการสื่อสารอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น

  • การส่งอีเมลขอบคุณหลังการซื้อ พร้อมคูปองส่วนลดสำหรับการซื้อครั้งถัดไป
  • การส่งข้อความแจ้งเตือนเกี่ยวกับสินค้าที่ลูกค้าชื่นชอบกำลังมีโปรโมชัน
  • การมอบสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก เช่น “ลูกค้า VIP รับฟรีค่าส่ง!”

5. Advocacy (การเป็นผู้สนับสนุนแบรนด์)

ขั้นตอนนี้มุ่งเน้นการกระตุ้นให้ลูกค้าช่วยโปรโมตแบรนด์ต่อ เช่น การรีวิว หรือแนะนำเพื่อน

  • การส่งข้อความเชิญชวนลูกค้าให้เขียนรีวิวสินค้า พร้อมมอบรางวัลหรือส่วนลดพิเศษ
  • การจัด Referral Program เช่น “แนะนำเพื่อน รับส่วนลด 20% ทั้งคุณและเพื่อน”
  • การส่งข้อความขอบคุณลูกค้าประจำ พร้อมแนะนำสินค้าใหม่
customer journey push

กลยุทธ์แบบ Push ใน Customer Journey มีบทบาทสำคัญในการผลักดันข้อมูลและสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าทำตามเส้นทางที่แบรนด์ต้องการ ตั้งแต่การรับรู้จนถึงการสนับสนุนแบรนด์ การเลือกใช้ Push Strategy ให้เหมาะสมกับแต่ละขั้นตอนจะช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขายและสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แบบที่ 2 Customer Journey (Pull)

การดึงดูดลูกค้าให้เข้าหาแบรนด์เอง ผ่านการสร้างความน่าสนใจหรือมอบคุณค่า เช่น การทำ SEO, Content Marketing, และการสร้างชุมชนออนไลน์ ลูกค้าจะเริ่มค้นหาแบรนด์หรือสินค้าเองเมื่อพวกเขาต้องการ และแบรนด์มีบทบาทในการตอบสนองความต้องการอย่างเหมาะสม ซึ่งจะแบ่งเป็น 5 ขั้นตอนด้วยเช่นกันดังนี้

ลูกค้าสนใจแบรนด์เอง customer journey pull strategy


1. Awareness (การรับรู้)

ลูกค้าเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาหรือความต้องการของตนเอง และแบรนด์สามารถดึงดูดพวกเขาผ่านเนื้อหาที่ตอบโจทย์

  • การเขียนบทความ SEO เช่น “5 วิธีเลือกอุปกรณ์ออกกำลังกายสำหรับมือใหม่”
  • การสร้างคลิปวิดีโอแนะนำสินค้าบน YouTube
  • การใช้ Google Ads ด้วยคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่าง : ลูกค้าที่สนใจอยากเปิดร้านอาหาร ค้นหา “วิธีเลือกอุปกรณ์ครัว” ใน Google และพบเว็บไซต์ของคุณที่นำเสนอข้อมูลพร้อมขายอุปกรณ์ครบชุด

2. Consideration (การพิจารณา)

ลูกค้าเริ่มเปรียบเทียบตัวเลือก เช่น สินค้า ราคา ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ หรือประสบการณ์ที่ผู้อื่นมีต่อแบรนด์

  • การเขียนบทความรีวิวสินค้า เช่น “รีวิวเปรียบเทียบกล้องถ่ายภาพ 3 รุ่นยอดนิยม”
  • การสร้างหน้าเว็บไซต์ที่อธิบายคุณสมบัติสินค้าอย่างละเอียด
  • การแสดงรีวิวจากลูกค้าจริง

ตัวอย่าง : ลูกค้าที่สนใจกล้องถ่ายภาพ อ่านรีวิวในเว็บไซต์ของคุณและเห็นว่าร้านค้าของคุณมีสินค้ารุ่นที่ตอบโจทย์พร้อมราคาที่เหมาะสม

3. Purchase (การซื้อ)

ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าหรือบริการจากแบรนด์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของเขา

  • การนำเสนอโปรโมชันพิเศษในหน้าเว็บไซต์ เช่น “จัดส่งฟรีเมื่อซื้อครบ 1,000 บาท”
  • การสร้างระบบชำระเงินออนไลน์ที่ง่ายและปลอดภัย
  • การใช้ Chatbot ช่วยตอบคำถามลูกค้าในระหว่างการตัดสินใจซื้อ

ตัวอย่าง : ลูกค้าเพิ่มสินค้าลงตะกร้าและสั่งซื้อหลังจากได้รับโค้ดส่วนลดพิเศษที่แสดงบนเว็บไซต์

การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า

4.Retention (การรักษาลูกค้า)

ในขั้นตอนนี้มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว เช่น การส่งเนื้อหาที่มีคุณค่าหรือข้อมูลที่น่าสนใจเพื่อให้ลูกค้ากลับมา

  • การส่งอีเมล Newsletter ที่ให้ข้อมูลสินค้าใหม่หรือเคล็ดลับการใช้งาน
  • การทำ Blog Post เพื่อแชร์ไอเดียการใช้งานสินค้าที่หลากหลาย
  • การสร้างชุมชนออนไลน์ เช่น Facebook Group สำหรับลูกค้า

ตัวอย่าง : ลูกค้าที่ซื้ออุปกรณ์ครัวจากร้านคุณ ได้รับอีเมลที่แนะนำสูตรอาหารใหม่ๆ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ และตัดสินใจกลับมาซื้ออีก

5. Advocacy (การสนับสนุนแบรนด์)

ลูกค้ากลายเป็นผู้สนับสนุนแบรนด์ โดยแชร์ประสบการณ์ดีๆ หรือแนะนำแบรนด์ให้คนอื่น

  • การสร้าง Referral Program เช่น “แนะนำเพื่อน รับส่วนลด 20%”
  • การกระตุ้นให้ลูกค้าเขียนรีวิวสินค้าในเว็บไซต์หรือ Social Media
  • การสร้างพื้นที่สำหรับแชร์ไอเดียหรือผลงานของลูกค้า เช่น แกลเลอรีในเว็บไซต์

ตัวอย่าง : ลูกค้าถ่ายรูปอุปกรณ์ครัวที่ซื้อมาพร้อมสูตรอาหาร และโพสต์ลง Instagram พร้อมแท็กแบรนด์ของคุณ

ลูกค้าประทับใจ

ดังนั้นกลยุทธ์แบบ Pull เน้นการให้ลูกค้าเข้าหาแบรนด์ด้วยตัวเอง ดังนั้นการสร้างเนื้อหาและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์จะช่วยเสริมให้ Journey ของลูกค้าเป็นไปอย่างราบรื่น

ตารางเปรียบเทียบ Customer Journey แบบ Push และ Pull

customer journey

อย่างไรก็ตามการเลือกใช้กลยุทธ์ Customer Journey แบบ Push และ Pull ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของธุรกิจและพฤติกรรมของลูกค้า หากต้องการกระตุ้นการซื้อในทันที ควรใช้ Push เช่น การโฆษณาและโปรโมชันเชิงรุก แต่หากต้องการสร้างความไว้วางใจและดึงดูดลูกค้าในระยะยาว ควรใช้ Pull เช่น การทำ SEO หรือ Content Marketing การผสมผสานทั้งสองกลยุทธ์อย่างเหมาะสมจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีและเพิ่มโอกาสปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

คลังสินค้าออนไลน์ MyCloud Fulfillment  ขายออนไลน์

หากคุณต้องการให้ Customer Journey ของธุรกิจออนไลน์เป็นไปอย่างราบรื่น MyCloud Fulfillment พร้อมช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตแบบไม่มีสะดุด ด้วยบริการคลังสินค้าออนไลน์ครบวงจรที่ช่วยจัดการระบบหลังบ้านได้อย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตสต็อกแบบเรียลไทม์และดึงออเดอร์ทุก 5 นาที รองรับการขายได้ลื่นไหล พร้อมคลังสินค้าขนาดใหญ่กว่า 12,000 ตร.ม. เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง จัดการคำสั่งซื้อและจัดส่งอย่างรวดเร็ว สร้างความประทับใจและกระตุ้นการกลับมาซื้อซ้ำ ให้ MyCloud ช่วยเสริมเส้นทาง Customer Journey ของคุณให้มั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน!

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

CRM คืออะไร ช่วยรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างไรบ้าง

ขายของยุคนี้ ไม่ใช่แค่ซื้อมาแล้วขายไป เพราะการขายสินค้าไปได้ครั้งเดียว แล้วต้องหาลูกค้าใหม่เรื่อย ๆ อยู่ตลอด มันเหนื่อยเกินไปครับ และอาจได้ไม่คุ้มเสียอีกด้วย เพราะจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น เพื่อใช้ในการดึงดูดลูกค้าใหม่ เพราะงั้นสิ่งที่สำคัญในการตลาดยุคใหม่จึงเน้นใส่ใจประสบการณ์ของผู้บริโภคเป็นหลัก และหันมาทำ CRM เพื่อที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ให้ผู้ซื้อเกิดความประทับใจจนนำไปสู่การซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง และรักษาฐานลูกค้า เพื่อให้มีการบอกต่อหรือแนะนำคนใกล้ตัวของเขาให้มาซื้อสินค้าหรือใช้บริการเราได้ในอนาคตครับ CRM คืออะไร ? Customer Relationship Management (CRM) คือการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งหมายถึงวิธีการที่เราจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มยอดขายและ เก็บข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้าเพื่อรักษาและขยายฐานลูกค้าในระยะยาว การทำ CRM จะช่วยสร้างทัศนคติที่ดีให้กับลูกค้า ให้มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ ต่อสินค้าหรือบริการ   ประเภทของ CRM มีอะไรบ้าง หลังจากที่ทำความรู้จักกันไปแล้วว่า CRM คืออะไร มาดูกันดีกว่าครับว่า CRM หรือการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า มีกี่ประเภท อะไรบ้าง   Operational CRM บริหารจัดการ Operational CRM คือระบบที่ช่วยจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า เช่น ข้อมูลการติดต่อกับลูกค้า ข้อมูลการบริการ ใบเสนอราคา หรือข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้า […]

Content Marketing มาแรง 2025 ที่เจ้าของแบรนด์ต้องรู้ไว้!

ในยุคที่เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เจ้าของแบรนด์และนักการตลาดจำเป็นต้องก้าวตามให้ทันเทรนด์ใหม่ ๆ เพื่อไม่ให้ธุรกิจหลุดออกจากสายตาของผู้บริโภค โดยในปี 2025 Content Marketing จะไม่ใช่แค่การสร้างเนื้อหาเพื่อตอบโจทย์ แต่จะต้องผสานกับประสบการณ์ที่น่าจดจำ สร้างความผูกพัน และเสริมความไว้วางใจให้กับแบรนด์อย่างยั่งยืน อย่าปล่อยให้แบรนด์ของคุณหลุดออกจากเกม! บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเทรนด์ Content แห่งอนาคตที่คุณต้องรู้ พร้อมไอเดียเด็ด ๆ ที่จะเปลี่ยนการตลาดให้ทรงพลัง จับใจ และพาธุรกิจคุณไปสู่ความสำเร็จในปี 2025 อย่างแท้จริง Content Marketing คืออะไร? Content marketing คือการใช้คอนเทนต์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ผ่านการให้ข้อมูลที่มีคุณค่าและตรงความต้องการของลูกค้า การทำคอนเทนต์ที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยสร้างการรับรู้ (Brand Awareness) แต่ยังสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ในปี 2025 คอนเทนต์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของเทรนการขายออนไลน์ แต่รูปแบบและวิธีการสื่อสารจะเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความรวดเร็วและความเฉพาะตัวและนี่คือ 5 เทรนด์รูปแบบคอนเทนต์ ที่ MyCloud ได้รวบรวมมาให้ดังนี้ค่ะ 1. Content Marketing การเล่าเรื่องแบบ Humanized Storytelling ในปี 2025 การเล่าเรื่องที่สะท้อนความเป็นมนุษย์และเข้าถึงผู้บริโภคในระดับอารมณ์จะกลายเป็นหัวใจของการตลาด คอนเทนต์ไม่ได้แค่บอกว่าผลิตภัณฑ์ดีอย่างไร แต่ยังต้องเล่าถึงเบื้องหลัง แรงบันดาลใจ […]

สงกรานต์ 2568 เจาะลึกอินไซต์นักช้อปช่วงวันหยุดยาว

เทศกาลสงกรานต์… นอกจากจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข สนุกสนาน และการกลับบ้านไปหาครอบครัวแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาทองของธุรกิจออนไลน์อีกด้วย! สงกรานต์ 2568 นี้ คาดการณ์ได้เลยว่าบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่หลายคนอาจจะอั้นมานานจากสถานการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา วันหยุดยาวที่มาพร้อมกับบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง ทำให้ผู้บริโภคมีเวลาและอารมณ์ในการช้อปปิ้งมากขึ้น แต่พฤติกรรมนักช้อปในยุคดิจิทัลก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อคว้าโอกาสทองนี้ไว้ให้ได้ ซึ่งในบทความนี้ MyCloud เราได้รวบรวมอินไซต์พฤติกรรมนักช้อปที่มีแนวโน้มในการซื้อสินค้าในช่วงนี้และข้อจำกัดการขายที่ร้านค้าออนไลน์ต้องระวัง พร้อมทั้งการเตรียมตัวให้ขายดีมาให้ได้อ่านกันค่ะ สินค้าอะไรขายดีช่วง สงกรานต์ ในยุคที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน พฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ในช่วงสงกรานต์ก็ย่อมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นักช้อปส่วนใหญ่มักจะเริ่มวางแผนการซื้อล่วงหน้า โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทศกาล เช่น เสื้อลายดอกสีสันสดใส, ชุดไทยประยุกต์, อุปกรณ์เล่นน้ำ, หรือแม้แต่ของขวัญของฝากสำหรับญาติผู้ใหญ่ นอกจากนี้ นักช้อปออนไลน์ในช่วงสงกรานต์มักจะมองหาความคุ้มค่าเป็นพิเศษ โปรโมชั่นและส่วนลดต่างๆ จึงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเป็นอย่างมาก การเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อก็เป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อย รวมถึงการอ่านรีวิวจากผู้ซื้อรายอื่นเพื่อประกอบการตัดสินใจ ปัจจัยอะไรที่ทำให้คนซื้อสินค้าช่วง สงกรานต์ เตรียมตัวอย่างไรให้ขายดีช่วงวันหยุด สงกรานต์ 2568 ? ข้อจำกัดสำคัญที่ต้องระวัง ! การใช้ฟีเจอร์โหมดพักร้อน Marketplace แม้ว่าการเปิดใช้ ‘ฟีเจอร์โหมดพักร้อน’ สำหรับช่องทางการขายทาง Marketplace ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะดูเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการหยุดพักผ่อนหรือจัดการเรื่องส่วนตัว แต่ร้านค้าก็ควรคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจนี้อย่างรอบด้าน เพราะการเปิดโหมดพักร้อนนั้นจะส่งผลให้ร้านค้าถูกซ่อนจากผลการค้นหาของลูกค้าบนแพลตฟอร์มต่างๆ อย่างสิ้นเชิง […]

CRM คืออะไร ช่วยรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างไรบ้าง

ขายของยุคนี้ ไม่ใช่แค่ซื้อมาแล้วขายไป เพราะการขายสินค้าไปได้ครั้งเดียว แล้วต้องหาลูกค้าใหม่เรื่อย ๆ อยู่ตลอด มันเหนื่อยเกินไปครับ และอาจได้ไม่คุ้มเสียอีกด้วย เพราะจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น เพื่อใช้ในการดึงดูดลูกค้าใหม่ เพราะงั้นสิ่งที่สำคัญในการตลาดยุคใหม่จึงเน้นใส่ใจประสบการณ์ของผู้บริโภคเป็นหลัก และหันมาทำ CRM เพื่อที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ให้ผู้ซื้อเกิดความประทับใจจนนำไปสู่การซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง และรักษาฐานลูกค้า เพื่อให้มีการบอกต่อหรือแนะนำคนใกล้ตัวของเขาให้มาซื้อสินค้าหรือใช้บริการเราได้ในอนาคตครับ CRM คืออะไร ? Customer Relationship Management (CRM) คือการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งหมายถึงวิธีการที่เราจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มยอดขายและ เก็บข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้าเพื่อรักษาและขยายฐานลูกค้าในระยะยาว การทำ CRM จะช่วยสร้างทัศนคติที่ดีให้กับลูกค้า ให้มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ ต่อสินค้าหรือบริการ   ประเภทของ CRM มีอะไรบ้าง หลังจากที่ทำความรู้จักกันไปแล้วว่า CRM คืออะไร มาดูกันดีกว่าครับว่า CRM หรือการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า มีกี่ประเภท อะไรบ้าง   Operational CRM บริหารจัดการ Operational CRM คือระบบที่ช่วยจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า เช่น ข้อมูลการติดต่อกับลูกค้า ข้อมูลการบริการ ใบเสนอราคา หรือข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้า […]

Content Marketing มาแรง 2025 ที่เจ้าของแบรนด์ต้องรู้ไว้!

ในยุคที่เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เจ้าของแบรนด์และนักการตลาดจำเป็นต้องก้าวตามให้ทันเทรนด์ใหม่ ๆ เพื่อไม่ให้ธุรกิจหลุดออกจากสายตาของผู้บริโภค โดยในปี 2025 Content Marketing จะไม่ใช่แค่การสร้างเนื้อหาเพื่อตอบโจทย์ แต่จะต้องผสานกับประสบการณ์ที่น่าจดจำ สร้างความผูกพัน และเสริมความไว้วางใจให้กับแบรนด์อย่างยั่งยืน อย่าปล่อยให้แบรนด์ของคุณหลุดออกจากเกม! บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเทรนด์ Content แห่งอนาคตที่คุณต้องรู้ พร้อมไอเดียเด็ด ๆ ที่จะเปลี่ยนการตลาดให้ทรงพลัง จับใจ และพาธุรกิจคุณไปสู่ความสำเร็จในปี 2025 อย่างแท้จริง Content Marketing คืออะไร? Content marketing คือการใช้คอนเทนต์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ผ่านการให้ข้อมูลที่มีคุณค่าและตรงความต้องการของลูกค้า การทำคอนเทนต์ที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยสร้างการรับรู้ (Brand Awareness) แต่ยังสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ในปี 2025 คอนเทนต์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของเทรนการขายออนไลน์ แต่รูปแบบและวิธีการสื่อสารจะเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความรวดเร็วและความเฉพาะตัวและนี่คือ 5 เทรนด์รูปแบบคอนเทนต์ ที่ MyCloud ได้รวบรวมมาให้ดังนี้ค่ะ 1. Content Marketing การเล่าเรื่องแบบ Humanized Storytelling ในปี 2025 การเล่าเรื่องที่สะท้อนความเป็นมนุษย์และเข้าถึงผู้บริโภคในระดับอารมณ์จะกลายเป็นหัวใจของการตลาด คอนเทนต์ไม่ได้แค่บอกว่าผลิตภัณฑ์ดีอย่างไร แต่ยังต้องเล่าถึงเบื้องหลัง แรงบันดาลใจ […]

สงกรานต์ 2568 เจาะลึกอินไซต์นักช้อปช่วงวันหยุดยาว

เทศกาลสงกรานต์… นอกจากจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข สนุกสนาน และการกลับบ้านไปหาครอบครัวแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาทองของธุรกิจออนไลน์อีกด้วย! สงกรานต์ 2568 นี้ คาดการณ์ได้เลยว่าบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่หลายคนอาจจะอั้นมานานจากสถานการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา วันหยุดยาวที่มาพร้อมกับบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง ทำให้ผู้บริโภคมีเวลาและอารมณ์ในการช้อปปิ้งมากขึ้น แต่พฤติกรรมนักช้อปในยุคดิจิทัลก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อคว้าโอกาสทองนี้ไว้ให้ได้ ซึ่งในบทความนี้ MyCloud เราได้รวบรวมอินไซต์พฤติกรรมนักช้อปที่มีแนวโน้มในการซื้อสินค้าในช่วงนี้และข้อจำกัดการขายที่ร้านค้าออนไลน์ต้องระวัง พร้อมทั้งการเตรียมตัวให้ขายดีมาให้ได้อ่านกันค่ะ สินค้าอะไรขายดีช่วง สงกรานต์ ในยุคที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน พฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ในช่วงสงกรานต์ก็ย่อมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นักช้อปส่วนใหญ่มักจะเริ่มวางแผนการซื้อล่วงหน้า โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทศกาล เช่น เสื้อลายดอกสีสันสดใส, ชุดไทยประยุกต์, อุปกรณ์เล่นน้ำ, หรือแม้แต่ของขวัญของฝากสำหรับญาติผู้ใหญ่ นอกจากนี้ นักช้อปออนไลน์ในช่วงสงกรานต์มักจะมองหาความคุ้มค่าเป็นพิเศษ โปรโมชั่นและส่วนลดต่างๆ จึงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเป็นอย่างมาก การเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อก็เป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อย รวมถึงการอ่านรีวิวจากผู้ซื้อรายอื่นเพื่อประกอบการตัดสินใจ ปัจจัยอะไรที่ทำให้คนซื้อสินค้าช่วง สงกรานต์ เตรียมตัวอย่างไรให้ขายดีช่วงวันหยุด สงกรานต์ 2568 ? ข้อจำกัดสำคัญที่ต้องระวัง ! การใช้ฟีเจอร์โหมดพักร้อน Marketplace แม้ว่าการเปิดใช้ ‘ฟีเจอร์โหมดพักร้อน’ สำหรับช่องทางการขายทาง Marketplace ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะดูเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการหยุดพักผ่อนหรือจัดการเรื่องส่วนตัว แต่ร้านค้าก็ควรคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจนี้อย่างรอบด้าน เพราะการเปิดโหมดพักร้อนนั้นจะส่งผลให้ร้านค้าถูกซ่อนจากผลการค้นหาของลูกค้าบนแพลตฟอร์มต่างๆ อย่างสิ้นเชิง […]