Knowledge Center

WMS คืออะไร แก้ปัญหาคลังสินค้าด้วย ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า 

ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้นเรื่อยๆ การบริหารจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ต้องรับมือกับความท้าทายในการจัดการสต็อกสินค้า การรับเข้า-จ่ายออก และการจัดส่งที่รวดเร็วตรงเวลา ระบบ WMS หรือ Warehouse Management System จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความผิดพลาด และยกระดับการให้บริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น 

WMS คืออะไร 

Warehouse Management System หรือ WMS คือระบบซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคลังสินค้าแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การรับสินค้าเข้าคลัง การจัดเก็บ การควบคุมสต็อก ไปจนถึงการเบิกจ่ายและจัดส่งสินค้า ระบบนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์ ลดความผิดพลาดในการทำงาน และช่วยให้การบริหารพื้นที่คลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานผ่านการเพิ่มความแม่นยำในการจัดการสต็อกและลดการสูญเสียจากสินค้าหมดอายุหรือเสื่อมสภาพ 

หลักการทำงานของระบบ Warehouse Management มีอะไรบ้าง 

การทำงานของระบบ WMS แบ่งออกเป็น 3 กระบวนการหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การบริหารจัดการคลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำสูงสุด โดยแต่ละกระบวนการมีความสำคัญและบทบาทที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ 

1. การรับสินค้า

กระบวนการรับสินค้าถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการบริหารคลังสินค้า WMS คือระบบที่ช่วยให้การรับสินค้าเป็นไปอย่างมีระบบและแม่นยำ โดยเริ่มจากการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเบื้องต้น (Quality Control) เปรียบเทียบกับใบสั่งซื้อสินค้า เพื่อจัดเก็บข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ เช่น รหัสสินค้า จำนวน วันที่ผลิต วันหมดอายุ ล็อตการผลิต คุณภาพและมาตรฐานของสินค้า เช่น สินค้าชิ้นนี้มีรอยแตก รอยรั่วซึมหรือไม่ จากนั้นจะทำการคัดแยกออกมาเป็นสินค้า Defect สำหรับสินค้าที่มีคุณภาพและตรงตาม QC ก็จะถูกนำไปเข้าระบบ แปะ Barcode และจัดเก็บเข้าคลังสินค้าในขั้นตอนถัดไป ทำให้สามารถติดตามและตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ   

2. การจัดเก็บสินค้า

WMS คือตัวช่วยสำคัญในการจัดเก็บสินค้า ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องการความแม่นยำและการวางแผนที่ดี ระบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บผ่านการวิเคราะห์และคำนวณพื้นที่จัดเก็บที่เหมาะสมที่สุด โดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น ขนาดของสินค้า ความถี่ในการเบิกจ่าย และอัตราการหมุนเวียนของสินค้า MyCloud นำเสนอระบบ Warehouse Management System (WMS) ที่ทันสมัย ทุกขั้นตอนในการทำงานของเราใช้ Barcode เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดข้อผิดพลาดในการจัดการสินค้า เราไม่เพียงแค่แปะ Barcode ที่ตัวสินค้าเท่านั้น แต่ยังมีการใช้ Bin สำหรับการเก็บสินค้า ซึ่งแต่ละ Bin และ Location ที่เก็บสินค้าก็จะมีการแปะ Barcode แยกต่างหาก ซึ่งจะช่วยให้การหยิบสินค้าเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ลดเวลาที่ใช้ในการค้นหาสินค้า และทำให้กระบวนการจัดการคลังสินค้าและบริหารสต็อกทั้งหมดมีความโปร่งใสและแม่นยำยิ่งขึ้น  

การจัดเก็บสินค้า

3. การจัดการออเดอร์

ระบบการจัดการออเดอร์ครอบคลุมกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การหยิบสินค้าจนถึงการส่งมอบให้ขนส่ง โดยเริ่มจากการหยิบสินค้าตามหลัก FIFO (First In First Out) และ FEFO (First Expired First Out) เพื่อควบคุมการหมุนเวียนสินค้า จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการแพ็คสินค้าตามคำสั่งซื้อ มั่นใจว่าสินค้าที่ถึงมือลูกค้าจะไม่ขาดหรือเกิน เพราะเราจัดการออเดอร์ผ่านระบบ Barcode เพื่อตรวจสอบและจัดการสินค้าได้อย่างแม่นยำ  พร้อมทั้งมีการบันทึกวิดีโอผ่าน CCTV เป็นหลักฐานการแพ็คสินค้า ป้องกันปัญหาสินค้าสูญหาย เมื่อแพ็คสินค้าเสร็จสิ้น จะดำเนินการชั่งน้ำหนักพัสดุและส่งข้อมูลเข้าระบบเพื่อพิมพ์ใบปะหน้าพัสดุ โดยบาร์โค้ดบนใบปะหน้าพัสดุนี้ ทั้ง Marketplace และบริษัทขนส่งจะใช้สถานะนี้เพื่อยืนยันว่าสินค้าพร้อมสำหรับการจัดส่งแล้ว ให้บริษัทขนส่งทราบว่า พร้อมเข้ามารับสินค้า รวมทั้งเป็นการบอก Marketplace ว่าจัดการออเดอร์เสร็จแล้วและอยู่ในกรอบของ SLA  

4. การจัดส่งสินค้า

การจัดส่งสินค้าเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กัน ระบบ WMS คือโซลูชันที่จะเข้ามาจัดการส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ MyCloud เราคัดเลือกบริษัทขนส่งจากข้อมูลเชิงวิเคราะห์จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความเร็วในการจัดส่ง อัตราความเสียหายของสินค้าและความคุ้มค่าด้านราคา เพื่อหาบริษัทขนส่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละออเดอร์ โดยมีทั้งประเภทการส่งแบบ ส่งด่วนภายใน 1 – 2 ชม. ส่งวันถัดไป บริการส่งของที่มีขนาดใหญ่ (Bulky) หรือบริการเก็บเงินปลายทาง (COD) เพื่อให้สินค้าถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็วและปลอดภัย สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า   

ประโยชน์ของการใช้ระบบ WMS ต่อธุรกิจ

การนำระบบ WMS (Warehouse Management System) มาใช้ในการบริหารจัดการคลังสินค้าช่วยให้ธุรกิจสามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในยุคที่ทุกวินาทีคือโอกาส โดยมีประโยชน์สำคัญ ดังนี้

  • รองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต ระบบ WMS สามารถขยายการใช้งานให้สอดคล้องกับขนาดและความต้องการที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจได้  
  • เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคลังสินค้า ช่วยบริหารพื้นที่จัดเก็บสินค้าให้เป็นระเบียบ ลดข้อผิดพลาดในการจัดเก็บหรือหยิบสินค้า
  • ลดต้นทุนการดำเนินงาน ด้วยระบบอัตโนมัติที่ลดการใช้แรงงาน และช่วยให้กระบวนการจัดการสินค้ารวดเร็วขึ้น
  • เพิ่มความแม่นยำในการจัดการสต๊อก ช่วยให้รู้สถานะสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์ ป้องกันปัญหาสินค้าขาดหรือค้างสต็อก
  • ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เร็วขึ้น ระบบสามารถประมวลผลคำสั่งซื้อและจัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
  • เหมาะกับธุรกิจที่มีความซับซ้อนในการจัดการสต๊อก เช่น ธุรกิจที่มีหลายคลังสินค้า หลายช่องทางการขาย หรือมีออเดอร์จำนวนมากต่อวัน 
  • ยกระดับภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของธุรกิจ เมื่อลูกค้าได้รับสินค้าเร็ว ถูกต้อง และไม่มีปัญหาในการจัดส่ง ย่อมส่งผลดีต่อแบรนด์ในระยะยาว

ระบบ WMS มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง

การตัดสินใจนำระบบ WMS มาใช้ในองค์กรนั้น จำเป็นต้องพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียให้รอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนนั้นคุ้มค่าและเหมาะสมกับธุรกิจ  

ข้อดีของระบบ WMS 

WMS คือระบบที่มอบประโยชน์มากมายให้กับธุรกิจ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังมีข้อดีอื่น ๆ อีก เช่น 

  • ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว 
  • สามารถปรับแต่งระบบให้เข้ากับความต้องการเฉพาะของแต่ละธุรกิจ 
  • รองรับการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ 
  • แสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
  • ช่วยลดความผิดพลาดในการทำงานและเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าผ่านการจัดส่งที่รวดเร็วและถูกต้อง  

ข้อเสียของระบบ WMS 

  • การลงทุนในระบบ WMS มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูง ทั้งค่าซอฟต์แวร์ ค่าฮาร์ดแวร์และค่าฝึกอบรมพนักงาน 
  • ต้องใช้เวลาค่อนข้างมากในการปรับตัวและฝึกอบรมพนักงานให้คุ้นเคยกับระบบใหม่ 
  • การบำรุงรักษาระบบต้องทำอย่างสม่ำเสมอและอาจต้องมีทีมไอทีคอยดูแลโดยเฉพาะ เนื่องจากระบบต้องมีการอัปเดตเวอร์ชันเรื่อย ๆ ตามกฎระเบียบและข้อตกลงของแต่ละ Marketplace ซึ่งอาจไม่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กที่มีทรัพยากรจำกัด

ด้วยความท้าทายเหล่านี้ MyCloud จึงได้ลงทุนพัฒนาระบบ WareHouse Management System ที่ตอบโจทย์และทันสมัย และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ระบบมีประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะสำหรับผู้ประกอบธุรกิจร้านค้าออนไลน​์ ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ช่วยประหยัดต้นทุนการลงทุนและการบำรุงรักษาระบบ ทำให้ธุรกิจสามารถจัดการคลังสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ         

ระบบ Warehouse Management System เหมาะสำหรับใครบ้าง 

ระบบ WMS เหมาะสำหรับธุรกิจหลากหลายประเภท ดังนี้ 

  • ธุรกิจที่มีความจำเป็นในการบริหารจัดการคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีความซับซ้อนในการจัดการสต็อก 
  • ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีปริมาณออเดอร์สูง 
  • ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งที่ต้องการระบบที่แม่นยำในการติดตามสินค้า 
  • ธุรกิจที่ต้องการยกระดับการให้บริการลูกค้าผ่านการจัดส่งที่รวดเร็วและถูกต้อง 
  • ธุรกิจที่กำลังเติบโตและต้องการระบบที่สามารถรองรับการขยายตัวในอนาคต 
ระบบ Warehouse Management System

สรุปบทความ 

ระบบ WMS คือตัวช่วยยกระดับการบริหารจัดการคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจในยุคดิจิทัลที่ต้องการความรวดเร็ว แม่นยำ และความสามารถในการติดตามสถานะสินค้าแบบเรียลไทม์ แม้ว่าการนำระบบ WMS มาใช้อาจมีต้นทุนและความท้าทายในช่วงเริ่มต้น แต่ประโยชน์ที่ได้รับในระยะยาวทั้งในแง่ของการลดต้นทุนการดำเนินงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการยกระดับการให้บริการลูกค้า ทำให้การลงทุนในระบบ WMS เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาโซลูชันด้านการจัดการคลังสินค้าที่ครบวงจร MyCloud Fulfillment นำเสนอบริการ Fulfillment ที่ผสานรวมระบบ WMS ที่ทันสมัย พร้อมระบบจัดการการจัดส่งที่เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการขนส่งชั้นนำ ช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการคลังสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระในการจัดการสต๊อก พร้อมแพ็ค จัดส่งมอบสินค้าให้กับขนส่งตามกรอบเวลา SLA ที่แต่ละ Marketplace กำหนด ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าออเดอร์ของลูกค้าจะส่งทันเวลาและไม่ตกหล่น MyCloud Fulfillment สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างตรงจุดและสามารถจัดการออเดอร์ให้จัดส่งภายใน 24 ชม. การันตีจัดส่งทัน 99.5% อีกทั้งยังมีพนักงานที่พร้อมจัดการออเดอร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในวันปกติและวันที่มีแคมเปญการขายใหญ่ ๆ ด้วยประสบการณ์การให้บริการที่ยาวนานและทีมงานมืออาชีพ MyCloud Fulfillment พร้อมเป็นพันธมิตรที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของคุณสู่ความสำเร็จ  

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Late Shipment Rate คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อการขายของออนไลน์ 

“สินค้าจะมาถึงเมื่อไหร่คะ?” “ทำไมส่งช้าจัง” “ขอยกเลิกออเดอร์ดีกว่า” คำบ่นเหล่านี้คงเป็นฝันร้ายของผู้ขายออนไลน์หลายคน ยิ่งในยุคที่ลูกค้าต้องการความรวดเร็ว การจัดส่งล่าช้าเพียงไม่กี่ออเดอร์ก็อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของร้านค้าได้ Late Shipment Rate จึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ผู้ขายออนไลน์ต้องจับตามอง เพราะไม่เพียงกระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้า แต่ยังส่งผลต่อยอดขายและการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว มาทำความรู้จักกับอัตราการจัดส่งสินค้าล่าช้าให้มากขึ้น ในบทความนี้กัน Late Shipment Rate คืออะไร  Late Shipment Rate หรือ LSR คือเกณฑ์กำหนดบน Shopee ที่แสดงถึงจำนวนออเดอร์ที่มีการจัดส่งล่าช้า เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนออเดอร์ทั้งหมดในช่วงเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปจะวัดผลในช่วง 7 วันย้อนหลัง ซึ่งการจัดส่งล่าช้าในที่นี้ หมายถึงการที่ผู้ขายไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด (Delivery Time Standard หรือ DTS) ซึ่งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่าง ๆ จะมีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานเพื่อควบคุมคุณภาพการให้บริการและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับระบบ  อัตราการจัดส่งสินค้าล่าช้า มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง  สาเหตุของการ Late Shipment Rate มักเกิดจากหลายปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ วิธีการคำนวณอัตรา Late Shipment Rate  Late Shipment Rate […]

ขนส่ง Shopee ไม่เข้ามารับพัสดุ ทำยังไงดี?

ปัญหา”ขนส่ง Shopee” ไม่เข้ารับพัสดุกลายเป็นปัญหาหนักใจที่หลายๆร้านค้าออนไลน์นั้นอาจจะเคยประสบพบเจอมา เพราะแม้จะแพ็กออเดอร์เสร็จ และทำการนัดหมายขนส่งเรียบร้อย แต่กลับเจอปัญหาเจ้าหน้าที่ขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุซะงั้น ส่งผลให้ออเดอร์ถูกจัดส่งล่าช้า และอาจจะทำให้ลูกค้ารอนานจนเกิดการยกเลิกออเดอร์ ส่งผลให้คะแนนร้านค้าตก สินค้าถูกลดการมองเห็น ยอดขายตก และหากเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนได้รับคะแนนความประพฤติที่ติดลบอาจถึงขั้นโดนบทลงโทษถูกระงับการขาย ให้ปิดร้านไปเลยก็ได้ สาเหตุของปัญหานี้คืออะไร? จะแก้ไขยังไง? และทำอย่างไรให้มั่นใจว่า Shopee Express จะรับพัสดุตรงเวลาเสมอ? บทความนี้มีคำตอบ พร้อมแนะนำทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับทุกร้านค้าออนไลน์ที่ทำให้การจัดส่งของคุณราบรื่นไม่มีสะดุด นัดขนส่ง Shopee เข้ารับพัสดุ ก่อนที่ขนส่ง Shopee จะเข้ามารับพัสดุ ร้านค้าออนไลน์จะต้องเลือกวิธีการจัดส่งแบบ “Pick Up Order“ ในระบบ Shopee Seller Center ก่อน ซึ่งเป็นการตั้งค่าว่าต้องการให้ขนส่งเข้ามารับพัสดุที่หน้าร้านหรือสถานที่ที่กำหนดแทนการนำไป Drop Off เอง การตั้งค่านี้ช่วยให้ร้านค้าสะดวกขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปส่งพัสดุเอง แต่ก็ต้องแน่ใจว่ามีการกรอกข้อมูลที่อยู่ที่ถูกต้อง และเลือกช่วงเวลาที่ขนส่งสามารถเข้ามารับได้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุในภายหลัง หรือหากไม่อยากทำการนัดหมายขนส่งเองให้วุ่นวาย ให้ MyCloud Fulfillment จัดการออเดอร์ให้กับร้านค้าของคุณได้ทั้งบริการแพ็คสินค้าให้พร้อมส่งมอบให้กับขนส่งได้ตรงเวลาตามเกณฑ์ SLA ของ Shopee คลิกเลย ปัญหา […]

จัดการสต๊อก TikTok Shop อย่างไรไม่ให้ของหมด กลาง Live หรือช่วงแคมเปญ

ในช่วงที่การ TikTok Live ขายของ และแคมเปญออนไลน์กลายเป็นตัวเร่งยอดขายหลักของหลายแบรนด์ ปัญหาที่เจ้าของร้านเจอบ่อยที่สุดกลับไม่ใช่ขายไม่ได้ แต่คือของหมด! โดยเฉพาะในช่วงที่ยอดกำลังพุ่งแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้หลายคนเริ่มมองหาวิธี จัดการสต๊อก TikTok Shop ให้แม่นยำมากขึ้น ธีจัดการสต๊อก TikTok Shopที่ได้ผล คือการวางระบบแบบเป็นขั้นตอน ได้แก่ (1) วิเคราะห์ยอดขายย้อนหลัง (2) แยกสินค้าขายดี (3) ตั้ง Safety Stock เผื่อสินค้า (4) เชื่อมสต๊อกทุกช่องทางแบบ Omnichannel และ (5) ใช้ระบบ inventory management TikTok เพื่ออัปเดตสต๊อกแบบ Real-time ลดปัญหาของหมดหรือ oversell แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องหลังบ้าน แต่ความจริงแล้ว “สต๊อก” คือหัวใจของการขาย เพราะต่อให้คอนเทนต์ดีแค่ไหน Live ปังแค่ไหน ถ้าของหมดกลางทาง ก็อาจเสียทั้งยอดขายและความน่าเชื่อถือได้ในเวลาไม่กี่นาที วิธีคำนวณ Safety Stock สำหรับร้านที่ขาย TikTok + […]

Late Shipment Rate คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อการขายของออนไลน์ 

“สินค้าจะมาถึงเมื่อไหร่คะ?” “ทำไมส่งช้าจัง” “ขอยกเลิกออเดอร์ดีกว่า” คำบ่นเหล่านี้คงเป็นฝันร้ายของผู้ขายออนไลน์หลายคน ยิ่งในยุคที่ลูกค้าต้องการความรวดเร็ว การจัดส่งล่าช้าเพียงไม่กี่ออเดอร์ก็อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของร้านค้าได้ Late Shipment Rate จึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ผู้ขายออนไลน์ต้องจับตามอง เพราะไม่เพียงกระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้า แต่ยังส่งผลต่อยอดขายและการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว มาทำความรู้จักกับอัตราการจัดส่งสินค้าล่าช้าให้มากขึ้น ในบทความนี้กัน Late Shipment Rate คืออะไร  Late Shipment Rate หรือ LSR คือเกณฑ์กำหนดบน Shopee ที่แสดงถึงจำนวนออเดอร์ที่มีการจัดส่งล่าช้า เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนออเดอร์ทั้งหมดในช่วงเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปจะวัดผลในช่วง 7 วันย้อนหลัง ซึ่งการจัดส่งล่าช้าในที่นี้ หมายถึงการที่ผู้ขายไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด (Delivery Time Standard หรือ DTS) ซึ่งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่าง ๆ จะมีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานเพื่อควบคุมคุณภาพการให้บริการและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับระบบ  อัตราการจัดส่งสินค้าล่าช้า มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง  สาเหตุของการ Late Shipment Rate มักเกิดจากหลายปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ วิธีการคำนวณอัตรา Late Shipment Rate  Late Shipment Rate […]

ขนส่ง Shopee ไม่เข้ามารับพัสดุ ทำยังไงดี?

ปัญหา”ขนส่ง Shopee” ไม่เข้ารับพัสดุกลายเป็นปัญหาหนักใจที่หลายๆร้านค้าออนไลน์นั้นอาจจะเคยประสบพบเจอมา เพราะแม้จะแพ็กออเดอร์เสร็จ และทำการนัดหมายขนส่งเรียบร้อย แต่กลับเจอปัญหาเจ้าหน้าที่ขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุซะงั้น ส่งผลให้ออเดอร์ถูกจัดส่งล่าช้า และอาจจะทำให้ลูกค้ารอนานจนเกิดการยกเลิกออเดอร์ ส่งผลให้คะแนนร้านค้าตก สินค้าถูกลดการมองเห็น ยอดขายตก และหากเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนได้รับคะแนนความประพฤติที่ติดลบอาจถึงขั้นโดนบทลงโทษถูกระงับการขาย ให้ปิดร้านไปเลยก็ได้ สาเหตุของปัญหานี้คืออะไร? จะแก้ไขยังไง? และทำอย่างไรให้มั่นใจว่า Shopee Express จะรับพัสดุตรงเวลาเสมอ? บทความนี้มีคำตอบ พร้อมแนะนำทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับทุกร้านค้าออนไลน์ที่ทำให้การจัดส่งของคุณราบรื่นไม่มีสะดุด นัดขนส่ง Shopee เข้ารับพัสดุ ก่อนที่ขนส่ง Shopee จะเข้ามารับพัสดุ ร้านค้าออนไลน์จะต้องเลือกวิธีการจัดส่งแบบ “Pick Up Order“ ในระบบ Shopee Seller Center ก่อน ซึ่งเป็นการตั้งค่าว่าต้องการให้ขนส่งเข้ามารับพัสดุที่หน้าร้านหรือสถานที่ที่กำหนดแทนการนำไป Drop Off เอง การตั้งค่านี้ช่วยให้ร้านค้าสะดวกขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปส่งพัสดุเอง แต่ก็ต้องแน่ใจว่ามีการกรอกข้อมูลที่อยู่ที่ถูกต้อง และเลือกช่วงเวลาที่ขนส่งสามารถเข้ามารับได้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาขนส่งไม่เข้ามารับพัสดุในภายหลัง หรือหากไม่อยากทำการนัดหมายขนส่งเองให้วุ่นวาย ให้ MyCloud Fulfillment จัดการออเดอร์ให้กับร้านค้าของคุณได้ทั้งบริการแพ็คสินค้าให้พร้อมส่งมอบให้กับขนส่งได้ตรงเวลาตามเกณฑ์ SLA ของ Shopee คลิกเลย ปัญหา […]

จัดการสต๊อก TikTok Shop อย่างไรไม่ให้ของหมด กลาง Live หรือช่วงแคมเปญ

ในช่วงที่การ TikTok Live ขายของ และแคมเปญออนไลน์กลายเป็นตัวเร่งยอดขายหลักของหลายแบรนด์ ปัญหาที่เจ้าของร้านเจอบ่อยที่สุดกลับไม่ใช่ขายไม่ได้ แต่คือของหมด! โดยเฉพาะในช่วงที่ยอดกำลังพุ่งแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้หลายคนเริ่มมองหาวิธี จัดการสต๊อก TikTok Shop ให้แม่นยำมากขึ้น ธีจัดการสต๊อก TikTok Shopที่ได้ผล คือการวางระบบแบบเป็นขั้นตอน ได้แก่ (1) วิเคราะห์ยอดขายย้อนหลัง (2) แยกสินค้าขายดี (3) ตั้ง Safety Stock เผื่อสินค้า (4) เชื่อมสต๊อกทุกช่องทางแบบ Omnichannel และ (5) ใช้ระบบ inventory management TikTok เพื่ออัปเดตสต๊อกแบบ Real-time ลดปัญหาของหมดหรือ oversell แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องหลังบ้าน แต่ความจริงแล้ว “สต๊อก” คือหัวใจของการขาย เพราะต่อให้คอนเทนต์ดีแค่ไหน Live ปังแค่ไหน ถ้าของหมดกลางทาง ก็อาจเสียทั้งยอดขายและความน่าเชื่อถือได้ในเวลาไม่กี่นาที วิธีคำนวณ Safety Stock สำหรับร้านที่ขาย TikTok + […]