Knowledge Center

ยื่นอุทธรณ์ Shopee อย่างไรเมื่อโดนหักคะแนนส่งช้า

ยื่นอุทธรณ์ Shopee

สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ขายของผ่าน Shopee แล้วจู่ ๆ ถูกหัก “คะแนนความประพฤติ” เพราะระบบแจ้งว่า “พัสดุจัดส่งล่าช้า” ทั้งที่จริง ๆ ส่งของทันเวลา เหตุการณ์แบบนี้อาจทำให้ร้านค้าหลายแห่งรู้สึกกังวล เสียโอกาสในการเข้าร่วมแคมเปญต่าง ๆ หรือกระทบต่ออันดับของร้านโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะ Shopee เปิดโอกาสให้ร้านค้า “ยื่นอุทธรณ์” ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีหลักฐานชัดเจนว่าส่งของตรงเวลา และปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากร้าน เช่น ขนส่งเข้ารับช้ากว่ากำหนด หรือระบบอัปเดตข้อมูลผิดพลาด

บทความนี้จะพาคุณรู้จักขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์อย่างถูกต้อง พร้อมแนวทางป้องกันปัญหาการจัดส่งล่าช้าในอนาคต เพื่อให้ร้านค้าของคุณขายดีต่อเนื่องไม่มีสะดุดค่ะ

late shipment

ขั้นตอนและสิ่งที่ต้องรู้ในการยื่นอุทธรณ์

สาเหตุที่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้

  • ขนส่งเข้ารับพัสดุช้ากว่ากำหนด: เป็นสาเหตุหลักที่มักจะสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ หากคุณแพ็คสินค้าพร้อมส่งและเตรียมการจัดส่งตามเวลาที่ Shopee กำหนดแล้ว แต่บริษัทขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุตามเวลาหรือล่าช้า
  • ปัญหาอื่นๆ จากขนส่ง: เช่น ขนส่งทำพัสดุหาย, ขนส่งมีปัญหาในการจัดส่ง, หรือมีการอัปเดตสถานะล่าช้าจากทางขนส่ง
  • เหตุสุดวิสัย: เช่น ภัยธรรมชาติ, เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ส่งผลกระทบต่อการจัดส่งโดยตรง
รับพัสดุล่าช้า

หลักฐานที่จำเป็นสำหรับการยื่นอุทธรณ์

  • ใบยืนยันการจัดส่ง (Proof of Delivery – POD): หากมี จะเป็นหลักฐานที่ดีที่สุด คุณสามารถดาวน์โหลดได้จาก “ฟีเจอร์ ใบยืนยันการจัดส่ง” ใน Seller Centre ของ Shopee
  • รูปถ่าย: รูปถ่ายของพัสดุพร้อมเวลาเข้ารับ, รูปถ่ายที่แสดงปัญหา (เช่น ขนส่งไม่เข้ามารับ, พัสดุเสียหาย)
  • หลักฐานการติดต่อกับขนส่ง: บทสนทนาหรือบันทึกการติดต่อกับบริษัทขนส่งที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาความล่าช้า
  • รายละเอียดของปัญหาเพิ่มเติม: อธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนและระบุวันที่ที่ต้องการยื่นอุทธรณ์

หลักฐานเพิ่มเติมที่ช่วยให้”ยื่นนอุทธรณ์”ผ่าน

ภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิด CCTV

หากร้านค้าของคุณถูกแพลตฟอร์ม Shopee ตัดคะแนนจากการจัดส่งล่าช้า เพราะสาเหตุขนส่งไม่เข้ารับ หรือ สาเหตุอื่นๆที่ไม่ได้เป็นความผิดร้านค้า MyCloud Fulfillment เรามีหลักฐานที่คุณสามารถขอจากทีมงานเพื่อใช้ประกอบการยื่นอุทธรณ์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยจะมีเจ้าหน้าที่ Customer Support ที่คอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือตลอด 365 วัน ตั้งแต่ 08.00 – 24.00 น. MyCloud มีระบบที่สามารถเรียกดู Timestamp, ใบปะหน้าพัสดุ รวมถึงหลักฐานการจัดการออเดอร์ย้อนหลังจากกล้อง CCTV ที่มีอยู่ทุกๆโต๊ะแพ็ค เพื่อช่วยให้การอุทธรณ์ของร้านมีความน่าเชื่อถือและมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น


ช่องทางการยื่นอุทธรณ์

  • ฟอร์มยื่นอุทธรณ์สำหรับโปรแกรม Fast Shipping: Shopee มีฟอร์มเฉพาะสำหรับการยื่นอุทธรณ์เกี่ยวกับปัญหาการจัดส่งล่าช้า โดยสามารถค้นหาได้ใน Shopee Help Center หรือ Seller Centre ภายใต้หัวข้อ “ขอยื่นอุทธรณ์ โปรแกรม Fast Shipping”
  • Seller Centre (ศูนย์ผู้ขาย): ในส่วนของ “ศูนย์เรียนรู้ผู้ขาย” หรือ “Account Health” จะมีข้อมูลและลิงก์สำหรับยื่นอุทธรณ์คะแนนความประพฤติ
นโยบายคะแนนความประพฤติ
  • ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า Shopee: หากไม่พบช่องทางที่เหมาะสม คุณสามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ Shopee เพื่อขอคำแนะนำและแจ้งปัญหาได้ สำหรับผู้ขาย: 02-017-8399 กด 4 (สอบถามเรื่องปัญหาผู้ขาย, การจัดส่ง, การนัดรับพัสดุ)

ระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์

  • โดยทั่วไปควรรีบยื่นอุทธรณ์โดยเร็วที่สุดหลังจากเกิดปัญหา (อาจจะภายใน 5-7 วัน นับจากวันที่เกิดปัญหา)

สิ่งสำคัญที่ต้องจำ

  • ติดตามผล หลังจากยื่นอุทธรณ์แล้ว ควรติดตามสถานะการพิจารณอุทธรณ์ของคุณ
  • ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลในแบบฟอร์มการยื่นอุทธรณ์ถูกต้องครบถ้วน ก่อนกดยืนยัน เนื่องจากข้อมูลบางอย่างอาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ภายหลัง
  • แนบหลักฐานให้ครบถ้วน: การมีหลักฐานที่ชัดเจนและครบถ้วนจะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติการอุทธรณ์
  • ทำความเข้าใจนโยบาย: ศึกษา “นโยบายคะแนนความประพฤติ” ของ Shopee เพื่อทำความเข้าใจเกณฑ์การหักคะแนนและเงื่อนไขในการยื่นอุทธรณ์

ยื่นอุทธรณ์ ได้เมื่อไหร่?

Shopee ตัดคะแนนร้านค้า

คุณสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทันที เมื่อได้รับการแจ้งเตือนจาก Shopee ผ่านระบบ Seller Centre ว่าร้านของคุณถูกหัก “คะแนนความประพฤติ” เนื่องจากการจัดส่งล่าช้า

โดยทั่วไป Shopee จะแจ้งรายละเอียดของเหตุการณ์ พร้อมเหตุผลที่ถูกหักคะแนนอย่างชัดเจน เช่น
“คำสั่งซื้อหมายเลข XXXX ถูกระบบระบุว่าจัดส่งเกินเวลาที่กำหนด (SLA)”

สิ่งสำคัญคือ “เวลา”

  • การยื่นอุทธรณ์ต้องทำ ภายในระยะเวลาที่ Shopee กำหนดไว้
  • โดยปกติจะมีระบุ “วันหมดเขตการอุทธรณ์” อยู่ในหน้าแจ้งเตือน
  • หากเกินกำหนด Shopee จะไม่เปิดให้ยื่นเรื่องอีก และคะแนนจะถูกหักถาวร

เพราะฉะนั้นแนะนำให้ร้านค้า ตรวจสอบหน้าแจ้งเตือนใน Seller Centre เป็นประจำ และรีบดำเนินการทันทีเมื่อมีการแจ้งเตือน เพื่อรักษาสิทธิ์ของร้านไม่ให้พลาดโอกาสในการอุทธรณ์


3 ข้อควรระวัง เพื่อไม่ให้โดนตัดคะแนนซ้ำ

หลังจากยื่นอุทธรณ์เรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญที่ร้านค้าออนไลน์ควรทำต่อ คือ ป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เดิมเกิดซ้ำอีก เพราะหากระบบตรวจพบความผิดซ้ำบ่อยครั้ง อาจส่งผลต่ออันดับร้าน สิทธิ์เข้าร่วมแคมเปญ หรือร้ายที่สุดคือโดนจำกัดการขายบางรายการ

1.อย่ากด “ยืนยันพร้อมจัดส่ง” ก่อนแพ็กของจริง

หลายร้านอาจรีบกดเพื่อให้ระบบรับรู้ว่าเราจัดส่งเร็ว แต่หากแพ็กจริงช้า หรือขนส่งยังไม่เข้ารับ ระบบจะเริ่มนับเวลาแล้ว และอาจทำให้โดนมองว่าส่งล่าช้าแม้ยังไม่ได้แพ็ก ให้กดยืนยันหลังจากแพ็กเสร็จจริง และเตรียมพร้อมให้ขนส่งสามารถเข้ารับได้เลย

แพ็กเสร็จก่อนกด ready to ship

2.เลือกใช้ขนส่งที่มี SLA ตรงเวลาและสแกนเร็ว

บางบริษัทขนส่งอาจเข้ารับล่าช้าหรืออัปเดตสถานะช้า ทำให้ร้านเสียคะแนนทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของร้านเอง ควรเลือกบริษัทขนส่งที่มีความน่าเชื่อถือและมีชื่อเสียงด้านความตรงต่อเวลา เพราะส่งผลโดยตรงต่อคะแนนและประสบการณ์ของลูกค้า และหากร้านค้าใช้บริการ Fulfillment อย่าง MyCloud จะได้เปรียบยิ่งขึ้น เพราะมีพันธมิตรขนส่งชั้นนำที่มี SLA ชัดเจน พร้อมรอบการเข้ารับสินค้าที่แน่นอน คุณจึงมั่นใจได้ว่าออเดอร์จะถูกแพ็กเสร็จทันเวลา และพร้อมให้ขนส่งเข้ารับได้ตรงตามรอบ โดยไม่เกิดปัญหาส่งล่าช้าจากระบบ

เลือกใช้ขนส่งที่มี SLA ตรงเวลาและสแกนเร็ว

3.ตรวจสอบระบบหลังบ้านของร้านค้าเป็นประจำ

บางครั้งออเดอร์อาจตกค้างหรือระบบ Sync กับ Marketplace ผิดพลาด ทำให้คำสั่งซื้อบางรายการแสดงผลล่าช้า หรือหลุดจากการจัดการโดยไม่รู้ตัว ด้วยระบบ Omnichannel ของ MyCloud ที่เชื่อมต่อทุกช่องทางการขายแบบครบวงจร ออเดอร์ทั้งหมดจะถูกอัปเดตแบบเรียลไทม์ทุก 5 นาที ระบบจะดึงคำสั่งซื้อเข้าสู่กระบวนการแพ็กได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยลดความเสี่ยงในการตกหล่น และมั่นใจได้ว่าทุกออเดอร์จะถูกจัดส่งตรงเวลา

ตรวจสอบระบบหลังบ้านของร้านค้าเป็นประจำ

สรุปบทความ

เชื่อว่าร้านค้าออนไลน์คงไม่อยากเสียเวลาไปยื่นอุทธรณ์กับเรื่องที่ไม่ได้เกิดจากความผิดของตัวเองหรอกใช่ไหมคะ? แต่การป้องกันไม่ให้เจอปัญหา “ส่งล่าช้า” หรือ “ขนส่งไม่เข้ารับ” จริง ๆ แล้วเริ่มต้นได้จากการดูแลระบบหลังบ้านให้รัดกุมขึ้น เช่น แพ็กสินค้าให้เสร็จก่อนกดยืนยันพร้อมจัดส่ง, เลือกขนส่งที่ตรงเวลา และใช้ระบบที่ช่วยอัปเดตคำสั่งซื้อแบบเรียลไทม์จากทุกช่องทาง

พาร์ตเนอร์ขนส่งชั้นนำ

ที่ MyCloud Fulfillment เราเข้าใจดีว่าทุกวินาทีของออเดอร์ส่งผลต่อคะแนนร้าน ระบบของเราจึงถูกออกแบบให้เสถียรและแม่นยำ ด้วย OMS และ WMS ที่สามารถดึงคำสั่งซื้อเข้าสู่กระบวนการแพ็กได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรองรับการทำงานด้วยบาร์โค้ดในทุกขั้นตอน อีกทั้งเรายังร่วมงานกับพาร์ตเนอร์ขนส่งชั้นนำที่มีรอบรับพัสดุแน่นอนตรงเวลา และที่ตั้งคลังสินค้าที่ติดถนนใหญ่ รถขนส่งขนาดใหญ่สามารถเข้า-ออกได้สะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องออเดอร์ตกหล่น ระบบยังมี Timestamp บันทึกเวลาการแพ็กเสร็จแบบเรียลไทม์ และกล้อง CCTV ที่บันทึกการทำงานไว้ทุกโต๊ะแพ็ก เพื่อให้ร้านค้ามั่นใจว่าหากต้องยื่นอุทธรณ์ ก็มีหลักฐานพร้อมสู้ได้ในทุกเคสอย่างมั่นใจ

ติดต่อสอบถามเพื่อให้ MyCloud Fulfillment ช่วยจัดการออเดอร์ให้คุณได้ที่นี่ คลิกเลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Shoppertainment คืออะไร ทำไมถึงกลายมาเป็นเทรนด์ที่มาแรงในปัจจุบัน

ทุกวันนี้การขายของออนไลน์แบบเดิม ๆ อาจไม่เพียงพอที่จะดึงดูดใจลูกค้าได้อีกต่อไป เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้เกิดเทรนด์การตลาดใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ Shoppertainment ซึ่งเป็นการผสานโลกของการช้อปปิ้งและความบันเทิงเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว แต่ Shoppertainment คืออะไรกันแน่ และทำไมมันถึงกลายเป็นกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์น้อยใหญ่ต่างให้ความสำคัญและมาแรงแซงโค้งในปัจจุบัน บทความนี้จาก MyCloud Fulfillment มีคำตอบมาให้คุณ!   Shoppertainment คืออะไร  Shoppertainment คือมาจากคำว่า Shopping และ Entertainment รวมเข้าด้วยกัน ซึ่งหมายถึงกลยุทธ์การตลาดและการขายที่มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าดึงดูดและน่าจดจำให้กับผู้บริโภคในระหว่างกระบวนการเลือกซื้อสินค้า แทนที่จะเน้นการนำเสนอสินค้าหรือโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียว โดย Shoppertainment จะเน้นใช้ความคิดสร้างสรรค์และความบันเทิงเข้ามาเป็นตัวนำ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ทำให้ลูกค้ารู้สึกเพลิดเพลิน ผ่อนคลายและทำให้ใกล้ชิดกับแบรนด์ได้มากยิ่งขึ้น จนนำไปสู่การตัดสินใจซื้อในที่สุด  รูปแบบของ Shoppertainment ที่นิยมในปัจจุบัน Shoppertainment สามารถนำเสนอผ่านรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อสร้างความบันเทิงและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ โดยรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ได้แก่   Live Commerce เริ่มต้นกันที่การ Live ขายของผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหรือช่องทาง Marketplace ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้า พูดคุย โต้ตอบกับลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ มีการสาธิตสินค้า ตอบคำถามสด ๆ […]

ไขข้อสงสัย KPI กับ OKRs ต่างกันอย่างไร ?

          ไขข้อสงสัย KPI กับ OKRs ต่างกันอย่างไร ?       OKRs ที่หลาย ๆ บริษัทกำลังให้ความสนใจ เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดจริงหรือไม่? แล้วเป็นเครื่องมือที่ใช้ประเมินผลที่บริษัทต่าง ๆ ใช้กันอย่าง KPI หรือเปล่า? จากนั้นก็เริ่มตั้งคำถามกันล่ะครับว่าสรุปตัวไหนได้ผลดีกว่ากัน? หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ยิ่งคิ้วขมวดไปกันใหญ่ เพราะยังไม่ค่อยสนิทกับทั้ง 2 อย่างเลย งั้นวันนี้ ผมจะพาไปรู้จักกับ KPI และ OKRs ฉบับเข้าใจง่าย ว่ามันคืออะไร และมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงมันจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้นได้อย่างไรกันครับ        KPI คืออะไร?           KPI ย่อมาจาก Key Performance Indicator เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จหรือความก้าวหน้า เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินการขององค์กร หรือแม้แต่ประเมินการทำงานของตัวบุคคลว่ามีศักยภาพเพียงใด โดยเทียบผลการทำงานกับมาตรฐานหรือเป้าหมายที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งถือว่าเป็นตัวชี้วัดที่น่าเชื่อถือมากครับ เพราะผลที่ออกมาจะอยู่ในรูปของตัวเลขหรือเป็นรูปธรรมที่เห็นได้ชัดและสามารถอ้างอิงได้ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าเจ้า […]

4 กลยุทธ์พลิกโฉม E-Commerce ที่ธุรกิจออนไลน์ห้ามพลาด

แบรนด์ทุกแบรนด์ หรือธุรกิจต่าง ๆ มีโมเดลที่แตกต่างกัน แต่เมื่อพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไปทุกวัน แบรนด์ก็ต้องต้องเต็มใจที่จะปรับตัวหรือกล้าเสี่ยงอะไรใหม่ ๆ ดังนั้นหากคุณพร้อมที่จะพลิกโฉมธุรกิจ E-Commerce ของคุณ วันนี้ MyCloud นำ 4 กลยุทธ์ที่จะช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับคุณ แบรนด์ของคุณ และลูกค้าของคุณมาให้อ่านกันค่ะ

Shoppertainment คืออะไร ทำไมถึงกลายมาเป็นเทรนด์ที่มาแรงในปัจจุบัน

ทุกวันนี้การขายของออนไลน์แบบเดิม ๆ อาจไม่เพียงพอที่จะดึงดูดใจลูกค้าได้อีกต่อไป เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้เกิดเทรนด์การตลาดใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ Shoppertainment ซึ่งเป็นการผสานโลกของการช้อปปิ้งและความบันเทิงเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว แต่ Shoppertainment คืออะไรกันแน่ และทำไมมันถึงกลายเป็นกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์น้อยใหญ่ต่างให้ความสำคัญและมาแรงแซงโค้งในปัจจุบัน บทความนี้จาก MyCloud Fulfillment มีคำตอบมาให้คุณ!   Shoppertainment คืออะไร  Shoppertainment คือมาจากคำว่า Shopping และ Entertainment รวมเข้าด้วยกัน ซึ่งหมายถึงกลยุทธ์การตลาดและการขายที่มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าดึงดูดและน่าจดจำให้กับผู้บริโภคในระหว่างกระบวนการเลือกซื้อสินค้า แทนที่จะเน้นการนำเสนอสินค้าหรือโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียว โดย Shoppertainment จะเน้นใช้ความคิดสร้างสรรค์และความบันเทิงเข้ามาเป็นตัวนำ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ทำให้ลูกค้ารู้สึกเพลิดเพลิน ผ่อนคลายและทำให้ใกล้ชิดกับแบรนด์ได้มากยิ่งขึ้น จนนำไปสู่การตัดสินใจซื้อในที่สุด  รูปแบบของ Shoppertainment ที่นิยมในปัจจุบัน Shoppertainment สามารถนำเสนอผ่านรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อสร้างความบันเทิงและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ โดยรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ได้แก่   Live Commerce เริ่มต้นกันที่การ Live ขายของผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหรือช่องทาง Marketplace ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้า พูดคุย โต้ตอบกับลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ มีการสาธิตสินค้า ตอบคำถามสด ๆ […]

ไขข้อสงสัย KPI กับ OKRs ต่างกันอย่างไร ?

          ไขข้อสงสัย KPI กับ OKRs ต่างกันอย่างไร ?       OKRs ที่หลาย ๆ บริษัทกำลังให้ความสนใจ เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดจริงหรือไม่? แล้วเป็นเครื่องมือที่ใช้ประเมินผลที่บริษัทต่าง ๆ ใช้กันอย่าง KPI หรือเปล่า? จากนั้นก็เริ่มตั้งคำถามกันล่ะครับว่าสรุปตัวไหนได้ผลดีกว่ากัน? หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ยิ่งคิ้วขมวดไปกันใหญ่ เพราะยังไม่ค่อยสนิทกับทั้ง 2 อย่างเลย งั้นวันนี้ ผมจะพาไปรู้จักกับ KPI และ OKRs ฉบับเข้าใจง่าย ว่ามันคืออะไร และมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงมันจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้นได้อย่างไรกันครับ        KPI คืออะไร?           KPI ย่อมาจาก Key Performance Indicator เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จหรือความก้าวหน้า เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินการขององค์กร หรือแม้แต่ประเมินการทำงานของตัวบุคคลว่ามีศักยภาพเพียงใด โดยเทียบผลการทำงานกับมาตรฐานหรือเป้าหมายที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งถือว่าเป็นตัวชี้วัดที่น่าเชื่อถือมากครับ เพราะผลที่ออกมาจะอยู่ในรูปของตัวเลขหรือเป็นรูปธรรมที่เห็นได้ชัดและสามารถอ้างอิงได้ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าเจ้า […]

4 กลยุทธ์พลิกโฉม E-Commerce ที่ธุรกิจออนไลน์ห้ามพลาด

แบรนด์ทุกแบรนด์ หรือธุรกิจต่าง ๆ มีโมเดลที่แตกต่างกัน แต่เมื่อพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไปทุกวัน แบรนด์ก็ต้องต้องเต็มใจที่จะปรับตัวหรือกล้าเสี่ยงอะไรใหม่ ๆ ดังนั้นหากคุณพร้อมที่จะพลิกโฉมธุรกิจ E-Commerce ของคุณ วันนี้ MyCloud นำ 4 กลยุทธ์ที่จะช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับคุณ แบรนด์ของคุณ และลูกค้าของคุณมาให้อ่านกันค่ะ