Knowledge Center

ทำความเข้าใจทุก Platform การขาย ช่องทางไหนเวิร์คสุด?

ภาพประกอบบทความ FFR และ SLA บน TikTok Shop คืออะไร? วิธีรักษาคะแนนร้านไม่ให้ตกด้วย Fulfillment

ธุรกิจออนไลน์ไปได้สวย ต้องเข้าใจทุก Platform การขาย

          ธุรกิจ E-Commerce เติบโตขึ้นมาก ถึงมากที่สุดในปี2020 ยิ่งในช่วงวิกฤตแบบนี้ เพราะช่องทางออนไลน์ไม่ใช่แค่ตลาดเสมือนจริงที่จำลองโลกการซื้อขายไว้บนโลกออนไลน์ แต่เป็นช่องทางหลักอีกช่องทางหนึ่งที่ทำเงินให้ผู้ขายไม่แพ้การขายหน้าร้านเลย เผลอ ๆ มากกว่าด้วยซ้ำค่ะ ทั้งนี้เพราะ การขายออนไลน์ทำให้ผู้ขายเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น และการซื้อของออนไลน์ หรือการใช้อินเตอร์เน็ตถือเป็นวิถีชีวิตของคนยุคใหม่ไปแล้ว และแน่นอนว่าทั้งผู้ซื้อและผู้ขายออนไลน์ต้องเคยซื้อขาย หรือเข้าไปในช่องทางต่าง ๆ เหล่านี้ 1. Social Media 2. E-Marketplace และ 3. บน Website ของแบรนด์ แล้วช่องทางไหนเป็นช่องทางที่ดี และเหมาะสมที่สุดในการขายกันแน่ วันนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันค่ะ

          ตามสถิติแล้วช่องทางการขายที่มีมานาน และเป็นช่องทางแรก ๆ ที่คนลงขายของกันก็คือ Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook ก็ดี Instagram, Twitter ก็ดี หรือแม้แต่สื่อเพื่อความบันเทิงอย่าง Youtube เพราะเป็นช่องทางที่สามารถลงข้อมูลต่างๆ หรือขายของได้ฟรี ที่สำคัญมีฟีเจอร์แชทที่สามารถสอบถามพูดคุยกับผู้ขายได้โดยตรง จึงมีเปอร์เซ็นการซื้อของออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Social Media สูงถึง 40 %

Social Media เพื่อการตัดสินใจซื้อสินค้า?

          จุดเด่นของ Social Media คือเป็นช่องทางที่แทรกซึมเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เป็นช่องทางที่เหมาะกับแบรนด์ที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว แต่จุดประสงค์ของ Social Media ไม่ใช่เกิดขึ้นเพื่อเป็นช่องทางการขาย แต่เป็นช่องทางการติดต่อสื่อสาร ดังนั้นผู้ขายควรจะใช้ Social Media ในการสื่อสารกับลูกค้า มากกว่าขายตรง ๆ หรือเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ มากกว่าค่ะ โดยเนื้อหาที่แบรนด์มักจะใช้สื่อสารกับผู้ติดตามใน Social Media ต่าง ๆ จะเป็น เทคนิคหรือเคล็ดลับ insight หรือการโน้มน้าวด้วยสื่อโฆษณา หรือสร้างแรงบันดาลใจในการตัดสินใจซื้อสินค้าเป็นต้น

          E-Marketplace หรือ เว็บไซต์ที่เป็นสื่อกลางการติดต่อซื้อ – ขาย เช่นเจ้าใหญ่ ๆ อย่าง Lazada, Shopee หรือ JD Central ก็ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการขายที่โตเร็วมาก ๆ แทบจะเป็น 2 เท่าใน E-Commerce เลยก็ว่าได้เพราะ มาทีหลังก็จริง แต่มีเปอร์เซนต์การซื้อขายสูงถึง 35% เลยค่ะ เพราะลงขายง่าย ต้นทุนค่อนข้างต่ำมาก แต่นั่นก็หมายถึงเรามีคู่เเข่งเยอะด้วยค่ะ! จุดเด่นของ Marketplace คือ ลูกค้าที่เข้ามานั้น มีความต้องการซื้อมากเป็นทุนอยู่เเล้ว จึงทำให้มีโอกาสขายได้มากนั่นเอง ที่สำคัญไม่จำกัดพื้นที่ จะขายกี่SKU ขายเท่าไหร่ ก็ใช้พื้นที่ได้ฟรี ดังนั้นเหมาะมาก ๆ ที่จะใช้งานเป็น Sale Tool แต่ไม่เหมาะสำหรับแบรนด์ใหม่ ๆ หรือสินค้านวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เข้ามาในตลาดค่ะ ทั้งนี้เพราะ เป็นช่องทางช่วยขาย ไม่ใช่ช่องทางสร้างแบรนด์ ถ้าสินค้าไม่มีฐานลูกค้า หรือคนรู้จักอยู่แล้ว โอกาสจะมาเริ่มต้นที่นี่แล้วประสบความสำเร็จก็น้อยค่ะ อีกทั้งผู้ที่จะประสบความสำเร็จในการขายออนไลน์จำเป็นต้องรู้เทคนิคและวิธีการที่ใช้ค่ะ ทั้งนี้เราเคยได้รวบรวมเอาสุดยอดเทคนิคการขายให้เป็น Top Seller บน Marketplaceต่าง ๆไว้ หากใครสนใจลองกดเข้าไปอ่านกัน เผื่อจะได้ไอเดียใหม่ ๆ นะคะ^^

           ช่องทางการขายสุดท้าย คือ บน Website ของแบรนด์ ซึ่งเป็นช่องทางที่น่าเชื่อถือที่สุด และเหมาะมาก ๆ กับแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักของตลาดแล้ว อีกทั้งการทำการตลาด ไม่ใช่แค่เพียงต้องการที่จะขายของแล้วค่ะ แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่สำคัญ เพื่อรักษาลูกค้าให้อยู่กับเรา เพราะในยุคนี้การมี Digital Assets ก็ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้วค่ะ และในอนาคตธุรกิจที่สามารถรักษา Digital Assets หรือลูกค้า ผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มของตัวเองไว้ได้ จะสามารถยืนหยัดด้วยตนเองได้ โดยไม่ต้องอาศัยแพลตฟอร์มอื่น ๆ แม้ในยามวิกฤตค่ะ

ขายอะไรดี?

          จริงแล้ว ๆ คงไม่มีใครตอบได้ว่าควรขายหรือไม่ขายอะไรนะคะเพราะความต้องการซื้อของคนเรานั้นมีมากมายและหลากหลายมาก ดังนั้นอะไรที่ขายออฟไลน์ ก็ขายบนออนไลน์ได้หมดเลยค่ะ เพราะหากมัวหาสินค้าที่แตกต่างไปลงขายแล้วจะเสียเวลาเปล่า ชนิดสินค้ามีมากมาย จะขายอะไรก็ซ้ำค่ะ เพราะฉะนั้นเรารู้จัก และมีความรู้เรื่องอะไรดี ก็ควรจะขายสิ่งนั้น เพราะเวลาลูกค้าอยากรู้อะไร ถามอะไร เราจะได้ตอบเขาได้ครบถ้วนค่ะ และที่สำคัญสิ่งที่ควรคำนึงถึงมากกว่าคือ ขายอย่างไรให้แตกต่าง สมัยนี้การเป็นตัวกลาง รับสินค้ามา ขายจะค่อย ๆ หายไปและขายไม่ได้ เพราะทำแบบนั้นทางผู้ผลิตสินค้าเองสักวันหนึ่งเขาก็ลงขายเองได้ ดังนั้นเราควรเพิ่มมูลค่าให้สินค้า ให้โดดเด่นขึ้น มีศิลปะในการทำโฆษณา หรือทำ Content ใส่เรื่องราวลงไปให้คนอยากติดตามเพิ่มขึ้นจะตอบโจทย์มากกว่าค่ะ

          การจัดการช่องทางการขายต่าง ๆ ให้เหมาะสม ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในจุดเด่น และจุดด้อยของแต่ละช่องทาง และต้องทำให้ลุกค้าที่เข้ามาซื้อของของเราในช่องต่าง ๆ กลายมาเป็นลูกค้าของเรา ไม่ใช่แค่ลูกค้าใน Platform นั้น ๆ ค่ะ เพราะเวลาเปลี่ยนไปเมื่อ Platform ต่าง ๆ ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ทีนี้เราต้องง้อเขาแล้วค่ะ เพราะเขาจะไม่ใจดีกับเราเเบบที่เคยทำ หลังจากนี้อาจจะไม่ฟรีหรือถูกเสมอไป ดังนั้นถ้าเราสามารถดึงลูกค้าเข้ามาในช่องทางของเราเองได้เเล้ว ทีนี้การขายในครั้งต่อ ๆ ก็จะง่ายขึ้นได้ค่ะ 

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ www.mycloudfulfillment.com
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร: 092-472-7742, 02-138-9920
อีเมล: [email protected]
line: @mycloudgroup
MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก
บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มี 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1) Social Media (Facebook, Instagram, YouTube) 2) E-Marketplace (Lazada, Shopee, JD Central) และ 3) Website ของแบรนด์เอง แต่ละช่องทางมีจุดเด่นและจุดด้อยแตกต่างกัน

Social Media เหมาะกับแบรนด์ที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว มีเปอร์เซ็นต์การซื้อของออนไลน์สูงถึง 40% แต่จุดประสงค์หลักไม่ใช่ช่องทางขายโดยตรง ควรใช้สื่อสารกับลูกค้าผ่านเทคนิค เคล็ดลับ หรือ Insight มากกว่าขายตรงๆ

มีเปอร์เซ็นต์การซื้อขายสูงถึง 35% ลงขายง่าย ต้นทุนต่ำ และลูกค้าที่เข้ามามีความต้องการซื้อสูงอยู่แล้ว แต่มีคู่แข่งเยอะ และไม่เหมาะกับแบรนด์ใหม่ที่ยังไม่มีฐานลูกค้า เพราะเป็นช่องทางช่วยขาย ไม่ใช่ช่องทางสร้างแบรนด์

เพราะเป็นช่องทางที่แบรนด์ควบคุมได้เต็มที่ เหมาะกับแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักแล้ว และช่วยสร้าง Digital Assets (ฐานลูกค้าและผู้ติดตามของตัวเอง) ทำให้ธุรกิจยืนหยัดได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มอื่นแม้ในยามวิกฤต

ควรขายสิ่งที่ตนเองมีความรู้ความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ตอบคำถามลูกค้าได้ครบถ้วน และควรเน้นสร้างความแตกต่างด้วยการเพิ่มมูลค่าสินค้า ทำ Content เล่าเรื่องราว มากกว่าการเป็นตัวกลางรับสินค้ามาขายต่อเฉยๆ

เพราะเมื่อ Platform ถึงจุดอิ่มตัว อาจไม่ได้ให้สิทธิประโยชน์ฟรีหรือราคาถูกเหมือนเดิมอีกต่อไป การมีฐานลูกค้าเป็นของตัวเอง (Digital Assets) จะช่วยให้การขายในครั้งต่อๆ ไปง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มอื่นเพียงอย่างเดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

10 สัญญาณ! ถึงเวลาที่ธุรกิจของคุณต้องใช้บริการ “Fulfillment”

10 สัญญาณ! ถึงเวลาที่ธุรกิจของคุณต้องใช้บริการ “Fulfillment”           ขายของออนไลน์จำเป็นต้องใช้บริการ Fulfillment เก็บ แพ็ค ส่ง สินค้าด้วยหรอ ทั้ง ๆ ที่ทำเอง หรือจ้างพนักงานเพื่อแพ็คได้? ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจออนไลน์ที่กำลังขายดีสุด ๆ หรือร้านค้าออฟไลน์ที่ต้องการเพิ่มช่องทางการขายทางออนไลน์มากขึ้น เช็คด่วน! ถ้าธุรกิจกำลังเจอปัญหาเหล่านี้ ควรมองหาบริการ Fulfillment ผู้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ธุรกิจ E-Commerce ในเรื่องของ พื้นที่จัดเก็บสินค้า (คลังสินค้า) การแพ็คสินค้า และการจัดส่งสินค้า เพื่อรองรับสต๊อกสินค้าเพิ่มขึ้นตามยอดขาย รวมถึงมีออเดอร์ที่ต้องแพ็คและส่งมากขึ้นค่ะ 1. มีปัญหาแพ็คผิด ส่งผิดอยู่บ่อยครั้ง            แพ็คผิด ส่งผิด นอกจากจะทำให้ลูกค้าไม่ประทับใจแล้ว คุณเองต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นมูลค่าสินค้า หรือค่าขนส่งวุ่นวายไปอีก ใช้บริการ Fulfillment ให้ช่วยแพ็ค และจัดส่งและสินค้าให้ ด้วยระบบการหยิบแพ็ค และกล้องวงจรปิด รวมถึงความเชี่ยวชาญของพนักงานที่มีประสบการณ์ มั่นใจได้เลยว่าปัญหาแพ็คสินค้าผิดจะหมดไป มีการการันตีไร้ปัญหาส่งของไม่ทัน […]

Shopify คืออะไร? เจาะจุดเด่น ประโยชน์ และวิธีเชื่อมต่อกับ MyCloud Fulfillment ให้ขายได้ 24 ชม.

Shopify คืออะไร? Shopify คือแพลตฟอร์มสร้างร้านค้าออนไลน์ (E-Commerce Platform) แบบ SaaS จากประเทศแคนาดา ที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถเปิดเว็บไซต์ขายของออนไลน์ของตัวเองได้ภายในไม่กี่นาที โดยไม่ต้องเขียนโค้ดหรือมีทีมพัฒนาเว็บไซต์เอง ผู้ใช้งานสามารถออกแบบหน้าร้าน จัดการสินค้า รับชำระเงิน และเชื่อมต่อระบบขนส่งได้ครบจบในที่เดียว ปัจจุบัน Shopify กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์ม E-Commerce ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก ครอบคลุมร้านค้าจากกว่า 175 ประเทศทั่วโลก และเป็นตัวเลือกยอดนิยมของแบรนด์ไทยที่ต้องการเป็นเจ้าของ “เว็บไซต์แบรนด์” (Brand.com) ควบคู่ไปกับการขายบน Marketplace อย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop จุดเด่นของ Shopify มีอะไรบ้าง? Shopify ได้รับความนิยมเพราะออกแบบมาให้ “ใช้งานง่ายแต่ครบเครื่อง” เหมาะทั้งกับมือใหม่และแบรนด์ระดับองค์กร โดยจุดเด่นหลักที่ทำให้ Shopify แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่น ได้แก่ 1. เปิดร้านได้ในไม่กี่นาที ไม่ต้องเขียนโค้ด Shopify ให้ Template หน้าร้านสำเร็จรูปหลายร้อยแบบ พร้อมระบบ Drag & […]

แชร์! วิธีการเปิดร้านค้า SHOPEE ผ่าน SHOPEE Seller ได้แบบง่าย ๆ ไม่กี่ขั้นตอน

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการสร้างรายได้ออนไลน์ การสมัครเป็น SHOPEE Seller ถือเป็นอีกช่องทางที่ตอบโจทย์ เนื่องจากในปัจจุบัน SHOPEE ถือเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีผู้ซื้อกว่า 50 ล้านคนต่อเดือนในประเทศไทย พร้อมระบบการขายที่ครบวงจรและเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดขาย หรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการขยายช่องทางการขาย วันนี้ MyCloud จะพาคุณไปดูขั้นตอนการเปิดร้านค้าบน SHOPEE แบบละเอียดทุกขั้นตอน พร้อมเทคนิคที่จะช่วยให้ร้านของคุณโดดเด่นและสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง ในบทความนี้กัน  SHOPEE Seller คืออะไร  SHOPEE Seller คือระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ที่ SHOPEE พัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ขายสามารถบริหารจัดการร้านค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านแพลตฟอร์มที่เรียกว่า Seller Centre ซึ่งจะมาพร้อมเครื่องมือและฟีเจอร์ที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบจัดการสินค้า การจัดส่ง การตลาดและการวิเคราะห์ยอดขาย นอกจากนี้ ยังรองรับการขายผ่านแอปพลิเคชันมือถือ ทำให้ผู้ขายสามารถบริหารร้านค้าได้ทุกที่ทุกเวลา  ขั้นตอนการสมัครสมาชิกเป็น SHOPEE Seller  การเริ่มต้นเป็นผู้ขายบน SHOPEE นั้นทำได้ง่ายและไม่มีค่าใช้จ่าย มาดูกันเลยว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ดังนี้  1. สมัครสมาชิก SHOPEE เริ่มต้นที่วิธีการสมัครสมาชิก โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ SHOPEE และคลิกไปที่เมนู ‘สมัครใหม่’ จากนั้นกรอกข้อมูลส่วนตัว […]

10 สัญญาณ! ถึงเวลาที่ธุรกิจของคุณต้องใช้บริการ “Fulfillment”

10 สัญญาณ! ถึงเวลาที่ธุรกิจของคุณต้องใช้บริการ “Fulfillment”           ขายของออนไลน์จำเป็นต้องใช้บริการ Fulfillment เก็บ แพ็ค ส่ง สินค้าด้วยหรอ ทั้ง ๆ ที่ทำเอง หรือจ้างพนักงานเพื่อแพ็คได้? ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจออนไลน์ที่กำลังขายดีสุด ๆ หรือร้านค้าออฟไลน์ที่ต้องการเพิ่มช่องทางการขายทางออนไลน์มากขึ้น เช็คด่วน! ถ้าธุรกิจกำลังเจอปัญหาเหล่านี้ ควรมองหาบริการ Fulfillment ผู้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ธุรกิจ E-Commerce ในเรื่องของ พื้นที่จัดเก็บสินค้า (คลังสินค้า) การแพ็คสินค้า และการจัดส่งสินค้า เพื่อรองรับสต๊อกสินค้าเพิ่มขึ้นตามยอดขาย รวมถึงมีออเดอร์ที่ต้องแพ็คและส่งมากขึ้นค่ะ 1. มีปัญหาแพ็คผิด ส่งผิดอยู่บ่อยครั้ง            แพ็คผิด ส่งผิด นอกจากจะทำให้ลูกค้าไม่ประทับใจแล้ว คุณเองต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นมูลค่าสินค้า หรือค่าขนส่งวุ่นวายไปอีก ใช้บริการ Fulfillment ให้ช่วยแพ็ค และจัดส่งและสินค้าให้ ด้วยระบบการหยิบแพ็ค และกล้องวงจรปิด รวมถึงความเชี่ยวชาญของพนักงานที่มีประสบการณ์ มั่นใจได้เลยว่าปัญหาแพ็คสินค้าผิดจะหมดไป มีการการันตีไร้ปัญหาส่งของไม่ทัน […]

Shopify คืออะไร? เจาะจุดเด่น ประโยชน์ และวิธีเชื่อมต่อกับ MyCloud Fulfillment ให้ขายได้ 24 ชม.

Shopify คืออะไร? Shopify คือแพลตฟอร์มสร้างร้านค้าออนไลน์ (E-Commerce Platform) แบบ SaaS จากประเทศแคนาดา ที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถเปิดเว็บไซต์ขายของออนไลน์ของตัวเองได้ภายในไม่กี่นาที โดยไม่ต้องเขียนโค้ดหรือมีทีมพัฒนาเว็บไซต์เอง ผู้ใช้งานสามารถออกแบบหน้าร้าน จัดการสินค้า รับชำระเงิน และเชื่อมต่อระบบขนส่งได้ครบจบในที่เดียว ปัจจุบัน Shopify กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์ม E-Commerce ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก ครอบคลุมร้านค้าจากกว่า 175 ประเทศทั่วโลก และเป็นตัวเลือกยอดนิยมของแบรนด์ไทยที่ต้องการเป็นเจ้าของ “เว็บไซต์แบรนด์” (Brand.com) ควบคู่ไปกับการขายบน Marketplace อย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop จุดเด่นของ Shopify มีอะไรบ้าง? Shopify ได้รับความนิยมเพราะออกแบบมาให้ “ใช้งานง่ายแต่ครบเครื่อง” เหมาะทั้งกับมือใหม่และแบรนด์ระดับองค์กร โดยจุดเด่นหลักที่ทำให้ Shopify แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่น ได้แก่ 1. เปิดร้านได้ในไม่กี่นาที ไม่ต้องเขียนโค้ด Shopify ให้ Template หน้าร้านสำเร็จรูปหลายร้อยแบบ พร้อมระบบ Drag & […]

แชร์! วิธีการเปิดร้านค้า SHOPEE ผ่าน SHOPEE Seller ได้แบบง่าย ๆ ไม่กี่ขั้นตอน

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการสร้างรายได้ออนไลน์ การสมัครเป็น SHOPEE Seller ถือเป็นอีกช่องทางที่ตอบโจทย์ เนื่องจากในปัจจุบัน SHOPEE ถือเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีผู้ซื้อกว่า 50 ล้านคนต่อเดือนในประเทศไทย พร้อมระบบการขายที่ครบวงจรและเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดขาย หรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการขยายช่องทางการขาย วันนี้ MyCloud จะพาคุณไปดูขั้นตอนการเปิดร้านค้าบน SHOPEE แบบละเอียดทุกขั้นตอน พร้อมเทคนิคที่จะช่วยให้ร้านของคุณโดดเด่นและสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง ในบทความนี้กัน  SHOPEE Seller คืออะไร  SHOPEE Seller คือระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ที่ SHOPEE พัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ขายสามารถบริหารจัดการร้านค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านแพลตฟอร์มที่เรียกว่า Seller Centre ซึ่งจะมาพร้อมเครื่องมือและฟีเจอร์ที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบจัดการสินค้า การจัดส่ง การตลาดและการวิเคราะห์ยอดขาย นอกจากนี้ ยังรองรับการขายผ่านแอปพลิเคชันมือถือ ทำให้ผู้ขายสามารถบริหารร้านค้าได้ทุกที่ทุกเวลา  ขั้นตอนการสมัครสมาชิกเป็น SHOPEE Seller  การเริ่มต้นเป็นผู้ขายบน SHOPEE นั้นทำได้ง่ายและไม่มีค่าใช้จ่าย มาดูกันเลยว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ดังนี้  1. สมัครสมาชิก SHOPEE เริ่มต้นที่วิธีการสมัครสมาชิก โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ SHOPEE และคลิกไปที่เมนู ‘สมัครใหม่’ จากนั้นกรอกข้อมูลส่วนตัว […]