Knowledge Center

5 ข้อดีของการเปิดหน้าร้าน – MyCloudFulfillment

ในยุคที่ใครๆ ก็ขายของออนไลน์ การมีหน้าร้าน ยังจำเป็นอยู่ไหม?

ถ้าเปิดแล้วจะช่วยให้ขายดีขึ้นหรือเปล่า?

คุณต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า…

ลูกค้าจะมาจากหน้าร้านมากน้อยแค่ไหน?

แล้วแบรนด์คุณจำเป็นต้องมีหน้าร้านไหม?

ถ้าจำเป็น… ก็เปิด

ถ้ายังไม่จำเป็น… ก็อย่าเพิ่งเปิดครับ

แต่ถ้าถามผมว่า มีหน้าร้านแล้วมันดีไหม?

แน่นอนมันต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่แล้ว

ถ้าตัดเรื่องค่าเช่าที่ หรือค่าจ้างพนักงานออกไป ก็มีข้อดีเยอะแยะเลยครับ เท่าที่ผมคิดออกมี 5 ข้อ

ลองอ่านแล้วเอาไปตัดสินใจกันดูนะครับ

1.ลูกค้ากล้าซื้อ มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

เรียกได้ว่าเป็นจุดแข็งของออฟไลน์ที่ร้านค้าออนไลน์ก็ยังทดแทนตรงนี้ไม่ได้การขายของแบบไม่เห็นหน้ากันมันจะมีความไม่สบายใจลูกค้าก็จะมีคำถามในใจว่า “จะโดนโกงไหมนะ” ฝั่งพ่อค้าแม่ค้าก็จะหงุดหงิดว่า “เมื่อไหร่จะโอน”

แต่ถ้าเรามีหน้าร้าน ก็ตัดปัญหาตรงนี้ไปได้เลยครับลูกค้าจะรู้สึกว่า สามารถติดต่อเราได้ตลอดเวลาเราจะไม่หนีหายไป เพราะเราสามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ลูกค้าสามารถติดต่อเราได้ทุกที่ทุกเวลา 

2.ได้ลองสินค้าจริง ตัดสินใจซื้อง่าย

ผู้บริโภคยังมีความคิดที่ว่า ไม่เห็นไม่ซื้อถึงแม้จะเห็นรูปสินค้าออนไลน์อยู่ตรงหน้า แต่ก็ยังต้องการประสบการณ์ตรงกับตัวสินค้า เช่น สัมผัส มองเห็น ดมกลิ่น ได้ทดลองสินค้าจริงๆ ถ้าคุณขายของประเภทเสื้อผ้า หรือความสวยความงาม เช่น เครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว น้ำหอม ฯลฯ การเปิดหน้าร้านก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เร็วขึ้นด้วยนะครับ

คุณอาจจะโปรโมทจากช่องทางออนไลน์ของร้านคุณว่ามีโปรโมชั่นนี้ที่หน้าร้าน เพื่อดึงดูดให้คนมาที่ร้านก็ได้ก็เป็นการเชื่อมออฟไลน์กับออนไลน์เข้าไว้ด้วยกัน

3.รู้ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า

ถ้าคุณเป็นคนขายเองก็จะดีมากเลยครับ แต่ถ้าไม่ได้ขายเอง ก็ต้องหาคนขายที่บริการดี ไม่ใช่เอาแต่ขายๆ อย่างเดียว แต่ต้องคอยเก็บข้อมูล

เช่น ถ้าคุณขายครีมก็อาจจะแอบกระซิบถามลูกค้าว่าเคยใช้ตัวไหนมาก่อนไหม รู้จักแบรนด์เราจากไหน หรือคอยถาม Feedback จากลูกค้าว่า ใช้แล้วเป็นยังไงชอบไหม ผลลัพธ์ดีขึ้นไหม เพื่อเอาไปวิเคราะห์ คุณก็จะได้ข้อมูล Insight ของลูกค้าอย่างแท้จริง

อย่างลูกค้าบางกลุ่มที่คุณคิดว่าไม่ใช่ Target ของเราแน่ๆ แต่พอมาเปิดหน้าร้าน กลับขายได้แต่ลูกค้ากลุ่มนี้ก็เป็นการเปิดตลาด ขยาย Target ใหม่ๆ ก็ได้นะครับ”

4. สร้างความจงรักภักดีกับแบรนด์ (Brand Loyalty)

เมื่อลูกค้าได้จับ ได้เช็คคุณภาพสินค้าก่อนซื้อก็จะไม่มีปัญหาในการเปลี่ยนคืนสินค้าไม่ต้องกังวลว่าของจะชำรุดไหม ไม่ต้องกังวลว่าลูกค้าจะใส่ได้ไหม ไม่ต้องเสียต้นทุนไปส่งของใหม่อีกครั้งด้วย เพราะลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ที่หน้าร้าน

หรือถ้าลูกค้ามีปัญหาอะไร จะได้แก้ไขได้ทันทีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับลูกค้าอย่างเป็นกันเอง ก็เป็นการสร้าง Brand Loyalty ไปในตัวด้วยนะครับ ยิ่งสินค้าคุณภาพดี บริการดี ลูกค้าก็ยิ่งติดใจ เกิดการซื้อซ้ำ บอกต่อ อยากกลับมาซื้ออีกเรื่อยๆ

5.โอกาสในการขายมากขึ้น ช่องทางหลากหลาย

หมดยุคขายของช่องทางเดียวแล้วครับ ตอนนี้มีหลากหลายช่องทางให้คุณเลือกไม่ว่าจะเป็น เปิดบูธตามงาน Event นำสินค้าเข้าห้าง รวมถึงเปิดหน้าร้าน ยิ่งมีช่องทางเยอะ โอกาสในการขายก็เยอะตาม บางคนไม่ได้เล่นออนไลน์ ไม่รู้จักแบรนด์คุณด้วยซ้ำ แต่เขาเดินผ่านหน้าร้าน เห็นสินค้าแล้วสนใจ พอได้ลองปุ๊บ ตัดสินใจซื้อทันทีเลยก็มีครับ

__________________________

หากคุณสนใจที่จะเปิดหน้าร้านเพิ่ม แล้วกลัวว่าระบบมันจะมั่ว ไม่มีคนช่วยดูแล ที่ MyCloudFulfillment เรามีทั้งระบบดีๆ และทีมงานเก่งๆ ให้คุณครับ เรารองรับการขายของหลายช่องทางโดยเฉพาะ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ www.mycloudfulfillment.com
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร: 092-472-7742, 02-138-9920
อีเมล: [email protected]
line: @mycloudgroup
MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก
บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร 

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Marketplace หรือ Social Commerce ขายที่ไหนกำไรดีกว่า?

ในยุคที่การขายออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญที่พ่อค้าแม่ค้าหลายคนมักจะถามตัวเองคือ “ควรขายผ่าน Marketplace หรือ Social Commerce เพื่อให้ได้กำไรมากที่สุด?” ก่อนที่จะรู้คำตอบนั้นก็ควรจะรู้ก่อนว่าแต่ละช่องทางนั้นมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันอย่างไร แล้วช่องทางไหนที่เหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด? บทความนี้จะช่วยเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน พร้อมคำแนะนำที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น! Marketplace คืออะไร? ข้อดีและข้อเสีย Marketplace คือแพลตฟอร์มที่รวบรวมผู้ขายและผู้ซื้อมาไว้ในที่เดียว เช่น Lazada, Shopee, และ TikTok Shop ซึ่งกลายเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ขายออนไลน์เพราะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้จำนวนมากในเวลาอันสั้น ข้อดีของ Marketplace 1.เข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ เพราะมีจำนวนผู้ใช้งานที่เยอะมากและหลากหลายทั้งในแง่ของเพศ อายุ และความสนใจ ทำให้โอกาสที่สินค้าของคุณจะถูกพบเห็นและซื้อมีสูง อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ช่วยโปรโมตสินค้า เช่น การแสดงสินค้าในหน้าแนะนำ (Recommended), การจัดอันดับสินค้ายอดนิยม, หรือฟังก์ชัน Search ที่ช่วยให้ลูกค้าเจอสินค้าคุณง่ายขึ้น และมีผู้ใช้งานทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง คุณจึงสามารถขายสินค้าและทำการตลาดได้ต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องรอช่วงเวลาหรือกิจกรรมพิเศษ 2.ระบบจัดการที่สะดวก ระบบจัดการที่สะดวก มีเครื่องมือที่ช่วยในเรื่องของการชำระเงิน การจัดส่ง และโปรโมชั่น –การชำระเงิน (Payment) มีระบบชำระเงินอัตโนมัติที่รองรับการจ่ายเงินหลากหลายช่องทาง เช่น บัตรเครดิต/เดบิต, โอนผ่านธนาคาร, และ […]

ไขข้อสงสัย KPI กับ OKRs ต่างกันอย่างไร ?

          ไขข้อสงสัย KPI กับ OKRs ต่างกันอย่างไร ?       OKRs ที่หลาย ๆ บริษัทกำลังให้ความสนใจ เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดจริงหรือไม่? แล้วเป็นเครื่องมือที่ใช้ประเมินผลที่บริษัทต่าง ๆ ใช้กันอย่าง KPI หรือเปล่า? จากนั้นก็เริ่มตั้งคำถามกันล่ะครับว่าสรุปตัวไหนได้ผลดีกว่ากัน? หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ยิ่งคิ้วขมวดไปกันใหญ่ เพราะยังไม่ค่อยสนิทกับทั้ง 2 อย่างเลย งั้นวันนี้ ผมจะพาไปรู้จักกับ KPI และ OKRs ฉบับเข้าใจง่าย ว่ามันคืออะไร และมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงมันจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้นได้อย่างไรกันครับ        KPI คืออะไร?           KPI ย่อมาจาก Key Performance Indicator เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จหรือความก้าวหน้า เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินการขององค์กร หรือแม้แต่ประเมินการทำงานของตัวบุคคลว่ามีศักยภาพเพียงใด โดยเทียบผลการทำงานกับมาตรฐานหรือเป้าหมายที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งถือว่าเป็นตัวชี้วัดที่น่าเชื่อถือมากครับ เพราะผลที่ออกมาจะอยู่ในรูปของตัวเลขหรือเป็นรูปธรรมที่เห็นได้ชัดและสามารถอ้างอิงได้ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าเจ้า […]

Shoppertainment คืออะไร ทำไมถึงกลายมาเป็นเทรนด์ที่มาแรงในปัจจุบัน

ทุกวันนี้การขายของออนไลน์แบบเดิม ๆ อาจไม่เพียงพอที่จะดึงดูดใจลูกค้าได้อีกต่อไป เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้เกิดเทรนด์การตลาดใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ Shoppertainment ซึ่งเป็นการผสานโลกของการช้อปปิ้งและความบันเทิงเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว แต่ Shoppertainment คืออะไรกันแน่ และทำไมมันถึงกลายเป็นกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์น้อยใหญ่ต่างให้ความสำคัญและมาแรงแซงโค้งในปัจจุบัน บทความนี้จาก MyCloud Fulfillment มีคำตอบมาให้คุณ!   Shoppertainment คืออะไร  Shoppertainment คือมาจากคำว่า Shopping และ Entertainment รวมเข้าด้วยกัน ซึ่งหมายถึงกลยุทธ์การตลาดและการขายที่มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าดึงดูดและน่าจดจำให้กับผู้บริโภคในระหว่างกระบวนการเลือกซื้อสินค้า แทนที่จะเน้นการนำเสนอสินค้าหรือโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียว โดย Shoppertainment จะเน้นใช้ความคิดสร้างสรรค์และความบันเทิงเข้ามาเป็นตัวนำ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ทำให้ลูกค้ารู้สึกเพลิดเพลิน ผ่อนคลายและทำให้ใกล้ชิดกับแบรนด์ได้มากยิ่งขึ้น จนนำไปสู่การตัดสินใจซื้อในที่สุด  รูปแบบของ Shoppertainment ที่นิยมในปัจจุบัน Shoppertainment สามารถนำเสนอผ่านรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อสร้างความบันเทิงและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ โดยรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ได้แก่   Live Commerce เริ่มต้นกันที่การ Live ขายของผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหรือช่องทาง Marketplace ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้า พูดคุย โต้ตอบกับลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ มีการสาธิตสินค้า ตอบคำถามสด ๆ […]

Marketplace หรือ Social Commerce ขายที่ไหนกำไรดีกว่า?

ในยุคที่การขายออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญที่พ่อค้าแม่ค้าหลายคนมักจะถามตัวเองคือ “ควรขายผ่าน Marketplace หรือ Social Commerce เพื่อให้ได้กำไรมากที่สุด?” ก่อนที่จะรู้คำตอบนั้นก็ควรจะรู้ก่อนว่าแต่ละช่องทางนั้นมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันอย่างไร แล้วช่องทางไหนที่เหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด? บทความนี้จะช่วยเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน พร้อมคำแนะนำที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น! Marketplace คืออะไร? ข้อดีและข้อเสีย Marketplace คือแพลตฟอร์มที่รวบรวมผู้ขายและผู้ซื้อมาไว้ในที่เดียว เช่น Lazada, Shopee, และ TikTok Shop ซึ่งกลายเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ขายออนไลน์เพราะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้จำนวนมากในเวลาอันสั้น ข้อดีของ Marketplace 1.เข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ เพราะมีจำนวนผู้ใช้งานที่เยอะมากและหลากหลายทั้งในแง่ของเพศ อายุ และความสนใจ ทำให้โอกาสที่สินค้าของคุณจะถูกพบเห็นและซื้อมีสูง อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ช่วยโปรโมตสินค้า เช่น การแสดงสินค้าในหน้าแนะนำ (Recommended), การจัดอันดับสินค้ายอดนิยม, หรือฟังก์ชัน Search ที่ช่วยให้ลูกค้าเจอสินค้าคุณง่ายขึ้น และมีผู้ใช้งานทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง คุณจึงสามารถขายสินค้าและทำการตลาดได้ต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องรอช่วงเวลาหรือกิจกรรมพิเศษ 2.ระบบจัดการที่สะดวก ระบบจัดการที่สะดวก มีเครื่องมือที่ช่วยในเรื่องของการชำระเงิน การจัดส่ง และโปรโมชั่น –การชำระเงิน (Payment) มีระบบชำระเงินอัตโนมัติที่รองรับการจ่ายเงินหลากหลายช่องทาง เช่น บัตรเครดิต/เดบิต, โอนผ่านธนาคาร, และ […]

ไขข้อสงสัย KPI กับ OKRs ต่างกันอย่างไร ?

          ไขข้อสงสัย KPI กับ OKRs ต่างกันอย่างไร ?       OKRs ที่หลาย ๆ บริษัทกำลังให้ความสนใจ เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดจริงหรือไม่? แล้วเป็นเครื่องมือที่ใช้ประเมินผลที่บริษัทต่าง ๆ ใช้กันอย่าง KPI หรือเปล่า? จากนั้นก็เริ่มตั้งคำถามกันล่ะครับว่าสรุปตัวไหนได้ผลดีกว่ากัน? หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ยิ่งคิ้วขมวดไปกันใหญ่ เพราะยังไม่ค่อยสนิทกับทั้ง 2 อย่างเลย งั้นวันนี้ ผมจะพาไปรู้จักกับ KPI และ OKRs ฉบับเข้าใจง่าย ว่ามันคืออะไร และมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงมันจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้นได้อย่างไรกันครับ        KPI คืออะไร?           KPI ย่อมาจาก Key Performance Indicator เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จหรือความก้าวหน้า เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินการขององค์กร หรือแม้แต่ประเมินการทำงานของตัวบุคคลว่ามีศักยภาพเพียงใด โดยเทียบผลการทำงานกับมาตรฐานหรือเป้าหมายที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งถือว่าเป็นตัวชี้วัดที่น่าเชื่อถือมากครับ เพราะผลที่ออกมาจะอยู่ในรูปของตัวเลขหรือเป็นรูปธรรมที่เห็นได้ชัดและสามารถอ้างอิงได้ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าเจ้า […]

Shoppertainment คืออะไร ทำไมถึงกลายมาเป็นเทรนด์ที่มาแรงในปัจจุบัน

ทุกวันนี้การขายของออนไลน์แบบเดิม ๆ อาจไม่เพียงพอที่จะดึงดูดใจลูกค้าได้อีกต่อไป เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้เกิดเทรนด์การตลาดใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ Shoppertainment ซึ่งเป็นการผสานโลกของการช้อปปิ้งและความบันเทิงเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว แต่ Shoppertainment คืออะไรกันแน่ และทำไมมันถึงกลายเป็นกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์น้อยใหญ่ต่างให้ความสำคัญและมาแรงแซงโค้งในปัจจุบัน บทความนี้จาก MyCloud Fulfillment มีคำตอบมาให้คุณ!   Shoppertainment คืออะไร  Shoppertainment คือมาจากคำว่า Shopping และ Entertainment รวมเข้าด้วยกัน ซึ่งหมายถึงกลยุทธ์การตลาดและการขายที่มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าดึงดูดและน่าจดจำให้กับผู้บริโภคในระหว่างกระบวนการเลือกซื้อสินค้า แทนที่จะเน้นการนำเสนอสินค้าหรือโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียว โดย Shoppertainment จะเน้นใช้ความคิดสร้างสรรค์และความบันเทิงเข้ามาเป็นตัวนำ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ทำให้ลูกค้ารู้สึกเพลิดเพลิน ผ่อนคลายและทำให้ใกล้ชิดกับแบรนด์ได้มากยิ่งขึ้น จนนำไปสู่การตัดสินใจซื้อในที่สุด  รูปแบบของ Shoppertainment ที่นิยมในปัจจุบัน Shoppertainment สามารถนำเสนอผ่านรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อสร้างความบันเทิงและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ โดยรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ได้แก่   Live Commerce เริ่มต้นกันที่การ Live ขายของผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหรือช่องทาง Marketplace ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้า พูดคุย โต้ตอบกับลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ มีการสาธิตสินค้า ตอบคำถามสด ๆ […]