Knowledge Center

Big Data คืออะไร ขุมทรัพย์แห่งธุรกิจ E-Commerce & Logistics นำมาปรับใช้ได้อย่างไรบ้าง

Big Data คืออะไร

         ต่อเนื่องกันกับเทคโนโลยีที่จะสามารถเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจแบบเดิม ๆ ที่เราได้พูดถึงใน Technology & Trends ที่น่าลงทุนสำหรับธุรกิจ logistic ก็ยังมีอีกหลาย ๆ เทคโนโลยีที่ธุรกิจต่าง ๆ เริ่มนำเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจมากขึ้นในปัจจุบันนี้ค่ะ เพื่อที่จะนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาจัดการกับ “Big Data” วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก Big Data ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาของเทคโนโลยีในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีมากมายมหาศาลในปัจจุบัน และความสำคัญของ Big Data ในธุรกิจ E-Commerce และ Logistics กันค่ะ อีกทั้ง Big Data ยังถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Disruption หรือ ที่เรียกว่า Digital Transformation นั่นเองค่ะ 

Big Data คืออะไร?

Big Data คือข้อมูลตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ทางคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในรูปแบบสัญญาณไฟฟ้า ในด้าน E-Commerce และ Logistics ข้อมูลถูกสร้างขึ้นใหม่อยู่เสมอโดยเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น การเข้าชมเว็บไซต์ ซื้อขายสินค้า หรือการใช้งานบนโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ข้อมูลเหล่านี้เมื่อรวมเข้ากับข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ แล้วสะสมจนมีมากมายมหาศาล กลายเป็นข้อมูลขนาดใหญ่แล้ว ทำให้เกิดการพัฒนาทางเทคโนโลยี เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีให้เป็นระบบระเบียบ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือที่เราเรียกว่า “Big Data” นั่นเองค่ะ

คุณลักษณะของ Big Data

คุณลักษณะของ Big data มีอะไรบ้าง

 โดย Big Data ประกอบไปด้วยคุณลักษณะหลัก ๆ 3 ประการ หรือที่เรียกว่า 3V คือ 1. Volume 2. Variety 3. Velocity แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้มีการกำหนดคุณลักษณะเพิ่มขึ้น อีก 2 ข้อ นั่นคือ 4. Veracity (4V) และ 5. Value (5V) เนื่องจากข้อมูล (Data) ที่ดีนั้นต้องไม่เพียงแต่ มีปริมาณมาก มีความหลากหลาย อัปเดตและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หากแต่ต้องมีความน่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง จึงจะเรียกว่าเป็นข้อมูลที่มีคุณภาพนั่นเอง 

หลักการทำงานของ Big Data

สำหรับหลักการทำงานของข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) นั้น จะมีอยู่ 3 ขั้นตอนด้วยกัน ได้แก่  

  1. การจัดเก็บข้อมูล (Data Ingestion) คือขั้นตอนการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลทั้งหมดจากแหล่งต่าง ๆ เช่น ข้อมูลจากการขาย ข้อมูลความพึงพอใจของลูกค้าหรือข้อมูลสินค้าในคลังทั้งหมด ฯลฯ ทั้งในรูปแบบเสียง ตัวอักษร วิดีโอหรือแม้แต่ไฟล์ภาพก็สามารถจัดเก็บรวมไว้ในที่นี่ได้ที่เดียว  
  2. การประมวลผลข้อมูล (Data Storage) จากนั้น ขั้นตอนนี้จะเป็นการประมวลผลข้อมูล ได้แก่ การนำข้อมูลทั้งหมดจากขั้นตอน Data Ingestion มาจัดหมวดหมู่ให้เรียบร้อย เช่น จัดหมวดหมู่ของสินค้าให้ง่ายต่อการหยิบและแพ็ก  
  3. การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) นำข้อมูลที่ได้ทำการประมวลผลแล้วมาวิเคราะห์ต่อ เพื่อวางแผนการตลาดหรือพัฒนาแบรนด์ต่อ

ทำไม Big Data ถึงเหมาะกับธุรกิจ E-Commerce และ Logistics?

การทำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Commerce ไม่ว่าจะเป็น การซื้อขายสินค้าและบริการ หรือการใช้พื้นที่ในการโฆษณาบนพื้นที่อิเล็กทรอนิกส์นั้น ทำให้เกิดข้อมูลมากมาย อาทิเช่น ประวัติการซื้อขาย จำนวนสินค้า ที่ถูกบันทึกไว้ในแหล่งต่าง ๆ ในด้านของธุรกิจ Logistics อาจเป็นข้อมูล ชื่อที่อยู่ หรือช่องทางการติดต่อของผู้ซื้อ และผู้ขาย รวมถึงข้อมูลของสินค้าด้วยนั่นเอง และเมื่อข้อมูลดังกล่าวมีมากขึ้น การนำ Big Data เข้ามาใช้ประโยชน์ จึงเป็นการตอบโจทย์ธุรกิจ E-Commerce และ Logistics ที่จะนำข้อมูลที่มีมหาศาลนั้นไปใช้ประโยชน์ ดังนี้ค่ะ

1. เพื่อการพัฒนาสินค้าและบริการ

แน่นอนค่ะว่าจุดประสงค์หลักของธุรกิจคือ การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า ดังนั้นธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะ E-Commerce และ Logistics มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้ข้อมูล สถิติเก่า ๆ มาเพื่อเสริมสร้างสินค้าและบริการใหม่ ๆ และยังช่วยในเรื่องของการคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การซื้อที่ดีขึ้นของผู้บริโภค

2. เพิ่มยอดขายและช่วยในการตัดสินใจ

ข้อมูลขนาดใหญ่เป็นประโยชน์ต่อร้านค้า E-Commerce อย่างมากในเรื่องของการเพิ่มยอดขาย จากการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า และปรับปรุงสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด นอกจากนี้แนวโน้มพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้ายังช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจ เพราะข้อมูลเชิงลึกที่ผ่านการวิเคราะห์แล้ว สามารถบอกแนวโน้มเหตุการณ์ที่อาจขึ้นได้ในอนาคต ทำให้ลดความเสี่ยงในการตัดสินใจพลาดได้

3. จัดการสินค้าคงคลังและวางแผนอนาคตของธุรกิจ

ธุรกิจ E-Commerce สามารถจัดการสินค้าคงคลัง รวมถึงการสต๊อกสินค้าได้ง่ายขึ้น หากมีข้อมูล Big Data ทำให้มีสินค้าเพียงพอเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และยังทำให้ราบ และเข้าถึงข้อมูลความต้องการสินค้าอื่น ๆ ของลูกค้าบนหน้าเว็บไซต์ เพื่อที่จะคว้าโอกาสในการขายสินค้าที่เราอาจจะยังไม่มีวางขาย แต่ลูกค้ามองหาอยู่และเข้ามาเสิร์ช นอกจากนี้การวางแผนธุรกิจ หรือการต่อยอดในอนาคตจะเป็นไปได้ราบรื่นขึ้น หากอาศัยข้อมูลเชิงลึกที่มีอยู่เข้ามาช่วยในการวางแผนค่ะ

ประโยชน์ของ Big Data

การนำ Big Data ขุมทรัพย์แห่งธุรกิจไปใช้ประโยชน์

แม้ว่า Big Data จะมีประโยชน์มากมายแค่ไหน แต่ถ้าหากผู้ใช้ไม่รู้วิธีจัดการกับข้อมูลที่มาจากหลากหลายแหล่งที่มานั้นแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์ค่ะ เพราะข้อมูลเหล่านี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการเก็บรวบรวม จัดการ และวิเคราะห์ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่นั้น เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่จะนำไปใช้พัฒนาธุรกิจในอนาคต

Big Data สามารถเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม E-Commerce และ Logistics ไปได้อย่างมาก หากบริษัทหรือองค์กรที่มีฐานข้อมูลเหล่านี้ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ในอนาคต ความเป็นไปได้ในการยกระดับการใช้งานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การนำไปใช้ร่วมกับ IoT ก็ยังเป็นสิ่งที่หลาย ๆ บริษัทกำลังทดลอง และลงทุนกันอย่างแพร่หลายเลยค่ะ 

สรุปบทความ 

Big Data คือเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในธุรกิจ E-Commerce และ Logistics โดยช่วยให้สามารถเก็บรวบรวม ประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ ซึ่งจะทำให้ข้อมูลมีคุณภาพและนำไปใช้ได้จริง หลากหลายธุรกิจ โดยเฉพาะ E-Commerce และ Logistics สามารถนำ Big Data ไปใช้ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการ เพิ่มยอดขาย หรือช่วยในการตัดสินใจและบริหารสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การนำ Big Data มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีและเครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและต่อยอดธุรกิจให้เติบโตได้ในอนาคต           

MyCloudFulfillment ผู้ให้บริการด้าน Fulfillment เก็บ แพ็ค ส่งสินค้าให้กับธุรกิจ E-Commerce ก็เล็งเห็นความสำคัญของข้อมูลเหล่านี้เช่นกัน เราจึงไม่เพียงแต่ให้บริการเก็บ แพ็กและส่งสินค้าเท่านั้น แต่ยังมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น ฟีเจอร์ Reporting and Dashboard ช่วยสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลการขายให้กับร้านค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการได้นำข้อมูลไปใช้ต่อยอดธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น วางแผนการขาย การทำโปรโมชั่นและโฆษณา รวมไปถึงการวางแผนเพื่อลดต้นทุนได้อีกด้วยค่ะ

สนใจศึกษาและลงทะเบียนได้ที่ www.mycloudfulfillment.com 

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร: 092-472-7742, 02-138-9920

อีเมล: [email protected] 

line: @mycloudgroup

MyCloudFulfillment ขายของง่ายไม่ต้องแตะสต๊อก

บริการคลังสินค้าออนไลน์ เก็บ แพ็ค ส่ง ครบวงจร

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

ยื่นอุทธรณ์ Shopee อย่างไรเมื่อโดนหักคะแนนส่งช้า

สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ขายของผ่าน Shopee แล้วจู่ ๆ ถูกหัก “คะแนนความประพฤติ” เพราะระบบแจ้งว่า “พัสดุจัดส่งล่าช้า” ทั้งที่จริง ๆ ส่งของทันเวลา เหตุการณ์แบบนี้อาจทำให้ร้านค้าหลายแห่งรู้สึกกังวล เสียโอกาสในการเข้าร่วมแคมเปญต่าง ๆ หรือกระทบต่ออันดับของร้านโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะ Shopee เปิดโอกาสให้ร้านค้า “ยื่นอุทธรณ์” ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีหลักฐานชัดเจนว่าส่งของตรงเวลา และปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากร้าน เช่น ขนส่งเข้ารับช้ากว่ากำหนด หรือระบบอัปเดตข้อมูลผิดพลาด บทความนี้จะพาคุณรู้จักขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์อย่างถูกต้อง พร้อมแนวทางป้องกันปัญหาการจัดส่งล่าช้าในอนาคต เพื่อให้ร้านค้าของคุณขายดีต่อเนื่องไม่มีสะดุดค่ะ ขั้นตอนและสิ่งที่ต้องรู้ในการยื่นอุทธรณ์ สาเหตุที่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ หลักฐานที่จำเป็นสำหรับการยื่นอุทธรณ์ หลักฐานเพิ่มเติมที่ช่วยให้”ยื่นนอุทธรณ์”ผ่าน หากร้านค้าของคุณถูกแพลตฟอร์ม Shopee ตัดคะแนนจากการจัดส่งล่าช้า เพราะสาเหตุขนส่งไม่เข้ารับ หรือ สาเหตุอื่นๆที่ไม่ได้เป็นความผิดร้านค้า MyCloud Fulfillment เรามีหลักฐานที่คุณสามารถขอจากทีมงานเพื่อใช้ประกอบการยื่นอุทธรณ์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยจะมีเจ้าหน้าที่ Customer Support ที่คอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือตลอด 365 วัน ตั้งแต่ 08.00 – 24.00 น. MyCloud มีระบบที่สามารถเรียกดู […]

ขั้นตอนการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้า ใครว่าไม่สำคัญ?

ขั้นตอนการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้า ใครว่าไม่สำคัญ? … อย่าคิดว่าการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้าไม่สำคัญ! เพราะทุกขั้นตอนตั้งแต่สินค้าเข้าคลัง จนสินค้าออกจากคลังเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการหยิบสินค้าที่ดีต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของสินค้า และช่วยลดเวลาเพื่อให้เราทำงานเร็วขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนวิธีการหยิบ ซึ่งเรามี 4 วิธีที่คนนิยมใช้บ่อยๆ มาแนะนำครับ รับรองว่า มีประสิทธิภาพ ทำงานง่ายขึ้นแน่นอน 1.หยิบตามคำสั่งซื้อ (Discrete Picking) เป็นวิธีที่เบสิคและเข้าใจง่ายที่สุด! วิธีการคือ เมื่อมีออเดอร์เข้ามา ผู้หยิบจะเดินไปหยิบสินค้าตามรายการ ที่อยู่ในใบสั่งจนครบทุกออเดอร์ ถ้ามีคำสั่งซื้อใหม่ ก็ต้องเดินไปหยิบใหม่ เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาค่อนข้างมาก อาจทำให้ทำงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรครับ 2.หยิบเป็นโซน (Zone Picking) เหมาะสำหรับคลังสินค้าที่มีหลายโซน เช่น โซนห้องเย็น, โซนชั้นวางมาตรฐาน โดยผู้หยิบจะถูกกำหนดให้หยิบเฉพาะโซนนั้นๆ เมื่อคำสั่งสินค้าเข้ามาจะแบ่งออกตามโซน สินค้าจะถูกหยิบพร้อมๆกันในทุุกโซนจนครบ อาจจะอาศัยสายพานในการช่วยลำเลียงสินค้า เพื่อส่งต่อไปยังขั้นตอนต่อไป 3.หยิบแบบคลื่น (Wave Picking) วิธีนี้จะคล้ายๆ กับแบบแรกเลยครับ แต่ต่างกันที่แบบนี้จะกำหนดเวลาชัดเจน การหยิบสินค้าจะมีลักษณะเหมือนคลื่น หมายถึง คำสั่งซื้อจะเข้าตามช่วงเวลา เช่น […]

ยื่นอุทธรณ์ Shopee อย่างไรเมื่อโดนหักคะแนนส่งช้า

สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ขายของผ่าน Shopee แล้วจู่ ๆ ถูกหัก “คะแนนความประพฤติ” เพราะระบบแจ้งว่า “พัสดุจัดส่งล่าช้า” ทั้งที่จริง ๆ ส่งของทันเวลา เหตุการณ์แบบนี้อาจทำให้ร้านค้าหลายแห่งรู้สึกกังวล เสียโอกาสในการเข้าร่วมแคมเปญต่าง ๆ หรือกระทบต่ออันดับของร้านโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะ Shopee เปิดโอกาสให้ร้านค้า “ยื่นอุทธรณ์” ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีหลักฐานชัดเจนว่าส่งของตรงเวลา และปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากร้าน เช่น ขนส่งเข้ารับช้ากว่ากำหนด หรือระบบอัปเดตข้อมูลผิดพลาด บทความนี้จะพาคุณรู้จักขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์อย่างถูกต้อง พร้อมแนวทางป้องกันปัญหาการจัดส่งล่าช้าในอนาคต เพื่อให้ร้านค้าของคุณขายดีต่อเนื่องไม่มีสะดุดค่ะ ขั้นตอนและสิ่งที่ต้องรู้ในการยื่นอุทธรณ์ สาเหตุที่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ หลักฐานที่จำเป็นสำหรับการยื่นอุทธรณ์ หลักฐานเพิ่มเติมที่ช่วยให้”ยื่นนอุทธรณ์”ผ่าน หากร้านค้าของคุณถูกแพลตฟอร์ม Shopee ตัดคะแนนจากการจัดส่งล่าช้า เพราะสาเหตุขนส่งไม่เข้ารับ หรือ สาเหตุอื่นๆที่ไม่ได้เป็นความผิดร้านค้า MyCloud Fulfillment เรามีหลักฐานที่คุณสามารถขอจากทีมงานเพื่อใช้ประกอบการยื่นอุทธรณ์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยจะมีเจ้าหน้าที่ Customer Support ที่คอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือตลอด 365 วัน ตั้งแต่ 08.00 – 24.00 น. MyCloud มีระบบที่สามารถเรียกดู […]

ขั้นตอนการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้า ใครว่าไม่สำคัญ?

ขั้นตอนการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้า ใครว่าไม่สำคัญ? … อย่าคิดว่าการหยิบสินค้า (Picking) ในคลังสินค้าไม่สำคัญ! เพราะทุกขั้นตอนตั้งแต่สินค้าเข้าคลัง จนสินค้าออกจากคลังเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการหยิบสินค้าที่ดีต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของสินค้า และช่วยลดเวลาเพื่อให้เราทำงานเร็วขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนวิธีการหยิบ ซึ่งเรามี 4 วิธีที่คนนิยมใช้บ่อยๆ มาแนะนำครับ รับรองว่า มีประสิทธิภาพ ทำงานง่ายขึ้นแน่นอน 1.หยิบตามคำสั่งซื้อ (Discrete Picking) เป็นวิธีที่เบสิคและเข้าใจง่ายที่สุด! วิธีการคือ เมื่อมีออเดอร์เข้ามา ผู้หยิบจะเดินไปหยิบสินค้าตามรายการ ที่อยู่ในใบสั่งจนครบทุกออเดอร์ ถ้ามีคำสั่งซื้อใหม่ ก็ต้องเดินไปหยิบใหม่ เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาค่อนข้างมาก อาจทำให้ทำงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรครับ 2.หยิบเป็นโซน (Zone Picking) เหมาะสำหรับคลังสินค้าที่มีหลายโซน เช่น โซนห้องเย็น, โซนชั้นวางมาตรฐาน โดยผู้หยิบจะถูกกำหนดให้หยิบเฉพาะโซนนั้นๆ เมื่อคำสั่งสินค้าเข้ามาจะแบ่งออกตามโซน สินค้าจะถูกหยิบพร้อมๆกันในทุุกโซนจนครบ อาจจะอาศัยสายพานในการช่วยลำเลียงสินค้า เพื่อส่งต่อไปยังขั้นตอนต่อไป 3.หยิบแบบคลื่น (Wave Picking) วิธีนี้จะคล้ายๆ กับแบบแรกเลยครับ แต่ต่างกันที่แบบนี้จะกำหนดเวลาชัดเจน การหยิบสินค้าจะมีลักษณะเหมือนคลื่น หมายถึง คำสั่งซื้อจะเข้าตามช่วงเวลา เช่น […]