Knowledge Center

Shopee ปรับระบบขนส่ง (Standard Delivery) ผู้ซื้อ-ผู้ขายเลือกไม่ได้เลยหรอ?

หลังปีใหม่มานี้ผู้ขายบน Shopee ยอดตกลงมาก ๆ เกิดจากโควิดรอบสอง หรือ การปรับเปลี่ยนวิธีจัดส่งสินค้าของ shopee กันแน่นะ? ร้านค้าหลาย ๆ ร้านบน Shopee เริ่มตั้งคำถามกันแล้วค่ะสำหรับยอดขายที่ตกลงกันแบบถ้วนหน้าจริง ๆ เท่าที่ทำการสำรวจมาผู้ขายบน Shopee ส่วนใหญ่ช่วงนี้บ่นยอดตกกันเป็นประจำ หรือไม่ก็มีลูกค้าทักมาถามเรื่องขนส่งแล้วก็ยกเลิกออเดอร์ทันที วันนี้ MyCloud พาไปวิเคราะห์กันแบบเจาะลึกดีกว่าค่ะ ว่าที่ยอดตกจริง ๆ แล้วเป็นเพราะอะไรกันแน่นะ

           สำหรับยอดขายที่ตกลงอาจเป็นเพราะเศรษฐกิจช่วงนี้ก็เป็นไปได้ค่ะ เพราะทั้งการขายแบบออฟไลน์ หรือหน้าร้านเองก็ยอดน้อยลงมาก ๆ รวมถึงการขายออนไลน์เองที่ดูเหมือนจะขายได้ดีกว่า แต่ก็ยังมียอดขายไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่ เราจึงทำการค้นหา และพบว่าสาเหตุอื่น ๆ 3 สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ยอดขายบน Shopee ตกมีดังนี้ค่ะ

1. ค่าขนส่งที่แพงขึ้น (เลือกขนส่งเองไม่ได้)

          Shopee ได้เปลี่ยนระบบขนส่งเป็นแบบStandard Delivery มาตั้งแต่เดือน ธันวาคมที่ผ่านมา และทยอยเปลี่ยนให้กับทุกร้านค้าเท่ากันหมด ซึ่งผลเสียที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ ค่าส่งแพงขึ้น โดยที่เลือกขนส่งไม่ได้อีกด้วย ร้านค้าที่โดนเปลี่ยนแล้วยอดตกเอง ก็รู้สึกไม่พอใจ และรู้สึกเสียเปรียบ แต่ Shopee ยืนยันว่าจะเปลี่ยนให้ทุกร้านค่ะ ทางด้านลูกค้าเองก็ไม่พอใจจนถึงกับเป็นประเด็นดราม่าในทวิตเตอร์ จนกลายเป็นเทรนด์ #Shopeeอย่าสาระแน ทวงเอาขนส่งแบบเดิมกลับมา งานนี้ Shopee ศึกษาดีๆนะคะว่าผลเสีย มากกว่าผลดี แล้วผู้ใช้จะย้ายแพลตฟอร์มกันหรือเปล่า

2. โค้ดส่งฟรีที่น้อยลง

          สังเกตกันไหมคะ โค้ดส่งฟรี ก็ไม่ฟรีจริง ๆ แถมยังน้อยลงอีก เพราะบน Shopee ลูกค้าใช้โค้ดส่งฟรีได้น้อยลง แถมตอนนี้กับบางร้านก็ใช้ไม่ได้ด้วย ในฐานะผู้ซื้อ แม้ว่าจะไม่ได้ทำให้ซื้อของน้อยลง แต่ซื้อ ” ช้า ” ขึ้นแน่นอนค่ะ แทนที่ลูกค้าจะตัดสินใจปุป ซื้อเลยก็กลายเป็นดองไว้ในตะกร้าก่อน ทำให้โอกาสในการขายของร้านค้าลดลงนั่นเองค่ะ

3. Covid-19

          ทั้งส่งผลดี และผลเสียต่อ E-Commerce จริง ๆ สำหรับไวรัสตัวร้ายที่ไม่มีใครอยาดให้เกิดนี้ เนื่องจากผู้คนมีเวลาออนไลน์มากขึ้น และหันมาซื้อสินค้า รวมถึง delivery ทางออนไลน์มากขึ้น แต่เมื่อตเองตกงาน หรือ work from home ทำให้รายได้ไม่เป็นแบบเดิม จึงเกิดเป็นภาวะรัดเข็มขัด ผู้คนจับจ่ายน้อยลง หรือคิดมากขึ้นเมื่อจะซื้ออะไรแต่ละที จริงไหมละคะ? นอกจากนี้ในฐานะผู้ขายเอง โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับอาหาร และเครื่องดื่ม ยอดน้อยลงจนน่าใจหาย ดังนั้นปฎิเสธไม่ได้เลยค่ะ ว่า อีกสาเหตุหนึ่งก็มาจากเจ้า Covid-19 นี้แหล่ะค่ะ

ทีมงาน Shopee ชี้แจงว่าอย่างไร? สำหรับการปรับรูปแบบขนส่งใหม่นี้

          Shopee ทราบถึงฟีดแบคและกระแสวิพากย์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นนะคะ และได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุที่ต้องปรับรูปแบบขนส่งนี้ เพื่อให้เป็นมาตราฐานมากขึ้น โดยขนส่งจะถูกกำหนดให้โดย Shopee เองอัตโนมัติ

คำถามที่ตามมาคือ อะไรคือ “เหมาะสม” สำหรับ Shopee?

          Shopee เผยว่าใช้เกณฑ์พิจารณาจากพื้นที่ ที่ให้บริการของบริษัทขนส่งที่เหมาะสมกับที่อยู่ในการจัดส่งของร้านค้า รวมถึงลักษณะของสินค้าที่ร้านค้าขาย ซึ่งรูปแบบการขนส่งแบบมาตรฐานที่ Shopee กำหนด จะถูกแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้

1. Standard Delivery – Normal (การขนส่งแบบมาตรฐาน)

2. Standard Delivery – Bulky (การขนส่งสำหรับสินค้าขนาดใหญ่)

3. Standard – Thailand Post EMS (การขนส่งแบบ EMS โดยไปรษณีย์ไทย)

4. Economy – Thailand Post Registered Mail (การขนส่งแบบลงทะเบียน โดยไปรษณีย์ไทย)

5. Other Logistic ซึ่งเป็นการขนส่งแบบอื่นๆ เช่น Seller own fleet หรือ Same Day Delivery เป็นต้น

           สำหรับผู้ขายที่ต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับการจัดส่งดังกล่าว สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ http://internal.edu.shopee.io/internal-edu/article/1179 จาก Shopee หรือติดต่อ Call Center ได้ที่ 02-017-8399 และ Email : [email protected] ได้เลยค่ะ 

ลูกค้ายกเลิกคำสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น เนื่องจากไม่อยากได้ขนส่งที่กำหนด

          เมื่อต้องออกค่าจัดส่งเอง ก็อยากเลือกขนส่งด้วยตัวเองจริงไหม ด้านผู้ซื้อเองจึงไม่พอใจกับการขนส่งที่ Shopee จัดให้ และยกเลิกออเดอร์ในที่สุด ส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้าบน Shopee โอดครวญกันใหญ่ นั่นก็เป็นเพราะขนส่งในแต่ละพื้นที่บริการไม่เหมือนกันค่ะ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เอง สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและทัศนคติของผู้ซื้อที่มีต่อขนส่งเจ้าต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ซื้อเทแพลตฟอร์มนี้เท่านั้นนะคะ ในอนาคตหากไม่มีการปรับปรุง ผู้ขายเองก็คงจะมองหาช่องทางอื่น ๆ ในการขายเช่นกัน ดังนั้น Shopee และ ขนส่งต่าง ๆ ต้องปรับปรุงจุดนี้ด่วน ๆ เลยค่ะ 

ผู้ขายทำอย่างไรดี?

          ผู้ขายเองต่างก็หาทางออกกันยกใหญ่ค่ะ ในกลุ่มผู้ขายบางคนก็แนะนำว่าให้ทำการ เปิดขนส่งร้านค้าให้เหลือเจ้าเดียว เพื่อที่ว่าเมื่อมีการสุ่มขนส่ง (หรือที่ Shopee เรียกว่าการขนส่งที่เหมาะสม) จะได้ไม่เจอขนส่งอื่น บางร้านค้าก็ทำแล้วได้ผล แต่บางร้านก็ไม่ได้นะคะ น่าจะต้องรอให้ทาง Shopee ออกมาแก้ปัญหาหรือชี้แจงมากกว่านี้ เพื่อเราจะได้เห็นแนวทาง และปรับตัวกันต่อไป อย่างไรก็ตามจำกันได้ไหมคะ ข้อดีข้อเสียของการขายสินค้า ในช่องทางต่าง ๆ ที่ MyCloud เคยได้ให้ข้อมูลไป ว่าหากเรายึดติดกับช่องทางใดช่องทางหนึ่งโดยเฉพาะ เมื่อช่องทางเหล่านั้นมีปัญหา หรือปรับเปลี่ยนก็จะส่งผลกระทบกับการขายของเราโดยตรง ดังนั้นหากขายใน marketplace ต่อไปในอนาคตอาจจะ control ตัวเลือกได้น้อยลงเรื่อย ๆ เพราะเราต้องอาศัยอยู่บนแพลตฟอร์มของเขาอยู่ดี ดังนั้น MyCloud แนะนำให้หาช่องทางการขายเพิ่มเติมที่เป็นของเราเอง และไม่ยึดติดกับช่องทางใดช่องทางหนึ่ง เพราะนอกจากจะส่งผลดีทางด้าน เปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงเรา และเราเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นแล้ว ยังทำให้เรายังสามารถขายสินค้าบนช่องทางออนไลน์ได้ต่อไปอย่างยั่งยืน แม้เกิดปัญหาบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ นั่นเอง

ขอขอบคุณภาพจาก: Pantip.cpm / Freepik.com

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ www.mycloudfulfillment.com
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร: 092-472-7742, 02-138-9920
อีเมล: [email protected]
line: @mycloudgroup
MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก
บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คือระบบขนส่งที่ Shopee ปรับเปลี่ยนมาใช้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 โดยระบบจะกำหนดขนส่งให้ร้านค้าโดยอัตโนมัติตามพื้นที่ให้บริการที่เหมาะสมกับที่อยู่จัดส่งและลักษณะสินค้า แทนที่การให้ร้านค้าเลือกขนส่งเอง

มี 5 ประเภท ได้แก่ 1) Standard Delivery-Normal (มาตรฐาน) 2) Standard Delivery-Bulky (สินค้าขนาดใหญ่) 3) Standard-Thailand Post EMS 4) Economy-Thailand Post Registered Mail และ 5) Other Logistic เช่น Seller own fleet หรือ Same Day Delivery

มีสาเหตุหลัก 3 อย่าง ได้แก่ ค่าขนส่งที่แพงขึ้นเพราะเลือกขนส่งเองไม่ได้ โค้ดส่งฟรีที่ลดน้อยลงทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อช้าลง และผลกระทบจากสถานการณ์ Covid-19 ที่ทำให้กำลังซื้อลดลง

ได้ เพราะเมื่อลูกค้าต้องออกค่าจัดส่งเอง มักอยากเลือกขนส่งด้วยตัวเอง หากไม่พอใจกับขนส่งที่ Shopee กำหนดให้ ก็มีโอกาสยกเลิกคำสั่งซื้อ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายของร้านค้า

ผู้ขายบางรายแนะนำให้เปิดใช้งานขนส่งเพียงเจ้าเดียวในร้าน เพื่อลดโอกาสถูกสุ่มขนส่งอื่น แต่วิธีนี้ได้ผลไม่แน่นอนในทุกร้าน จึงยังต้องรอ Shopee ปรับปรุงหรือชี้แจงเพิ่มเติม

เพราะเมื่อแพลตฟอร์มปรับเปลี่ยนนโยบาย เช่น เรื่องขนส่ง ร้านค้าจะควบคุมตัวเลือกได้น้อยลงเรื่อยๆ MyCloud แนะนำให้ร้านค้าหาช่องทางการขายเพิ่มเติมที่เป็นของตัวเอง เพื่อลดความเสี่ยงและรักษาความยั่งยืนของธุรกิจแม้เกิดปัญหาบนแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Omni Channel คืออะไร ช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจในยุค Disruption ?

ความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าถือเป็นเป้าหมายสำคัญของธุรกิจ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องงัดเอากลยุทธ์ต่าง ๆ มาเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า และหัวใจสำคัญที่อยู่ในทุกขั้นตอนของการขาย ตั้งแต่เริ่มต้นทำความรู้จักลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ารับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ ไปจนถึงการบริการหลังการขายนั่นก็คือ การติดต่อสื่อสาร ซึ่งในปัจจุบันผู้บริโภคคาดหวังการให้บริการแบบเรียลไทม์ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย  ดังนั้นการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าทั้งออนไลน์ และการขายหน้าร้าน หรือที่เรียกว่าออฟไลน์นั้น จึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน นี่จึงทำให้เกิดการตลาดแบบผสมผสานที่เรียกว่า Omni Channel Marketing ที่เป็นการผสมผสานทั้งสองช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อให้เกิดการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการบันทึกข้อมูลลูกค้าไว้ที่ระบบกลางเพื่อเพิ่มโอกาสทางการขายต่อไป  แล้ว Omni Channel คืออะไร? Omni มาจากรากศัพท์ลาตินว่า Omnibus ซึ่งหมายถึง For All หรือ ทั้งหมด ในแง่ของ E-commerce คำว่า “Omni Channel” คือช่องทางการสื่อสารและบริการลูกค้าที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดเอาไว้ เพื่อทำให้การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเป็นไปได้ง่าย รวดเร็วและไร้รอยต่อ เรียกได้ว่าเป็นการรวมการตลาดจากทุกช่องทาง ช่วยดึงลูกค้าจากร้านค้าไปปิดการขายในช่องทางออนไลน์ หรือลูกค้าจากหน้าร้านให้ไปทำการซื้อ-ขายกันในช่องทางออนไลน์ได้เช่นกัน  ถือเป็นการหยิบยื่นประสบการณ์การซื้อสินค้าของลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพิ่มความสะดวกให้สามารถเข้าถึงการซื้อขายได้อย่างครอบคลุม โดยในปัจจุบันช่องทางการสื่อสารออนไลน์ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ Email Direct Marketing, Website, […]

คู่มือฉบับสมบูรณ์ 2026: เมื่อไหร่ควรใช้ Fulfillment? เช็กต้นทุนก่อนตัดสินใจจ้าง 3PL

ใช้ Fulfillment คุ้มเมื่อค่าใช้จ่ายรวมและเวลาที่เสียไปกับการจัดการหลังบ้านเริ่มสูงกว่าค่าจ้างผู้ให้บริการภายนอก** โดยต้องเปรียบเทียบทั้งค่าแรง พื้นที่เก็บสินค้า วัสดุแพ็ก ระบบ ค่าขนส่ง ความผิดพลาด และต้นทุนจากการเสียโอกาส ไม่ควรตัดสินจากจำนวนออเดอร์หรือราคาแพ็กต่อกล่องเพียงอย่างเดียว บางธุรกิจมีออเดอร์ไม่มาก แต่สินค้าใช้พื้นที่เยอะและจัดการยาก จึงอาจคุ้มที่จะใช้ Fulfillment ขณะที่บางร้านมีออเดอร์จำนวนมากแต่สินค้าแพ็กง่าย มีพื้นที่และทีมพร้อม การทำเองก็อาจยังคุ้มกว่า บทความนี้จึงไม่ได้กำหนดว่า “ต้องมีกี่ออเดอร์ถึงควรเริ่ม” แต่จะช่วยให้คุณคำนวณต้นทุนจริง มองเห็นจุดคุ้มทุน และประเมินว่าธุรกิจพร้อมจ้าง 3PL แล้วหรือยัง Fulfillment คืออะไร? สรุปสั้นใน 30 วินาที Fulfillment คือบริการจัดการคำสั่งซื้อที่ดูแลตั้งแต่รับสินค้าเข้าคลัง จัดเก็บ รับออเดอร์ หยิบ แพ็ก ส่ง และจัดการสินค้าคืน โดยธุรกิจยังเป็นเจ้าของสินค้า แต่ให้ผู้ให้บริการภายนอกหรือ 3PL ดูแลงานคลังและการจัดส่งแทน คำว่า “Fulfillment” แปลตรงตัวว่า “การเติมเต็ม” ซึ่งในเชิงธุรกิจคือการเติมเต็มส่วนที่ผู้ประกอบการทำเองไม่ไหว: ไม่มีเวลา ไม่มีคลัง ไม่มีคนช่วยจัดการ ให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลแทน เพื่อให้เจ้าของธุรกิจโฟกัสที่การขายและการตลาด สิ่งที่ทำให้ Fulfillment ต่างจากคลังสินค้าทั่วไป: […]

เจ้าของธุรกิจออนไลน์ควรรู้! เปิดร้านขายของใน Shopee เสียค่าอะไรบ้าง?

ในยุคที่การช้อปปิ้งออนไลน์กำลังเฟื่องฟู Shopee กลายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมที่ผู้ประกอบการหลายคนเลือกเป็นช่องทางในการขายสินค้า แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการขายของใน Shopee มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่ผู้ขายต้องจ่ายเมื่อเปิดร้านบน Shopee เพื่อให้คุณสามารถวางแผนธุรกิจและคำนวณต้นทุนได้อย่างแม่นยำ พร้อมแล้วมาดูกันว่าขายของใน Shopee เสียค่าอะไรบ้าง   ขายของใน shopee เสียค่าอะไรบ้าง ก่อนที่จะเริ่มขายสินค้าบน Shopee ผู้ขายควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่จะต้องจ่าย เพื่อให้สามารถตั้งราคาสินค้าได้อย่างเหมาะสมและทำกำไรได้ตามเป้าหมาย มาดูกันว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง   1. ค่าธรรมเนียมจากการขาย การขายของใน Shopee มีค่าธรรมเนียมการขายที่แตกต่างกันตามประเภทของร้านค้าและหมวดหมู่สินค้า ซึ่งทางช้อปปี้จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในส่วนนี้จากทั้ง Shopee Seller ที่ลงขายแบบ Mall Sellers และ Non-Mall Sellers นั้น ทางช้อปปี้จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมเมื่อได้รับคำสั่งซื้อและจัดการคำสั่งซื้อจนเสร็จ ซึ่งจะเก็บค่าธรรมเนียมตามประเภทของสินค้า ดังนี้ หมวดหมู่สินค้า Shopee Mall Seller (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) Non-Mall Seller(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สินค้าในหมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ 9% – 11% 8% สินค้าในหมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ […]

Omni Channel คืออะไร ช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจในยุค Disruption ?

ความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าถือเป็นเป้าหมายสำคัญของธุรกิจ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องงัดเอากลยุทธ์ต่าง ๆ มาเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า และหัวใจสำคัญที่อยู่ในทุกขั้นตอนของการขาย ตั้งแต่เริ่มต้นทำความรู้จักลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ารับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ ไปจนถึงการบริการหลังการขายนั่นก็คือ การติดต่อสื่อสาร ซึ่งในปัจจุบันผู้บริโภคคาดหวังการให้บริการแบบเรียลไทม์ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย  ดังนั้นการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าทั้งออนไลน์ และการขายหน้าร้าน หรือที่เรียกว่าออฟไลน์นั้น จึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน นี่จึงทำให้เกิดการตลาดแบบผสมผสานที่เรียกว่า Omni Channel Marketing ที่เป็นการผสมผสานทั้งสองช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อให้เกิดการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการบันทึกข้อมูลลูกค้าไว้ที่ระบบกลางเพื่อเพิ่มโอกาสทางการขายต่อไป  แล้ว Omni Channel คืออะไร? Omni มาจากรากศัพท์ลาตินว่า Omnibus ซึ่งหมายถึง For All หรือ ทั้งหมด ในแง่ของ E-commerce คำว่า “Omni Channel” คือช่องทางการสื่อสารและบริการลูกค้าที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดเอาไว้ เพื่อทำให้การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเป็นไปได้ง่าย รวดเร็วและไร้รอยต่อ เรียกได้ว่าเป็นการรวมการตลาดจากทุกช่องทาง ช่วยดึงลูกค้าจากร้านค้าไปปิดการขายในช่องทางออนไลน์ หรือลูกค้าจากหน้าร้านให้ไปทำการซื้อ-ขายกันในช่องทางออนไลน์ได้เช่นกัน  ถือเป็นการหยิบยื่นประสบการณ์การซื้อสินค้าของลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพิ่มความสะดวกให้สามารถเข้าถึงการซื้อขายได้อย่างครอบคลุม โดยในปัจจุบันช่องทางการสื่อสารออนไลน์ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ Email Direct Marketing, Website, […]

คู่มือฉบับสมบูรณ์ 2026: เมื่อไหร่ควรใช้ Fulfillment? เช็กต้นทุนก่อนตัดสินใจจ้าง 3PL

ใช้ Fulfillment คุ้มเมื่อค่าใช้จ่ายรวมและเวลาที่เสียไปกับการจัดการหลังบ้านเริ่มสูงกว่าค่าจ้างผู้ให้บริการภายนอก** โดยต้องเปรียบเทียบทั้งค่าแรง พื้นที่เก็บสินค้า วัสดุแพ็ก ระบบ ค่าขนส่ง ความผิดพลาด และต้นทุนจากการเสียโอกาส ไม่ควรตัดสินจากจำนวนออเดอร์หรือราคาแพ็กต่อกล่องเพียงอย่างเดียว บางธุรกิจมีออเดอร์ไม่มาก แต่สินค้าใช้พื้นที่เยอะและจัดการยาก จึงอาจคุ้มที่จะใช้ Fulfillment ขณะที่บางร้านมีออเดอร์จำนวนมากแต่สินค้าแพ็กง่าย มีพื้นที่และทีมพร้อม การทำเองก็อาจยังคุ้มกว่า บทความนี้จึงไม่ได้กำหนดว่า “ต้องมีกี่ออเดอร์ถึงควรเริ่ม” แต่จะช่วยให้คุณคำนวณต้นทุนจริง มองเห็นจุดคุ้มทุน และประเมินว่าธุรกิจพร้อมจ้าง 3PL แล้วหรือยัง Fulfillment คืออะไร? สรุปสั้นใน 30 วินาที Fulfillment คือบริการจัดการคำสั่งซื้อที่ดูแลตั้งแต่รับสินค้าเข้าคลัง จัดเก็บ รับออเดอร์ หยิบ แพ็ก ส่ง และจัดการสินค้าคืน โดยธุรกิจยังเป็นเจ้าของสินค้า แต่ให้ผู้ให้บริการภายนอกหรือ 3PL ดูแลงานคลังและการจัดส่งแทน คำว่า “Fulfillment” แปลตรงตัวว่า “การเติมเต็ม” ซึ่งในเชิงธุรกิจคือการเติมเต็มส่วนที่ผู้ประกอบการทำเองไม่ไหว: ไม่มีเวลา ไม่มีคลัง ไม่มีคนช่วยจัดการ ให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลแทน เพื่อให้เจ้าของธุรกิจโฟกัสที่การขายและการตลาด สิ่งที่ทำให้ Fulfillment ต่างจากคลังสินค้าทั่วไป: […]

เจ้าของธุรกิจออนไลน์ควรรู้! เปิดร้านขายของใน Shopee เสียค่าอะไรบ้าง?

ในยุคที่การช้อปปิ้งออนไลน์กำลังเฟื่องฟู Shopee กลายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมที่ผู้ประกอบการหลายคนเลือกเป็นช่องทางในการขายสินค้า แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการขายของใน Shopee มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่ผู้ขายต้องจ่ายเมื่อเปิดร้านบน Shopee เพื่อให้คุณสามารถวางแผนธุรกิจและคำนวณต้นทุนได้อย่างแม่นยำ พร้อมแล้วมาดูกันว่าขายของใน Shopee เสียค่าอะไรบ้าง   ขายของใน shopee เสียค่าอะไรบ้าง ก่อนที่จะเริ่มขายสินค้าบน Shopee ผู้ขายควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่จะต้องจ่าย เพื่อให้สามารถตั้งราคาสินค้าได้อย่างเหมาะสมและทำกำไรได้ตามเป้าหมาย มาดูกันว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง   1. ค่าธรรมเนียมจากการขาย การขายของใน Shopee มีค่าธรรมเนียมการขายที่แตกต่างกันตามประเภทของร้านค้าและหมวดหมู่สินค้า ซึ่งทางช้อปปี้จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในส่วนนี้จากทั้ง Shopee Seller ที่ลงขายแบบ Mall Sellers และ Non-Mall Sellers นั้น ทางช้อปปี้จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมเมื่อได้รับคำสั่งซื้อและจัดการคำสั่งซื้อจนเสร็จ ซึ่งจะเก็บค่าธรรมเนียมตามประเภทของสินค้า ดังนี้ หมวดหมู่สินค้า Shopee Mall Seller (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) Non-Mall Seller(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สินค้าในหมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ 9% – 11% 8% สินค้าในหมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ […]