Knowledge Center

สินค้าคงคลัง คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง พร้อมเทคนิคการจัดเก็บสินค้า 

สินค้าคงคลัง คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง พร้อมเทคการจัดเก็บสินค้า

ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์ ร้านค้าทั่วไป หรือโรงงานผลิตสินค้า การจัดการสินค้าคงคลังที่ดีเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เพราะการมีสินค้าพร้อมขายในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป จะช่วยให้คุณไม่พลาดโอกาสในการขาย และไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงเกินจำเป็น บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับสินค้าคงคลัง คืออะไร พร้อมเทคนิคการจัดการสินค้าที่จะช่วยยกระดับธุรกิจของคุณ 

สินค้าคงคลัง คืออะไร

สินค้าคงคลัง คือทรัพย์สินที่มีมูลค่าในรูปแบบของสินค้าที่องค์กรเก็บสำรองไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการจัดจำหน่าย การดำเนินงานในอนาคต การบริหารสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างปริมาณสินค้าที่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด และการควบคุมต้นทุนการจัดเก็บที่เหมาะสม เพื่อให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที โดยไม่เกิดภาระต้นทุนที่สูงเกินไป  

สินค้าคงคลังมีความสำคัญอย่างไร 

สินค้าคงคลังเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปอย่างราบรื่น การมีระบบจัดการสินค้าคงคลังที่ดีช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ โดยเฉพาะในด้านการควบคุมต้นทุนและการรักษาระดับความพึงพอใจของลูกค้า นอกจากนี้ การเข้าใจว่าสินค้าคงคลัง คืออะไร และควรมีการจัดการที่ดียังเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงสุขภาพทางการเงินและประสิทธิภาพการดำเนินงานของธุรกิจนั้น ๆ เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการที่ดีก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนสินค้าและการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ

สินค้าคงคลัง มีกี่ประเภท

สินค้าคงคลัง สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้   

1. วัตถุดิบ (Raw Materials)

สิ่งที่ผู้ผลิตนำมาใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อแปรรูปเป็นสินค้าสำเร็จรูปที่สามารถนำไปจำหน่ายได้ในภายหลัง อาจเป็นสิ่งของที่ผลิตขึ้นเองหรือจัดซื้อจากบริษัทอื่น เช่น ผ้าสำหรับตัดเย็บเสื้อผ้า หรือเม็ดพลาสติกสำหรับขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ

2. งานที่อยู่ในกระบวนการผลิต (Work in Progress)

สินค้าประเภทนี้ หมายถึงสินค้าในขั้นตอนการผลิตที่ยังไม่สมบูรณ์ หรือกำลังรอเข้าสู่กระบวนการถัดไป เช่น ชิ้นงานที่อยู่ระหว่างการประกอบ หรือผ่านการแปรรูปเพียงบางส่วน โดยมักพบในสายการผลิตที่มีหลายขั้นตอนซับซ้อน

3. สินค้าสำเร็จรูป (Finished Goods)

สินค้าที่ผ่านการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพอย่างครบถ้วน พร้อมสำหรับการจัดจำหน่ายหรือส่งมอบให้กับลูกค้าแล้ว เช่น เสื้อผ้าที่แพ็กเสร็จเรียบร้อย หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่พร้อมวางจำหน่าย

4. วัสดุและอุปกรณ์สำหรับซ่อมบำรุง (Maintenance, Repair, and Operations)

วัสดุหรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ในการผลิตโดยตรง แต่จำเป็นสำหรับการดูแลรักษาเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง เช่น น้ำมันหล่อลื่น อะไหล่สำรอง เครื่องมือซ่อมแซม รวมถึงวัสดุสิ้นเปลืองในคลังสินค้า

สินค้าคงคลังในคลังสินค้าออนไลน์ มีกี่ประเภท 

ในธุรกิจออนไลน์ การบริหารคลังสินค้าไม่ได้หมายถึงแค่การเก็บของไว้รอจัดส่งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดการองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ของลูกค้าด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นการรู้ว่า ในคลังสินค้าของคุณควรมีอะไรอยู่บ้าง และต้องจัดการอย่างมีระบบก็จะช่วยให้คุณส่งของได้เร็ว ตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบ และสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่น่าจดจำ ซึ่งโดยทั่วไป สินค้าคงคลังในคลังสินค้าออนไลน์สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้

1. สินค้าพร้อมขาย (Ready-to-Sell Products) 

สินค้าหลักที่พร้อมแล้วสำหรับการจัดส่งให้ลูกค้าทันทีที่มีออเดอร์เข้ามา การมีสต๊อกสินค้าพร้อมขายในปริมาณที่เหมาะสมก็จะช่วยสร้างความพึงพอใจ และประทับให้แก่ลูกค้าได้ 

2. สินค้าสำหรับโปรโมชั่น (Promotional Items) 

สินค้าที่เตรียมไว้สำหรับแถมหรือจัดโปรโมชั่นร่วมกับสินค้าหลัก (Bundle) เช่น ของแถม สินค้าตัวอย่างหรือสินค้าขนาดทดลอง การสต๊อกสินค้าประเภทนี้ไว้ ก็จะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับคำสั่งซื้อที่เข้ามาได้ 

3. วัสดุเพิ่มมูลค่าแบรนด์ (Branding Materials) 

องค์ประกอบต่าง ๆ ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งของลูกค้า เช่น กล่องใส่สินค้าที่มีโลโก้แบรนด์ ถุงผ้าแบรนด์หรือการ์ดขอบคุณที่ออกแบบพิเศษ ซึ่งจะช่วยสร้างความประทับใจและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหลัก 

4. สื่อส่งเสริมการขาย (Marketing Materials) 

โบรชัวร์แนะนำสินค้าใหม่ คูปองส่วนลดสำหรับการสั่งซื้อครั้งต่อไปหรือการ์ดสะสมแต้ม ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำและสร้าง Brand Loyalty ได้ในระยะยาว

พนักงานตรวจเช็กสินค้า

การจัดเก็บสินค้าคงคลังอย่างเป็นระบบนำมาซึ่งประโยชน์มากมายต่อธุรกิจ ได้แก่ 

  • ด้านการรักษาความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน การจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที
  • ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนสินค้าและช่วยควบคุมต้นทุนการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน 
  • สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ  

เทคนิคการจัดการสินค้าคงคลัง มีอะไรบ้าง

เมื่อเราเข้าใจว่าสินค้าคงคลัง คืออะไรแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาคือการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องอาศัยเทคนิคและวิธีการที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถควบคุมปริมาณสินค้าและต้นทุนการจัดเก็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น 

1. การแยกประเภทสินค้า

เริ่มต้นกันที่การแยกประเภทสินค้า เพื่อให้การหยิบสินค้าไปแพ็คส่งลูกค้านั้นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยสามารถแบ่งออกได้ทั้งหมด 3 ประเภท ดังนี้

  • การแยกประเภทสินค้าแบบ FIFO หรือ First-In, First-Out เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับร้านค้าที่ขายตามเลขที่ล็อต (Lot No.) ช่วยในการติดตามแหล่งที่มาและคุณภาพของสินค้า ทำให้สามารถจัดการปัญหาคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การแยกประเภทสินค้าแบบ FEFO หรือ First Expire date First Out โดยจะเรียงสินค้าตามวันหมดอายุ (Expiry Date) วิธีการแยกประเภทสินค้าแบบนี้ก็จะช่วยลดความผิดพลาดในการหยิบสินค้าที่หมดอายุให้แก่ลูกค้า 
  • การแยกประเภทสินค้าแบบ LIFO หรือ Last In First Out เป็นการจำแนกประเภทสำหรับสินค้าที่มีอายุการใช้งานจำกัด โดยการหยิบสินค้าที่เข้ามาล่าสุดออกก่อนเสมอ โดยการแยกประเภทสินค้าประเภทนี้จะช่วยให้คิดต้นทุน กำไรและภาษีได้ง่ายกว่าการจำแนกประเภทแบบอื่น ๆ 

2. ระยะเวลาในการจัดหาสินค้า

ระยะเวลาในการจัดหาสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลัง ผู้ประกอบการต้องเข้าใจและวางแผนเรื่องระยะเวลาในการสั่งซื้อ การผลิตและการจัดส่งสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า โดยไม่เกิดปัญหาการแพ็คสินค้าไม่ทันหรือปัญหาขาดแคลนสินค้า 

3. การเตรียมสต๊อกสินค้าล่วงหน้า

การบริหารสต๊อกให้เพียงพอกับความต้องการของตลาดถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะสินค้าคงคลัง คือต้นทุนที่เจ้าของธุรกิจต้องบริหารจัดการให้ดี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหรือแคมเปญพิเศษที่มียอดขายพุ่งสูง ปัญหาที่ร้านค้าออนไลน์มักเจอคือ “สินค้าขาดสต๊อก” ทำให้แพ็คสินค้าไม่ทันจนพลาดโอกาสทำกำไร หรือ “สินค้าค้างสต๊อก” ที่ส่งผลให้ต้นทุนจม 

ที่ MyCloud เราเข้าใจปัญหานี้ดี จึงพัฒนา MyCloud Inventory Dashboard แดชบอร์ดอัจฉริยะที่ช่วยวิเคราะห์และวางแผนการจัดการสต๊อกแบบครบวงจร จะแสดงภาพรวมสต๊อกทั้งหมด พร้อมแจ้งเตือนว่าสินค้าตัวไหนควรรีบเติมสต๊อก (Safety stock) หรือสินค้าใดที่ควรเร่งระบายเพื่อลดความเสี่ยงจากต้นทุนจม นอกจากนี้ยังช่วยวิเคราะห์แนวโน้มตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคผ่าน Customer Insights ทำให้คุณสามารถวางแผนการสั่งผลิตหรือนำเข้าสินค้าได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ก็จะช่วยให้คุณประเมินความต้องการสินค้าได้แม่นยำขึ้นและสามารถจัดเตรียมสต๊อกได้อย่างเหมาะสม ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป   

4. ตรวจสอบคลังสินค้าประจำ

ถึงแม้จะมีการแยกประเภทสินค้าตามประเภท และมีการเตรียมสต๊อกสินค้าล่วงหน้าแล้วก็ตาม แต่ก็จำเป็นต้องตรวจนับสต๊อกสินค้า (Cycle Count) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการ Double-Check อีกครั้ง ทั้งในเรื่องของจำนวนสินค้า การจัดเรียงสินค้าว่า ยังถูกต้องตามประเภทที่จำแนกไว้หรือไม่ รวมถึงการตรวจสอบสถานะของสินค้า เช่น สินค้าชำรุด หมดอายุหรือสูญหาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ การตรวจสอบประจำยังช่วยให้รู้ว่าสินค้าตัวไหนขายดีหรือขายช้า ทำให้วางแผนจัดซื้อ จัดโปรโมชั่น และวางแผนได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น 

ถึงอย่างนั้น การนับสต๊อกเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานมาก เพื่อให้เรื่องที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลานาน เปลี่ยนมาเป็นเรื่องที่ง่าย รวดเร็วและแม่นยำ MyCloud ยินดีเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ธุรกิจที่ดีให้แก่คุณ ด้วยระบบ Inventory Management ที่ถูกออกแบบมา เพื่อลดข้อผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานโดยเฉพาะ เพราะ MyCloud ทำงานด้วยระบบบาร์โค้ด 100% ลดความผิดพลาดจากการนับด้วยมือ (Human Error) ให้เป็นศูนย์ และย่นระยะเวลาการตรวจนับให้เร็วขึ้นหลายเท่าตัว สามารถติดตามติดตามสถานะและวันหมดอายุ 

5. ตรวจสอบคลังสินค้าให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ 

คลังสินค้าที่เป็นระเบียบ ช่วยให้การทำงานคล่องตัวและลดโอกาสเกิดความผิดพลาด เช่น การหยิบสินค้าผิด การจัดส่งช้า หรือพื้นที่เก็บไม่เพียงพอ การจัดเก็บสินค้าเป็นหมวดหมู่ ใช้ป้ายกำกับชัดเจนหรือใช้ระบบบาร์โค้ดในการทำงาน ก็จะช่วยให้ทีมงานสามารถค้นหาสินค้าได้เร็ว และสามารถหยิบสินค้าได้อย่างมีระบบ นอกจากนี้ การรักษาความเป็นระเบียบในคลังอย่างต่อเนื่อง ยังช่วยให้คลังของคุณพร้อมรับยอดขายที่พุ่งขึ้นได้ตลอดเวลา โดยไม่สะดุดหรือเกิดความวุ่นวายในการจัดการออเดอร์ได้ในภายหลังอีกด้วย และเพื่อยกระดับการจัดระเบียบคลังสินค้าให้เป็นระบบและแม่นยำสูงสุด การนำระบบ WMS (Warehouse Management System) จาก MyCloud เข้ามาใช้ ก็ช่วยกำหนดตำแหน่งจัดเก็บ (Location) ที่ชัดเจน ด้วยการทำงานผ่านระบบบาร์โค้ด ลดข้อผิดพลาดในการหยิบสินค้าให้เป็นศูนย์ พร้อมระบบที่ถูกออกแบบเส้นทางในการหยิบสินค้า และจัดลำดับการทำงานให้พนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่ว่าออเดอร์จะเข้ามามากแค่ไหน คลังของคุณก็พร้อมรับมือได้อย่างมืออาชีพ แน่นอน 

 พนักงานตรวจเชกสินค้าก่อนนำส่ง

สรุปบทความ 

สินค้าคงคลัง คือสิ่งสำคัญที่ธุรกิจต้องบริหารจัดการให้เหมาะสม การจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จทางธุรกิจ ดังนั้นการเข้าใจประเภทของสินค้าคงคลัง ความสำคัญและเทคนิคการจัดการที่เหมาะสมจะช่วยให้ธุรกิจสามารถควบคุมต้นทุน นอกจากนี้ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน และยังเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด ไปพร้อมกับสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ในระยะยาวอีกด้วย 

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาโซลูชันการจัดการสินค้าคงคลังที่ครบวงจร MyCloud Fulfillment พร้อมให้บริการระบบ Inventory Management ที่ทันสมัย ช่วยให้คุณบริหารจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบคลังสินค้าออนไลน์ที่ตอบโจทย์การเติบโตของธุรกิจออนไลน์ พร้อมฟีเจอร์ครบครันทั้งการติดตามสต๊อกแบบ Real-time ไปจนถึง ระบบ WMS (Warehouse Management System) ที่ช่วยจัดการขั้นตอนการรับ-จัดเก็บ-หยิบ-แพ็ค และจัดส่งสินค้าให้เป็นระบบ พร้อมลดข้อผิดพลาดและประหยัดเวลา และเรายังมีอีกหนึ่งฟีเจอร์เด่น คือรายงานการนับสินค้า (Cycle Count Report) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบและรักษาความถูกต้องของข้อมูลสินค้าคงคลัง ช่วยให้มั่นใจว่าสินค้าคงเหลือในระบบตรงกับสินค้าจริงในคลัง ลดความเสี่ยงจากสินค้าขาด-เกินหรือสูญหาย พร้อมรายงานผลแบบละเอียดด้วย MyCloud Inventory Dashboard กับ Dashboard สรุปยอดขายแบบภาพรวม ให้คุณสามารถวางแผนเพื่อสต๊อกสินค้าได้ตรงตามกับจำนวนความต้องการขอลูกค้า ไม่ต้องเสี่ยงจมทุน ขายดีขึ้นแน่นอน เพราะเราช่วยให้คุณสามารถเติบโตทางธุรกิจได้อย่างไร้กังวล ปล่อยให้เรื่องหลังบ้านเป็นเรื่องของเราได้เลย  

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

11.11 ที่ผ่านมา โปรไหนขายดีบ้างในคลัง MyCloud

11.11 ที่ผ่านมา โปรไหนขายดีบ้างในคลัง MyCloud            จากสถิติความสำเร็จบนสองแพลตฟอร์ม E-Commerce ยักษ์ใหญ่ในไทยอย่าง Lazada และ Shopee สำหรับเทศกาลแห่งการช็อป 11.11 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นวันทำยอดขายสูงสุดให้กับร้านค้าในรอบปีเลยก็ว่าได้ ในคลังสินค้าของ MyCloudFulfillment เองก็ครึกครื้นไม่แพ้กัน โดยวันที่ 11.11 ที่ผ่านมาคลังของเรามียอดออเดอร์เข้ามาสูงถึง 50,000 ออเดอร์ภายในวันเดียวซึ่ง ถือเป็นยอดคำสั่งซื้อต่อวันที่สูงที่สุดของ MyCloud เลยก็ว่าได้           เนื่องจากคลังสินค้าออนไลน์ของเรามีสินค้ามากมายหลากหลายประเภท เราเองจึงมีโอกาสคลุกคลี กับโปรโมชัน และสถิติการขายสินค้าต่าง ๆ โดยตรง เมื่อได้เห็น insight ของสินค้าชนิดต่าง ๆ จึงได้รู้ว่าโปรโมชัน หรือการทำแคมเปญแบบใดที่ลูกค้าของสินค้าแต่ละประเภทจะชื่นชอบ และสามารถดึงดูดผู้ซื้อได้จริง ๆ เพราะโปรโมชันต่าง ๆ เองก็เหมาะกับสินค้าที่แตกต่างกัน ซึ่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ดังต่อไปนี้ คุณเมฆ นิธิ […]

ทำไม Special Set ถึงขายดี? 8 เหตุผลที่คุณต้องรู้!

อยากขายดีแบบม้วนเดียวจบ? ถ้าคุณเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่อยากเพิ่มยอดขายในช่วงเทศกาลพิเศษอย่างช่วงปีใหม่ New Year ต้องไม่พลาดกับกลยุทธ์สุดปังนี้!นั่นก็คือการจัด “Special Set” ไม่ใช่แค่การนำของมารวมกันธรรมดาๆ แต่มันคือ “ศาสตร์และศิลป์” ที่ช่วยทำให้สินค้าในร้านของคุณขายดีจนสต็อกแทบไม่พอ และสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้ลูกค้า จนอยากกลับมาซื้อซ้ำ! ไม่เพียงแต่ในช่วงปีใหม่เท่านั้น แต่ยังได้ผลดีในทุกเทศกาลสำคัญตลอดทั้งปี เช่น วันวาเลนไทน์ เทศกาลสงกรานต์ หรือแม้กระทั่งวันแม่ ลองคิดดูสิคะ… ถ้าลูกค้าเลื่อนดูร้านของคุณแล้วเจอสินค้าแบบเซ็ตที่จัดมาให้ครบ ใช้ง่าย คุ้มค่า และเหมาะกับโอกาสพิเศษ จะมีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะไม่กด “ซื้อ” ล่ะ? บทความนี้จะพาคุณมาไขความลับกับ 8 เหตุผลว่าทำไมสินค้าแบบเซ็ตถึงสร้างแรงดึงดูดให้ลูกค้า และช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจของคุณได้ในพริบตา! 1. คุ้มค่าคุ้มราคา การขายแบบเซ็ตเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและผลประโยชน์ที่ได้รับจากการซื้อในครั้งนี้ เพราะลูกค้าได้สินค้าหลายชิ้นในราคาที่ถูกกว่าซื้อแยกแต่ละชิ้น เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าโดยตรง นอกจากนี้ การขายแบบเซ็ตยังช่วยดึงดูดลูกค้ากลุ่มที่ลังเลในการตัดสินใจซื้อ ด้วยความรู้สึกว่า “ได้ของมากกว่าในราคาที่จ่ายน้อยกว่า” การนำเสนอเซ็ตสินค้าแบบนี้ไม่เพียงแค่เพิ่มยอดขายในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ดูมีความใส่ใจและเข้าใจความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้ลูกค้ามองว่าแบรนด์ให้ความสำคัญกับการสร้างความพึงพอใจและความคุ้มค่าแก่พวกเขา การขายแบบเซ็ตยังช่วยสร้างความจงรักภักดีในระยะยาว เพราะลูกค้าจะรู้สึกประทับใจกับความคุ้มค่าที่ได้รับ ทำให้พวกเขากลับมาซื้อซ้ำหรือแนะนำแบรนด์ให้กับคนรอบข้าง นอกจากนี้ เซ็ตโปรโมชั่นพิเศษ เช่น “เซ็ตต้อนรับปีใหม่” หรือ “เซ็ตวันแม่” ยังช่วยกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกและสร้างโอกาสในการขายในช่วงเวลาสำคัญ ตัวอย่าง : […]

11.11 ที่ผ่านมา โปรไหนขายดีบ้างในคลัง MyCloud

11.11 ที่ผ่านมา โปรไหนขายดีบ้างในคลัง MyCloud            จากสถิติความสำเร็จบนสองแพลตฟอร์ม E-Commerce ยักษ์ใหญ่ในไทยอย่าง Lazada และ Shopee สำหรับเทศกาลแห่งการช็อป 11.11 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นวันทำยอดขายสูงสุดให้กับร้านค้าในรอบปีเลยก็ว่าได้ ในคลังสินค้าของ MyCloudFulfillment เองก็ครึกครื้นไม่แพ้กัน โดยวันที่ 11.11 ที่ผ่านมาคลังของเรามียอดออเดอร์เข้ามาสูงถึง 50,000 ออเดอร์ภายในวันเดียวซึ่ง ถือเป็นยอดคำสั่งซื้อต่อวันที่สูงที่สุดของ MyCloud เลยก็ว่าได้           เนื่องจากคลังสินค้าออนไลน์ของเรามีสินค้ามากมายหลากหลายประเภท เราเองจึงมีโอกาสคลุกคลี กับโปรโมชัน และสถิติการขายสินค้าต่าง ๆ โดยตรง เมื่อได้เห็น insight ของสินค้าชนิดต่าง ๆ จึงได้รู้ว่าโปรโมชัน หรือการทำแคมเปญแบบใดที่ลูกค้าของสินค้าแต่ละประเภทจะชื่นชอบ และสามารถดึงดูดผู้ซื้อได้จริง ๆ เพราะโปรโมชันต่าง ๆ เองก็เหมาะกับสินค้าที่แตกต่างกัน ซึ่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ดังต่อไปนี้ คุณเมฆ นิธิ […]

ทำไม Special Set ถึงขายดี? 8 เหตุผลที่คุณต้องรู้!

อยากขายดีแบบม้วนเดียวจบ? ถ้าคุณเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่อยากเพิ่มยอดขายในช่วงเทศกาลพิเศษอย่างช่วงปีใหม่ New Year ต้องไม่พลาดกับกลยุทธ์สุดปังนี้!นั่นก็คือการจัด “Special Set” ไม่ใช่แค่การนำของมารวมกันธรรมดาๆ แต่มันคือ “ศาสตร์และศิลป์” ที่ช่วยทำให้สินค้าในร้านของคุณขายดีจนสต็อกแทบไม่พอ และสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้ลูกค้า จนอยากกลับมาซื้อซ้ำ! ไม่เพียงแต่ในช่วงปีใหม่เท่านั้น แต่ยังได้ผลดีในทุกเทศกาลสำคัญตลอดทั้งปี เช่น วันวาเลนไทน์ เทศกาลสงกรานต์ หรือแม้กระทั่งวันแม่ ลองคิดดูสิคะ… ถ้าลูกค้าเลื่อนดูร้านของคุณแล้วเจอสินค้าแบบเซ็ตที่จัดมาให้ครบ ใช้ง่าย คุ้มค่า และเหมาะกับโอกาสพิเศษ จะมีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะไม่กด “ซื้อ” ล่ะ? บทความนี้จะพาคุณมาไขความลับกับ 8 เหตุผลว่าทำไมสินค้าแบบเซ็ตถึงสร้างแรงดึงดูดให้ลูกค้า และช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจของคุณได้ในพริบตา! 1. คุ้มค่าคุ้มราคา การขายแบบเซ็ตเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าและผลประโยชน์ที่ได้รับจากการซื้อในครั้งนี้ เพราะลูกค้าได้สินค้าหลายชิ้นในราคาที่ถูกกว่าซื้อแยกแต่ละชิ้น เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าโดยตรง นอกจากนี้ การขายแบบเซ็ตยังช่วยดึงดูดลูกค้ากลุ่มที่ลังเลในการตัดสินใจซื้อ ด้วยความรู้สึกว่า “ได้ของมากกว่าในราคาที่จ่ายน้อยกว่า” การนำเสนอเซ็ตสินค้าแบบนี้ไม่เพียงแค่เพิ่มยอดขายในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ดูมีความใส่ใจและเข้าใจความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้ลูกค้ามองว่าแบรนด์ให้ความสำคัญกับการสร้างความพึงพอใจและความคุ้มค่าแก่พวกเขา การขายแบบเซ็ตยังช่วยสร้างความจงรักภักดีในระยะยาว เพราะลูกค้าจะรู้สึกประทับใจกับความคุ้มค่าที่ได้รับ ทำให้พวกเขากลับมาซื้อซ้ำหรือแนะนำแบรนด์ให้กับคนรอบข้าง นอกจากนี้ เซ็ตโปรโมชั่นพิเศษ เช่น “เซ็ตต้อนรับปีใหม่” หรือ “เซ็ตวันแม่” ยังช่วยกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกและสร้างโอกาสในการขายในช่วงเวลาสำคัญ ตัวอย่าง : […]