Knowledge Center

Action Center OMS คืออะไร? ศูนย์แจ้งเตือนที่ช่วยลดปัญหาออเดอร์ สต๊อก และ Marketplace

Action Center OMS คืออะไร? ศูนย์แจ้งเตือนที่ช่วยลดปัญหาออเดอร์ สต๊อก และ Marketplace

เมื่อขายสินค้าหลายช่องทางพร้อมกัน ปัญหาที่ดูเหมือนเล็ก เช่น Token หมดอายุ สต๊อกสินค้าไม่เพียงพอ ที่อยู่ลูกค้าไม่ครบ หรือ SKU ไม่ได้เชื่อมต่ออย่างถูกต้อง อาจทำให้ออเดอร์หยุดชะงักและร้านค้าสูญเสียโอกาสในการขายได้

Action Center ในระบบ OMS จึงถูกออกแบบมาเพื่อรวบรวมปัญหาที่ต้องตรวจสอบไว้ในจุดเดียว ช่วยให้ร้านค้าเห็นว่ามีรายการใดได้รับผลกระทบ ปัญหาเกิดจากอะไร และควรดำเนินการแก้ไขอย่างไร

Action Center คืออะไร?

Action Center คือศูนย์รวมการแจ้งเตือนและปัญหาที่เกิดขึ้นภายในระบบจัดการคำสั่งซื้อ หรือ OMS ช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจพบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับออเดอร์ สินค้าคงคลัง การจัดส่ง SKU และการเชื่อมต่อ Marketplace ได้อย่างรวดเร็ว

ระบบจะแสดงประเภทปัญหา คำอธิบาย และจำนวนรายการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ร้านค้าจัดลำดับความสำคัญก่อนลงมือแก้ไข

คำตอบสั้น: Action Center เปรียบเสมือนรายการงานด่วนของร้านค้า โดยรวบรวมออเดอร์และการตั้งค่าที่ผิดปกติไว้ในหน้าเดียว เพื่อป้องกันออเดอร์ค้าง สต๊อกไม่อัปเดต และการเชื่อมต่อ Marketplace ขาดตอน

Action Center คืออะไร

ทำไมร้านค้าออนไลน์ควรตรวจสอบ Action Center เป็นประจำ?

การมีออเดอร์เข้ามาไม่ได้หมายความว่าออเดอร์นั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนจัดส่งได้เสมอ หากข้อมูลหรือการตั้งค่าบางส่วนไม่สมบูรณ์ ออเดอร์อาจถูกพักไว้ในสถานะ On Hold โดยที่ผู้ดูแลร้านค้าไม่ทันสังเกต

การตรวจสอบ Action Center เป็นประจำช่วยให้ร้านค้า:

  • พบออเดอร์ที่ติดปัญหาได้เร็วขึ้น
  • ลดความล่าช้าในการจัดเตรียมและจัดส่งสินค้า
  • ป้องกันการขายสินค้าที่มีสต๊อกไม่เพียงพอ
  • ตรวจพบการเชื่อมต่อ Marketplace ที่ใกล้หมดอายุ
  • ลดความผิดพลาดจากข้อมูลลูกค้าและข้อมูลจัดส่ง
  • ตรวจสอบการจับคู่ SKU ระหว่าง OMS กับ Marketplace
  • ลดโอกาสสูญเสียยอดขายจากปัญหาที่แก้ไขได้

9 การแจ้งเตือนสำคัญใน Action Center พร้อมวิธีแก้ไข

1. Marketplace Invalid Token: Token หมดอายุหรือใช้งานไม่ได้

ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อ Access Token ที่ใช้เชื่อมต่อ Marketplace หมดอายุ ถูกยกเลิก หรือไม่สามารถใช้งานได้ ส่งผลให้ระบบอาจไม่สามารถดึงคำสั่งซื้อใหม่หรืออัปเดตสต๊อกกลับไปยัง Marketplace

วิธีแก้ไข:

  1. ไปยังหน้าตั้งค่าร้านค้าออนไลน์
  2. เลือกร้านค้าที่มีปัญหา
  3. ดำเนินการ Reauthorization หรืออนุมัติสิทธิ์ใหม่
  4. ตรวจสอบว่าการเชื่อมต่อกลับมาเป็นปกติ
  5. ตรวจสอบออเดอร์และการอัปเดตสต๊อกอีกครั้ง

ปัญหาประเภทนี้ควรได้รับการแก้ไขทันที เพราะกระทบต่อการรับออเดอร์และการซิงก์ข้อมูลโดยตรง

2. Product Out of Stock: สินค้าไม่เพียงพอต่อออเดอร์

การแจ้งเตือน Product Out of Stock หมายถึงสินค้ามีจำนวนคงเหลือไม่เพียงพอสำหรับออเดอร์ที่เข้ามา ออเดอร์ที่ได้รับผลกระทบจึงอาจถูกพักไว้ในสถานะ On Hold

วิธีแก้ไข:

  • ตรวจสอบจำนวนสินค้าคงเหลือ
  • ตรวจสอบว่าสินค้ามีอยู่ในคลังแต่ถูกระงับสต๊อกหรือไม่
  • วางแผนเติมสินค้าให้เพียงพอ
  • สร้างรายการนำสินค้าเข้าคลัง หรือ Inbound Order
  • ตรวจสอบสถานะออเดอร์หลังสต๊อกพร้อมใช้งาน

3. Back Order On Hold: ออเดอร์กำลังรอเติมสินค้า

Back Order On Hold เป็นกรณีที่ออเดอร์ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะสินค้ามีไม่เพียงพอและกำลังรอสินค้าจากการเติมสต๊อกหรือรายการนำเข้า

แม้จะมีลักษณะใกล้เคียงกับ Product Out of Stock แต่ Back Order เน้นไปที่ออเดอร์ซึ่งกำลังรอสินค้าที่จะเข้ามารองรับ

วิธีแก้ไข:

  1. ตรวจสอบจำนวนสินค้าที่ออเดอร์ต้องใช้
  2. ตรวจสอบสถานะรายการนำสินค้าเข้าคลัง
  3. เติมสินค้าให้เพียงพอกับออเดอร์ที่รอดำเนินการ
  4. เมื่อการนำเข้าเสร็จสมบูรณ์ ให้ตรวจสอบสถานะออเดอร์อีกครั้ง

4. Marketplace Authorization Expiring Soon: สิทธิ์เชื่อมต่อใกล้หมดอายุ

ระบบจะแจ้งเตือนเมื่อสิทธิ์การเชื่อมต่อกับ Marketplace กำลังจะหมดอายุภายใน 14 วัน

แม้การเชื่อมต่อจะยังทำงานอยู่ แต่ร้านค้าควร Reauthorize ล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้การดึงออเดอร์หรือการซิงก์สต๊อกหยุดทำงานหลังสิทธิ์หมดอายุ

วิธีแก้ไข:

  • ตรวจสอบร้านค้าที่กำลังจะหมดอายุ
  • เข้าไปยังหน้าตั้งค่า Marketplace
  • อนุมัติสิทธิ์การใช้งานใหม่ก่อนวันหมดอายุ
  • ตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อหลังดำเนินการ

5. Marketplace Subscription Expiring Soon: บริการเสริมใกล้หมดอายุ

การแจ้งเตือนนี้เกี่ยวข้องกับบริการเสริมของ Lazada ที่กำลังจะหมดอายุภายใน 14 วัน หากร้านค้ายังต้องการใช้บริการดังกล่าว ควรต่ออายุก่อนถึงกำหนด

วิธีแก้ไข:

  • ตรวจสอบวันหมดอายุของบริการ
  • ดำเนินการ Resubscribe หรือต่ออายุบริการ
  • ตรวจสอบว่าระบบแสดงสถานะใช้งานตามปกติ

6. Invalid Shipping Information: ข้อมูลจัดส่งไม่ถูกต้องหรือไม่ครบ

ออเดอร์อาจติด On Hold เมื่อข้อมูลสำหรับจัดส่งไม่สมบูรณ์ เช่น ชื่อลูกค้า ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือรหัสไปรษณีย์ไม่ครบ รวมถึงกรณีที่ระบบไม่สามารถกำหนดผู้ให้บริการขนส่งได้

วิธีแก้ไข:

  1. เปิดดูรายละเอียดออเดอร์ที่ได้รับผลกระทบ
  2. ตรวจสอบชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของผู้รับ
  3. ตรวจสอบที่อยู่ ตำบล อำเภอ จังหวัด และรหัสไปรษณีย์
  4. ตรวจสอบวิธีจัดส่งและผู้ให้บริการขนส่ง
  5. แก้ไขข้อมูลให้ครบถ้วนแล้วตรวจสอบสถานะออเดอร์

หากออเดอร์ถูกส่งเข้ามาผ่าน Sales API ควรตรวจสอบ Shipping Label ที่แนบมากับออเดอร์ด้วย

7. Missing SKUs in Order: ไม่พบ SKU ที่ตรงกับสินค้าในออเดอร์

Missing SKU เกิดขึ้นเมื่อมีออเดอร์เข้ามา แต่ระบบ OMS ไม่พบ SKU ที่ตรงกัน เนื่องจากยังไม่ได้ทำ SKU Mapping หรือจับคู่รายการสินค้าอย่างครบถ้วน

ออเดอร์ดังกล่าวจะถูกกำหนดสถานะเป็น Missing SKU และยังไม่สามารถเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปได้

วิธีแก้ไข:

  1. ตรวจสอบว่าสินค้ารายการใดยังไม่มีการจับคู่
  2. ทำ SKU Mapping ให้ครบถ้วน
  3. ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสสินค้า
  4. กด Retry Pairing Order เพื่อจับคู่ออเดอร์อีกครั้ง
  5. ตรวจสอบว่าออเดอร์เปลี่ยนเป็น Pending หรือ On Hold ตามเงื่อนไขของระบบแล้ว

8. Marketplace Item Unmapped: สินค้าบน Marketplace ไม่ได้เชื่อมกับ SKU

ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อการผูกข้อมูลระหว่าง SKU ในระบบ OMS กับรายการสินค้าบน Marketplace ถูกยกเลิกหรือยังตั้งค่าไม่ครบ ทำให้ระบบไม่สามารถดึงหรือเชื่อมโยงข้อมูลสินค้าได้ตามปกติ

ความแตกต่างจาก Missing SKU คือ Missing SKU เป็นปัญหาที่พบในออเดอร์ซึ่งเข้ามาแล้ว ส่วน Marketplace Item Unmapped เป็นปัญหาระดับการเชื่อมโยงรายการสินค้าระหว่างสองระบบ

วิธีแก้ไข:

  • ไปยังหน้า SKU Mapping
  • ค้นหาสินค้าที่ไม่ได้เชื่อมต่อ
  • เลือก SKU ใน OMS ให้ตรงกับสินค้าบน Marketplace
  • บันทึกและตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อ

9. Item Unsync Stock: สินค้าเปิดขายแต่ไม่ได้เปิดซิงก์สต๊อก

การแจ้งเตือน Item Unsync Stock หมายถึงสินค้ายังคงเปิดขายอยู่บน Marketplace แต่การซิงก์สินค้าคงคลังถูกปิดไว้ ทำให้จำนวนสต๊อกบน Marketplace อาจไม่อัปเดตตามระบบ OMS

หากร้านค้าต้องการให้สต๊อกอัปเดตอัตโนมัติ ให้เข้าไปเปิดสถานะการซิงก์สินค้าคงคลังในหน้าเชื่อมต่อ SKU

ก่อนเปิดใช้งานควรตรวจสอบด้วยว่า:

  • SKU ถูกจับคู่อย่างถูกต้อง
  • จำนวนสต๊อกในระบบ OMS เป็นปัจจุบัน
  • สินค้าที่เปิดซิงก์เป็นรายการเดียวกับสินค้าที่เปิดขายจริง
ควรแก้การแจ้งเตือนใดก่อน?

ควรแก้การแจ้งเตือนใดก่อน?

ร้านค้าสามารถจัดลำดับการแก้ไขได้เป็น 3 ระดับ

ระดับเร่งด่วน

ควรดำเนินการทันที เพราะกระทบต่อออเดอร์หรือการขายโดยตรง:

  • Marketplace Invalid Token
  • Product Out of Stock
  • Back Order On Hold

ระดับป้องกันปัญหา

ควรแก้ไขก่อนถึงวันหมดอายุ เพื่อไม่ให้ระบบหยุดเชื่อมต่อ:

  • Marketplace Authorization Expiring Soon
  • Marketplace Subscription Expiring Soon

ระดับตรวจสอบข้อมูลและการตั้งค่า

ควรพิจารณาจากจำนวนออเดอร์หรือสินค้าที่ได้รับผลกระทบ:

  • Invalid Shipping Information
  • Missing SKUs in Order
  • Marketplace Item Unmapped
  • Item Unsync Stock

หากมีหลายรายการพร้อมกัน ควรพิจารณาทั้งความรุนแรงและจำนวนรายการที่ได้รับผลกระทบ ไม่ควรดูเฉพาะจำนวนแจ้งเตือนเพียงอย่างเดียว

วิธีเข้าใช้งาน Action Center

ผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่หน้า Action Center ได้ 2 วิธี:

  1. เลือกเมนู Action Centers จากเมนูหลัก
  2. คลิกไอคอนแจ้งเตือนภายในระบบ OMS

หลังเข้าสู่หน้า Action Center ให้เลือกประเภทการแจ้งเตือน ตรวจสอบรายการที่ได้รับผลกระทบ และดำเนินการตามคำแนะนำของแต่ละปัญหา

แนวทางดูแลออเดอร์ไม่ให้ปัญหาสะสม

การตรวจ Action Center เมื่อเกิดปัญหาแล้วอาจไม่เพียงพอ ร้านค้าควรกำหนดขั้นตอนตรวจสอบประจำวัน เช่น:

  • ตรวจ Action Center ก่อนเริ่มดำเนินการออเดอร์ทุกวัน
  • ตรวจ Marketplace Token และสิทธิ์ที่ใกล้หมดอายุ
  • ตรวจออเดอร์สถานะ On Hold และ Missing SKU
  • ตรวจสต๊อกของสินค้าขายดีและสินค้าที่กำลังทำโปรโมชัน
  • ทำ SKU Mapping ก่อนเปิดขายสินค้าใหม่
  • ตรวจสอบข้อมูลจัดส่งก่อนส่งออเดอร์เข้าคลัง
  • ตรวจผลหลังแก้ไขว่าการแจ้งเตือนลดลงและออเดอร์เปลี่ยนสถานะแล้ว

หากดำเนินการตามคู่มือแล้วยังไม่สามารถแก้ไขได้ ควรบันทึกหมายเลขออเดอร์ ชื่อร้านค้า ประเภทการแจ้งเตือน และภาพหน้าจอ ก่อนประสานงานกับทีม Support เพื่อช่วยให้ตรวจสอบปัญหาได้เร็วขึ้น

แนวทางดูแลออเดอร์ไม่ให้ปัญหาสะสม

สรุป: Action Center ช่วยลดโอกาสเสียยอดขายได้อย่างไร?

Action Center ช่วยให้ร้านค้าเห็นปัญหาที่อาจขัดขวางการทำงานของออเดอร์ได้จากหน้าเดียว ไม่ว่าจะเป็นสต๊อกไม่เพียงพอ Token หมดอายุ ข้อมูลจัดส่งไม่ครบ SKU ไม่ตรงกัน หรือการซิงก์สต๊อกถูกปิด

การตรวจสอบและแก้ไขแจ้งเตือนอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยลดออเดอร์ค้าง ลดความล่าช้าในการจัดส่ง และลดโอกาสที่ร้านค้าจะเสียยอดขายจากปัญหาด้านข้อมูลหรือการเชื่อมต่อระบบ

สำหรับผู้ใช้งาน MyCloud สามารถศึกษารายละเอียดและคู่มือแก้ไขแต่ละกรณีเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือ Action Centers

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Action Center

A: Action Center คือหน้ารวมการแจ้งเตือนและปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบ OMS ช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบออเดอร์ สต๊อก SKU การจัดส่ง และการเชื่อมต่อ Marketplace ที่ต้องได้รับการแก้ไข

A: ออเดอร์ On Hold คือออเดอร์ที่ถูกพักไว้ชั่วคราว เนื่องจากยังมีเงื่อนไขที่ไม่พร้อม เช่น สต๊อกไม่เพียงพอ ข้อมูลจัดส่งไม่ครบ หรือระบบไม่สามารถกำหนดผู้ให้บริการขนส่งได้

A: ให้ตรวจสอบและทำ SKU Mapping ระหว่างสินค้าจากช่องทางขายกับ SKU ในระบบ OMS จากนั้นกด Retry Pairing Order เพื่อให้ระบบจับคู่ออเดอร์ใหม่

A: ระบบอาจไม่สามารถดึงออเดอร์หรืออัปเดตสต๊อกระหว่าง OMS กับ Marketplace ได้ ร้านค้าควรดำเนินการ Reauthorization ทันที

A: Product Out of Stock หมายถึงสินค้าไม่เพียงพอต่อออเดอร์ ส่วน Back Order On Hold เน้นออเดอร์ที่กำลังรอสินค้าเข้ามาเติมเพื่อให้สามารถดำเนินการต่อได้

A: ควรตรวจอย่างน้อยวันละครั้ง และตรวจถี่ขึ้นในช่วงแคมเปญหรือวันที่มีออเดอร์จำนวนมาก โดยเฉพาะก่อนเริ่มจัดการออเดอร์และก่อนปิดรอบการทำงานประจำวัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

ถอนเงินจาก TikTok Shop สำหรับแม่ค้าออนไลน์มือใหม่ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

การถอนเงินจาก TikTok Shop เป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ขายออนไลน์มือใหม่ต้องทำความเข้าใจ เนื่องจาก TikTok Shop คือแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการขายสินค้าออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งผ่านโซเชียลมีเดีย การเข้าใจระบบการถอนเงินจะช่วยให้ TikTok Shop Seller สามารถบริหารจัดการรายได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำเงินไปใช้ในการลงทุนต่อยอดธุรกิจได้ทันที นอกจากนี้ การทำความเข้าใจเรื่องรอบการถอนเงิน เงื่อนไขการถอน และเอกสารที่จำเป็น จะช่วยให้การทำธุรกิจบน TikTok Shop ราบรื่นและประสบความสำเร็จในระยะยาว มาเรียนรู้ขั้นตอนการถอนเงินที่ถูกต้องกัน เพื่อให้การขายสินค้าออนไลน์ของคุณเป็นไปอย่างมืออาชีพ   ถอนเงินจาก TikTok ทำได้อย่างไรบ้าง ขั้นตอนการถอนเงินจาก TikTok สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้   1. ถอนเงินด้วยตัวเอง วิธีการถอนเงินจาก TikTok ด้วยตัวเองนั้น สามารถที่จะทำได้ง่าย ๆ ผ่านการตั้งค่าบนเว็บไซต์ TikTok Shop Seller Center และแอปพลิเคชัน Seller Center โดยสามารถทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ได้ ดังนี้  […]

ถอนเงินจาก TikTok Shop สำหรับแม่ค้าออนไลน์มือใหม่ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

การถอนเงินจาก TikTok Shop เป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ขายออนไลน์มือใหม่ต้องทำความเข้าใจ เนื่องจาก TikTok Shop คือแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการขายสินค้าออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งผ่านโซเชียลมีเดีย การเข้าใจระบบการถอนเงินจะช่วยให้ TikTok Shop Seller สามารถบริหารจัดการรายได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำเงินไปใช้ในการลงทุนต่อยอดธุรกิจได้ทันที นอกจากนี้ การทำความเข้าใจเรื่องรอบการถอนเงิน เงื่อนไขการถอน และเอกสารที่จำเป็น จะช่วยให้การทำธุรกิจบน TikTok Shop ราบรื่นและประสบความสำเร็จในระยะยาว มาเรียนรู้ขั้นตอนการถอนเงินที่ถูกต้องกัน เพื่อให้การขายสินค้าออนไลน์ของคุณเป็นไปอย่างมืออาชีพ   ถอนเงินจาก TikTok ทำได้อย่างไรบ้าง ขั้นตอนการถอนเงินจาก TikTok สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้   1. ถอนเงินด้วยตัวเอง วิธีการถอนเงินจาก TikTok ด้วยตัวเองนั้น สามารถที่จะทำได้ง่าย ๆ ผ่านการตั้งค่าบนเว็บไซต์ TikTok Shop Seller Center และแอปพลิเคชัน Seller Center โดยสามารถทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ได้ ดังนี้  […]