Knowledge Center

เคล็ดลับสร้างแบรนด์ที่ดีให้ติดตลาด ต้องทำอย่างไรบ้าง

การสร้างแบรนด์

แบรนด์ที่แข็งแกร่งและเป็นที่จดจำถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งแล้ว ยังเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับธุรกิจในระยะยาว วันนี้ MyCloud จะพาคุณไปรู้จักว่า การสร้างแบรนด์ คืออะไร พร้อมขั้นตอนการทำแบรนด์อย่างมืออาชีพ ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ไปจนถึงการสร้าง Brand Awareness เพื่อให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืน ในบทความนี้กัน 

การสร้างแบรนด์ (Branding) คืออะไร 

การสร้างแบรนด์เป็นมากกว่าแค่การออกแบบโลโก้สวย ๆ หรือคิดชื่อที่จำง่าย แต่เป็นกระบวนการสร้างตัวตน (Brand Personality) และภาพลักษณ์ (Brand Image) ที่ชัดเจนให้แก่ธุรกิจ ผ่านการผสมผสานทั้งศาสตร์และศิลป์ในการวางแผนกลยุทธ์ การพัฒนาอัตลักษณ์และการสื่อสารคุณค่าของแบรนด์ไปยังกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้เพื่อสร้างความแตกต่างที่โดดเด่น และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์กับลูกค้า อย่างไรก็ตามการทำแบรนด์ที่ดีจะช่วยให้ธุรกิจมีจุดยืน (Brand Position) ที่ชัดเจน สามารถสื่อสารคุณค่าและประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับได้อย่างตรงจุดอีกด้วย   

องค์ประกอบของ Branding มีอะไรบ้าง

การสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องอาศัยการผสมผสานองค์ประกอบหลายอย่างเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งแต่ละองค์ประกอบล้วนมีความสำคัญและส่งผลต่อภาพรวมของแบรนด์ทั้งสิ้น มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

Name and Logo 

การเลือกชื่อและออกแบบโลโก้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างแบรนด์ ต้องคำนึงถึงความเรียบง่าย จดจำได้ง่าย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถสื่อถึงคุณค่าและจุดยืนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในการนำไปใช้ในสื่อต่างๆ และความสามารถในการปรับใช้ได้หลากหลายรูปแบบโดยยังคงความโดดเด่นและเป็นที่จดจำ

Brand Values and Brand Identity 

คุณค่าของแบรนด์และอัตลักษณ์ของแบรนด์เปรียบเสมือนหัวใจและร่างกายที่ต้องทำงานประสานกัน โดยคุณค่าของแบรนด์ คือ “หัวใจ” หรือความเชื่อและจุดยืนที่แบรนด์ให้ความสำคัญ เช่น ถ้าแบรนด์เน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม ก็อาจจะให้ความสำคัญกับการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก หรือถ้าเน้นเรื่องความคุ้มค่า ก็จะให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้าคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้

ส่วนอัตลักษณ์ของแบรนด์ คือสิ่งที่คนภายนอกมองเห็นและสัมผัสได้ เช่น ถ้าอยากสร้างแบรนด์ที่มีความรักษ์โลก อาจจะเลือกใช้โทนสีเขียวธรรมชาติ ใช้ภาษาที่อบอุ่นเป็นมิตร และออกแบบบรรจุภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิล หรือถ้าเป็นแบรนด์ที่เน้นความคุ้มค่า ก็อาจจะใช้สีสันสดใส ภาษาที่เข้าถึงง่ายและการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ดูมีคุณภาพ เป็นต้น

Messaging and Positioning  

จุดยืนของแบรนด์ (Brand Positioning) และการสื่อสารของแบรนด์ (Brand Messaging) ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างความโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง ทั้งนี้จำเป็นต้องเข้าใจถึงกลุ่มเป้าหมาย จุดแข็งของธุรกิจของตนเองและวางกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อนำเสนอจุดขายที่โดดเด่นและมีความหมายต่อผู้บริโภค การสื่อสารที่ชัดเจนและสม่ำเสมอจะช่วยสร้างการจดจำและความภักดี (Brand Loyalty) ต่อแบรนด์ได้ในระยะยาว 

Customer Experience 

การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ดังนั้นการเข้าใจถึงปัญหาและความต้องการของลูกค้าก็จะช่วยให้สามารถพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ได้ตรงจุด เพื่อสร้างประสบการณ์ในการใช้บริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยเฉพาะสำหรับหลาย ๆ ธุรกิจต้องการที่ขยายช่องทางการขาย เพื่อสร้างประสบการณ์ในการซื้อที่ดีให้แก่ลูกค้าผ่านการใช้งานระบบ Omni Channel เชื่อมโยงประสบการณ์ของลูกค้าในทุกช่องทาง ทำให้การติดต่อและใช้บริการเป็นไปอย่างราบรื่น

Customer Experience

Brand Communication 

การสื่อสารแบรนด์เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอจำเป็นต้องติดตามและวิเคราะห์ผลตอบรับจากลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับปรุงและพัฒนาวิธีการสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น การสื่อสารที่ดีจะช่วยสร้างความเข้าใจและความผูกพันระหว่างแบรนด์กับลูกค้าได้อย่างแน่นแฟ้นแน่นอน  

Products or Services 

สินค้าและบริการเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ที่ต้องสะท้อนคุณค่าและจุดยืนของธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องคำนึงถึงความต้องการของตลาด คุณภาพและ Customer Experiences เพื่อสร้างความประทับใจและการบอกต่อในวงกว้าง  

Customer Relationship Management 

Customer Relationship Management หรือ การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรักษาฐานลูกค้าและสร้างความภักดีต่อแบรนด์ การใส่ใจดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รับฟังความคิดเห็นและการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วจะช่วยสร้างความประทับใจและทำให้ได้รับความไว้วางใจในระยะยาว 

ความสำคัญของการสร้างแบรนด์ 

การสร้างแบรนด์เป็นมากกว่าการมีโลโก้หรือชื่อที่น่าจดจำ แต่เป็นกระบวนการสร้างอัตลักษณ์ที่ทำให้ธุรกิจแตกต่างจากคู่แข่งและสร้างความไว้วางใจในกลุ่มเป้าหมาย แบรนด์ที่แข็งแกร่งช่วยให้ลูกค้าจดจำสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อและสร้างความภักดีในระยะยาว นอกจากนี้ การมีแบรนด์ที่น่าเชื่อถือยังช่วยเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ ทำให้สามารถขยายตลาดและสร้างโอกาสในการเติบโตได้ ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า Branding มีความสำคัญอย่างไรบ้าง 

เพิ่มคุณค่าให้กับแบรนด์ 

แบรนด์ที่แข็งแกร่งไม่ได้เป็นเพียงแค่โลโก้หรือชื่อบริษัท แต่เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจ การสร้างแบรนด์ที่ดีทำให้ลูกค้ารับรู้ถึงจุดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสินค้าและบริการ ช่วยเพิ่มมูลค่าทางจิตใจ ทำให้ลูกค้าเต็มใจจ่ายมากขึ้น แม้ว่าจะมีตัวเลือกอื่นที่ราคาถูกกว่าก็ตาม

สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ 

ความน่าเชื่อถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการ หากแบรนด์มีการสื่อสารที่ชัดเจน มีภาพลักษณ์ที่ดีและมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า (Customer Experience) จะทำให้เกิดความไว้วางใจ เมื่อผู้บริโภคเชื่อมั่นในแบรนด์ พวกเขาก็มีแนวโน้มที่จะกลับมาซื้อซ้ำและบอกต่อให้คนรอบข้าง

สร้างความโดดเด่นให้เหนือกว่าคู่แข่ง 

ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การมีเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ชัดเจนและแตกต่างจากธุรกิจเดียวกันในท้องตลาด จะช่วยให้ธุรกิจโดดเด่นกว่าแบรนด์อื่น ๆ การสร้างจุดขายที่ไม่เหมือนใคร (Unique Selling Proposition – USP) เช่น การใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง บริการที่เหนือกว่าหรือการเล่าเรื่องแบรนด์ที่น่าสนใจ จะช่วยให้ลูกค้าจดจำและเลือกแบรนด์ของคุณมากกว่าคู่แข่ง

สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า 

เพราะว่าแบรนด์ที่ดีไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า การมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับธุรกิจ และรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ เมื่อเกิดความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ลูกค้าจะมีแนวโน้มที่จะภักดีต่อแบรนด์ สนับสนุนสินค้าและช่วยโปรโมตแบรนด์ผ่านการบอกต่อแบบปากต่อปากได้ เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่จะช่วยทั้งในเรื่องของการสร้างแบรนด์และเพิ่มยอดขายให้เจริญเติบโต 

นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีธุรกิจ E-Commerce เติบโตอย่างก้าวกระโดด การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น เพราะไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งที่มีมากมายในตลาดออนไลน์ แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากผู้บริโภค ในโลกดิจิทัลที่การแข่งขันด้านราคารุนแรง แบรนด์ที่แข็งแกร่งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถรักษาฐานลูกค้าและสร้างมูลค่าเพิ่มได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว

9 ขั้นตอนการสร้างแบรนด์ (Branding)  

การสร้างแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จต้องอาศัยการวางแผนและดำเนินการอย่างเป็นระบบ มาดู 9 เทคนิคที่สำคัญในการทำแบรนด์ให้แข็งแกร่งกัน  

1. สำรวจตลาด 

ก่อนเริ่มสร้างแบรนด์จำเป็นต้องรู้จักภาพรวมของตลาดที่เราจะเข้าไปแข่งขัน วิเคราะห์อุตสาหกรรม คู่แข่งและพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อให้เข้าใจว่ามีช่องว่างทางการตลาดตรงไหนบ้างที่แบรนด์ของเราจะสามารถเข้าไปตอบโจทย์หรือสร้างความแตกต่างได้  

2. กำหนดอัตลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity)

แบรนด์ที่แข็งแกร่งต้องมีอัตลักษณ์ที่ชัดเจน หรือมีบุคลิกภาพที่ต้องการถ่ายทอดไปยังผู้บริโภค ซึ่งการกำหนดสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้แบรนด์ของคุณมีทิศทางที่แน่นอนในการสื่อสาร และสร้างความรู้สึกร่วมกับกลุ่มเป้าหมาย (Emotional Marketing) ได้ดียิ่งขึ้น 

3. เก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมาย    

การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้บริโภคจะช่วยให้เข้าใจความต้องการ พฤติกรรมและโอกาสทางการตลาดได้มากขึ้น ศึกษาคู่แข่งและแนวโน้มอุตสาหกรรมจะช่วยให้สามารถวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสมและแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

4. วางกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์  

การวางกลยุทธ์การสร้างแบรนด์เริ่มตั้งแต่การกำหนด Style Guide ที่ครอบคลุมทุกองค์ประกอบของแบรนด์ ทั้งการใช้โลโก้ สี ฟอนต์และการสื่อสาร เพื่อให้ทุกการแสดงออกของแบรนด์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน การมี Style Guide ที่ชัดเจนจะช่วยให้ทีมงานทุกคนสามารถสร้างสรรค์งานที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้

5. วางแผนการตลาดให้เหมาะสม 

เมื่อสร้างแบรนด์แล้ว สิ่งต่อมาคือการวางแผนการตลาดที่จะนำแบรนด์ไปสู่กลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องเลือกเครื่องมือและช่องทางการสื่อสารให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค พร้อมตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น การเพิ่มยอดขาย การรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) หรือการสร้างความภักดีจากลูกค้า (Customer Loyalty)  ก็จะช่วยให้แบรนด์ของคุณประสบความสำเร็จได้ 

6. สร้าง Brand Awareness 

การสร้างการรับรู้แบรนด์เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักและจดจำแบรนด์ได้ การเลือกช่องทางและวิธีการสื่อสารที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจและมีคุณค่า จะช่วยให้แบรนด์เข้าถึงและสร้างความประทับใจให้กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

7. ศึกษาคู่แข่ง 

การทำความเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อนและกลยุทธ์ของคู่แข่ง ช่วยให้เราสามารถกำหนดทิศทางของแบรนด์ให้แตกต่างและโดดเด่น หากคุณทราบว่า อะไรที่คู่แข่งทำได้ดี และอะไรที่ยังเป็นช่องว่าง จะช่วยให้เราสามารถพัฒนาแบรนด์ของตัวเองให้ตอบโจทย์ตลาดได้ดียิ่งขึ้น  

8. อัปเดตเทรนใหม่อยู่สม่ำเสมอ 

โลกของแบรนด์และการตลาดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การติดตามเทรนด์ใหม่ ๆ ทั้งในด้านดีไซน์ เทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภคหรือช่องทางการสื่อสาร จะช่วยให้แบรนด์ของคุณทันสมัย และสามารถปรับตัวเพื่อรักษาความน่าสนใจต่อกลุ่มเป้าหมายได้ตลอดเวลา หรืออาจจะได้พบกับฐานลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย 

9. รับฟังความคิดเห็นของลูกค้า เพื่อนำมาปรับปรุง

การฟังเสียงจากลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการพัฒนาแบรนด์อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นคำชม ข้อเสนอแนะ หรือคำติชม ล้วนเป็นข้อมูลล้ำค่าที่สามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงสินค้า บริการหรือกลยุทธ์ทางแบรนด์ให้ดีขึ้น และสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้ามากขึ้น

วางกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์

สรุปบทความ 

การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจในธุรกิจ ความต้องการของตลาดและการวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดอัตลักษณ์ การสื่อสารคุณค่าหรือการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ทุกองค์ประกอบล้วนมีความสำคัญและต้องดำเนินการอย่างสอดคล้องกัน อย่างไรก็ตาม การทำแบรนด์ทให้ประสบความสำเร็จก็จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับการสร้างแบรนด์ของตนเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น MyCloud Fulfillment พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความสำเร็จของคุณ ด้วยระบบคลังสินค้าและการจัดการออเดอร์ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้คุณสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บสินค้าอย่างเป็นระบบ การหยิบสินค้าถูกต้องผ่านระบบ Barcode แพ็คสินค้าอย่างแน่นหนา หมดปัญหาสินค้าอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์เมื่อถึงมือลูกค้าปลายทาง พร้อมการจัดส่งที่รวดเร็วและตรงตาม SLA และยังสามารถติดตามสถานะสินค้าแบบเรียลไทม์ ทั้งหมดนี้จะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจในแบรนด์ของคุณให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นแน่นอน 

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ https://www.mycloudfulfillment.com/quotation 

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร: 092-472-7742, 02-138-9920

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

ขายของออนไลน์ เสียภาษีอย่างไร? พร้อม 4 วิธีลดต้นทุน ประหยัดภาษีก่อนสิ้นปีนี้!

ขายของออนไลน์ ไม่มีหน้าร้านต้องเสียภาษีหรือไม่ ? ในปัจจุบันมีหลาย ๆ คนเริ่มเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์กันมากขึ้น โดยช่องทางยอดฮิตก็หนีไม่พ้น TikTok Shop, Lazada และ Shopee แน่นอนค่ะ พอเริ่มมีรายได้มากขึ้น สงสัยกันไหมคะว่าขายบน Marketplace แบบนี้ต้องเสียภาษีหรือไม่ เสียอย่างไร ? MyCloud รวบรวมมาให้ไว้หมดแล้ว พร้อมวิธีการยื่นภาษีไปอ่านกันได้เลยค่ะ   ไม่ว่าขายออนไลน์ช่องทางใดก็แล้วแต่ ต้องเสียภาษีนะคะ ถึงแม้ว่ายอดของคุณจะไม่ถึง 1,800,000 ต่อปี แต่ยื่นไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย ไม่อย่างนั้นอาจโดนสุ่มเรียกย้อนหลังได้ค่ะ แล้วสรรพากรรู้ข้อมูลของเราได้อย่างไร? แน่นอนค่ะว่าผู้ให้บริการทางการเงินของเรา เป็นผู้ส่งให้กับทางสรรพากรโดยจะมีหลักเกณฑ์ คือมีเงินเข้าในบัญชีของเราเกิด 3,000 ครั้งต่อปี/ผู้ให้บริการ โดยผู้ให้บริการทางการเงินไม่ใช่ธนาคารต่าง ๆ แต่นับรวมถึง Lazada Shopee และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) ด้วยเช่นกัน หากไม่ถึง 3,000 ครั้งแต่มากกว่า 400 ครั้งต่อปี และมียอดเงินเข้าดังกล่าวรวมแล้วเกิน 2 ล้านบาทขึ้นไปก็โดนส่งข้อมูลให้สรรพากรนะคะ เพราะฉะนั้นยื่นภาษี และเก็บหลักฐานไว้ให้ครบถ้วนสบายใจที่สุดค่ะ   ขายของออนไลน์ ต้องเสียภาษีแบบไหน?  […]

Big Data คืออะไร ขุมทรัพย์แห่งธุรกิจ E-Commerce & Logistics นำมาปรับใช้ได้อย่างไรบ้าง

         ต่อเนื่องกันกับเทคโนโลยีที่จะสามารถเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจแบบเดิม ๆ ที่เราได้พูดถึงใน Technology & Trends ที่น่าลงทุนสำหรับธุรกิจ logistic ก็ยังมีอีกหลาย ๆ เทคโนโลยีที่ธุรกิจต่าง ๆ เริ่มนำเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจมากขึ้นในปัจจุบันนี้ค่ะ เพื่อที่จะนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาจัดการกับ “Big Data” วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก Big Data ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาของเทคโนโลยีในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีมากมายมหาศาลในปัจจุบัน และความสำคัญของ Big Data ในธุรกิจ E-Commerce และ Logistics กันค่ะ อีกทั้ง Big Data ยังถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Disruption หรือ ที่เรียกว่า Digital Transformation นั่นเองค่ะ  Big Data คืออะไร? Big Data คือข้อมูลตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ทางคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในรูปแบบสัญญาณไฟฟ้า ในด้าน E-Commerce และ Logistics ข้อมูลถูกสร้างขึ้นใหม่อยู่เสมอโดยเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น […]

ค่าธรรมเนียม TikTok Shop มีอะไรบ้าง เรื่องง่าย ๆ ที่คนขายของออนไลน์ต้องรู้ 

TikTok Shop ถือเป็นช่องทางการขายออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในปีนี้เลย ด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดและยอดขายที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ร้านค้าออนไลน์จำนวนมากหันมาให้ความสนใจกับแพลตฟอร์มนี้มากขึ้น แต่สิ่งที่ TikTok Seller จำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนเริ่มขายคือเรื่องค่าธรรมเนียมต่าง ๆ บน TikTok Shop เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อการคำนวณต้นทุนและกำไรของธุรกิจ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเรื่องค่าธรรมเนียม TikTok Shop กันอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถวางแผนธุรกิจได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น   ค่าธรรมเนียม TikTok Shop คืออะไร ค่าธรรมเนียม TikTok Shop คือค่าใช้จ่ายที่ผู้ขายต้องจ่ายให้กับแพลตฟอร์มเมื่อขายสินค้าได้สำเร็จ โดยระบบจะทำการหักค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จากยอดขายที่ได้รับจากลูกค้าโดยอัตโนมัติ ซึ่งค่าธรรมเนียมนี้ถือเป็นต้นทุนสำคัญที่ผู้ขายต้องนำมาคำนวณก่อนตั้งราคาขายสินค้า เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้กำไรตามที่ต้องการ นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมยังมีความแตกต่างกันไปตามประเภทของสินค้าและประเภทของร้านค้า ดังนั้น การทำความเข้าใจเรื่องค่าธรรมเนียมจึงเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในการขายบน TikTok Shop  ค่าธรรมเนียม TikTok Shop ต้องเสียค่าอะไรบ้าง ในการขายสินค้าบน TikTok Shop ผู้ขายจำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่ายหลัก 3 ส่วน ได้แก่ ค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อและค่าจัดส่ง มาดูรายละเอียดแต่ละส่วนกันว่า จะมีอะไรบ้าง  1. […]

ขายของออนไลน์ เสียภาษีอย่างไร? พร้อม 4 วิธีลดต้นทุน ประหยัดภาษีก่อนสิ้นปีนี้!

ขายของออนไลน์ ไม่มีหน้าร้านต้องเสียภาษีหรือไม่ ? ในปัจจุบันมีหลาย ๆ คนเริ่มเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์กันมากขึ้น โดยช่องทางยอดฮิตก็หนีไม่พ้น TikTok Shop, Lazada และ Shopee แน่นอนค่ะ พอเริ่มมีรายได้มากขึ้น สงสัยกันไหมคะว่าขายบน Marketplace แบบนี้ต้องเสียภาษีหรือไม่ เสียอย่างไร ? MyCloud รวบรวมมาให้ไว้หมดแล้ว พร้อมวิธีการยื่นภาษีไปอ่านกันได้เลยค่ะ   ไม่ว่าขายออนไลน์ช่องทางใดก็แล้วแต่ ต้องเสียภาษีนะคะ ถึงแม้ว่ายอดของคุณจะไม่ถึง 1,800,000 ต่อปี แต่ยื่นไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย ไม่อย่างนั้นอาจโดนสุ่มเรียกย้อนหลังได้ค่ะ แล้วสรรพากรรู้ข้อมูลของเราได้อย่างไร? แน่นอนค่ะว่าผู้ให้บริการทางการเงินของเรา เป็นผู้ส่งให้กับทางสรรพากรโดยจะมีหลักเกณฑ์ คือมีเงินเข้าในบัญชีของเราเกิด 3,000 ครั้งต่อปี/ผู้ให้บริการ โดยผู้ให้บริการทางการเงินไม่ใช่ธนาคารต่าง ๆ แต่นับรวมถึง Lazada Shopee และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) ด้วยเช่นกัน หากไม่ถึง 3,000 ครั้งแต่มากกว่า 400 ครั้งต่อปี และมียอดเงินเข้าดังกล่าวรวมแล้วเกิน 2 ล้านบาทขึ้นไปก็โดนส่งข้อมูลให้สรรพากรนะคะ เพราะฉะนั้นยื่นภาษี และเก็บหลักฐานไว้ให้ครบถ้วนสบายใจที่สุดค่ะ   ขายของออนไลน์ ต้องเสียภาษีแบบไหน?  […]

Big Data คืออะไร ขุมทรัพย์แห่งธุรกิจ E-Commerce & Logistics นำมาปรับใช้ได้อย่างไรบ้าง

         ต่อเนื่องกันกับเทคโนโลยีที่จะสามารถเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจแบบเดิม ๆ ที่เราได้พูดถึงใน Technology & Trends ที่น่าลงทุนสำหรับธุรกิจ logistic ก็ยังมีอีกหลาย ๆ เทคโนโลยีที่ธุรกิจต่าง ๆ เริ่มนำเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจมากขึ้นในปัจจุบันนี้ค่ะ เพื่อที่จะนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาจัดการกับ “Big Data” วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก Big Data ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาของเทคโนโลยีในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีมากมายมหาศาลในปัจจุบัน และความสำคัญของ Big Data ในธุรกิจ E-Commerce และ Logistics กันค่ะ อีกทั้ง Big Data ยังถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Disruption หรือ ที่เรียกว่า Digital Transformation นั่นเองค่ะ  Big Data คืออะไร? Big Data คือข้อมูลตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ทางคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในรูปแบบสัญญาณไฟฟ้า ในด้าน E-Commerce และ Logistics ข้อมูลถูกสร้างขึ้นใหม่อยู่เสมอโดยเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น […]

ค่าธรรมเนียม TikTok Shop มีอะไรบ้าง เรื่องง่าย ๆ ที่คนขายของออนไลน์ต้องรู้ 

TikTok Shop ถือเป็นช่องทางการขายออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในปีนี้เลย ด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดและยอดขายที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ร้านค้าออนไลน์จำนวนมากหันมาให้ความสนใจกับแพลตฟอร์มนี้มากขึ้น แต่สิ่งที่ TikTok Seller จำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนเริ่มขายคือเรื่องค่าธรรมเนียมต่าง ๆ บน TikTok Shop เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อการคำนวณต้นทุนและกำไรของธุรกิจ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเรื่องค่าธรรมเนียม TikTok Shop กันอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถวางแผนธุรกิจได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น   ค่าธรรมเนียม TikTok Shop คืออะไร ค่าธรรมเนียม TikTok Shop คือค่าใช้จ่ายที่ผู้ขายต้องจ่ายให้กับแพลตฟอร์มเมื่อขายสินค้าได้สำเร็จ โดยระบบจะทำการหักค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จากยอดขายที่ได้รับจากลูกค้าโดยอัตโนมัติ ซึ่งค่าธรรมเนียมนี้ถือเป็นต้นทุนสำคัญที่ผู้ขายต้องนำมาคำนวณก่อนตั้งราคาขายสินค้า เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้กำไรตามที่ต้องการ นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมยังมีความแตกต่างกันไปตามประเภทของสินค้าและประเภทของร้านค้า ดังนั้น การทำความเข้าใจเรื่องค่าธรรมเนียมจึงเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในการขายบน TikTok Shop  ค่าธรรมเนียม TikTok Shop ต้องเสียค่าอะไรบ้าง ในการขายสินค้าบน TikTok Shop ผู้ขายจำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่ายหลัก 3 ส่วน ได้แก่ ค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อและค่าจัดส่ง มาดูรายละเอียดแต่ละส่วนกันว่า จะมีอะไรบ้าง  1. […]