Knowledge Center

8 แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ ขายที่ไหนดีที่สุด?

ผู้หญิงคิดว่าจะขายของออนไลน์แพลตฟอร์มไหนดี

จะเห็นได้ว่าหลายคนเริ่มหันมาช้อปปิ้งออนไลน์แทนการไปหยิบจับของเองที่หน้าร้านแล้ว ซึ่งสิ่งนี้นี่แหละที่ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากหันมาให้ความสนใจกับการขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น แต่ท่ามกลางตัวเลือกที่หลากหลาย หลายคนก็อาจสงสัยว่าควรเลือกขายบนแพลตฟอร์มไหนดี วันนี้ MyCloud จะพาคุณไปรู้จักกับ 8 แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ยอดนิยมที่น่าสนใจ พร้อมแนะนำวิธีการจัดการร้านค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดกัน   

แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ คืออะไร

แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ คือพื้นที่กลางที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถนำเสนอสินค้าสู่ผู้บริโภคได้โดยตรง เปรียบเสมือนตลาดดิจิทัลที่เชื่อมโยงผู้ขายและผู้ซื้อเข้าด้วยกัน จึงทำให้การซื้อขายเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไร้ข้อจำกัดด้านพื้นที่และเวลา แพลตฟอร์มขายของออนไลน์เหล่านี้ จึงมาพร้อมระบบจัดการร้านค้าที่ครบครัน ตั้งแต่การจัดการสินค้า ระบบชำระเงิน การจัดการคำสั่งซื้อไปจนถึงระบบขนส่ง ทำให้ผู้ขายสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง นอกจากนี้ ยังมีฐานลูกค้าที่พร้อมจะเข้าถึงสินค้าของคุณอยู่แล้วอีกด้วย  

8 อันดับแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ที่นิยมในไทย

มาดูกันว่าแพลตฟอร์มไหนที่น่าสนใจสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ของคุณบ้าง ดังนี้   

1. TikTok Shop

ม้ามืดแซงทุกแพลตฟอร์มในตอนนี้ TikTok Shop คือพื้นที่ที่กำลังมาแรงในวงการอีคอมเมิร์ซ ด้วยจุดเด่นของการผสมผสานความบันเทิงเข้าในรูปแบบคลิปวิดีโอสั้นพร้อมกับสามารถช้อปปิ้งซื้อ-ขายสินค้าได้ภายในแอปพลิเคชันเดียว ทำให้ผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้าที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานรุ่นใหม่ได้อย่างตรงเป้า โดยการขายสินค้าผ่านติ๊กต๊อกนั้น ระบบจะเชื่อมต่อกับคอนเทนต์วิดีโอโดยตรง ผู้ซื้อสามารถเห็นการสาธิตสินค้าผ่านคลิปวิดีโอ หรือ Live ขายของและกดซื้อสินค้าผ่านได้ทันที โดยไม่ต้องออกจากแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ TikTok Live ที่ช่วยให้ผู้ขายสามารถไลฟ์สดขายสินค้าและโต้ตอบกับลูกค้าได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย  

คนซื้อของผ่าน TikTok Shop

2. Shopee

สำหรับ Shopee ก็ยังคงครองตำแหน่งแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ที่ใช้งานง่าย ด้วยฐานผู้ใช้งานที่แข็งแกร่งและระบบ Shopee Fulfillment ที่ช่วยการจัดการร้านค้าอย่างครบครัน ผู้ขายสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ โดยจุดเด่นของ Shopee จะอยู่ที่ระบบโปรโมชั่นที่หลากหลาย ทั้งคูปองส่วนลด แคมเปญและโปรแกรมสะสมคะแนน นอกจากนี้ยังมีระบบขนส่งที่ครอบคลุม พร้อมส่วนลดค่าจัดส่งที่น่าสนใจ ทำให้ผู้ขายสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

3. Lazada

Lazada เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่มีประสบการณ์ในตลาดมายาวนาน โดดเด่นด้วยระบบ Lazada Fulfillment ช่วยจัดการร้านค้าที่เป็นมืออาชีพและการสนับสนุนผู้ขายอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดเก็บสินค้า แพ็คและจัดส่งสินค้า และอย่างที่รู้กันว่าลาซาด้าเป็นแพลตฟอร์มแรก ๆ ที่มีในประเทศไทย จึงทำให้มีฐานลูกค้าอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น หากคุณต้องการหาฐานลูกค้าหรือขยายกลุ่มเป้าหมาย Lazada ก็ถือเป็นช่องทางที่น่าสนใจเช่นกัน 

4. LINE Shopping

LINE Shopping คือส่วนขยายของแอปพลิเคชัน LINE ที่คนไทยคุ้นเคย ซึ่งแพลตฟอร์มขายของออนไลน์นี้จะสามารถเชื่อมต่อกับระบบแชตที่ผู้ใช้งานใช้อยู่แล้ว เพื่อให้การสื่อสารระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อเป็นไปอย่างสะดวกและเป็นธรรมชาติ มีระบบจัดการร้านค้า Line MyShop ที่ใช้งานง่ายสามารถจัดการสินค้า สต๊อกสินค้าและขนส่งได้อย่างสะดวก 

แต่สำหรับผู้ขายคนไหนที่ยังขายทาง LINE OA ซึ่งจะเป็นการขายผ่านทางแชทข้อความ ไม่ได้มีระบบจัดการออเดอร์แบบ Line Shopping ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะสามารถใช้ลิงก์ตัวช่วยการชำระเงิน Cloudy Link ของ MyCloud ทำการสรุปคำสั่งซื้อของลูกค้าแล้วส่งลิงก์นี้ให้ลูกค้าชำระเงินได้ทันที หลังจากที่ลูกค้าชำระเงินสำเร็จร้านค้าสามารถกดอนุมัติยอดเงินเข้าและคำสั่งซื้อจะถูกส่งไปยังระบบคลังสินค้า (WMS) ของ MyCloud เพื่อทำการแพ็กจัดส่งทันที โดยร้านค้าไม่ต้องเสียเวลามาคีย์ออเดอร์เข้าระบบย้อนหลัง ช่วยป้องกันออเดอร์ตกหล่นได้อีกด้วย 

5. Facebook Marketplace

Facebook Marketplace เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้การซื้อขายบน Facebook เป็นเรื่องง่าย ด้วยการเข้าถึงผู้ใช้งาน Facebook กว่าล้านคน ผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้าได้ทั้งในรูปแบบโพสต์ปกติและการไลฟ์สด ซึ่งจะมีจุดเด่นอยู่ที่ความยืดหยุ่นในการนำเสนอสินค้า ผู้ขายสามารถใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ Facebook ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกลุ่ม การโพสต์ในเพจหรือการทำโฆษณาแบบมีเป้าหมาย เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่สนใจสินค้าของคุณโดยเฉพาะ  

ดูสินค้าผ่าน Instagram

6.Instagram 

Instagram เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ Social Commerce คือการผสมผสานระหว่างโซเชียลมีเดียและการขายสินค้าออนไลน์ แพลตฟอร์มนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสินค้าที่เน้นภาพลักษณ์และการนำเสนอที่สวยงาม ด้วยฟีเจอร์การแชร์รูปภาพและวิดีโอที่หลากหลาย ทั้ง Feed, Stories, Reels และ IGTV ทำให้ผู้ขายสามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่น่าสนใจ ดึงดูดฐานลูกค้าได้ และยังมีฟีเจอร์ Instagram Shopping ที่ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถกดซื้อสินค้าได้ทันทีจากรูปภาพได้อีกด้วย   

7. X

X หรือ Twitter เป็นแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ที่เหมาะกับการขายสินค้าแบบเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับศิลปินดาราทั้งไทยและเทศ ด้วยการใช้แฮชแท็กและการสร้างคอนเทนต์ที่กระชับ ทำให้สินค้าสามารถเข้าถึงผู้ที่สนใจได้อย่างตรงจุด เช่น #ตลาดนัดGOT7 #ตลาดนัดRIIZE หรือ #พรีออเดอร์เกาหลี #พรีออเดอร์ญี่ปุ่น นอกจากนี้ ผู้ขายยังสามารถใช้ประโยชน์จากการสร้างกระแสและการบอกต่อบน X ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเฉพาะตัวหรือเทรนด์ใหม่ ๆ ที่กำลังได้รับความนิยมนั่นเอง   

8. Shopify 

แพลตฟอร์มขายของสุดท้ายที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ Shopify เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายและยังมีการบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการสินค้า ตั้งราคาขาย ระบบสต๊อกสินค้า พร้อมการจัดส่ง ช่วยให้คุณสามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีเทมเพลตร้านค้าให้คุณได้เลือกปรับแต่งหน้าร้านได้ตามใจชอบ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ เพื่อขยายช่องทางการขาย 

ขายสินค้าลงหลาย ๆ แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ดีอย่างไร

การขายสินค้าบนหลายแพลตฟอร์มขายของออนไลน์เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในปัจจุบันได้เช่นกัน

  • เพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย เนื่องจากแต่ละแพลตฟอร์มมีกลุ่มผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน ทำให้การขายหลายแพลตฟอร์มจึงช่วยให้สินค้าของคุณเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น
  • กระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ หากแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งประสบปัญหา คุณยังมีช่องทางการขายอื่น ๆ รองรับธุรกิจของคุณอยู่ 
  • เพิ่มโอกาสในการขาย เพราะผู้บริโภคยุคใหม่มักใช้หลายแพลตฟอร์มในการช้อปปิ้ง การมีตัวตนในหลายช่องทางจึงเพิ่มโอกาสในการพบเจอสินค้าของคุณ
  • สร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ การมีตัวตนบนแพลตฟอร์มที่หลากหลายช่วยเสริมภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของธุรกิจ
  • เรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคได้หลากหลายมิติ แต่ละแพลตฟอร์มจะให้ข้อมูลเชิงลึกที่แตกต่างกัน ช่วยให้คุณเข้าใจตลาดได้ดียิ่งขึ้น 

ขายหลายช่องทาง จัดการออเดอร์ยังไงให้ไม่พลาด?

การขายสินค้าบนหลายแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ถึงแม้จะมีข้อดีมากมาย แต่แน่นอนหล่ะ มันก็มักจะมาพร้อมความท้าทายในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการจัดการออเดอร์ที่เข้ามาจากหลายช่องทาง ซึ่งหากไม่มีระบบจัดการที่ดีอาจเกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น นับสต๊อกสินค้าไม่ตรงกัน สินค้าไม่พอจัดส่ง ส่งสินค้าผิดหรือลืมจัดส่งออเดอร์

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการจัดการคลังสินค้า MyCloud พร้อมเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยยกระดับการจัดการหลังบ้านของคุณให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยโซลูชัน Order Management System (OMS) จัดการออเดอร์จากในแต่ละแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ เชื่อมต่อกับ API จัดการคำสั่งซื้อตามลำดับ ไร้กังวลว่าจะตกหล่นออเดอร์ไหนไปหรือไม่ ส่งสินค้าถึงมือลูกค้าได้อย่างปลอดภัย ร้านค้าก็สามารถรักษาระดับ SLA ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะส่งไม่ทัน พร้อมอัปเดตสต๊อกสินค้าในคลังสินค้าออนไลน์แบบเรียลไทม์ทุก ๆ 3 นาที ผ่านระบบการจัดการคลังสินค้า WMS (Warehouse Management System) ทำให้การขายหลายช่องทางเป็นเรื่องที่จัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ระบบการจัดการร้านที่ดี

สรุปบทความ

การเลือกแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มก็มีจุดเด่นและข้อดีที่แตกต่างกัน หากต้องการขยายโอกาสทางการขายให้มากขึ้น การขายสินค้าบนหลายแพลตฟอร์มเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้า กระจายความเสี่ยง และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ของคุณ 

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นหรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการขยายช่องทางการขาย การเลือกใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นทั้งนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกขายสินค้าบนแพลตฟอร์มไหน การมีระบบจัดการร้านค้าที่มีประสิทธิภาพสิ่งสำคัญในการเพิ่มยอดขายและขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน MyCloud เป็นโซลูชันที่ช่วยให้คุณบริหารร้านค้าออนไลน์ได้ง่ายขึ้น ด้วยโซลูชัน Fulfillment ครบวงจร แก้ไขปัญหาการจัดการคำสั่งซื้อจากหลากหลายแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะเมื่อออเดอร์เข้ามาพร้อมกันจากทุกช่องทาง อาจทำให้เกิดความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการออเดอร์ให้พร้อมส่งภายในวันไม่ได้ จนทำให้ร้านค้าโดนหักคะแนน Late Shipment Rate (LSR) หรือ Late Dispatch Rate (LDR) ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของร้านโดยตรง หรือความผิดพลาดที่เกิดจาก Human Error เช่น การแพ็กสินค้าผิดพลาดหรือส่งของไม่ถูกต้อง ที่ทำให้เสียลูกค้าและเสียเวลาแก้ไขปัญหา 

นอกจากนี้ ผู้ขายหลายรายยังต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ขนส่งไม่เข้ามารับสินค้าตามนัดหมาย ทำให้การจัดส่งล่าช้าไปอีก เมื่อปัญหาเหล่านี้สะสมจนถูกหักคะแนนร้านค้าเป็นจำนวนมาก ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการถูกลดการมองเห็นของสินค้าและร้านค้า และอาจรุนแรงถึงขั้นติดเพดานการขายบนบางแพลตฟอร์มอย่าง TikTok Shop ทำให้ยอดขายไม่สามารถเติบโตต่อไปได้ MyCloud Fulfillment จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยระบบจัดการคลังสินค้าและจัดส่งที่มีประสิทธิภาพ ให้การดำเนินธุรกิจของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น  

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

ธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ ปรับตัวยังไงในยุคดิจิทัล – MyCloudFulfillment

ในยุคดิจิทัลนี้ คนปรับตัวเท่านั้นที่จะอยู่รอด!! หมดยุคธุรกิจค้าปลีกที่ปักหลักช่องทางใดช่องทางหนึ่งแล้วครับ ออฟไลน์อย่างเดียวก็ไม่ดี ออนไลน์อย่างเดียวก็ไม่ได้ ทางเดียวที่จะอยู่รอดคือการผสานให้เข้ากัน แต่จะทำยังไงให้เส้นแบ่งของสองโลกหายไป? ในท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด และการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุด วันนี้เรามีวิธีดีๆ มาฝากครับ รีบนำไปปรับใช้กันได้เลย 1.ปรับกลยุทธ์เป็น Omni-Channel ทุกวันนี้กลยุทธ์แบบ Omni-Channel เริ่มเป็นรูปเป็นร่างและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สังเกตได้จากแบรนด์ใหญ่ๆ เค้าปรับกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Central หรือที่ชัดๆ เลยคือ Pomelo ที่สั่งผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ แล้วสามารถไปรับหรือคืนสินค้าตามจุดบริการใกล้บ้านที่เป็นพาร์ทเนอร์ได้ ซึ่งข้อมูลของลูกค้าก็จะเชื่อมถึงกันหมด เป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า และสร้างประสบการณ์การซื้อที่ดีด้วยนะครับ 2.เพิ่มช่องทางการขายให้หลากหลายที่สุด อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าตอนนี้ Marketplace บ้านเรามีเยอะมาก เราจะขายแค่ใน Facebook หรือ Instagram เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้วครับ! ลองวางขายกระจายไปทั่วๆ เช่น Lazada, Shopee, Tiktok Shop เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย 3.จัดโปรเด็ดๆ ราคาดึงดูด ขายของยุคนี้จำเป็นต้องทำโปรนะครับ จะโปรเล็ก โปรใหญ่ ก็ต้องทำ และถ้าคุณขายผ่าน Lazada/Shopee ก็ง่ายเลย เพราะเขาจะมีจัดโปรหรือโค้ดส่วนลดให้ลูกค้า […]

เจ้าของธุรกิจออนไลน์ควรรู้! เปิดร้านขายของใน Shopee เสียค่าอะไรบ้าง?

ในยุคที่การช้อปปิ้งออนไลน์กำลังเฟื่องฟู Shopee กลายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมที่ผู้ประกอบการหลายคนเลือกเป็นช่องทางในการขายสินค้า แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการขายของใน Shopee มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่ผู้ขายต้องจ่ายเมื่อเปิดร้านบน Shopee เพื่อให้คุณสามารถวางแผนธุรกิจและคำนวณต้นทุนได้อย่างแม่นยำ พร้อมแล้วมาดูกันว่าขายของใน Shopee เสียค่าอะไรบ้าง   ขายของใน shopee เสียค่าอะไรบ้าง ก่อนที่จะเริ่มขายสินค้าบน Shopee ผู้ขายควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่จะต้องจ่าย เพื่อให้สามารถตั้งราคาสินค้าได้อย่างเหมาะสมและทำกำไรได้ตามเป้าหมาย มาดูกันว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง   1. ค่าธรรมเนียมจากการขาย การขายของใน Shopee มีค่าธรรมเนียมการขายที่แตกต่างกันตามประเภทของร้านค้าและหมวดหมู่สินค้า ซึ่งทางช้อปปี้จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในส่วนนี้จากทั้ง Shopee Seller ที่ลงขายแบบ Mall Sellers และ Non-Mall Sellers นั้น ทางช้อปปี้จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมเมื่อได้รับคำสั่งซื้อและจัดการคำสั่งซื้อจนเสร็จ ซึ่งจะเก็บค่าธรรมเนียมตามประเภทของสินค้า ดังนี้ หมวดหมู่สินค้า Shopee Mall Seller (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) Non-Mall Seller(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สินค้าในหมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ 9% – 11% 8% สินค้าในหมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ […]

FIFO, LIFO, FEFO คืออะไร การการหยิบสินค้าแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร

จริง ๆ แล้วทุกขั้นตอนของการบริการ fulfillment มีความสำคัญทั้งหมดเลยครับ แต่บางคนอาจจะให้ความสำคัญไปที่ขั้นตอนการเก็บ การเเพ็ค และส่งมากกว่า จนลืมไปว่าหากขั้นตอนการหยิบสินค้าก่อนแพ็คผิดผลาดก็อาจเกิดปัญหาในขั้นตอนถัด ๆ มาได้ครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ใน ขั้นตอนการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้า ผมได้ยกตัวอย่างวิธีการหยิบสินค้า ที่คลังสินค้าต่าง ๆ มักใช้กันไปแล้วนะครับ blog นี้ผมจึงอยากให้ทุกคนรู้จักรูปแบบการหยิบสินค้ากันบ้างครับ  FIFO คืออะไร  FIFO หรือ First-In First-Out คือระบบการจัดการสินค้าตามลำดับเข้าก่อน-ออกก่อน โดยการหยิบสินค้าที่เข้าคลังก่อน ออกไปแพ็กและจัดส่งก่อนเสมอ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดปัญหาสินค้าเสื่อมสภาพจากการเก็บไว้นาน หรือสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวน เปลี่ยนราคาอยู่บ่อย ๆ  และยังทำให้การหมุนเวียนสินค้าในคลังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างสินค้าเช่น เสื้อผ้า รองเท้า รวมถึงสินค้าที่มีหลายชนิดและมีการเปลี่ยนแปลงสต๊อกบ่อยครั้ง อย่างอุปกรณ์แฟชัน ของตกแต่งหรือเครื่องใช้ต่าง ๆ เป็นต้น  นอกจากนี้ การใช้ระบบ FIFO ยังช่วยให้สินค้าที่อยู่ในคลังเป็นล็อตล่าสุดอยู่เสมอ ช่วยให้การบริหารสต๊อกง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงของสินค้าค้างสต๊อกได้ครับ ประโยชน์ของการหยิบสินค้าแบบ FIFO  FEFO คืออะไร  […]

ธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ ปรับตัวยังไงในยุคดิจิทัล – MyCloudFulfillment

ในยุคดิจิทัลนี้ คนปรับตัวเท่านั้นที่จะอยู่รอด!! หมดยุคธุรกิจค้าปลีกที่ปักหลักช่องทางใดช่องทางหนึ่งแล้วครับ ออฟไลน์อย่างเดียวก็ไม่ดี ออนไลน์อย่างเดียวก็ไม่ได้ ทางเดียวที่จะอยู่รอดคือการผสานให้เข้ากัน แต่จะทำยังไงให้เส้นแบ่งของสองโลกหายไป? ในท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด และการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุด วันนี้เรามีวิธีดีๆ มาฝากครับ รีบนำไปปรับใช้กันได้เลย 1.ปรับกลยุทธ์เป็น Omni-Channel ทุกวันนี้กลยุทธ์แบบ Omni-Channel เริ่มเป็นรูปเป็นร่างและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สังเกตได้จากแบรนด์ใหญ่ๆ เค้าปรับกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Central หรือที่ชัดๆ เลยคือ Pomelo ที่สั่งผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ แล้วสามารถไปรับหรือคืนสินค้าตามจุดบริการใกล้บ้านที่เป็นพาร์ทเนอร์ได้ ซึ่งข้อมูลของลูกค้าก็จะเชื่อมถึงกันหมด เป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า และสร้างประสบการณ์การซื้อที่ดีด้วยนะครับ 2.เพิ่มช่องทางการขายให้หลากหลายที่สุด อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าตอนนี้ Marketplace บ้านเรามีเยอะมาก เราจะขายแค่ใน Facebook หรือ Instagram เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้วครับ! ลองวางขายกระจายไปทั่วๆ เช่น Lazada, Shopee, Tiktok Shop เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย 3.จัดโปรเด็ดๆ ราคาดึงดูด ขายของยุคนี้จำเป็นต้องทำโปรนะครับ จะโปรเล็ก โปรใหญ่ ก็ต้องทำ และถ้าคุณขายผ่าน Lazada/Shopee ก็ง่ายเลย เพราะเขาจะมีจัดโปรหรือโค้ดส่วนลดให้ลูกค้า […]

เจ้าของธุรกิจออนไลน์ควรรู้! เปิดร้านขายของใน Shopee เสียค่าอะไรบ้าง?

ในยุคที่การช้อปปิ้งออนไลน์กำลังเฟื่องฟู Shopee กลายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมที่ผู้ประกอบการหลายคนเลือกเป็นช่องทางในการขายสินค้า แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการขายของใน Shopee มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่ผู้ขายต้องจ่ายเมื่อเปิดร้านบน Shopee เพื่อให้คุณสามารถวางแผนธุรกิจและคำนวณต้นทุนได้อย่างแม่นยำ พร้อมแล้วมาดูกันว่าขายของใน Shopee เสียค่าอะไรบ้าง   ขายของใน shopee เสียค่าอะไรบ้าง ก่อนที่จะเริ่มขายสินค้าบน Shopee ผู้ขายควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่จะต้องจ่าย เพื่อให้สามารถตั้งราคาสินค้าได้อย่างเหมาะสมและทำกำไรได้ตามเป้าหมาย มาดูกันว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง   1. ค่าธรรมเนียมจากการขาย การขายของใน Shopee มีค่าธรรมเนียมการขายที่แตกต่างกันตามประเภทของร้านค้าและหมวดหมู่สินค้า ซึ่งทางช้อปปี้จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในส่วนนี้จากทั้ง Shopee Seller ที่ลงขายแบบ Mall Sellers และ Non-Mall Sellers นั้น ทางช้อปปี้จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมเมื่อได้รับคำสั่งซื้อและจัดการคำสั่งซื้อจนเสร็จ ซึ่งจะเก็บค่าธรรมเนียมตามประเภทของสินค้า ดังนี้ หมวดหมู่สินค้า Shopee Mall Seller (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) Non-Mall Seller(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สินค้าในหมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ 9% – 11% 8% สินค้าในหมวดหมู่อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ […]

FIFO, LIFO, FEFO คืออะไร การการหยิบสินค้าแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร

จริง ๆ แล้วทุกขั้นตอนของการบริการ fulfillment มีความสำคัญทั้งหมดเลยครับ แต่บางคนอาจจะให้ความสำคัญไปที่ขั้นตอนการเก็บ การเเพ็ค และส่งมากกว่า จนลืมไปว่าหากขั้นตอนการหยิบสินค้าก่อนแพ็คผิดผลาดก็อาจเกิดปัญหาในขั้นตอนถัด ๆ มาได้ครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ใน ขั้นตอนการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้า ผมได้ยกตัวอย่างวิธีการหยิบสินค้า ที่คลังสินค้าต่าง ๆ มักใช้กันไปแล้วนะครับ blog นี้ผมจึงอยากให้ทุกคนรู้จักรูปแบบการหยิบสินค้ากันบ้างครับ  FIFO คืออะไร  FIFO หรือ First-In First-Out คือระบบการจัดการสินค้าตามลำดับเข้าก่อน-ออกก่อน โดยการหยิบสินค้าที่เข้าคลังก่อน ออกไปแพ็กและจัดส่งก่อนเสมอ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดปัญหาสินค้าเสื่อมสภาพจากการเก็บไว้นาน หรือสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวน เปลี่ยนราคาอยู่บ่อย ๆ  และยังทำให้การหมุนเวียนสินค้าในคลังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างสินค้าเช่น เสื้อผ้า รองเท้า รวมถึงสินค้าที่มีหลายชนิดและมีการเปลี่ยนแปลงสต๊อกบ่อยครั้ง อย่างอุปกรณ์แฟชัน ของตกแต่งหรือเครื่องใช้ต่าง ๆ เป็นต้น  นอกจากนี้ การใช้ระบบ FIFO ยังช่วยให้สินค้าที่อยู่ในคลังเป็นล็อตล่าสุดอยู่เสมอ ช่วยให้การบริหารสต๊อกง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงของสินค้าค้างสต๊อกได้ครับ ประโยชน์ของการหยิบสินค้าแบบ FIFO  FEFO คืออะไร  […]