Knowledge Center

FIFO, LIFO, FEFO คืออะไร การการหยิบสินค้าแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร

หยิบสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการหยิบแบบ FIFO FEFO และ LIFO

จริง ๆ แล้วทุกขั้นตอนของการบริการ fulfillment มีความสำคัญทั้งหมดเลยครับ แต่บางคนอาจจะให้ความสำคัญไปที่ขั้นตอนการเก็บ การเเพ็ค และส่งมากกว่า จนลืมไปว่าหากขั้นตอนการหยิบสินค้าก่อนแพ็คผิดผลาดก็อาจเกิดปัญหาในขั้นตอนถัด ๆ มาได้ครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ใน ขั้นตอนการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้า ผมได้ยกตัวอย่างวิธีการหยิบสินค้า ที่คลังสินค้าต่าง ๆ มักใช้กันไปแล้วนะครับ blog นี้ผมจึงอยากให้ทุกคนรู้จักรูปแบบการหยิบสินค้ากันบ้างครับ 

FIFO คืออะไร 

FIFO หรือ First-In First-Out คือระบบการจัดการสินค้าตามลำดับเข้าก่อน-ออกก่อน โดยการหยิบสินค้าที่เข้าคลังก่อน ออกไปแพ็กและจัดส่งก่อนเสมอ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดปัญหาสินค้าเสื่อมสภาพจากการเก็บไว้นาน หรือสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวน เปลี่ยนราคาอยู่บ่อย ๆ  และยังทำให้การหมุนเวียนสินค้าในคลังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างสินค้าเช่น เสื้อผ้า รองเท้า รวมถึงสินค้าที่มีหลายชนิดและมีการเปลี่ยนแปลงสต๊อกบ่อยครั้ง อย่างอุปกรณ์แฟชัน ของตกแต่งหรือเครื่องใช้ต่าง ๆ เป็นต้น 

นอกจากนี้ การใช้ระบบ FIFO ยังช่วยให้สินค้าที่อยู่ในคลังเป็นล็อตล่าสุดอยู่เสมอ ช่วยให้การบริหารสต๊อกง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงของสินค้าค้างสต๊อกได้ครับ

FIFO คืออะไร

ประโยชน์ของการหยิบสินค้าแบบ FIFO 

  • เป็นการเช็คคุณภาพของสินค้าที่จะส่งให้ลูกค้า ว่าสินค้าของคุณจะไม่หมดอายุก่อนที่จะส่งถึงมือลูกค้า และมั่นใจได้ว่าสินค้าที่คงอยู่ในคลังเป็นสินค้าใหม่
  • ช่วยให้การทำบัญชีง่ายขึ้น เพราะสามารถวัดมูลค่าของสินค้าคงคลัง หรือ มูลค่าผันแปรต่อเดือนได้ โดยคิดง่าย ๆ ครับว่า เงินที่ถูกหักออกไปจากสินค้าคงคลังผันแปรเท่ากับเงินที่เข้ามาในบัญชีรายรับ
  • ทำให้การเก็บและหยิบสินค้ามีระบบมากขึ้น และเป็นระบบที่ยอมรับอย่างกว้างขว้างโดยสากล 

FEFO คืออะไร 

FEFO หรือ First Expire date First Out คือหลักการบริหารคลังสินค้าโดยเน้นการจ่ายสินค้าที่ใกล้หมดอายุก่อน ซึ่งต่างจากระบบ FIFO ที่เน้นลำดับเวลาการเข้าคลัง FEFO จะเน้นวันหมดอายุ (Expiry Date) เป็นหลักในการจัดเรียงและหยิบสินค้า โดยระบบนี้ Lot Number และวันหมดอายุของสินค้า จะถูกบันทึกตั้งแต่ขั้นตอนการรับสินค้าเข้าคลัง (Inbound) เพื่อให้สามารถตรวจสอบและหยิบสินค้าได้อย่างถูกต้องในลำดับที่ใกล้หมดอายุก่อนทุกครั้งที่มีการแพ็กหรือจัดส่ง 

โดยการจัดเก็บแบบ FEFO จะช่วยลดความผิดพลาด เช่น การหยิบสินค้าที่หมดอายุไปส่งให้ลูกค้า และช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพของสินค้าได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับสินค้าในกลุ่มที่มีอายุการใช้งานจำกัด เช่น อาหารเสริม สกินแคร์ ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม และเวชภัณฑ์หรือสินค้าเภสัชกรรม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ก่อนจัดเก็บสินค้าเข้าคลัง ควรมีการแยกและติดป้ายวันที่หมดอายุให้ชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถหยิบสินค้าตามลำดับวันหมดอายุได้อย่างสะดวกและรวดเร็วครับ 

ประโยชน์ของการหยิบสินค้าแบบ FEFO

  • ลดความเสียหายจากการหมดอายุของสินค้า
  • สามารถตรวจสอบอายุการเก็บรักษาของสินค้าที่เหลืออยู่ในคลัง และจัดการระบายสินค้าออกก่อนวันหมดอายุได้
  • เป็นการบริหารสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพและสามารถทำได้ง่าย

LIFO คืออะไร 

LIFO หรือ Last In First Out เหมาะสำหรับสินค้าประเภทที่มีอายุจำกัด เช่น พวกสารเคมีต่าง ๆ โดยมีหลักการหยิบ คือหยิบสินค้าที่เข้ามาล่าสุดเสมอ ตามหลักของระบบการเข้าหลังออกก่อน แม้ว่าจะทำได้ยากเนื่องจากต้องบันทึกข้อมูลสินค้าเยอะกว่า แต่ก็ยังเป็นที่นิยมเพราะ การหยิบและบริหารคลังสินค้าแบบ LIFO ช่วยอำนวยเรื่องกำไรและภาษีครับ

LIFO คืออะไร

ประโยชน์ของการหยิบสินค้าแบบ LIFO 

  • ทำให้คิดต้นทุนสินค้าได้ง่ายกว่า โดยต้นทุนสินค้ามีราคาใกล้กับราคาตลาดในปัจจุบันมากที่สุด เพราะเป็นสินค้าที่เข้ามาล่าสุด
  • เมื่อราคาของสินค้าในตลาดเพิ่มขึ้น ราคาของสินค้าจะกลายเป็นกำไรทันทีเมื่อขายออกไป
  • ใช้เพื่อลดกำไรสุทธิ เมื่อสินค้าที่เข้ามาล่าสุดออกไปก่อนดังนั้นเมื่อองค์กรมีอัตราภาษีสูงขึ้น จึงใช้การหยิบเเละบริหารคลังแบบ LIFO
FIFO และ FEFO

ความแตกต่างระหว่าง FIFO และ FEFO  

แม้ทั้ง FIFO และ FEFO จะเป็นระบบการบริหารจัดการสต็อกที่เน้นความเป็นระเบียบและลดของเสีย แต่ก็มีหลักการที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ผมสรุปเปรียบเทียบไว้ดังนี้ครับ  

  1. FIFO (First-In, First-Out) เป็นวิธีการหยิบสินค้าตามลำดับที่รับเข้าคลัง หมายความว่าสินค้าที่เข้าคลังก่อน จะถูกหยิบออกไปก่อน เหมาะกับสินค้าที่มีวันหมดอายุ เช่น อาหาร เครื่องดื่มหรือสินค้าแฟชั่นที่เปลี่ยนซีซันเร็ว
  2. FEFO (First-Expired, First-Out) เป็นการหยิบสินค้าตามวันหมดอายุ โดยสินค้าที่ใกล้หมดอายุก่อน จะถูกหยิบออกไปก่อน ไม่ว่าสินค้าล็อตนั้นจะเข้าคลังก่อนหรือหลัง เหมาะสำหรับสินค้าที่มีอายุการใช้งานแน่นอน เช่น ยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องสำอาง 
การหยิบสินค้า

สรุปบทความ 

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกใช้ FIFO หรือ FEFO ระบบการเก็บสินค้าที่ดีมีส่วนสำคัญมากครับ ควรจัดวางสินค้าให้เป็นระเบียบ มีป้ายแสดงข้อมูลชัดเจน เช่น วันที่รับเข้าและวันหมดอายุ เพื่อช่วยให้หยิบสินค้าได้แม่นยำ รวดเร็ว และลดการผิดพลาดเวลาจัดส่งให้ลูกค้า สำหรับที่ MyCloud Fulfillment เราให้ความสำคัญกับความถูกต้องเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะในการบริหารจัดการคลังสินค้าของเราค่อนข้างมีความยืดหยุ่น ซึ่งจะใช้ระบบหยิบสินค้าแบบ Barcode Scan ที่มีความแม่นยำสูง ลดข้อผิดพลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับทั้งการจัดเก็บและหยิบสินค้าทั้งแบบ FIFO, FEFO และ LIFO ตามลักษณะของสินค้าและความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละราย 

ซึ่งโดยปกติแล้วการหยิบสำหรับสินค้าทั่วไป เช่น เสื้อผ้าหรือของใช้ที่ไม่มีวันหมดอายุชัดเจนเราจะใช้การหยิบแบบแบบ FIFO เป็นพื้นฐาน แต่สำหรับสินค้าที่มีวันหมดอายุชัดเจน เช่นพวก สกินแคร์ เครื่องสำเอง อาหารเสริม อาหารแห้งต่าง ๆ เราจะใช้การหยิบแบบ FEFO เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าทุกชิ้น อย่างไรก็ตามลูกค้าสามารถระบุมาในระบบได้ว่าจะใช้ Exp. อะไรในระบบ ซึ่งเราเก็บได้ทั้ง Lot. และ Exp. ครับ

การหยิบแบบ FEFO

นอกจากการจัดการคลังที่ยืดหยุ่น ยังสามารถทำงานควบคู่ไปกับระบบการจัดการคลังสินค้าออนไลน์ โดยสามารถเชื่อมต่อกับระบบ WMS และระบบ OMS เชื่อมต่อผ่าน API ช่วยให้แบรนด์จัดการคำสั่งซื้อจากทุกช่องทางได้ในระบบเดียว นอกจากนี้ ยังรองรับการขาย Omni Channel ทั้ง ShopeeLazadaTikTok หรือ Line OA ไม่ว่าออเดอร์จะเข้ามามากแค่ไหนก็ไม่ว่าปริมาณออเดอร์จะมากแค่ไหนก็สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะ MyCloud เราสามารถเพิ่มกำลังคนจัดการออเดอร์และรองรับการขยายได้ถึง 3.5 เท่า ด้วยพื้นที่คลังสินค้าขนาดใหญ่กว่า 12,000 ตร.ม.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับFIFO, LIFO และ FEFO

FIFO หรือ First-In First-Out คือระบบการจัดการสินค้าตามลำดับเข้าก่อน-ออกก่อน เหมาะกับสินค้าประเภทแฟชั่น เครื่องประดับ และสินค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ช่วยลดการเสื่อมสภาพของสินค้าและบริหารการหมุนเวียนสต๊อกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

FEFO หรือ First Expire First Out คือหลักการบริหารคลังสินค้าโดยเน้นจ่ายสินค้าที่ใกล้หมดอายุก่อน โดยไม่ขึ้นกับลำดับการรับเข้า ต่างจาก FIFO ที่ยึดตามลำดับการรับสินค้าเข้าคลังเป็นหลัก เหมาะกับสินค้าประเภทอาหารเสริม สกินแคร์ อาหาร เครื่องดื่ม และยา

LIFO หรือ Last In First Out คือการหยิบสินค้าที่เพิ่งรับเข้าล่าสุดออกก่อน เหมาะสำหรับสินค้าที่มีอายุการใช้งานจำกัด ช่วยให้การคำนวณต้นทุนง่ายขึ้นตามราคาตลาดปัจจุบัน

FIFO ช่วยลดการเสื่อมสภาพของสินค้าและทำให้การทำบัญชีคำนวณมูลค่าสต๊อกง่ายขึ้น FEFO ช่วยลดความเสียหายจากสินค้าหมดอายุและติดตามอายุคงเหลือของสต๊อกได้ดี ส่วน LIFO ช่วยให้คำนวณต้นทุนตามราคาตลาดปัจจุบันได้ง่ายและบริหารจัดการภาษีในช่วงราคาสินค้าผันผวนได้ดีขึ้น

ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า FIFO เหมาะกับสินค้าแฟชั่นหรือสินค้าหมุนเวียนบ่อย FEFO เหมาะกับสินค้าที่มีวันหมดอายุอย่างอาหารเสริมและสกินแคร์ ส่วน LIFO เหมาะกับสินค้าที่มีอายุจำกัดและต้องการบริหารต้นทุนตามราคาตลาดปัจจุบัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

การทำธุรกิจแบบ B2C B2B และ B2B2C ต่างกันยังไง?

ปัจจุบันนี้ธุรกิจส่วนใหญ่นั้นมักจะเจาะกลุ่มตลาดออนไลน์ และให้ความสำคัญกับธุรกิจ E-commerce มากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบในการทำธุรกิจ จากเดิมที่มักจะเห็นธุรกิจแบบ B2C จนชินตา เปลี่ยนมาเป็น ธุรกิจแบบ B2B และ B2B2C เรามาทำความรู้จักธุรกิจทั้งสามแบบ ว่าคืออะไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ? กันดีกว่าครับ   B2B คืออะไร B2B หรือ Business-to-Business คือการทำการค้าระหว่างธุรกิจทำกับธุรกิจด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อ ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุดิบ การผลิตสินค้า หรือการบริการ เพื่อประโยชน์หรือการพัฒนาธุจกิจขององค์กร โดยไม่ใช่การนำไปเพื่ออุปโภคหรือบริโภคเอง เช่น การซื้อผ้ามาเพื่อผลิตเสื้อ ธุรกิจ B2B ที่พบเห็นกันได้บ่อย ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นธุรกิจด้านขนส่งอย่าง DHL เป็นต้น ซึ่ง B2B ก็คล้ายกับ B2C ที่ขยายจากตลาดออฟไลน์มาสู่ตลาดออนไลน์ แต่ต่างกันตรงที่ การทำงานจะเปลี่ยนจาก ระหว่างลูกค้าและเจ้าของธุรกิจ มาเป็น เจ้าของธุรกิจและเจ้าของธุรกิจ โดยการนำระบบออนไลน์นั้นมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจทั้งสองรูปแบบ แต่ธุรกิจแบบ B2B สามารถต่อยอดไปได้ไกลยิ่งขึ้นผ่านระบบ […]

จัดการสต๊อก TikTok Shop อย่างไรไม่ให้ของหมด กลาง Live หรือช่วงแคมเปญ

ในช่วงที่การ TikTok Live ขายของ และแคมเปญออนไลน์กลายเป็นตัวเร่งยอดขายหลักของหลายแบรนด์ ปัญหาที่เจ้าของร้านเจอบ่อยที่สุดกลับไม่ใช่ขายไม่ได้ แต่คือของหมด! โดยเฉพาะในช่วงที่ยอดกำลังพุ่งแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้หลายคนเริ่มมองหาวิธี จัดการสต๊อก TikTok Shop ให้แม่นยำมากขึ้น ธีจัดการสต๊อก TikTok Shopที่ได้ผล คือการวางระบบแบบเป็นขั้นตอน ได้แก่ (1) วิเคราะห์ยอดขายย้อนหลัง (2) แยกสินค้าขายดี (3) ตั้ง Safety Stock เผื่อสินค้า (4) เชื่อมสต๊อกทุกช่องทางแบบ Omnichannel และ (5) ใช้ระบบ inventory management TikTok เพื่ออัปเดตสต๊อกแบบ Real-time ลดปัญหาของหมดหรือ oversell แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องหลังบ้าน แต่ความจริงแล้ว “สต๊อก” คือหัวใจของการขาย เพราะต่อให้คอนเทนต์ดีแค่ไหน Live ปังแค่ไหน ถ้าของหมดกลางทาง ก็อาจเสียทั้งยอดขายและความน่าเชื่อถือได้ในเวลาไม่กี่นาที วิธีคำนวณ Safety Stock สำหรับร้านที่ขาย TikTok + […]

3 วิธีสุดล้ำทำอย่างไร ให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ และบอกต่อ

 3 วิธีสุดล้ำทำอย่างไร ให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ และบอกต่อ               ร้านค้ายุคใหม่ ใส่ใจมากกว่าแค่เรื่องการขาย เพราะเน้นสร้างความสัมพันธ์และประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า เพื่อให้เกิดความประทับใจจนนำไปสู่การซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง และรักษาฐานลูกค้าเก่าที่มีให้เป็นลูกค้าประจำของเราต่อไป เพราะลูกค้าเก่าอาจมีการบอกต่อหรือแนะนำเพื่อน ๆ ของเขาให้มาเป็นลูกค้าของเราในอนาคตได้           แน่นอนว่าถ้าสินค้าดีมีคุณภาพ ใคร ๆ ก็อยากซื้อซ้ำ แต่อย่าลืมนะครับว่า ยุคนี้สมัยนี้ การแข่งขันสูงมาก ใครไม่พัฒนา หรือไปช้าไม่ทันเพื่อน รับรองครับว่ามีเจ้าอื่นมาซื้อใจลูกค้าของคุณไปต่อหน้าต่อตาเเน่นอน วันนี้ผมมีสามสิ่งหลัก ๆ ที่ ควรทำเพื่อให้ลุกค้าเดิมกลับมาซื้อของของเราซ้ำ และไปบอกต่อให้คนอื่น ๆ กลายมาเป็นลูกค้าใหม่ของเราคือ 1. Personalization 2. บริการหลังการขาย และ 3. Campaign บอกต่อ เพราะการสื่อสารให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายสามารถเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย และสร้างกลุ่มลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ได้ผลมากที่สุด ดังนั้น นี่อาจจะเป็นการตลาดที่คุณกำลังมองหาอยู่ครับ         การตลาดแบบ […]

การทำธุรกิจแบบ B2C B2B และ B2B2C ต่างกันยังไง?

ปัจจุบันนี้ธุรกิจส่วนใหญ่นั้นมักจะเจาะกลุ่มตลาดออนไลน์ และให้ความสำคัญกับธุรกิจ E-commerce มากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบในการทำธุรกิจ จากเดิมที่มักจะเห็นธุรกิจแบบ B2C จนชินตา เปลี่ยนมาเป็น ธุรกิจแบบ B2B และ B2B2C เรามาทำความรู้จักธุรกิจทั้งสามแบบ ว่าคืออะไร เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ? กันดีกว่าครับ   B2B คืออะไร B2B หรือ Business-to-Business คือการทำการค้าระหว่างธุรกิจทำกับธุรกิจด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อ ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุดิบ การผลิตสินค้า หรือการบริการ เพื่อประโยชน์หรือการพัฒนาธุจกิจขององค์กร โดยไม่ใช่การนำไปเพื่ออุปโภคหรือบริโภคเอง เช่น การซื้อผ้ามาเพื่อผลิตเสื้อ ธุรกิจ B2B ที่พบเห็นกันได้บ่อย ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นธุรกิจด้านขนส่งอย่าง DHL เป็นต้น ซึ่ง B2B ก็คล้ายกับ B2C ที่ขยายจากตลาดออฟไลน์มาสู่ตลาดออนไลน์ แต่ต่างกันตรงที่ การทำงานจะเปลี่ยนจาก ระหว่างลูกค้าและเจ้าของธุรกิจ มาเป็น เจ้าของธุรกิจและเจ้าของธุรกิจ โดยการนำระบบออนไลน์นั้นมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจทั้งสองรูปแบบ แต่ธุรกิจแบบ B2B สามารถต่อยอดไปได้ไกลยิ่งขึ้นผ่านระบบ […]

จัดการสต๊อก TikTok Shop อย่างไรไม่ให้ของหมด กลาง Live หรือช่วงแคมเปญ

ในช่วงที่การ TikTok Live ขายของ และแคมเปญออนไลน์กลายเป็นตัวเร่งยอดขายหลักของหลายแบรนด์ ปัญหาที่เจ้าของร้านเจอบ่อยที่สุดกลับไม่ใช่ขายไม่ได้ แต่คือของหมด! โดยเฉพาะในช่วงที่ยอดกำลังพุ่งแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้หลายคนเริ่มมองหาวิธี จัดการสต๊อก TikTok Shop ให้แม่นยำมากขึ้น ธีจัดการสต๊อก TikTok Shopที่ได้ผล คือการวางระบบแบบเป็นขั้นตอน ได้แก่ (1) วิเคราะห์ยอดขายย้อนหลัง (2) แยกสินค้าขายดี (3) ตั้ง Safety Stock เผื่อสินค้า (4) เชื่อมสต๊อกทุกช่องทางแบบ Omnichannel และ (5) ใช้ระบบ inventory management TikTok เพื่ออัปเดตสต๊อกแบบ Real-time ลดปัญหาของหมดหรือ oversell แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องหลังบ้าน แต่ความจริงแล้ว “สต๊อก” คือหัวใจของการขาย เพราะต่อให้คอนเทนต์ดีแค่ไหน Live ปังแค่ไหน ถ้าของหมดกลางทาง ก็อาจเสียทั้งยอดขายและความน่าเชื่อถือได้ในเวลาไม่กี่นาที วิธีคำนวณ Safety Stock สำหรับร้านที่ขาย TikTok + […]

3 วิธีสุดล้ำทำอย่างไร ให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ และบอกต่อ

 3 วิธีสุดล้ำทำอย่างไร ให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ และบอกต่อ               ร้านค้ายุคใหม่ ใส่ใจมากกว่าแค่เรื่องการขาย เพราะเน้นสร้างความสัมพันธ์และประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า เพื่อให้เกิดความประทับใจจนนำไปสู่การซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง และรักษาฐานลูกค้าเก่าที่มีให้เป็นลูกค้าประจำของเราต่อไป เพราะลูกค้าเก่าอาจมีการบอกต่อหรือแนะนำเพื่อน ๆ ของเขาให้มาเป็นลูกค้าของเราในอนาคตได้           แน่นอนว่าถ้าสินค้าดีมีคุณภาพ ใคร ๆ ก็อยากซื้อซ้ำ แต่อย่าลืมนะครับว่า ยุคนี้สมัยนี้ การแข่งขันสูงมาก ใครไม่พัฒนา หรือไปช้าไม่ทันเพื่อน รับรองครับว่ามีเจ้าอื่นมาซื้อใจลูกค้าของคุณไปต่อหน้าต่อตาเเน่นอน วันนี้ผมมีสามสิ่งหลัก ๆ ที่ ควรทำเพื่อให้ลุกค้าเดิมกลับมาซื้อของของเราซ้ำ และไปบอกต่อให้คนอื่น ๆ กลายมาเป็นลูกค้าใหม่ของเราคือ 1. Personalization 2. บริการหลังการขาย และ 3. Campaign บอกต่อ เพราะการสื่อสารให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายสามารถเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย และสร้างกลุ่มลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ได้ผลมากที่สุด ดังนั้น นี่อาจจะเป็นการตลาดที่คุณกำลังมองหาอยู่ครับ         การตลาดแบบ […]