Knowledge Center

คัมภีร์ The TAO of Alibaba [ใครเป็นเจ้าของธุรกิจ ควรอ่าน!!]

ภาพประกอบบทความ คู่มือฉบับสมบูรณ์ 2026: เมื่อไหร่ควรใช้ Fulfillment? เช็กต้นทุนก่อนตัดสินใจจ้าง 3PL

คัมภีร์ The TAO of Alibaba [ใครเป็นเจ้าของธุรกิจ ควรอ่าน!]

ผมได้เจอแจ๊ค หม่าครับ!!! สุดยอดไอดอลของผม ได้ฟังเค้าสอนตัวๆ ได้สบตา พูดคุยด้วยนานๆ ใจนี่สั่นเลยครับ หวั่นไหวมาก ตอนได้จับมือ นี่อยากกรี๊ดดดมากๆ เลย ดีใจยิ่งกว่า ได้จับมือเฌอปรางอีก 555+

วันนี้ ผมจะมาเล่าให้ฟังถึงเรื่อง “TAO” หรือ “คัมภีร์เต๋า” ของ Alibaba ครับ เป็นสูตรที่พี่แจ๊คใช้มาตลอด ในการบริหาร Alibaba และ เป็นสิ่งที่แบบ ไม่ว่า Manager หน้าใหม่ อายุ 29 หรือ COO อายุ 70 ที่เกษียณไปแล้ว ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเรื่องนี้สำคัญที่สุด และ เรื่องนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ Alibaba เติบโตมาได้จนถึงขนาดนี้

เป็นเรื่องเรียบง่าย ธรรมดาแหละครับ แบบ Vision, Mission ของบริษัท แต่ ที่นี่ไม่ใช่แค่ มีไว้เล่นๆเก๋ๆ ติดตามห้องน้ำครับ สำหรับที่นี่ เค้าใช้โพยนี้เอาไว้ “ไล่พนักงานออก” ต่างหาก เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่ายังไงครับ

ก่อนอื่นเลย

Vision คือ เราเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาอะไร

Mission คือ สิ่งที่เราจะทำนั้นคืออะไร

Values คือ สเปคของคนที่จะช่วยเราไปถึงจุดนั้น

1) Vision (Why?)

Alibaba’s Vision

“To be an essential partner of small business people”

“เป็นคู่หูที่สำคัญของคนทำธุรกิจทุกคน”

Vision เป็นเหมือนคำถามว่า คุณเจ็บปวดเรื่องอะไร เพราะคุณอยากแก้ปัญหาไหนในโลกนี้ มันคือโจทย์อะไรบางอย่างที่คุณจะทำได้ยาวๆ และ เป็นปัญหาเสมอๆ ทุกช่วงสมัย เมื่อเลือกสักทางแล้ว จะไม่เปลี่ยนไปตลอดการ

อย่างที่ Alibaba คิดคือ ทำอะไรก็ได้ ตราบใดที่ยังช่วยเหลือธุรกิจ และ เป็นเพื่อนคู่เคียงของเค้าอยู่ นั่นเลยไม่ใช่แค่ทำเว็บขายของ แต่ยังพาเค้าไปทำเรื่อง Payment, Logistics, Cloud และ อื่นๆ อีกมากมาย

ทั้งหมดนี้เพื่อสนองใน วิสัยทัศน์ว่าต้องช่วยเหลือธุรกิจได้ ในทุกๆ ส่วน และ การเป็นคู่หูที่แท้จริงคือต้องทำทุกๆ ทางที่ช่วยเค้า ไม่ใช่แค่บางเรื่อง

เนี่ยแหละครับ ว่าทำไม Alibaba ถึงมี Product เยอะแยะ ออกมาช่วยคนอื่นมากมาย

ถ้าเทียบกับมนุษย์แล้ว นี่มันก็คือหัวใจของเราครับ ว่าเราหวั่นไหวเรื่องอะไร เราเศร้าเรื่องอะไร เรารักใครบ้าง คืออารมณ์ คือการทำตามหัวใจ คือการทำเพราะความเชื่อ และด้วยสารหัวใจอันนี้ ถ้าเราสื่อออกมาชัดๆ คนที่มีความเชื่อเหมือนกัน ก็จะอยู่กับบริษัทไปนานๆ

ในขณะเดียวกัน คนที่ไม่เชื่อเรื่องเดียวกัน ก็จะลาออกไปเองครับ เหมือนเป็นการเซ็ทคร่าวๆ ว่าใครเป็นพรรคพวก ฝั่งเดียวกับเราบ้าง

.

2) Mission (How?)

Alibaba’s mission

“To make it easy to do business anywhere”

“เราต้องการทำให้คุณทำธุรกิจ ที่ไหนก็ได้”+

Mission คือว่า เราจะทำอะไรในการแก้ไขปัญหาหรือตอบโจทย์จาก Vision ที่เรามีก่อนหน้านี้ มันคือ How ว่าคุณจะทำอะไรบ้างที่จับต้องได้จริงๆ จังๆ

อะไรคือ Goal ของคุณ คุณอยากให้บริษัทคุณเป็นแบบไหน มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวคุณล้วนๆ แล้วตอนนี้

ถ้าเทียบกับมนุษย์ มันคือ สมองครับ

สมองมีไว้คิด ตัดสินใจ สั่งงานให้ส่วนอื่นๆของร่างกายทำ ใจคิดถึงสิ่งที่โหยหา แต่ สมองเป็นคนคิดวิธีในการสำเร็จสิ่งเหล่านั้น เราต้องมีสิ่งนี้ให้ครบ บริษัทถึงสามารถ เดินต่อไปได้

Mission คือการตั้งเป้าให้ทีมงานทั้งหมดของคุณ มันอาจจะเปลี่ยนไปตามการเวลาได้

อย่างเช่น ก่อนหน้านี้ ตอน Alibaba ทำแค่จะขายของ

Mission คือ “Anyone can buy anything in efficient and safe way”

แต่ตอนนี้ เค้าทำหลายอย่างไม่ใช่แค่ขายของแล้ว เลยเปลี่ยนเป็นการทำให้ธุรกิจจัดการง่ายที่ไหนก็ได้แทนครับ

3) Values (What?)

นี่คือส่วนสำคัญ ที่กลั่นกรองออกมาจาก Vision, Mission ครับ มันคือสิ่งที่จะทำให้ Mission สำเร็จ พนักงานและบริษัทต้องโฟกัสใน Values เหล่านี้ต่อลูกค้า มันคือว่า นิสัยแบบไหน ที่บริษัทเชิดชู และ ต้องการ

Values ของ Alibaba คือ

“ Customer First/ Teamwork/ Embrace Changes/ Integrity/ Passion/ Honor your job”

“ลูกค้ามาก่อน/ ทำงานเป็นทีม/ ยอมรับความเปลี่ยนแปลง/ ความซื่อสัตย์/ ความหลงใหล/ ให้เกียรติกับงาน”

ถ้าเทียบกับมนุษย์ นี่คือแขนขาครับ เป็นสิ่งที่ต้องมี เพื่อให้กระทำสิ่งที่ หัวใจ และ สมองสั่งได้ เราต้องมีสิ่งนี้ให้ครบ บริษัทถึงสามารถ เดินต่อไปได้

สิ่งที่สำคัญคือ นี่คือ การคัดว่าใครจะอยู่ต่อ จะไปในบริษัทครับ

ที่ Alibaba จะมีการวัดผลสองแบบ

1) การวัด Performance การทำงานตาม KPI

2) การวัด Values ของพนักงานแบบ 360

โดยที่แบบ 2 เนี่ยคือ เค้าจะให้คนรอบตัวพนักงานคนนึงรีวิวคนๆ นั้นครับ

ตั้งแต่ หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน รวมไปถึงลูกน้อง

ถ้าเกิดพนักงานคนนั้นเสีย Values ไป แบบตรงกันข้ามก็คือไล่ออกเลยครับ เช่น ทำงานคนเดียวไม่เป็นทีม, ไม่ซื่อสัตย์ แบบนี้ไล่ออกเลยครับ เพราะ Alibaba คิดว่าถึงแม้ผลงานดีก็จริง แต่สุดท้าย Values เข้ากันไม่ได้ ก็อยู่กันไม่ยาว และ จะทำให้คนอื่นๆ ในงานพลอยเสียพลังไปด้วย ก็เหมือนกับเรามีแฟนที่ดีสวยเก่ง แต่สุดท้าย นิสัยเข้ากันไม่ได้ ยังไงๆ ก็เลิกกันอยู่ดีนะแหละครับ ว่ามะ 555+

หนึ่งในคำพูดที่เค้าพูดทิ้งไว้คือ

“การไล่ออกไม่ใช่เพราะคนที่จะออก แต่เราทำเพราะคนที่จะอยู่ต่อต่างหาก”

โห นั่นแหละครับ คือเปลี่ยนมุมมองผมไปตลอดกาลเลย

คือเรามัวแต่เกรงใจ ไม่กล้าไล่พนักงานคนนึงออก เพราะยังไม่แน่ใจ แต่เรามองไม่เห็นว่าสุดท้าย คนดีๆ ที่อยู่กับเรานั้นสำคัญกว่า เราจะมาทำให้เค้าเหล่านั้นด่างพล้อยไม่ได้

#MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก

บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คือหลักการบริหารองค์กรที่แจ๊ค หม่าใช้ในการขับเคลื่อน Alibaba ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ Vision (วิสัยทัศน์) Mission (พันธกิจ) และ Values (ค่านิยม) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Alibaba เติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้

Vision ของ Alibaba คือ “การเป็นคู่หูที่สำคัญของคนทำธุรกิจทุกคน” หมายถึงปัญหาหรือโจทย์ใหญ่ที่องค์กรตั้งใจแก้ไขในระยะยาวและจะไม่เปลี่ยนแปลง เปรียบเสมือนหัวใจขององค์กร

Mission ของ Alibaba คือ “ทำให้การทำธุรกิจง่ายขึ้นไม่ว่าที่ไหนก็ได้” เป็นสิ่งที่บอกว่าองค์กรจะทำอะไรบ้างเพื่อตอบโจทย์ Vision และสามารถปรับเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาได้ เปรียบเสมือนสมองที่คิดวิธีไปให้ถึงเป้าหมาย

Values ของ Alibaba มี 6 ข้อ ได้แก่ Customer First (ลูกค้ามาก่อน) Teamwork (ทำงานเป็นทีม) Embrace Changes (ยอมรับความเปลี่ยนแปลง) Integrity (ความซื่อสัตย์) Passion (ความหลงใหล) และ Honor your job (ให้เกียรติกับงาน)

Alibaba วัดผลพนักงาน 2 แบบ คือวัด Performance ตาม KPI และวัด Values แบบ 360 องศาโดยให้คนรอบตัว เช่น หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และลูกน้อง ร่วมรีวิว หากพนักงานคนใดขัดกับ Values ขององค์กร แม้ผลงานจะดีก็อาจถูกให้ออก เพราะจะส่งผลเสียต่อทีมในระยะยาว

เจ้าของธุรกิจสามารถนำกรอบ 3 องค์ประกอบนี้มากำหนดทิศทางองค์กรให้ชัดเจน ตั้งแต่เหตุผลที่ทำธุรกิจ (Vision) วิธีการที่จะทำให้สำเร็จ (Mission) ไปจนถึงคุณสมบัติของคนที่จะร่วมทีม (Values) เพื่อคัดกรองพนักงานที่มีแนวคิดสอดคล้องกันและช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีทิศทางเดียวกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

8 แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ ขายที่ไหนดีที่สุด?

จะเห็นได้ว่าหลายคนเริ่มหันมาช้อปปิ้งออนไลน์แทนการไปหยิบจับของเองที่หน้าร้านแล้ว ซึ่งสิ่งนี้นี่แหละที่ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากหันมาให้ความสนใจกับการขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น แต่ท่ามกลางตัวเลือกที่หลากหลาย หลายคนก็อาจสงสัยว่าควรเลือกขายบนแพลตฟอร์มไหนดี วันนี้ MyCloud จะพาคุณไปรู้จักกับ 8 แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ยอดนิยมที่น่าสนใจ พร้อมแนะนำวิธีการจัดการร้านค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดกัน    แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ คืออะไร แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ คือพื้นที่กลางที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถนำเสนอสินค้าสู่ผู้บริโภคได้โดยตรง เปรียบเสมือนตลาดดิจิทัลที่เชื่อมโยงผู้ขายและผู้ซื้อเข้าด้วยกัน จึงทำให้การซื้อขายเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไร้ข้อจำกัดด้านพื้นที่และเวลา แพลตฟอร์มขายของออนไลน์เหล่านี้ จึงมาพร้อมระบบจัดการร้านค้าที่ครบครัน ตั้งแต่การจัดการสินค้า ระบบชำระเงิน การจัดการคำสั่งซื้อไปจนถึงระบบขนส่ง ทำให้ผู้ขายสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง นอกจากนี้ ยังมีฐานลูกค้าที่พร้อมจะเข้าถึงสินค้าของคุณอยู่แล้วอีกด้วย   8 อันดับแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ที่นิยมในไทย มาดูกันว่าแพลตฟอร์มไหนที่น่าสนใจสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ของคุณบ้าง ดังนี้    1. TikTok Shop ม้ามืดแซงทุกแพลตฟอร์มในตอนนี้ TikTok Shop คือพื้นที่ที่กำลังมาแรงในวงการอีคอมเมิร์ซ ด้วยจุดเด่นของการผสมผสานความบันเทิงเข้าในรูปแบบคลิปวิดีโอสั้นพร้อมกับสามารถช้อปปิ้งซื้อ-ขายสินค้าได้ภายในแอปพลิเคชันเดียว ทำให้ผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้าที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานรุ่นใหม่ได้อย่างตรงเป้า โดยการขายสินค้าผ่านติ๊กต๊อกนั้น ระบบจะเชื่อมต่อกับคอนเทนต์วิดีโอโดยตรง ผู้ซื้อสามารถเห็นการสาธิตสินค้าผ่านคลิปวิดีโอ หรือ Live ขายของและกดซื้อสินค้าผ่านได้ทันที โดยไม่ต้องออกจากแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ TikTok Live ที่ช่วยให้ผู้ขายสามารถไลฟ์สดขายสินค้าและโต้ตอบกับลูกค้าได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย   2. […]

คลังสินค้าออนไลน์ที่ดี ต้องเป็นอย่างไร? สต๊อกตรง‑แพ็กทัน ภายใน 24 ชม.

การทำคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีหรือ Warehouse Online จะต้องรู้จักการบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบให้มีประสิทธิภาพ คือต้องมีระบบที่ออนไลน์สามารถตรวจสอบได้ทุกการเคลื่อนไหวของสินค้านั้นเองครับ เนื่องจากบริการคลังสินค้ามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบสินค้ามากมายจากหลากหลายบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยจัดเก็บสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการที่ไม่สะดวกหรือไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดเก็บสินค้า และไม่ใช่แค่ให้บริการพื้นที่แก่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่รวมไปถึงการควบคุม ดูเเล และตรวจสอบคุณภาพสินค้า โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของธุรกิจคู่ค้าและลูกค้าผู้รับสินค้า เรามาดูกันดีกว่าครับว่าคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีเป็นอย่างไร ? คลังสินค้าออนไลน์ คืออะไร คลังสินค้าออนไลน์ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า Warehouse Online คือการจัดเก็บและบริหารสินค้าผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการรับสินค้าเข้า (Inbound), การจัดเก็บ (Storage), การหยิบสินค้า (Pick), การแพ็ค (Pack) และการจัดส่ง (Ship) ซึ่งทุกขั้นตอนจะถูกบันทึกและควบคุมผ่านระบบหลังบ้าน เช่น ระบบ WMS หรือระบบ OMS ที่สามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ แตกต่างจากคลังสินค้าทั่วไปตรงที่เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ของตัวเอง ไม่ต้องลงแรงจัดการเองให้วุ่นวาย แถมยังสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสินค้าได้ตลอดเวลา เหมาะกับผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการโฟกัสแค่เรื่องการขายเป็นหลัก แล้วปล่อยให้มืออาชีพดูแลหลังบ้านให้ครบจบในที่เดียว   รูปแบบของคลังสินค้าออนไลน์ มีอะไรบ้าง เมื่อพูดถึงคลังสินค้าออนไลน์ หลายคนอาจนึกถึงแค่ “ชั้นวางของในโกดัง” แต่จริง ๆ แล้ว การจัดเก็บสินค้าให้เหมาะสมกับลักษณะของสินค้าแต่ละประเภทก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของระบบ Fulfillment ครับ […]

ออเดอร์ VS พนักงาน ช่วงแคมเปญจะไหวจริงเหรอ?

ออเดอร์ VS พนักงาน ช่วงแคมเปญจะไหวจริงเหรอ?
จัดการออร์เดอร์เยอะแยะในช่วงแคมเปญ พนักงานและระบบของคุณจะไหวหรือเปล่าคะ? ใช้ myclodfulfillment ดีกว่าไหมเรามีคำตอบ

8 แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ ขายที่ไหนดีที่สุด?

จะเห็นได้ว่าหลายคนเริ่มหันมาช้อปปิ้งออนไลน์แทนการไปหยิบจับของเองที่หน้าร้านแล้ว ซึ่งสิ่งนี้นี่แหละที่ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากหันมาให้ความสนใจกับการขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น แต่ท่ามกลางตัวเลือกที่หลากหลาย หลายคนก็อาจสงสัยว่าควรเลือกขายบนแพลตฟอร์มไหนดี วันนี้ MyCloud จะพาคุณไปรู้จักกับ 8 แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ยอดนิยมที่น่าสนใจ พร้อมแนะนำวิธีการจัดการร้านค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดกัน    แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ คืออะไร แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ คือพื้นที่กลางที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถนำเสนอสินค้าสู่ผู้บริโภคได้โดยตรง เปรียบเสมือนตลาดดิจิทัลที่เชื่อมโยงผู้ขายและผู้ซื้อเข้าด้วยกัน จึงทำให้การซื้อขายเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไร้ข้อจำกัดด้านพื้นที่และเวลา แพลตฟอร์มขายของออนไลน์เหล่านี้ จึงมาพร้อมระบบจัดการร้านค้าที่ครบครัน ตั้งแต่การจัดการสินค้า ระบบชำระเงิน การจัดการคำสั่งซื้อไปจนถึงระบบขนส่ง ทำให้ผู้ขายสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง นอกจากนี้ ยังมีฐานลูกค้าที่พร้อมจะเข้าถึงสินค้าของคุณอยู่แล้วอีกด้วย   8 อันดับแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ที่นิยมในไทย มาดูกันว่าแพลตฟอร์มไหนที่น่าสนใจสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ของคุณบ้าง ดังนี้    1. TikTok Shop ม้ามืดแซงทุกแพลตฟอร์มในตอนนี้ TikTok Shop คือพื้นที่ที่กำลังมาแรงในวงการอีคอมเมิร์ซ ด้วยจุดเด่นของการผสมผสานความบันเทิงเข้าในรูปแบบคลิปวิดีโอสั้นพร้อมกับสามารถช้อปปิ้งซื้อ-ขายสินค้าได้ภายในแอปพลิเคชันเดียว ทำให้ผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้าที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานรุ่นใหม่ได้อย่างตรงเป้า โดยการขายสินค้าผ่านติ๊กต๊อกนั้น ระบบจะเชื่อมต่อกับคอนเทนต์วิดีโอโดยตรง ผู้ซื้อสามารถเห็นการสาธิตสินค้าผ่านคลิปวิดีโอ หรือ Live ขายของและกดซื้อสินค้าผ่านได้ทันที โดยไม่ต้องออกจากแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ TikTok Live ที่ช่วยให้ผู้ขายสามารถไลฟ์สดขายสินค้าและโต้ตอบกับลูกค้าได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย   2. […]

คลังสินค้าออนไลน์ที่ดี ต้องเป็นอย่างไร? สต๊อกตรง‑แพ็กทัน ภายใน 24 ชม.

การทำคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีหรือ Warehouse Online จะต้องรู้จักการบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบให้มีประสิทธิภาพ คือต้องมีระบบที่ออนไลน์สามารถตรวจสอบได้ทุกการเคลื่อนไหวของสินค้านั้นเองครับ เนื่องจากบริการคลังสินค้ามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบสินค้ามากมายจากหลากหลายบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยจัดเก็บสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการที่ไม่สะดวกหรือไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดเก็บสินค้า และไม่ใช่แค่ให้บริการพื้นที่แก่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่รวมไปถึงการควบคุม ดูเเล และตรวจสอบคุณภาพสินค้า โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของธุรกิจคู่ค้าและลูกค้าผู้รับสินค้า เรามาดูกันดีกว่าครับว่าคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีเป็นอย่างไร ? คลังสินค้าออนไลน์ คืออะไร คลังสินค้าออนไลน์ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า Warehouse Online คือการจัดเก็บและบริหารสินค้าผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการรับสินค้าเข้า (Inbound), การจัดเก็บ (Storage), การหยิบสินค้า (Pick), การแพ็ค (Pack) และการจัดส่ง (Ship) ซึ่งทุกขั้นตอนจะถูกบันทึกและควบคุมผ่านระบบหลังบ้าน เช่น ระบบ WMS หรือระบบ OMS ที่สามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ แตกต่างจากคลังสินค้าทั่วไปตรงที่เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ของตัวเอง ไม่ต้องลงแรงจัดการเองให้วุ่นวาย แถมยังสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสินค้าได้ตลอดเวลา เหมาะกับผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการโฟกัสแค่เรื่องการขายเป็นหลัก แล้วปล่อยให้มืออาชีพดูแลหลังบ้านให้ครบจบในที่เดียว   รูปแบบของคลังสินค้าออนไลน์ มีอะไรบ้าง เมื่อพูดถึงคลังสินค้าออนไลน์ หลายคนอาจนึกถึงแค่ “ชั้นวางของในโกดัง” แต่จริง ๆ แล้ว การจัดเก็บสินค้าให้เหมาะสมกับลักษณะของสินค้าแต่ละประเภทก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของระบบ Fulfillment ครับ […]

ออเดอร์ VS พนักงาน ช่วงแคมเปญจะไหวจริงเหรอ?

ออเดอร์ VS พนักงาน ช่วงแคมเปญจะไหวจริงเหรอ?
จัดการออร์เดอร์เยอะแยะในช่วงแคมเปญ พนักงานและระบบของคุณจะไหวหรือเปล่าคะ? ใช้ myclodfulfillment ดีกว่าไหมเรามีคำตอบ