Knowledge Center

รักษาฐานลูกค้าเก่าอย่างไร ให้อยู่กับเรานานๆ ?

ภาพประกอบบทความ รักษาฐานลูกค้าเก่าอย่างไร ให้อยู่กับเรานานๆ ?

รักษาฐานลูกค้าเก่าอย่างไร ให้อยู่กับเรานานๆ ?

เค้าว่ากันว่า… หาลูกค้าใหม่ว่ายากแล้ว แต่การรักษาลูกค้าเก่าให้อยู่กับเรานานๆ ยากยิ่งกว่า!!

ถึงแม้คุณจะหาลูกค้าใหม่ได้มากมายขนาดไหน แต่ถ้ารักษาลูกค้าไม่เป็น ธุรกิจก็อาจจะพังได้นะครับ

เพราะมีผลวิจัยจาก Harvard Business School พบว่า การเพิ่มขึ้นของอัตราการรักษาลูกค้าเก่า 5% จะเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจถึง 25-95% เลยทีเดียว

เห็นถึงความสำคัญและพลังของลูกค้าเก่ากันแล้วใช่ไหมครับ? แล้วแบบนี้เราจะไม่หาวิธีมัดใจกลุ่มคนเหล่านี้หน่อยหรอ?? วันนี้แอดเลยขอนำเทคนิคเด็ดๆ มาฝากทุกคนครับ เพื่อนๆ สามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจได้เลย 😉

1.คุณภาพดีเหมือนเดิม

รักษาคุณภาพสินค้าและบริการของคุณ ให้เหมือนเกลือที่รักษาความเค็ม ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่คุณภาพต้องดีเสมอต้นเสมอปลาย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากครับ ถ้าลูกค้าเจออะไรที่มันผิดไปจากเดิมนิดหนึ่ง เขาก็อาจจะไปหาแบรนด์ใหม่ที่ดีกว่าก็ได้

2.ใส่ใจลูกค้าสม่ำเสมอ

อย่าเป็นร้านค้าที่ซื้อขายกันเสร็จแล้วก็จบไป อย่าเป็นร้านค้าที่เอาแต่จะขายของ อย่าเป็นร้านค้าที่หวังแต่ผลกำไรอย่างเดียว แต่จงเอาใจใส่ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ คอยติดตามสอบถาม Feedback จากลูกค้าด้วย

รับฟังทุกเสียงคำติชม ทั้งดีและไม่ดี แล้วนำไปปรับปรุง

3.มอบสิทธิพิเศษเหนือใคร

ใครๆ ก็อยากเป็นคนสำคัญ ใครๆ ก็อยากได้สิทธิพิเศษกันทั้งนั้น! เวลาที่คุณคิดจะจัดโปร อย่าลืมนึกถึงลูกค้าเก่าๆ ด้วยการมอบสิทธิพิเศษ เช่น ส่วนลดหรือโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อให้เขารู้สึกประทับใจ ให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นคนพิเศษ อาจจะเป็น ให้ส่งรูปรีวิวมาเพื่อรับส่วนลด 10% หรือสะสมคะแนนออนไลน์เพื่อแลกรับของรางวัล หรือเวลาออกคอลเลคชั่นใหม่ ก็แจ้งลูกค้าเก่าก่อน บอกเลย เทคนิคนี้มัดใจลูกค้าได้ทุกรายแน่นอน!

หากต้องการผู้ช่วยในการจัดการออเดอร์สินค้าแบบมืออาชีพ

MyCloudFulfillment ให้บริการคลังสินค้าออนไลน์แบบครบวงจร

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ www.mycloudfulfillment.com

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร: 092-472-7742, 02-138-9920

อีเมล: [email protected]

line: @mycloudgroup

MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก

บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การรักษาฐานลูกค้าเก่า

เพราะผลวิจัยจาก Harvard Business School พบว่าการเพิ่มขึ้นของอัตราการรักษาลูกค้าเก่าเพียง 5% สามารถเพิ่มผลกำไรให้ธุรกิจได้ถึง 25-95% ทำให้การมัดใจลูกค้าเดิมเป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่าและยั่งยืนกว่า

มี 3 เทคนิคหลัก ได้แก่ 1) รักษาคุณภาพสินค้าและบริการให้เสมอต้นเสมอปลาย 2) ใส่ใจลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่ตอนขายของ และ 3) มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าเก่ารู้สึกเป็นคนสำคัญ

เพราะหากลูกค้าเจอสินค้าหรือบริการที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจตัดสินใจเปลี่ยนไปซื้อจากแบรนด์อื่นที่ดีกว่าได้ทันที คุณภาพที่สม่ำเสมอจึงเป็นรากฐานสำคัญของความไว้วางใจ

ควรติดตามสอบถาม Feedback จากลูกค้าอยู่เสมอ รับฟังทุกคำติชมทั้งด้านดีและไม่ดี แล้วนำไปปรับปรุงสินค้าและบริการ ไม่ควรเป็นร้านค้าที่ขายเสร็จแล้วจบไป หรือหวังแต่ผลกำไรอย่างเดียว

สามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น มอบส่วนลดพิเศษเมื่อส่งรูปรีวิว สะสมคะแนนออนไลน์เพื่อแลกรับของรางวัล หรือแจ้งคอลเลคชั่นใหม่ให้ลูกค้าเก่าทราบก่อนใคร เพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพิเศษ

MyCloudFulfillment ให้บริการคลังสินค้าออนไลน์แบบครบวงจร เก็บ แพ็ค ส่งอย่างแม่นยำและตรงเวลา ช่วยรักษาคุณภาพประสบการณ์ของลูกค้าให้สม่ำเสมอทุกครั้งที่สั่งซื้อ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาฐานลูกค้าเก่าในระยะยาว

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

ของแถม มัดใจลูกค้า กลยุทธ์เพิ่มยอดขายร้านค้าออนไลน์

โอกาสในการดึงดูดลูกค้ามีมากมาย แต่หนึ่งในกลยุทธ์ที่ผู้ขายออนไลน์ไม่ควรมองข้าม คือ ของแถม เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งแล้ว ยังเป็นวิธีที่ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและความใส่ใจจากร้านค้าอีกด้วย ผู้บริโภคในปัจจุบันมีตัวเลือกมากมายและมักเปรียบเทียบสินค้าหรือบริการจากหลายร้านก่อนตัดสินใจซื้อ ดังนั้น ร้านค้าที่ต้องการดึงดูดและรักษาลูกค้าไว้ จำเป็นต้องมีจุดขายที่โดดเด่น การให้ของแถมที่เหมาะสมหรือมีมูลค่าจะช่วยสร้างความประทับใจให้ลูกค้า เพิ่มโอกาสในการกลับมาซื้อซ้ำ และอาจทำให้ลูกค้าแนะนำร้านค้าของคุณต่อไปยังผู้อื่น นอกจากนี้ การให้ของแถมยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์และกระตุ้นยอดขายในระยะยาว ทำไม “ของแถม” ถึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มยอดขาย? 1. ของแถมจะช่วยสร้างความประทับใจแรก เมื่อลูกค้าได้รับของแถมที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าทดลอง ขนาดพกพา หรือของพรีเมียม ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกดีต่อแบรนด์ของคุณตั้งแต่ครั้งแรกที่ซื้อ ลูกค้าจะมองว่าแบรนด์ใส่ใจและให้ความสำคัญกับพวกเขา ซึ่งความประทับใจแรกนี้สามารถส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อในอนาคต และเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำ 2. กระตุ้นการตัดสินใจซื้อด้วยของแถม ของแถมเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ช่วยลดความลังเลของลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพราะการได้รับของแถมทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าพวกเขาได้กำไรจากการซื้อสินค้า เป็นการเพิ่มมูลค่าโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เมื่อเทียบกับการซื้อสินค้าธรรมดาที่ไม่มีของแถม ลูกค้ามักจะเลือกตัวเลือกที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ตัดสินใจซื้อสินค้าได้เร็วขึ้น 3. เพิ่มมูลค่าของสินค้าด้วยของแถมที่ดึงดูด เมื่อสินค้าที่ลูกค้าซื้อมาพร้อมของแถมที่มีมูลค่าหรือใช้งานได้จริง จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าการใช้จ่ายของตนเองเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เช่น การซื้อครีมบำรุงผิวแล้วได้ผลิตภัณฑ์ขนาดทดลองเพิ่ม หรือซื้อสินค้าครบจำนวนหนึ่งแล้วได้รับของแถมพิเศษ สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และอาจส่งผลให้พวกเขากลายเป็นลูกค้าประจำของแบรนด์ 4. สินค้าของแถมจะช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การให้ของแถมสามารถเป็นจุดเด่นที่ทำให้แบรนด์ของคุณแตกต่างจากคู่แข่ง เมื่อลูกค้าต้องเลือกซื้อสินค้าประเภทเดียวกันจากหลายร้าน หากร้านหนึ่งมีของแถมที่น่าสนใจและมีมูลค่า ย่อมเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะเลือกซื้อสินค้าจากร้านนั้น นอกจากนี้ ของแถมยังสามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ […]

การทำธุรกิจแบบ B2C B2B และ B2B2C ต่างกันยังไง?

ปัจจุบันนี้ธุรกิจส่วนใหญ่นั้นมักจะเจาะกลุ่มตลาดออนไลน์ และให้ความสำคัญกับธุรกิจ E-commerce มากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบในการทำธุรกิจ จากเดิมที่มักจะเห็นธุรกิจแบบ B2C จนชินตา เปลี่ยนมาเป็น ธุรกิจแบบ B2B และ B2B2C เรามาทำความรู้จักธุรกิจทั้งสามแบบ ว่าคืออะไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ? กันดีกว่าครับ   B2B คืออะไร B2B หรือ Business-to-Business คือการทำการค้าระหว่างธุรกิจทำกับธุรกิจด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อ ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุดิบ การผลิตสินค้า หรือการบริการ เพื่อประโยชน์หรือการพัฒนาธุจกิจขององค์กร โดยไม่ใช่การนำไปเพื่ออุปโภคหรือบริโภคเอง เช่น การซื้อผ้ามาเพื่อผลิตเสื้อ ธุรกิจ B2B ที่พบเห็นกันได้บ่อย ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นธุรกิจด้านขนส่งอย่าง DHL เป็นต้น ซึ่ง B2B ก็คล้ายกับ B2C ที่ขยายจากตลาดออฟไลน์มาสู่ตลาดออนไลน์ แต่ต่างกันตรงที่ การทำงานจะเปลี่ยนจาก ระหว่างลูกค้าและเจ้าของธุรกิจ มาเป็น เจ้าของธุรกิจและเจ้าของธุรกิจ โดยการนำระบบออนไลน์นั้นมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจทั้งสองรูปแบบ แต่ธุรกิจแบบ B2B สามารถต่อยอดไปได้ไกลยิ่งขึ้นผ่านระบบ […]

Customer Journey คืออะไร ยิ่งอยากขายยิ่งต้องเข้าใจลูกค้าให้มากขึ้น

“Customer Journey คืออะไร”ในยุคที่ธุรกิจออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว การเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไรเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของการขาย การเดินทางของลูกค้า (Customer Journey) ไม่ใช่แค่เส้นทางที่ลูกค้าซื้อสินค้า แต่เป็นกระบวนการที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่การรับรู้สินค้าไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ บทความนี้เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจลูกค้าให้มากยิ่งขึ้นเพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าแบบเจาะลึกแล้วมันยังส่งผลกับการเติบโตธุรกิจของคุณได้ในระยะยาวอีกด้วย Customer Journey คืออะไร? ในส่วนนี้จะหมายถึง “เส้นทางการเดินทางของลูกค้า” เป็นกระบวนการที่ลูกค้าเริ่มต้นรู้จักธุรกิจของคุณ จนถึงการกลายเป็นลูกค้าประจำหรือผู้สนับสนุนแบรนด์ ในแต่ละธุรกิจอาจจะมี Customer Journey ที่ไม่เหมือนกันซึ่งจะแบ่งเป็น 2 แบบนั้นก็คือ Customer Journey แบบ Push และ Customer Journey แบบ Pull แบบที่ 1 Customer Journey (Push) การที่แบรนด์ผลักดันข้อมูลหรือสินค้าสู่กลุ่มลูกค้าโดยไม่รอให้ลูกค้าเริ่มสนใจก่อนโดยจะแบ่งเป็น 5 ขั้นตอนดังนี้ 1. Awareness (การรับรู้) ในขั้นตอนนี้แบรนด์จะส่งข้อมูลเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักแบรนด์หรือสินค้าแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่มีความสนใจในสินค้าโดยตรงผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น 2. Consideration (การพิจารณา) ในขั้นตอนนี้ ลูกค้าที่เห็นโฆษณาเริ่มสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเปรียบเทียบสินค้า ทางแบรนด์จะต้องเสริมข้อมูลเพื่อให้ลูกค้าได้พิจารณาและรู้จักแบรนด์ได้ง่ายขึ้น 3. Purchase (การซื้อ) กระตุ้นการตัดสินใจในทันที […]

ของแถม มัดใจลูกค้า กลยุทธ์เพิ่มยอดขายร้านค้าออนไลน์

โอกาสในการดึงดูดลูกค้ามีมากมาย แต่หนึ่งในกลยุทธ์ที่ผู้ขายออนไลน์ไม่ควรมองข้าม คือ ของแถม เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งแล้ว ยังเป็นวิธีที่ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและความใส่ใจจากร้านค้าอีกด้วย ผู้บริโภคในปัจจุบันมีตัวเลือกมากมายและมักเปรียบเทียบสินค้าหรือบริการจากหลายร้านก่อนตัดสินใจซื้อ ดังนั้น ร้านค้าที่ต้องการดึงดูดและรักษาลูกค้าไว้ จำเป็นต้องมีจุดขายที่โดดเด่น การให้ของแถมที่เหมาะสมหรือมีมูลค่าจะช่วยสร้างความประทับใจให้ลูกค้า เพิ่มโอกาสในการกลับมาซื้อซ้ำ และอาจทำให้ลูกค้าแนะนำร้านค้าของคุณต่อไปยังผู้อื่น นอกจากนี้ การให้ของแถมยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์และกระตุ้นยอดขายในระยะยาว ทำไม “ของแถม” ถึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มยอดขาย? 1. ของแถมจะช่วยสร้างความประทับใจแรก เมื่อลูกค้าได้รับของแถมที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าทดลอง ขนาดพกพา หรือของพรีเมียม ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกดีต่อแบรนด์ของคุณตั้งแต่ครั้งแรกที่ซื้อ ลูกค้าจะมองว่าแบรนด์ใส่ใจและให้ความสำคัญกับพวกเขา ซึ่งความประทับใจแรกนี้สามารถส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อในอนาคต และเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำ 2. กระตุ้นการตัดสินใจซื้อด้วยของแถม ของแถมเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ช่วยลดความลังเลของลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพราะการได้รับของแถมทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าพวกเขาได้กำไรจากการซื้อสินค้า เป็นการเพิ่มมูลค่าโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เมื่อเทียบกับการซื้อสินค้าธรรมดาที่ไม่มีของแถม ลูกค้ามักจะเลือกตัวเลือกที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ตัดสินใจซื้อสินค้าได้เร็วขึ้น 3. เพิ่มมูลค่าของสินค้าด้วยของแถมที่ดึงดูด เมื่อสินค้าที่ลูกค้าซื้อมาพร้อมของแถมที่มีมูลค่าหรือใช้งานได้จริง จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าการใช้จ่ายของตนเองเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เช่น การซื้อครีมบำรุงผิวแล้วได้ผลิตภัณฑ์ขนาดทดลองเพิ่ม หรือซื้อสินค้าครบจำนวนหนึ่งแล้วได้รับของแถมพิเศษ สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และอาจส่งผลให้พวกเขากลายเป็นลูกค้าประจำของแบรนด์ 4. สินค้าของแถมจะช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การให้ของแถมสามารถเป็นจุดเด่นที่ทำให้แบรนด์ของคุณแตกต่างจากคู่แข่ง เมื่อลูกค้าต้องเลือกซื้อสินค้าประเภทเดียวกันจากหลายร้าน หากร้านหนึ่งมีของแถมที่น่าสนใจและมีมูลค่า ย่อมเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะเลือกซื้อสินค้าจากร้านนั้น นอกจากนี้ ของแถมยังสามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ […]

การทำธุรกิจแบบ B2C B2B และ B2B2C ต่างกันยังไง?

ปัจจุบันนี้ธุรกิจส่วนใหญ่นั้นมักจะเจาะกลุ่มตลาดออนไลน์ และให้ความสำคัญกับธุรกิจ E-commerce มากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบในการทำธุรกิจ จากเดิมที่มักจะเห็นธุรกิจแบบ B2C จนชินตา เปลี่ยนมาเป็น ธุรกิจแบบ B2B และ B2B2C เรามาทำความรู้จักธุรกิจทั้งสามแบบ ว่าคืออะไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ? กันดีกว่าครับ   B2B คืออะไร B2B หรือ Business-to-Business คือการทำการค้าระหว่างธุรกิจทำกับธุรกิจด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อ ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุดิบ การผลิตสินค้า หรือการบริการ เพื่อประโยชน์หรือการพัฒนาธุจกิจขององค์กร โดยไม่ใช่การนำไปเพื่ออุปโภคหรือบริโภคเอง เช่น การซื้อผ้ามาเพื่อผลิตเสื้อ ธุรกิจ B2B ที่พบเห็นกันได้บ่อย ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นธุรกิจด้านขนส่งอย่าง DHL เป็นต้น ซึ่ง B2B ก็คล้ายกับ B2C ที่ขยายจากตลาดออฟไลน์มาสู่ตลาดออนไลน์ แต่ต่างกันตรงที่ การทำงานจะเปลี่ยนจาก ระหว่างลูกค้าและเจ้าของธุรกิจ มาเป็น เจ้าของธุรกิจและเจ้าของธุรกิจ โดยการนำระบบออนไลน์นั้นมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจทั้งสองรูปแบบ แต่ธุรกิจแบบ B2B สามารถต่อยอดไปได้ไกลยิ่งขึ้นผ่านระบบ […]

Customer Journey คืออะไร ยิ่งอยากขายยิ่งต้องเข้าใจลูกค้าให้มากขึ้น

“Customer Journey คืออะไร”ในยุคที่ธุรกิจออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว การเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไรเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของการขาย การเดินทางของลูกค้า (Customer Journey) ไม่ใช่แค่เส้นทางที่ลูกค้าซื้อสินค้า แต่เป็นกระบวนการที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่การรับรู้สินค้าไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ บทความนี้เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจลูกค้าให้มากยิ่งขึ้นเพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าแบบเจาะลึกแล้วมันยังส่งผลกับการเติบโตธุรกิจของคุณได้ในระยะยาวอีกด้วย Customer Journey คืออะไร? ในส่วนนี้จะหมายถึง “เส้นทางการเดินทางของลูกค้า” เป็นกระบวนการที่ลูกค้าเริ่มต้นรู้จักธุรกิจของคุณ จนถึงการกลายเป็นลูกค้าประจำหรือผู้สนับสนุนแบรนด์ ในแต่ละธุรกิจอาจจะมี Customer Journey ที่ไม่เหมือนกันซึ่งจะแบ่งเป็น 2 แบบนั้นก็คือ Customer Journey แบบ Push และ Customer Journey แบบ Pull แบบที่ 1 Customer Journey (Push) การที่แบรนด์ผลักดันข้อมูลหรือสินค้าสู่กลุ่มลูกค้าโดยไม่รอให้ลูกค้าเริ่มสนใจก่อนโดยจะแบ่งเป็น 5 ขั้นตอนดังนี้ 1. Awareness (การรับรู้) ในขั้นตอนนี้แบรนด์จะส่งข้อมูลเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักแบรนด์หรือสินค้าแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่มีความสนใจในสินค้าโดยตรงผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น 2. Consideration (การพิจารณา) ในขั้นตอนนี้ ลูกค้าที่เห็นโฆษณาเริ่มสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเปรียบเทียบสินค้า ทางแบรนด์จะต้องเสริมข้อมูลเพื่อให้ลูกค้าได้พิจารณาและรู้จักแบรนด์ได้ง่ายขึ้น 3. Purchase (การซื้อ) กระตุ้นการตัดสินใจในทันที […]