Knowledge Center

WMS คืออะไร? ช่วยธุรกิจออนไลน์เพิ่มยอดขายได้จริงหรอ

WMS Warehouse Management System ระบบจัดการคลังสินค้า

ขายออนไลน์ทำไมถึงต้องใช้ระบบเข้ามาช่วย? เพราะว่าการจัดการคลังสินค้าไม่ใช่แค่เรื่องหลังบ้านอีกต่อไป แต่เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากสต็อกไม่เป็นระบบ ออเดอร์ตกหล่น หรือส่งสินค้าล่าช้า ลูกค้าอาจหันไปซื้อจากคู่แข่งได้ง่ายๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เจ้าแบรนด์ควรต้องทำความเข้าใจและรู้จักกับ WMS (Warehouse Management System) ระบบที่ช่วยจัดการคลังสินค้าให้เป็นระบบให้มากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือนอกการใช้ระบบช่วยจัดการเรื่องคลังสินค้าแล้วนั้นจะมีส่วนช่วยเพิ่มยอดขายได้ยังไง? MyCloud มีคำตอบมาให้ในบทความนี้ค่ะ

WMS ช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างไร?

WMS คืออะไร?

Warehouse Management System หรือ ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยควบคุมและจัดการสต็อกสินค้าในคลังให้เป็นระบบ ตั้งแต่การรับเข้า (Inbound) การจัดเก็บ (Storage) การหยิบสินค้า (Picking) ไปจนถึงการแพ็กและส่งออก (Shipping) ซึ่งช่วยให้ธุรกิจออนไลน์สามารถบริหารคลังสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มความเร็วในการจัดส่งสินค้า

ระบบจัดการคลังสินค้าสำหรับธุรกิจออนไลน์

WMS สำหรับธุรกิจออนไลน์

หลักๆแล้วหากเป็นธุรกิจออนไลน์ระบบจัดการคลังสินค้าก็จะทำงานร่วมกับระบบ OMS (Order Management System) เป็นสองระบบที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้กระบวนการจัดการออเดอร์มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย OMS จะทำหน้าที่จัดการคำสั่งซื้อที่เข้ามาจากหลากหลายช่องทาง เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop, Line Shopping และเว็บไซต์ของร้านค้า จากนั้นระบบจะประมวลผลและส่งข้อมูลคำสั่งซื้อไปยังระบบจัดการคลังสินค้าเพื่อดำเนินการหยิบ แพ็ก และจัดส่งเป็นขั้นตอนถัดไป

หยิบสินค้า

การเชื่อมต่อระหว่าง Warehouse Management System และ Order Management System ช่วยให้การจัดการออเดอร์เป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็ว เช่น เมื่อมีการสั่งซื้อสินค้า OMS จะซิงค์ข้อมูลไปยังระบบจัดการคลังสินค้าเพื่อให้ระบบช่วยระบุว่าสินค้าชิ้นนั้นอยู่ที่ไหนในคลัง จากนั้นระบบจะจัดลำดับการหยิบของ (Picking) และแนะนำเส้นทางที่เร็วที่สุดให้กับพนักงานคลัง ช่วยลดข้อผิดพลาดในการหยิบของผิด SKU และช่วยให้แพ็กของได้แม่นยำขึ้น นอกจากนี้ ระบบจะอัปเดตสถานะสต็อกอัตโนมัติไปยัง OMS ทันที ทำให้ร้านค้ารู้ความเคลื่อนไหวของสต๊อกสินค้า ไม่ต้องกังวลเรื่องการขายเกินสต็อก (Overselling) และเกิดปัญหา Stock Diff หรือจำนวนสต๊อกจริงไม่ตรงกับในระบบ

WMS จัดการสต๊อกได้อย่างเป็นระบบ

อีกหนึ่งข้อดีของการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 ระบบ คือ การจัดการคำสั่งซื้อแบบ Omnichannel ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น หากร้านค้าขายสินค้าบนหลายแพลตฟอร์ม ระบบ OMS จะรวมออเดอร์จากทุกช่องทาง และระบบจัดการคลังสินค้าจะช่วยจัดการสต็อกแบบเรียลไทม์ ไม่ต้องเสียเวลาจัดการสต็อกแยกในแต่ละช่องทาง ช่วยให้การบริหารออเดอร์เป็นเรื่องง่ายขึ้น ลดข้อผิดพลาด และส่งสินค้าได้เร็วขึ้น ทำให้ลูกค้าพึงพอใจและมีโอกาสกลับมาซื้อซ้ำสูงขึ้น


WMS ช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจออนไลน์ได้อย่างไร?

เช็กสต๊อกสินค้า

หลายคนอาจคิดว่า Warehouse Management System เป็นเพียงเครื่องมือจัดการสต็อกสินค้า แต่ในความเป็นจริง ระบบนี้มีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้ยอดขายของธุรกิจออนไลน์เติบโตขึ้นได้อย่างชัดเจน มาดูกันว่าจะมีผลต่อยอดขายของร้านค้าออนไลน์อย่างไรบ้าง

1. ลดโอกาสสินค้าหมดสต็อก (Stock-out) ไม่เสียโอกาสขาย

Online Shopping

สินค้าหมดสต็อกคือปัญหาใหญ่ที่ทำให้ร้านค้าออนไลน์สูญเสียรายได้โดยไม่รู้ตัว หากไม่มีระบบที่ช่วยติดตามและบริหารสต็อกแบบเรียลไทม์ ร้านค้าอาจพลาดโอกาสขายจากลูกค้าที่พร้อมจะซื้อ แต่ต้องเปลี่ยนใจไปซื้อจากคู่แข่งที่มีของพร้อมส่ง

WMS แก้ปัญหานี้ได้อย่างไร?

  • อัปเดตสต็อกแบบเรียลไทม์ ลดปัญหาการขายเกินสต็อก (Overselling)
  • แจ้งเตือนเมื่อต้องเติมสินค้า ป้องกันปัญหาของหมด
  • ซิงค์สต็อกทุกช่องทางอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียเวลาปรับข้อมูลเอง

ตัวอย่าง: หากคุณขายสินค้าบน Shopee, Lazada, TikTok Shop และ Line Shopping ระบบ Warehouse Management System จะช่วยอัปเดตสต็อกทุกแพลตฟอร์มพร้อมกัน เมื่อลูกค้ากดสั่งซื้อจากที่หนึ่ง สต็อกในทุกช่องทางจะถูกอัปเดตอัตโนมัติ ทำให้ไม่เกิดปัญหาขายเกิน หรือของหมดโดยที่ร้านค้าไม่รู้ตัว


2. ส่งสินค้าได้เร็วขึ้น ลูกค้าพอใจและกลับมาซื้อซ้ำ

จัดส่งสินค้าเร็ว

ความเร็วในการจัดส่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีการแข่งขันสูง หากร้านค้าส่งช้า ลูกค้าอาจให้คะแนนรีวิวต่ำหรือเลือกซื้อจากร้านอื่นในครั้งต่อไป

WMS ช่วยให้การจัดส่งเร็วขึ้นได้อย่างไร?

  • ระบบจัดลำดับคำสั่งซื้ออัตโนมัติ ไม่ต้องเสียเวลาคัดแยกเอง
  • รองรับการเชื่อมต่อกับขนส่งหลายเจ้า เลือกขนส่งที่เร็วและคุ้มค่าที่สุด
  • มีระบบ Picking และ Packing อัจฉริยะ ลดข้อผิดพลาดในการแพ็ก

ตัวอย่าง: ร้านค้าออนไลน์ที่ใช้ระบบจัดการคลังสินค้าจะสามารถลดเวลาจัดการออเดอร์ได้ถึง 50% เพราะระบบช่วยจัดเรียงออเดอร์และแนะนำเส้นทางหยิบสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้แพ็กและส่งสินค้าได้รวดเร็วขึ้น


3. จัดการโปรโมชั่นและออเดอร์พิเศษได้ง่ายขึ้น

โปรโมชั่นออนไลน์

การทำโปรโมชั่นเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มยอดขาย แต่หากสต็อกและระบบจัดการออเดอร์ไม่รองรับ อาจทำให้เกิดความผิดพลาด เช่น ขายเกินสต็อก, แพ็กผิดสินค้า หรือส่งของช้า ซึ่งส่งผลเสียต่อแบรนด์และประสบการณ์ลูกค้า

WMS รองรับการทำโปรโมชั่นอย่างไร?

  • บริหารสต็อกให้พร้อมรับออเดอร์จำนวนมากช่วงแคมเปญใหญ่
  • รองรับการทำ Pre-order หรือ Flash Sale โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลมือ
  • จัดการแพ็กเกจโปรโมชัน เช่น ซื้อ 1 แถม 1 หรือจัดเซ็ตสินค้าแบบอัตโนมัติ

ตัวอย่าง: หากร้านค้าต้องการทำโปรโมชั่น 11.11 หรือ 12.12 ระบบก็จะช่วยให้ร้านค้าบริหารสต็อกและจัดการคำสั่งซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องกลัวว่าของจะหมด หรือส่งของผิดและไม่พลาดโอกาสในการขายช่วงแคมเปญพิเศษ


4. รองรับการขายหลายช่องทาง (Omnichannel) ขยายตลาดได้กว้างขึ้น

ขายหลายช่องทาง

ธุรกิจออนไลน์ที่ขายผ่านหลายแพลตฟอร์มต้องการระบบที่สามารถซิงค์ข้อมูลสต็อกและออเดอร์แบบอัตโนมัติ เพราะหากต้องมานั่งจัดการแยกกัน อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาด และใช้เวลามาก

WMS รองรับ Omnichannel อย่างไร?

  • ซิงค์สต็อกอัตโนมัติทุกแพลตฟอร์ม เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop, Line Shopping และ Facebook
  • รวมทุกออเดอร์ไว้ในที่เดียว ไม่ต้องเสียเวลาสลับแพลตฟอร์ม
  • จัดส่งได้จากคลังเดียวกัน ลดต้นทุนโลจิสติกส์

ตัวอย่าง: หากร้านค้าขายสินค้าผ่านทั้ง Shopee และ Lazada ระบบจัดการคลังสินค้าก็จะช่วยรวมออเดอร์เข้าด้วยกันและคำนวณสต็อกให้อัตโนมัติ ทำให้สามารถจัดการคำสั่งซื้อได้ง่ายขึ้นและขยายช่องทางการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ลูกค้าประทับใจ

หัวใจสำคัญของระบบ WMS ที่ดี

การเลือกใช้ Warehouse Management System เป็นหนึ่งใน การตัดสินใจที่สำคัญที่สุด สำหรับธุรกิจที่มีการจัดการสต๊อกและออเดอร์ เพราะระบบนี้ส่งผลโดยตรงต่อ ประสิทธิภาพในการบริหารคลังสินค้า และ ประสบการณ์ของลูกค้า หากเลือกใช้ระบบที่ไม่ตอบโจทย์ อาจทำให้ธุรกิจต้องเผชิญกับปัญหามากมาย ตั้งแต่เรื่องต้นทุนที่สูงเกินไปไปจนถึงความล่าช้าในการจัดส่งและหากจัดส่งสินค้าล่าช้าอาจส่งผลไปถึงเกณฑ์การให้คะแนนร้านค้าของทางแพลตฟอร์มการขาย Marketplace ได้อีกด้วยซึ่งก็จะมีบทลงโทษสำหรับร้านค้าที่ทำได้ไม่ถึงเกณฑ์ บทลงโทษที่ร้ายแรงที่สุดถึงขั้นโดนปิดร้านค้าเลยทีเดียว

WMS คลังสินค้า MyCloud

สำหรับธุรกิจออนไลน์ที่มีออเดอร์จำนวนมาก MyCloud Fulfillment เราคือคลังสินค้าออนไลน์ที่ช่วยให้ร้านค้าจัดการสต๊อกและออเดอร์ได้อย่างเป็นระบบ ด้วย Warehouse Management System และ Order Management System ที่ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อในระบบเดียว

ซึ่งข้อดีของระบบที่ออกแบบมาให้ทำงานร่วมกันโดยเฉพาะ ช่วยให้การส่งข้อมูลการอัปเดตสต๊อกและคำสั่งซื้อจากแต่ละแพลตฟอร์มการขาย ไปยังระบบจัดการคลังสินค้าเป็นไปอย่างเสถียรและแม่นยำ ทำให้กระบวนการ หยิบ แพ็ก และจัดส่งสินค้า ดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ระบบจัดการคลังสินค้าของ MyCloud ยังช่วยลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น เช่น การส่งใบปะหน้าผิดพลาด ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าได้รับออเดอร์ผิดไป ด้วยการประมวลผลที่แม่นยำจึงช่วยให้ร้านค้าจัดการคำสั่งซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าปลายทางที่ได้รับสินค้า

ส่งสินค้าเร็ว

สรุปบทความ ระบบที่ดีจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างไม่มีสะดุด สำหรับระบบการจัดการคลังสินค้าถือว่ามีความจำเป็นต่อธุรกิจออนไลน์อย่างมาก เพราะเมื่อออเดอร์เพิ่มขึ้น นั่นหมายความว่าธุรกิจของคุณเริ่มเติบโต การจัดการสต็อกให้เป็นระเบียบและช่วยให้การจัดการออเดอร์ราบรื่น ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ผู้ขายออนไลน์ในยุคนี้ควรให้ความสำคัญ MyCloud Fulfillment ช่วยให้ร้านค้าจัดการออเดอร์ได้อัตโนมัติ ลดภาระงานแมนนวล ลดข้อผิดพลาดจากการทำงานด้วยมือ เพิ่มความแม่นยำของข้อมูล และช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการเติบโตของยอดขายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องหลังบ้าน สนใจบริการคลังสินค้าออนไลน์ที่มีระบบจัดการคลังสินค้าและระบบจัดการออเดอร์แบบครบวงจรติดต่อ MyCloud Fulfillment ได้เลยที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

การนับสต๊อก คืออะไร พร้อม 3 เทคนิคช่วยให้คุณเช็กสต๊อกสินค้าได้ง่าย ๆ ถูกต้องและแม่นยำ 

เปิดร้านขายสินค้าทั้งที ไม่ว่าจะในรูปแบบออฟไลน์หรือออนไลน์การนับสต๊อกสินค้าก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ และเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกร้านค้าจำเป็นต้องทำ ทั้งนี้ก็เพื่อการจัดการที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้ วันนี้ MyCloud เลยอยากจะพาคุณไปทำความรู้จักกันให้ละเอียดกว่านี้ว่า จริง ๆ แล้ว การนับสต๊อกสินค้า คืออะไร มีกี่ประเภท พร้อมทั้งเทคนิคในการเช็กสต๊อกสินค้าให้ถูกต้องและแม่นยำกัน ในบทความนี้ค่ะ!   การนับสต๊อกสินค้า คืออะไร นับสต๊อกสินค้า คือการตรวจสอบหรือเช็กให้แน่ใจว่า มีจำนวนสินค้าคงคลังอยู่ในคลังสินค้าเท่าไหร่ โดยจะนับรวมสินค้าทั้งหมด ได้แก่ สินค้าที่เพิ่งรับเข้ามา สินค้าคงคลัง สินค้าค้างสต๊อกและจะทำการบันทึกข้อมูลเหล่านี้เข้าสู่ระบบคลังสินค้า ไม่เพียงเท่านั้น ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่การบันทึกจำนวนสินค้า แต่ก็มีความสำคัญมากกว่านั้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์ การมีจำนวนสต๊อกสินค้าที่แม่นยำก็จะช่วยให้ร้านค้าสามารถบริหารจัดการสินค้าในคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่พบกับปัญหาการขายของออนไลน์ เช่น สินค้าขาดหรือเกินอีกต่อไป ช่วยให้การขายเป็นไปได้อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด    การนับสต๊อกสินค้า มีกี่ประเภท การนับสต๊อกหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของธุรกิจ มาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้าง ดังนี้   1. นับสต๊อกสินค้าแบบ Cycle Count เริ่มต้นกันที่การนับสต๊อกแบบ Cycle Count เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับร้านค้าขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่มีจำนวน SKU ไม่มากนัก โดยจะแบ่งเป็นโซนหรือหมวดหมู่ และมีการกำหนดรอบการนับที่แน่นอน เช่น […]

5G กับการยกระดับอุตสาหกรรม Logistics จาก MyCloud

          ยังจำกันได้ไหมคะสำหรับเทรนด์เทคโนโลยีในอนาคตของธุรกิจ E-Commerce และ Logistics ที่เราเคยพูดถึงไปใน Technology & Trends ที่น่าลงทุนสำหรับธุรกิจ logistics เพื่อเป็นแนวทางในการลงทุนให้กับธุรกิจ แน่นอนค่ะว่ามันใกล้เข้ามาทุกที และจะเป็นจริงในปีนี้ หรือไม่ก็ปีหน้าแล้วค่ะ ด้วยเทคโนโลยี 5G ที่จะเข้ามาเติมเต็มและยกระดับวงการ Logistics การขนส่งสินค้าทั่วโลกให้เติบโตขึ้นไปอีกขั้นค่ะ 5G กับอุตสาหกรรม Logistics            แน่นอนค่ะว่าเมื่อมี 5G เข้ามาอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็จะได้รับประโยชน์จากความเร็วของสัญญาณ ช่วยให้สะดวกสบายในการดำเนินงานมากขึ้น แต่ดูเหมือนว่าวงการที่จะได้รับประโยชน์เป็นอันดับต้น ๆ จากเทคโนโลยี 5G นี้คงจะเป็นวงการ Logistics และ E-Commerce นี่แหล่ะค่ะ เพราะการเชื่อมต่อที่ง่ายขึ้น และรวดเร็ว ทำให้เราสามารถขยายพื้นที่การเชื่อมต่อไปในที่ไกล ๆ ได้ครอบคลุมมากขึ้น ส่งผลให้การส่งสินค้าและบริการสะดวกขึ้นตามไปด้วย รวมถึงการตรวจสอบ ติดตามพัสดุที่เรียกได้ว่ามาได้ถูกจังหวะ พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ัหันมาซื้อของออนไลน์กันมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมานี้เลยล่ะค่ะ   […]

ทำความรู้จักกับอัตรา Fast Handover Rate คืออะไร เปิดร้านบน Shopee ต้องรู้ไว้! 

การขายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ อย่าง Shopee การจัดการคำสั่งซื้อให้มีประสิทธิภาพถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะ Fast Handover Rate หรืออัตราการจัดส่งเร็วเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่ผู้ขายทุกคนควรต้องให้ความสนใจ เพราะไม่เพียงแต่จะสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้าเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อความพึงพอใจของลูกค้าและอันดับร้านค้าบนแพลตฟอร์ม วันนี้ MyCloud จะพาคุณไปทำความรู้จักว่า อัตราการจัดส่งเร็ว คืออะไร ในบทความนี้กัน!  อัตราการจัดส่งเร็ว (Fast Handover Rate) คืออะไร  Fast Handover Rate (FHR) คืออัตราการส่งมอบสินค้าสำหรับคำสั่งซื้อที่ได้รับการยืนยันสถานะที่ต้องจัดส่งและสามารถมอบพัสดุให้กับบริษัทขนส่งภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยจะมีการคำนวณอัตรานี้ จากคำสั่งซื้อทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงระยะ 30 วันย้อนหลังที่มีคำสั่งซื้อ  ทั้งนี้ ยังมีเกณฑ์การคำนวณอัตราการจัดส่งเร็วได้จากเวลาตัดรอบ เพื่อทำการส่องมอบพัสดุในกับบริษัทขนส่ง ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ทั้งหมด 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ วิธีการคำนวณอัตรา Fast Handover Rate  การคำนวณ Fast Handover Rate ค่อนข้างจะมีความซับซ้อนและแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาที่คำสั่งซื้อได้รับการยืนยัน โดยระบบจะพิจารณาจากระยะเวลาตั้งแต่ได้รับออเดอร์จนถึงการส่งมอบให้บริษัทขนส่ง ซึ่งมีการกำหนดเงื่อนไขและมาตรฐานเวลาที่แตกต่างกันในแต่ละกรณี ดังนี้  1. กรณีได้รับคำสั่งซื้อภายในวันทำการปกติ  สำหรับคำสั่งซื้อที่เข้ามาในวันทำการปกติ หากได้รับคำสั่งซื้อเข้ามาก่อนเวลา 12:00 […]

การนับสต๊อก คืออะไร พร้อม 3 เทคนิคช่วยให้คุณเช็กสต๊อกสินค้าได้ง่าย ๆ ถูกต้องและแม่นยำ 

เปิดร้านขายสินค้าทั้งที ไม่ว่าจะในรูปแบบออฟไลน์หรือออนไลน์การนับสต๊อกสินค้าก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ และเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกร้านค้าจำเป็นต้องทำ ทั้งนี้ก็เพื่อการจัดการที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้ วันนี้ MyCloud เลยอยากจะพาคุณไปทำความรู้จักกันให้ละเอียดกว่านี้ว่า จริง ๆ แล้ว การนับสต๊อกสินค้า คืออะไร มีกี่ประเภท พร้อมทั้งเทคนิคในการเช็กสต๊อกสินค้าให้ถูกต้องและแม่นยำกัน ในบทความนี้ค่ะ!   การนับสต๊อกสินค้า คืออะไร นับสต๊อกสินค้า คือการตรวจสอบหรือเช็กให้แน่ใจว่า มีจำนวนสินค้าคงคลังอยู่ในคลังสินค้าเท่าไหร่ โดยจะนับรวมสินค้าทั้งหมด ได้แก่ สินค้าที่เพิ่งรับเข้ามา สินค้าคงคลัง สินค้าค้างสต๊อกและจะทำการบันทึกข้อมูลเหล่านี้เข้าสู่ระบบคลังสินค้า ไม่เพียงเท่านั้น ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่การบันทึกจำนวนสินค้า แต่ก็มีความสำคัญมากกว่านั้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์ การมีจำนวนสต๊อกสินค้าที่แม่นยำก็จะช่วยให้ร้านค้าสามารถบริหารจัดการสินค้าในคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่พบกับปัญหาการขายของออนไลน์ เช่น สินค้าขาดหรือเกินอีกต่อไป ช่วยให้การขายเป็นไปได้อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด    การนับสต๊อกสินค้า มีกี่ประเภท การนับสต๊อกหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของธุรกิจ มาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้าง ดังนี้   1. นับสต๊อกสินค้าแบบ Cycle Count เริ่มต้นกันที่การนับสต๊อกแบบ Cycle Count เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับร้านค้าขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่มีจำนวน SKU ไม่มากนัก โดยจะแบ่งเป็นโซนหรือหมวดหมู่ และมีการกำหนดรอบการนับที่แน่นอน เช่น […]

5G กับการยกระดับอุตสาหกรรม Logistics จาก MyCloud

          ยังจำกันได้ไหมคะสำหรับเทรนด์เทคโนโลยีในอนาคตของธุรกิจ E-Commerce และ Logistics ที่เราเคยพูดถึงไปใน Technology & Trends ที่น่าลงทุนสำหรับธุรกิจ logistics เพื่อเป็นแนวทางในการลงทุนให้กับธุรกิจ แน่นอนค่ะว่ามันใกล้เข้ามาทุกที และจะเป็นจริงในปีนี้ หรือไม่ก็ปีหน้าแล้วค่ะ ด้วยเทคโนโลยี 5G ที่จะเข้ามาเติมเต็มและยกระดับวงการ Logistics การขนส่งสินค้าทั่วโลกให้เติบโตขึ้นไปอีกขั้นค่ะ 5G กับอุตสาหกรรม Logistics            แน่นอนค่ะว่าเมื่อมี 5G เข้ามาอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็จะได้รับประโยชน์จากความเร็วของสัญญาณ ช่วยให้สะดวกสบายในการดำเนินงานมากขึ้น แต่ดูเหมือนว่าวงการที่จะได้รับประโยชน์เป็นอันดับต้น ๆ จากเทคโนโลยี 5G นี้คงจะเป็นวงการ Logistics และ E-Commerce นี่แหล่ะค่ะ เพราะการเชื่อมต่อที่ง่ายขึ้น และรวดเร็ว ทำให้เราสามารถขยายพื้นที่การเชื่อมต่อไปในที่ไกล ๆ ได้ครอบคลุมมากขึ้น ส่งผลให้การส่งสินค้าและบริการสะดวกขึ้นตามไปด้วย รวมถึงการตรวจสอบ ติดตามพัสดุที่เรียกได้ว่ามาได้ถูกจังหวะ พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ัหันมาซื้อของออนไลน์กันมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมานี้เลยล่ะค่ะ   […]

ทำความรู้จักกับอัตรา Fast Handover Rate คืออะไร เปิดร้านบน Shopee ต้องรู้ไว้! 

การขายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ อย่าง Shopee การจัดการคำสั่งซื้อให้มีประสิทธิภาพถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะ Fast Handover Rate หรืออัตราการจัดส่งเร็วเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่ผู้ขายทุกคนควรต้องให้ความสนใจ เพราะไม่เพียงแต่จะสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้าเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อความพึงพอใจของลูกค้าและอันดับร้านค้าบนแพลตฟอร์ม วันนี้ MyCloud จะพาคุณไปทำความรู้จักว่า อัตราการจัดส่งเร็ว คืออะไร ในบทความนี้กัน!  อัตราการจัดส่งเร็ว (Fast Handover Rate) คืออะไร  Fast Handover Rate (FHR) คืออัตราการส่งมอบสินค้าสำหรับคำสั่งซื้อที่ได้รับการยืนยันสถานะที่ต้องจัดส่งและสามารถมอบพัสดุให้กับบริษัทขนส่งภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยจะมีการคำนวณอัตรานี้ จากคำสั่งซื้อทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงระยะ 30 วันย้อนหลังที่มีคำสั่งซื้อ  ทั้งนี้ ยังมีเกณฑ์การคำนวณอัตราการจัดส่งเร็วได้จากเวลาตัดรอบ เพื่อทำการส่องมอบพัสดุในกับบริษัทขนส่ง ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ทั้งหมด 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ วิธีการคำนวณอัตรา Fast Handover Rate  การคำนวณ Fast Handover Rate ค่อนข้างจะมีความซับซ้อนและแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาที่คำสั่งซื้อได้รับการยืนยัน โดยระบบจะพิจารณาจากระยะเวลาตั้งแต่ได้รับออเดอร์จนถึงการส่งมอบให้บริษัทขนส่ง ซึ่งมีการกำหนดเงื่อนไขและมาตรฐานเวลาที่แตกต่างกันในแต่ละกรณี ดังนี้  1. กรณีได้รับคำสั่งซื้อภายในวันทำการปกติ  สำหรับคำสั่งซื้อที่เข้ามาในวันทำการปกติ หากได้รับคำสั่งซื้อเข้ามาก่อนเวลา 12:00 […]