Knowledge Center

Shopee ปรับระบบขนส่ง (Standard Delivery) ผู้ซื้อ-ผู้ขายเลือกไม่ได้เลยหรอ?

ภาพปกบทความ Shopee Standard Delivery ขนส่งมาตรฐานอัตโนมัติ

หลังปีใหม่มานี้ผู้ขายบน Shopee ยอดตกลงมาก ๆ เกิดจากโควิดรอบสอง หรือ การปรับเปลี่ยนวิธีจัดส่งสินค้าของ shopee กันแน่นะ? ร้านค้าหลาย ๆ ร้านบน Shopee เริ่มตั้งคำถามกันแล้วค่ะสำหรับยอดขายที่ตกลงกันแบบถ้วนหน้าจริง ๆ เท่าที่ทำการสำรวจมาผู้ขายบน Shopee ส่วนใหญ่ช่วงนี้บ่นยอดตกกันเป็นประจำ หรือไม่ก็มีลูกค้าทักมาถามเรื่องขนส่งแล้วก็ยกเลิกออเดอร์ทันที วันนี้ MyCloud พาไปวิเคราะห์กันแบบเจาะลึกดีกว่าค่ะ ว่าที่ยอดตกจริง ๆ แล้วเป็นเพราะอะไรกันแน่นะ

           สำหรับยอดขายที่ตกลงอาจเป็นเพราะเศรษฐกิจช่วงนี้ก็เป็นไปได้ค่ะ เพราะทั้งการขายแบบออฟไลน์ หรือหน้าร้านเองก็ยอดน้อยลงมาก ๆ รวมถึงการขายออนไลน์เองที่ดูเหมือนจะขายได้ดีกว่า แต่ก็ยังมียอดขายไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่ เราจึงทำการค้นหา และพบว่าสาเหตุอื่น ๆ 3 สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ยอดขายบน Shopee ตกมีดังนี้ค่ะ

1. ค่าขนส่งที่แพงขึ้น (เลือกขนส่งเองไม่ได้)

          Shopee ได้เปลี่ยนระบบขนส่งเป็นแบบStandard Delivery มาตั้งแต่เดือน ธันวาคมที่ผ่านมา และทยอยเปลี่ยนให้กับทุกร้านค้าเท่ากันหมด ซึ่งผลเสียที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ ค่าส่งแพงขึ้น โดยที่เลือกขนส่งไม่ได้อีกด้วย ร้านค้าที่โดนเปลี่ยนแล้วยอดตกเอง ก็รู้สึกไม่พอใจ และรู้สึกเสียเปรียบ แต่ Shopee ยืนยันว่าจะเปลี่ยนให้ทุกร้านค่ะ ทางด้านลูกค้าเองก็ไม่พอใจจนถึงกับเป็นประเด็นดราม่าในทวิตเตอร์ จนกลายเป็นเทรนด์ #Shopeeอย่าสาระแน ทวงเอาขนส่งแบบเดิมกลับมา งานนี้ Shopee ศึกษาดีๆนะคะว่าผลเสีย มากกว่าผลดี แล้วผู้ใช้จะย้ายแพลตฟอร์มกันหรือเปล่า

2. โค้ดส่งฟรีที่น้อยลง

          สังเกตกันไหมคะ โค้ดส่งฟรี ก็ไม่ฟรีจริง ๆ แถมยังน้อยลงอีก เพราะบน Shopee ลูกค้าใช้โค้ดส่งฟรีได้น้อยลง แถมตอนนี้กับบางร้านก็ใช้ไม่ได้ด้วย ในฐานะผู้ซื้อ แม้ว่าจะไม่ได้ทำให้ซื้อของน้อยลง แต่ซื้อ ” ช้า ” ขึ้นแน่นอนค่ะ แทนที่ลูกค้าจะตัดสินใจปุป ซื้อเลยก็กลายเป็นดองไว้ในตะกร้าก่อน ทำให้โอกาสในการขายของร้านค้าลดลงนั่นเองค่ะ

3. Covid-19

          ทั้งส่งผลดี และผลเสียต่อ E-Commerce จริง ๆ สำหรับไวรัสตัวร้ายที่ไม่มีใครอยาดให้เกิดนี้ เนื่องจากผู้คนมีเวลาออนไลน์มากขึ้น และหันมาซื้อสินค้า รวมถึง delivery ทางออนไลน์มากขึ้น แต่เมื่อตเองตกงาน หรือ work from home ทำให้รายได้ไม่เป็นแบบเดิม จึงเกิดเป็นภาวะรัดเข็มขัด ผู้คนจับจ่ายน้อยลง หรือคิดมากขึ้นเมื่อจะซื้ออะไรแต่ละที จริงไหมละคะ? นอกจากนี้ในฐานะผู้ขายเอง โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับอาหาร และเครื่องดื่ม ยอดน้อยลงจนน่าใจหาย ดังนั้นปฎิเสธไม่ได้เลยค่ะ ว่า อีกสาเหตุหนึ่งก็มาจากเจ้า Covid-19 นี้แหล่ะค่ะ

ทีมงาน Shopee ชี้แจงว่าอย่างไร? สำหรับการปรับรูปแบบขนส่งใหม่นี้

          Shopee ทราบถึงฟีดแบคและกระแสวิพากย์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นนะคะ และได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุที่ต้องปรับรูปแบบขนส่งนี้ เพื่อให้เป็นมาตราฐานมากขึ้น โดยขนส่งจะถูกกำหนดให้โดย Shopee เองอัตโนมัติ

คำถามที่ตามมาคือ อะไรคือ “เหมาะสม” สำหรับ Shopee?

          Shopee เผยว่าใช้เกณฑ์พิจารณาจากพื้นที่ ที่ให้บริการของบริษัทขนส่งที่เหมาะสมกับที่อยู่ในการจัดส่งของร้านค้า รวมถึงลักษณะของสินค้าที่ร้านค้าขาย ซึ่งรูปแบบการขนส่งแบบมาตรฐานที่ Shopee กำหนด จะถูกแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้

1. Standard Delivery – Normal (การขนส่งแบบมาตรฐาน)

2. Standard Delivery – Bulky (การขนส่งสำหรับสินค้าขนาดใหญ่)

3. Standard – Thailand Post EMS (การขนส่งแบบ EMS โดยไปรษณีย์ไทย)

4. Economy – Thailand Post Registered Mail (การขนส่งแบบลงทะเบียน โดยไปรษณีย์ไทย)

5. Other Logistic ซึ่งเป็นการขนส่งแบบอื่นๆ เช่น Seller own fleet หรือ Same Day Delivery เป็นต้น

           สำหรับผู้ขายที่ต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับการจัดส่งดังกล่าว สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ http://internal.edu.shopee.io/internal-edu/article/1179 จาก Shopee หรือติดต่อ Call Center ได้ที่ 02-017-8399 และ Email : [email protected] ได้เลยค่ะ 

ลูกค้ายกเลิกคำสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น เนื่องจากไม่อยากได้ขนส่งที่กำหนด

          เมื่อต้องออกค่าจัดส่งเอง ก็อยากเลือกขนส่งด้วยตัวเองจริงไหม ด้านผู้ซื้อเองจึงไม่พอใจกับการขนส่งที่ Shopee จัดให้ และยกเลิกออเดอร์ในที่สุด ส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้าบน Shopee โอดครวญกันใหญ่ นั่นก็เป็นเพราะขนส่งในแต่ละพื้นที่บริการไม่เหมือนกันค่ะ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เอง สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและทัศนคติของผู้ซื้อที่มีต่อขนส่งเจ้าต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ซื้อเทแพลตฟอร์มนี้เท่านั้นนะคะ ในอนาคตหากไม่มีการปรับปรุง ผู้ขายเองก็คงจะมองหาช่องทางอื่น ๆ ในการขายเช่นกัน ดังนั้น Shopee และ ขนส่งต่าง ๆ ต้องปรับปรุงจุดนี้ด่วน ๆ เลยค่ะ 

ผู้ขายทำอย่างไรดี?

          ผู้ขายเองต่างก็หาทางออกกันยกใหญ่ค่ะ ในกลุ่มผู้ขายบางคนก็แนะนำว่าให้ทำการ เปิดขนส่งร้านค้าให้เหลือเจ้าเดียว เพื่อที่ว่าเมื่อมีการสุ่มขนส่ง (หรือที่ Shopee เรียกว่าการขนส่งที่เหมาะสม) จะได้ไม่เจอขนส่งอื่น บางร้านค้าก็ทำแล้วได้ผล แต่บางร้านก็ไม่ได้นะคะ น่าจะต้องรอให้ทาง Shopee ออกมาแก้ปัญหาหรือชี้แจงมากกว่านี้ เพื่อเราจะได้เห็นแนวทาง และปรับตัวกันต่อไป อย่างไรก็ตามจำกันได้ไหมคะ ข้อดีข้อเสียของการขายสินค้า ในช่องทางต่าง ๆ ที่ MyCloud เคยได้ให้ข้อมูลไป ว่าหากเรายึดติดกับช่องทางใดช่องทางหนึ่งโดยเฉพาะ เมื่อช่องทางเหล่านั้นมีปัญหา หรือปรับเปลี่ยนก็จะส่งผลกระทบกับการขายของเราโดยตรง ดังนั้นหากขายใน marketplace ต่อไปในอนาคตอาจจะ control ตัวเลือกได้น้อยลงเรื่อย ๆ เพราะเราต้องอาศัยอยู่บนแพลตฟอร์มของเขาอยู่ดี ดังนั้น MyCloud แนะนำให้หาช่องทางการขายเพิ่มเติมที่เป็นของเราเอง และไม่ยึดติดกับช่องทางใดช่องทางหนึ่ง เพราะนอกจากจะส่งผลดีทางด้าน เปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงเรา และเราเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นแล้ว ยังทำให้เรายังสามารถขายสินค้าบนช่องทางออนไลน์ได้ต่อไปอย่างยั่งยืน แม้เกิดปัญหาบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ นั่นเอง

ขอขอบคุณภาพจาก: Pantip.cpm / Freepik.com

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ www.mycloudfulfillment.com
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร: 092-472-7742, 02-138-9920
อีเมล: [email protected]
line: @mycloudgroup
MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก
บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คือระบบขนส่งที่ Shopee ปรับเปลี่ยนมาใช้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 โดยระบบจะกำหนดขนส่งให้ร้านค้าโดยอัตโนมัติตามพื้นที่ให้บริการที่เหมาะสมกับที่อยู่จัดส่งและลักษณะสินค้า แทนที่การให้ร้านค้าเลือกขนส่งเอง

มี 5 ประเภท ได้แก่ 1) Standard Delivery-Normal (มาตรฐาน) 2) Standard Delivery-Bulky (สินค้าขนาดใหญ่) 3) Standard-Thailand Post EMS 4) Economy-Thailand Post Registered Mail และ 5) Other Logistic เช่น Seller own fleet หรือ Same Day Delivery

มีสาเหตุหลัก 3 อย่าง ได้แก่ ค่าขนส่งที่แพงขึ้นเพราะเลือกขนส่งเองไม่ได้ โค้ดส่งฟรีที่ลดน้อยลงทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อช้าลง และผลกระทบจากสถานการณ์ Covid-19 ที่ทำให้กำลังซื้อลดลง

ได้ เพราะเมื่อลูกค้าต้องออกค่าจัดส่งเอง มักอยากเลือกขนส่งด้วยตัวเอง หากไม่พอใจกับขนส่งที่ Shopee กำหนดให้ ก็มีโอกาสยกเลิกคำสั่งซื้อ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายของร้านค้า

ผู้ขายบางรายแนะนำให้เปิดใช้งานขนส่งเพียงเจ้าเดียวในร้าน เพื่อลดโอกาสถูกสุ่มขนส่งอื่น แต่วิธีนี้ได้ผลไม่แน่นอนในทุกร้าน จึงยังต้องรอ Shopee ปรับปรุงหรือชี้แจงเพิ่มเติม

เพราะเมื่อแพลตฟอร์มปรับเปลี่ยนนโยบาย เช่น เรื่องขนส่ง ร้านค้าจะควบคุมตัวเลือกได้น้อยลงเรื่อยๆ MyCloud แนะนำให้ร้านค้าหาช่องทางการขายเพิ่มเติมที่เป็นของตัวเอง เพื่อลดความเสี่ยงและรักษาความยั่งยืนของธุรกิจแม้เกิดปัญหาบนแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

JWD จับมือ MyCloudFulfillment สู่อันดับ 1 คลังสินค้าออนไลน์ในไทย&อาเซียน

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 64 ที่ผ่านมา JWD Group และ MyCloudFulfillment ของเรา ได้เปิดตัวคลังสินค้าออนไลน์พร้อมบริการ Fulfillment เก็บ แพ็ค ส่งแบบครบวงจร ด้วยพื้นที่กว้างกว่า 6,500 ตารางเมตร โดยการขยายพื้นที่ครั้งนี้บอกได้เลยค่ะว่า ใหญ่กว่าเดิม กว้างกว่าเดิม พร้อมให้บริการธุรกิจออนไลน์ ให้เรื่องการขายออนไลน์ของคุณเป็นเรื่องง่าย ขายของได้ ไม่ต้องห่วงสต็อกและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนไปพร้อม ๆ กับการเติบโตของตลาด E-Commerce ในปัจจุบันนี้ค่ะ วันนี้นอกจากจะแนะนำให้รู้จักกับคลังสินค้าใหม่ รวมถึงบริการของเราแล้ว เรายังมีภาพคลังสินค้า JWD x MyCloudFulfillment มาฝากกันด้วยค่ะ ทำไมต้อง JWD ?           เพราะ JWD มีประสบการณ์กว่า 42 ปี ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจรในอาเซียน และมีความเชี่ยวชาญด้านคลังสินค้า ด้วยคลังสินค้าในเครือ ทั้งคลังทั่วไป คลังสินค้าปลอดภาษี และคลังสินค้าห้องเย็นขนาดใหญ่ที่สุดที่ครอบคลุมทำเลยุทธศาสตร์ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดการซัพพลายเชนที่เป็นประโยชน์ และมีเครือข่าย และพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งทั้งในไทย […]

Marketplace หรือ Social Commerce ขายที่ไหนกำไรดีกว่า?

ในยุคที่การขายออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญที่พ่อค้าแม่ค้าหลายคนมักจะถามตัวเองคือ “ควรขายผ่าน Marketplace หรือ Social Commerce เพื่อให้ได้กำไรมากที่สุด?” ก่อนที่จะรู้คำตอบนั้นก็ควรจะรู้ก่อนว่าแต่ละช่องทางนั้นมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันอย่างไร แล้วช่องทางไหนที่เหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด? บทความนี้จะช่วยเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน พร้อมคำแนะนำที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น! Marketplace คืออะไร? ข้อดีและข้อเสีย Marketplace คือแพลตฟอร์มที่รวบรวมผู้ขายและผู้ซื้อมาไว้ในที่เดียว เช่น Lazada, Shopee, และ TikTok Shop ซึ่งกลายเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ขายออนไลน์เพราะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้จำนวนมากในเวลาอันสั้น ข้อดีของ Marketplace 1.เข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ เพราะมีจำนวนผู้ใช้งานที่เยอะมากและหลากหลายทั้งในแง่ของเพศ อายุ และความสนใจ ทำให้โอกาสที่สินค้าของคุณจะถูกพบเห็นและซื้อมีสูง อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ช่วยโปรโมตสินค้า เช่น การแสดงสินค้าในหน้าแนะนำ (Recommended), การจัดอันดับสินค้ายอดนิยม, หรือฟังก์ชัน Search ที่ช่วยให้ลูกค้าเจอสินค้าคุณง่ายขึ้น และมีผู้ใช้งานทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง คุณจึงสามารถขายสินค้าและทำการตลาดได้ต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องรอช่วงเวลาหรือกิจกรรมพิเศษ 2.ระบบจัดการที่สะดวก ระบบจัดการที่สะดวก มีเครื่องมือที่ช่วยในเรื่องของการชำระเงิน การจัดส่ง และโปรโมชั่น –การชำระเงิน (Payment) มีระบบชำระเงินอัตโนมัติที่รองรับการจ่ายเงินหลากหลายช่องทาง เช่น บัตรเครดิต/เดบิต, โอนผ่านธนาคาร, และ […]

Live Commerce คืออะไร เทรนด์ใหม่มาแรง ที่ธุรกิจ E-Commerce ต้องรู้จัก!

Live Commerce ที่เราพบเห็นจนชินตาปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์ขายของด้วยตนเอง หรือจ้างพรีเซนเตอร์ที่เป็น เน็ตไอดอล ศิลปินดารามา Live ขายของนั้นเรียกได้ว่าเป็นที่นิยม มีโอกาสที่จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และอาจขายได้มากกว่าการโพสต์ขายทั่วไปด้วยซ้ำ เพราะคนไทยเราก็คุ้นชินและชื่นชอบกันเป็นอย่างดีสำหรับการไลฟ์ผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ วันนี้เราจึงมีรูปแบบการขายใหม่ที่เรียกว่า Live Commerce ที่กำลังฮิตติดเทรนด์และน่าสนใจอย่างมากมาให้รู้จักกันค่ะ เพราะหากไม่รู้จักเทรนด์ดังกล่าวก็ถือว่าพลาดโอกาสทองของการขายได้เลย   Live commerce คืออะไร  Live commerce คือรูปแบบการขายสินค้าผ่านการถ่ายทอดสด (Live Streaming) บนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น ไลฟ์สดขายของใน TikTok, Facebook Live, Shopee Live หรือ Lazada Live โดยผสมผสานระหว่างความบันเทิง และการช้อปปิ้งแบบเรียลไทม์ หรือที่เรียกว่า Shoppertainment เข้าไว้ด้วยกัน จุดเด่นของ Live commerce คือผู้ขายสามารถพูดคุยกับลูกค้า ตอบคำถาม แนะนำสินค้าหรือโชว์การใช้งานจริงได้ทันที ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายและไวขึ้น Live commerce จึงไม่ใช่แค่ช่องทางขายของ แต่ยังกลายเป็นเครื่องมือสร้างแบรนด์ สื่อสารภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าและตัวผู้ขายเองได้อย่างทรงพลัง โดยเฉพาะในยุคที่ลูกค้าต้องการประสบการณ์มากกว่าการดูแค่รูปสินค้าเพียงอย่างเดียว  […]

JWD จับมือ MyCloudFulfillment สู่อันดับ 1 คลังสินค้าออนไลน์ในไทย&อาเซียน

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 64 ที่ผ่านมา JWD Group และ MyCloudFulfillment ของเรา ได้เปิดตัวคลังสินค้าออนไลน์พร้อมบริการ Fulfillment เก็บ แพ็ค ส่งแบบครบวงจร ด้วยพื้นที่กว้างกว่า 6,500 ตารางเมตร โดยการขยายพื้นที่ครั้งนี้บอกได้เลยค่ะว่า ใหญ่กว่าเดิม กว้างกว่าเดิม พร้อมให้บริการธุรกิจออนไลน์ ให้เรื่องการขายออนไลน์ของคุณเป็นเรื่องง่าย ขายของได้ ไม่ต้องห่วงสต็อกและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนไปพร้อม ๆ กับการเติบโตของตลาด E-Commerce ในปัจจุบันนี้ค่ะ วันนี้นอกจากจะแนะนำให้รู้จักกับคลังสินค้าใหม่ รวมถึงบริการของเราแล้ว เรายังมีภาพคลังสินค้า JWD x MyCloudFulfillment มาฝากกันด้วยค่ะ ทำไมต้อง JWD ?           เพราะ JWD มีประสบการณ์กว่า 42 ปี ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจรในอาเซียน และมีความเชี่ยวชาญด้านคลังสินค้า ด้วยคลังสินค้าในเครือ ทั้งคลังทั่วไป คลังสินค้าปลอดภาษี และคลังสินค้าห้องเย็นขนาดใหญ่ที่สุดที่ครอบคลุมทำเลยุทธศาสตร์ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดการซัพพลายเชนที่เป็นประโยชน์ และมีเครือข่าย และพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งทั้งในไทย […]

Marketplace หรือ Social Commerce ขายที่ไหนกำไรดีกว่า?

ในยุคที่การขายออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญที่พ่อค้าแม่ค้าหลายคนมักจะถามตัวเองคือ “ควรขายผ่าน Marketplace หรือ Social Commerce เพื่อให้ได้กำไรมากที่สุด?” ก่อนที่จะรู้คำตอบนั้นก็ควรจะรู้ก่อนว่าแต่ละช่องทางนั้นมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันอย่างไร แล้วช่องทางไหนที่เหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด? บทความนี้จะช่วยเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน พร้อมคำแนะนำที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น! Marketplace คืออะไร? ข้อดีและข้อเสีย Marketplace คือแพลตฟอร์มที่รวบรวมผู้ขายและผู้ซื้อมาไว้ในที่เดียว เช่น Lazada, Shopee, และ TikTok Shop ซึ่งกลายเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ขายออนไลน์เพราะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้จำนวนมากในเวลาอันสั้น ข้อดีของ Marketplace 1.เข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ เพราะมีจำนวนผู้ใช้งานที่เยอะมากและหลากหลายทั้งในแง่ของเพศ อายุ และความสนใจ ทำให้โอกาสที่สินค้าของคุณจะถูกพบเห็นและซื้อมีสูง อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ช่วยโปรโมตสินค้า เช่น การแสดงสินค้าในหน้าแนะนำ (Recommended), การจัดอันดับสินค้ายอดนิยม, หรือฟังก์ชัน Search ที่ช่วยให้ลูกค้าเจอสินค้าคุณง่ายขึ้น และมีผู้ใช้งานทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง คุณจึงสามารถขายสินค้าและทำการตลาดได้ต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องรอช่วงเวลาหรือกิจกรรมพิเศษ 2.ระบบจัดการที่สะดวก ระบบจัดการที่สะดวก มีเครื่องมือที่ช่วยในเรื่องของการชำระเงิน การจัดส่ง และโปรโมชั่น –การชำระเงิน (Payment) มีระบบชำระเงินอัตโนมัติที่รองรับการจ่ายเงินหลากหลายช่องทาง เช่น บัตรเครดิต/เดบิต, โอนผ่านธนาคาร, และ […]

Live Commerce คืออะไร เทรนด์ใหม่มาแรง ที่ธุรกิจ E-Commerce ต้องรู้จัก!

Live Commerce ที่เราพบเห็นจนชินตาปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์ขายของด้วยตนเอง หรือจ้างพรีเซนเตอร์ที่เป็น เน็ตไอดอล ศิลปินดารามา Live ขายของนั้นเรียกได้ว่าเป็นที่นิยม มีโอกาสที่จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และอาจขายได้มากกว่าการโพสต์ขายทั่วไปด้วยซ้ำ เพราะคนไทยเราก็คุ้นชินและชื่นชอบกันเป็นอย่างดีสำหรับการไลฟ์ผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ วันนี้เราจึงมีรูปแบบการขายใหม่ที่เรียกว่า Live Commerce ที่กำลังฮิตติดเทรนด์และน่าสนใจอย่างมากมาให้รู้จักกันค่ะ เพราะหากไม่รู้จักเทรนด์ดังกล่าวก็ถือว่าพลาดโอกาสทองของการขายได้เลย   Live commerce คืออะไร  Live commerce คือรูปแบบการขายสินค้าผ่านการถ่ายทอดสด (Live Streaming) บนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น ไลฟ์สดขายของใน TikTok, Facebook Live, Shopee Live หรือ Lazada Live โดยผสมผสานระหว่างความบันเทิง และการช้อปปิ้งแบบเรียลไทม์ หรือที่เรียกว่า Shoppertainment เข้าไว้ด้วยกัน จุดเด่นของ Live commerce คือผู้ขายสามารถพูดคุยกับลูกค้า ตอบคำถาม แนะนำสินค้าหรือโชว์การใช้งานจริงได้ทันที ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายและไวขึ้น Live commerce จึงไม่ใช่แค่ช่องทางขายของ แต่ยังกลายเป็นเครื่องมือสร้างแบรนด์ สื่อสารภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าและตัวผู้ขายเองได้อย่างทรงพลัง โดยเฉพาะในยุคที่ลูกค้าต้องการประสบการณ์มากกว่าการดูแค่รูปสินค้าเพียงอย่างเดียว  […]