Knowledge Center

คู่มือสำหรับพ่อค้าแม่ค้า ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง 

ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง

หากพูดถึงการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ก็คงเป็นเรื่องที่ดูจะง่ายดายใช่ไหมล่ะ แต่จริง ๆ แล้วหลายคนอาจไม่ทราบว่าการขายของออนไลน์นั้นต้องมีการจดทะเบียนตามกฎหมายเช่นเดียวกับการเปิดร้านค้าแบบมีหน้าร้าน เพราะการจดทะเบียนนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจอีกด้วย ในบทความนี้ MyCloud จะพาคุณไปดูว่า การจดทะเบียนขายของออนไลน์ ตั้งแต่การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไปจนถึงการจดทะเบียนรับรองคุณภาพสินค้า พร้อมเอกสารที่จำเป็นทั้งสำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล มีอะไรและมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง    

ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง

การขายของออนไลน์ในปัจจุบันนั้นมีขั้นตอนทางกฎหมายที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการเพื่อให้ธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้อง ซึ่งหลัก ๆ แล้ว ต้องจดทะเบียนทั้ง 3 อย่าง ดังนี้ 

1. จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD)

สำหรับผู้ขายออนไลน์ที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ถือว่าเป็นวิธีที่จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณได้ เนื่องจากการขายสินค้าออนไลน์ก็เปรียบเสมือนการมีหน้าร้าน จึงต้องมีการจดทะเบียนเช่นเดียวกับร้านค้าทั่วไป แต่จะแตกต่างตรงที่เป็นการจดทะเบียนพาณิชย์แบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันตัวตนของผู้ประกอบการและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าธุรกิจของคุณมีตัวตนที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น 

2. จดภาษีมูลค่าเพิ่ม

สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่มียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด หากธุรกิจของคุณยังไม่ถึงเกณฑ์นี้แต่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต การขยายช่องทางการขายเพิ่มเติมถือเป็นทางเลือกที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปถึงยอดขายตามเงื่อนไขได้ ซึ่งปกติธุรกิจส่วนใหญ่ก็มักขายผ่าน Marketplace ต่าง ๆ เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ Line Shopping แต่จริง ๆ แล้วยังมีอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยเพิ่มยอดขายได้ นั่นคือการเลือกใช้ฟีเจอร์การขายอย่าง MyCloud Sale Page โดยหน้าเว็บเพจนั้นจะถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการ นอกจากนี้ ยังสามารถปรับแต่งให้เข้ากับภาพลักษณ์ของแบรนด์ และยังสามารถช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้ โดยที่ไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของแพลตฟอร์มเหมือนกับช่องทาง Marketplace ช่วยให้สามารถสร้างประสบการณ์เฉพาะที่สอดคล้องกับแบรนด์ได้ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการขยายธุรกิจและสร้างตัวตนของแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และอาจช่วยเพิ่มยอดขายให้ถึงเกณฑ์ได้เร็วกว่าการขายช่องทางเดิม  

ทั้งนี้ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีข้อดีหลายประการ ได้แก่ การเสริมภาพลักษณ์ให้ร้านค้าดูน่าเชื่อถือมากขึ้น สามารถในการออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า ลดต้นทุนผ่านการนำภาษีซื้อ (VAT) ไปเครดิตภาษีขายและการวางรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว  

สร้าง Sale page ช่วยดึงดูดลูกค้าได้

3. จดทะเบียนรับรองสินค้า

เนื่องจากสินค้าบางประเภทจำเป็นต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำมาจำหน่าย เช่น 

  • สินค้าประเภทยา อาหาร ขนมหรือเครื่องดื่มต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 
  • สินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องมีเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) 

อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนรับรองสินค้าเป็นการยืนยันว่าสินค้าที่คุณจำหน่ายผ่านการตรวจสอบคุณภาพ มีมาตรฐานและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าพวกเขากำลังซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย   

เอกสารสำหรับการจดทะเบียนร้านค้าออนไลน์ มีอะไรบ้าง

ทั้งนี้ สำหรับร้านค้าที่กำลังเตรียมตัวจดทะเบียนร้านค้าออนไลน์อยู่ แต่ไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้าง วันนี้ MyCloud ได้สรุปเอกสารที่แม่ค้าพ่อค่ามือใหม่จำเป็นต้องเตรียมให้พร้อม เพื่อให้กระบวนการจดทะเบียนร้านค้าออนไลน์ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น มาฝากกัน ดังนี้ 

บุคคลธรรมดา

สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดา เอกสารที่ต้องเตรียมในการจดทะเบียนร้านค้าออนไลน์ประกอบด้วย

  1. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประกอบการ
  2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประกอบการ
  3. แบบฟอร์มจดทะเบียนพาณิชย์ (ทพ.) โดยกรอกข้อมูลในช่อง 1 – 8 ให้ครบถ้วน
  4. เอกสารประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
  5. เอกสารแสดงหน้าแรกของเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการสั่งซื้อ วิธีการชำระเงิน และวิธีการจัดส่งสินค้า
  6. แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานประกอบการ (หากไม่ใช่เจ้าของบ้าน ต้องมีเอกสารยินยอมให้ใช้สถานที่ สำเนาทะเบียนบ้าน หรือสัญญาเช่าแนบมาด้วย)
  7. หนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (กรณีที่ผู้ประกอบการไม่ได้มาดำเนินการด้วยตนเอง) 

นิติบุคคล

สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล เอกสารที่ต้องเตรียมในการจดทะเบียนร้านค้าออนไลน์ประกอบด้วย 

  1. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประกอบการ
  2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประกอบการ
  3. แบบฟอร์มจดทะเบียนพาณิชย์ (ทพ.) โดยกรอกข้อมูลในช่อง 1 – 8 และ 12 ให้ครบถ้วน
  4. เอกสารประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
  5. เอกสารแสดงหน้าแรกของเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการสั่งซื้อ วิธีการชำระเงิน และวิธีการจัดส่งสินค้า
  6. แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานประกอบการ (หากไม่ใช่เจ้าของบ้าน ต้องมีเอกสารยินยอมให้ใช้สถานที่ สำเนาทะเบียนบ้าน หรือสัญญาเช่าแนบมาด้วย)
  7. หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน
  8. หนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (กรณีที่ผู้ประกอบการไม่ได้มาดำเนินการด้วยตนเอง)  

ขายของออนไลน์ ทำไมต้องจดทะเบียน?  

การขายของออนไลน์ในปัจจุบันมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง ดังนั้น การจดทะเบียนพาณิชย์ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้านค้าออนไลน์อย่างมาก ลูกค้าจะมั่นใจว่ากำลังซื้อสินค้าจากร้านค้าที่มีตัวตนจริง ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดความกังวลเรื่องการโดนโกงหรือไม่ได้รับสินค้า นอกจากนี้ ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อแบรนด์ และช่วยให้ร้านค้าดูมีความเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น รวมถึงยังสามารถออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า และใช้เป็นเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ ในกรณีที่ต้องการเงินทุนเพื่อขยายธุรกิจ ช่วยให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง 

ขายของออนไลน์ จดทะเบียนแล้วดีอย่างไร

Alt text: ขายของออนไลน์ จดทะเบียนแล้วดีอย่างไร 

สรุปบทความ 

ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง หลัก ๆ แล้วจะประกอบด้วยการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และการจดทะเบียนรับรองคุณภาพสินค้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อกระบวนการจดทะเบียนที่สะดวกและรวดเร็ว ควรเตรียมเอกสารที่จำเป็นไปให้เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนร้านค้า ทั้งที่จะเป็นเพียงแค่เปิดร้านค้าผ่านช่องทางออนไลน์นั้น จะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อให้กับร้านค้าของคุณ ทำให้ลูกค้ามั่นใจมากยิ่งขึ้นว่า สินค้าที่กำลังจะสั่งซื้อนั่นมีคุณภาพและมาตรฐาน และยังเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างธุรกิจออนไลน์ที่มั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้ หากคุณต้องการขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ การมีระบบจัดการหลังบ้านที่พร้อมรองรับออเดอร์และตัวแทนจำหน่ายก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ และการเลือกใช้ฟีเจอร์ช่วยส่งเสริมการขายอย่าง MyCloud Sale Page ก็ถือว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้คุณขยายช่องทางการขายและเพิ่มยอดขายให้เติบโต MyCloud พร้อมช่วยดูแลด้วยบริการ Fulfillment Services คลังสินค้าออนไลน์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ ตั้งแต่วางแผนสต๊อกสินค้า แพ็คสินค้าและจัดส่งอย่างครบวงจร ช่วยให้คุณโฟกัสกับการทำตลาดและพัฒนาธุรกิจได้เต็มที่ ลดภาระงานหลังบ้าน พร้อมรองรับการเติบโตของร้านค้าออนไลน์ทุกขนาดอย่างมืออาชีพ ด้วยโซลูชันที่จะช่วยให้การบริหารร้านค้าออนไลน์เป็นเรื่องง่ายขึ้น! หากคุณสนใจใช้ สามารถติดต่อเราได้เลยที่นี่เลย เราพร้อมดูแลให้คุณขายได้ง่าย ไม่วุ่นวายอีกต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

เริ่มต้นขายของใน Shopee จัดส่งสินค้ายังไง? กับ 4 วิธีที่สามารถทำตามได้ง่าย ๆ 

เริ่มขายของใน Shopee ออเดอร์แรกเข้าแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่า ขายของใน Shopee ส่งยังไง? ไม่ต้องเครียด! ในบทความนี้ MyCloud จะพาคุณไปไขข้อข้องใจ และทำความรู้จักขั้นตอนการจัดส่งสินค้าบน Shopee อย่างละเอียด พร้อมเทคนิคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การจัดส่งเป็นเรื่องง่ายและมืออาชีพตั้งแต่ครั้งแรก!    รูปแบบการจัดส่งบน Shopee มีอะไรบ้าง  ก่อนจะไปดูขั้นตอนการจัดส่ง เรามาทำความเข้าใจรูปแบบการจัดส่งหลัก ๆ ที่ Shopee รองรับกันก่อน เพื่อให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะสมกับร้านค้าของคุณมากที่สุด โดยทั่วไปแล้ว การจัดส่งสินค้าบน Shopee ที่ร้านค้าสามารถจัดการได้เอง (Non-Shopee Supported Logistics) หรือที่ Shopee รองรับ (Shopee Supported Logistics) จะมีตัวเลือกหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการนำส่งพัสดุให้บริษัทขนส่งอยู่ 2 รูปแบบ คือ   ร้านค้าจัดส่งสินค้าเอง (Drop Off)  Drop Off คือการที่ร้านค้านำพัสดุที่แพ็กเรียบร้อยแล้วไปส่งเอง ณ จุดบริการรับพัสดุของบริษัทขนส่งที่เลือกไว้ วิธีนี้เหมาะสำหรับร้านค้าที่สะดวกเดินทางหรือมีจุดบริการขนส่งอยู่ไม่ไกล […]

Shopee Instant Delivery คืออะไร? โอกาสทองที่อาจเป็นฝันร้ายของร้านค้า ถ้าระบบหลังบ้านไม่พร้อม!

ในปี 2026 พฤติกรรมลูกค้าออนไลน์ได้ก้าวข้ามคำว่า “รอของ 2-3 วัน” ไปเรียบร้อยแล้ว ยุคนี้ใครเร็วกว่าคนนั้นชนะ! แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Shopee จึงได้ผลักดันฟีเจอร์ Shopee Instant Delivery (ส่งด่วนภายในวัน) อย่างเต็มกำลัง เพื่อตอบสนองลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็วแบบ “สั่งเช้า ได้บ่าย” หรือ “สั่งปุ๊บ ได้ภายใน 2 ชั่วโมง” ฟีเจอร์นี้คือ “โอกาสทอง” ในการโกยยอดขายจากลูกค้าที่พร้อมจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับเวลา แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือ “บททดสอบสุดโหด” สำหรับระบบคลังสินค้า (Fulfillment) ของร้านค้า เพราะถ้าออเดอร์เด้งแล้วคุณแพ็คไม่ทัน… โอกาสทองนั้นจะกลายเป็นฝันร้ายที่ทำลายคะแนนร้านค้าของคุณทันที! Shopee Instant Delivery คืออะไร? Shopee Instant Delivery (ส่งด่วนช้อปปี้) คือ บริการจัดส่งพัสดุด่วนที่ผู้ซื้อจะได้รับสินค้าภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง (มักจะไม่เกิน 2-4 ชั่วโมง) หลังจากร้านค้ากดพร้อมจัดส่ง โดยใช้พนักงานขับรถ (Rider) มารับสินค้าที่ร้านและไปส่งให้ผู้ซื้อโดยตรง (Point-to-Point) สำหรับร้านค้า การเปิดช่องทางส่งด่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อ […]

3 สิ่งที่ต้องรู้ เพื่อให้ร้านค้าอยู่รอดในโลก E-Commerce แห่งอนาคต

          จากการขยายตัวของธุรกิจ E-Commerce จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการจะหันมาบุกตลาดออนไลน์หรือทำการตลาดออนไลน์ แต่ก่อนจะเจาะตลาดผู้ประกอบการต้องเข้าใจทิศทางตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ถ่องแท้เสียก่อนค่ะ เพราะในการขายออนไลน์มีรายละเอียดยิบย่อย และมีการจัดการที่แตกต่างจากการขายออฟไลน์ เพื่อให้ผู้ขายไม่เพียงแค่เพิ่มช่องทางการขายที่หลากหลายขึ้น แต่สามารถขยายตลาดได้อย่างมั่นคงในระยะยาว เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอยู่รอดในโลกของ E-Commerce ในอนาคต ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตใด ๆ ขึ้นอีก ตัวอย่างเช่น วิกฤต COVID-19 เป็นต้น           เรายังอยู่กับสาระดี ๆ จากงาน MyCloud Press Conference 2020 ที่คุณเมฆ นิธิ สัจจทิพวรรณ Chief Executive Officer (CEO) ของเราได้นำเสนอมุมมองความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจออนไลน์จากวิกฤต COVID-19 (New Normal) และทิศทางการขายในโลกอนาคต รวมถึงสิ่งที่ต้องการเตือน!! ให้ผู้ประกอบการคำนึงถึง ที่หากเจาะลึกลงไปแล้วจะมี 3 สิ่งที่เราอยากให้ทำความเข้าใจเพื่อให้การขายออนไลน์ของคุณประสบความสำเร็จมากขึ้น โดยทั้ง 3 ข้อนั้นเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากข้อมูล […]

เริ่มต้นขายของใน Shopee จัดส่งสินค้ายังไง? กับ 4 วิธีที่สามารถทำตามได้ง่าย ๆ 

เริ่มขายของใน Shopee ออเดอร์แรกเข้าแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่า ขายของใน Shopee ส่งยังไง? ไม่ต้องเครียด! ในบทความนี้ MyCloud จะพาคุณไปไขข้อข้องใจ และทำความรู้จักขั้นตอนการจัดส่งสินค้าบน Shopee อย่างละเอียด พร้อมเทคนิคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การจัดส่งเป็นเรื่องง่ายและมืออาชีพตั้งแต่ครั้งแรก!    รูปแบบการจัดส่งบน Shopee มีอะไรบ้าง  ก่อนจะไปดูขั้นตอนการจัดส่ง เรามาทำความเข้าใจรูปแบบการจัดส่งหลัก ๆ ที่ Shopee รองรับกันก่อน เพื่อให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะสมกับร้านค้าของคุณมากที่สุด โดยทั่วไปแล้ว การจัดส่งสินค้าบน Shopee ที่ร้านค้าสามารถจัดการได้เอง (Non-Shopee Supported Logistics) หรือที่ Shopee รองรับ (Shopee Supported Logistics) จะมีตัวเลือกหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการนำส่งพัสดุให้บริษัทขนส่งอยู่ 2 รูปแบบ คือ   ร้านค้าจัดส่งสินค้าเอง (Drop Off)  Drop Off คือการที่ร้านค้านำพัสดุที่แพ็กเรียบร้อยแล้วไปส่งเอง ณ จุดบริการรับพัสดุของบริษัทขนส่งที่เลือกไว้ วิธีนี้เหมาะสำหรับร้านค้าที่สะดวกเดินทางหรือมีจุดบริการขนส่งอยู่ไม่ไกล […]

Shopee Instant Delivery คืออะไร? โอกาสทองที่อาจเป็นฝันร้ายของร้านค้า ถ้าระบบหลังบ้านไม่พร้อม!

ในปี 2026 พฤติกรรมลูกค้าออนไลน์ได้ก้าวข้ามคำว่า “รอของ 2-3 วัน” ไปเรียบร้อยแล้ว ยุคนี้ใครเร็วกว่าคนนั้นชนะ! แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Shopee จึงได้ผลักดันฟีเจอร์ Shopee Instant Delivery (ส่งด่วนภายในวัน) อย่างเต็มกำลัง เพื่อตอบสนองลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็วแบบ “สั่งเช้า ได้บ่าย” หรือ “สั่งปุ๊บ ได้ภายใน 2 ชั่วโมง” ฟีเจอร์นี้คือ “โอกาสทอง” ในการโกยยอดขายจากลูกค้าที่พร้อมจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับเวลา แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือ “บททดสอบสุดโหด” สำหรับระบบคลังสินค้า (Fulfillment) ของร้านค้า เพราะถ้าออเดอร์เด้งแล้วคุณแพ็คไม่ทัน… โอกาสทองนั้นจะกลายเป็นฝันร้ายที่ทำลายคะแนนร้านค้าของคุณทันที! Shopee Instant Delivery คืออะไร? Shopee Instant Delivery (ส่งด่วนช้อปปี้) คือ บริการจัดส่งพัสดุด่วนที่ผู้ซื้อจะได้รับสินค้าภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง (มักจะไม่เกิน 2-4 ชั่วโมง) หลังจากร้านค้ากดพร้อมจัดส่ง โดยใช้พนักงานขับรถ (Rider) มารับสินค้าที่ร้านและไปส่งให้ผู้ซื้อโดยตรง (Point-to-Point) สำหรับร้านค้า การเปิดช่องทางส่งด่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อ […]

3 สิ่งที่ต้องรู้ เพื่อให้ร้านค้าอยู่รอดในโลก E-Commerce แห่งอนาคต

          จากการขยายตัวของธุรกิจ E-Commerce จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการจะหันมาบุกตลาดออนไลน์หรือทำการตลาดออนไลน์ แต่ก่อนจะเจาะตลาดผู้ประกอบการต้องเข้าใจทิศทางตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ถ่องแท้เสียก่อนค่ะ เพราะในการขายออนไลน์มีรายละเอียดยิบย่อย และมีการจัดการที่แตกต่างจากการขายออฟไลน์ เพื่อให้ผู้ขายไม่เพียงแค่เพิ่มช่องทางการขายที่หลากหลายขึ้น แต่สามารถขยายตลาดได้อย่างมั่นคงในระยะยาว เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอยู่รอดในโลกของ E-Commerce ในอนาคต ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตใด ๆ ขึ้นอีก ตัวอย่างเช่น วิกฤต COVID-19 เป็นต้น           เรายังอยู่กับสาระดี ๆ จากงาน MyCloud Press Conference 2020 ที่คุณเมฆ นิธิ สัจจทิพวรรณ Chief Executive Officer (CEO) ของเราได้นำเสนอมุมมองความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจออนไลน์จากวิกฤต COVID-19 (New Normal) และทิศทางการขายในโลกอนาคต รวมถึงสิ่งที่ต้องการเตือน!! ให้ผู้ประกอบการคำนึงถึง ที่หากเจาะลึกลงไปแล้วจะมี 3 สิ่งที่เราอยากให้ทำความเข้าใจเพื่อให้การขายออนไลน์ของคุณประสบความสำเร็จมากขึ้น โดยทั้ง 3 ข้อนั้นเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากข้อมูล […]