Knowledge Center

Late Shipment Rate คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อการขายของออนไลน์ 

ส่งพัสดุ

สินค้าจะมาถึงเมื่อไหร่คะ?” “ทำไมส่งช้าจัง” “ขอยกเลิกออเดอร์ดีกว่า” คำบ่นเหล่านี้คงเป็นฝันร้ายของผู้ขายออนไลน์หลายคน ยิ่งในยุคที่ลูกค้าต้องการความรวดเร็ว การจัดส่งล่าช้าเพียงไม่กี่ออเดอร์ก็อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของร้านค้าได้ Late Shipment Rate จึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ผู้ขายออนไลน์ต้องจับตามอง เพราะไม่เพียงกระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้า แต่ยังส่งผลต่อยอดขายและการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว มาทำความรู้จักกับอัตราการจัดส่งสินค้าล่าช้าให้มากขึ้น ในบทความนี้กัน

Late Shipment Rate คืออะไร 

Late Shipment Rate หรือ LSR คือเกณฑ์กำหนดบน Shopee ที่แสดงถึงจำนวนออเดอร์ที่มีการจัดส่งล่าช้า เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนออเดอร์ทั้งหมดในช่วงเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปจะวัดผลในช่วง 7 วันย้อนหลัง ซึ่งการจัดส่งล่าช้าในที่นี้ หมายถึงการที่ผู้ขายไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด (Delivery Time Standard หรือ DTS) ซึ่งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่าง ๆ จะมีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานเพื่อควบคุมคุณภาพการให้บริการและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับระบบ 

อัตราการจัดส่งสินค้าล่าช้า มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง 

สาเหตุของการ Late Shipment Rate มักเกิดจากหลายปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่

  • การจัดการสต๊อกสินค้าที่ไม่มีประสิทธิภาพ เช่น การไม่อัปเดตจำนวนสินค้าในระบบหรือการขายเกินสต๊อก 
  • กระบวนการแพ็คสินค้าที่ล่าช้าเนื่องจากขาดระบบจัดการที่ดี
  • การเลือกใช้บริการขนส่งที่ไม่เหมาะสมกับประเภทสินค้าหรือพื้นที่จัดส่ง
  • ปัญหาด้านบุคลากรหรือแรงงานไม่เพียงพอในช่วงที่มีออเดอร์จำนวนมาก
  • การไม่วางแผนรับมือกับช่วงเทศกาลหรือโปรโมชันพิเศษที่มียอดสั่งซื้อสูง  
แพ็คสินค้าไม่ทัน

วิธีการคำนวณอัตรา Late Shipment Rate 

Late Shipment Rate (LSR) จะสามารถคำนวณได้จากจำนวนคำสั่งซื้อที่จัดส่ง หลังจากวันที่ต้องจัดส่ง (DTS) โดยจะเป็นระยะเวลาที่แพลตฟอร์ม Shopee นั้นเป็นผู้กำหนด ในกรณีนี้ จะไม่นับรวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันอาทิตย์ เนื่องจากเป็นวันหยุดทำการของหลาย ๆ บริษัทขนส่ง อย่างไรก็ตาม วิธีการคำนวณอัตรา LSR สามารถคำนวณได้ ดังนี้  

(จำนวนออเดอร์ที่จัดส่งล่าช้า ÷ จำนวนออเดอร์ทั้งหมดในช่วง 7 วัน) =  อัตราการจัดส่งสินค้าล่าช้า (LSR) 

ตัวอย่างการคำนวณ

เช่น ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ร้านค้า M มีจำนวนคำสั่งซื้อทั้งหมด 300 ออเดอร์ และมีจำนวนออเดอร์ที่จัดส่งล่าช้า 45 รายการ LSR = (45 ÷ 100) = 45% ดังนั้น อัตรา LSR ของร้าน M จะอยู่ที่ 45% 

โดยทั่วไป Shopee จะกำหนดเกณฑ์ LSR ไว้ที่ไม่เกิน 10% เพื่อรักษามาตรฐานการบริการ หากร้านที่คำนวณออกมาแล้วเกินกว่าระดับที่กำหนดไว้ ก็อาจจะเสียสิทธิประโยชน์ เช่น ไม่ได้เข้าร่วมแคมเปญต่าง ๆ ยอดขายลดลง เป็นต้น 

ทำไม Late Shipment Rate (LSR) ถึงสำคัญ

อัตราการจัดส่งสินค้าล่าช้า (Late Shipment Rate) เป็นตัวชี้วัดที่ส่งผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของร้านค้าออนไลน์ หากอัตราการจัดส่งล่าช้าสูง อาจส่งผลกระทบต่อคะแนนของร้าน อาจถูกลดโอกาสการมองเห็นร้านค้าได้ และยังส่งผลให้ร้านค้าอาจจะได้รีวิวในเชิงลบได้ และหากร้านค้ามี LSR สูงกว่าเกณฑ์ บัญชีร้านค้าของคุณอาจถูกระงับบัญชีได้ เพราะฉะนั้น การบริหารจัดการออเดอร์ให้ส่งตรงเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดอัตรา Late Shipment Rate และรักษาความพึงพอใจของลูกค้า ให้ธุรกิจของคุณสามารถเจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืน 

หากร้านค้ามีอัตราการจัดส่งสินค้าล่าช้า (LSR) เกินกำหนด จะส่งผลเสียต่อร้านค้าอย่างไรบ้าง 

กรณีที่ร้านค้ามีอัตรา Late Shipment Rate (LSR) เกินกำหนด ร้านค้าจะได้รับคะแนนความประพฤติในแต่ละครั้ง หากร้านไหนมีคะแนนสะสมเยอะก็จะถูกตัดสิทธิประโยชน์ เช่น

  • คะแนนความประพฤติสะสม 3 – 5 คะแนน จะถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมแคมเปญ
  • คะแนนความประพฤติสะสม 6 – 8 คะแนน ถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมแคมเปญ ไม่ได้เงินสนับสนุนค่าจัดส่ง และถูกลดการมองเห็นรายการสินค้า 
  • คะแนนความประพฤติสะสม 9 – 11 คะแนน ถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมแคมเปญ ไม่ได้เงินสนับสนุนค่าจัดส่ง ถูกลดการมองเห็นรายการสินค้า รวมถึงร้านค้าก็จะถูกตัดสิทธิ์การเข้าถึงรายการสินค้าของร้านด้วยเช่นกัน 
  • คะแนนความประพฤติสะสม 12 – 14 คะแนน ถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมแคมเปญ ไม่ได้เงินสนับสนุนค่าจัดส่ง ถูกลดการมองเห็นรายการสินค้าร้านค้าถูกตัดสิทธิ์การเข้าถึงรายการสินค้าของร้าน และถูกตัดสิทธิ์การเพิ่มและแก้ไขข้อมูลสินค้า
  • คะแนนความประพฤติสะสม มากกว่า 15 คะแนน ถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมแคมเปญ ไม่ได้เงินสนับสนุนค่าจัดส่ง ถูกลดการมองเห็นรายการสินค้าร้านค้าถูกตัดสิทธิ์การเข้าถึงรายการสินค้าของร้าน ถูกตัดสิทธิ์การเพิ่มและแก้ไขข้อมูลสินค้า และจะถูกระงับบัญชีในที่สุด  

จบปัญหาส่งสินค้าช้าด้วยบริการ Fulfillment Solutions จาก MyCloud ครบ จบ ในที่เดียว 

ปัญหาสต๊อกสินค้าไม่ตรงกับจำนวนในระบบ การแพ็คสินค้าที่ล่าช้าในช่วงยอดขายพุ่งหรือการติดตามสถานะการจัดส่งที่ซับซ้อน ล้วนส่งผลให้เกิดการจัดส่งล่าช้าและกระทบต่อความน่าเชื่อถือของร้านค้า MyCloud Fulfillment เข้าใจปัญหาเหล่านี้ดี จึงพัฒนา Fulfillment Solutions ครบวงจรที่ช่วยจัดการทุกขั้นตอน ตั้งแต่ระบบคลังสินค้าอัจฉริยะที่อัปเดตสต๊อกแบบเรียลไทม์ บริการแพ็คและจัดส่งที่รวดเร็วพร้อมการรับประกันเวลาจัดส่ง ระบบติดตามสถานะแบบ Real-time และทีมสนับสนุนมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาตลอด 365 วัน ช่วยให้ร้านค้าของคุณรักษา Late Shipment Rate ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดปัญหาส่งสินค้าช้าอีกต่อไปอีกด้วย

กำลังแพ็คสินค้าส่งให้ลูกค้า

สรุปบทความ 

ถึงเวลาต้องยอมรับว่าโลกของการค้าออนไลน์ได้เปลี่ยนไป การจัดส่งล่าช้าแม้เพียงไม่กี่ออเดอร์หรือแม้แต่วันเดียวอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเสียลูกค้าและโอกาสทางธุรกิจแล้ว Late Shipment Rate จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขที่แสดงอัตราการส่งสินค้าล่าช้า แต่เป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและความอยู่รอดของธุรกิจ เพื่อป้องกันไม่ให้ยอดขายของคุณตก ควรเริ่มจากการปรับระบบการทำงานทั้งหมด ตั้งแต่การจัดการคลังสินค้า การวางแผนกำลังคน ไปจนถึงการเลือกพาร์ทเนอร์ด้านโลจิสติกส์ที่ใช่ ซึ่ง MyCloud Fulfillment พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดส่งของคุณ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน  

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ https://www.mycloudfulfillment.com/quotation 

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร: 092-472-7742, 02-138-9920

อีเมล: [email protected] 

line: @mycloudgroup

MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก

บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

คลังสินค้าออนไลน์ที่ดี ต้องเป็นอย่างไร? สต๊อกตรง‑แพ็กทัน ภายใน 24 ชม.

การทำคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีหรือ Warehouse Online จะต้องรู้จักการบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบให้มีประสิทธิภาพ คือต้องมีระบบที่ออนไลน์สามารถตรวจสอบได้ทุกการเคลื่อนไหวของสินค้านั้นเองครับ เนื่องจากบริการคลังสินค้ามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบสินค้ามากมายจากหลากหลายบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยจัดเก็บสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการที่ไม่สะดวกหรือไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดเก็บสินค้า และไม่ใช่แค่ให้บริการพื้นที่แก่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่รวมไปถึงการควบคุม ดูเเล และตรวจสอบคุณภาพสินค้า โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของธุรกิจคู่ค้าและลูกค้าผู้รับสินค้า เรามาดูกันดีกว่าครับว่าคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีเป็นอย่างไร ? คลังสินค้าออนไลน์ คืออะไร คลังสินค้าออนไลน์ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า Warehouse Online คือการจัดเก็บและบริหารสินค้าผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการรับสินค้าเข้า (Inbound), การจัดเก็บ (Storage), การหยิบสินค้า (Pick), การแพ็ค (Pack) และการจัดส่ง (Ship) ซึ่งทุกขั้นตอนจะถูกบันทึกและควบคุมผ่านระบบหลังบ้าน เช่น ระบบ WMS หรือระบบ OMS ที่สามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ แตกต่างจากคลังสินค้าทั่วไปตรงที่เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ของตัวเอง ไม่ต้องลงแรงจัดการเองให้วุ่นวาย แถมยังสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสินค้าได้ตลอดเวลา เหมาะกับผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการโฟกัสแค่เรื่องการขายเป็นหลัก แล้วปล่อยให้มืออาชีพดูแลหลังบ้านให้ครบจบในที่เดียว   รูปแบบของคลังสินค้าออนไลน์ มีอะไรบ้าง เมื่อพูดถึงคลังสินค้าออนไลน์ หลายคนอาจนึกถึงแค่ “ชั้นวางของในโกดัง” แต่จริง ๆ แล้ว การจัดเก็บสินค้าให้เหมาะสมกับลักษณะของสินค้าแต่ละประเภทก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของระบบ Fulfillment ครับ […]

Inventory Management คืออะไร มีประเภท มีประโยชน์อย่างไรบ้าง 

การบริหารจัดการสินค้าในคลังเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะธุรกิจ E-commerce ที่ต้องการความแม่นยำและรวดเร็วในการจัดการสต็อกสินค้า Inventory Management คือระบบที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตาม วางแผนและควบคุมสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มั่นใจได้ว่ามีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ขณะเดียวกันก็ไม่มีสินค้าค้างสต็อกมากเกินไปจนกระทบต่อต้นทุน บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับระบบ Inventory Management กันว่าคืออะไร มีกี่ประเภทและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง    Inventory Management คืออะไร Inventory Management คือกระบวนการบริหารจัดการคลังสินค้าแบบครบวงจร ที่ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนสต็อกสินค้า การติดตามการไหลเวียนของสินค้าตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการจัดเก็บและการขาย โดยจะช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการสินค้าให้มีปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา ลดภาระในการเก็บสินค้ามากเกินความจำเป็น และช่วยให้มีสินค้าพร้อมจำหน่ายได้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด นอกจากนี้ Inventory Management ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน  ประเภทของสินค้าคงคลัง การจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Management) ที่มีประสิทธิภาพเริ่มต้นจากความเข้าใจในประเภทของสินค้าที่จัดเก็บ เพราะสินค้าแต่ละประเภทต้องการการดูแลและจัดการที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะ Inventory Management คือระบบที่ต้องรองรับการจัดการสินค้าทุกประเภทอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถแยกออกได้ 4 ประเภท ดังนี้    สินค้าพร้อมขาย  สินค้าที่เตรียมพร้อมสำหรับการจัดส่งให้ลูกค้าทันทีที่มีคำสั่งซื้อเข้ามา ดังนั้น การบริหารสินค้าคงคลังหรือ Inventory Management คือตัวช่วยหลังบ้านที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้ร้านค้าสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และจัดส่งสินค้าตามระยะเวลา (SLA) ได้ตาามกำหนด […]

วิธีชนะข้อพิพาท Shopee “สินค้าตีคืน” สำหรับร้านค้าออนไลน์

“ลูกค้ากดขอคืนเงิน แต่ไม่ยอมคืนของ” หรือ “ลูกค้าแจ้งว่าได้ของไม่ครบ ทั้งที่เรามั่นใจว่าแพ็คไปครบ” ปัญหาโลกแตกเหล่านี้คือสิ่งที่ร้านค้าออนไลน์ต้องเจอ และถ้าเตรียมหลักฐานไม่ดีพอ คุณอาจเสียทั้งเงิน เสียทั้งของ และเสียคะแนนร้านค้า! บทความนี้ MyCloud Fulfillment จะพาไปเจาะลึก “วิธีชนะข้อพิพาท Shopee” กรณีสินค้าตีคืน ด้วยการเตรียมหลักฐานให้ Shopee ตัดสินให้เราชนะ พร้อมแนะนำตัวช่วยอย่างระบบ Fulfillment ที่จะทำให้คุณมีหลักฐานพร้อมสู้คดีได้ในไม่กี่คลิก ข้อพิพาท Shopee คืออะไร? ข้อพิพาท Shopee (Shopee Dispute) คือ กระบวนการที่ Shopee เข้ามาทำหน้าที่เป็น ‘คนกลาง’ ในการตัดสินความขัดแย้งระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อลูกค้ากดยื่นคำร้องขอคืนเงิน/คืนสินค้า แต่ร้านค้ากด ‘ปฏิเสธ’ คำร้องนั้น ข้อพิพาท Shopee เกิดขึ้นตอนไหนบ้าง? อยากชนะข้อพิพาท Shopee ต้องใช้อะไรบ้าง?  สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ร้านค้าชนะข้อพิพาทคือ “หลักฐานที่ไม่สามารถโต้แย้งได้”  เช่น วิดีโอตอนแกะกล่อง, วิดีโอตอนแพ็กของ, ภาพถ่ายสินค้า 5 ขั้นตอนยื่นหลักฐานให้ “ชนะใสๆ” […]

คลังสินค้าออนไลน์ที่ดี ต้องเป็นอย่างไร? สต๊อกตรง‑แพ็กทัน ภายใน 24 ชม.

การทำคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีหรือ Warehouse Online จะต้องรู้จักการบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบให้มีประสิทธิภาพ คือต้องมีระบบที่ออนไลน์สามารถตรวจสอบได้ทุกการเคลื่อนไหวของสินค้านั้นเองครับ เนื่องจากบริการคลังสินค้ามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบสินค้ามากมายจากหลากหลายบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยจัดเก็บสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการที่ไม่สะดวกหรือไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดเก็บสินค้า และไม่ใช่แค่ให้บริการพื้นที่แก่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่รวมไปถึงการควบคุม ดูเเล และตรวจสอบคุณภาพสินค้า โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของธุรกิจคู่ค้าและลูกค้าผู้รับสินค้า เรามาดูกันดีกว่าครับว่าคลังสินค้าออนไลน์ที่ดีเป็นอย่างไร ? คลังสินค้าออนไลน์ คืออะไร คลังสินค้าออนไลน์ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า Warehouse Online คือการจัดเก็บและบริหารสินค้าผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการรับสินค้าเข้า (Inbound), การจัดเก็บ (Storage), การหยิบสินค้า (Pick), การแพ็ค (Pack) และการจัดส่ง (Ship) ซึ่งทุกขั้นตอนจะถูกบันทึกและควบคุมผ่านระบบหลังบ้าน เช่น ระบบ WMS หรือระบบ OMS ที่สามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ แตกต่างจากคลังสินค้าทั่วไปตรงที่เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ของตัวเอง ไม่ต้องลงแรงจัดการเองให้วุ่นวาย แถมยังสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสินค้าได้ตลอดเวลา เหมาะกับผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการโฟกัสแค่เรื่องการขายเป็นหลัก แล้วปล่อยให้มืออาชีพดูแลหลังบ้านให้ครบจบในที่เดียว   รูปแบบของคลังสินค้าออนไลน์ มีอะไรบ้าง เมื่อพูดถึงคลังสินค้าออนไลน์ หลายคนอาจนึกถึงแค่ “ชั้นวางของในโกดัง” แต่จริง ๆ แล้ว การจัดเก็บสินค้าให้เหมาะสมกับลักษณะของสินค้าแต่ละประเภทก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของระบบ Fulfillment ครับ […]

Inventory Management คืออะไร มีประเภท มีประโยชน์อย่างไรบ้าง 

การบริหารจัดการสินค้าในคลังเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะธุรกิจ E-commerce ที่ต้องการความแม่นยำและรวดเร็วในการจัดการสต็อกสินค้า Inventory Management คือระบบที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตาม วางแผนและควบคุมสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มั่นใจได้ว่ามีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ขณะเดียวกันก็ไม่มีสินค้าค้างสต็อกมากเกินไปจนกระทบต่อต้นทุน บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับระบบ Inventory Management กันว่าคืออะไร มีกี่ประเภทและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง    Inventory Management คืออะไร Inventory Management คือกระบวนการบริหารจัดการคลังสินค้าแบบครบวงจร ที่ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนสต็อกสินค้า การติดตามการไหลเวียนของสินค้าตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการจัดเก็บและการขาย โดยจะช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการสินค้าให้มีปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา ลดภาระในการเก็บสินค้ามากเกินความจำเป็น และช่วยให้มีสินค้าพร้อมจำหน่ายได้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด นอกจากนี้ Inventory Management ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน  ประเภทของสินค้าคงคลัง การจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Management) ที่มีประสิทธิภาพเริ่มต้นจากความเข้าใจในประเภทของสินค้าที่จัดเก็บ เพราะสินค้าแต่ละประเภทต้องการการดูแลและจัดการที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะ Inventory Management คือระบบที่ต้องรองรับการจัดการสินค้าทุกประเภทอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถแยกออกได้ 4 ประเภท ดังนี้    สินค้าพร้อมขาย  สินค้าที่เตรียมพร้อมสำหรับการจัดส่งให้ลูกค้าทันทีที่มีคำสั่งซื้อเข้ามา ดังนั้น การบริหารสินค้าคงคลังหรือ Inventory Management คือตัวช่วยหลังบ้านที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้ร้านค้าสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และจัดส่งสินค้าตามระยะเวลา (SLA) ได้ตาามกำหนด […]

วิธีชนะข้อพิพาท Shopee “สินค้าตีคืน” สำหรับร้านค้าออนไลน์

“ลูกค้ากดขอคืนเงิน แต่ไม่ยอมคืนของ” หรือ “ลูกค้าแจ้งว่าได้ของไม่ครบ ทั้งที่เรามั่นใจว่าแพ็คไปครบ” ปัญหาโลกแตกเหล่านี้คือสิ่งที่ร้านค้าออนไลน์ต้องเจอ และถ้าเตรียมหลักฐานไม่ดีพอ คุณอาจเสียทั้งเงิน เสียทั้งของ และเสียคะแนนร้านค้า! บทความนี้ MyCloud Fulfillment จะพาไปเจาะลึก “วิธีชนะข้อพิพาท Shopee” กรณีสินค้าตีคืน ด้วยการเตรียมหลักฐานให้ Shopee ตัดสินให้เราชนะ พร้อมแนะนำตัวช่วยอย่างระบบ Fulfillment ที่จะทำให้คุณมีหลักฐานพร้อมสู้คดีได้ในไม่กี่คลิก ข้อพิพาท Shopee คืออะไร? ข้อพิพาท Shopee (Shopee Dispute) คือ กระบวนการที่ Shopee เข้ามาทำหน้าที่เป็น ‘คนกลาง’ ในการตัดสินความขัดแย้งระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อลูกค้ากดยื่นคำร้องขอคืนเงิน/คืนสินค้า แต่ร้านค้ากด ‘ปฏิเสธ’ คำร้องนั้น ข้อพิพาท Shopee เกิดขึ้นตอนไหนบ้าง? อยากชนะข้อพิพาท Shopee ต้องใช้อะไรบ้าง?  สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ร้านค้าชนะข้อพิพาทคือ “หลักฐานที่ไม่สามารถโต้แย้งได้”  เช่น วิดีโอตอนแกะกล่อง, วิดีโอตอนแพ็กของ, ภาพถ่ายสินค้า 5 ขั้นตอนยื่นหลักฐานให้ “ชนะใสๆ” […]