Knowledge Center

Big Data คืออะไร ขุมทรัพย์แห่งธุรกิจ E-Commerce & Logistics นำมาปรับใช้ได้อย่างไรบ้าง

Big Data คืออะไร

         ต่อเนื่องกันกับเทคโนโลยีที่จะสามารถเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจแบบเดิม ๆ ที่เราได้พูดถึงใน Technology & Trends ที่น่าลงทุนสำหรับธุรกิจ logistic ก็ยังมีอีกหลาย ๆ เทคโนโลยีที่ธุรกิจต่าง ๆ เริ่มนำเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจมากขึ้นในปัจจุบันนี้ค่ะ เพื่อที่จะนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาจัดการกับ “Big Data” วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก Big Data ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาของเทคโนโลยีในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีมากมายมหาศาลในปัจจุบัน และความสำคัญของ Big Data ในธุรกิจ E-Commerce และ Logistics กันค่ะ อีกทั้ง Big Data ยังถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Disruption หรือ ที่เรียกว่า Digital Transformation นั่นเองค่ะ 

Big Data คืออะไร?

Big Data คือข้อมูลตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ทางคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในรูปแบบสัญญาณไฟฟ้า ในด้าน E-Commerce และ Logistics ข้อมูลถูกสร้างขึ้นใหม่อยู่เสมอโดยเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น การเข้าชมเว็บไซต์ ซื้อขายสินค้า หรือการใช้งานบนโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ข้อมูลเหล่านี้เมื่อรวมเข้ากับข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ แล้วสะสมจนมีมากมายมหาศาล กลายเป็นข้อมูลขนาดใหญ่แล้ว ทำให้เกิดการพัฒนาทางเทคโนโลยี เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีให้เป็นระบบระเบียบ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือที่เราเรียกว่า “Big Data” นั่นเองค่ะ

คุณลักษณะของ Big Data

คุณลักษณะของ Big data มีอะไรบ้าง

 โดย Big Data ประกอบไปด้วยคุณลักษณะหลัก ๆ 3 ประการ หรือที่เรียกว่า 3V คือ 1. Volume 2. Variety 3. Velocity แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้มีการกำหนดคุณลักษณะเพิ่มขึ้น อีก 2 ข้อ นั่นคือ 4. Veracity (4V) และ 5. Value (5V) เนื่องจากข้อมูล (Data) ที่ดีนั้นต้องไม่เพียงแต่ มีปริมาณมาก มีความหลากหลาย อัปเดตและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หากแต่ต้องมีความน่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง จึงจะเรียกว่าเป็นข้อมูลที่มีคุณภาพนั่นเอง 

หลักการทำงานของ Big Data

สำหรับหลักการทำงานของข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) นั้น จะมีอยู่ 3 ขั้นตอนด้วยกัน ได้แก่  

  1. การจัดเก็บข้อมูล (Data Ingestion) คือขั้นตอนการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลทั้งหมดจากแหล่งต่าง ๆ เช่น ข้อมูลจากการขาย ข้อมูลความพึงพอใจของลูกค้าหรือข้อมูลสินค้าในคลังทั้งหมด ฯลฯ ทั้งในรูปแบบเสียง ตัวอักษร วิดีโอหรือแม้แต่ไฟล์ภาพก็สามารถจัดเก็บรวมไว้ในที่นี่ได้ที่เดียว  
  2. การประมวลผลข้อมูล (Data Storage) จากนั้น ขั้นตอนนี้จะเป็นการประมวลผลข้อมูล ได้แก่ การนำข้อมูลทั้งหมดจากขั้นตอน Data Ingestion มาจัดหมวดหมู่ให้เรียบร้อย เช่น จัดหมวดหมู่ของสินค้าให้ง่ายต่อการหยิบและแพ็ก  
  3. การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) นำข้อมูลที่ได้ทำการประมวลผลแล้วมาวิเคราะห์ต่อ เพื่อวางแผนการตลาดหรือพัฒนาแบรนด์ต่อ

ทำไม Big Data ถึงเหมาะกับธุรกิจ E-Commerce และ Logistics?

การทำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Commerce ไม่ว่าจะเป็น การซื้อขายสินค้าและบริการ หรือการใช้พื้นที่ในการโฆษณาบนพื้นที่อิเล็กทรอนิกส์นั้น ทำให้เกิดข้อมูลมากมาย อาทิเช่น ประวัติการซื้อขาย จำนวนสินค้า ที่ถูกบันทึกไว้ในแหล่งต่าง ๆ ในด้านของธุรกิจ Logistics อาจเป็นข้อมูล ชื่อที่อยู่ หรือช่องทางการติดต่อของผู้ซื้อ และผู้ขาย รวมถึงข้อมูลของสินค้าด้วยนั่นเอง และเมื่อข้อมูลดังกล่าวมีมากขึ้น การนำ Big Data เข้ามาใช้ประโยชน์ จึงเป็นการตอบโจทย์ธุรกิจ E-Commerce และ Logistics ที่จะนำข้อมูลที่มีมหาศาลนั้นไปใช้ประโยชน์ ดังนี้ค่ะ

1. เพื่อการพัฒนาสินค้าและบริการ

แน่นอนค่ะว่าจุดประสงค์หลักของธุรกิจคือ การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า ดังนั้นธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะ E-Commerce และ Logistics มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้ข้อมูล สถิติเก่า ๆ มาเพื่อเสริมสร้างสินค้าและบริการใหม่ ๆ และยังช่วยในเรื่องของการคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การซื้อที่ดีขึ้นของผู้บริโภค

2. เพิ่มยอดขายและช่วยในการตัดสินใจ

ข้อมูลขนาดใหญ่เป็นประโยชน์ต่อร้านค้า E-Commerce อย่างมากในเรื่องของการเพิ่มยอดขาย จากการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า และปรับปรุงสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด นอกจากนี้แนวโน้มพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้ายังช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจ เพราะข้อมูลเชิงลึกที่ผ่านการวิเคราะห์แล้ว สามารถบอกแนวโน้มเหตุการณ์ที่อาจขึ้นได้ในอนาคต ทำให้ลดความเสี่ยงในการตัดสินใจพลาดได้

3. จัดการสินค้าคงคลังและวางแผนอนาคตของธุรกิจ

ธุรกิจ E-Commerce สามารถจัดการสินค้าคงคลัง รวมถึงการสต๊อกสินค้าได้ง่ายขึ้น หากมีข้อมูล Big Data ทำให้มีสินค้าเพียงพอเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และยังทำให้ราบ และเข้าถึงข้อมูลความต้องการสินค้าอื่น ๆ ของลูกค้าบนหน้าเว็บไซต์ เพื่อที่จะคว้าโอกาสในการขายสินค้าที่เราอาจจะยังไม่มีวางขาย แต่ลูกค้ามองหาอยู่และเข้ามาเสิร์ช นอกจากนี้การวางแผนธุรกิจ หรือการต่อยอดในอนาคตจะเป็นไปได้ราบรื่นขึ้น หากอาศัยข้อมูลเชิงลึกที่มีอยู่เข้ามาช่วยในการวางแผนค่ะ

ประโยชน์ของ Big Data

การนำ Big Data ขุมทรัพย์แห่งธุรกิจไปใช้ประโยชน์

แม้ว่า Big Data จะมีประโยชน์มากมายแค่ไหน แต่ถ้าหากผู้ใช้ไม่รู้วิธีจัดการกับข้อมูลที่มาจากหลากหลายแหล่งที่มานั้นแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์ค่ะ เพราะข้อมูลเหล่านี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการเก็บรวบรวม จัดการ และวิเคราะห์ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่นั้น เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่จะนำไปใช้พัฒนาธุรกิจในอนาคต

Big Data สามารถเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม E-Commerce และ Logistics ไปได้อย่างมาก หากบริษัทหรือองค์กรที่มีฐานข้อมูลเหล่านี้ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ในอนาคต ความเป็นไปได้ในการยกระดับการใช้งานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การนำไปใช้ร่วมกับ IoT ก็ยังเป็นสิ่งที่หลาย ๆ บริษัทกำลังทดลอง และลงทุนกันอย่างแพร่หลายเลยค่ะ 

สรุปบทความ 

Big Data คือเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในธุรกิจ E-Commerce และ Logistics โดยช่วยให้สามารถเก็บรวบรวม ประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ ซึ่งจะทำให้ข้อมูลมีคุณภาพและนำไปใช้ได้จริง หลากหลายธุรกิจ โดยเฉพาะ E-Commerce และ Logistics สามารถนำ Big Data ไปใช้ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการ เพิ่มยอดขาย หรือช่วยในการตัดสินใจและบริหารสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การนำ Big Data มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีและเครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและต่อยอดธุรกิจให้เติบโตได้ในอนาคต           

MyCloudFulfillment ผู้ให้บริการด้าน Fulfillment เก็บ แพ็ค ส่งสินค้าให้กับธุรกิจ E-Commerce ก็เล็งเห็นความสำคัญของข้อมูลเหล่านี้เช่นกัน เราจึงไม่เพียงแต่ให้บริการเก็บ แพ็กและส่งสินค้าเท่านั้น แต่ยังมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น ฟีเจอร์ Reporting and Dashboard ช่วยสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลการขายให้กับร้านค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการได้นำข้อมูลไปใช้ต่อยอดธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น วางแผนการขาย การทำโปรโมชั่นและโฆษณา รวมไปถึงการวางแผนเพื่อลดต้นทุนได้อีกด้วยค่ะ

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ www.mycloudfulfillment.com 

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร: 092-472-7742, 02-138-9920

อีเมล: [email protected] 

line: @mycloudgroup

MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก

บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

เทคนิคการจัดโปรโมชั่นอย่างไรให้ปัง ฉบับขายของออนไลน์ 2025 ทำครั้งเดียว ยอดขายพุ่งทั้งเดือน

ยุคนี้ใคร ๆ ก็ขายของออนไลน์กันทั้งนั้นใช่ไหม การแข่งขันในตลาดก็สูงปรี๊ดชนิดที่ว่าถ้าไม่ปรับตัวก็อยู่ยาก หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้ร้านของคุณโดดเด่นและมัดใจลูกค้าได้อยู่หมัด ก็คือการจัดโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจนั่นเอง วันนี้ MyCloud ขอแชร์เทคนิคจัดโปรโมชั่นให้ปังแบบฉบับร้านค้าออนไลน์ปี 2025 ที่รับรองว่าทำครั้งเดียว ยอดขายพุ่งทั้งเดือน! การจัดโปรโมชั่น สำคัญแค่ไหนในยุคขายของออนไลน์ ลองสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ดูสิ พวกเขาไม่ได้แค่มองหาสินค้าดีมีคุณภาพอย่างเดียวแล้ว แต่ยังฉลาดเลือกและเปรียบเทียบราคาเก่งขึ้นมาก พวกเขามักจะมองหาดีลพิเศษ คูปองส่วนลดหรืออะไรก็ตามที่ทำให้รู้สึกว่า “คุ้มค่า” ที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อ ยิ่งในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงง่ายแค่ปลายนิ้ว การเข้าถึงโปรโมชั่นก็ง่ายขึ้นตามไปด้วย นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมการจัดโปรโมชั่นถึงสำคัญมาก ๆ เพราะมันคือเครื่องมือชั้นดีที่จะดึงดูดลูกค้าใหม่ให้เข้ามา และยังช่วยรักษาฐานลูกค้าเก่าให้อยู่กับเราไปนาน ๆ ด้วย  ทำไมร้านค้าออนไลน์ควรใส่ใจการจัดโปรโมชั่นมากกว่าเดิม  จากที่บอกไปว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปเยอะมาก ทุกวันนี้แค่มีสินค้าดีอย่างเดียวไม่พอแล้ว ร้านค้าออนไลน์ต้องคิดหาวิธีดึงดูดความสนใจอยู่ตลอดเวลา ซึ่งโปรโมชั่นก็คือหนึ่งในวิธีที่ได้ผลดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นยอดขายในช่วงเวลาที่ต้องการ ระบายสต๊อกสินค้าเก่า สร้างการรับรู้แบรนด์หรือแม้แต่สร้างความภักดีของลูกค้า การจัดโปรโมชั่นที่เหมาะสมจะช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดเลย  แชร์ 6 เทคนิคการจัดโปรโมชั่นให้ปังในปี 2025  1. โปรแฟลชเซลล์ (Flash Sale) สร้างแรงดึงดูดทันที โปรโมชั่นสุดฮิตที่ใคร ๆ ก็ชอบ! การจัด Flash Sale คือการลดราคาสินค้าแบบจัดหนักจัดเต็มในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น […]

การนับสต๊อก คืออะไร พร้อม 3 เทคนิคช่วยให้คุณเช็กสต๊อกสินค้าได้ง่าย ๆ ถูกต้องและแม่นยำ 

เปิดร้านขายสินค้าทั้งที ไม่ว่าจะในรูปแบบออฟไลน์หรือออนไลน์การนับสต๊อกสินค้าก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ และเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกร้านค้าจำเป็นต้องทำ ทั้งนี้ก็เพื่อการจัดการที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้ วันนี้ MyCloud เลยอยากจะพาคุณไปทำความรู้จักกันให้ละเอียดกว่านี้ว่า จริง ๆ แล้ว การนับสต๊อกสินค้า คืออะไร มีกี่ประเภท พร้อมทั้งเทคนิคในการเช็กสต๊อกสินค้าให้ถูกต้องและแม่นยำกัน ในบทความนี้ค่ะ!   การนับสต๊อกสินค้า คืออะไร นับสต๊อกสินค้า คือการตรวจสอบหรือเช็กให้แน่ใจว่า มีจำนวนสินค้าคงคลังอยู่ในคลังสินค้าเท่าไหร่ โดยจะนับรวมสินค้าทั้งหมด ได้แก่ สินค้าที่เพิ่งรับเข้ามา สินค้าคงคลัง สินค้าค้างสต๊อกและจะทำการบันทึกข้อมูลเหล่านี้เข้าสู่ระบบคลังสินค้า ไม่เพียงเท่านั้น ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่การบันทึกจำนวนสินค้า แต่ก็มีความสำคัญมากกว่านั้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์ การมีจำนวนสต๊อกสินค้าที่แม่นยำก็จะช่วยให้ร้านค้าสามารถบริหารจัดการสินค้าในคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่พบกับปัญหาการขายของออนไลน์ เช่น สินค้าขาดหรือเกินอีกต่อไป ช่วยให้การขายเป็นไปได้อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด    การนับสต๊อกสินค้า มีกี่ประเภท การนับสต๊อกหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของธุรกิจ มาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้าง ดังนี้   1. นับสต๊อกสินค้าแบบ Cycle Count เริ่มต้นกันที่การนับสต๊อกแบบ Cycle Count เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับร้านค้าขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่มีจำนวน SKU ไม่มากนัก โดยจะแบ่งเป็นโซนหรือหมวดหมู่ และมีการกำหนดรอบการนับที่แน่นอน เช่น […]

เทคนิคการจัดโปรโมชั่นอย่างไรให้ปัง ฉบับขายของออนไลน์ 2025 ทำครั้งเดียว ยอดขายพุ่งทั้งเดือน

ยุคนี้ใคร ๆ ก็ขายของออนไลน์กันทั้งนั้นใช่ไหม การแข่งขันในตลาดก็สูงปรี๊ดชนิดที่ว่าถ้าไม่ปรับตัวก็อยู่ยาก หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้ร้านของคุณโดดเด่นและมัดใจลูกค้าได้อยู่หมัด ก็คือการจัดโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจนั่นเอง วันนี้ MyCloud ขอแชร์เทคนิคจัดโปรโมชั่นให้ปังแบบฉบับร้านค้าออนไลน์ปี 2025 ที่รับรองว่าทำครั้งเดียว ยอดขายพุ่งทั้งเดือน! การจัดโปรโมชั่น สำคัญแค่ไหนในยุคขายของออนไลน์ ลองสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ดูสิ พวกเขาไม่ได้แค่มองหาสินค้าดีมีคุณภาพอย่างเดียวแล้ว แต่ยังฉลาดเลือกและเปรียบเทียบราคาเก่งขึ้นมาก พวกเขามักจะมองหาดีลพิเศษ คูปองส่วนลดหรืออะไรก็ตามที่ทำให้รู้สึกว่า “คุ้มค่า” ที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อ ยิ่งในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงง่ายแค่ปลายนิ้ว การเข้าถึงโปรโมชั่นก็ง่ายขึ้นตามไปด้วย นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมการจัดโปรโมชั่นถึงสำคัญมาก ๆ เพราะมันคือเครื่องมือชั้นดีที่จะดึงดูดลูกค้าใหม่ให้เข้ามา และยังช่วยรักษาฐานลูกค้าเก่าให้อยู่กับเราไปนาน ๆ ด้วย  ทำไมร้านค้าออนไลน์ควรใส่ใจการจัดโปรโมชั่นมากกว่าเดิม  จากที่บอกไปว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปเยอะมาก ทุกวันนี้แค่มีสินค้าดีอย่างเดียวไม่พอแล้ว ร้านค้าออนไลน์ต้องคิดหาวิธีดึงดูดความสนใจอยู่ตลอดเวลา ซึ่งโปรโมชั่นก็คือหนึ่งในวิธีที่ได้ผลดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นยอดขายในช่วงเวลาที่ต้องการ ระบายสต๊อกสินค้าเก่า สร้างการรับรู้แบรนด์หรือแม้แต่สร้างความภักดีของลูกค้า การจัดโปรโมชั่นที่เหมาะสมจะช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดเลย  แชร์ 6 เทคนิคการจัดโปรโมชั่นให้ปังในปี 2025  1. โปรแฟลชเซลล์ (Flash Sale) สร้างแรงดึงดูดทันที โปรโมชั่นสุดฮิตที่ใคร ๆ ก็ชอบ! การจัด Flash Sale คือการลดราคาสินค้าแบบจัดหนักจัดเต็มในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น […]

การนับสต๊อก คืออะไร พร้อม 3 เทคนิคช่วยให้คุณเช็กสต๊อกสินค้าได้ง่าย ๆ ถูกต้องและแม่นยำ 

เปิดร้านขายสินค้าทั้งที ไม่ว่าจะในรูปแบบออฟไลน์หรือออนไลน์การนับสต๊อกสินค้าก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ และเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกร้านค้าจำเป็นต้องทำ ทั้งนี้ก็เพื่อการจัดการที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้ วันนี้ MyCloud เลยอยากจะพาคุณไปทำความรู้จักกันให้ละเอียดกว่านี้ว่า จริง ๆ แล้ว การนับสต๊อกสินค้า คืออะไร มีกี่ประเภท พร้อมทั้งเทคนิคในการเช็กสต๊อกสินค้าให้ถูกต้องและแม่นยำกัน ในบทความนี้ค่ะ!   การนับสต๊อกสินค้า คืออะไร นับสต๊อกสินค้า คือการตรวจสอบหรือเช็กให้แน่ใจว่า มีจำนวนสินค้าคงคลังอยู่ในคลังสินค้าเท่าไหร่ โดยจะนับรวมสินค้าทั้งหมด ได้แก่ สินค้าที่เพิ่งรับเข้ามา สินค้าคงคลัง สินค้าค้างสต๊อกและจะทำการบันทึกข้อมูลเหล่านี้เข้าสู่ระบบคลังสินค้า ไม่เพียงเท่านั้น ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่การบันทึกจำนวนสินค้า แต่ก็มีความสำคัญมากกว่านั้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์ การมีจำนวนสต๊อกสินค้าที่แม่นยำก็จะช่วยให้ร้านค้าสามารถบริหารจัดการสินค้าในคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่พบกับปัญหาการขายของออนไลน์ เช่น สินค้าขาดหรือเกินอีกต่อไป ช่วยให้การขายเป็นไปได้อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด    การนับสต๊อกสินค้า มีกี่ประเภท การนับสต๊อกหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของธุรกิจ มาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้าง ดังนี้   1. นับสต๊อกสินค้าแบบ Cycle Count เริ่มต้นกันที่การนับสต๊อกแบบ Cycle Count เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับร้านค้าขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่มีจำนวน SKU ไม่มากนัก โดยจะแบ่งเป็นโซนหรือหมวดหมู่ และมีการกำหนดรอบการนับที่แน่นอน เช่น […]