Knowledge Center

Shopee ปรับระบบขนส่ง (Standard Delivery) ผู้ซื้อ-ผู้ขายเลือกไม่ได้เลยหรอ?

หลังปีใหม่มานี้ผู้ขายบน Shopee ยอดตกลงมาก ๆ เกิดจากโควิดรอบสอง หรือ การปรับเปลี่ยนวิธีจัดส่งสินค้าของ shopee กันแน่นะ? ร้านค้าหลาย ๆ ร้านบน Shopee เริ่มตั้งคำถามกันแล้วค่ะสำหรับยอดขายที่ตกลงกันแบบถ้วนหน้าจริง ๆ เท่าที่ทำการสำรวจมาผู้ขายบน Shopee ส่วนใหญ่ช่วงนี้บ่นยอดตกกันเป็นประจำ หรือไม่ก็มีลูกค้าทักมาถามเรื่องขนส่งแล้วก็ยกเลิกออเดอร์ทันที วันนี้ MyCloud พาไปวิเคราะห์กันแบบเจาะลึกดีกว่าค่ะ ว่าที่ยอดตกจริง ๆ แล้วเป็นเพราะอะไรกันแน่นะ

           สำหรับยอดขายที่ตกลงอาจเป็นเพราะเศรษฐกิจช่วงนี้ก็เป็นไปได้ค่ะ เพราะทั้งการขายแบบออฟไลน์ หรือหน้าร้านเองก็ยอดน้อยลงมาก ๆ รวมถึงการขายออนไลน์เองที่ดูเหมือนจะขายได้ดีกว่า แต่ก็ยังมียอดขายไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่ เราจึงทำการค้นหา และพบว่าสาเหตุอื่น ๆ 3 สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ยอดขายบน Shopee ตกมีดังนี้ค่ะ

1. ค่าขนส่งที่แพงขึ้น (เลือกขนส่งเองไม่ได้)

          Shopee ได้เปลี่ยนระบบขนส่งเป็นแบบStandard Delivery มาตั้งแต่เดือน ธันวาคมที่ผ่านมา และทยอยเปลี่ยนให้กับทุกร้านค้าเท่ากันหมด ซึ่งผลเสียที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ ค่าส่งแพงขึ้น โดยที่เลือกขนส่งไม่ได้อีกด้วย ร้านค้าที่โดนเปลี่ยนแล้วยอดตกเอง ก็รู้สึกไม่พอใจ และรู้สึกเสียเปรียบ แต่ Shopee ยืนยันว่าจะเปลี่ยนให้ทุกร้านค่ะ ทางด้านลูกค้าเองก็ไม่พอใจจนถึงกับเป็นประเด็นดราม่าในทวิตเตอร์ จนกลายเป็นเทรนด์ #Shopeeอย่าสาระแน ทวงเอาขนส่งแบบเดิมกลับมา งานนี้ Shopee ศึกษาดีๆนะคะว่าผลเสีย มากกว่าผลดี แล้วผู้ใช้จะย้ายแพลตฟอร์มกันหรือเปล่า

2. โค้ดส่งฟรีที่น้อยลง

          สังเกตกันไหมคะ โค้ดส่งฟรี ก็ไม่ฟรีจริง ๆ แถมยังน้อยลงอีก เพราะบน Shopee ลูกค้าใช้โค้ดส่งฟรีได้น้อยลง แถมตอนนี้กับบางร้านก็ใช้ไม่ได้ด้วย ในฐานะผู้ซื้อ แม้ว่าจะไม่ได้ทำให้ซื้อของน้อยลง แต่ซื้อ ” ช้า ” ขึ้นแน่นอนค่ะ แทนที่ลูกค้าจะตัดสินใจปุป ซื้อเลยก็กลายเป็นดองไว้ในตะกร้าก่อน ทำให้โอกาสในการขายของร้านค้าลดลงนั่นเองค่ะ

3. Covid-19

          ทั้งส่งผลดี และผลเสียต่อ E-Commerce จริง ๆ สำหรับไวรัสตัวร้ายที่ไม่มีใครอยาดให้เกิดนี้ เนื่องจากผู้คนมีเวลาออนไลน์มากขึ้น และหันมาซื้อสินค้า รวมถึง delivery ทางออนไลน์มากขึ้น แต่เมื่อตเองตกงาน หรือ work from home ทำให้รายได้ไม่เป็นแบบเดิม จึงเกิดเป็นภาวะรัดเข็มขัด ผู้คนจับจ่ายน้อยลง หรือคิดมากขึ้นเมื่อจะซื้ออะไรแต่ละที จริงไหมละคะ? นอกจากนี้ในฐานะผู้ขายเอง โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับอาหาร และเครื่องดื่ม ยอดน้อยลงจนน่าใจหาย ดังนั้นปฎิเสธไม่ได้เลยค่ะ ว่า อีกสาเหตุหนึ่งก็มาจากเจ้า Covid-19 นี้แหล่ะค่ะ

ทีมงาน Shopee ชี้แจงว่าอย่างไร? สำหรับการปรับรูปแบบขนส่งใหม่นี้

          Shopee ทราบถึงฟีดแบคและกระแสวิพากย์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นนะคะ และได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุที่ต้องปรับรูปแบบขนส่งนี้ เพื่อให้เป็นมาตราฐานมากขึ้น โดยขนส่งจะถูกกำหนดให้โดย Shopee เองอัตโนมัติ

คำถามที่ตามมาคือ อะไรคือ “เหมาะสม” สำหรับ Shopee?

          Shopee เผยว่าใช้เกณฑ์พิจารณาจากพื้นที่ ที่ให้บริการของบริษัทขนส่งที่เหมาะสมกับที่อยู่ในการจัดส่งของร้านค้า รวมถึงลักษณะของสินค้าที่ร้านค้าขาย ซึ่งรูปแบบการขนส่งแบบมาตรฐานที่ Shopee กำหนด จะถูกแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้

1. Standard Delivery – Normal (การขนส่งแบบมาตรฐาน)

2. Standard Delivery – Bulky (การขนส่งสำหรับสินค้าขนาดใหญ่)

3. Standard – Thailand Post EMS (การขนส่งแบบ EMS โดยไปรษณีย์ไทย)

4. Economy – Thailand Post Registered Mail (การขนส่งแบบลงทะเบียน โดยไปรษณีย์ไทย)

5. Other Logistic ซึ่งเป็นการขนส่งแบบอื่นๆ เช่น Seller own fleet หรือ Same Day Delivery เป็นต้น

           สำหรับผู้ขายที่ต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับการจัดส่งดังกล่าว สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ http://internal.edu.shopee.io/internal-edu/article/1179 จาก Shopee หรือติดต่อ Call Center ได้ที่ 02-017-8399 และ Email : [email protected] ได้เลยค่ะ 

ลูกค้ายกเลิกคำสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น เนื่องจากไม่อยากได้ขนส่งที่กำหนด

          เมื่อต้องออกค่าจัดส่งเอง ก็อยากเลือกขนส่งด้วยตัวเองจริงไหม ด้านผู้ซื้อเองจึงไม่พอใจกับการขนส่งที่ Shopee จัดให้ และยกเลิกออเดอร์ในที่สุด ส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้าบน Shopee โอดครวญกันใหญ่ นั่นก็เป็นเพราะขนส่งในแต่ละพื้นที่บริการไม่เหมือนกันค่ะ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เอง สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและทัศนคติของผู้ซื้อที่มีต่อขนส่งเจ้าต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ซื้อเทแพลตฟอร์มนี้เท่านั้นนะคะ ในอนาคตหากไม่มีการปรับปรุง ผู้ขายเองก็คงจะมองหาช่องทางอื่น ๆ ในการขายเช่นกัน ดังนั้น Shopee และ ขนส่งต่าง ๆ ต้องปรับปรุงจุดนี้ด่วน ๆ เลยค่ะ 

ผู้ขายทำอย่างไรดี?

          ผู้ขายเองต่างก็หาทางออกกันยกใหญ่ค่ะ ในกลุ่มผู้ขายบางคนก็แนะนำว่าให้ทำการ เปิดขนส่งร้านค้าให้เหลือเจ้าเดียว เพื่อที่ว่าเมื่อมีการสุ่มขนส่ง (หรือที่ Shopee เรียกว่าการขนส่งที่เหมาะสม) จะได้ไม่เจอขนส่งอื่น บางร้านค้าก็ทำแล้วได้ผล แต่บางร้านก็ไม่ได้นะคะ น่าจะต้องรอให้ทาง Shopee ออกมาแก้ปัญหาหรือชี้แจงมากกว่านี้ เพื่อเราจะได้เห็นแนวทาง และปรับตัวกันต่อไป อย่างไรก็ตามจำกันได้ไหมคะ ข้อดีข้อเสียของการขายสินค้า ในช่องทางต่าง ๆ ที่ MyCloud เคยได้ให้ข้อมูลไป ว่าหากเรายึดติดกับช่องทางใดช่องทางหนึ่งโดยเฉพาะ เมื่อช่องทางเหล่านั้นมีปัญหา หรือปรับเปลี่ยนก็จะส่งผลกระทบกับการขายของเราโดยตรง ดังนั้นหากขายใน marketplace ต่อไปในอนาคตอาจจะ control ตัวเลือกได้น้อยลงเรื่อย ๆ เพราะเราต้องอาศัยอยู่บนแพลตฟอร์มของเขาอยู่ดี ดังนั้น MyCloud แนะนำให้หาช่องทางการขายเพิ่มเติมที่เป็นของเราเอง และไม่ยึดติดกับช่องทางใดช่องทางหนึ่ง เพราะนอกจากจะส่งผลดีทางด้าน เปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงเรา และเราเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นแล้ว ยังทำให้เรายังสามารถขายสินค้าบนช่องทางออนไลน์ได้ต่อไปอย่างยั่งยืน แม้เกิดปัญหาบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ นั่นเอง

ขอขอบคุณภาพจาก: Pantip.cpm / Freepik.com

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ www.mycloudfulfillment.com
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร: 092-472-7742, 02-138-9920
อีเมล: [email protected]
line: @mycloudgroup
MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก
บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

วิธีบริหาร Stock เดียวขายได้หลายช่องทาง (Omnichannel) สต็อกไม่หาย ไม่ขายทิพย์!

ยุคนี้แม่ค้าออนไลน์รู้ดีว่า “ขายช่องทางเดียว = ปิดกั้นโอกาสรวย” ร้านค้าส่วนใหญ่จึงขยายสาขาไปเปิดทั้งบน Shopee, Lazada, TikTok Shop, LINE SHOPPING ไปจนถึง Facebook Page แต่ยิ่งเพิ่มช่องทางขาย ปัญหาคลาสสิกที่ตามมาติดๆ คือ “สต็อกพัง”! ออเดอร์เข้า TikTok แต่ลืมไปตัดสต็อกใน Shopee สุดท้ายลูกค้า Shopee กดสั่งซื้อแต่ของหมด (Overselling หรือ ขายของทิพย์) จนโดนแพลตฟอร์มหักคะแนนร้าน วันนี้เราจะพาไปดูวิธีแก้ปัญหานี้กันครับ ว่าธุรกิจระดับโปรเขาบริหาร “Stock เดียว ให้ขายได้ทุกที่” โดยที่ของไม่หายกันได้อย่างไร? Omnichannel (ออมนิชาแนล) คืออะไร? Omnichannel คือ กลยุทธ์การเชื่อมโยงช่องทางการขายและการสื่อสารทั้งหมดของธุรกิจ ทั้งออนไลน์ (เช่น Shopee, TikTok Shop, Website, LINE, Facebook) และออฟไลน์ (เช่น หน้าร้านสาขา) เข้าด้วยกันเป็น “ระบบเดียว” เพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ไร้รอยต่อ […]

สรุปชัด! OMS vs WMS คืออะไร? ทำไมธุรกิจ E-Commerce ยุคใหม่ต้องรู้จัก

OMS คืออะไร? ทำไมธุรกิจขายของออนไลน์ยุคใหม่ขาดไม่ได้ OMS ย่อมาจาก Order Management System คือ ระบบบริหารจัดการคำสั่งซื้อแบบครบวงจร ตั้งแต่การรับออเดอร์จากทุกช่องทางขาย (Marketplace, Social Commerce, Website) การจัดการสต็อกสินค้า ไปจนถึงการส่งข้อมูลออเดอร์ให้คลังสินค้าเพื่อแพ็กและจัดส่ง ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจแบบ Multi-channel ทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทำไมต้องมีระบบ OMS? เมื่อธุรกิจขยายตัวและมีช่องทางขายมากขึ้น ปัญหาที่พบบ่อยคือ “สต็อกไม่ตรง” หรือ “ลืมส่งออเดอร์” ระบบ OMS จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็น “สมองกลาง” ที่คอยเชื่อมต่อข้อมูลทุกอย่างเข้าด้วยกัน ฟีเจอร์หลักของ OMS ที่ช่วยให้ธุรกิจโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ระบบ OMS ที่ดี (อย่างเช่นที่ MyCloudFulfillment ใช้อยู่) จะประกอบด้วย 4 ฟังก์ชันหลัก ดังนี้: สรุป: OMS คือเครื่องมือสำคัญที่เปลี่ยนการทำงานหลังบ้านที่วุ่นวาย ให้กลายเป็นระบบอัตโนมัติ ช่วยให้เจ้าของธุรกิจมีเวลาไปโฟกัสกับการทำ “Marketing” และ “Branding” ได้มากขึ้น […]

FFR และ SLA บน TikTok Shop คืออะไร? วิธีรักษาคะแนนร้านไม่ให้ตกด้วย Fulfillment

ในยุคที่การแข่งขันบน TikTok Shop สูงขึ้นเรื่อย ๆ การมีแค่สินค้าและคอนเทนต์ที่ดีอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะคะแนนร้าน กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อยอดขาย โดยเฉพาะค่า FFR TikTok Shop และ SLA TikTok ที่หลายร้านเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น FFR TikTok Shop คืออัตราการจัดส่งสำเร็จตามเวลาที่กำหนด ส่วน SLA คือระยะเวลาที่ร้านต้องดำเนินการแพ็คและส่งสินค้าให้ทันตามมาตรฐานของแพลตฟอร์ม ซึ่งทั้งสองค่านี้มีผลต่อคะแนนร้าน TikTok การมองเห็น และโอกาสในการสร้างยอดขาย หากค่า FFR ต่ำ หรือส่งสินค้าไม่ทัน SLA ร้านอาจถูกลดการมองเห็น หรือเสียความน่าเชื่อถือได้ทันที แม้จะขายดีแค่ไหนก็ตาม 5 วิธีรักษา FFR ให้อยู่เหนือ 95% การรักษา FFR TikTok Shop ให้อยู่ในระดับที่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการแพ็คของเร็วอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยทั้งการวางแผนสต๊อก ระบบจัดการออเดอร์ และการทำงานหลังบ้านที่มีประสิทธิภาพ หากทำได้ดีอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้ คะแนนร้าน TikTok แข็งแรง และลดความเสี่ยงจากการส่งช้าเกิน […]

วิธีบริหาร Stock เดียวขายได้หลายช่องทาง (Omnichannel) สต็อกไม่หาย ไม่ขายทิพย์!

ยุคนี้แม่ค้าออนไลน์รู้ดีว่า “ขายช่องทางเดียว = ปิดกั้นโอกาสรวย” ร้านค้าส่วนใหญ่จึงขยายสาขาไปเปิดทั้งบน Shopee, Lazada, TikTok Shop, LINE SHOPPING ไปจนถึง Facebook Page แต่ยิ่งเพิ่มช่องทางขาย ปัญหาคลาสสิกที่ตามมาติดๆ คือ “สต็อกพัง”! ออเดอร์เข้า TikTok แต่ลืมไปตัดสต็อกใน Shopee สุดท้ายลูกค้า Shopee กดสั่งซื้อแต่ของหมด (Overselling หรือ ขายของทิพย์) จนโดนแพลตฟอร์มหักคะแนนร้าน วันนี้เราจะพาไปดูวิธีแก้ปัญหานี้กันครับ ว่าธุรกิจระดับโปรเขาบริหาร “Stock เดียว ให้ขายได้ทุกที่” โดยที่ของไม่หายกันได้อย่างไร? Omnichannel (ออมนิชาแนล) คืออะไร? Omnichannel คือ กลยุทธ์การเชื่อมโยงช่องทางการขายและการสื่อสารทั้งหมดของธุรกิจ ทั้งออนไลน์ (เช่น Shopee, TikTok Shop, Website, LINE, Facebook) และออฟไลน์ (เช่น หน้าร้านสาขา) เข้าด้วยกันเป็น “ระบบเดียว” เพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ไร้รอยต่อ […]

สรุปชัด! OMS vs WMS คืออะไร? ทำไมธุรกิจ E-Commerce ยุคใหม่ต้องรู้จัก

OMS คืออะไร? ทำไมธุรกิจขายของออนไลน์ยุคใหม่ขาดไม่ได้ OMS ย่อมาจาก Order Management System คือ ระบบบริหารจัดการคำสั่งซื้อแบบครบวงจร ตั้งแต่การรับออเดอร์จากทุกช่องทางขาย (Marketplace, Social Commerce, Website) การจัดการสต็อกสินค้า ไปจนถึงการส่งข้อมูลออเดอร์ให้คลังสินค้าเพื่อแพ็กและจัดส่ง ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจแบบ Multi-channel ทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทำไมต้องมีระบบ OMS? เมื่อธุรกิจขยายตัวและมีช่องทางขายมากขึ้น ปัญหาที่พบบ่อยคือ “สต็อกไม่ตรง” หรือ “ลืมส่งออเดอร์” ระบบ OMS จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็น “สมองกลาง” ที่คอยเชื่อมต่อข้อมูลทุกอย่างเข้าด้วยกัน ฟีเจอร์หลักของ OMS ที่ช่วยให้ธุรกิจโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ระบบ OMS ที่ดี (อย่างเช่นที่ MyCloudFulfillment ใช้อยู่) จะประกอบด้วย 4 ฟังก์ชันหลัก ดังนี้: สรุป: OMS คือเครื่องมือสำคัญที่เปลี่ยนการทำงานหลังบ้านที่วุ่นวาย ให้กลายเป็นระบบอัตโนมัติ ช่วยให้เจ้าของธุรกิจมีเวลาไปโฟกัสกับการทำ “Marketing” และ “Branding” ได้มากขึ้น […]

FFR และ SLA บน TikTok Shop คืออะไร? วิธีรักษาคะแนนร้านไม่ให้ตกด้วย Fulfillment

ในยุคที่การแข่งขันบน TikTok Shop สูงขึ้นเรื่อย ๆ การมีแค่สินค้าและคอนเทนต์ที่ดีอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะคะแนนร้าน กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อยอดขาย โดยเฉพาะค่า FFR TikTok Shop และ SLA TikTok ที่หลายร้านเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น FFR TikTok Shop คืออัตราการจัดส่งสำเร็จตามเวลาที่กำหนด ส่วน SLA คือระยะเวลาที่ร้านต้องดำเนินการแพ็คและส่งสินค้าให้ทันตามมาตรฐานของแพลตฟอร์ม ซึ่งทั้งสองค่านี้มีผลต่อคะแนนร้าน TikTok การมองเห็น และโอกาสในการสร้างยอดขาย หากค่า FFR ต่ำ หรือส่งสินค้าไม่ทัน SLA ร้านอาจถูกลดการมองเห็น หรือเสียความน่าเชื่อถือได้ทันที แม้จะขายดีแค่ไหนก็ตาม 5 วิธีรักษา FFR ให้อยู่เหนือ 95% การรักษา FFR TikTok Shop ให้อยู่ในระดับที่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการแพ็คของเร็วอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยทั้งการวางแผนสต๊อก ระบบจัดการออเดอร์ และการทำงานหลังบ้านที่มีประสิทธิภาพ หากทำได้ดีอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้ คะแนนร้าน TikTok แข็งแรง และลดความเสี่ยงจากการส่งช้าเกิน […]