Knowledge Center

ลูกค้าเก่า เอาใจยังไง? เทคนิคง่ายๆให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ

ลูกค้าเก่าซื้อซ้ำ

ลูกค้าใหม่อาจเพิ่มยอดได้ไว แต่ถ้าหวังให้ธุรกิจไปได้ไกล ต้องอาศัย “ลูกค้าเก่า” ที่พร้อมกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาคือ…ลูกค้าเก่าไม่ได้กลับมาเองเสมอไป ถ้าเราไม่ใส่ใจ ไม่กระตุ้น หรือไม่มีอะไรใหม่ๆ ให้เขารู้สึกว่า “คุณยังต้องการฉันอยู่”

ลูกค้าเก่า ซื้อซ้ำ ซื้อของออนไลน์


บทความนี้จะพาคุณรู้วิธีเอาใจลูกค้าเก่าแบบไม่ต้องขายตรง แต่อยู่ตรงใจ พร้อมเทคนิคทำให้ ลูกค้าประจำ เพิ่มขึ้น และยอดขายไม่หล่นหายหลังจากปิดดีลแรก

ทำไม ลูกค้าเก่า สำคัญกว่าที่คิด?

การได้ลูกค้าใหม่ 1 คนมีต้นทุนสูงกว่าการรักษา ลูกค้าเก่า ถึง 5–7 เท่า ทั้งจากค่าโฆษณา แรงสร้างความน่าเชื่อถือ และเวลาที่ใช้ในการปิดการขาย ในขณะที่ลูกค้าเก่ารู้จักแบรนด์อยู่แล้ว รู้ว่าคุณขายอะไร มีประสบการณ์การใช้งานจริง และสามารถตัดสินใจซื้อซ้ำได้เร็วขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้าเก่าที่พอใจยังเป็นกระบอกเสียงให้แบรนด์ ช่วยบอกต่อหรือแนะนำให้เพื่อนซื้ออีกทางหนึ่งโดยที่คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย

ลูกค้าเก่าอยากได้อะไร?

ซื้อสินค้าออนไลน์

ลูกค้าเก่ามักมองหาสิ่งพิเศษบางอย่างที่จะทำให้พวกเขารู้สึกว่า “ฉันสำคัญ” ไม่ว่าจะเป็น โปรซื้อซ้ำ ที่เฉพาะเจาะจงกับประวัติการสั่งซื้อ, สิทธิพิเศษจากการเป็นสมาชิก หรือแม้แต่ของแถมเล็กๆ ที่ทำให้รู้ว่าคุณใส่ใจ หากคุณเป็นคนที่ขายของออนไลน์ทาง Marketplace อย่าง Shopee, Lazada หรือ TikTok อยู่แล้วก็อาจจะรู้ดีว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้จะมีฟีเจอร์การตลาดที่สามารถทำระบบสมาชิกได้แต่ข้อจำกัดที่เป็นผลเสียต่อแบรนด์เองนั้นก็คือ แพลตฟอร์มจะไม่อนุญาตให้นำส่งข้อมูลลูกค้าเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ เบอร์โทร หรืออีเมล ออกนอกแพลตฟอร์มการขาย ฉะนั้นคุณจึงไม่สามารถนำข้อมูลลูกค้าเอามาวิเคราะห์หรือนำไปยิงแอดโฆษณาได้นั่นเอง

นอกจากนี้ พวกเขายังคาดหวังการบริการที่ไวขึ้น พูดรู้เรื่องขึ้น และตอบสนองได้ตรงจุดมากกว่าครั้งแรก ดังนั้น ความรวดเร็วและความแม่นยำในการให้บริการจึงสำคัญไม่แพ้การขายของ

คลังสินค้าออนไลน์ MyCloud Fulfillment

MyCloud Fulfillment คลังสินค้าออนไลน์ที่เปิดให้บริการตลอด 365 วัน จัดการออเดอร์ตลอด 24 ชั่วโมง นำส่งพัสดุให้กับขนส่งชั้นนำทุกวันไม่เว้นวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์จัดการออเดอร์ได้เร็วทันใจ ส่งทันถึงมือลูกค้าปลายทางได้อย่างมืออาชีพ

เทคนิคเอาใจลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อซ้ำ

  • ใช้โปรโมชั่นเฉพาะ

อย่าทำโปรแบบเดียวกับที่ให้ลูกค้าใหม่ ลองเพิ่ม “โปรโมชั่นลูกค้าเก่า” ที่ทำให้รู้สึกว่าได้สิทธิพิเศษ โปรเหล่านี้ไม่เพียงแต่กระตุ้นการซื้อซ้ำ แต่ยังสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ารีบกลับมาซื้อเร็วขึ้นด้วย เช่น

จัดโปรโมชั่น ให้ลูกค้าเก่า หรือ ลูกค้าประจำ
  • ซื้อรอบที่ 2 ลดเพิ่ม 15%
  • กลับมาซื้อใน 30 วัน รับของแถมฟรี
  • โปรซื้อซ้ำเฉพาะรุ่นที่เคยซื้อเท่านั้น
  • มีระบบสมาชิกหรือสะสมแต้ม

หนึ่งในวิธีที่ได้ผลที่สุดในการเปลี่ยน ลูกค้าธรรมดาให้กลายเป็นลูกค้าประจำ ก็คือการสร้างระบบสมาชิกหรือระบบสะสมแต้ม (Loyalty Program) ที่ชัดเจนและมีแรงจูงใจที่น่าสนใจ

ระบบสมาชิก CRM ลูกค้าประจำ

ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการแค่ “ราคาถูก” แต่พวกเขาต้องการ ความรู้สึกว่าทุกการซื้อของเขามีความหมาย และจะได้รับบางสิ่งกลับคืน ระบบสะสมแต้มช่วยเติมเต็มจุดนี้ได้เป็นอย่างดี เช่น
– ทุกการซื้อ 100 บาท = 1 แต้ม
– สะสมครบ 20 แต้ม แลกรับส่วนลด 100 บาท
– หรือสะสมแต้มเพื่อแลกของขวัญลิมิเต็ดเฉพาะสมาชิก

แบรนด์สามารถเพิ่มระดับสมาชิก เช่น Silver, Gold, Platinum โดยแต่ละระดับมีสิทธิพิเศษแตกต่างกันไป เช่น ได้ส่วนลดมากกว่า, ได้รับสินค้าใหม่ก่อนใคร, เข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ เป็นต้น

นอกจากนี้ การแจ้งเตือนอัตโนมัติ เช่น “คุณเหลืออีกเพียง 3 แต้ม จะได้รับของขวัญพิเศษ” หรือ “อย่าลืมใช้แต้มก่อนหมดอายุ” ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยกระตุ้นการกลับมาซื้อซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องใช้แรงขายมาก

สะสมแต้มสมาชิก CRM

ความลับของ Loyalty Program ที่ดีไม่ใช่แค่ “แจกแต้ม” แต่คือการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า “แบรนด์นี้เห็นคุณค่าในทุกการซื้อของฉัน” ซึ่งเมื่อความรู้สึกนั้นเกิดขึ้น ยอดซื้อซ้ำก็จะตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ

  • ส่งอีเมลหรือแจ้งเตือนส่วนตัว

สื่อสารแบบ Personalization จะทำให้ลูกค้าเก่ารู้สึกว่าแบรนด์ “รู้จักเขา” การสื่อสารที่ตั้งใจและเฉพาะเจาะจงจะทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันมากขึ้น และพร้อมจะกลับมาซื้ออีกเช่น

E-mail Marketing
  • แจ้งเตือนว่าสินค้าที่เคยซื้อใกล้หมด
  • แนะนำรุ่นใหม่ที่คล้ายกับที่เคยซื้อ
  • ส่งโปรวันเกิด/ขอบคุณเฉพาะคนที่ซื้อครบ 3 ครั้ง
  • ประทับใจตั้งแต่หลังกล่อง

บริการหลังการขายที่ดี เช่น การ์ดเขียนมือ ขอบคุณที่สั่งซื้อ การตอบกลับที่รวดเร็ว หรือของแถมเล็กๆ น้อยๆ ล้วนสร้างความรู้สึกว่า “แบรนด์นี้ใส่ใจ” และส่งผลให้ลูกค้ากลับมาเอง

พฤติกรรม ลูกค้าเก่า ที่พร้อมซื้อซ้ำ

ลูกค้าเก่าอาจจะไม่พูดออกมาตรงๆ ว่า “ฉันอยากกลับมาซื้ออีกนะ” แต่ถ้าเราสังเกตให้ดี จะเห็นสัญญาณบางอย่างที่แสดงถึงความสนใจและความลังเลของพวกเขาอยู่เสมอ เช่น การค้นหาชื่อแบรนด์หรือชื่อสินค้าที่เคยซื้อ แสดงว่าพวกเขายังจดจำแบรนด์ได้ และกำลังอยู่ในช่วง “พิจารณา” ว่าจะกลับมาซื้อซ้ำดีไหม

 การค้นหาชื่อแบรนด์หรือชื่อสินค้าที่เคยซื้อ

บางครั้งพวกเขาอาจจะเข้าเว็บไซต์เดิม หรือแอปเดิม แล้วคลิกดูสินค้าตัวเดิมซ้ำๆ โดยไม่ได้สั่งซื้อทันที ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เรียกว่า “Warm Audience” หรือ “ผู้ที่กำลังสนใจ” ซึ่งถ้าเรารู้เท่าทันพฤติกรรมนี้ ก็สามารถยิงแอด Retargeting หรือส่งข้อความส่วนตัวเพื่อดึงเขากลับมาได้อย่างแม่นยำ

ลูกค้ากดไลค์ กดแชร์

นอกจากนี้ การที่ลูกค้ากดไลก์โพสต์ อ่านรีวิว หรือทักแชทมาถามว่า “ยังมีโปรลูกค้าเก่าอยู่ไหมคะ?” คือสัญญาณชัดเจนว่าเขาอยากซื้อซ้ำ แต่กำลังรอจังหวะที่รู้สึกว่า “คุ้มค่า” หรือ “พิเศษพอ” ที่จะกลับมาอีกครั้ง

ถ้าแบรนด์มีระบบหลังบ้าน เช่น CRM หรือ OMS ที่สามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมเหล่านี้ได้อย่างเป็นระบบ เช่น ดูว่าลูกค้าคนนี้ซื้ออะไรไปเมื่อไหร่ เคยใช้โค้ดโปรไหน เคยเปิดอีเมลกี่ครั้ง หรือเข้ามาดูสินค้าชิ้นใดซ้ำบ้าง เราก็จะสามารถออกแบบแคมเปญ โปรโมชัน หรือข้อความสื่อสารที่ “ตรงใจ” และ “ตรงเวลา” ได้มากขึ้น ไม่ใช่การยิงโปรมั่วๆ แบบหว่านแหอีกต่อไป

สรุปบทความ

การสร้างยอดขายระยะยาวไม่ได้อยู่ที่การหาลูกค้าใหม่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การดูแลลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง เพราะลูกค้าเก่ามีต้นทุนการรักษาต่ำ ตัดสินใจซื้อไว และพร้อมบอกต่อหากพอใจ สำหรับเทคนิคดูแลลูกค้าเก่าโดยไม่ต้องขายตรง เช่น การทำโปรเฉพาะลูกค้าเก่า ระบบสมาชิก/สะสมแต้ม การสื่อสารแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) และบริการหลังการขายที่น่าประทับใจ พร้อมทั้งเน้นว่าการเข้าใจพฤติกรรมเล็กๆ ของลูกค้าเก่า เช่น การกลับมาดูสินค้าเดิม การแชทถามโปร หรือเปิดอีเมลซ้ำๆ คือโอกาสทองในการกระตุ้นยอดซื้อซ้ำ หากแบรนด์มีระบบหลังบ้านหรือ CRM ที่เก็บพฤติกรรมลูกค้าได้ ก็จะช่วยให้ยิงแคมเปญได้แม่นยำ ตรงใจ และเพิ่มยอดได้อย่างยั่งยืน.

คลังสินค้า MyCloud Fulfillment

MyCloud Fulfillment พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ธุรกิจที่ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณเติบโตได้อย่างราบรื่น ด้วยบริการครบวงจรทั้งการจัดเก็บสินค้าในคลังขนาดกว่า 10,000 ตร.ม. รองรับการขยายตัวของธุรกิจอย่างมืออาชีพ บริการแพ็กสินค้าที่รวดเร็วและแม่นยำสูงถึง 99.5% พร้อมทีมงานกว่า 1,200 คน (ทั้งพนักงานประจำและพาร์ทไทม์) ที่พร้อมรับมือกับออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงแคมเปญใหญ่

MyCloud Fulfillment

นอกจากนี้ เรายังเชื่อมต่อกับขนส่งชั้นนำ ส่งออเดอร์ได้ตรงตามรอบ SLA ของ Marketplace สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าทั้งใหม่และเก่า อีกทั้งการจัดการออเดอร์ที่มีประสิทธิภาพยังช่วยให้ร้านค้าของคุณได้รับคะแนนประเมินที่ดีจากแพลตฟอร์ม ช่วยเพิ่มการมองเห็นสินค้าและดึงดูดลูกค้าใหม่ พร้อมสร้างโอกาสให้พวกเขากลับมาซื้อซ้ำ หากสนใจบริการคลังสินค้าออนไลน์ที่จะเข้าช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้แบบไม่มีสะดุด ติดต่อเราได้เลยค่ะ

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ https://www.mycloudfulfillment.com/quotation 

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร: 092-472-774202-138-9920

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Mid Month Sale เจาะลึก insight ที่คนขายออนไลน์ต้องรู้ !

แม้ว่าแคมเปญ Double Day อย่าง 2.2, 3.3 หรือ 4.4 จะเป็นช่วงเวลาทองของเหล่านักช้อปออนไลน์ที่หลายคนรู้จักดี แต่ยังมีอีกหนึ่งช่วงเวลาที่มักถูกมองข้ามไป นั่นคือ “Mid Month Sale” หรือแคมเปญกลางเดือน โดยเฉพาะวันที่ 15 ที่หลายแพลตฟอร์มยังคงเดินหน้าจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่คำถามสำคัญก็คือ… แคมเปญ Mid Month ยังเวิร์กอยู่ไหม? ผู้บริโภคยังช้อปกันเยอะอยู่หรือเปล่า? แล้วร้านค้าออนไลน์ควรให้ความสำคัญกับช่วงนี้แค่ไหน?บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเทรนด์นักช้อปช่วงกลางเดือน พร้อมเปิดสถิติเปอร์เซ็นต์ออเดอร์จริงจากระบบหลังบ้านของคลังสินค้าออนไลน์ รวมถึงกลยุทธ์เด็ดในการเพิ่มยอดขายช่วง Mid Month ที่ร้านค้าออนไลน์ไม่ควรพลาดถ้าอยากโกยกำไรให้ได้มากที่สุดในช่วงกลางเดือนนี้! Mid Month Sale คืออะไร? แคมเปญลดราคาช่วงกลางเดือนที่จัดขึ้นโดยแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Lazada, Shopee หรือแม้แต่แบรนด์ออนไลน์เอง เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงที่คนมักใช้จ่ายน้อยหลังต้นเดือน โดยมักมีโปรโมชั่นแรง เช่น โค้ดลดเพิ่ม, Flash Sale, ส่งฟรี หรือของแถม เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาช้อปอีกครั้งก่อนสิ้นเดือน และช่วยให้ร้านค้าเคลียร์สต๊อกหรือเร่งยอดได้ในช่วงเวลากลางเดือนที่มักเงียบกว่าช่วง Double Day นั่นเอง รู้ลึก! จากออเดอร์จริงช่วง […]

การทำธุรกิจแบบ B2C B2B และ B2B2C ต่างกันยังไง?

ปัจจุบันนี้ธุรกิจส่วนใหญ่นั้นมักจะเจาะกลุ่มตลาดออนไลน์ และให้ความสำคัญกับธุรกิจ E-commerce มากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบในการทำธุรกิจ จากเดิมที่มักจะเห็นธุรกิจแบบ B2C จนชินตา เปลี่ยนมาเป็น ธุรกิจแบบ B2B และ B2B2C เรามาทำความรู้จักธุรกิจทั้งสามแบบ ว่าคืออะไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ? กันดีกว่าครับ   B2B คืออะไร B2B หรือ Business-to-Business คือการทำการค้าระหว่างธุรกิจทำกับธุรกิจด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อ ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุดิบ การผลิตสินค้า หรือการบริการ เพื่อประโยชน์หรือการพัฒนาธุจกิจขององค์กร โดยไม่ใช่การนำไปเพื่ออุปโภคหรือบริโภคเอง เช่น การซื้อผ้ามาเพื่อผลิตเสื้อ ธุรกิจ B2B ที่พบเห็นกันได้บ่อย ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นธุรกิจด้านขนส่งอย่าง DHL เป็นต้น ซึ่ง B2B ก็คล้ายกับ B2C ที่ขยายจากตลาดออฟไลน์มาสู่ตลาดออนไลน์ แต่ต่างกันตรงที่ การทำงานจะเปลี่ยนจาก ระหว่างลูกค้าและเจ้าของธุรกิจ มาเป็น เจ้าของธุรกิจและเจ้าของธุรกิจ โดยการนำระบบออนไลน์นั้นมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจทั้งสองรูปแบบ แต่ธุรกิจแบบ B2B สามารถต่อยอดไปได้ไกลยิ่งขึ้นผ่านระบบ […]

Omni Channel คืออะไร ช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจในยุค Disruption ?

ความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าถือเป็นเป้าหมายสำคัญของธุรกิจ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องงัดเอากลยุทธ์ต่าง ๆ มาเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า และหัวใจสำคัญที่อยู่ในทุกขั้นตอนของการขาย ตั้งแต่เริ่มต้นทำความรู้จักลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ารับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ ไปจนถึงการบริการหลังการขายนั่นก็คือ การติดต่อสื่อสาร ซึ่งในปัจจุบันผู้บริโภคคาดหวังการให้บริการแบบเรียลไทม์ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย  ดังนั้นการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าทั้งออนไลน์ และการขายหน้าร้าน หรือที่เรียกว่าออฟไลน์นั้น จึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน นี่จึงทำให้เกิดการตลาดแบบผสมผสานที่เรียกว่า Omni Channel Marketing ที่เป็นการผสมผสานทั้งสองช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อให้เกิดการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการบันทึกข้อมูลลูกค้าไว้ที่ระบบกลางเพื่อเพิ่มโอกาสทางการขายต่อไป  แล้ว Omni Channel คืออะไร? Omni มาจากรากศัพท์ลาตินว่า Omnibus ซึ่งหมายถึง For All หรือ ทั้งหมด ในแง่ของ E-commerce คำว่า “Omni Channel” คือช่องทางการสื่อสารและบริการลูกค้าที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดเอาไว้ เพื่อทำให้การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเป็นไปได้ง่าย รวดเร็วและไร้รอยต่อ เรียกได้ว่าเป็นการรวมการตลาดจากทุกช่องทาง ช่วยดึงลูกค้าจากร้านค้าไปปิดการขายในช่องทางออนไลน์ หรือลูกค้าจากหน้าร้านให้ไปทำการซื้อ-ขายกันในช่องทางออนไลน์ได้เช่นกัน  ถือเป็นการหยิบยื่นประสบการณ์การซื้อสินค้าของลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพิ่มความสะดวกให้สามารถเข้าถึงการซื้อขายได้อย่างครอบคลุม โดยในปัจจุบันช่องทางการสื่อสารออนไลน์ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ Email Direct Marketing, Website, […]

Mid Month Sale เจาะลึก insight ที่คนขายออนไลน์ต้องรู้ !

แม้ว่าแคมเปญ Double Day อย่าง 2.2, 3.3 หรือ 4.4 จะเป็นช่วงเวลาทองของเหล่านักช้อปออนไลน์ที่หลายคนรู้จักดี แต่ยังมีอีกหนึ่งช่วงเวลาที่มักถูกมองข้ามไป นั่นคือ “Mid Month Sale” หรือแคมเปญกลางเดือน โดยเฉพาะวันที่ 15 ที่หลายแพลตฟอร์มยังคงเดินหน้าจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่คำถามสำคัญก็คือ… แคมเปญ Mid Month ยังเวิร์กอยู่ไหม? ผู้บริโภคยังช้อปกันเยอะอยู่หรือเปล่า? แล้วร้านค้าออนไลน์ควรให้ความสำคัญกับช่วงนี้แค่ไหน?บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเทรนด์นักช้อปช่วงกลางเดือน พร้อมเปิดสถิติเปอร์เซ็นต์ออเดอร์จริงจากระบบหลังบ้านของคลังสินค้าออนไลน์ รวมถึงกลยุทธ์เด็ดในการเพิ่มยอดขายช่วง Mid Month ที่ร้านค้าออนไลน์ไม่ควรพลาดถ้าอยากโกยกำไรให้ได้มากที่สุดในช่วงกลางเดือนนี้! Mid Month Sale คืออะไร? แคมเปญลดราคาช่วงกลางเดือนที่จัดขึ้นโดยแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Lazada, Shopee หรือแม้แต่แบรนด์ออนไลน์เอง เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงที่คนมักใช้จ่ายน้อยหลังต้นเดือน โดยมักมีโปรโมชั่นแรง เช่น โค้ดลดเพิ่ม, Flash Sale, ส่งฟรี หรือของแถม เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาช้อปอีกครั้งก่อนสิ้นเดือน และช่วยให้ร้านค้าเคลียร์สต๊อกหรือเร่งยอดได้ในช่วงเวลากลางเดือนที่มักเงียบกว่าช่วง Double Day นั่นเอง รู้ลึก! จากออเดอร์จริงช่วง […]

การทำธุรกิจแบบ B2C B2B และ B2B2C ต่างกันยังไง?

ปัจจุบันนี้ธุรกิจส่วนใหญ่นั้นมักจะเจาะกลุ่มตลาดออนไลน์ และให้ความสำคัญกับธุรกิจ E-commerce มากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบในการทำธุรกิจ จากเดิมที่มักจะเห็นธุรกิจแบบ B2C จนชินตา เปลี่ยนมาเป็น ธุรกิจแบบ B2B และ B2B2C เรามาทำความรู้จักธุรกิจทั้งสามแบบ ว่าคืออะไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ? กันดีกว่าครับ   B2B คืออะไร B2B หรือ Business-to-Business คือการทำการค้าระหว่างธุรกิจทำกับธุรกิจด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อ ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุดิบ การผลิตสินค้า หรือการบริการ เพื่อประโยชน์หรือการพัฒนาธุจกิจขององค์กร โดยไม่ใช่การนำไปเพื่ออุปโภคหรือบริโภคเอง เช่น การซื้อผ้ามาเพื่อผลิตเสื้อ ธุรกิจ B2B ที่พบเห็นกันได้บ่อย ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นธุรกิจด้านขนส่งอย่าง DHL เป็นต้น ซึ่ง B2B ก็คล้ายกับ B2C ที่ขยายจากตลาดออฟไลน์มาสู่ตลาดออนไลน์ แต่ต่างกันตรงที่ การทำงานจะเปลี่ยนจาก ระหว่างลูกค้าและเจ้าของธุรกิจ มาเป็น เจ้าของธุรกิจและเจ้าของธุรกิจ โดยการนำระบบออนไลน์นั้นมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจทั้งสองรูปแบบ แต่ธุรกิจแบบ B2B สามารถต่อยอดไปได้ไกลยิ่งขึ้นผ่านระบบ […]

Omni Channel คืออะไร ช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจในยุค Disruption ?

ความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าถือเป็นเป้าหมายสำคัญของธุรกิจ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องงัดเอากลยุทธ์ต่าง ๆ มาเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า และหัวใจสำคัญที่อยู่ในทุกขั้นตอนของการขาย ตั้งแต่เริ่มต้นทำความรู้จักลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ารับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ ไปจนถึงการบริการหลังการขายนั่นก็คือ การติดต่อสื่อสาร ซึ่งในปัจจุบันผู้บริโภคคาดหวังการให้บริการแบบเรียลไทม์ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย  ดังนั้นการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าทั้งออนไลน์ และการขายหน้าร้าน หรือที่เรียกว่าออฟไลน์นั้น จึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน นี่จึงทำให้เกิดการตลาดแบบผสมผสานที่เรียกว่า Omni Channel Marketing ที่เป็นการผสมผสานทั้งสองช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อให้เกิดการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการบันทึกข้อมูลลูกค้าไว้ที่ระบบกลางเพื่อเพิ่มโอกาสทางการขายต่อไป  แล้ว Omni Channel คืออะไร? Omni มาจากรากศัพท์ลาตินว่า Omnibus ซึ่งหมายถึง For All หรือ ทั้งหมด ในแง่ของ E-commerce คำว่า “Omni Channel” คือช่องทางการสื่อสารและบริการลูกค้าที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดเอาไว้ เพื่อทำให้การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเป็นไปได้ง่าย รวดเร็วและไร้รอยต่อ เรียกได้ว่าเป็นการรวมการตลาดจากทุกช่องทาง ช่วยดึงลูกค้าจากร้านค้าไปปิดการขายในช่องทางออนไลน์ หรือลูกค้าจากหน้าร้านให้ไปทำการซื้อ-ขายกันในช่องทางออนไลน์ได้เช่นกัน  ถือเป็นการหยิบยื่นประสบการณ์การซื้อสินค้าของลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพิ่มความสะดวกให้สามารถเข้าถึงการซื้อขายได้อย่างครอบคลุม โดยในปัจจุบันช่องทางการสื่อสารออนไลน์ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ Email Direct Marketing, Website, […]