Knowledge Center

FIFO, LIFO, FEFO คืออะไร การการหยิบสินค้าแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร

หยิบสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการหยิบแบบ FIFO FEFO และ LIFO

จริง ๆ แล้วทุกขั้นตอนของการบริการ fulfillment มีความสำคัญทั้งหมดเลยครับ แต่บางคนอาจจะให้ความสำคัญไปที่ขั้นตอนการเก็บ การเเพ็ค และส่งมากกว่า จนลืมไปว่าหากขั้นตอนการหยิบสินค้าก่อนแพ็คผิดผลาดก็อาจเกิดปัญหาในขั้นตอนถัด ๆ มาได้ครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ใน ขั้นตอนการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้า ผมได้ยกตัวอย่างวิธีการหยิบสินค้า ที่คลังสินค้าต่าง ๆ มักใช้กันไปแล้วนะครับ blog นี้ผมจึงอยากให้ทุกคนรู้จักรูปแบบการหยิบสินค้ากันบ้างครับ 

FIFO คืออะไร 

FIFO หรือ First-In First-Out คือระบบการจัดการสินค้าตามลำดับเข้าก่อน-ออกก่อน โดยการหยิบสินค้าที่เข้าคลังก่อน ออกไปแพ็กและจัดส่งก่อนเสมอ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดปัญหาสินค้าเสื่อมสภาพจากการเก็บไว้นาน หรือสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวน เปลี่ยนราคาอยู่บ่อย ๆ  และยังทำให้การหมุนเวียนสินค้าในคลังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างสินค้าเช่น เสื้อผ้า รองเท้า รวมถึงสินค้าที่มีหลายชนิดและมีการเปลี่ยนแปลงสต๊อกบ่อยครั้ง อย่างอุปกรณ์แฟชัน ของตกแต่งหรือเครื่องใช้ต่าง ๆ เป็นต้น 

นอกจากนี้ การใช้ระบบ FIFO ยังช่วยให้สินค้าที่อยู่ในคลังเป็นล็อตล่าสุดอยู่เสมอ ช่วยให้การบริหารสต๊อกง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงของสินค้าค้างสต๊อกได้ครับ

FIFO คืออะไร

ประโยชน์ของการหยิบสินค้าแบบ FIFO 

  • เป็นการเช็คคุณภาพของสินค้าที่จะส่งให้ลูกค้า ว่าสินค้าของคุณจะไม่หมดอายุก่อนที่จะส่งถึงมือลูกค้า และมั่นใจได้ว่าสินค้าที่คงอยู่ในคลังเป็นสินค้าใหม่
  • ช่วยให้การทำบัญชีง่ายขึ้น เพราะสามารถวัดมูลค่าของสินค้าคงคลัง หรือ มูลค่าผันแปรต่อเดือนได้ โดยคิดง่าย ๆ ครับว่า เงินที่ถูกหักออกไปจากสินค้าคงคลังผันแปรเท่ากับเงินที่เข้ามาในบัญชีรายรับ
  • ทำให้การเก็บและหยิบสินค้ามีระบบมากขึ้น และเป็นระบบที่ยอมรับอย่างกว้างขว้างโดยสากล 

FEFO คืออะไร 

FEFO หรือ First Expire date First Out คือหลักการบริหารคลังสินค้าโดยเน้นการจ่ายสินค้าที่ใกล้หมดอายุก่อน ซึ่งต่างจากระบบ FIFO ที่เน้นลำดับเวลาการเข้าคลัง FEFO จะเน้นวันหมดอายุ (Expiry Date) เป็นหลักในการจัดเรียงและหยิบสินค้า โดยระบบนี้ Lot Number และวันหมดอายุของสินค้า จะถูกบันทึกตั้งแต่ขั้นตอนการรับสินค้าเข้าคลัง (Inbound) เพื่อให้สามารถตรวจสอบและหยิบสินค้าได้อย่างถูกต้องในลำดับที่ใกล้หมดอายุก่อนทุกครั้งที่มีการแพ็กหรือจัดส่ง 

โดยการจัดเก็บแบบ FEFO จะช่วยลดความผิดพลาด เช่น การหยิบสินค้าที่หมดอายุไปส่งให้ลูกค้า และช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพของสินค้าได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับสินค้าในกลุ่มที่มีอายุการใช้งานจำกัด เช่น อาหารเสริม สกินแคร์ ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม และเวชภัณฑ์หรือสินค้าเภสัชกรรม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ก่อนจัดเก็บสินค้าเข้าคลัง ควรมีการแยกและติดป้ายวันที่หมดอายุให้ชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถหยิบสินค้าตามลำดับวันหมดอายุได้อย่างสะดวกและรวดเร็วครับ 

ประโยชน์ของการหยิบสินค้าแบบ FEFO

  • ลดความเสียหายจากการหมดอายุของสินค้า
  • สามารถตรวจสอบอายุการเก็บรักษาของสินค้าที่เหลืออยู่ในคลัง และจัดการระบายสินค้าออกก่อนวันหมดอายุได้
  • เป็นการบริหารสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพและสามารถทำได้ง่าย

LIFO คืออะไร 

LIFO หรือ Last In First Out เหมาะสำหรับสินค้าประเภทที่มีอายุจำกัด เช่น พวกสารเคมีต่าง ๆ โดยมีหลักการหยิบ คือหยิบสินค้าที่เข้ามาล่าสุดเสมอ ตามหลักของระบบการเข้าหลังออกก่อน แม้ว่าจะทำได้ยากเนื่องจากต้องบันทึกข้อมูลสินค้าเยอะกว่า แต่ก็ยังเป็นที่นิยมเพราะ การหยิบและบริหารคลังสินค้าแบบ LIFO ช่วยอำนวยเรื่องกำไรและภาษีครับ

LIFO คืออะไร

ประโยชน์ของการหยิบสินค้าแบบ LIFO 

  • ทำให้คิดต้นทุนสินค้าได้ง่ายกว่า โดยต้นทุนสินค้ามีราคาใกล้กับราคาตลาดในปัจจุบันมากที่สุด เพราะเป็นสินค้าที่เข้ามาล่าสุด
  • เมื่อราคาของสินค้าในตลาดเพิ่มขึ้น ราคาของสินค้าจะกลายเป็นกำไรทันทีเมื่อขายออกไป
  • ใช้เพื่อลดกำไรสุทธิ เมื่อสินค้าที่เข้ามาล่าสุดออกไปก่อนดังนั้นเมื่อองค์กรมีอัตราภาษีสูงขึ้น จึงใช้การหยิบเเละบริหารคลังแบบ LIFO
FIFO และ FEFO

ความแตกต่างระหว่าง FIFO และ FEFO  

แม้ทั้ง FIFO และ FEFO จะเป็นระบบการบริหารจัดการสต็อกที่เน้นความเป็นระเบียบและลดของเสีย แต่ก็มีหลักการที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ผมสรุปเปรียบเทียบไว้ดังนี้ครับ  

  1. FIFO (First-In, First-Out) เป็นวิธีการหยิบสินค้าตามลำดับที่รับเข้าคลัง หมายความว่าสินค้าที่เข้าคลังก่อน จะถูกหยิบออกไปก่อน เหมาะกับสินค้าที่มีวันหมดอายุ เช่น อาหาร เครื่องดื่มหรือสินค้าแฟชั่นที่เปลี่ยนซีซันเร็ว
  2. FEFO (First-Expired, First-Out) เป็นการหยิบสินค้าตามวันหมดอายุ โดยสินค้าที่ใกล้หมดอายุก่อน จะถูกหยิบออกไปก่อน ไม่ว่าสินค้าล็อตนั้นจะเข้าคลังก่อนหรือหลัง เหมาะสำหรับสินค้าที่มีอายุการใช้งานแน่นอน เช่น ยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องสำอาง 
การหยิบสินค้า

สรุปบทความ 

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกใช้ FIFO หรือ FEFO ระบบการเก็บสินค้าที่ดีมีส่วนสำคัญมากครับ ควรจัดวางสินค้าให้เป็นระเบียบ มีป้ายแสดงข้อมูลชัดเจน เช่น วันที่รับเข้าและวันหมดอายุ เพื่อช่วยให้หยิบสินค้าได้แม่นยำ รวดเร็ว และลดการผิดพลาดเวลาจัดส่งให้ลูกค้า สำหรับที่ MyCloud Fulfillment เราให้ความสำคัญกับความถูกต้องเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะในการบริหารจัดการคลังสินค้าของเราค่อนข้างมีความยืดหยุ่น ซึ่งจะใช้ระบบหยิบสินค้าแบบ Barcode Scan ที่มีความแม่นยำสูง ลดข้อผิดพลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับทั้งการจัดเก็บและหยิบสินค้าทั้งแบบ FIFO, FEFO และ LIFO ตามลักษณะของสินค้าและความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละราย 

ซึ่งโดยปกติแล้วการหยิบสำหรับสินค้าทั่วไป เช่น เสื้อผ้าหรือของใช้ที่ไม่มีวันหมดอายุชัดเจนเราจะใช้การหยิบแบบแบบ FIFO เป็นพื้นฐาน แต่สำหรับสินค้าที่มีวันหมดอายุชัดเจน เช่นพวก สกินแคร์ เครื่องสำเอง อาหารเสริม อาหารแห้งต่าง ๆ เราจะใช้การหยิบแบบ FEFO เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้าทุกชิ้น อย่างไรก็ตามลูกค้าสามารถระบุมาในระบบได้ว่าจะใช้ Exp. อะไรในระบบ ซึ่งเราเก็บได้ทั้ง Lot. และ Exp. ครับ

การหยิบแบบ FEFO

นอกจากการจัดการคลังที่ยืดหยุ่น ยังสามารถทำงานควบคู่ไปกับระบบการจัดการคลังสินค้าออนไลน์ โดยสามารถเชื่อมต่อกับระบบ WMS และระบบ OMS เชื่อมต่อผ่าน API ช่วยให้แบรนด์จัดการคำสั่งซื้อจากทุกช่องทางได้ในระบบเดียว นอกจากนี้ ยังรองรับการขาย Omni Channel ทั้ง Shopee, Lazada, TikTok หรือ Line OA ไม่ว่าออเดอร์จะเข้ามามากแค่ไหนก็ไม่ว่าปริมาณออเดอร์จะมากแค่ไหนก็สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะ MyCloud เราสามารถเพิ่มกำลังคนจัดการออเดอร์และรองรับการขยายได้ถึง 3.5 เท่า ด้วยพื้นที่คลังสินค้าขนาดใหญ่กว่า 12,000 ตร.ม.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับFIFO, LIFO และ FEFO

FIFO หรือ First-In First-Out คือระบบการจัดการสินค้าตามลำดับเข้าก่อน-ออกก่อน เหมาะกับสินค้าประเภทแฟชั่น เครื่องประดับ และสินค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ช่วยลดการเสื่อมสภาพของสินค้าและบริหารการหมุนเวียนสต๊อกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

FEFO หรือ First Expire First Out คือหลักการบริหารคลังสินค้าโดยเน้นจ่ายสินค้าที่ใกล้หมดอายุก่อน โดยไม่ขึ้นกับลำดับการรับเข้า ต่างจาก FIFO ที่ยึดตามลำดับการรับสินค้าเข้าคลังเป็นหลัก เหมาะกับสินค้าประเภทอาหารเสริม สกินแคร์ อาหาร เครื่องดื่ม และยา

LIFO หรือ Last In First Out คือการหยิบสินค้าที่เพิ่งรับเข้าล่าสุดออกก่อน เหมาะสำหรับสินค้าที่มีอายุการใช้งานจำกัด ช่วยให้การคำนวณต้นทุนง่ายขึ้นตามราคาตลาดปัจจุบัน

FIFO ช่วยลดการเสื่อมสภาพของสินค้าและทำให้การทำบัญชีคำนวณมูลค่าสต๊อกง่ายขึ้น FEFO ช่วยลดความเสียหายจากสินค้าหมดอายุและติดตามอายุคงเหลือของสต๊อกได้ดี ส่วน LIFO ช่วยให้คำนวณต้นทุนตามราคาตลาดปัจจุบันได้ง่ายและบริหารจัดการภาษีในช่วงราคาสินค้าผันผวนได้ดีขึ้น

ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า FIFO เหมาะกับสินค้าแฟชั่นหรือสินค้าหมุนเวียนบ่อย FEFO เหมาะกับสินค้าที่มีวันหมดอายุอย่างอาหารเสริมและสกินแคร์ ส่วน LIFO เหมาะกับสินค้าที่มีอายุจำกัดและต้องการบริหารต้นทุนตามราคาตลาดปัจจุบัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Omni Channel คืออะไร ช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจในยุค Disruption ?

ความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าถือเป็นเป้าหมายสำคัญของธุรกิจ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องงัดเอากลยุทธ์ต่าง ๆ มาเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า และหัวใจสำคัญที่อยู่ในทุกขั้นตอนของการขาย ตั้งแต่เริ่มต้นทำความรู้จักลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ารับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ ไปจนถึงการบริการหลังการขายนั่นก็คือ การติดต่อสื่อสาร ซึ่งในปัจจุบันผู้บริโภคคาดหวังการให้บริการแบบเรียลไทม์ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย  ดังนั้นการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าทั้งออนไลน์ และการขายหน้าร้าน หรือที่เรียกว่าออฟไลน์นั้น จึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน นี่จึงทำให้เกิดการตลาดแบบผสมผสานที่เรียกว่า Omni Channel Marketing ที่เป็นการผสมผสานทั้งสองช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อให้เกิดการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการบันทึกข้อมูลลูกค้าไว้ที่ระบบกลางเพื่อเพิ่มโอกาสทางการขายต่อไป  แล้ว Omni Channel คืออะไร? Omni มาจากรากศัพท์ลาตินว่า Omnibus ซึ่งหมายถึง For All หรือ ทั้งหมด ในแง่ของ E-commerce คำว่า “Omni Channel” คือช่องทางการสื่อสารและบริการลูกค้าที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดเอาไว้ เพื่อทำให้การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเป็นไปได้ง่าย รวดเร็วและไร้รอยต่อ เรียกได้ว่าเป็นการรวมการตลาดจากทุกช่องทาง ช่วยดึงลูกค้าจากร้านค้าไปปิดการขายในช่องทางออนไลน์ หรือลูกค้าจากหน้าร้านให้ไปทำการซื้อ-ขายกันในช่องทางออนไลน์ได้เช่นกัน  ถือเป็นการหยิบยื่นประสบการณ์การซื้อสินค้าของลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพิ่มความสะดวกให้สามารถเข้าถึงการซื้อขายได้อย่างครอบคลุม โดยในปัจจุบันช่องทางการสื่อสารออนไลน์ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ Email Direct Marketing, Website, […]

Drop Off คืออะไร ตอบโจทย์ร้านค้าออนไลน์ได้อย่างไร 

ปัจจุบันตลาดการซื้อขายออนไลน์เรียกได้ว่า ได้ก้าวมาเป็นช่องทางหลักเลยทีเดียว ดังนั้นการจัดส่งสินค้าจึงถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะร้านค้าที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบายในการส่งสินค้า บริการ Drop Off ในโซลูชันที่ตอบโจทย์ร้านค้าออนไลน์ได้เป็นอย่างดี ด้วยรูปแบบการให้บริการที่ยืดหยุ่น ประหยัดเวลาและมีจุดให้บริการมากมายทั่วประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำสินค้าไปฝากส่งได้ตามความสะดวก วันนี้ MyCloud จะพาคุณทำความรู้จักกับบริการ Drop Off คืออะไร มีข้อดีอย่างไร แตกต่างจากบริการ Pick Up อย่างไร และเหมาะสำหรับร้านค้าประเภทใดบ้าง เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกใช้บริการที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณมากที่สุด   Drop Off คืออะไร Drop Off คือบริการจัดส่งพัสดุรูปแบบหนึ่งที่ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์สามารถนำสินค้าไปฝากส่งยังจุดให้บริการที่กำหนดไว้ได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้พนักงานขนส่งมารับถึงที่ เพียงแค่นำพัสดุไปฝากที่จุดรับฝาก (Drop Off) ซึ่งอาจเป็นร้านสะดวกซื้อ ตู้รับพัสดุอัตโนมัติหรือสาขาของบริษัทขนส่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Kerry, J&T Express หรือไปรษณีย์ไทย ทั้งนี้ บริการ Drop Off ถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้บริการ ช่วยให้สามารถฝากส่งพัสดุได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวนานหรือผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยาก ทำให้ผู้ขายออนไลน์มีความยืดหยุ่นในการเลือกเวลาและสถานที่ส่งพัสดุได้ตามต้องการ และให้ลูกค้าปลายทางได้รับสินค้าได้อย่างรวดเร็ว    ส่งพัสดุแบบ Drop Off แตกต่างจาก […]

First-party data คืออะไร? ทางรอดของแบรนด์ FMCG ที่ต้องการเพิ่มยอดซื้อซ้ำ

First-party data ช่วยให้แบรนด์รู้ว่าลูกค้าเป็นใคร ซื้ออะไร และควรสื่อสารอย่างไร มาดูวิธีเพิ่มยอดซื้อซ้ำด้วย MyCloud BoxLink และ MyCloud CRM

Omni Channel คืออะไร ช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจในยุค Disruption ?

ความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าถือเป็นเป้าหมายสำคัญของธุรกิจ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องงัดเอากลยุทธ์ต่าง ๆ มาเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า และหัวใจสำคัญที่อยู่ในทุกขั้นตอนของการขาย ตั้งแต่เริ่มต้นทำความรู้จักลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ารับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ ไปจนถึงการบริการหลังการขายนั่นก็คือ การติดต่อสื่อสาร ซึ่งในปัจจุบันผู้บริโภคคาดหวังการให้บริการแบบเรียลไทม์ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย  ดังนั้นการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าทั้งออนไลน์ และการขายหน้าร้าน หรือที่เรียกว่าออฟไลน์นั้น จึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน นี่จึงทำให้เกิดการตลาดแบบผสมผสานที่เรียกว่า Omni Channel Marketing ที่เป็นการผสมผสานทั้งสองช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อให้เกิดการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการบันทึกข้อมูลลูกค้าไว้ที่ระบบกลางเพื่อเพิ่มโอกาสทางการขายต่อไป  แล้ว Omni Channel คืออะไร? Omni มาจากรากศัพท์ลาตินว่า Omnibus ซึ่งหมายถึง For All หรือ ทั้งหมด ในแง่ของ E-commerce คำว่า “Omni Channel” คือช่องทางการสื่อสารและบริการลูกค้าที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดเอาไว้ เพื่อทำให้การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเป็นไปได้ง่าย รวดเร็วและไร้รอยต่อ เรียกได้ว่าเป็นการรวมการตลาดจากทุกช่องทาง ช่วยดึงลูกค้าจากร้านค้าไปปิดการขายในช่องทางออนไลน์ หรือลูกค้าจากหน้าร้านให้ไปทำการซื้อ-ขายกันในช่องทางออนไลน์ได้เช่นกัน  ถือเป็นการหยิบยื่นประสบการณ์การซื้อสินค้าของลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพิ่มความสะดวกให้สามารถเข้าถึงการซื้อขายได้อย่างครอบคลุม โดยในปัจจุบันช่องทางการสื่อสารออนไลน์ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ Email Direct Marketing, Website, […]

Drop Off คืออะไร ตอบโจทย์ร้านค้าออนไลน์ได้อย่างไร 

ปัจจุบันตลาดการซื้อขายออนไลน์เรียกได้ว่า ได้ก้าวมาเป็นช่องทางหลักเลยทีเดียว ดังนั้นการจัดส่งสินค้าจึงถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะร้านค้าที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบายในการส่งสินค้า บริการ Drop Off ในโซลูชันที่ตอบโจทย์ร้านค้าออนไลน์ได้เป็นอย่างดี ด้วยรูปแบบการให้บริการที่ยืดหยุ่น ประหยัดเวลาและมีจุดให้บริการมากมายทั่วประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำสินค้าไปฝากส่งได้ตามความสะดวก วันนี้ MyCloud จะพาคุณทำความรู้จักกับบริการ Drop Off คืออะไร มีข้อดีอย่างไร แตกต่างจากบริการ Pick Up อย่างไร และเหมาะสำหรับร้านค้าประเภทใดบ้าง เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกใช้บริการที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณมากที่สุด   Drop Off คืออะไร Drop Off คือบริการจัดส่งพัสดุรูปแบบหนึ่งที่ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์สามารถนำสินค้าไปฝากส่งยังจุดให้บริการที่กำหนดไว้ได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้พนักงานขนส่งมารับถึงที่ เพียงแค่นำพัสดุไปฝากที่จุดรับฝาก (Drop Off) ซึ่งอาจเป็นร้านสะดวกซื้อ ตู้รับพัสดุอัตโนมัติหรือสาขาของบริษัทขนส่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Kerry, J&T Express หรือไปรษณีย์ไทย ทั้งนี้ บริการ Drop Off ถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้บริการ ช่วยให้สามารถฝากส่งพัสดุได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวนานหรือผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยาก ทำให้ผู้ขายออนไลน์มีความยืดหยุ่นในการเลือกเวลาและสถานที่ส่งพัสดุได้ตามต้องการ และให้ลูกค้าปลายทางได้รับสินค้าได้อย่างรวดเร็ว    ส่งพัสดุแบบ Drop Off แตกต่างจาก […]

First-party data คืออะไร? ทางรอดของแบรนด์ FMCG ที่ต้องการเพิ่มยอดซื้อซ้ำ

First-party data ช่วยให้แบรนด์รู้ว่าลูกค้าเป็นใคร ซื้ออะไร และควรสื่อสารอย่างไร มาดูวิธีเพิ่มยอดซื้อซ้ำด้วย MyCloud BoxLink และ MyCloud CRM