Knowledge Center

Shopee บังคับ ‘แพ็กส่งภายในวัน’ ให้ทัน Same Day, Next Day Delivery แม่ค้าต้องทำอะไรบ้าง? 

ส่งพัสดุ

ยุคนี้ใคร ๆ ก็อยากได้ของเร็ว! โดยเฉพาะขาช้อปออนไลน์ที่กดสั่งปุ๊บก็อยากให้สินค้ามาถึงมือปั๊บ Shopee เองก็เข้าใจดี เลยปรับนโยบายให้ร้านค้าต้องเร่งมือแพ็กภายในวัน เพื่อให้ลูกค้าแฮปปี้ที่สุด แล้วเรื่องนี้สำคัญยังไงกับร้านค้าของคุณล่ะ? มาดูกันให้เคลียร์ ๆ เลยว่า การส่งแบบ Same Day Delivery และ Next Day Delivery ส่งผลต่อธุรกิจคุณอย่างไรบ้าง? 

Same Day Delivery คืออะไร 

Same Day Delivery คือคำสั่งซื้อที่ลูกค้าสั่งเข้ามาก่อนเวลา 12:00 น. ของวันนั้น ๆ โดยออเดอร์นั้นจะถูกส่งมอบให้กับขนส่งภายในวันนั้น เพื่อให้สามารถจัดส่งต่อถึงมือลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว  

Next Day Delivery คืออะไร 

ส่วน Next Day Delivery คือการจัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้าในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่สั่งซื้อ แม้จะไม่เร็วเท่า Same Day แต่ก็ถือว่ารวดเร็วมากเมื่อเทียบกับการจัดส่งแบบปกติ ซึ่งใช้เวลาหลายวัน การส่งแบบ Next Day Delivery ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจว่าจะได้รับสินค้าภายในเวลาอันสั้น ทำให้การตัดสินใจซื้อเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก 

เข้าใจเกณฑ์การให้คะแนนร้านค้าของ Shopee

พอจะทราบว่าการจัดส่งแบบใหม่ที่ Shopee กำหนดมาคืออะไรกันไปแล้ว ทีนี้มาทำความเข้าใจ เกณฑ์การให้คะแนนร้านค้าของ Shopee กันดีกว่าว่า มีอะไรบ้าง เนื่องจาก Shopee ค่อนข้างที่จะให้ความสำคัญกับการบริการลูกค้าเป็นอันดับต้น ๆ และมีเกณฑ์การให้คะแนนร้านค้าที่ชัดเจน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการมองเห็นและการตัดสินใจซื้อของลูกค้า โดยเฉพาะอัตราการจัดส่งตรงเวลา และอัตราการเตรียมพัสดุ 

จัดส่งสินค้าให้ทันเวลา
  • อัตราการจัดส่งตรงเวลา (On-time Delivery Rate) คะแนนส่วนนี้จะวัดว่าร้านค้าส่งสินค้าออกไปได้ตรงเวลาตามที่ Shopee กำหนดไว้หรือไม่ ยิ่งส่งเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่คะแนนส่วนนี้จะสูงก็ยิ่งมีมาก
  • อัตราการเตรียมพัสดุ (Preparation Time) ส่วนนี้จะวัดความรวดเร็วในการแพ็กสินค้าและเตรียมพัสดุให้พร้อมส่ง ยิ่งแพ็กเร็ว เตรียมของไวเท่าไหร่ คะแนนก็ยิ่งดี

ดังนั้น หากมีออเดอร์เข้ามา แล้วแพ็คสินค้าให้เสร็จไม่ทันภายในวันที่ Shopee กำหนด ไม่ใช่แค่ทำให้เสียคะแนนเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบที่ใหญ่กว่านั้น เช่น คะแนนร้านค้าลดฮวบ โอกาสที่ร้านค้าจะถูกระงับชั่วคราวหรือแม้กระทั่งถูกปิดร้านก็เป็นได้ แถมสินค้าของคุณอาจจะแสดงผลในหน้าค้นหาที่ท้าย ๆ ทำให้ลูกค้ามองไม่เห็นอีกด้วย 

ทำไม Shopee ถึงต้องบังคับ ‘ส่งภายในวัน’?

เหตุผลหลัก ๆ ที่ Shopee ต้องบังคับให้ร้านค้าส่งภายในวันก็คือ เพื่อยกระดับประสบการณ์การซื้อของลูกค้าให้ดีที่สุดครับ ลองคิดดูสิว่า ถ้าสั่งของแล้วต้องรอนาน ๆ ใครจะอยากซื้อซ้ำ? การแพ็กเร็ว จัดส่งไว ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าบริการดี ได้ของตามต้องการเร็วขึ้น ช่วยสร้างความพึงพอใจและส่งเสริมให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ ทำให้ภาพรวมของแพลตฟอร์มแข็งแกร่งขึ้นนั่นเอง  

ปัจจุบัน การจัดการเวลาให้สั้นที่สุดตั้งแต่ลูกค้ากดสั่งซื้อจนถึงได้รับสินค้า จึงกลายเป็นจุดแข็งที่สำคัญมาก ด้วยกลยุทธ์จากจัดส่งแบบ Same Day Delivery และ Next Day Delivery นี้นี่แหละ จึงทำให้ Shopee ยืนหนึ่งในใจลูกค้าได้ 

ประโยชน์ของการแพ็กสินค้าอย่างรวดเร็ว

  • สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า ลูกค้าได้รับสินค้าเร็วขึ้น สร้างประสบการณ์การซื้อที่ดีขึ้น เมื่อลูกค้าได้ของเร็วก็แฮปปี้ ประทับใจร้านค้า ทำให้ร้านค้าของคุณดูเป็นมืออาชีพ 
  • เพิ่มโอกาสในการขาย ลูกค้ามีแนวโน้มกลับมาซื้อซ้ำ รีวิวดีขึ้น ลูกค้าที่ประทับใจบริการจัดส่งที่รวดเร็ว มักจะกลับมาซื้อซ้ำ และมีแนวโน้มที่จะให้รีวิวที่ดี ซึ่งสำคัญมากในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้า
  • ลดปัญหาคำสั่งซื้อถูกยกเลิก ลูกค้ารอนานแล้วเปลี่ยนใจ บางทีลูกค้ารอนาน ๆ ก็อาจจะเปลี่ยนใจไปซื้อร้านอื่นหรือยกเลิกออร์เดอร์ไปเลยก็ได้ การแพ็กเร็วจะช่วยลดปัญหานี้ได้มาก 

ผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาด E-commerce

ในตลาด E-commerce ที่มีการแข่งขันสูง การส่งสินค้าที่รวดเร็วไม่ได้เป็นเพียงแค่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป แต่มันได้กลายเป็น “มาตรฐานใหม่” ที่ลูกค้าคาดหวังอย่างชัดเจน ผู้บริโภคในยุคนี้เปรียบเทียบร้านค้าหลายเจ้าได้ภายในไม่กี่คลิก และสิ่งหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจสั่งซื้ออย่างมากคือ “ระยะเวลาในการจัดส่ง” หากร้านใดสามารถจัดส่งสินค้าได้รวดเร็วทันใจ ย่อมมีโอกาสปิดการขายได้มากกว่า 

ดังนั้น ร้านค้าที่สามารถปรับตัวให้สอดรับกับความต้องการนี้ได้ก่อน ย่อมได้เปรียบคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่เพียงแค่จะสามารถดึงดูดลูกค้าใหม่ได้เท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิมให้กลับมาซื้อซ้ำได้อีกด้วย ในเกมที่เปลี่ยนเร็วแบบนี้ ความเร็วในการแพ็กและจัดส่งจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความอยู่รอดในตลาดเลยทีเดียว

แพ็กและจัดส่งสินค้าให้ทันตาม SLA สำคัญกับธุรกิจคุณแค่ไหน?

การแพ็กและจัดส่งสินค้าให้ทันตาม SLA (Service Level Agreement) หรือข้อตกลงระดับการให้บริการที่ Shopee กำหนดไว้ สำคัญกับธุรกิจคุณมาก ๆ เลยทีเดียว เพราะมันคือหัวใจของการรักษาคะแนนร้านค้าที่ดี ซึ่งส่งผลต่อการมองเห็นของร้าน โอกาสในการขายและความน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้า ถ้าคุณทำได้ดี ลูกค้าก็ไว้วางใจ และกลับมาซื้อซ้ำแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนแพลตฟอร์ม Shopee ที่มีการวัดผลร้านค้าด้วยตัวชี้วัดสำคัญหลายตัว เช่น Fast Handover Rate, Late Shipment Rate หรือ Non-Fulfillment Rate 

ทั้งหมดนี้ ล้วนมีผลต่อการประเมินคุณภาพร้านค้าในระบบ หากคุณรักษาอัตราการจัดส่งเร็ว (Fast Handover Rate) ให้อยู่ในเกณฑ์ดี และลดทั้งอัตราการจัดส่งล่าช้า (Late Shipment Rate) กับอัตราการจัดส่งสินค้าไม่สำเร็จ (Non-Fulfillment Rate rate) ได้อย่างต่อเนื่อง ร้านค้าของคุณจะมีคะแนนคุณภาพดี โอกาสถูกแนะนำในระบบก็จะสูงขึ้น และยังเพิ่มโอกาสในการเข้าร่วมแคมเปญพิเศษหรือได้รับสถานะร้านแนะนำ (Preferred Seller) ได้อีกด้วย แต่ในทางกลับกัน ถ้าค่าตัวชี้วัดเหล่านี้ต่ำหรือไม่ผ่านเกณฑ์ ร้านอาจถูกลดอันดับการมองเห็น หรือแม้กระทั่งถูกจำกัดการเข้าร่วมโปรโมชัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายและภาพลักษณ์ของร้านค้าได้เลย ดังนั้น การทำตาม SLA ไม่ใช่แค่การส่งให้ทันเวลา แต่คือการบริหารจัดการคุณภาพการขายในทุกมิติ ที่ส่งผลต่อความยั่งยืนของธุรกิจบน Shopee โดยตรง 

พ่อค้าแม่ค้าต้องวางแผนรับมืออย่างไร? เพื่อให้แพ็กเร็วทันใจ ไม่โดนตัดคะแนน! 

การแพ็กสินค้าและจัดส่งให้ทันตาม SLA ไม่ใช่แค่เรื่องของความรวดเร็ว แต่คือการรักษาคะแนน SLA ให้อยู่ในระดับที่ดี ซึ่งล้วนส่งผลต่อคะแนนร้านและโอกาสในการขายโดยตรง ทางรอดของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ คือ การวางแผนหลังบ้านให้มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การจัดการสต๊อกสินค้าให้แม่นยำ รู้ว่าสินค้าอะไรเหลืออยู่เท่าไหร่ เพื่อลดปัญหาสต๊อกขาดกลางคัน ไปจนถึงการจัดโซนแพ็กสินค้าให้เป็นระบบ แยกขั้นตอนอย่างชัดเจน และเลือกพาร์ทเนอร์ขนส่งที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันความล่าช้าในการเข้ารับของ 

แต่ถ้าคุณเป็นร้านที่มีออเดอร์จำนวนมาก MyCloud คือคำตอบที่ช่วยให้คุณรอดจากปัญหาเหล่านี้ได้แบบไม่ต้องปวดหัว เพราะเราจะดูแลให้ครบทุกขั้นตอน ด้วยโซลูชั่น Fulfillment Service ครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บค้า แพ็กของ จัดส่ง และอัปเดตสถานะออเดอร์แบบเรียลไทม์ทุก ๆ 5 นาที ช่วยให้ผู้ขายทาง Shopee หรือ Shopee Seller โฟกัสกับการขายได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องคะแนนร้านจะตกจากการจัดส่งล่าช้า ช่วยเสริมระบบหลังบ้านให้ร้านค้าคุณเติบโตแบบยั่งยืน พร้อมรักษามาตรฐาน Shopee ได้อย่างมืออาชีพ 

สินค้าถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็ว

ก้าวข้ามความท้าทาย สู่การเป็นสุดยอดร้านค้าออนไลน์

ในยุคที่ลูกค้าอยากได้ของเร็วแบบ Same Day หรือ Next Day Delivery ร้านค้าออนไลน์จึงต้องปรับตัวให้ทัน ไม่ใช่แค่เพื่อให้ขายได้ แต่เพื่อให้แข่งขันได้ในตลาดที่มีคู่แข่งมากมาย สิ่งสำคัญ คือการจัดการหลังบ้านให้ดี ตั้งแต่การดูแลสต๊อกให้แม่นยำ แพ็กของให้ไว ไปจนถึงเลือกขนส่งที่เข้ามารับของตรงเวลา ทั้งหมดนี้ ล้วนส่งผลต่อคะแนนร้านค้าและความพึงพอใจของลูกค้าโดยตรง

ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าจัดการทุกอย่างคนเดียวไม่ไหว บริการคลังสินค้าออนไลน์ (Fulfillment Service) ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้คุณไม่ต้องทำทุกอย่างเอง โดยเฉพาะบริการจาก MyCloud Fulfillment ที่จะช่วยดูแลตั้งแต่การเก็บของ แพ็กของ ไปจนถึงจัดส่งให้ลูกค้าทันเวลา พร้อมมีระบบให้คุณตรวจสอบสถานะได้ตลอดแบบเรียลไทม์ทุก ๆ 5 นาที ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาไปกับงานหลังบ้าน และมีเวลามากขึ้นในการโฟกัสกับเรื่องสำคัญ เช่น คิดโปรโมชัน ดูแลลูกค้าและขยายร้านให้เติบโตได้ต่อเนื่องแบบไม่สะดุด 

สนใจจัดการระบบหลังบ้านให้เป็นเรื่องง่าย เพื่อให้คุณโฟกัสกับการขายได้อย่างเต็มที่? MyCloud Fulfillment พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ดูแลคลังสินค้าและจัดส่งให้ธุรกิจคุณเติบโตอย่างยั่งยืน ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาฟรี!  

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

Fast Fulfillment Rate คืออะไร จัดการได้ทันทุกออเดอร์ กระตุ้นยอดขายได้มากขึ้น! 

การจัดการออเดอร์ที่ล่าช้าไม่เพียงสร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้า แต่ยังส่งผลกระทบต่อยอดขายและภาพลักษณ์ของร้านค้าในระยะยาว นั่นคือเหตุผลที่แพลตฟอร์ม E-commerce นั้นค่อนข้างที่จะให้ความสำคัญกับ Fast Fulfillment Rate เพราะเป็นมาตรวัดประสิทธิภาพในการจัดการคำสั่งซื้อภายใน 24 ชั่วโมง ทั้งนี้การรักษาระดับ FFR ให้ดีไม่เพียงช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า แต่ยังเพิ่มโอกาสในการขายและการเติบโตของร้านค้าบนแพลตฟอร์มอีกด้วย วันนี้ MyCloud จะพาคุณมาทำความเข้าใจกับ Fast Fulfillment Rate คืออะไร และวิธีการจัดการออเดอร์สินค้าให้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จไปด้วยกัน  Fast Fulfillment Rate คืออะไร  Fast Fulfillment Rate หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า FFR คือ SLA หรือเกณฑ์ชี้วัดประสิทธิภาพในการจัดการคำสั่งซื้อบนแพลตฟอร์ม Lazada โดยจะวัดจากความสามารถของร้านค้าในการจัดการออเดอร์ให้พร้อมจัดส่งภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับคำสั่งซื้อ หากร้านค้าสามารถเตรียมสินค้าเพื่อส่งมอบให้แก่บริษัทขนส่ง และขึ้นสถานะ Ready to Ship (RTS) และส่งมอบสินค้าได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด (TTS) ก็จะส่งผลโดยตรงต่อคะแนน FFR ของร้านค้า ดังนั้น FFR จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ […]

WMS คืออะไร แก้ปัญหาคลังสินค้าด้วย ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า 

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้นเรื่อยๆ การบริหารจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ต้องรับมือกับความท้าทายในการจัดการสต็อกสินค้า การรับเข้า-จ่ายออก และการจัดส่งที่รวดเร็วตรงเวลา ระบบ WMS หรือ Warehouse Management System จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความผิดพลาด และยกระดับการให้บริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น  WMS คืออะไร  Warehouse Management System หรือ WMS คือระบบซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคลังสินค้าแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การรับสินค้าเข้าคลัง การจัดเก็บ การควบคุมสต็อก ไปจนถึงการเบิกจ่ายและจัดส่งสินค้า ระบบนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์ ลดความผิดพลาดในการทำงาน และช่วยให้การบริหารพื้นที่คลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานผ่านการเพิ่มความแม่นยำในการจัดการสต็อกและลดการสูญเสียจากสินค้าหมดอายุหรือเสื่อมสภาพ  หลักการทำงานของระบบ Warehouse Management มีอะไรบ้าง  การทำงานของระบบ WMS แบ่งออกเป็น 3 กระบวนการหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การบริหารจัดการคลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำสูงสุด โดยแต่ละกระบวนการมีความสำคัญและบทบาทที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้  1. การรับสินค้า กระบวนการรับสินค้าถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการบริหารคลังสินค้า WMS คือระบบที่ช่วยให้การรับสินค้าเป็นไปอย่างมีระบบและแม่นยำ โดยเริ่มจากการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเบื้องต้น (Quality Control) เปรียบเทียบกับใบสั่งซื้อสินค้า เพื่อจัดเก็บข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ เช่น […]

บริษัทขนส่งมีอะไรบ้าง รวมบริษัทขนส่งเจ้าไหนที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณที่สุด

เมื่อตลาด E-Commerce เติบโตขึ้น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องก็ขยายตามไปด้วย หนึ่งในนั้นคือธุรกิจการขนส่ง (Logistic) ที่เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจที่ฆ่าไม่ตาย อยู่ในทุกยุคทุกสมัย ยิ่งโลกพัฒนาไปไกลเท่าไร ระบบขนส่งก็จะเติบโตไปด้วยเท่านั้นเลยก็ว่าได้ ปัจจุบันบริการขนส่งสินค้า-พัสดุของไทยมีการแข่งขันที่สูงมาก ทั้งเจ้าใหญ่ ๆ ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากัน หรือน้องใหม่ที่พึ่งเข้ามาแต่บริการประทับใจไม่แพ้กัน ทำเอาหลาย ๆ คนอดสงสัยไม่ได้ว่า จริง ๆ แล้ว แต่ละบริษัท มีข้อดี หรือจุดเด่นตรงไหนบ้าง เพราะบางคนอาจจะใช้ความเคยชิน เคยใช้เจ้านี้แล้วก็ใช้ตลอด วันนี้ผมมีสรุปคร่าว ๆ ของบริษัทขนส่งมาให้ลองอ่านกันดูว่าเจ้าไหนคุ้มค่า หรือตอบโจทย์ธุรกิจคุณมากที่สุด เผื่อจะเลือกใช้ได้หลากหลายขึ้นครับ รวม 10 บริษัทขนส่งสินค้า มีอะไรบ้าง 1. ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post)  หากพูดถึงการขนส่งพัสดุ จะไม่กล่าวถึง “ไปรษณีย์ไทย” ไม่ได้เลยครับ เพราะเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่ครองใจใครหลาย ๆ คน ไปรษณีย์ไทย เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่เปิดให้บริการในทุกจังหวัด นอกจากความน่าเชื่อถือที่เปิดให้บริการมานานแล้วยังมีการปรับปรุงการให้บริการอย่างสม่ำเสมอ ยกตัวอย่างเช่น ระบบ Prompt Post ที่ช่วยจ่าหน้าผู้รับสินค้าสำหรับติดบนกล่องไปรษณีย์ และคิดราคาค่าฝากส่งให้เสร็จสรรพ […]

Fast Fulfillment Rate คืออะไร จัดการได้ทันทุกออเดอร์ กระตุ้นยอดขายได้มากขึ้น! 

การจัดการออเดอร์ที่ล่าช้าไม่เพียงสร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้า แต่ยังส่งผลกระทบต่อยอดขายและภาพลักษณ์ของร้านค้าในระยะยาว นั่นคือเหตุผลที่แพลตฟอร์ม E-commerce นั้นค่อนข้างที่จะให้ความสำคัญกับ Fast Fulfillment Rate เพราะเป็นมาตรวัดประสิทธิภาพในการจัดการคำสั่งซื้อภายใน 24 ชั่วโมง ทั้งนี้การรักษาระดับ FFR ให้ดีไม่เพียงช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า แต่ยังเพิ่มโอกาสในการขายและการเติบโตของร้านค้าบนแพลตฟอร์มอีกด้วย วันนี้ MyCloud จะพาคุณมาทำความเข้าใจกับ Fast Fulfillment Rate คืออะไร และวิธีการจัดการออเดอร์สินค้าให้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จไปด้วยกัน  Fast Fulfillment Rate คืออะไร  Fast Fulfillment Rate หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า FFR คือ SLA หรือเกณฑ์ชี้วัดประสิทธิภาพในการจัดการคำสั่งซื้อบนแพลตฟอร์ม Lazada โดยจะวัดจากความสามารถของร้านค้าในการจัดการออเดอร์ให้พร้อมจัดส่งภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับคำสั่งซื้อ หากร้านค้าสามารถเตรียมสินค้าเพื่อส่งมอบให้แก่บริษัทขนส่ง และขึ้นสถานะ Ready to Ship (RTS) และส่งมอบสินค้าได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด (TTS) ก็จะส่งผลโดยตรงต่อคะแนน FFR ของร้านค้า ดังนั้น FFR จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ […]

WMS คืออะไร แก้ปัญหาคลังสินค้าด้วย ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า 

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้นเรื่อยๆ การบริหารจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ต้องรับมือกับความท้าทายในการจัดการสต็อกสินค้า การรับเข้า-จ่ายออก และการจัดส่งที่รวดเร็วตรงเวลา ระบบ WMS หรือ Warehouse Management System จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความผิดพลาด และยกระดับการให้บริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น  WMS คืออะไร  Warehouse Management System หรือ WMS คือระบบซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคลังสินค้าแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การรับสินค้าเข้าคลัง การจัดเก็บ การควบคุมสต็อก ไปจนถึงการเบิกจ่ายและจัดส่งสินค้า ระบบนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถติดตามสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์ ลดความผิดพลาดในการทำงาน และช่วยให้การบริหารพื้นที่คลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานผ่านการเพิ่มความแม่นยำในการจัดการสต็อกและลดการสูญเสียจากสินค้าหมดอายุหรือเสื่อมสภาพ  หลักการทำงานของระบบ Warehouse Management มีอะไรบ้าง  การทำงานของระบบ WMS แบ่งออกเป็น 3 กระบวนการหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การบริหารจัดการคลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำสูงสุด โดยแต่ละกระบวนการมีความสำคัญและบทบาทที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้  1. การรับสินค้า กระบวนการรับสินค้าถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการบริหารคลังสินค้า WMS คือระบบที่ช่วยให้การรับสินค้าเป็นไปอย่างมีระบบและแม่นยำ โดยเริ่มจากการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเบื้องต้น (Quality Control) เปรียบเทียบกับใบสั่งซื้อสินค้า เพื่อจัดเก็บข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ เช่น […]

บริษัทขนส่งมีอะไรบ้าง รวมบริษัทขนส่งเจ้าไหนที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณที่สุด

เมื่อตลาด E-Commerce เติบโตขึ้น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องก็ขยายตามไปด้วย หนึ่งในนั้นคือธุรกิจการขนส่ง (Logistic) ที่เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจที่ฆ่าไม่ตาย อยู่ในทุกยุคทุกสมัย ยิ่งโลกพัฒนาไปไกลเท่าไร ระบบขนส่งก็จะเติบโตไปด้วยเท่านั้นเลยก็ว่าได้ ปัจจุบันบริการขนส่งสินค้า-พัสดุของไทยมีการแข่งขันที่สูงมาก ทั้งเจ้าใหญ่ ๆ ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากัน หรือน้องใหม่ที่พึ่งเข้ามาแต่บริการประทับใจไม่แพ้กัน ทำเอาหลาย ๆ คนอดสงสัยไม่ได้ว่า จริง ๆ แล้ว แต่ละบริษัท มีข้อดี หรือจุดเด่นตรงไหนบ้าง เพราะบางคนอาจจะใช้ความเคยชิน เคยใช้เจ้านี้แล้วก็ใช้ตลอด วันนี้ผมมีสรุปคร่าว ๆ ของบริษัทขนส่งมาให้ลองอ่านกันดูว่าเจ้าไหนคุ้มค่า หรือตอบโจทย์ธุรกิจคุณมากที่สุด เผื่อจะเลือกใช้ได้หลากหลายขึ้นครับ รวม 10 บริษัทขนส่งสินค้า มีอะไรบ้าง 1. ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post)  หากพูดถึงการขนส่งพัสดุ จะไม่กล่าวถึง “ไปรษณีย์ไทย” ไม่ได้เลยครับ เพราะเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่ครองใจใครหลาย ๆ คน ไปรษณีย์ไทย เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่เปิดให้บริการในทุกจังหวัด นอกจากความน่าเชื่อถือที่เปิดให้บริการมานานแล้วยังมีการปรับปรุงการให้บริการอย่างสม่ำเสมอ ยกตัวอย่างเช่น ระบบ Prompt Post ที่ช่วยจ่าหน้าผู้รับสินค้าสำหรับติดบนกล่องไปรษณีย์ และคิดราคาค่าฝากส่งให้เสร็จสรรพ […]