Knowledge Center

คัมภีร์ The TAO of Alibaba [ใครเป็นเจ้าของธุรกิจ ควรอ่าน!!]

คัมภีร์ The TAO of Alibaba [ใครเป็นเจ้าของธุรกิจ ควรอ่าน!]

ผมได้เจอแจ๊ค หม่าครับ!!! สุดยอดไอดอลของผม ได้ฟังเค้าสอนตัวๆ ได้สบตา พูดคุยด้วยนานๆ ใจนี่สั่นเลยครับ หวั่นไหวมาก ตอนได้จับมือ นี่อยากกรี๊ดดดมากๆ เลย ดีใจยิ่งกว่า ได้จับมือเฌอปรางอีก 555+

วันนี้ ผมจะมาเล่าให้ฟังถึงเรื่อง “TAO” หรือ “คัมภีร์เต๋า” ของ Alibaba ครับ เป็นสูตรที่พี่แจ๊คใช้มาตลอด ในการบริหาร Alibaba และ เป็นสิ่งที่แบบ ไม่ว่า Manager หน้าใหม่ อายุ 29 หรือ COO อายุ 70 ที่เกษียณไปแล้ว ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเรื่องนี้สำคัญที่สุด และ เรื่องนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ Alibaba เติบโตมาได้จนถึงขนาดนี้

เป็นเรื่องเรียบง่าย ธรรมดาแหละครับ แบบ Vision, Mission ของบริษัท แต่ ที่นี่ไม่ใช่แค่ มีไว้เล่นๆเก๋ๆ ติดตามห้องน้ำครับ สำหรับที่นี่ เค้าใช้โพยนี้เอาไว้ “ไล่พนักงานออก” ต่างหาก เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่ายังไงครับ

ก่อนอื่นเลย

Vision คือ เราเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาอะไร

Mission คือ สิ่งที่เราจะทำนั้นคืออะไร

Values คือ สเปคของคนที่จะช่วยเราไปถึงจุดนั้น

1) Vision (Why?)

Alibaba’s Vision

“To be an essential partner of small business people”

“เป็นคู่หูที่สำคัญของคนทำธุรกิจทุกคน”

Vision เป็นเหมือนคำถามว่า คุณเจ็บปวดเรื่องอะไร เพราะคุณอยากแก้ปัญหาไหนในโลกนี้ มันคือโจทย์อะไรบางอย่างที่คุณจะทำได้ยาวๆ และ เป็นปัญหาเสมอๆ ทุกช่วงสมัย เมื่อเลือกสักทางแล้ว จะไม่เปลี่ยนไปตลอดการ

อย่างที่ Alibaba คิดคือ ทำอะไรก็ได้ ตราบใดที่ยังช่วยเหลือธุรกิจ และ เป็นเพื่อนคู่เคียงของเค้าอยู่ นั่นเลยไม่ใช่แค่ทำเว็บขายของ แต่ยังพาเค้าไปทำเรื่อง Payment, Logistics, Cloud และ อื่นๆ อีกมากมาย

ทั้งหมดนี้เพื่อสนองใน วิสัยทัศน์ว่าต้องช่วยเหลือธุรกิจได้ ในทุกๆ ส่วน และ การเป็นคู่หูที่แท้จริงคือต้องทำทุกๆ ทางที่ช่วยเค้า ไม่ใช่แค่บางเรื่อง

เนี่ยแหละครับ ว่าทำไม Alibaba ถึงมี Product เยอะแยะ ออกมาช่วยคนอื่นมากมาย

ถ้าเทียบกับมนุษย์แล้ว นี่มันก็คือหัวใจของเราครับ ว่าเราหวั่นไหวเรื่องอะไร เราเศร้าเรื่องอะไร เรารักใครบ้าง คืออารมณ์ คือการทำตามหัวใจ คือการทำเพราะความเชื่อ และด้วยสารหัวใจอันนี้ ถ้าเราสื่อออกมาชัดๆ คนที่มีความเชื่อเหมือนกัน ก็จะอยู่กับบริษัทไปนานๆ

ในขณะเดียวกัน คนที่ไม่เชื่อเรื่องเดียวกัน ก็จะลาออกไปเองครับ เหมือนเป็นการเซ็ทคร่าวๆ ว่าใครเป็นพรรคพวก ฝั่งเดียวกับเราบ้าง

.

2) Mission (How?)

Alibaba’s mission

“To make it easy to do business anywhere”

“เราต้องการทำให้คุณทำธุรกิจ ที่ไหนก็ได้”+

Mission คือว่า เราจะทำอะไรในการแก้ไขปัญหาหรือตอบโจทย์จาก Vision ที่เรามีก่อนหน้านี้ มันคือ How ว่าคุณจะทำอะไรบ้างที่จับต้องได้จริงๆ จังๆ

อะไรคือ Goal ของคุณ คุณอยากให้บริษัทคุณเป็นแบบไหน มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวคุณล้วนๆ แล้วตอนนี้

ถ้าเทียบกับมนุษย์ มันคือ สมองครับ

สมองมีไว้คิด ตัดสินใจ สั่งงานให้ส่วนอื่นๆของร่างกายทำ ใจคิดถึงสิ่งที่โหยหา แต่ สมองเป็นคนคิดวิธีในการสำเร็จสิ่งเหล่านั้น เราต้องมีสิ่งนี้ให้ครบ บริษัทถึงสามารถ เดินต่อไปได้

Mission คือการตั้งเป้าให้ทีมงานทั้งหมดของคุณ มันอาจจะเปลี่ยนไปตามการเวลาได้

อย่างเช่น ก่อนหน้านี้ ตอน Alibaba ทำแค่จะขายของ

Mission คือ “Anyone can buy anything in efficient and safe way”

แต่ตอนนี้ เค้าทำหลายอย่างไม่ใช่แค่ขายของแล้ว เลยเปลี่ยนเป็นการทำให้ธุรกิจจัดการง่ายที่ไหนก็ได้แทนครับ

3) Values (What?)

นี่คือส่วนสำคัญ ที่กลั่นกรองออกมาจาก Vision, Mission ครับ มันคือสิ่งที่จะทำให้ Mission สำเร็จ พนักงานและบริษัทต้องโฟกัสใน Values เหล่านี้ต่อลูกค้า มันคือว่า นิสัยแบบไหน ที่บริษัทเชิดชู และ ต้องการ

Values ของ Alibaba คือ

“ Customer First/ Teamwork/ Embrace Changes/ Integrity/ Passion/ Honor your job”

“ลูกค้ามาก่อน/ ทำงานเป็นทีม/ ยอมรับความเปลี่ยนแปลง/ ความซื่อสัตย์/ ความหลงใหล/ ให้เกียรติกับงาน”

ถ้าเทียบกับมนุษย์ นี่คือแขนขาครับ เป็นสิ่งที่ต้องมี เพื่อให้กระทำสิ่งที่ หัวใจ และ สมองสั่งได้ เราต้องมีสิ่งนี้ให้ครบ บริษัทถึงสามารถ เดินต่อไปได้

สิ่งที่สำคัญคือ นี่คือ การคัดว่าใครจะอยู่ต่อ จะไปในบริษัทครับ

ที่ Alibaba จะมีการวัดผลสองแบบ

1) การวัด Performance การทำงานตาม KPI

2) การวัด Values ของพนักงานแบบ 360

โดยที่แบบ 2 เนี่ยคือ เค้าจะให้คนรอบตัวพนักงานคนนึงรีวิวคนๆ นั้นครับ

ตั้งแต่ หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน รวมไปถึงลูกน้อง

ถ้าเกิดพนักงานคนนั้นเสีย Values ไป แบบตรงกันข้ามก็คือไล่ออกเลยครับ เช่น ทำงานคนเดียวไม่เป็นทีม, ไม่ซื่อสัตย์ แบบนี้ไล่ออกเลยครับ เพราะ Alibaba คิดว่าถึงแม้ผลงานดีก็จริง แต่สุดท้าย Values เข้ากันไม่ได้ ก็อยู่กันไม่ยาว และ จะทำให้คนอื่นๆ ในงานพลอยเสียพลังไปด้วย ก็เหมือนกับเรามีแฟนที่ดีสวยเก่ง แต่สุดท้าย นิสัยเข้ากันไม่ได้ ยังไงๆ ก็เลิกกันอยู่ดีนะแหละครับ ว่ามะ 555+

หนึ่งในคำพูดที่เค้าพูดทิ้งไว้คือ

“การไล่ออกไม่ใช่เพราะคนที่จะออก แต่เราทำเพราะคนที่จะอยู่ต่อต่างหาก”

โห นั่นแหละครับ คือเปลี่ยนมุมมองผมไปตลอดกาลเลย

คือเรามัวแต่เกรงใจ ไม่กล้าไล่พนักงานคนนึงออก เพราะยังไม่แน่ใจ แต่เรามองไม่เห็นว่าสุดท้าย คนดีๆ ที่อยู่กับเรานั้นสำคัญกว่า เราจะมาทำให้เค้าเหล่านั้นด่างพล้อยไม่ได้

#MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก

บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร 

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

ขนส่ง Shopee ไม่เข้ามารับพัสดุ ทำยังไงดี?

ปัญหา”ขนส่ง Shopee” ไม่เข้ารับพัสดุกลายเป็นปัญหาหนักใจที่หลายๆร้านค้าออนไลน์นั้นอาจจะเคยประสบพบเจอมา เพราะแม้จะแพ็กออเดอร์เสร็จ และทำการนัดหมายขนส่งเรียบร้อย แต่กลับเจอปัญหาเจ้าหน้าที่ขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุซะงั้น ส่งผลให้ออเดอร์ถูกจัดส่งล่าช้า และอาจจะทำให้ลูกค้ารอนานจนเกิดการยกเลิกออเดอร์ ส่งผลให้คะแนนร้านค้าตก สินค้าถูกลดการมองเห็น ยอดขายตก และหากเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนได้รับคะแนนความประพฤติที่ติดลบอาจถึงขั้นโดนบทลงโทษถูกระงับการขาย ให้ปิดร้านไปเลยก็ได้ สาเหตุของปัญหานี้คืออะไร? จะแก้ไขยังไง? และทำอย่างไรให้มั่นใจว่า Shopee Express จะรับพัสดุตรงเวลาเสมอ? บทความนี้มีคำตอบ พร้อมแนะนำทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับทุกร้านค้าออนไลน์ที่ทำให้การจัดส่งของคุณราบรื่นไม่มีสะดุด นัดขนส่ง Shopee เข้ารับพัสดุ ก่อนที่ขนส่ง Shopee จะเข้ามารับพัสดุ ร้านค้าออนไลน์จะต้องเลือกวิธีการจัดส่งแบบ “Pick Up Order“ ในระบบ Shopee Seller Center ก่อน ซึ่งเป็นการตั้งค่าว่าต้องการให้ขนส่งเข้ามารับพัสดุที่หน้าร้านหรือสถานที่ที่กำหนดแทนการนำไป Drop Off เอง การตั้งค่านี้ช่วยให้ร้านค้าสะดวกขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปส่งพัสดุเอง แต่ก็ต้องแน่ใจว่ามีการกรอกข้อมูลที่อยู่ที่ถูกต้อง และเลือกช่วงเวลาที่ขนส่งสามารถเข้ามารับได้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุในภายหลัง หรือหากไม่อยากทำการนัดหมายขนส่งเองให้วุ่นวาย ให้ MyCloud Fulfillment จัดการออเดอร์ให้กับร้านค้าของคุณได้ทั้งบริการแพ็คสินค้าให้พร้อมส่งมอบให้กับขนส่งได้ตรงเวลาตามเกณฑ์ SLA ของ Shopee คลิกเลย ปัญหา […]

AMT Skincare : Brand Success Story

เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในปัจจุบันหลายคนคงจะมีหลากหลายแบรนด์ที่รู้จักอยู่ในใจตั้งมากมาย แต่จะมีสักกี่แบรนด์กันที่ให้ความสำคัญกับความเข้าใจในผิวอย่างแท้จริง…AMT Skincare แบรนด์สกินแคร์ไทยที่มีความตั้งใจอยากให้ทุกๆคนมีผิวที่ดีและเป็นบริษัทที่ทำงานด้านสกินแคร์ครอบคลุมทุกๆด้าน ตั้งแต่การคัดสรรส่วนผสม,คิดค้นสูตร,ควบคุมการผลิต ไปจนถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลผิว เพื่อค้นหาสาเหตุและแก้ปัญหาผิว โดยเฉพาะปัญหาผิวของคนไทย อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้แบรนด์นี้ก้าวขึ้นมาเป็นที่ยอมรับ? MyCloud จะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังการเดินทางของแบรนด์สกินแคร์ชั้นนำอย่าง AMT Skincare ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยผู้เชี่ยวชาญ การนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในการวิเคราะห์ผิวและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงกลยุทธ์การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ และปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ยอดขายของแบรนด์เติบโตอย่างต่อเนื่อง เตรียมพบกับเรื่องราวที่น่าสนใจและแรงบันดาลใจในบทความนี้กันได้เลยค่ะ ทำความรู้จักกับ AMT Skincare AMT Skincare แบรนด์สกินแคร์ไทยที่เน้นการดูแลผิวอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยผู้เชี่ยวชาญ และใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการผลิต ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เน้นฟื้นบำรุงผิวให้แข็งแรง ดูแลผิวตั้งแต่พื้นฐาน เพื่อผิวแข็งแรงสุขภาพดีในระยะยาว นอกจากนี้ AMT Skincare ยังมีบริการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสกินแคร์ เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยมีช่องทางการจำหน่ายทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ คุณฝุ่ง อมต ชัยเกรียงไกร ผู้ก่อตั้งแบรนด์ AMT Skincare เป็นเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญด้านสกินแคร์ จบปริญญาตรีเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และคว้าทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านเครื่องสำอาง ด้วยประสบการณ์ทำงานในวงการสกินแคร์ญี่ปุ่นมากว่า 15 ปี คุณฝุ่งจึงนำความรู้และความเชี่ยวชาญมาคิดค้นและพัฒนาสกินแคร์ AMT ตั้งแต่การคัดเลือกส่วนผสม คิดค้นสูตร ออกแบบบรรจุภัณฑ์ จนถึงควบคุมการผลิตทุกขั้นตอน […]

ธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ ปรับตัวยังไงในยุคดิจิทัล – MyCloudFulfillment

ในยุคดิจิทัลนี้ คนปรับตัวเท่านั้นที่จะอยู่รอด!! หมดยุคธุรกิจค้าปลีกที่ปักหลักช่องทางใดช่องทางหนึ่งแล้วครับ ออฟไลน์อย่างเดียวก็ไม่ดี ออนไลน์อย่างเดียวก็ไม่ได้ ทางเดียวที่จะอยู่รอดคือการผสานให้เข้ากัน แต่จะทำยังไงให้เส้นแบ่งของสองโลกหายไป? ในท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด และการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุด วันนี้เรามีวิธีดีๆ มาฝากครับ รีบนำไปปรับใช้กันได้เลย 1.ปรับกลยุทธ์เป็น Omni-Channel ทุกวันนี้กลยุทธ์แบบ Omni-Channel เริ่มเป็นรูปเป็นร่างและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สังเกตได้จากแบรนด์ใหญ่ๆ เค้าปรับกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Central หรือที่ชัดๆ เลยคือ Pomelo ที่สั่งผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ แล้วสามารถไปรับหรือคืนสินค้าตามจุดบริการใกล้บ้านที่เป็นพาร์ทเนอร์ได้ ซึ่งข้อมูลของลูกค้าก็จะเชื่อมถึงกันหมด เป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า และสร้างประสบการณ์การซื้อที่ดีด้วยนะครับ 2.เพิ่มช่องทางการขายให้หลากหลายที่สุด อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าตอนนี้ Marketplace บ้านเรามีเยอะมาก เราจะขายแค่ใน Facebook หรือ Instagram เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้วครับ! ลองวางขายกระจายไปทั่วๆ เช่น Lazada, Shopee, Tiktok Shop เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย 3.จัดโปรเด็ดๆ ราคาดึงดูด ขายของยุคนี้จำเป็นต้องทำโปรนะครับ จะโปรเล็ก โปรใหญ่ ก็ต้องทำ และถ้าคุณขายผ่าน Lazada/Shopee ก็ง่ายเลย เพราะเขาจะมีจัดโปรหรือโค้ดส่วนลดให้ลูกค้า […]

ขนส่ง Shopee ไม่เข้ามารับพัสดุ ทำยังไงดี?

ปัญหา”ขนส่ง Shopee” ไม่เข้ารับพัสดุกลายเป็นปัญหาหนักใจที่หลายๆร้านค้าออนไลน์นั้นอาจจะเคยประสบพบเจอมา เพราะแม้จะแพ็กออเดอร์เสร็จ และทำการนัดหมายขนส่งเรียบร้อย แต่กลับเจอปัญหาเจ้าหน้าที่ขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุซะงั้น ส่งผลให้ออเดอร์ถูกจัดส่งล่าช้า และอาจจะทำให้ลูกค้ารอนานจนเกิดการยกเลิกออเดอร์ ส่งผลให้คะแนนร้านค้าตก สินค้าถูกลดการมองเห็น ยอดขายตก และหากเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนได้รับคะแนนความประพฤติที่ติดลบอาจถึงขั้นโดนบทลงโทษถูกระงับการขาย ให้ปิดร้านไปเลยก็ได้ สาเหตุของปัญหานี้คืออะไร? จะแก้ไขยังไง? และทำอย่างไรให้มั่นใจว่า Shopee Express จะรับพัสดุตรงเวลาเสมอ? บทความนี้มีคำตอบ พร้อมแนะนำทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับทุกร้านค้าออนไลน์ที่ทำให้การจัดส่งของคุณราบรื่นไม่มีสะดุด นัดขนส่ง Shopee เข้ารับพัสดุ ก่อนที่ขนส่ง Shopee จะเข้ามารับพัสดุ ร้านค้าออนไลน์จะต้องเลือกวิธีการจัดส่งแบบ “Pick Up Order“ ในระบบ Shopee Seller Center ก่อน ซึ่งเป็นการตั้งค่าว่าต้องการให้ขนส่งเข้ามารับพัสดุที่หน้าร้านหรือสถานที่ที่กำหนดแทนการนำไป Drop Off เอง การตั้งค่านี้ช่วยให้ร้านค้าสะดวกขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปส่งพัสดุเอง แต่ก็ต้องแน่ใจว่ามีการกรอกข้อมูลที่อยู่ที่ถูกต้อง และเลือกช่วงเวลาที่ขนส่งสามารถเข้ามารับได้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุในภายหลัง หรือหากไม่อยากทำการนัดหมายขนส่งเองให้วุ่นวาย ให้ MyCloud Fulfillment จัดการออเดอร์ให้กับร้านค้าของคุณได้ทั้งบริการแพ็คสินค้าให้พร้อมส่งมอบให้กับขนส่งได้ตรงเวลาตามเกณฑ์ SLA ของ Shopee คลิกเลย ปัญหา […]

AMT Skincare : Brand Success Story

เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในปัจจุบันหลายคนคงจะมีหลากหลายแบรนด์ที่รู้จักอยู่ในใจตั้งมากมาย แต่จะมีสักกี่แบรนด์กันที่ให้ความสำคัญกับความเข้าใจในผิวอย่างแท้จริง…AMT Skincare แบรนด์สกินแคร์ไทยที่มีความตั้งใจอยากให้ทุกๆคนมีผิวที่ดีและเป็นบริษัทที่ทำงานด้านสกินแคร์ครอบคลุมทุกๆด้าน ตั้งแต่การคัดสรรส่วนผสม,คิดค้นสูตร,ควบคุมการผลิต ไปจนถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลผิว เพื่อค้นหาสาเหตุและแก้ปัญหาผิว โดยเฉพาะปัญหาผิวของคนไทย อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้แบรนด์นี้ก้าวขึ้นมาเป็นที่ยอมรับ? MyCloud จะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังการเดินทางของแบรนด์สกินแคร์ชั้นนำอย่าง AMT Skincare ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยผู้เชี่ยวชาญ การนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในการวิเคราะห์ผิวและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงกลยุทธ์การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ และปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ยอดขายของแบรนด์เติบโตอย่างต่อเนื่อง เตรียมพบกับเรื่องราวที่น่าสนใจและแรงบันดาลใจในบทความนี้กันได้เลยค่ะ ทำความรู้จักกับ AMT Skincare AMT Skincare แบรนด์สกินแคร์ไทยที่เน้นการดูแลผิวอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยผู้เชี่ยวชาญ และใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการผลิต ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เน้นฟื้นบำรุงผิวให้แข็งแรง ดูแลผิวตั้งแต่พื้นฐาน เพื่อผิวแข็งแรงสุขภาพดีในระยะยาว นอกจากนี้ AMT Skincare ยังมีบริการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสกินแคร์ เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยมีช่องทางการจำหน่ายทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ คุณฝุ่ง อมต ชัยเกรียงไกร ผู้ก่อตั้งแบรนด์ AMT Skincare เป็นเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญด้านสกินแคร์ จบปริญญาตรีเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และคว้าทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านเครื่องสำอาง ด้วยประสบการณ์ทำงานในวงการสกินแคร์ญี่ปุ่นมากว่า 15 ปี คุณฝุ่งจึงนำความรู้และความเชี่ยวชาญมาคิดค้นและพัฒนาสกินแคร์ AMT ตั้งแต่การคัดเลือกส่วนผสม คิดค้นสูตร ออกแบบบรรจุภัณฑ์ จนถึงควบคุมการผลิตทุกขั้นตอน […]

ธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ ปรับตัวยังไงในยุคดิจิทัล – MyCloudFulfillment

ในยุคดิจิทัลนี้ คนปรับตัวเท่านั้นที่จะอยู่รอด!! หมดยุคธุรกิจค้าปลีกที่ปักหลักช่องทางใดช่องทางหนึ่งแล้วครับ ออฟไลน์อย่างเดียวก็ไม่ดี ออนไลน์อย่างเดียวก็ไม่ได้ ทางเดียวที่จะอยู่รอดคือการผสานให้เข้ากัน แต่จะทำยังไงให้เส้นแบ่งของสองโลกหายไป? ในท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด และการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุด วันนี้เรามีวิธีดีๆ มาฝากครับ รีบนำไปปรับใช้กันได้เลย 1.ปรับกลยุทธ์เป็น Omni-Channel ทุกวันนี้กลยุทธ์แบบ Omni-Channel เริ่มเป็นรูปเป็นร่างและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สังเกตได้จากแบรนด์ใหญ่ๆ เค้าปรับกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Central หรือที่ชัดๆ เลยคือ Pomelo ที่สั่งผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ แล้วสามารถไปรับหรือคืนสินค้าตามจุดบริการใกล้บ้านที่เป็นพาร์ทเนอร์ได้ ซึ่งข้อมูลของลูกค้าก็จะเชื่อมถึงกันหมด เป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า และสร้างประสบการณ์การซื้อที่ดีด้วยนะครับ 2.เพิ่มช่องทางการขายให้หลากหลายที่สุด อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าตอนนี้ Marketplace บ้านเรามีเยอะมาก เราจะขายแค่ใน Facebook หรือ Instagram เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้วครับ! ลองวางขายกระจายไปทั่วๆ เช่น Lazada, Shopee, Tiktok Shop เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย 3.จัดโปรเด็ดๆ ราคาดึงดูด ขายของยุคนี้จำเป็นต้องทำโปรนะครับ จะโปรเล็ก โปรใหญ่ ก็ต้องทำ และถ้าคุณขายผ่าน Lazada/Shopee ก็ง่ายเลย เพราะเขาจะมีจัดโปรหรือโค้ดส่วนลดให้ลูกค้า […]