Knowledge Center

Late Shipment Rate คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อการขายของออนไลน์ 

ส่งพัสดุ

สินค้าจะมาถึงเมื่อไหร่คะ?” “ทำไมส่งช้าจัง” “ขอยกเลิกออเดอร์ดีกว่า” คำบ่นเหล่านี้คงเป็นฝันร้ายของผู้ขายออนไลน์หลายคน ยิ่งในยุคที่ลูกค้าต้องการความรวดเร็ว การจัดส่งล่าช้าเพียงไม่กี่ออเดอร์ก็อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของร้านค้าได้ Late Shipment Rate จึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ผู้ขายออนไลน์ต้องจับตามอง เพราะไม่เพียงกระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้า แต่ยังส่งผลต่อยอดขายและการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว มาทำความรู้จักกับอัตราการจัดส่งสินค้าล่าช้าให้มากขึ้น ในบทความนี้กัน

Late Shipment Rate คืออะไร 

Late Shipment Rate หรือ LSR คือเกณฑ์กำหนดบน Shopee ที่แสดงถึงจำนวนออเดอร์ที่มีการจัดส่งล่าช้า เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนออเดอร์ทั้งหมดในช่วงเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปจะวัดผลในช่วง 7 วันย้อนหลัง ซึ่งการจัดส่งล่าช้าในที่นี้ หมายถึงการที่ผู้ขายไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด (Delivery Time Standard หรือ DTS) ซึ่งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่าง ๆ จะมีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานเพื่อควบคุมคุณภาพการให้บริการและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับระบบ 

อัตราการจัดส่งสินค้าล่าช้า มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง 

สาเหตุของการ Late Shipment Rate มักเกิดจากหลายปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่

  • การจัดการสต๊อกสินค้าที่ไม่มีประสิทธิภาพ เช่น การไม่อัปเดตจำนวนสินค้าในระบบหรือการขายเกินสต๊อก 
  • กระบวนการแพ็คสินค้าที่ล่าช้าเนื่องจากขาดระบบจัดการที่ดี
  • การเลือกใช้บริการขนส่งที่ไม่เหมาะสมกับประเภทสินค้าหรือพื้นที่จัดส่ง
  • ปัญหาด้านบุคลากรหรือแรงงานไม่เพียงพอในช่วงที่มีออเดอร์จำนวนมาก
  • การไม่วางแผนรับมือกับช่วงเทศกาลหรือโปรโมชันพิเศษที่มียอดสั่งซื้อสูง  
แพ็คสินค้าไม่ทัน

วิธีการคำนวณอัตรา Late Shipment Rate 

Late Shipment Rate (LSR) จะสามารถคำนวณได้จากจำนวนคำสั่งซื้อที่จัดส่ง หลังจากวันที่ต้องจัดส่ง (DTS) โดยจะเป็นระยะเวลาที่แพลตฟอร์ม Shopee นั้นเป็นผู้กำหนด ในกรณีนี้ จะไม่นับรวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันอาทิตย์ เนื่องจากเป็นวันหยุดทำการของหลาย ๆ บริษัทขนส่ง อย่างไรก็ตาม วิธีการคำนวณอัตรา LSR สามารถคำนวณได้ ดังนี้  

(จำนวนออเดอร์ที่จัดส่งล่าช้า ÷ จำนวนออเดอร์ทั้งหมดในช่วง 7 วัน) =  อัตราการจัดส่งสินค้าล่าช้า (LSR) 

ตัวอย่างการคำนวณ

เช่น ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ร้านค้า M มีจำนวนคำสั่งซื้อทั้งหมด 300 ออเดอร์ และมีจำนวนออเดอร์ที่จัดส่งล่าช้า 45 รายการ LSR = (45 ÷ 100) = 45% ดังนั้น อัตรา LSR ของร้าน M จะอยู่ที่ 45% 

โดยทั่วไป Shopee จะกำหนดเกณฑ์ LSR ไว้ที่ไม่เกิน 10% เพื่อรักษามาตรฐานการบริการ หากร้านที่คำนวณออกมาแล้วเกินกว่าระดับที่กำหนดไว้ ก็อาจจะเสียสิทธิประโยชน์ เช่น ไม่ได้เข้าร่วมแคมเปญต่าง ๆ ยอดขายลดลง เป็นต้น 

ทำไม Late Shipment Rate (LSR) ถึงสำคัญ

อัตราการจัดส่งสินค้าล่าช้า (Late Shipment Rate) เป็นตัวชี้วัดที่ส่งผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของร้านค้าออนไลน์ หากอัตราการจัดส่งล่าช้าสูง อาจส่งผลกระทบต่อคะแนนของร้าน อาจถูกลดโอกาสการมองเห็นร้านค้าได้ และยังส่งผลให้ร้านค้าอาจจะได้รีวิวในเชิงลบได้ และหากร้านค้ามี LSR สูงกว่าเกณฑ์ บัญชีร้านค้าของคุณอาจถูกระงับบัญชีได้ เพราะฉะนั้น การบริหารจัดการออเดอร์ให้ส่งตรงเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดอัตรา Late Shipment Rate และรักษาความพึงพอใจของลูกค้า ให้ธุรกิจของคุณสามารถเจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืน 

หากร้านค้ามีอัตราการจัดส่งสินค้าล่าช้า (LSR) เกินกำหนด จะส่งผลเสียต่อร้านค้าอย่างไรบ้าง 

กรณีที่ร้านค้ามีอัตรา Late Shipment Rate (LSR) เกินกำหนด ร้านค้าจะได้รับคะแนนความประพฤติในแต่ละครั้ง หากร้านไหนมีคะแนนสะสมเยอะก็จะถูกตัดสิทธิประโยชน์ เช่น

  • คะแนนความประพฤติสะสม 3 – 5 คะแนน จะถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมแคมเปญ
  • คะแนนความประพฤติสะสม 6 – 8 คะแนน ถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมแคมเปญ ไม่ได้เงินสนับสนุนค่าจัดส่ง และถูกลดการมองเห็นรายการสินค้า 
  • คะแนนความประพฤติสะสม 9 – 11 คะแนน ถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมแคมเปญ ไม่ได้เงินสนับสนุนค่าจัดส่ง ถูกลดการมองเห็นรายการสินค้า รวมถึงร้านค้าก็จะถูกตัดสิทธิ์การเข้าถึงรายการสินค้าของร้านด้วยเช่นกัน 
  • คะแนนความประพฤติสะสม 12 – 14 คะแนน ถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมแคมเปญ ไม่ได้เงินสนับสนุนค่าจัดส่ง ถูกลดการมองเห็นรายการสินค้าร้านค้าถูกตัดสิทธิ์การเข้าถึงรายการสินค้าของร้าน และถูกตัดสิทธิ์การเพิ่มและแก้ไขข้อมูลสินค้า
  • คะแนนความประพฤติสะสม มากกว่า 15 คะแนน ถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมแคมเปญ ไม่ได้เงินสนับสนุนค่าจัดส่ง ถูกลดการมองเห็นรายการสินค้าร้านค้าถูกตัดสิทธิ์การเข้าถึงรายการสินค้าของร้าน ถูกตัดสิทธิ์การเพิ่มและแก้ไขข้อมูลสินค้า และจะถูกระงับบัญชีในที่สุด  

จบปัญหาส่งสินค้าช้าด้วยบริการ Fulfillment Solutions จาก MyCloud ครบ จบ ในที่เดียว 

ปัญหาสต๊อกสินค้าไม่ตรงกับจำนวนในระบบ การแพ็คสินค้าที่ล่าช้าในช่วงยอดขายพุ่งหรือการติดตามสถานะการจัดส่งที่ซับซ้อน ล้วนส่งผลให้เกิดการจัดส่งล่าช้าและกระทบต่อความน่าเชื่อถือของร้านค้า MyCloud Fulfillment เข้าใจปัญหาเหล่านี้ดี จึงพัฒนา Fulfillment Solutions ครบวงจรที่ช่วยจัดการทุกขั้นตอน ตั้งแต่ระบบคลังสินค้าอัจฉริยะที่อัปเดตสต๊อกแบบเรียลไทม์ บริการแพ็คและจัดส่งที่รวดเร็วพร้อมการรับประกันเวลาจัดส่ง ระบบติดตามสถานะแบบ Real-time และทีมสนับสนุนมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาตลอด 365 วัน ช่วยให้ร้านค้าของคุณรักษา Late Shipment Rate ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดปัญหาส่งสินค้าช้าอีกต่อไปอีกด้วย

กำลังแพ็คสินค้าส่งให้ลูกค้า

สรุปบทความ 

ถึงเวลาต้องยอมรับว่าโลกของการค้าออนไลน์ได้เปลี่ยนไป การจัดส่งล่าช้าแม้เพียงไม่กี่ออเดอร์หรือแม้แต่วันเดียวอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเสียลูกค้าและโอกาสทางธุรกิจแล้ว Late Shipment Rate จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขที่แสดงอัตราการส่งสินค้าล่าช้า แต่เป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและความอยู่รอดของธุรกิจ เพื่อป้องกันไม่ให้ยอดขายของคุณตก ควรเริ่มจากการปรับระบบการทำงานทั้งหมด ตั้งแต่การจัดการคลังสินค้า การวางแผนกำลังคน ไปจนถึงการเลือกพาร์ทเนอร์ด้านโลจิสติกส์ที่ใช่ ซึ่ง MyCloud Fulfillment พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดส่งของคุณ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน  

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ https://www.mycloudfulfillment.com/quotation 

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร: 092-472-7742, 02-138-9920

อีเมล: [email protected] 

line: @mycloudgroup

MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก

บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

WMS คืออะไร แก้ปัญหาคลังสินค้าด้วย ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า 

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้นเรื่อยๆ การบริหารจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ต้องรับมือกับความท้าทายในการจัดการสต็อกสินค้า การรับเข้า-จ่ายออก และการจัดส่งที่รวดเร็วตรงเวลา ระบบ WMS หรือ Warehouse Management System จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความผิดพลาด และยกระดับการให้บริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น  WMS คืออะไร  Warehouse Management System หรือ WMS คือระบบซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคลังสินค้าแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การรับสินค้าเข้าคลัง การจัดเก็บ การควบคุมสต็อก ไปจนถึงการเบิกจ่ายและจัดส่งสินค้า ระบบนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์ ลดความผิดพลาดในการทำงาน และช่วยให้การบริหารพื้นที่คลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานผ่านการเพิ่มความแม่นยำในการจัดการสต็อกและลดการสูญเสียจากสินค้าหมดอายุหรือเสื่อมสภาพ  หลักการทำงานของระบบ Warehouse Management มีอะไรบ้าง  การทำงานของระบบ WMS แบ่งออกเป็น 3 กระบวนการหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การบริหารจัดการคลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำสูงสุด โดยแต่ละกระบวนการมีความสำคัญและบทบาทที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้  1. การรับสินค้า กระบวนการรับสินค้าถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการบริหารคลังสินค้า WMS คือระบบที่ช่วยให้การรับสินค้าเป็นไปอย่างมีระบบและแม่นยำ โดยเริ่มจากการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเบื้องต้น (Quality Control) เปรียบเทียบกับใบสั่งซื้อสินค้า เพื่อจัดเก็บข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ เช่น […]

Scale ร้าน TikTok Shop อย่างยั่งยืน: จากหลักพันสู่หลักหมื่นออเดอร์/เดือน

หลายร้านบน TikTok Shop เริ่มต้นจากยอดเล็ก ๆ หลักสิบหรือหลักร้อยออเดอร์ต่อเดือน และค่อย ๆ เติบโตจนแตะหลักพันได้ไม่ยาก แต่จุดที่ยากจริง ๆ ไม่ใช่การขายให้ได้ แต่คือการโตให้ต่อเนื่อง เพราะเมื่อยอดเริ่มมา ปัญหาหลังบ้านก็จะเริ่มตามมาแบบไม่ทันตั้งตัว ทั้งแพ็คไม่ทัน สต๊อกไม่พอ หรือทีมเริ่มรับไม่ไหว ซึ่งกลายเป็น bottleneck ที่ทำให้หลายร้านไปต่อไม่ได้ แล้วถ้าคำถามคือ จะ Scale ร้าน TikTok Shop ต้องทำอะไรบ้าง? คำตอบคือ (1) วางระบบจัดการออเดอร์ให้รองรับยอดที่เพิ่มขึ้น (2) เตรียมสต๊อกและวางแผน Fulfillment ล่วงหน้า (3) ลดการทำงานแบบ Manual ด้วย Automation (4) แยกหน้าที่ทีมให้ชัดเจน และ (5) ใช้ระบบหรือพาร์ทเนอร์ Fulfillment เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว เพราะในความเป็นจริง การ Scale ร้าน TikTok Shop ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่การทำคอนเทนต์หรือยิง Ads […]

SKU คือ อะไร?สำคัญยังไงกับร้านค้าออนไลน์

เคยไหม? สต็อกสินค้าเยอะแค่ไหนก็จำไม่หมด หยิบผิดรุ่น ผิดสี ส่งผิดออเดอร์จนลูกค้าคอมเพลน ยิ่งขายหลายช่องทางก็ยิ่งสับสน จัดการหลังบ้านแทบไม่ทัน… ปัญหาเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องง่ายทันที ถ้าคุณรู้จัก “SKU” ระบบรหัสสินค้าที่ร้านค้าออนไลน์มือโปรเลือกใช้ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักว่า SKU คือ อะไร และทำไมธุรกิจออนไลน์ยุคนี้ถึงต้องมีระบบ SKU เพื่อให้บริหารงานได้ง่าย ขยายธุรกิจได้ไกล และเติบโตอย่างมืออาชีพ SKU คือ อะไร? SKU คือ รหัสที่ร้านค้าใช้กำหนดขึ้นเองเพื่อระบุและจำแนกสินค้าแต่ละชิ้นในระบบสต็อกอย่างชัดเจน ชื่อเต็มของ SKU “Stock Keeping Unit” หรือ “หน่วยเก็บสินค้า” นั่นเองค่ะ ในทางปฏิบัติ SKU เปรียบเสมือน “ชื่อเล่นของสินค้า” ที่ช่วยให้ทีมงานสามารถค้นหา จัดเก็บ และหยิบสินค้าถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น หากร้านขายเสื้อผ้าอาจตั้ง SKU ของเสื้อยืดสีดำ ไซส์ L ว่า “TSH-BK-L” เพื่อแยกจากเสื้อสีขาวหรือไซส์อื่นๆ ได้อย่างชัดเจน การมี SKU ช่วยลดความสับสนและช่วยบริหารจัดการสินค้าในคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อร้านค้าเริ่มมีจำนวนสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ […]

WMS คืออะไร แก้ปัญหาคลังสินค้าด้วย ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า 

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้นเรื่อยๆ การบริหารจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ต้องรับมือกับความท้าทายในการจัดการสต็อกสินค้า การรับเข้า-จ่ายออก และการจัดส่งที่รวดเร็วตรงเวลา ระบบ WMS หรือ Warehouse Management System จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความผิดพลาด และยกระดับการให้บริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น  WMS คืออะไร  Warehouse Management System หรือ WMS คือระบบซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคลังสินค้าแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การรับสินค้าเข้าคลัง การจัดเก็บ การควบคุมสต็อก ไปจนถึงการเบิกจ่ายและจัดส่งสินค้า ระบบนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์ ลดความผิดพลาดในการทำงาน และช่วยให้การบริหารพื้นที่คลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานผ่านการเพิ่มความแม่นยำในการจัดการสต็อกและลดการสูญเสียจากสินค้าหมดอายุหรือเสื่อมสภาพ  หลักการทำงานของระบบ Warehouse Management มีอะไรบ้าง  การทำงานของระบบ WMS แบ่งออกเป็น 3 กระบวนการหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การบริหารจัดการคลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำสูงสุด โดยแต่ละกระบวนการมีความสำคัญและบทบาทที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้  1. การรับสินค้า กระบวนการรับสินค้าถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการบริหารคลังสินค้า WMS คือระบบที่ช่วยให้การรับสินค้าเป็นไปอย่างมีระบบและแม่นยำ โดยเริ่มจากการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเบื้องต้น (Quality Control) เปรียบเทียบกับใบสั่งซื้อสินค้า เพื่อจัดเก็บข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ เช่น […]

Scale ร้าน TikTok Shop อย่างยั่งยืน: จากหลักพันสู่หลักหมื่นออเดอร์/เดือน

หลายร้านบน TikTok Shop เริ่มต้นจากยอดเล็ก ๆ หลักสิบหรือหลักร้อยออเดอร์ต่อเดือน และค่อย ๆ เติบโตจนแตะหลักพันได้ไม่ยาก แต่จุดที่ยากจริง ๆ ไม่ใช่การขายให้ได้ แต่คือการโตให้ต่อเนื่อง เพราะเมื่อยอดเริ่มมา ปัญหาหลังบ้านก็จะเริ่มตามมาแบบไม่ทันตั้งตัว ทั้งแพ็คไม่ทัน สต๊อกไม่พอ หรือทีมเริ่มรับไม่ไหว ซึ่งกลายเป็น bottleneck ที่ทำให้หลายร้านไปต่อไม่ได้ แล้วถ้าคำถามคือ จะ Scale ร้าน TikTok Shop ต้องทำอะไรบ้าง? คำตอบคือ (1) วางระบบจัดการออเดอร์ให้รองรับยอดที่เพิ่มขึ้น (2) เตรียมสต๊อกและวางแผน Fulfillment ล่วงหน้า (3) ลดการทำงานแบบ Manual ด้วย Automation (4) แยกหน้าที่ทีมให้ชัดเจน และ (5) ใช้ระบบหรือพาร์ทเนอร์ Fulfillment เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว เพราะในความเป็นจริง การ Scale ร้าน TikTok Shop ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่การทำคอนเทนต์หรือยิง Ads […]

SKU คือ อะไร?สำคัญยังไงกับร้านค้าออนไลน์

เคยไหม? สต็อกสินค้าเยอะแค่ไหนก็จำไม่หมด หยิบผิดรุ่น ผิดสี ส่งผิดออเดอร์จนลูกค้าคอมเพลน ยิ่งขายหลายช่องทางก็ยิ่งสับสน จัดการหลังบ้านแทบไม่ทัน… ปัญหาเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องง่ายทันที ถ้าคุณรู้จัก “SKU” ระบบรหัสสินค้าที่ร้านค้าออนไลน์มือโปรเลือกใช้ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักว่า SKU คือ อะไร และทำไมธุรกิจออนไลน์ยุคนี้ถึงต้องมีระบบ SKU เพื่อให้บริหารงานได้ง่าย ขยายธุรกิจได้ไกล และเติบโตอย่างมืออาชีพ SKU คือ อะไร? SKU คือ รหัสที่ร้านค้าใช้กำหนดขึ้นเองเพื่อระบุและจำแนกสินค้าแต่ละชิ้นในระบบสต็อกอย่างชัดเจน ชื่อเต็มของ SKU “Stock Keeping Unit” หรือ “หน่วยเก็บสินค้า” นั่นเองค่ะ ในทางปฏิบัติ SKU เปรียบเสมือน “ชื่อเล่นของสินค้า” ที่ช่วยให้ทีมงานสามารถค้นหา จัดเก็บ และหยิบสินค้าถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น หากร้านขายเสื้อผ้าอาจตั้ง SKU ของเสื้อยืดสีดำ ไซส์ L ว่า “TSH-BK-L” เพื่อแยกจากเสื้อสีขาวหรือไซส์อื่นๆ ได้อย่างชัดเจน การมี SKU ช่วยลดความสับสนและช่วยบริหารจัดการสินค้าในคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อร้านค้าเริ่มมีจำนวนสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ […]