Omnichannel
การขายของทาง Shopify
Shopify คือเครื่องมือสร้างเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ของแบรนด์เอง ตั้งหน้าร้าน รับชำระเงิน และจัดการออเดอร์ได้ครบในระบบเดียว หน้านี้รวมวิธีเปิดร้าน รูปแบบการขาย และกลยุทธ์ขายดีบน Shopify พร้อมวิธีให้ MyCloud ดูแลหลังบ้าน ตั้งแต่รับออเดอร์ แพ็ก จนส่งถึงมือลูกค้า
Shopify และ Shopify Admin คืออะไร?
Shopify คือแพลตฟอร์มสำเร็จรูปสำหรับสร้างเว็บไซต์ขายของออนไลน์ ร้านค้าเลือกธีม ใส่โลโก้ ตั้งโดเมนของตัวเอง แล้วเปิดขายได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ลูกค้าซื้อของผ่านหน้าเว็บของแบรนด์โดยตรง ไม่ได้ปะปนกับร้านอื่นแบบ Marketplace
Shopify Admin คือหลังร้านสำหรับเจ้าของร้าน ใช้เพิ่มสินค้า ตั้งราคาและโปรโมชั่น ดูออเดอร์ ตั้งค่าการชำระเงินและการจัดส่ง รวมถึงติดตั้งแอปเสริมจาก Shopify App Store เพื่อเพิ่มความสามารถให้ร้าน
การลงขายสินค้าบน Shopify ดีอย่างไร?
จุดแข็งของการเปิดร้านค้าบนช่องทาง Shopify
ร้านเป็นของแบรนด์เต็มตัว
ออกแบบหน้าร้าน โดเมน และประสบการณ์ซื้อได้ตามแบรนด์ ไม่ต้องแข่งราคาข้างร้านคู่แข่งในหน้าเดียวกัน
ข้อมูลลูกค้าอยู่กับร้าน
ร้านเห็นข้อมูลผู้ซื้อและประวัติการสั่งซื้อ นำไปทำ CRM และการตลาดต่อได้ตามความยินยอมของลูกค้า (PDPA)
ตั้งราคาและโปรโมชั่นได้อิสระ
กำหนดส่วนลด โค้ด ของแถม และสิทธิ์สมาชิกได้เอง โดยไม่ขึ้นกับปฏิทินแคมเปญของแพลตฟอร์ม
มีแอปเสริมให้เลือกเยอะ
Shopify App Store มีแอปทั้งรีวิว อีเมลมาร์เก็ตติ้ง ระบบสมาชิก และการเชื่อมช่องทางโซเชียล ต่อยอดร้านได้ตามการเติบโต
ขายได้ทั้งในไทยและต่างประเทศ
ตั้งหน้าร้านหลายภาษาและหลายสกุลเงินได้ เหมาะกับแบรนด์ที่อยากขายลูกค้าต่างชาติจากเว็บเดียว
ต่อกับโซเชียลได้ในตัว
เชื่อมแคตตาล็อกสินค้าไปขายบน Facebook, Instagram และช่องทางอื่นผ่าน Sales Channel ของ Shopify
รูปแบบการขายของทาง Shopify
เว็บไซต์ร้านค้า (Online Store)
ขายผ่านเว็บของแบรนด์เอง ลูกค้าเลือกสินค้า ใส่ตะกร้า และชำระเงินได้ในเว็บ พร้อมเล่าเรื่องแบรนด์ได้เต็มที่
Social Commerce
ซิงก์สินค้าจาก Shopify ไปขายบนโซเชียล ลูกค้ากดจากโพสต์หรือโฆษณาแล้วจบการซื้อได้ทันที
ขายต่างประเทศ (Cross-border)
เปิดหน้าร้านหลายภาษาและหลายสกุลเงิน แล้วส่งพัสดุจากคลังในไทยถึงลูกค้าปลายทาง
Pre-Order และ Subscription
เปิดจองสินค้าล่วงหน้า หรือขายแบบสมัครสมาชิกส่งสินค้ารายเดือนผ่านแอปเสริมของ Shopify
วิธีเปิดร้านค้าบน Shopify
สมัครบัญชี Shopify
สมัครที่เว็บไซต์ Shopify ด้วยอีเมล เลือกแพ็กเกจที่เหมาะกับร้าน (มีช่วงทดลองใช้ฟรี) แล้วกรอกข้อมูลร้านค้า
เลือกธีมและตกแต่งร้าน
เลือกธีมจาก Theme Store ใส่โลโก้ สีของแบรนด์ หน้าเกี่ยวกับร้าน และนโยบายการคืนสินค้าให้ครบ
เพิ่มสินค้าและตั้งค่าการขาย
เพิ่มรูป รายละเอียด ราคา และ SKU ของสินค้า ตั้งค่าช่องทางชำระเงินและค่าจัดส่งให้เรียบร้อย
ผูกโดเมนและเปิดร้าน
เชื่อมโดเมนของแบรนด์ ทดลองสั่งซื้อ 1 ออเดอร์ให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนทำงานได้ แล้วเปิดร้านให้ลูกค้าเข้าซื้อ
แพ็กเกจ ค่าบริการ และขั้นตอนอาจเปลี่ยนตามนโยบายของ Shopify ควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดบนเว็บไซต์ Shopify ก่อนสมัคร
ข้อควรรู้ก่อนเริ่มขายบน Shopify
Shopify ต่างจาก Marketplace ตรงที่ร้านต้องดูแลหลายอย่างเอง ทั้งการหาลูกค้า การชำระเงิน และการจัดส่ง ก่อนเปิดร้านควรรู้เรื่องเหล่านี้:
ต้องหาลูกค้าเข้าเว็บเอง
Shopify ไม่มีคนเดินเข้าร้านแบบ Marketplace ต้องวางแผนโฆษณา SEO และโซเชียลเพื่อพาคนเข้าเว็บ
ค่าแพ็กเกจรายเดือน
Shopify คิดค่าแพ็กเกจรายเดือนหรือรายปี ควรเช็กราคาและฟีเจอร์ของแต่ละแพ็กเกจก่อนเลือก
ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน
แต่ละ Payment Gateway มีค่าธรรมเนียมต่างกัน และบางแพ็กเกจอาจมีค่าธรรมเนียมธุรกรรมเพิ่ม ควรรวมไว้ในต้นทุนก่อนตั้งราคา
เลือก Payment Gateway ที่รองรับในไทย
ตั้งค่าช่องทางชำระเงินที่ลูกค้าไทยคุ้นเคย เช่น บัตร พร้อมเพย์ หรือโมบายแบงก์กิ้ง ผ่านผู้ให้บริการที่เชื่อมกับ Shopify ได้
ตั้งค่าการจัดส่งให้ชัด
ระบุค่าส่ง ระยะเวลาจัดส่ง และพื้นที่จัดส่งบนหน้าเว็บ ลูกค้าเว็บแบรนด์คาดหวังการส่งที่ไวและแจ้งสถานะชัดเจนไม่ต่างจาก Marketplace
ภาษีและเอกสาร
ร้านต้องดูแลเรื่องใบกำกับภาษีและการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เอง เพราะไม่มีแพลตฟอร์มออกเอกสารให้
นโยบายร้านต้องครบ
หน้าเงื่อนไข นโยบายความเป็นส่วนตัว (PDPA) และนโยบายคืนสินค้า ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้เว็บใหม่
วัดผลด้วย Shopify Analytics
ติดตามยอดขาย อัตรา Conversion และตะกร้าที่ถูกทิ้ง แล้วเชื่อม Google Analytics หรือ Meta Pixel เพื่อวัดผลโฆษณา
ทั้งนี้ฟีเจอร์และเงื่อนไขของ Shopify มีการอัปเดตเป็นระยะ ควรตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงใน Shopify Admin และเว็บไซต์ Shopify อยู่เสมอ
กลยุทธ์และเทคนิควิธีขายของบน Shopify ให้ขายดี
พาคนเข้าเว็บด้วย SEO และ Ads
- SEO และ Content: เขียนหน้าสินค้าและบทความให้ตอบสิ่งที่ลูกค้าค้นหา เพื่อให้เว็บติดอันดับ Google และมีคนเข้าโดยไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาตลอด
- Social Ads: ยิงโฆษณา Facebook, Instagram และ TikTok พาคนเข้าหน้าสินค้าโดยตรง ใช้ Pixel วัดผลและยิงซ้ำกลุ่มคนที่เคยเข้าเว็บ
- ทำงานคู่กับ Marketplace: ใช้ Shopee, Lazada และ TikTok Shop หาลูกค้าใหม่ แล้วใช้เว็บแบรนด์เป็นที่เล่าเรื่องสินค้าและดูแลสมาชิก
เพิ่ม Conversion ให้หน้าเว็บ
- หน้าสินค้าที่ตอบครบ: รูปหลายมุม วิดีโอ รีวิว และข้อมูลการจัดส่งที่ชัดเจน ช่วยลดคำถามและทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น
- Checkout ที่ง่าย: ลดขั้นตอนการกรอกข้อมูล และมีช่องทางชำระเงินที่ลูกค้าคุ้นเคย
- กู้ตะกร้าที่ถูกทิ้ง: ส่งอีเมลหรือข้อความเตือนลูกค้าที่ใส่ตะกร้าแล้วยังไม่ชำระเงิน
สร้างยอดซื้อซ้ำด้วย CRM
- Email และ LINE OA: ส่งข่าวสินค้าใหม่และโปรโมชั่นถึงลูกค้าเดิมตามความยินยอม
- สมาชิกและแต้มสะสม: ใช้แอประบบสมาชิก แต้มสะสม หรือ Subscription ให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ
- ประสบการณ์หลังการขาย: ส่งไว แพ็กสวย และแจ้งเลขพัสดุทันที คือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าจำแบรนด์และกลับมาซื้ออีก
ใช้ MyCloud แล้วช่วยให้คุณขายดีขึ้นกว่าเดิมได้ยังไง
MyCloud Fulfillment เชื่อมต่อกับ Shopify ผ่าน API รับออเดอร์เข้าคลังอัตโนมัติ แพ็กและส่งให้ลูกค้าเว็บแบรนด์ได้ของไวไม่แพ้ Marketplace พร้อมใช้สต๊อกก้อนเดียวกับทุกช่องทาง ร้านค้าจึงโฟกัสที่การสร้างแบรนด์และการตลาดได้เต็มที่
