BigSeller คือระบบ ERP แบบ SaaS ที่รวมออเดอร์ สต็อก และสินค้าจาก Shopee, Lazada, TikTok Shop และช่องทางอื่นไว้ในหน้าจอเดียว มีทั้งแพ็กเกจฟรีและแพ็กเกจเสียเงิน เหมาะกับร้านที่ยังแพ็คและส่งของเอง แต่เมื่อออเดอร์เยอะจนทีมแพ็คไม่ทัน การใช้คลัง Fulfillment ที่มีระบบ OMS มากับบริการจะย้ายทั้งงานระบบและงานแพ็คออกจากมือคุณได้พร้อมกัน
ร้านที่ขายหลายแพลตฟอร์มมักเริ่มค้นหาโปรแกรมรวมออเดอร์ และชื่อ BigSeller ก็ขึ้นมาบ่อย บทความนี้สรุปว่า BigSeller ทำอะไรได้ ใช้ฟรีได้ไหม งานไหนที่ระบบช่วยไม่ได้ และเมื่อไหร่ที่ร้านควรมองไปที่คลัง Fulfillment แทน
BigSeller คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง?
BigSeller คือระบบจัดการร้านค้าออนไลน์หลายช่องทางแบบ SaaS ที่ทำมาเพื่อผู้ขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสำนักงานในกรุงเทพฯ และมีหน้าเว็บภาษาไทย หน้าที่หลักคือดึงออเดอร์และสต็อกจากหลายร้านมาไว้ที่เดียว แทนการเปิดหลังบ้านทีละแพลตฟอร์ม
ฟีเจอร์หลักตามที่ BigSeller ระบุไว้:
- จัดการออเดอร์ (OMS) รวมออเดอร์จาก Shopee, Lazada, TikTok Shop และช่องทางอื่น เช่น Facebook Live, POS, ระบบตัวแทนจำหน่าย
- จัดการสต็อก อัปเดตสต็อกกลับไปทุกร้าน ลดปัญหาขายเกินสต็อก (Overselling)
- จัดการสินค้า ลงสินค้าและคัดลอกสินค้าไปหลายร้าน
- เชื่อมขนส่งหลายราย และพิมพ์ใบปะหน้าจากระบบ
- WMS สำหรับคลังของร้านเอง ช่วยจัดขั้นตอนหยิบ แพ็ค ส่ง
- รายชื่อ Blacklist แจ้งเตือนเมื่อมีออเดอร์จากผู้ซื้อที่เคยมีปัญหา
- รายงาน เครื่องมือการตลาด และแอปมือถือ
BigSeller เองก็เขียนไว้ว่าความสามารถในการเชื่อมต่ออาจต่างกันตามแพลตฟอร์ม ประเทศ และสิทธิ์การใช้งาน ก่อนสมัครควรเช็กว่าช่องทางที่ร้านใช้อยู่เชื่อมได้ครบ
อยากเข้าใจพื้นฐานก่อน อ่านต่อ: OMS vs WMS ต่างกันยังไง
BigSeller ใช้ฟรีได้ไหม?
ใช้ฟรีได้ BigSeller มีแพ็กเกจฟรีสำหรับร้านเล็ก และแพ็กเกจเสียเงินหลายระดับ แต่ละแพ็กเกจต่างกันที่จำนวนร้านที่เชื่อมได้ จำนวนบัญชีย่อยสำหรับทีม และจำนวน SKU ที่อัปเดตสต็อกได้ ราคาและเงื่อนไขปรับเปลี่ยนได้ ควรเช็กจากเว็บไซต์ BigSeller ก่อนสมัคร
ร้านเล็กที่มีไม่กี่ร้านเริ่มจากแพ็กเกจฟรีได้ ส่วนแบรนด์ที่มีหลายร้านหลายทีมจะต้องดูจำนวนบัญชีย่อยและ SKU เป็นหลัก และอย่าลืมนับต้นทุนที่ไม่ได้อยู่ในค่าซอฟต์แวร์ เช่น ค่าคนแพ็ค ค่าพื้นที่ และวัสดุ
ใช้ ERP แล้ว งานอะไรที่ร้านยังต้องทำเอง?
ERP ช่วยงานฝั่งข้อมูล แต่งานที่ต้องใช้คน พื้นที่ และเวลา ยังอยู่กับร้านเหมือนเดิม นี่คือจุดที่ร้านส่วนใหญ่เจอตอนออเดอร์พุ่งช่วงแคมเปญ
|
งาน 23630_741323-0e> |
ERP ช่วยได้ 23630_e0d6ac-f8> |
ร้านยังต้องทำเอง 23630_42cbba-e4> |
|---|---|---|
|
รวมออเดอร์หลายร้าน 23630_2b7549-ac> |
ดึงมาไว้ที่เดียว 23630_c8dd07-00> |
– 23630_e8248e-42> |
|
สต็อก 23630_e5548c-6d> |
ตัดและอัปเดตตัวเลข 23630_935b4e-42> |
นับของจริง รับของเข้า ตรวจของเสีย 23630_fd6b58-b3> |
|
พื้นที่เก็บของ 23630_ee28e9-f2> |
– 23630_ec0df7-94> |
เช่าหรือใช้บ้านเก็บสต็อก 23630_4a134d-fb> |
|
หยิบและแพ็ค 23630_010206-49> |
พิมพ์ใบปะหน้า จัดลำดับงาน 23630_857436-5c> |
คนหยิบ คนแพ็ค กล่อง วัสดุ 23630_0ce587-77> |
|
ส่งของ 23630_805915-7f> |
เชื่อมขนส่ง 23630_fc0b0c-cc> |
นัดรอบรถ ส่งให้ทัน SLA แพลตฟอร์ม 23630_edce70-6c> |
|
ของตีกลับ / เคลม 23630_8f23a7-40> |
บันทึกสถานะ 23630_b55a9e-18> |
ตรวจสภาพ เก็บหลักฐาน เปิดเคส 23630_c559f1-3b> |
|
ช่วงแคมเปญ (11.11, 12.12) 23630_5d8321-55> |
รับออเดอร์ได้ไม่จำกัด 23630_b73c73-93> |
หาคนเพิ่ม ทำ OT ให้แพ็คทัน 23630_aa41e1-35> |
BigSeller กับคลัง Fulfillment ต่างกันยังไง?
BigSeller คือซอฟต์แวร์ที่ร้านใช้เอง ส่วนคลัง Fulfillment คือบริการที่รับงานหลังบ้านไปทำแทน ตั้งแต่เก็บของจนส่งถึงขนส่ง โดยมีระบบจัดการออเดอร์มากับบริการ
|
เทียบ 23630_408816-7a> |
ERP อย่าง BigSeller 23630_ac9b93-29> |
คลัง Fulfillment 23630_cfacd4-e3> |
|---|---|---|
|
สิ่งที่ได้ 23630_8a2b9c-20> |
ซอฟต์แวร์จัดการข้อมูล 23630_c4c836-8a> |
คลัง + ทีมแพ็ค + ระบบจัดการออเดอร์ 23630_52d5a0-fc> |
|
คนแพ็ค 23630_37cefc-48> |
ร้านจัดหาเอง 23630_e05498-c5> |
คลังเป็นคนแพ็ค 23630_7d24bb-e5> |
|
พื้นที่เก็บสินค้า 23630_75e1bb-7d> |
ร้านจัดหาเอง 23630_15e38d-5a> |
เก็บในคลัง 23630_a11987-ea> |
|
ค่าใช้จ่าย 23630_e566b0-4c> |
ค่าแพ็กเกจซอฟต์แวร์ + ค่าคน พื้นที่ วัสดุ 23630_d811ef-0d> |
ค่าบริการตามที่ใช้จริง 23630_61f09c-2b> |
|
ช่วงออเดอร์พุ่ง 23630_d44a04-73> |
ร้านต้องเพิ่มคนเอง 23630_2b5665-60> |
คลังรับกำลังแพ็คที่เพิ่มขึ้น 23630_6cbc20-30> |
|
เหมาะกับ 23630_5ba477-40> |
ร้านที่แพ็คเองได้สบาย อยากคุมทุกขั้นตอนเอง 23630_d3e4df-32> |
ร้านที่ออเดอร์โตเกินกำลังทีม อยากเอาเวลาไปทำการตลาด 23630_1a605f-e7> |
สองทางนี้ไม่ได้ดีกว่ากันแบบเด็ดขาด ขึ้นกับว่าตอนนี้คอขวดของร้านอยู่ที่ระบบ หรืออยู่ที่แรงคนและพื้นที่
เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนจากแพ็คเองมาใช้คลัง Fulfillment? เช็ก 5 สัญญาณ
- ช่วงแคมเปญต้องให้ทั้งทีม (รวมเจ้าของ) มาช่วยแพ็คจนดึก
- ส่งไม่ทันกำหนดของแพลตฟอร์มบ่อยขึ้น เสี่ยงคะแนนร้านตก
- แพ็คผิด ส่งผิด หรือโดนเคลมแต่ไม่มีหลักฐาน
- สต็อกล้นบ้าน ต้องเช่าห้องเก็บของเพิ่ม
- เจ้าของใช้เวลากับงานหลังบ้านมากกว่างานขายและการตลาด
ถ้าเจอ 2 ข้อขึ้นไป การเพิ่มซอฟต์แวร์อย่างเดียวอาจแก้ไม่ตรงจุด เพราะคอขวดอยู่ที่กำลังคนและพื้นที่ อ่านเพิ่ม: บริหารสต็อกเดียวขายหลายช่องทาง

MyCloud Fulfillment ช่วยร้านที่โตเกินกำลังแพ็คได้ยังไง?
MyCloud Fulfillment เป็นคลังสินค้า ไม่ได้ขายระบบ ซึ่งระบบ OMS ที่ร้านใช้จะมาพร้อมกับบริการ Fulfillment และออเดอร์ที่เข้ามาจะเข้าสู่ขั้นตอนหยิบ แพ็ค ส่งของคลังทันที
- เชื่อมช่องทางขายผ่าน API ทั้ง Shopee, Lazada, TikTok Shop, Facebook, Instagram, LINE, Shopify, WordPress/WooCommerce
- ใช้สต็อกเดียวขายทุกช่องทาง ระบบรับออเดอร์ ตัดสต็อก และอัปเดตสต็อกกลับทุกช่องทางทุก 3 นาที
- คลังเปิดทุกวัน 24 ชม. ไม่มีวันหยุด ที่คลังมีนบุรีและลาดกระบัง
- วิดีโอแพ็คทุกออเดอร์ เก็บไว้ใช้เป็นหลักฐานเมื่อมีเคสเคลม
- ฟีเจอร์ฝั่ง OMS เช่น Promotion Automation, Virtual Bundle, SLA/FFR Management
ถ้าตอนนี้ใช้ BigSeller อยู่: MyCloud Fulfillment ยังไม่ได้เชื่อมต่อกับ BigSeller เมื่อใช้บริการ Fulfillment ร้านจะเชื่อมช่องทางขายเข้ากับระบบ OMS ของ MyCloud โดยตรง ทีม MyCloud ช่วยดูก่อนได้ว่าช่องทางที่ร้านใช้อยู่เชื่อมได้ครบไหม
สรุป: BigSeller หรือคลัง Fulfillment?
ถ้าปัญหาหลักคือออเดอร์กระจายหลายร้าน แต่ทีมยังแพ็คทัน ERP อย่าง BigSeller ช่วยจัดระเบียบได้ดี แต่ถ้าคอขวดย้ายไปอยู่ที่คนแพ็ค พื้นที่เก็บของ และการส่งให้ทันกำหนด การส่งต่องานให้คลัง Fulfillment ที่มีระบบ OMS มากับบริการจะตรงจุดกว่า
ออเดอร์โตจนแพ็คเองไม่ไหว? ติดต่อขอใบเสนอราคา ปรึกษาทีม MyCloud Fulfillment ฟรี ไม่มีสัญญาผูกมัด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ BigSeller
BigSeller คือระบบ ERP แบบ SaaS สำหรับร้านค้าออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมออเดอร์ สต็อก และสินค้าจาก Shopee, Lazada, TikTok Shop และช่องทางอื่นไว้ในหน้าจอเดียว
ได้ BigSeller มีแพ็กเกจฟรีสำหรับร้านเล็ก และแพ็กเกจเสียเงินที่เพิ่มจำนวนร้าน บัญชีย่อย และ SKU เงื่อนไขและราคาล่าสุดดูได้ที่เว็บไซต์ BigSeller
ต้องแพ็คเอง BigSeller เป็นซอฟต์แวร์จัดการข้อมูล ร้านยังต้องมีคน พื้นที่เก็บสต็อก และวัสดุแพ็คเอง ถ้าอยากให้มีคนเก็บ แพ็ค และส่งแทน ต้องใช้บริการคลัง Fulfillment
BigSeller คือซอฟต์แวร์ที่ร้านใช้จัดการออเดอร์เอง ส่วน Fulfillment คือบริการคลังสินค้าที่เก็บของ หยิบ แพ็ค และส่งให้ร้าน โดยมีระบบจัดการออเดอร์มากับบริการ
ยังไม่ได้ ร้านที่ใช้บริการ MyCloud Fulfillment จะเชื่อมช่องทางขาย เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop, Shopify เข้ากับระบบ OMS ของ MyCloud โดยตรงผ่าน API ซึ่งมาพร้อมกับบริการ Fulfillment
เมื่อช่วงแคมเปญทีมแพ็คไม่ทัน ส่งช้ากว่ากำหนดแพลตฟอร์มบ่อย แพ็คผิดบ่อย สต็อกล้นพื้นที่ หรือเจ้าของใช้เวลากับงานหลังบ้านมากกว่างานขาย ถ้าเจอ 2 ข้อขึ้นไปควรเริ่มพิจารณา
