Knowledge Center

FIFO, LIFO, FEFO คืออะไร การการหยิบสินค้าแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร

จริง ๆ แล้วทุกขั้นตอนของการบริการ fulfillment มีความสำคัญทั้งหมดเลยครับ แต่บางคนอาจจะให้ความสำคัญไปที่ขั้นตอนการเก็บ การเเพ็ค และส่งมากกว่า จนลืมไปว่าหากขั้นตอนการหยิบสินค้าก่อนแพ็คผิดผลาดก็อาจเกิดปัญหาในขั้นตอนถัด ๆ มาได้ครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ใน ขั้นตอนการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้า ผมได้ยกตัวอย่างวิธีการหยิบสินค้า ที่คลังสินค้าต่าง ๆ มักใช้กันไปแล้วนะครับ blog นี้ผมจึงอยากให้ทุกคนรู้จักรูปแบบการหยิบสินค้ากันบ้างครับ 

FIFO คืออะไร 

FIFO หรือ First-In First-Out คือระบบการจัดการสินค้าตามลำดับเข้าก่อน-ออกก่อน โดยการหยิบสินค้าที่เข้าคลังก่อน ออกไปแพ็กและจัดส่งก่อนเสมอ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดปัญหาสินค้าเสื่อมสภาพจากการเก็บไว้นาน หรือสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวน เปลี่ยนราคาอยู่บ่อย ๆ  และยังทำให้การหมุนเวียนสินค้าในคลังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างสินค้าเช่น เสื้อผ้า รองเท้า รวมถึงสินค้าที่มีหลายชนิดและมีการเปลี่ยนแปลงสต๊อกบ่อยครั้ง อย่างอุปกรณ์แฟชัน ของตกแต่งหรือเครื่องใช้ต่าง ๆ เป็นต้น 

นอกจากนี้ การใช้ระบบ FIFO ยังช่วยให้สินค้าที่อยู่ในคลังเป็นล็อตล่าสุดอยู่เสมอ ช่วยให้การบริหารสต๊อกง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงของสินค้าค้างสต๊อกได้ครับ

ประโยชน์ของการหยิบสินค้าแบบ FIFO 

  • เป็นการเช็คคุณภาพของสินค้าที่จะส่งให้ลูกค้า ว่าสินค้าของคุณจะไม่หมดอายุก่อนที่จะส่งถึงมือลูกค้า และมั่นใจได้ว่าสินค้าที่คงอยู่ในคลังเป็นสินค้าใหม่
  • ช่วยให้การทำบัญชีง่ายขึ้น เพราะสามารถวัดมูลค่าของสินค้าคงคลัง หรือ มูลค่าผันแปรต่อเดือนได้ โดยคิดง่าย ๆ ครับว่า เงินที่ถูกหักออกไปจากสินค้าคงคลังผันแปรเท่ากับเงินที่เข้ามาในบัญชีรายรับ
  • ทำให้การเก็บและหยิบสินค้ามีระบบมากขึ้น และเป็นระบบที่ยอมรับอย่างกว้างขว้างโดยสากล 

FEFO คืออะไร 

FEFO หรือ First Expire date First Out คือหลักการบริหารคลังสินค้าโดยเน้นการจ่ายสินค้าที่ใกล้หมดอายุก่อน ซึ่งต่างจากระบบ FIFO ที่เน้นลำดับเวลาการเข้าคลัง FEFO จะเน้นวันหมดอายุ (Expiry Date) เป็นหลักในการจัดเรียงและหยิบสินค้า โดยระบบนี้ Lot Number และวันหมดอายุของสินค้า จะถูกบันทึกตั้งแต่ขั้นตอนการรับสินค้าเข้าคลัง (Inbound) เพื่อให้สามารถตรวจสอบและหยิบสินค้าได้อย่างถูกต้องในลำดับที่ใกล้หมดอายุก่อนทุกครั้งที่มีการแพ็กหรือจัดส่ง 

โดยการจัดเก็บแบบ FEFO จะช่วยลดความผิดพลาด เช่น การหยิบสินค้าที่หมดอายุไปส่งให้ลูกค้า และช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพของสินค้าได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับสินค้าในกลุ่มที่มีอายุการใช้งานจำกัด เช่น อาหารเสริม สกินแคร์ ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม และเวชภัณฑ์หรือสินค้าเภสัชกรรม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ก่อนจัดเก็บสินค้าเข้าคลัง ควรมีการแยกและติดป้ายวันที่หมดอายุให้ชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถหยิบสินค้าตามลำดับวันหมดอายุได้อย่างสะดวกและรวดเร็วครับ 

ประโยชน์ของการหยิบสินค้าแบบ FEFO

  • ลดความเสียหายจากการหมดอายุของสินค้า
  • สามารถตรวจสอบอายุการเก็บรักษาของสินค้าที่เหลืออยู่ในคลัง และจัดการระบายสินค้าออกก่อนวันหมดอายุได้
  • เป็นการบริหารสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพและสามารถทำได้ง่าย

LIFO คืออะไร 

LIFO หรือ Last In First Out เหมาะสำหรับสินค้าประเภทที่มีอายุจำกัด เช่น พวกสารเคมีต่าง ๆ โดยมีหลักการหยิบ คือหยิบสินค้าที่เข้ามาล่าสุดเสมอ ตามหลักของระบบการเข้าหลังออกก่อน แม้ว่าจะทำได้ยากเนื่องจากต้องบันทึกข้อมูลสินค้าเยอะกว่า แต่ก็ยังเป็นที่นิยมเพราะ การหยิบและบริหารคลังสินค้าแบบ LIFO ช่วยอำนวยเรื่องกำไรและภาษีครับ

ประโยชน์ของการหยิบสินค้าแบบ LIFO 

  • ทำให้คิดต้นทุนสินค้าได้ง่ายกว่า โดยต้นทุนสินค้ามีราคาใกล้กับราคาตลาดในปัจจุบันมากที่สุด เพราะเป็นสินค้าที่เข้ามาล่าสุด
  • เมื่อราคาของสินค้าในตลาดเพิ่มขึ้น ราคาของสินค้าจะกลายเป็นกำไรทันทีเมื่อขายออกไป
  • ใช้เพื่อลดกำไรสุทธิ เมื่อสินค้าที่เข้ามาล่าสุดออกไปก่อนดังนั้นเมื่อองค์กรมีอัตราภาษีสูงขึ้น จึงใช้การหยิบเเละบริหารคลังแบบ LIFO
FIFO และ FEFO

ความแตกต่างระหว่าง FIFO และ FEFO  

แม้ทั้ง FIFO และ FEFO จะเป็นระบบการบริหารจัดการสต็อกที่เน้นความเป็นระเบียบและลดของเสีย แต่ก็มีหลักการที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ผมสรุปเปรียบเทียบไว้ดังนี้ครับ  

  1. FIFO (First-In, First-Out) เป็นวิธีการหยิบสินค้าตามลำดับที่รับเข้าคลัง หมายความว่าสินค้าที่เข้าคลังก่อน จะถูกหยิบออกไปก่อน เหมาะกับสินค้าที่มีวันหมดอายุ เช่น อาหาร เครื่องดื่มหรือสินค้าแฟชั่นที่เปลี่ยนซีซันเร็ว
  2. FEFO (First-Expired, First-Out) เป็นการหยิบสินค้าตามวันหมดอายุ โดยสินค้าที่ใกล้หมดอายุก่อน จะถูกหยิบออกไปก่อน ไม่ว่าสินค้าล็อตนั้นจะเข้าคลังก่อนหรือหลัง เหมาะสำหรับสินค้าที่มีอายุการใช้งานแน่นอน เช่น ยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องสำอาง 
การหยิบสินค้า

สรุปบทความ 

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกใช้ FIFO หรือ FEFO ระบบการเก็บสินค้าที่ดีมีส่วนสำคัญมากครับ ควรจัดวางสินค้าให้เป็นระเบียบ มีป้ายแสดงข้อมูลชัดเจน เช่น วันที่รับเข้าและวันหมดอายุ เพื่อช่วยให้หยิบสินค้าได้แม่นยำ รวดเร็ว และลดการผิดพลาดเวลาจัดส่งให้ลูกค้า สำหรับที่ MyCloud Fulfillment เราให้ความสำคัญกับความถูกต้องเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะในการบริหารจัดการคลังสินค้าของเราค่อนข้างมีความยืดหยุ่น ซึ่งจะใช้ระบบหยิบสินค้าแบบ Barcode Scan ที่มีความแม่นยำสูง ลดข้อผิดพลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับทั้งการจัดเก็บและหยิบสินค้าทั้งแบบ FIFO, FEFO และ LIFO ตามลักษณะของสินค้าและความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละราย 

ซึ่งโดยปกติแล้วการหยิบสำหรับสินค้าทั่วไป เช่น เสื้อผ้าหรือของใช้ที่ไม่มีวันหมดอายุชัดเจนเราจะใช้การหยิบแบบแบบ FIFO เป็นพื้นฐาน แต่สำหรับสินค้าที่มีวันหมดอายุชัดเจน เช่นพวก สกินแคร์ เครื่องสำเอง อาหารเสริม อาหารแห้งต่าง ๆ เราจะใช้การหยิบแบบ FEFO เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าทุกชิ้น อย่างไรก็ตามลูกค้าสามารถระบุมาในระบบได้ว่าจะใช้ Exp. อะไรในระบบ ซึ่งเราเก็บได้ทั้ง Lot. และ Exp. ครับ

นอกจากการจัดการคลังที่ยืดหยุ่น ยังสามารถทำงานควบคู่ไปกับระบบการจัดการคลังสินค้าออนไลน์ โดยสามารถเชื่อมต่อกับระบบ WMS และระบบ OMS เชื่อมต่อผ่าน API ช่วยให้แบรนด์จัดการคำสั่งซื้อจากทุกช่องทางได้ในระบบเดียว นอกจากนี้ ยังรองรับการขาย Omni Channel ทั้ง ShopeeLazadaTikTok หรือ Line OA ไม่ว่าออเดอร์จะเข้ามามากแค่ไหนก็ไม่ว่าปริมาณออเดอร์จะมากแค่ไหนก็สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะ MyCloud เราสามารถเพิ่มกำลังคนจัดการออเดอร์และรองรับการขยายได้ถึง 3.5 เท่า ด้วยพื้นที่คลังสินค้าขนาดใหญ่กว่า 10,000 ตร.ม.

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ www.mycloudfulfillment.com
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร: 092-472-7742, 02-138-9920
อีเมล: [email protected]
line: @mycloudgroup
MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก
บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

ทำไม MyCloudFulfillment ถึงแตกต่าง?

ทำไม MyCloudFulfillment ถึงแตกต่างจาก Fulfillment อื่น ๆ ?             มีผู้ให้บริการ Fulfillment มากมายในท้องตลาด แล้ว MyCloud แตกต่างอย่างไร ทำไมจึงมีราคาสูงกว่าทั่วไป? และอะไรคือเหตุผลที่คุณต้องเลือกใช้บริการจาก MyCloudFulfillment? บทความนี้มีคำตอบค่ะ MyCloudFulfillment คือใคร?            MyCloudFulfillment คือผู้ให้บริการคลังสินค้าออนไลน์พร้อมด้วยบริการ Fulfillment อันดับ 1 สำหรับธุรกิจ E-Commerce ที่จัดเก็บ แพ็ค ส่งสินค้าโดยทีมงานมืออาชีพ เพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน การันตีคุณภาพด้วยรีวิว และรางวัลระดับประเทศ รวมถึงความไว้วางใจจากบริษัทในตลาดหลักทรัพย์และ International Company มากมาย หากคุณกำลังมองหาคลังสินค้า ที่ตอบโจทย์ร้านค้าออนไลน์ของคุณอยู่ บริการ Fulfillment จาก MyCloud คือตัวเลือกที่ดีที่สุดค่ะ บริการของ […]

Temu ศึกครั้งใหญ่ของ SMEs ไทย“จะรับมือยังไง ไม่ให้เจ๊ง!”

Temu (เทมู) แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์จากจีน ที่กำลังโด่งดังอยู่ตอนนี้ ซึ่งมีบริษัทแม่อย่าง Pinduoduo (พินตั๋วตั๋ว) อีคอมเมิร์ชเจ้าดังที่ประสบความสำเร็จในตลาดออนไลน์จีนมาแล้วก่อนหน้านี้ และมีผู้ก่อตั้งคนเดียวกัน ก็คือ Colin Huang หรือหวงเจิง ทั้ง 2 แฟลตฟอร์มนี้เป็นบริษัทค้าปลีก ในเครือ PDD Holding โดยจะเน้นตลาดคนละกลุ่มเป้าหมาย โดยที่ Pinduoduo จะเน้นกลุ่มผู้ซื้อในประเทศจีน ส่วน เทมู จะเน้นกลุ่มผู้ซื้อในต่างประเทศ Temu เข้ามาในไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ วันนี้ 29 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา เป็นที่ฮือฮาใน วงการอีคอมเมิร์ซไทย เป็นอย่างมาก เพราะด้วย “ราคาสินค้า”ที่ถูกมาก จนนักช้อปออนไลน์ไม่พลาดที่แห่กันกดซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มดังกล่าว และมียอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชันทั่วโลก ถึง 165 ล้านครั้งเลยทีเดียว และด้วยเหตุผลนี้ ก็สร้างความกังวลใจกับธุรกิจ SMEs รายย่อยในไทย หรือ พวกพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ ว่าจะยังขายของได้เหมือนเดิมไหม หรือ จะถูกแย่งลูกค้าที่เคยซื้อไปหรือเปล่า นั่นเอง ทำไม […]

คู่มือสำหรับพ่อค้าแม่ค้า ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง 

หากพูดถึงการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ก็คงเป็นเรื่องที่ดูจะง่ายดายใช่ไหมล่ะ แต่จริง ๆ แล้วหลายคนอาจไม่ทราบว่าการขายของออนไลน์นั้นต้องมีการจดทะเบียนตามกฎหมายเช่นเดียวกับการเปิดร้านค้าแบบมีหน้าร้าน เพราะการจดทะเบียนนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจอีกด้วย ในบทความนี้ MyCloud จะพาคุณไปดูว่า การจดทะเบียนขายของออนไลน์ ตั้งแต่การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไปจนถึงการจดทะเบียนรับรองคุณภาพสินค้า พร้อมเอกสารที่จำเป็นทั้งสำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล มีอะไรและมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง     ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง การขายของออนไลน์ในปัจจุบันนั้นมีขั้นตอนทางกฎหมายที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการเพื่อให้ธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้อง ซึ่งหลัก ๆ แล้ว ต้องจดทะเบียนทั้ง 3 อย่าง ดังนี้  1. จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD) สำหรับผู้ขายออนไลน์ที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ถือว่าเป็นวิธีที่จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณได้ เนื่องจากการขายสินค้าออนไลน์ก็เปรียบเสมือนการมีหน้าร้าน จึงต้องมีการจดทะเบียนเช่นเดียวกับร้านค้าทั่วไป แต่จะแตกต่างตรงที่เป็นการจดทะเบียนพาณิชย์แบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันตัวตนของผู้ประกอบการและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าธุรกิจของคุณมีตัวตนที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น  2. จดภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่มียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด หากธุรกิจของคุณยังไม่ถึงเกณฑ์นี้แต่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต การขยายช่องทางการขายเพิ่มเติมถือเป็นทางเลือกที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปถึงยอดขายตามเงื่อนไขได้ ซึ่งปกติธุรกิจส่วนใหญ่ก็มักขายผ่าน Marketplace ต่าง ๆ เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ […]

ทำไม MyCloudFulfillment ถึงแตกต่าง?

ทำไม MyCloudFulfillment ถึงแตกต่างจาก Fulfillment อื่น ๆ ?             มีผู้ให้บริการ Fulfillment มากมายในท้องตลาด แล้ว MyCloud แตกต่างอย่างไร ทำไมจึงมีราคาสูงกว่าทั่วไป? และอะไรคือเหตุผลที่คุณต้องเลือกใช้บริการจาก MyCloudFulfillment? บทความนี้มีคำตอบค่ะ MyCloudFulfillment คือใคร?            MyCloudFulfillment คือผู้ให้บริการคลังสินค้าออนไลน์พร้อมด้วยบริการ Fulfillment อันดับ 1 สำหรับธุรกิจ E-Commerce ที่จัดเก็บ แพ็ค ส่งสินค้าโดยทีมงานมืออาชีพ เพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน การันตีคุณภาพด้วยรีวิว และรางวัลระดับประเทศ รวมถึงความไว้วางใจจากบริษัทในตลาดหลักทรัพย์และ International Company มากมาย หากคุณกำลังมองหาคลังสินค้า ที่ตอบโจทย์ร้านค้าออนไลน์ของคุณอยู่ บริการ Fulfillment จาก MyCloud คือตัวเลือกที่ดีที่สุดค่ะ บริการของ […]

Temu ศึกครั้งใหญ่ของ SMEs ไทย“จะรับมือยังไง ไม่ให้เจ๊ง!”

Temu (เทมู) แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์จากจีน ที่กำลังโด่งดังอยู่ตอนนี้ ซึ่งมีบริษัทแม่อย่าง Pinduoduo (พินตั๋วตั๋ว) อีคอมเมิร์ชเจ้าดังที่ประสบความสำเร็จในตลาดออนไลน์จีนมาแล้วก่อนหน้านี้ และมีผู้ก่อตั้งคนเดียวกัน ก็คือ Colin Huang หรือหวงเจิง ทั้ง 2 แฟลตฟอร์มนี้เป็นบริษัทค้าปลีก ในเครือ PDD Holding โดยจะเน้นตลาดคนละกลุ่มเป้าหมาย โดยที่ Pinduoduo จะเน้นกลุ่มผู้ซื้อในประเทศจีน ส่วน เทมู จะเน้นกลุ่มผู้ซื้อในต่างประเทศ Temu เข้ามาในไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ วันนี้ 29 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา เป็นที่ฮือฮาใน วงการอีคอมเมิร์ซไทย เป็นอย่างมาก เพราะด้วย “ราคาสินค้า”ที่ถูกมาก จนนักช้อปออนไลน์ไม่พลาดที่แห่กันกดซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มดังกล่าว และมียอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชันทั่วโลก ถึง 165 ล้านครั้งเลยทีเดียว และด้วยเหตุผลนี้ ก็สร้างความกังวลใจกับธุรกิจ SMEs รายย่อยในไทย หรือ พวกพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ ว่าจะยังขายของได้เหมือนเดิมไหม หรือ จะถูกแย่งลูกค้าที่เคยซื้อไปหรือเปล่า นั่นเอง ทำไม […]

คู่มือสำหรับพ่อค้าแม่ค้า ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง 

หากพูดถึงการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ก็คงเป็นเรื่องที่ดูจะง่ายดายใช่ไหมล่ะ แต่จริง ๆ แล้วหลายคนอาจไม่ทราบว่าการขายของออนไลน์นั้นต้องมีการจดทะเบียนตามกฎหมายเช่นเดียวกับการเปิดร้านค้าแบบมีหน้าร้าน เพราะการจดทะเบียนนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจอีกด้วย ในบทความนี้ MyCloud จะพาคุณไปดูว่า การจดทะเบียนขายของออนไลน์ ตั้งแต่การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไปจนถึงการจดทะเบียนรับรองคุณภาพสินค้า พร้อมเอกสารที่จำเป็นทั้งสำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล มีอะไรและมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง     ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง การขายของออนไลน์ในปัจจุบันนั้นมีขั้นตอนทางกฎหมายที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการเพื่อให้ธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้อง ซึ่งหลัก ๆ แล้ว ต้องจดทะเบียนทั้ง 3 อย่าง ดังนี้  1. จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD) สำหรับผู้ขายออนไลน์ที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ถือว่าเป็นวิธีที่จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณได้ เนื่องจากการขายสินค้าออนไลน์ก็เปรียบเสมือนการมีหน้าร้าน จึงต้องมีการจดทะเบียนเช่นเดียวกับร้านค้าทั่วไป แต่จะแตกต่างตรงที่เป็นการจดทะเบียนพาณิชย์แบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันตัวตนของผู้ประกอบการและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าธุรกิจของคุณมีตัวตนที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น  2. จดภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่มียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด หากธุรกิจของคุณยังไม่ถึงเกณฑ์นี้แต่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต การขยายช่องทางการขายเพิ่มเติมถือเป็นทางเลือกที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปถึงยอดขายตามเงื่อนไขได้ ซึ่งปกติธุรกิจส่วนใหญ่ก็มักขายผ่าน Marketplace ต่าง ๆ เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ […]