Knowledge Center

คู่มือสำหรับพ่อค้าแม่ค้า ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง 

ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง

หากพูดถึงการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ก็คงเป็นเรื่องที่ดูจะง่ายดายใช่ไหมล่ะ แต่จริง ๆ แล้วหลายคนอาจไม่ทราบว่าการขายของออนไลน์นั้นต้องมีการจดทะเบียนตามกฎหมายเช่นเดียวกับการเปิดร้านค้าแบบมีหน้าร้าน เพราะการจดทะเบียนนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจอีกด้วย ในบทความนี้ MyCloud จะพาคุณไปดูว่า การจดทะเบียนขายของออนไลน์ ตั้งแต่การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไปจนถึงการจดทะเบียนรับรองคุณภาพสินค้า พร้อมเอกสารที่จำเป็นทั้งสำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล มีอะไรและมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง    

ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง

การขายของออนไลน์ในปัจจุบันนั้นมีขั้นตอนทางกฎหมายที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการเพื่อให้ธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้อง ซึ่งหลัก ๆ แล้ว ต้องจดทะเบียนทั้ง 3 อย่าง ดังนี้ 

1. จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD)

สำหรับผู้ขายออนไลน์ที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ถือว่าเป็นวิธีที่จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณได้ เนื่องจากการขายสินค้าออนไลน์ก็เปรียบเสมือนการมีหน้าร้าน จึงต้องมีการจดทะเบียนเช่นเดียวกับร้านค้าทั่วไป แต่จะแตกต่างตรงที่เป็นการจดทะเบียนพาณิชย์แบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ธุรกิจของคุณดำเนินงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันตัวตนของผู้ประกอบการและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าธุรกิจของคุณมีตัวตนที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น 

2. จดภาษีมูลค่าเพิ่ม

สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่มียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด หากธุรกิจของคุณยังไม่ถึงเกณฑ์นี้แต่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต การขยายช่องทางการขายเพิ่มเติมถือเป็นทางเลือกที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปถึงยอดขายตามเงื่อนไขได้ ซึ่งปกติธุรกิจส่วนใหญ่ก็มักขายผ่าน Marketplace ต่าง ๆ เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ Line Shopping แต่จริง ๆ แล้วยังมีอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยเพิ่มยอดขายได้ นั่นคือการเลือกใช้ฟีเจอร์การขายอย่าง MyCloud Sale Page โดยหน้าเว็บเพจนั้นจะถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการ นอกจากนี้ ยังสามารถปรับแต่งให้เข้ากับภาพลักษณ์ของแบรนด์ และยังสามารถช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้ โดยที่ไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของแพลตฟอร์มเหมือนกับช่องทาง Marketplace ช่วยให้สามารถสร้างประสบการณ์เฉพาะที่สอดคล้องกับแบรนด์ได้ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการขยายธุรกิจและสร้างตัวตนของแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และอาจช่วยเพิ่มยอดขายให้ถึงเกณฑ์ได้เร็วกว่าการขายช่องทางเดิม  

ทั้งนี้ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีข้อดีหลายประการ ได้แก่ การเสริมภาพลักษณ์ให้ร้านค้าดูน่าเชื่อถือมากขึ้น สามารถในการออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า ลดต้นทุนผ่านการนำภาษีซื้อ (VAT) ไปเครดิตภาษีขายและการวางรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว  

สร้าง Sale page ช่วยดึงดูดลูกค้าได้

3. จดทะเบียนรับรองสินค้า

เนื่องจากสินค้าบางประเภทจำเป็นต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำมาจำหน่าย เช่น 

  • สินค้าประเภทยา อาหาร ขนมหรือเครื่องดื่มต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 
  • สินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องมีเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) 

อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนรับรองสินค้าเป็นการยืนยันว่าสินค้าที่คุณจำหน่ายผ่านการตรวจสอบคุณภาพ มีมาตรฐานและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าพวกเขากำลังซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย   

เอกสารสำหรับการจดทะเบียนร้านค้าออนไลน์ มีอะไรบ้าง

ทั้งนี้ สำหรับร้านค้าที่กำลังเตรียมตัวจดทะเบียนร้านค้าออนไลน์อยู่ แต่ไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้าง วันนี้ MyCloud ได้สรุปเอกสารที่แม่ค้าพ่อค่ามือใหม่จำเป็นต้องเตรียมให้พร้อม เพื่อให้กระบวนการจดทะเบียนร้านค้าออนไลน์ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น มาฝากกัน ดังนี้ 

บุคคลธรรมดา

สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดา เอกสารที่ต้องเตรียมในการจดทะเบียนร้านค้าออนไลน์ประกอบด้วย

  1. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประกอบการ
  2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประกอบการ
  3. แบบฟอร์มจดทะเบียนพาณิชย์ (ทพ.) โดยกรอกข้อมูลในช่อง 1 – 8 ให้ครบถ้วน
  4. เอกสารประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
  5. เอกสารแสดงหน้าแรกของเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการสั่งซื้อ วิธีการชำระเงิน และวิธีการจัดส่งสินค้า
  6. แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานประกอบการ (หากไม่ใช่เจ้าของบ้าน ต้องมีเอกสารยินยอมให้ใช้สถานที่ สำเนาทะเบียนบ้าน หรือสัญญาเช่าแนบมาด้วย)
  7. หนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (กรณีที่ผู้ประกอบการไม่ได้มาดำเนินการด้วยตนเอง) 

นิติบุคคล

สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล เอกสารที่ต้องเตรียมในการจดทะเบียนร้านค้าออนไลน์ประกอบด้วย 

  1. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประกอบการ
  2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประกอบการ
  3. แบบฟอร์มจดทะเบียนพาณิชย์ (ทพ.) โดยกรอกข้อมูลในช่อง 1 – 8 และ 12 ให้ครบถ้วน
  4. เอกสารประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
  5. เอกสารแสดงหน้าแรกของเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการสั่งซื้อ วิธีการชำระเงิน และวิธีการจัดส่งสินค้า
  6. แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานประกอบการ (หากไม่ใช่เจ้าของบ้าน ต้องมีเอกสารยินยอมให้ใช้สถานที่ สำเนาทะเบียนบ้าน หรือสัญญาเช่าแนบมาด้วย)
  7. หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน
  8. หนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (กรณีที่ผู้ประกอบการไม่ได้มาดำเนินการด้วยตนเอง)  

ขายของออนไลน์ ทำไมต้องจดทะเบียน?  

การขายของออนไลน์ในปัจจุบันมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง ดังนั้น การจดทะเบียนพาณิชย์ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้านค้าออนไลน์อย่างมาก ลูกค้าจะมั่นใจว่ากำลังซื้อสินค้าจากร้านค้าที่มีตัวตนจริง ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดความกังวลเรื่องการโดนโกงหรือไม่ได้รับสินค้า นอกจากนี้ ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อแบรนด์ และช่วยให้ร้านค้าดูมีความเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น รวมถึงยังสามารถออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า และใช้เป็นเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ ในกรณีที่ต้องการเงินทุนเพื่อขยายธุรกิจ ช่วยให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง 

ขายของออนไลน์ จดทะเบียนแล้วดีอย่างไร

Alt text: ขายของออนไลน์ จดทะเบียนแล้วดีอย่างไร 

สรุปบทความ 

ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง หลัก ๆ แล้วจะประกอบด้วยการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และการจดทะเบียนรับรองคุณภาพสินค้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อกระบวนการจดทะเบียนที่สะดวกและรวดเร็ว ควรเตรียมเอกสารที่จำเป็นไปให้เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนร้านค้า ทั้งที่จะเป็นเพียงแค่เปิดร้านค้าผ่านช่องทางออนไลน์นั้น จะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อให้กับร้านค้าของคุณ ทำให้ลูกค้ามั่นใจมากยิ่งขึ้นว่า สินค้าที่กำลังจะสั่งซื้อนั่นมีคุณภาพและมาตรฐาน และยังเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างธุรกิจออนไลน์ที่มั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้ หากคุณต้องการขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ การมีระบบจัดการหลังบ้านที่พร้อมรองรับออเดอร์และตัวแทนจำหน่ายก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ และการเลือกใช้ฟีเจอร์ช่วยส่งเสริมการขายอย่าง MyCloud Sale Page ก็ถือว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้คุณขยายช่องทางการขายและเพิ่มยอดขายให้เติบโต MyCloud พร้อมช่วยดูแลด้วยบริการ Fulfillment Services คลังสินค้าออนไลน์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ ตั้งแต่วางแผนสต๊อกสินค้า แพ็คสินค้าและจัดส่งอย่างครบวงจร ช่วยให้คุณโฟกัสกับการทำตลาดและพัฒนาธุรกิจได้เต็มที่ ลดภาระงานหลังบ้าน พร้อมรองรับการเติบโตของร้านค้าออนไลน์ทุกขนาดอย่างมืออาชีพ ด้วยโซลูชันที่จะช่วยให้การบริหารร้านค้าออนไลน์เป็นเรื่องง่ายขึ้น! หากคุณสนใจใช้ สามารถติดต่อเราได้เลยที่นี่เลย เราพร้อมดูแลให้คุณขายได้ง่าย ไม่วุ่นวายอีกต่อไป

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การจดทะเบียนขายของออนไลน์

ต้องจดทะเบียนหลัก ๆ 3 อย่าง คือ 1. จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD) 2. จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และ 3. จดทะเบียนรับรองสินค้า (สำหรับสินค้าบางประเภท)

เป็นการจดทะเบียนพาณิชย์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) สำหรับผู้ขายออนไลน์ที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ไม่เพียงทำให้ธุรกิจดำเนินงานถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังยืนยันตัวตนของผู้ประกอบการและสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าว่าธุรกิจมีตัวตนที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ

สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่มียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีข้อดี เช่น เสริมภาพลักษณ์ให้ร้านค้าดูน่าเชื่อถือ สามารถออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า และลดต้นทุนผ่านการนำภาษีซื้อไปเครดิตภาษีขาย

สินค้าบางประเภทจำเป็นต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำมาจำหน่าย เช่น สินค้าประเภทยา อาหาร ขนมหรือเครื่องดื่มต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องมีเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์

ประกอบด้วย สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประกอบการ สำเนาทะเบียนบ้าน แบบฟอร์มจดทะเบียนพาณิชย์ (ทพ.) เอกสารประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เอกสารแสดงหน้าแรกของเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ พร้อมรายละเอียดวิธีการสั่งซื้อ ชำระเงิน และจัดส่งสินค้า รวมถึงแผนที่แสดงที่ตั้งของสถานประกอบการ

การขยายช่องทางการขายเพิ่มเติมเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตไปถึงยอดขายตามเงื่อนไขได้ นอกจากขายผ่าน Marketplace อย่าง Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ Line Shopping ยังสามารถใช้ฟีเจอร์อย่าง MyCloud Sale Page ที่ออกแบบหน้าเว็บเพจเฉพาะเพื่อนำเสนอสินค้า ปรับแต่งให้เข้ากับภาพลักษณ์แบรนด์ โดยไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของแพลตฟอร์ม

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Double Day นี้! ให้คุณขาย เดี๋ยวเราแพ็กให้! จัดการออเดอร์ได้ง่าย ๆ ด้วย Fulfillment ครบวงจรจาก MyCloud 

Double Day มาอีกแล้ว! พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์คนไหนได้ยินคำนี้แล้วใจเต้นรัวบ้าง? เพราะนี่คือโอกาสทองที่คุณจะได้โกยยอดขายแบบถล่มทลาย แต่ในความตื่นเต้นก็มีความกังวลซ่อนอยู่ใช่ไหม? ทั้งเรื่องการจัดการออเดอร์มหาศาล การแพ็กของที่กองพะเนิน และการจัดส่งที่ต้องรวดเร็วทันใจ MyCloud เราเข้าใจดี! วันนี้เราเลยอยากจะชวนคุณมาปิดการขายง่าย ๆ แบบหายห่วง ด้วยบริการ Fulfillment ครบวงจรจาก MyCloud ที่จะช่วยให้คุณโฟกัสกับการขายได้อย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องแพ็กและส่ง เราจัดการให้เอง! Double Day คืออะไร?  หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า Double Day เป็นอย่างดี เพราะมันคือมหกรรมลด แลก แจก แถม ที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเจ้าใหญ่ ๆ อย่าง Shopee, Lazada, TikTok Shop และอีกมากมายงัดกลยุทธ์มาฟาดฟันกันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็น 4.4, 5.5, 6.6 ไปจนถึง 12.12 ซึ่งวันเหล่านี้แหละ คือวันรวมโค้ดส่วนลด โปรโมชันเด็ด ๆ และแฟลชเซลสุดปังที่นักช้อปทั่วประเทศรอคอย ทำให้ยอดขายของร้านค้าออนไลน์พุ่งกระฉูดในชั่วข้ามคืน!   ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดโอกาสทองนี้! Double Day ถือเป็นเทศกาลที่สร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับผู้ประกอบการออนไลน์ ยอดขายที่เคยเป็นหลักพันอาจพุ่งทะลุหลักแสน หรือแม้แต่หลักล้านได้ในวันเดียว! นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสดีที่จะขยายฐานลูกค้า สร้างการรับรู้แบรนด์ และระบายสต็อกสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ลองคิดดูสิว่าถ้าคุณพลาดโอกาสนี้ไป จะน่าเสียดายแค่ไหน?    ความท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องเจอในช่วง Double […]

จัดการสต๊อก TikTok Shop อย่างไรไม่ให้ของหมด กลาง Live หรือช่วงแคมเปญ

ในช่วงที่การ TikTok Live ขายของ และแคมเปญออนไลน์กลายเป็นตัวเร่งยอดขายหลักของหลายแบรนด์ ปัญหาที่เจ้าของร้านเจอบ่อยที่สุดกลับไม่ใช่ขายไม่ได้ แต่คือของหมด! โดยเฉพาะในช่วงที่ยอดกำลังพุ่งแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้หลายคนเริ่มมองหาวิธี จัดการสต๊อก TikTok Shop ให้แม่นยำมากขึ้น ธีจัดการสต๊อก TikTok Shopที่ได้ผล คือการวางระบบแบบเป็นขั้นตอน ได้แก่ (1) วิเคราะห์ยอดขายย้อนหลัง (2) แยกสินค้าขายดี (3) ตั้ง Safety Stock เผื่อสินค้า (4) เชื่อมสต๊อกทุกช่องทางแบบ Omnichannel และ (5) ใช้ระบบ inventory management TikTok เพื่ออัปเดตสต๊อกแบบ Real-time ลดปัญหาของหมดหรือ oversell แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องหลังบ้าน แต่ความจริงแล้ว “สต๊อก” คือหัวใจของการขาย เพราะต่อให้คอนเทนต์ดีแค่ไหน Live ปังแค่ไหน ถ้าของหมดกลางทาง ก็อาจเสียทั้งยอดขายและความน่าเชื่อถือได้ในเวลาไม่กี่นาที วิธีคำนวณ Safety Stock สำหรับร้านที่ขาย TikTok + […]

TikTok Shop เกณฑ์ LDR และ SFCR ใหม่ 2569 ร้านค้าต้องรู้อะไรบ้าง ก่อนโดนจำกัดออเดอร์

TikTok Shop ใช้เกณฑ์ LDR และ SFCR ใหม่ตั้งแต่ 29 มิ.ย. 2569 ร้านที่ส่งช้าหรือยกเลิกเกินเกณฑ์จะถูกจำกัดออเดอร์และหักคะแนน AHR สรุปสูตร เกณฑ์ บทลงโทษ และวิธีคุมตัวเลขก่อน 11.11–12.12

Double Day นี้! ให้คุณขาย เดี๋ยวเราแพ็กให้! จัดการออเดอร์ได้ง่าย ๆ ด้วย Fulfillment ครบวงจรจาก MyCloud 

Double Day มาอีกแล้ว! พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์คนไหนได้ยินคำนี้แล้วใจเต้นรัวบ้าง? เพราะนี่คือโอกาสทองที่คุณจะได้โกยยอดขายแบบถล่มทลาย แต่ในความตื่นเต้นก็มีความกังวลซ่อนอยู่ใช่ไหม? ทั้งเรื่องการจัดการออเดอร์มหาศาล การแพ็กของที่กองพะเนิน และการจัดส่งที่ต้องรวดเร็วทันใจ MyCloud เราเข้าใจดี! วันนี้เราเลยอยากจะชวนคุณมาปิดการขายง่าย ๆ แบบหายห่วง ด้วยบริการ Fulfillment ครบวงจรจาก MyCloud ที่จะช่วยให้คุณโฟกัสกับการขายได้อย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องแพ็กและส่ง เราจัดการให้เอง! Double Day คืออะไร?  หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า Double Day เป็นอย่างดี เพราะมันคือมหกรรมลด แลก แจก แถม ที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเจ้าใหญ่ ๆ อย่าง Shopee, Lazada, TikTok Shop และอีกมากมายงัดกลยุทธ์มาฟาดฟันกันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็น 4.4, 5.5, 6.6 ไปจนถึง 12.12 ซึ่งวันเหล่านี้แหละ คือวันรวมโค้ดส่วนลด โปรโมชันเด็ด ๆ และแฟลชเซลสุดปังที่นักช้อปทั่วประเทศรอคอย ทำให้ยอดขายของร้านค้าออนไลน์พุ่งกระฉูดในชั่วข้ามคืน!   ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดโอกาสทองนี้! Double Day ถือเป็นเทศกาลที่สร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับผู้ประกอบการออนไลน์ ยอดขายที่เคยเป็นหลักพันอาจพุ่งทะลุหลักแสน หรือแม้แต่หลักล้านได้ในวันเดียว! นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสดีที่จะขยายฐานลูกค้า สร้างการรับรู้แบรนด์ และระบายสต็อกสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ลองคิดดูสิว่าถ้าคุณพลาดโอกาสนี้ไป จะน่าเสียดายแค่ไหน?    ความท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องเจอในช่วง Double […]

จัดการสต๊อก TikTok Shop อย่างไรไม่ให้ของหมด กลาง Live หรือช่วงแคมเปญ

ในช่วงที่การ TikTok Live ขายของ และแคมเปญออนไลน์กลายเป็นตัวเร่งยอดขายหลักของหลายแบรนด์ ปัญหาที่เจ้าของร้านเจอบ่อยที่สุดกลับไม่ใช่ขายไม่ได้ แต่คือของหมด! โดยเฉพาะในช่วงที่ยอดกำลังพุ่งแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้หลายคนเริ่มมองหาวิธี จัดการสต๊อก TikTok Shop ให้แม่นยำมากขึ้น ธีจัดการสต๊อก TikTok Shopที่ได้ผล คือการวางระบบแบบเป็นขั้นตอน ได้แก่ (1) วิเคราะห์ยอดขายย้อนหลัง (2) แยกสินค้าขายดี (3) ตั้ง Safety Stock เผื่อสินค้า (4) เชื่อมสต๊อกทุกช่องทางแบบ Omnichannel และ (5) ใช้ระบบ inventory management TikTok เพื่ออัปเดตสต๊อกแบบ Real-time ลดปัญหาของหมดหรือ oversell แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องหลังบ้าน แต่ความจริงแล้ว “สต๊อก” คือหัวใจของการขาย เพราะต่อให้คอนเทนต์ดีแค่ไหน Live ปังแค่ไหน ถ้าของหมดกลางทาง ก็อาจเสียทั้งยอดขายและความน่าเชื่อถือได้ในเวลาไม่กี่นาที วิธีคำนวณ Safety Stock สำหรับร้านที่ขาย TikTok + […]

TikTok Shop เกณฑ์ LDR และ SFCR ใหม่ 2569 ร้านค้าต้องรู้อะไรบ้าง ก่อนโดนจำกัดออเดอร์

TikTok Shop ใช้เกณฑ์ LDR และ SFCR ใหม่ตั้งแต่ 29 มิ.ย. 2569 ร้านที่ส่งช้าหรือยกเลิกเกินเกณฑ์จะถูกจำกัดออเดอร์และหักคะแนน AHR สรุปสูตร เกณฑ์ บทลงโทษ และวิธีคุมตัวเลขก่อน 11.11–12.12