Knowledge Center

ยื่นอุทธรณ์ Shopee อย่างไรเมื่อโดนหักคะแนนส่งช้า

ยื่นอุทธรณ์ Shopee

สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ขายของผ่าน Shopee แล้วจู่ ๆ ถูกหัก “คะแนนความประพฤติ” เพราะระบบแจ้งว่า “พัสดุจัดส่งล่าช้า” ทั้งที่จริง ๆ ส่งของทันเวลา เหตุการณ์แบบนี้อาจทำให้ร้านค้าหลายแห่งรู้สึกกังวล เสียโอกาสในการเข้าร่วมแคมเปญต่าง ๆ หรือกระทบต่ออันดับของร้านโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะ Shopee เปิดโอกาสให้ร้านค้า “ยื่นอุทธรณ์” ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีหลักฐานชัดเจนว่าส่งของตรงเวลา และปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากร้าน เช่น ขนส่งเข้ารับช้ากว่ากำหนด หรือระบบอัปเดตข้อมูลผิดพลาด

บทความนี้จะพาคุณรู้จักขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์อย่างถูกต้อง พร้อมแนวทางป้องกันปัญหาการจัดส่งล่าช้าในอนาคต เพื่อให้ร้านค้าของคุณขายดีต่อเนื่องไม่มีสะดุดค่ะ

late shipment

ขั้นตอนและสิ่งที่ต้องรู้ในการยื่นอุทธรณ์

สาเหตุที่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้

  • ขนส่งเข้ารับพัสดุช้ากว่ากำหนด: เป็นสาเหตุหลักที่มักจะสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ หากคุณแพ็คสินค้าพร้อมส่งและเตรียมการจัดส่งตามเวลาที่ Shopee กำหนดแล้ว แต่บริษัทขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุตามเวลาหรือล่าช้า
  • ปัญหาอื่นๆ จากขนส่ง: เช่น ขนส่งทำพัสดุหาย, ขนส่งมีปัญหาในการจัดส่ง, หรือมีการอัปเดตสถานะล่าช้าจากทางขนส่ง
  • เหตุสุดวิสัย: เช่น ภัยธรรมชาติ, เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ส่งผลกระทบต่อการจัดส่งโดยตรง
รับพัสดุล่าช้า

หลักฐานที่จำเป็นสำหรับการยื่นอุทธรณ์

  • ใบยืนยันการจัดส่ง (Proof of Delivery – POD): หากมี จะเป็นหลักฐานที่ดีที่สุด คุณสามารถดาวน์โหลดได้จาก “ฟีเจอร์ ใบยืนยันการจัดส่ง” ใน Seller Centre ของ Shopee
  • รูปถ่าย: รูปถ่ายของพัสดุพร้อมเวลาเข้ารับ, รูปถ่ายที่แสดงปัญหา (เช่น ขนส่งไม่เข้ามารับ, พัสดุเสียหาย)
  • หลักฐานการติดต่อกับขนส่ง: บทสนทนาหรือบันทึกการติดต่อกับบริษัทขนส่งที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาความล่าช้า
  • รายละเอียดของปัญหาเพิ่มเติม: อธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนและระบุวันที่ที่ต้องการยื่นอุทธรณ์

หลักฐานเพิ่มเติมที่ช่วยให้”ยื่นนอุทธรณ์”ผ่าน

ภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิด CCTV

หากร้านค้าของคุณถูกแพลตฟอร์ม Shopee ตัดคะแนนจากการจัดส่งล่าช้า เพราะสาเหตุขนส่งไม่เข้ารับ หรือ สาเหตุอื่นๆที่ไม่ได้เป็นความผิดร้านค้า MyCloud Fulfillment เรามีหลักฐานที่คุณสามารถขอจากทีมงานเพื่อใช้ประกอบการยื่นอุทธรณ์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยจะมีเจ้าหน้าที่ Customer Support ที่คอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือตลอด 365 วัน ตั้งแต่ 08.00 – 24.00 น. MyCloud มีระบบที่สามารถเรียกดู Timestamp, ใบปะหน้าพัสดุ รวมถึงหลักฐานการจัดการออเดอร์ย้อนหลังจากกล้อง CCTV ที่มีอยู่ทุกๆโต๊ะแพ็ค เพื่อช่วยให้การอุทธรณ์ของร้านมีความน่าเชื่อถือและมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น


ช่องทางการยื่นอุทธรณ์

  • ฟอร์มยื่นอุทธรณ์สำหรับโปรแกรม Fast Shipping: Shopee มีฟอร์มเฉพาะสำหรับการยื่นอุทธรณ์เกี่ยวกับปัญหาการจัดส่งล่าช้า โดยสามารถค้นหาได้ใน Shopee Help Center หรือ Seller Centre ภายใต้หัวข้อ “ขอยื่นอุทธรณ์ โปรแกรม Fast Shipping”
  • Seller Centre (ศูนย์ผู้ขาย): ในส่วนของ “ศูนย์เรียนรู้ผู้ขาย” หรือ “Account Health” จะมีข้อมูลและลิงก์สำหรับยื่นอุทธรณ์คะแนนความประพฤติ
นโยบายคะแนนความประพฤติ
  • ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า Shopee: หากไม่พบช่องทางที่เหมาะสม คุณสามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ Shopee เพื่อขอคำแนะนำและแจ้งปัญหาได้ สำหรับผู้ขาย: 02-017-8399 กด 4 (สอบถามเรื่องปัญหาผู้ขาย, การจัดส่ง, การนัดรับพัสดุ)

ระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์

  • โดยทั่วไปควรรีบยื่นอุทธรณ์โดยเร็วที่สุดหลังจากเกิดปัญหา (อาจจะภายใน 5-7 วัน นับจากวันที่เกิดปัญหา)

สิ่งสำคัญที่ต้องจำ

  • ติดตามผล หลังจากยื่นอุทธรณ์แล้ว ควรติดตามสถานะการพิจารณอุทธรณ์ของคุณ
  • ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลในแบบฟอร์มการยื่นอุทธรณ์ถูกต้องครบถ้วน ก่อนกดยืนยัน เนื่องจากข้อมูลบางอย่างอาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ภายหลัง
  • แนบหลักฐานให้ครบถ้วน: การมีหลักฐานที่ชัดเจนและครบถ้วนจะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติการอุทธรณ์
  • ทำความเข้าใจนโยบาย: ศึกษา “นโยบายคะแนนความประพฤติ” ของ Shopee เพื่อทำความเข้าใจเกณฑ์การหักคะแนนและเงื่อนไขในการยื่นอุทธรณ์

ยื่นอุทธรณ์ ได้เมื่อไหร่?

Shopee ตัดคะแนนร้านค้า

คุณสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทันที เมื่อได้รับการแจ้งเตือนจาก Shopee ผ่านระบบ Seller Centre ว่าร้านของคุณถูกหัก “คะแนนความประพฤติ” เนื่องจากการจัดส่งล่าช้า

โดยทั่วไป Shopee จะแจ้งรายละเอียดของเหตุการณ์ พร้อมเหตุผลที่ถูกหักคะแนนอย่างชัดเจน เช่น
“คำสั่งซื้อหมายเลข XXXX ถูกระบบระบุว่าจัดส่งเกินเวลาที่กำหนด (SLA)”

สิ่งสำคัญคือ “เวลา”

  • การยื่นอุทธรณ์ต้องทำ ภายในระยะเวลาที่ Shopee กำหนดไว้
  • โดยปกติจะมีระบุ “วันหมดเขตการอุทธรณ์” อยู่ในหน้าแจ้งเตือน
  • หากเกินกำหนด Shopee จะไม่เปิดให้ยื่นเรื่องอีก และคะแนนจะถูกหักถาวร

เพราะฉะนั้นแนะนำให้ร้านค้า ตรวจสอบหน้าแจ้งเตือนใน Seller Centre เป็นประจำ และรีบดำเนินการทันทีเมื่อมีการแจ้งเตือน เพื่อรักษาสิทธิ์ของร้านไม่ให้พลาดโอกาสในการอุทธรณ์


3 ข้อควรระวัง เพื่อไม่ให้โดนตัดคะแนนซ้ำ

หลังจากยื่นอุทธรณ์เรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญที่ร้านค้าออนไลน์ควรทำต่อ คือ ป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เดิมเกิดซ้ำอีก เพราะหากระบบตรวจพบความผิดซ้ำบ่อยครั้ง อาจส่งผลต่ออันดับร้าน สิทธิ์เข้าร่วมแคมเปญ หรือร้ายที่สุดคือโดนจำกัดการขายบางรายการ

1.อย่ากด “ยืนยันพร้อมจัดส่ง” ก่อนแพ็กของจริง

หลายร้านอาจรีบกดเพื่อให้ระบบรับรู้ว่าเราจัดส่งเร็ว แต่หากแพ็กจริงช้า หรือขนส่งยังไม่เข้ารับ ระบบจะเริ่มนับเวลาแล้ว และอาจทำให้โดนมองว่าส่งล่าช้าแม้ยังไม่ได้แพ็ก ให้กดยืนยันหลังจากแพ็กเสร็จจริง และเตรียมพร้อมให้ขนส่งสามารถเข้ารับได้เลย

แพ็กเสร็จก่อนกด ready to ship

2.เลือกใช้ขนส่งที่มี SLA ตรงเวลาและสแกนเร็ว

บางบริษัทขนส่งอาจเข้ารับล่าช้าหรืออัปเดตสถานะช้า ทำให้ร้านเสียคะแนนทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของร้านเอง ควรเลือกบริษัทขนส่งที่มีความน่าเชื่อถือและมีชื่อเสียงด้านความตรงต่อเวลา เพราะส่งผลโดยตรงต่อคะแนนและประสบการณ์ของลูกค้า และหากร้านค้าใช้บริการ Fulfillment อย่าง MyCloud จะได้เปรียบยิ่งขึ้น เพราะมีพันธมิตรขนส่งชั้นนำที่มี SLA ชัดเจน พร้อมรอบการเข้ารับสินค้าที่แน่นอน คุณจึงมั่นใจได้ว่าออเดอร์จะถูกแพ็กเสร็จทันเวลา และพร้อมให้ขนส่งเข้ารับได้ตรงตามรอบ โดยไม่เกิดปัญหาส่งล่าช้าจากระบบ

เลือกใช้ขนส่งที่มี SLA ตรงเวลาและสแกนเร็ว

3.ตรวจสอบระบบหลังบ้านของร้านค้าเป็นประจำ

บางครั้งออเดอร์อาจตกค้างหรือระบบ Sync กับ Marketplace ผิดพลาด ทำให้คำสั่งซื้อบางรายการแสดงผลล่าช้า หรือหลุดจากการจัดการโดยไม่รู้ตัว ด้วยระบบ Omnichannel ของ MyCloud ที่เชื่อมต่อทุกช่องทางการขายแบบครบวงจร ออเดอร์ทั้งหมดจะถูกอัปเดตแบบเรียลไทม์ทุก 5 นาที ระบบจะดึงคำสั่งซื้อเข้าสู่กระบวนการแพ็กได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยลดความเสี่ยงในการตกหล่น และมั่นใจได้ว่าทุกออเดอร์จะถูกจัดส่งตรงเวลา

ตรวจสอบระบบหลังบ้านของร้านค้าเป็นประจำ

สรุปบทความ

เชื่อว่าร้านค้าออนไลน์คงไม่อยากเสียเวลาไปยื่นอุทธรณ์กับเรื่องที่ไม่ได้เกิดจากความผิดของตัวเองหรอกใช่ไหมคะ? แต่การป้องกันไม่ให้เจอปัญหา “ส่งล่าช้า” หรือ “ขนส่งไม่เข้ารับ” จริง ๆ แล้วเริ่มต้นได้จากการดูแลระบบหลังบ้านให้รัดกุมขึ้น เช่น แพ็กสินค้าให้เสร็จก่อนกดยืนยันพร้อมจัดส่ง, เลือกขนส่งที่ตรงเวลา และใช้ระบบที่ช่วยอัปเดตคำสั่งซื้อแบบเรียลไทม์จากทุกช่องทาง

พาร์ตเนอร์ขนส่งชั้นนำ

ที่ MyCloud Fulfillment เราเข้าใจดีว่าทุกวินาทีของออเดอร์ส่งผลต่อคะแนนร้าน ระบบของเราจึงถูกออกแบบให้เสถียรและแม่นยำ ด้วย OMS และ WMS ที่สามารถดึงคำสั่งซื้อเข้าสู่กระบวนการแพ็กได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรองรับการทำงานด้วยบาร์โค้ดในทุกขั้นตอน อีกทั้งเรายังร่วมงานกับพาร์ตเนอร์ขนส่งชั้นนำที่มีรอบรับพัสดุแน่นอนตรงเวลา และที่ตั้งคลังสินค้าที่ติดถนนใหญ่ รถขนส่งขนาดใหญ่สามารถเข้า-ออกได้สะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องออเดอร์ตกหล่น ระบบยังมี Timestamp บันทึกเวลาการแพ็กเสร็จแบบเรียลไทม์ และกล้อง CCTV ที่บันทึกการทำงานไว้ทุกโต๊ะแพ็ก เพื่อให้ร้านค้ามั่นใจว่าหากต้องยื่นอุทธรณ์ ก็มีหลักฐานพร้อมสู้ได้ในทุกเคสอย่างมั่นใจ

ติดต่อสอบถามเพื่อให้ MyCloud Fulfillment ช่วยจัดการออเดอร์ให้คุณได้ที่นี่ คลิกเลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

สินค้าเสื่อม สกินแคร์&คอสเมติก ร้อนนี้เก็บยังไงดี

เจ้าของธุรกิจสกินแคร์หลายๆคนคงต้องเคยเจอกับปัญหา สินค้าเสื่อม อย่างแน่นอน โดยเฉพาะหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นแบบนี้ อาจทำให้สินค้าที่ลงทุนมาด้วยความตั้งใจกลับเสียหาย ทั้งสีเปลี่ยน กลิ่นเปลี่ยน หรือเนื้อครีมแยกชั้นจนใช้งานไม่ได้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือและยอดขายของธุรกิจคุณ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะบทความนี้จะช่วยให้คุณรู้วิธีเก็บรักษาสินค้าสกินแคร์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมขาย แม้ต้องเจอกับอากาศร้อนๆ แบบเมืองไทยก็ยังมั่นใจได้ว่าคุณภาพสินค้าจะยังคงคุณภาพจนส่งถึงมือลูกค้าแน่นอน ทำไมอากาศร้อน ทำให้สกินแคร์เสื่อมคุณภาพ สินค้าสกินแคร์ เช่น เซรั่ม ครีม หรือโทนเนอร์ ล้วนมีส่วนประกอบที่อ่อนไหวต่อความร้อน หากสินค้าเหล่านี้ถูกเก็บไว้ในอุณหภูมิที่สูงเกินไป สารออกฤทธิ์ที่สำคัญจะเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ประสิทธิภาพในการบำรุงผิวลดลง สินค้าบางประเภทที่มีสารสำคัญเช่น วิตามินซีหรือเรตินอล จะมีความไวต่อความร้อนมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ของสินค้าก็อาจได้รับผลกระทบจากความร้อน เช่น การละลายหรือเปลี่ยนรูป ทำให้เกิดปัญหาการปนเปื้อนของสารเคมีได้ วิธีเก็บสินค้าสกินแคร์ช่วงหน้าร้อน หน้าร้อนของเมืองไทยไม่เพียงแต่กระทบอารมณ์คน แต่ยังส่งผลอย่างมากต่อคุณภาพของสินค้าสกินแคร์ โดยเฉพาะแบรนด์ที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้า การจัดเก็บสินค้าอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพื่อไม่ให้ “สินค้าเสื่อม” ก่อนถึงมือลูกค้า ลองดูวิธีการดูแลและจัดเก็บสินค้าสกินแคร์ช่วงหน้าร้อนให้ปลอดภัยและคงประสิทธิภาพดังนี้ สถานที่เก็บสินค้าควรมีอุณหภูมิคงที่ ไม่ร้อนอบอ้าว และหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง เพราะความร้อนและแสงแดดสามารถทำลายสารบำรุงในสกินแคร์ โดยเฉพาะวิตามิน C และสารสกัดธรรมชาติที่ไวต่ออุณหภูมิ อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บคือ 15–25°C ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของสินค้าได้ดี ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่อับลมหรือไม่มีการระบายอากาศ และอย่าลืมตรวจสอบฉลากเพื่อดูคำแนะนำการจัดเก็บเพิ่มเติมจากผู้ผลิต หากยังไม่มีห้องควบคุมอุณหภูมิในพื้นที่จัดเก็บสินค้า อาจพิจารณาติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสม […]

ลูกค้าเก่า เอาใจยังไง? เทคนิคง่ายๆให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ

ลูกค้าใหม่อาจเพิ่มยอดได้ไว แต่ถ้าหวังให้ธุรกิจไปได้ไกล ต้องอาศัย “ลูกค้าเก่า” ที่พร้อมกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาคือ…ลูกค้าเก่าไม่ได้กลับมาเองเสมอไป ถ้าเราไม่ใส่ใจ ไม่กระตุ้น หรือไม่มีอะไรใหม่ๆ ให้เขารู้สึกว่า “คุณยังต้องการฉันอยู่” บทความนี้จะพาคุณรู้วิธีเอาใจลูกค้าเก่าแบบไม่ต้องขายตรง แต่อยู่ตรงใจ พร้อมเทคนิคทำให้ ลูกค้าประจำ เพิ่มขึ้น และยอดขายไม่หล่นหายหลังจากปิดดีลแรก ทำไม ลูกค้าเก่า สำคัญกว่าที่คิด? การได้ลูกค้าใหม่ 1 คนมีต้นทุนสูงกว่าการรักษา ลูกค้าเก่า ถึง 5–7 เท่า ทั้งจากค่าโฆษณา แรงสร้างความน่าเชื่อถือ และเวลาที่ใช้ในการปิดการขาย ในขณะที่ลูกค้าเก่ารู้จักแบรนด์อยู่แล้ว รู้ว่าคุณขายอะไร มีประสบการณ์การใช้งานจริง และสามารถตัดสินใจซื้อซ้ำได้เร็วขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้าเก่าที่พอใจยังเป็นกระบอกเสียงให้แบรนด์ ช่วยบอกต่อหรือแนะนำให้เพื่อนซื้ออีกทางหนึ่งโดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย ลูกค้าเก่าอยากได้อะไร? ลูกค้าเก่ามักมองหาสิ่งพิเศษบางอย่างที่จะทำให้พวกเขารู้สึกว่า “ฉันสำคัญ” ไม่ว่าจะเป็น โปรซื้อซ้ำ ที่เฉพาะเจาะจงกับประวัติการสั่งซื้อ, สิทธิพิเศษจากการเป็นสมาชิก หรือแม้แต่ของแถมเล็กๆ ที่ทำให้รู้ว่าคุณใส่ใจ หากคุณเป็นคนที่ขายของออนไลน์ทาง Marketplace อย่าง Shopee, Lazada หรือ TikTok อยู่แล้วก็อาจจะรู้ดีว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้จะมีฟีเจอร์การตลาดที่สามารถทำระบบสมาชิกได้แต่ข้อจำกัดที่เป็นผลเสียต่อแบรนด์เองนั้นก็คือ แพลตฟอร์มจะไม่อนุญาตให้นำส่งข้อมูลลูกค้าเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น […]

สินค้าเสื่อม สกินแคร์&คอสเมติก ร้อนนี้เก็บยังไงดี

เจ้าของธุรกิจสกินแคร์หลายๆคนคงต้องเคยเจอกับปัญหา สินค้าเสื่อม อย่างแน่นอน โดยเฉพาะหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นแบบนี้ อาจทำให้สินค้าที่ลงทุนมาด้วยความตั้งใจกลับเสียหาย ทั้งสีเปลี่ยน กลิ่นเปลี่ยน หรือเนื้อครีมแยกชั้นจนใช้งานไม่ได้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือและยอดขายของธุรกิจคุณ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะบทความนี้จะช่วยให้คุณรู้วิธีเก็บรักษาสินค้าสกินแคร์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมขาย แม้ต้องเจอกับอากาศร้อนๆ แบบเมืองไทยก็ยังมั่นใจได้ว่าคุณภาพสินค้าจะยังคงคุณภาพจนส่งถึงมือลูกค้าแน่นอน ทำไมอากาศร้อน ทำให้สกินแคร์เสื่อมคุณภาพ สินค้าสกินแคร์ เช่น เซรั่ม ครีม หรือโทนเนอร์ ล้วนมีส่วนประกอบที่อ่อนไหวต่อความร้อน หากสินค้าเหล่านี้ถูกเก็บไว้ในอุณหภูมิที่สูงเกินไป สารออกฤทธิ์ที่สำคัญจะเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ประสิทธิภาพในการบำรุงผิวลดลง สินค้าบางประเภทที่มีสารสำคัญเช่น วิตามินซีหรือเรตินอล จะมีความไวต่อความร้อนมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ของสินค้าก็อาจได้รับผลกระทบจากความร้อน เช่น การละลายหรือเปลี่ยนรูป ทำให้เกิดปัญหาการปนเปื้อนของสารเคมีได้ วิธีเก็บสินค้าสกินแคร์ช่วงหน้าร้อน หน้าร้อนของเมืองไทยไม่เพียงแต่กระทบอารมณ์คน แต่ยังส่งผลอย่างมากต่อคุณภาพของสินค้าสกินแคร์ โดยเฉพาะแบรนด์ที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้า การจัดเก็บสินค้าอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพื่อไม่ให้ “สินค้าเสื่อม” ก่อนถึงมือลูกค้า ลองดูวิธีการดูแลและจัดเก็บสินค้าสกินแคร์ช่วงหน้าร้อนให้ปลอดภัยและคงประสิทธิภาพดังนี้ สถานที่เก็บสินค้าควรมีอุณหภูมิคงที่ ไม่ร้อนอบอ้าว และหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง เพราะความร้อนและแสงแดดสามารถทำลายสารบำรุงในสกินแคร์ โดยเฉพาะวิตามิน C และสารสกัดธรรมชาติที่ไวต่ออุณหภูมิ อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บคือ 15–25°C ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของสินค้าได้ดี ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่อับลมหรือไม่มีการระบายอากาศ และอย่าลืมตรวจสอบฉลากเพื่อดูคำแนะนำการจัดเก็บเพิ่มเติมจากผู้ผลิต หากยังไม่มีห้องควบคุมอุณหภูมิในพื้นที่จัดเก็บสินค้า อาจพิจารณาติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสม […]

ลูกค้าเก่า เอาใจยังไง? เทคนิคง่ายๆให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ

ลูกค้าใหม่อาจเพิ่มยอดได้ไว แต่ถ้าหวังให้ธุรกิจไปได้ไกล ต้องอาศัย “ลูกค้าเก่า” ที่พร้อมกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาคือ…ลูกค้าเก่าไม่ได้กลับมาเองเสมอไป ถ้าเราไม่ใส่ใจ ไม่กระตุ้น หรือไม่มีอะไรใหม่ๆ ให้เขารู้สึกว่า “คุณยังต้องการฉันอยู่” บทความนี้จะพาคุณรู้วิธีเอาใจลูกค้าเก่าแบบไม่ต้องขายตรง แต่อยู่ตรงใจ พร้อมเทคนิคทำให้ ลูกค้าประจำ เพิ่มขึ้น และยอดขายไม่หล่นหายหลังจากปิดดีลแรก ทำไม ลูกค้าเก่า สำคัญกว่าที่คิด? การได้ลูกค้าใหม่ 1 คนมีต้นทุนสูงกว่าการรักษา ลูกค้าเก่า ถึง 5–7 เท่า ทั้งจากค่าโฆษณา แรงสร้างความน่าเชื่อถือ และเวลาที่ใช้ในการปิดการขาย ในขณะที่ลูกค้าเก่ารู้จักแบรนด์อยู่แล้ว รู้ว่าคุณขายอะไร มีประสบการณ์การใช้งานจริง และสามารถตัดสินใจซื้อซ้ำได้เร็วขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้าเก่าที่พอใจยังเป็นกระบอกเสียงให้แบรนด์ ช่วยบอกต่อหรือแนะนำให้เพื่อนซื้ออีกทางหนึ่งโดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย ลูกค้าเก่าอยากได้อะไร? ลูกค้าเก่ามักมองหาสิ่งพิเศษบางอย่างที่จะทำให้พวกเขารู้สึกว่า “ฉันสำคัญ” ไม่ว่าจะเป็น โปรซื้อซ้ำ ที่เฉพาะเจาะจงกับประวัติการสั่งซื้อ, สิทธิพิเศษจากการเป็นสมาชิก หรือแม้แต่ของแถมเล็กๆ ที่ทำให้รู้ว่าคุณใส่ใจ หากคุณเป็นคนที่ขายของออนไลน์ทาง Marketplace อย่าง Shopee, Lazada หรือ TikTok อยู่แล้วก็อาจจะรู้ดีว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้จะมีฟีเจอร์การตลาดที่สามารถทำระบบสมาชิกได้แต่ข้อจำกัดที่เป็นผลเสียต่อแบรนด์เองนั้นก็คือ แพลตฟอร์มจะไม่อนุญาตให้นำส่งข้อมูลลูกค้าเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น […]