FIFO คือหลักการจัดการสต๊อกแบบ “เข้าก่อน ออกก่อน” ที่ช่วยให้สินค้าหมุนเวียนอย่างเป็นระบบและลดโอกาสเกิดสินค้าค้างคลัง อย่างไรก็ตาม มาตรฐานการหยิบสินค้าทั่วไปของ MyCloud Fulfillment มีรายละเอียดเฉพาะเรียกว่า Bin-based FIFO ส่วนสินค้าที่มีวันหมดอายุสามารถเลือกใช้ FEFO เพื่อจัดลำดับตามวันหมดอายุได้
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า FIFO, Bin-based FIFO และ FEFO แตกต่างกันอย่างไร มีข้อควรระวังอะไรบ้าง และธุรกิจควรเลือกระบบหยิบสินค้าแบบใดให้เหมาะกับสินค้าแต่ละประเภท
FIFO คืออะไร?
FIFO ย่อมาจาก First In, First Out หมายถึงหลักการ “สินค้าที่เข้าก่อน ต้องออกก่อน” โดยคลังสินค้าจะหยิบสินค้าที่รับเข้ามาก่อนออกไปแพ็กและจัดส่งก่อนสินค้าที่รับเข้ามาภายหลัง
ตัวอย่างเช่น สินค้า SKU เดียวกันถูกนำเข้าคลังสองรอบ รอบแรกวันที่ 1 สิงหาคม และรอบที่สองวันที่ 10 สิงหาคม ภายใต้ FIFO แบบเคร่งครัด สินค้าจากรอบวันที่ 1 สิงหาคมจะต้องถูกหยิบออกก่อนรอบวันที่ 10 สิงหาคม
ประโยชน์ของระบบ FIFO
1. ลดโอกาสเกิดสินค้าค้างสต๊อก
เมื่อสินค้าที่เข้าก่อนถูกนำออกก่อน สินค้าล็อตเก่าจึงไม่ถูกทิ้งไว้จนกลายเป็น Dead Stock หรือสินค้าที่ขายและหมุนเวียนออกได้ยาก
2. ลดความเสี่ยงจากการเสื่อมสภาพ
แม้สินค้าบางประเภทไม่มีวันหมดอายุ แต่คุณภาพหรือสภาพบรรจุภัณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อเก็บไว้นาน การหมุนเวียนสินค้าเก่าออกก่อนช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าว
3. ทำให้สต๊อกหมุนเวียนอย่างเป็นระบบ
FIFO ช่วยกำหนดลำดับการทำงานที่ชัดเจน ลดการเลือกหยิบสินค้าแบบไม่มีหลักเกณฑ์ และทำให้ติดตามอายุของสต๊อกได้ง่ายขึ้น
4. ช่วยควบคุมต้นทุนสินค้าคงคลัง
สินค้าค้างสต๊อกทำให้เงินทุนของธุรกิจถูกผูกไว้ในคลัง การหมุนเวียนสินค้าอย่างเหมาะสมจึงช่วยลดทั้งต้นทุนพื้นที่และความเสียหายจากสินค้าที่ขายไม่ทัน
Bin-based FIFO ของ MyCloud Fulfillment คืออะไร?
มาตรฐานการหยิบสินค้าปกติของ MyCloud Fulfillment เรียกว่า Bin-based FIFO โดยสินค้าทุกชิ้นได้รับการจัดการผ่านระบบ Bin หรือภาชนะจัดเก็บสินค้า เมื่อมีออเดอร์เข้าสู่ระบบ MyCloud OMS ระบบจะกำหนดให้พนักงานหยิบสินค้าจาก Bin ที่มีข้อมูลการรับเข้าคลังก่อน โดยไม่ได้เลือกจากวันผลิต หมายเลขล็อต หรือวันหมดอายุของสินค้ารายชิ้นโดยตรง
- สินค้าเข้าคลังและถูกจัดเก็บใน Bin
- ระบบบันทึกข้อมูลการรับเข้าของแต่ละ Bin
- เมื่อมีออเดอร์ ระบบพิจารณาลำดับของ Bin
- สินค้าใน Bin ที่รับเข้าก่อนจะได้รับการแนะนำให้หยิบก่อน
- พนักงานหยิบสินค้าตามตำแหน่งและคำแนะนำจากระบบ
Bin-based FIFO ไม่ใช่ Strict FIFO
แม้ชื่อ Bin-based FIFO จะอ้างอิงแนวคิดเข้าก่อนออกก่อน แต่วิธีนี้ ไม่ใช่ FIFO แบบเคร่งครัดในระดับสินค้ารายชิ้น เนื่องจากระบบจัดลำดับจากวันที่รับเข้าของ Bin ไม่ได้ตรวจวันรับเข้า วันผลิต หรือล็อตของสินค้าทุกชิ้นภายใน Bin แยกจากกัน
การรวม Bin เพื่อประหยัดพื้นที่
MyCloud อาจรวมสินค้าที่เป็น SKU เดียวกันและมีเงื่อนไขการจัดเก็บตรงกันไว้ใน Bin เดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ หลังการรวม ระบบจะอ้างอิงข้อมูลของ Bin ที่รับสินค้าเข้าไปรวม จึงอาจทำให้สินค้าบางชิ้นที่เข้าคลังภายหลังถูกหยิบออกก่อนสินค้าที่เข้ามาก่อน
การนำสินค้าตีกลับกลับเข้าสู่สต๊อก
เมื่อสินค้าตีกลับผ่านการตรวจสอบและเหมาะสมสำหรับนำกลับเข้าสต๊อก พนักงานอาจนำสินค้าไปรวมกับ Bin ที่มีเงื่อนไขเดียวกัน กรณีนี้ทำให้สินค้าไม่ได้ถูกจัดลำดับตามวันรับเข้ารายชิ้นแบบ Strict FIFO
สินค้าประเภทใดเหมาะกับ Bin-based FIFO?
Bin-based FIFO เหมาะกับสินค้าทั่วไปที่ไม่ต้องควบคุมวันหมดอายุหรือลำดับล็อตอย่างเคร่งครัด เช่น
- เสื้อผ้าและรองเท้า
- เครื่องประดับและของตกแต่ง
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางประเภท
- ของใช้ทั่วไปที่ไม่มีวันหมดอายุ
- สินค้าที่แต่ละชิ้นภายใน SKU เดียวกันมีคุณสมบัติไม่แตกต่างกัน
หากสินค้ารุ่นเดียวกันมีการเปลี่ยนสเปก บรรจุภัณฑ์ สูตรการผลิต หรือคุณสมบัติระหว่างล็อต ร้านค้าควรแยก SKU หรือบันทึกข้อมูลล็อตเพิ่มเติม ไม่ควรอาศัย Bin-based FIFO เพียงอย่างเดียว
FEFO คืออะไร?
FEFO ย่อมาจาก First Expiry Date, First Out หมายถึงการหยิบสินค้าที่มีวันหมดอายุใกล้ที่สุดออกก่อน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าที่เข้าคลังก่อน
ตัวอย่างเช่น สินค้า A เข้าคลังก่อนแต่หมดอายุเดือนธันวาคม ส่วนสินค้า B เข้าคลังภายหลังแต่หมดอายุเดือนตุลาคม ภายใต้ FEFO ระบบจะเลือกสินค้า B ออกก่อน เพราะมีวันหมดอายุใกล้กว่า
สำหรับ MyCloud การหยิบแบบ FEFO ใช้กับ SKU ที่ร้านค้าเลือกใช้ บริการพิเศษสำหรับบันทึก EXP หรือ Expiry Date ระบบจึงจะสามารถเปรียบเทียบวันหมดอายุและกำหนดให้หยิบสินค้าที่หมดอายุก่อนออกจากสต๊อกก่อน หากร้านค้าไม่ได้ใช้บริการบันทึก EXP ระบบจะใช้มาตรฐาน Bin-based FIFO แทน
FIFO, Bin-based FIFO และ FEFO ต่างกันอย่างไร?
| ระบบหยิบ | เกณฑ์ที่ใช้จัดลำดับ | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| Strict FIFO | วันรับเข้าสินค้าแต่ละล็อตหรือแต่ละหน่วย | สินค้าที่ต้องควบคุมของเก่าออกก่อนอย่างเคร่งครัด |
| Bin-based FIFO | วันรับเข้าของ Bin | สินค้าทั่วไปที่ไม่ต้องควบคุมล็อตหรือวันหมดอายุอย่างเข้มงวด |
| FEFO | วันหมดอายุของสินค้า | อาหาร เครื่องสำอาง อาหารเสริม และสินค้าที่มีอายุการเก็บรักษา |
หัวใจสำคัญคือ FIFO ให้ความสำคัญกับวันที่สินค้าเข้าคลัง ส่วน FEFO ให้ความสำคัญกับวันที่สินค้าหมดอายุ ขณะที่ Bin-based FIFO ของ MyCloud อ้างอิงวันที่รับเข้าของ Bin ไม่ใช่วันที่รับเข้าของสินค้าแต่ละชิ้น
สินค้าประเภทใดควรใช้ FEFO?
- อาหารและเครื่องดื่ม
- อาหารเสริม
- เครื่องสำอางและสกินแคร์
- ผลิตภัณฑ์สุขภาพ
- สินค้าสำหรับแม่และเด็ก
- ผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการเก็บรักษาจำกัด
การใช้ FEFO ช่วยให้สินค้าที่เหลืออายุสั้นกว่าถูกนำออกก่อน ลดโอกาสเกิดสินค้าหมดอายุคาคลัง และช่วยป้องกันไม่ให้สินค้าหมดอายุถูกส่งถึงผู้บริโภค นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดเกณฑ์สินค้าใกล้หมดอายุหรือ Near Expiration ของแต่ละ SKU เพื่อป้องกันสินค้าที่เหลืออายุต่ำกว่าเกณฑ์ถูกส่งออกตามปกติ
ถ้าต้องการควบคุม FIFO อย่างละเอียดควรทำอย่างไร?
บันทึกวันหมดอายุ
หากสินค้ามีวันหมดอายุ ควรบันทึก Expiry Date เพื่อให้ระบบสามารถใช้ FEFO ได้อย่างถูกต้อง
บันทึกวันผลิตหรือหมายเลขล็อต
สินค้าที่ไม่มีวันหมดอายุชัดเจนแต่ต้องการจ่ายสินค้าที่ผลิตก่อนออกก่อน ควรบันทึก Manufacturing Date หรือ Lot Number เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างรอบการผลิตและเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบย้อนหลัง
แยก SKU เมื่อคุณสมบัติสินค้าแตกต่างกัน
หากสินค้ารุ่นเดิมมีการเปลี่ยนสูตร บรรจุภัณฑ์ อุปกรณ์ภายใน หรือรายละเอียดที่ลูกค้าสังเกตเห็นได้ ควรสร้าง SKU แยกเพื่อป้องกันการหยิบปะปนกัน
เลือกวิธีหยิบสินค้าอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ?
- สินค้ามีวันหมดอายุหรือไม่?
- สินค้าต่างล็อตมีสูตรหรือคุณสมบัติแตกต่างกันหรือไม่?
- จำเป็นต้องตรวจสอบย้อนกลับถึงล็อตการผลิตหรือไม่?
- หากสินค้ารุ่นเก่าถูกส่งหลังรุ่นใหม่ จะกระทบลูกค้าหรือไม่?
- ธุรกิจมีข้อกำหนดเรื่องอายุสินค้าคงเหลือขั้นต่ำก่อนจัดส่งหรือไม่?
- ต้องการประหยัดพื้นที่ด้วยการรวม Bin หรือควบคุมล็อตอย่างเข้มงวดมากกว่ากัน?
หากเป็นสินค้าทั่วไปและไม่อ่อนไหวต่อวันผลิตหรือล็อต Bin-based FIFO อาจเพียงพอและช่วยให้ใช้พื้นที่จัดเก็บอย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากสินค้าเกี่ยวข้องกับวันหมดอายุ ความปลอดภัย หรือการตรวจสอบย้อนกลับ ร้านค้าควรใช้บริการบันทึก EXP, Manufacturing Date หรือ Lot Number ตามลักษณะสินค้า
MyCloud Fulfillment ช่วยจัดการการหยิบสินค้าอย่างไร?
บริการ Order Fulfillment ของ MyCloud ดูแลกระบวนการตั้งแต่รับสินค้า จัดเก็บ รับคำสั่งซื้อ หยิบ แพ็ก ไปจนถึงส่งมอบให้ผู้ให้บริการขนส่ง โดยใช้ระบบ OMS/WMS และบาร์โค้ดช่วยตรวจสอบการทำงาน
ในขั้นตอน Picking ระบบจะกำหนดตำแหน่งและสินค้าที่ต้องหยิบตามกลยุทธ์ที่ตั้งไว้ ช่วยลดการตัดสินใจหน้างานและลดความผิดพลาดจาก Human Error ก่อนส่งสินค้าไปตรวจสอบและแพ็กในขั้นตอนถัดไป ร้านค้าสามารถเลือกรูปแบบจัดการสินค้าให้สัมพันธ์กับความต้องการของแต่ละ SKU ไม่ว่าจะเป็น Bin-based FIFO หรือ FEFO
สรุป: FIFO ที่ดีต้องเริ่มจากข้อมูลสินค้าที่ถูกต้อง
FIFO คือหลักการนำสินค้าที่เข้าก่อนออกก่อน เพื่อสร้างการหมุนเวียนสต๊อกและลดโอกาสเกิดสินค้าเก่าค้างคลัง แต่สำหรับ MyCloud มาตรฐานทั่วไปคือ Bin-based FIFO ซึ่งจัดลำดับตามวันที่รับเข้าของ Bin และไม่ใช่ Strict FIFO ในระดับสินค้าแต่ละชิ้น
หากสินค้าต้องควบคุมวันหมดอายุ ควรเลือกใช้ FEFO พร้อมบริการบันทึก EXP ส่วนสินค้าที่ต้องแยกตามรอบการผลิตควรบันทึก Manufacturing Date หรือ Lot Number เพิ่มเติม การเลือกระบบที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ความเสี่ยงของธุรกิจ และระดับการตรวจสอบย้อนหลังที่แบรนด์ต้องการ
ต้องการลดงานหลังบ้านและจัดการสต๊อกอย่างเป็นระบบ? ให้ MyCloud Fulfillment ช่วยดูแลตั้งแต่เก็บ หยิบ แพ็ก จนถึงจัดส่ง พร้อมวางรูปแบบการจัดการสินค้าที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ ปรึกษาทีม MyCloud Fulfillment
