Knowledge Center

ทำความรู้จัก Facebook Shop ฟีเจอร์ใหม่ ถูกใจธุรกิจ E-Commerce 100%

ทำความรู้จัก Facebook Shop ฟีเจอร์ใหม่ ถูกใจร้านค้าออนไลน์และธุรกิจ E-Commerce 100%

เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กรายใหญ่ได้รับผลกระทบไปตาม ๆ กัน Facebook แพลต์ฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่ได้เล็งเห็นความสำคัญ ของการขายออนไลน์ที่จะเป็นทางรอดของธุรกิจต่าง ๆ ได้จึงออกแคมเปญต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ที่ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์แบบนี้ รวมถึงผู้ประกอบการรายใหญ่ ๆ ที่เริ่มหันมาใช้แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้นด้วยค่ะ หนึ่งในนั้นคือฟีเจอร์ Facebook Shop ที่เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยอำนวยความสะดวกให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายและจะเป็นการเปลี่ยนแปลงด้าน E-Commerce ครั้งใหญ่ของ Facebook อีกด้วยค่ะ

Facebook Shop คืออะไร?

ฟีเจอร์การซื้อขายสินค้าที่สามารถใช้งานได้ฟรีผ่าน Facebook โดยผู้ใช้งานสามารถ เลือกซื้อ-ขายสินค้า และชำระเงินได้ครบจบภายในแอพได้เลย! ทำให้ไม่ว่าจะเป็นผู้ขายรายเล็ก หรือรายใหญ่สามารถขายสินค้าและเชื่อมต่อกับลูกค้าออนไลน์ได้ตลอดทุกที่ ทุกเวลา โดยสามารถพบเจอ Facebook Shop ได้ที่หน้าเพจ Facebook ตามโฆษณาต่าง ๆ ใน Instagram และ Facebook ได้เลย โดย Mark Zuckerberg บิดาแห่ง Facebook มีแนวคิดว่าการสนับสนุนธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการขายแบบออฟไลน์ และหันมาใช้แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ให้สามารถใช้งานฟีเจอร์เหล่านี้ได้ฟรีนั้น ไม่เพียงแต่ อำนวยความสะดวกให้ผู้ขายขายได้มากขึ้นเท่านั้น แต่ในระยะยาว เมื่อพวกเขาขายได้การซื้อ “โฆษณา” ก็จะตามมา เรียกได้ว่า Win-Win ทั้งสองฝ่าย สามารถพึ่งพาอาศัยกันได้ต่อไปนั่นเองค่ะ

ความแตกต่างของ Facebook Shop กับ Facebook Marketplace และการโพสต์ขายของทั่วไป

1. ปัญหาหลักที่ผู้ใช้ Facebook เจอเมื่อโพสต์ขายสินค้าคือ “โพสต์ถูกดันลงไป” เมื่อโพสต์สินค้าใหม่ ๆ ทำให้บางทีก็เลื่อนหาไม่เจอ หรือไม่น่าสนใจ Facebook Shop จึงมาในรูปแบบของ Catalogue ที่จะอยู่ในตำแน่งบนสุดของหน้าเพจและโชว์สินค้าในแบบการสไลด์เสมอและมีปุ่มให้สามารถกดซื้อ หรือ ส่งข้อความหาผู้ขายได้เลย ทำให้ร้านค้ามีโอกาสขายได้มากขึ้นกว่าเดิม

2. ด้วยความที่ Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่เก็บมูลที่เป็นประโยชน์ต่อร้านค้าไว้มาก ทำให้สามารถดูพฤติกรรมของลูกค้าที่ผ่านมาเพื่อทำนายแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ง่าย และแน่นอนว่านี่เป็นอีกจุดเด่นของ Facebook Shop ค่ะ เพราะผู้ขายสามารถเรียกดูข้อมุล Insight ของลูกค้าที่กดเข้ามาดูสินค้าของเราได้ เพื่อวิเคราะห์ว่าสินค้าแบบไหนที่ผู้คนมีแนวโน้มว่าจะซื้อมาก

3. สามารถสร้างร้านค้าออนไลน์ได้ง่าย และสามารถเชื่อมต่อการขายได้ทั้งใน Facebook และ Instagram เรียกได้ว่าโพสต์ขายสินค้าแค่ครั้งเดียว ลูกค้าสามารถเข้าถึงโพสต์ได้ในทุกแพลตฟอร์ม อีกทั้งยังสามารถจัดการหน้าร้านของตนเอง โดยการกำหนด Mood and Tone จาก ชุดสีหรือ Template ที่ทาง Facebook ออกมาให้สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับสินค้าได้ง่าย ๆ โดยผู้ใช้ที่มีเพจร้านค้าอยู่แล้วสามารถเพิ่มฟีเจอร์ Facebook Shop นี้ได้ที่เมนูบาร์หน้าเพจได้เลย

ประโยชน์ของ Facebook Shop ในมุมของผู้ซื้อ

ไม่เพียงแต่เอาใจผู้ขายเท่านั้นนะคะ เพราะจากสถิติการซื้อของบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Facebook ก็พอจะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ผู้ซื้อมีพฤติกรรมชื่นชอบและเคยชินกับการซื้อสินค้าบนแพลต์ฟอร์มออนไลน์แบบนี้ไปแล้ว ดังนั้นการซื้อของง่าย ๆ โดยตรงจากเพจ Facebook ก็ดี หรือใน Instagram ก็ดีสามารถตอบโจทย์พฤติกรรม New Normal ของผู้ซื้อได้อย่างมาก โดยการเข้าถึงสินค้าก็สามารถทำได้จากหน้า Feed Facebook ของตนเองได้เลย ไม่ต้องเข้าไปในเว็บไซต์อื่น ๆ อีก

อีก 2 ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Facebook Shop ที่ถึงแม้จะอยู่ในช่วงทดลองในประเทศอเมริกา แต่ก็ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และไทยเราก็อาจจะได้ใช้กันเร็ว ๆ นี้แน่นอนค่ะ เนื่องจากช่วงนี้ในไทยเรานิยมไลฟ์ขายสินค้ากันเป็นจำนวนมาก และได้ผลตอบรับดีอีกด้วย ฟีเจอร์ Live Shopping จึงเหมาะมาก ๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ในการ Live ขายของ เพราะในอนาคตอันใกล้นี้ จะสามารถติดแท็กสินค้าของตัวเองขณะไลฟ์ ให้ผู้ชมการถ่ายทอดสดสามารถกดสั่งซื้อ และจ่ายเงินได้ทันที และ Loyalty Programs สำหรับผู้ซื้อโดยเฉพาะ เพื่อสะสมคะแนนจากการซื้อสินค้าต่าง ๆ จากร้านค้าบน Facebook คล้ายๆ กับ Reward Card จาก LINE ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นประโยชน์กับธุรกิจ SME เป็นอย่างมาก

เห็นไหมคะว่าร้านค้าออนไลน์ง่ายต่อการสร้างและจัดการกว่าที่คิด ยิ่งมีฟีเจอร์อำนวยความสะดวกดี ๆ อย่าง Facebook Shop ที่เข้ามาเป็นตัวเลือกให้กับผู้ขายในยุคที่ E-Commerce เฟื่องฟูแบบนี้ เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะว่า Facebook มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างมาก รู้พฤติกรรมของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต ว่าผู้คนชอบอะไรและไม่ชอบอะไรเพราะ Facebook ที่เป็น Platform ที่ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จักและใช้งานนั่นเองค่ะ ดังนั้นหากผู้ขายสินค้าออนไลน์ที่กำลังมองหา Platform การขายออนไลน์ทั้ง Facebook หรือ Instagram ก็เป็นอีกที่ที่เริ่มต้นธุรกิจขายออนไลน์ได้ง่ายค่ะอย่าลืมนะคะ สมัยนี้ใครที่ตามโลกทัน และปรับตัวเร็วมักได้เปรียบค่ะ เพราะหลังจากวิกฤต COVID-19 ที่ผ่านมา ต่อไปจะเป็นโอกาสครั้งใหญ่ของธุรกิจ E-Commerce เลยล่ะค่ะ

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ www.mycloudfulfillment.com
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร: 092-472-7742, 02-138-9920
อีเมล: [email protected]
line: @mycloudgroup
MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก
บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

คลังสินค้าออนไลน์ที่ดี ต้องเป็นอย่างไร? สต๊อกตรง‑แพ็กทัน ภายใน 24 ชม.

การทำคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีหรือ Warehouse Online จะต้องรู้จักการบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบให้มีประสิทธิภาพ คือต้องมีระบบที่ออนไลน์สามารถตรวจสอบได้ทุกการเคลื่อนไหวของสินค้านั้นเองครับ เนื่องจากบริการคลังสินค้ามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบสินค้ามากมายจากหลากหลายบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยจัดเก็บสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการที่ไม่สะดวกหรือไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดเก็บสินค้า และไม่ใช่แค่ให้บริการพื้นที่แก่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่รวมไปถึงการควบคุม ดูเเล และตรวจสอบคุณภาพสินค้า โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของธุรกิจคู่ค้าและลูกค้าผู้รับสินค้า เรามาดูกันดีกว่าครับว่าคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีเป็นอย่างไร ? คลังสินค้าออนไลน์ คืออะไร คลังสินค้าออนไลน์ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า Warehouse Online คือการจัดเก็บและบริหารสินค้าผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการรับสินค้าเข้า (Inbound), การจัดเก็บ (Storage), การหยิบสินค้า (Pick), การแพ็ค (Pack) และการจัดส่ง (Ship) ซึ่งทุกขั้นตอนจะถูกบันทึกและควบคุมผ่านระบบหลังบ้าน เช่น ระบบ WMS หรือระบบ OMS ที่สามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ แตกต่างจากคลังสินค้าทั่วไปตรงที่เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ของตัวเอง ไม่ต้องลงแรงจัดการเองให้วุ่นวาย แถมยังสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสินค้าได้ตลอดเวลา เหมาะกับผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการโฟกัสแค่เรื่องการขายเป็นหลัก แล้วปล่อยให้มืออาชีพดูแลหลังบ้านให้ครบจบในที่เดียว   รูปแบบของคลังสินค้าออนไลน์ มีอะไรบ้าง เมื่อพูดถึงคลังสินค้าออนไลน์ หลายคนอาจนึกถึงแค่ “ชั้นวางของในโกดัง” แต่จริง ๆ แล้ว การจัดเก็บสินค้าให้เหมาะสมกับลักษณะของสินค้าแต่ละประเภทก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของระบบ Fulfillment ครับ […]

SLA คืออะไร กับ 3 ตัวชี้วัด Marketplace ที่คนขายออนไลน์จะต้องรู้

ถ้าให้พูดถึงการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนี้ก็คงเป็นช่องทาง Marketplace ที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่างช่องทางการขาย Lazada, Shopee, TikTok Shop ซึ่งแน่นอนว่าการที่ได้รับความสนใจสิ่งที่เพิ่มมากขึ้นตามมาด้วยก็คือการแข่งขันของร้านค้าออนไลน์ใน Marketplace เพราะประเภทสินค้าที่เหมือนกันหรือมีความคล้ายกันก็จะทำให้ผู้ซื้อเกิดการเปรียบเทียบก่อนซื้อ และเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ ร้านค้าออนไลน์ควรต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้และทำให้แบรนด์เติบโตได้ในระยะยาว  SLA คือข้อตกลงระดับการให้บริการที่ผู้ขายต้องปฏิบัติตาม ดังนั้น บทความนี้เราจะมาพูดถึงปัจจัยที่เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ร้านค้ามีเรตติ้งคะแนนร้านค้าที่ดีและเป็นส่วนช่วยทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อีกด้วยนั้นก็คือ SLA (Service Level Agreement) แน่นอนว่าการมีเรตติ้งร้านค้าที่ดีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากความคาดหวังของลูกค้ามีสูงขึ้นเรื่อย ๆ การรักษามาตรฐาน SLA ที่ดีจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ทั้งในเรื่องของความรวดเร็วในการจัดการออเดอร์ไปจนถึงจัดส่ง คุณภาพของสินค้าที่ตรงตามที่ระบุ และการให้บริการลูกค้าอย่างมืออาชีพ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว  SLA คืออะไร?  Service Level Agreement หรือ SLA คือข้อตกลงในการให้บริการระหว่างร้านค้าและแพลตฟอร์มการขาย ซึ่งก็จะเป็นในส่วนข้อตกลงในการให้บริการเพื่อวัดคุณภาพการจัดส่งของร้านค้า การที่ร้านค้าปฏิบัติตามข้อตกลง SLA ของแพลตฟอร์มจะช่วยให้ร้านค้า ไม่โดนคะแนนบทลงโทษ สามารถเข้าร่วมแคมเปญใหญ่ ๆ เพิ่มโอกาสในการขาย และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า SLA ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง  การทำธุรกิจออนไลน์บน Marketplace […]

SIPS ShopeePay คืออะไร โปรแกรมใหม่ช่วยร้านค้าขายต่างประเทศบน Shopee

ก้าวหน้าไปอีกขั้นสำหรับการขาย E-Commerce ที่ต้องการขยายธุรกิจไปตลาดต่างประเทศ แพลตฟอร์ม E-Commerce เองก็มีส่วนช่วย หรือเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขายในการขยายธุรกิจไปขายยังลูกค้าต่างประเทศ อาทิเช่น Taobao หรือ Tmall ในจีนที่สนับสนุนธุรกิจในยุโรปให้เข้ามาขายในจีนได้อย่างง่ายมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องมีร้านค้าแบบออฟไลน์ในประเทศจีนด้วยซ้ำไป            ซึ่งก็มีหลาย ๆ แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจากความช่วยเหลือ หรืออำนวยความสะดวกจากแพลตฟอร์ม แต่ก็ไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่จะสำเร็จ เพราะผู้บริโภคเองก็มีสิทธ์ที่จะเลือกซื้อสินค้าที่โดดเด่น แตกต่างจากแค่การตัดราคากัน หรือมีคุณภาพสูงดึงดูดให้ลูกค้าสนใจ            สำหรับในไทยเองแพลตฟอร์ม E-Commerce บางเจ้าก็เริ่มมีโปรแกรมสนับสนุนผู้ขายดังกล่าว เพื่อช่วยให้ร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มเข้าถึงลูกค้าต่างชาติได้ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น วันนี้ MyCloud มีตัวอย่างโปรแกรม Shopee International Platform จาก Shopee ที่น่าสนใจมาก ๆ มาแนะนำให้ผู้ขายรู้จักกันค่ะ  โปรแกรม SIP คืออะไร?  พ่อค้าแม่ค้า Shopee รู้หรือยังคะ? ตอนนี้ Shopee มีโปรแกรมดี ๆ ที่ช่วยให้คุณสามารถขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศได้ง่ายขึ้นแบบไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเลยค่ะ นั่นคือ โปรแกรม Shopee International Platform หรือ SIP นั่นเอง! […]

คลังสินค้าออนไลน์ที่ดี ต้องเป็นอย่างไร? สต๊อกตรง‑แพ็กทัน ภายใน 24 ชม.

การทำคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีหรือ Warehouse Online จะต้องรู้จักการบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบให้มีประสิทธิภาพ คือต้องมีระบบที่ออนไลน์สามารถตรวจสอบได้ทุกการเคลื่อนไหวของสินค้านั้นเองครับ เนื่องจากบริการคลังสินค้ามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบสินค้ามากมายจากหลากหลายบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยจัดเก็บสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการที่ไม่สะดวกหรือไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดเก็บสินค้า และไม่ใช่แค่ให้บริการพื้นที่แก่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่รวมไปถึงการควบคุม ดูเเล และตรวจสอบคุณภาพสินค้า โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของธุรกิจคู่ค้าและลูกค้าผู้รับสินค้า เรามาดูกันดีกว่าครับว่าคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีเป็นอย่างไร ? คลังสินค้าออนไลน์ คืออะไร คลังสินค้าออนไลน์ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า Warehouse Online คือการจัดเก็บและบริหารสินค้าผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการรับสินค้าเข้า (Inbound), การจัดเก็บ (Storage), การหยิบสินค้า (Pick), การแพ็ค (Pack) และการจัดส่ง (Ship) ซึ่งทุกขั้นตอนจะถูกบันทึกและควบคุมผ่านระบบหลังบ้าน เช่น ระบบ WMS หรือระบบ OMS ที่สามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ แตกต่างจากคลังสินค้าทั่วไปตรงที่เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ของตัวเอง ไม่ต้องลงแรงจัดการเองให้วุ่นวาย แถมยังสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสินค้าได้ตลอดเวลา เหมาะกับผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการโฟกัสแค่เรื่องการขายเป็นหลัก แล้วปล่อยให้มืออาชีพดูแลหลังบ้านให้ครบจบในที่เดียว   รูปแบบของคลังสินค้าออนไลน์ มีอะไรบ้าง เมื่อพูดถึงคลังสินค้าออนไลน์ หลายคนอาจนึกถึงแค่ “ชั้นวางของในโกดัง” แต่จริง ๆ แล้ว การจัดเก็บสินค้าให้เหมาะสมกับลักษณะของสินค้าแต่ละประเภทก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของระบบ Fulfillment ครับ […]

SLA คืออะไร กับ 3 ตัวชี้วัด Marketplace ที่คนขายออนไลน์จะต้องรู้

ถ้าให้พูดถึงการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนี้ก็คงเป็นช่องทาง Marketplace ที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่างช่องทางการขาย Lazada, Shopee, TikTok Shop ซึ่งแน่นอนว่าการที่ได้รับความสนใจสิ่งที่เพิ่มมากขึ้นตามมาด้วยก็คือการแข่งขันของร้านค้าออนไลน์ใน Marketplace เพราะประเภทสินค้าที่เหมือนกันหรือมีความคล้ายกันก็จะทำให้ผู้ซื้อเกิดการเปรียบเทียบก่อนซื้อ และเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ ร้านค้าออนไลน์ควรต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้และทำให้แบรนด์เติบโตได้ในระยะยาว  SLA คือข้อตกลงระดับการให้บริการที่ผู้ขายต้องปฏิบัติตาม ดังนั้น บทความนี้เราจะมาพูดถึงปัจจัยที่เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ร้านค้ามีเรตติ้งคะแนนร้านค้าที่ดีและเป็นส่วนช่วยทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อีกด้วยนั้นก็คือ SLA (Service Level Agreement) แน่นอนว่าการมีเรตติ้งร้านค้าที่ดีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากความคาดหวังของลูกค้ามีสูงขึ้นเรื่อย ๆ การรักษามาตรฐาน SLA ที่ดีจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ทั้งในเรื่องของความรวดเร็วในการจัดการออเดอร์ไปจนถึงจัดส่ง คุณภาพของสินค้าที่ตรงตามที่ระบุ และการให้บริการลูกค้าอย่างมืออาชีพ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว  SLA คืออะไร?  Service Level Agreement หรือ SLA คือข้อตกลงในการให้บริการระหว่างร้านค้าและแพลตฟอร์มการขาย ซึ่งก็จะเป็นในส่วนข้อตกลงในการให้บริการเพื่อวัดคุณภาพการจัดส่งของร้านค้า การที่ร้านค้าปฏิบัติตามข้อตกลง SLA ของแพลตฟอร์มจะช่วยให้ร้านค้า ไม่โดนคะแนนบทลงโทษ สามารถเข้าร่วมแคมเปญใหญ่ ๆ เพิ่มโอกาสในการขาย และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า SLA ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง  การทำธุรกิจออนไลน์บน Marketplace […]

SIPS ShopeePay คืออะไร โปรแกรมใหม่ช่วยร้านค้าขายต่างประเทศบน Shopee

ก้าวหน้าไปอีกขั้นสำหรับการขาย E-Commerce ที่ต้องการขยายธุรกิจไปตลาดต่างประเทศ แพลตฟอร์ม E-Commerce เองก็มีส่วนช่วย หรือเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขายในการขยายธุรกิจไปขายยังลูกค้าต่างประเทศ อาทิเช่น Taobao หรือ Tmall ในจีนที่สนับสนุนธุรกิจในยุโรปให้เข้ามาขายในจีนได้อย่างง่ายมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องมีร้านค้าแบบออฟไลน์ในประเทศจีนด้วยซ้ำไป            ซึ่งก็มีหลาย ๆ แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจากความช่วยเหลือ หรืออำนวยความสะดวกจากแพลตฟอร์ม แต่ก็ไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่จะสำเร็จ เพราะผู้บริโภคเองก็มีสิทธ์ที่จะเลือกซื้อสินค้าที่โดดเด่น แตกต่างจากแค่การตัดราคากัน หรือมีคุณภาพสูงดึงดูดให้ลูกค้าสนใจ            สำหรับในไทยเองแพลตฟอร์ม E-Commerce บางเจ้าก็เริ่มมีโปรแกรมสนับสนุนผู้ขายดังกล่าว เพื่อช่วยให้ร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มเข้าถึงลูกค้าต่างชาติได้ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น วันนี้ MyCloud มีตัวอย่างโปรแกรม Shopee International Platform จาก Shopee ที่น่าสนใจมาก ๆ มาแนะนำให้ผู้ขายรู้จักกันค่ะ  โปรแกรม SIP คืออะไร?  พ่อค้าแม่ค้า Shopee รู้หรือยังคะ? ตอนนี้ Shopee มีโปรแกรมดี ๆ ที่ช่วยให้คุณสามารถขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศได้ง่ายขึ้นแบบไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเลยค่ะ นั่นคือ โปรแกรม Shopee International Platform หรือ SIP นั่นเอง! […]