Knowledge Center

Thaimart คืออะไร? สรุปค่า GP วิธีสมัครร้านค้า และสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มขาย

Thaimart คืออะไร สรุปค่า GP วิธีสมัครร้านค้า และกฎที่ร้านต้องรู้

Thaimart คือ Marketplace สัญชาติไทยที่เปิดตัวเมื่อ 7 ก.ค. 2569 จุดขายหลักคือ GP 0% ในปีแรก แล้วค่อยขึ้นแบบขั้นบันไดโดยมีเพดานไม่เกิน 5%, 8% และ 10% ในปีที่ 2-4 แต่ Payment Fee 3% จะเริ่มเก็บ 1 ม.ค. 2570 ร้านที่จะสมัครต้องผ่าน KYC/KYB เตรียมของให้เสร็จใน 48 ชั่วโมง และเลือกขนส่งเองได้ระหว่าง Flash Express, KEX และไปรษณีย์ไทย เหมาะเป็นช่องทางทดลองเพิ่ม มากกว่าย้ายทั้งร้านมาขายที่เดียว

Thaimart คืออะไร และเป็นของใคร

Thaimart (ไทยมาร์ท) คือแพลตฟอร์ม Marketplace สัญชาติไทยสำหรับซื้อขายสินค้าออนไลน์ ดำเนินการโดยบริษัท ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส จำกัด เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หลังใช้เวลาเตรียมระบบประมาณ 5 ปี

ซีอีโอคือ คุณนอท พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ซึ่งเคยปั้นแพลตฟอร์มกองสลากพลัสมาก่อน ตอนเปิดตัวมีพนักงานราว 450 คน มีร้านค้าเข้าร่วมแล้วกว่า 15,000 ร้าน และมีทีมดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง

Thaimart ใช้งานได้ทั้งผ่านแอปบน App Store และ Google Play ฝั่งร้านค้ามี Seller Center และ Thaimart Seller App ที่เปิดเมื่อ ส.ค. 2569 สำหรับดูยอดขาย ออเดอร์ และจำนวนคนเข้าร้าน

แพลตฟอร์มประกาศ “7 คำมั่นสัญญา” ต่อผู้ขายและผู้ซื้อ เช่น ไม่เติบโตด้วยการเอาเปรียบผู้ขาย ทำกฎให้ชัดเจนโปร่งใส จริงจังกับการปราบสินค้าปลอม และช่วยร้านค้าสร้างแบรนด์ ไม่ใช่แค่สร้างยอดขาย

ถ้าอยากเทียบ Thaimart กับ Marketplace ไทยเจ้าอื่น เช่น ThailandPostMart, Pantip Mall หรือ ShopChill อ่านต่อได้ที่ เจาะตลาด Marketplace ไทย 2026 ค่า GP ต่ำแล้วคุ้มจริงไหม

ค่าธรรมเนียม Thaimart: GP และ Payment Fee แต่ละปี

คำถามที่คนค้นหามากที่สุดคือ “Thaimart GP เท่าไหร่” คำตอบคือขึ้นอยู่กับช่วงเวลา เพราะ Thaimart ใช้ค่า GP แบบขั้นบันได

ไทม์ไลน์ค่าธรรมเนียม Thaimart ค่า GP ปีที่ 1–4 และ Payment Fee 3% เริ่ม 1 ม.ค. 2570

ช่วงเวลา

ค่า GP (เพดานสูงสุด)

7 ก.ค. 2569 – 6 ก.ค. 2570

0%

7 ก.ค. 2570 – 6 ก.ค. 2571

ไม่เกิน 5%

7 ก.ค. 2571 – 6 ก.ค. 2572

ไม่เกิน 8%

7 ก.ค. 2572 เป็นต้นไป

ไม่เกิน 10%

ตัวเลขปีที่ 2-4 เป็นเพดาน ไม่รวม VAT และอาจต่างกันตามหมวดสินค้า อัตราจริงจึงอาจต่ำกว่านี้

นอกจาก GP ยังมีค่าธรรมเนียมอีก 2 ตัวที่ควรรู้

  • Payment Fee 3% คิดจากราคาสินค้า ค่าจัดส่ง และส่วนลดหรือเครดิตที่แพลตฟอร์มออกให้ ตอนนี้ Thaimart รับภาระแทนร้านค้าถึง 31 ธ.ค. 2569 และเริ่มเก็บจริง 1 ม.ค. 2570 ร้านที่ตั้งราคาไว้พอดีกำไรควรคำนวณใหม่ก่อนสิ้นปี
  • Marketing Fee Thaimart ระบุว่าจะไม่เก็บเป็นเงื่อนไขการแสดงสินค้า ส่วนบริการโฆษณาอย่าง Sponsored Items ในอนาคตจะเป็นแบบสมัครใจ

ถ้าค่าธรรมเนียมมีการเปลี่ยนแปลง Thaimart ต้องแจ้งผู้ขายล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน

ตัวอย่างคำนวณค่าธรรมเนียม (ตัวเลขสมมติ)

สมมติร้านขายสินค้าชิ้นละ 500 บาท ผู้ซื้อจ่ายค่าส่ง 40 บาท และไม่มีส่วนลดจากแพลตฟอร์ม

รายการ

ปีที่ 1 (ถึง 31 ธ.ค. 69)

ปีที่ 1 (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 70)

ปีที่ 2 (ถ้า GP เต็มเพดาน 5%)

GP

0 บาท

0 บาท

25 บาท

Payment Fee 3% ของ 540 บาท

0 บาท

16.20 บาท

16.20 บาท

รวมค่าธรรมเนียมต่อออเดอร์

0 บาท

16.20 บาท

41.20 บาท

ตัวอย่างนี้สมมติว่า GP คิดจากราคาสินค้า และยังไม่รวม VAT ค่าแพ็ค ค่ากล่อง หรือค่าแรง ฐานการคำนวณจริงให้ดูในสัญญาร้านค้าของ Thaimart

ตัวอย่างนี้ชี้ให้เห็นว่า GP 0% ไม่ได้แปลว่าค่าธรรมเนียม 0 บาทตลอดปีแรก ร้านควรวางราคาจากต้นทุนรวมของทั้งปี ดูวิธีคิดค่าธรรมเนียมของ Marketplace เจ้าอื่นเทียบได้ที่ ค่าธรรมเนียม Shopee Lazada TikTok 2026

วิธีสมัครร้านค้า Thaimart และเอกสารที่ต้องใช้

Thaimart รับทั้งร้านแบบบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล สมัครผ่าน Seller Center หรือแอป ขั้นตอนหลักมีดังนี้

  1. เลือกประเภทผู้ขาย บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล
  2. ยืนยันตัวตน (KYC) และยืนยันข้อมูลธุรกิจ (KYB) ส่งเอกสารให้ครบภายใน 30 วันทำการ
  3. ผูกบัญชีธนาคาร ที่ชื่อตรงกับผู้สมัคร
  4. รอแพลตฟอร์มตรวจสอบ ร้านจะเริ่มขายได้หลังผ่านการตรวจ

เอกสารที่มักต้องใช้

  • บัตรประชาชน
  • หนังสือรับรองนิติบุคคล (สำหรับนิติบุคคล)
  • ภ.พ.20 (ถ้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • หลักฐานความเป็นของแท้ของสินค้า เช่น ใบกำกับภาษี หนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย เอกสารนำเข้า หรือใบรับรอง อย. / มอก. ตามประเภทสินค้า

ร้านบุคคลธรรมดาเปิดได้ 1 ร้านต่อบัตรประชาชน 1 ใบ Thaimart อาจตรวจข้อมูลกับหน่วยงานรัฐ และระงับบัญชีได้ทันทีถ้าพบข้อมูลไม่ถูกต้องหรือแอบอ้าง

ขนส่งและกฎการส่งของบน Thaimart

Thaimart ยังไม่มีขนส่งของตัวเอง แต่เชื่อมกับพันธมิตร 3 เจ้า คือ Flash Express, KEX และไปรษณีย์ไทย ร้านเลือกได้ว่าจะส่งแบบไหน

  • Drop-off นำพัสดุไปส่งที่สาขาเอง
  • Pick-up ให้ขนส่งเข้ามารับที่ร้านหรือคลัง

ค่าส่งคิดตามอัตราของขนส่ง ร้านต้องกรอกขนาดและน้ำหนักพัสดุให้ตรง ถ้ากรอกผิดจนมีค่าส่งเพิ่ม ร้านอาจต้องจ่ายส่วนต่างเอง

กรอบเวลาเตรียมของ (SLA)

ประเภทสินค้า

ต้องเตรียมของให้เสร็จภายใน

ส่งเข้าระบบขนส่งภายใน

สินค้าพร้อมส่ง

48 ชั่วโมงหลังรับออเดอร์

2 วันหลังเตรียมเสร็จ

สินค้าสั่งผลิต

5 วัน

2 วันหลังเตรียมเสร็จ

ขั้นตอนออเดอร์ Thaimart ตั้งแต่รับออเดอร์ เตรียมของภายใน 48 ชม. จนถึงรอบโอนเงิน

ส่งไม่ทันกำหนดอาจกระทบคะแนนร้าน สิทธิ์เข้าร่วมแคมเปญ หรือมาตรการอื่นของแพลตฟอร์ม เรื่องนี้คล้ายกับกฎ Days to Ship ของ Marketplace ใหญ่ อ่านเพิ่มได้ที่ Days to Ship คืออะไร

รอบโอนเงินเข้าบัญชีร้านค้า

  • เงินจากออเดอร์จะเข้ายอดของร้านเมื่อผู้ซื้อกดยืนยันรับสินค้า หรือครบ 7 วันหลังได้รับสินค้าโดยไม่มีการยกเลิก
  • ร้านยื่นคำขอถอนเงินได้ทุกวัน
  • Thaimart ตัดรอบทุกวันจันทร์ และโอนเงินทุกวันอังคาร
  • ยอดที่ได้รับเป็นยอดสุทธิหลังหักค่าธรรมเนียมตามสัญญา

ร้านที่หมุนเงินสดเร็วควรเผื่อช่วงรอเงินไว้ราว 1-2 สัปดาห์นับจากวันส่งของ

กฎที่ร้านค้าต้องระวัง

1. สินค้าปลอมและทรัพย์สินทางปัญญา

Thaimart ไม่รับสินค้าก็อปหรือเกรด A ถ้ามีคนร้องเรียน แพลตฟอร์มซ่อนสินค้าได้ทันที และร้านต้องส่งหลักฐานชี้แจงภายใน 5 วันทำการ ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ สินค้าอาจถูกลบและเงินที่เกี่ยวข้องอาจถูกระงับชั่วคราว

2. ห้ามชวนลูกค้าซื้อนอกแพลตฟอร์ม

ห้ามแนบนามบัตร ใบปลิว QR Code หรือ LINE เพื่อชวนลูกค้าไปซื้อช่องทางอื่น และใช้ข้อมูลลูกค้าได้เท่าที่จำเป็นต่อการส่งของเท่านั้น ฝ่าฝืนอาจถูกหักคะแนน ระงับบัญชี หรือยกเลิกสัญญา ร้านที่ใส่การ์ดหรือ QR ในกล่องเป็นประจำควรเช็กของที่แนบไปกับออเดอร์ Thaimart ให้ดี

3. กฎการไลฟ์ขายของ

ราคาที่พูดในไลฟ์ต้องตรงกับราคาในระบบ โปรโมชันต้องตั้งก่อนเริ่มไลฟ์ ห้ามซื้อยอดวิว ใช้บอท หรือโชว์สต็อกและ Flash Sale ที่ไม่จริง

4. หมวดสินค้าที่ยังไม่รับ

สินค้าผิดกฎหมาย สินค้าสำหรับผู้ใหญ่ และบางหมวดยังไม่เปิดรับในช่วงแรก เช่น อาหารสด ก่อนลงสินค้าควรเช็กนโยบายหมวดสินค้าล่าสุดใน Seller Center

Thaimart ดีไหม เหมาะกับร้านแบบไหน

Thaimart ยังเป็นแพลตฟอร์มใหม่ จึงมีทั้งโอกาสและข้อจำกัด

จุดที่น่าสนใจ

  • GP 0% ถึง 6 ก.ค. 2570 และมีเพดาน GP ชัดเจนล่วงหน้า 4 ปี
  • เลือกขนส่งได้เอง 3 เจ้า
  • ร้านค้ายังไม่เยอะ ร้านที่เข้าก่อนมีโอกาสสะสมรีวิวและยอดขายก่อนคู่แข่ง
  • แพลตฟอร์มเน้นของแท้และการสร้างแบรนด์ มากกว่าสงครามโค้ดส่วนลด

ข้อที่ควรรู้ก่อน

  • ฐานผู้ซื้อยังเล็กกว่า Marketplace ที่เปิดมานาน ยอดขายช่วงแรกอาจยังไม่มาก
  • ระบบบางส่วนยังอยู่ระหว่างพัฒนา เช่น ระบบ Affiliate ที่มีแผนจะเปิด
  • ไม่เน้นโค้ดส่วนลด ร้านต้องลงแรงทำรูป คอนเทนต์ และรีวิวเอง
  • Payment Fee 3% เริ่ม 1 ม.ค. 2570 และ GP เริ่ม 7 ก.ค. 2570

เหมาะกับ

  • แบรนด์ไทยที่มีเอกสารสินค้าครบ เช่น อย. หรือ มอก.
  • ร้านที่ขาย Marketplace อื่นอยู่แล้วและอยากเพิ่มช่องทางทดลอง
  • สินค้าชุมชน OTOP หรือสินค้าแฮนด์เมดที่ถูกกฎหมาย

อาจยังไม่เหมาะกับ

  • ร้านที่ยอดขายพึ่งโปรโมชันลดราคาหนัก ๆ เป็นหลัก
  • ร้านที่ยังไม่มีเอกสารรับรองแหล่งที่มาของสินค้า

แนวทางที่เสี่ยงน้อยคือลองลงขาย 5–10 SKU ก่อน เก็บข้อมูลยอดขายและกำไรต่อออเดอร์ 30–90 วัน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเพิ่มสินค้าหรือไม่

เช็กลิสต์ก่อนเปิดร้านบน Thaimart

เช็กลิสต์ก่อนเปิดร้านบน Thaimart ด้านเอกสาร ราคา และการแพ็คส่ง
  • เตรียมบัตรประชาชน / หนังสือรับรองบริษัท / ภ.พ.20 ให้พร้อมก่อนสมัคร
  • รวบรวมเอกสารยืนยันของแท้ของทุก SKU ที่จะลง
  • คำนวณราคาขายใหม่โดยรวม Payment Fee 3% (เริ่ม 1 ม.ค. 70) และ GP ปีที่ 2
  • ชั่งน้ำหนักและวัดขนาดพัสดุจริงของแต่ละ SKU
  • เลือกขนส่งและรูปแบบ Drop-off หรือ Pick-up
  • วางคนแพ็คให้ทันกรอบ 48 ชั่วโมง โดยเฉพาะวันที่ออเดอร์จากช่องทางอื่นเยอะ
  • แยกสต็อกหรือมีระบบกันขายเกิน ถ้าขายหลายช่องทาง
  • เอาการ์ด QR หรือ LINE ออกจากกล่องที่ส่งให้ลูกค้า Thaimart
  • เตรียมรูปสินค้าและคำอธิบายที่สร้างแบรนด์ ไม่พึ่งโค้ดส่วนลดอย่างเดียว
MyCloud Fulfillment ระบบหลังบ้านสำหรับร้านที่ขายหลายช่องทาง

ขาย Thaimart คู่กับ Marketplace อื่น ต้องวางหลังบ้านยังไง

ร้านส่วนใหญ่ไม่ได้ขายบน Thaimart ที่เดียว แต่ขายคู่กับ Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือเว็บไซต์ของตัวเอง ปัญหาที่ตามมาเมื่อเพิ่มช่องทางคือ สต็อกไม่ตรงกัน ออเดอร์ซ้อน และแพ็คไม่ทันรอบรถ

ถ้าตอนนี้ร้านใช้ระบบหลังบ้านหรือ Fulfillment ที่เชื่อมช่องทางหลักอยู่แล้ว ให้เช็กก่อนว่าระบบนั้นเชื่อมกับ Thaimart ได้หรือยัง เพราะ Thaimart เพิ่งเปิดตัว ผู้ให้บริการหลายเจ้ายังไม่ได้เชื่อมต่อ

สำหรับลูกค้า MyCloud Fulfillment: ปัจจุบัน MyCloud ยังไม่ได้เชื่อมต่อระบบกับ Thaimart ออเดอร์จาก Thaimart จึงยังไม่ไหลเข้า OMS ของ MyCloud อัตโนมัติ ถ้าอยากทดลองขาย Thaimart ระหว่างนี้ แนะนำให้

  • กันสต็อกชุดทดลองแยกไว้ สำหรับแพ็คและส่งเองบน Thaimart โดยเลือกแค่ไม่กี่ SKU
  • ให้ MyCloud ดูแลช่องทางหลักต่อไป เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop, Shopify และ LINE SHOPPING ซึ่งเชื่อม OMS เดียวกันและอัปเดตสต็อกแบบเรียลไทม์
  • ปรึกษาทีม MyCloud Fulfillment ก่อนแบ่งสต็อก เพื่อวางจำนวนที่ไม่กระทบยอดขายช่องทางหลักช่วงแคมเปญ

ช่องทางที่ MyCloud เชื่อมต่อได้ตอนนี้ช่วยให้ร้านใช้สต็อกกลางชุดเดียว มีวิดีโอการแพ็คทุกออเดอร์เก็บไว้นาน 3 เดือน คลัง 2 สาขาที่มีนบุรีและลาดกระบังเปิดทุกวัน 365 วัน และไม่มีสัญญาผูกมัด

👉 ปรึกษาฟรี วางแผนหลังบ้านสำหรับร้านที่ขายหลายช่องทาง

สรุป

Thaimart เป็น Marketplace ไทยที่น่าลอง โดยเฉพาะช่วงที่ GP ยังเป็น 0% ถึง ก.ค. 2570 แต่ร้านควรคิดค่าธรรมเนียมรวมทั้งปี เพราะ Payment Fee 3% จะเริ่มเก็บ 1 ม.ค. 2570 เตรียมเอกสารของแท้ให้ครบก่อนสมัคร และวางคนแพ็คให้ทันกรอบ 48 ชั่วโมง

วิธีที่เสี่ยงน้อยที่สุดคือใช้ Thaimart เป็นช่องทางทดลองเพิ่ม ลงไม่กี่ SKU วัดกำไรจริง แล้วค่อยขยาย ระหว่างนั้นให้ช่องทางหลักเดินต่อได้โดยสต็อกไม่พัง

ถ้าอยากวางระบบหลังบ้านให้รองรับการเพิ่มช่องทางขาย ปรึกษาทีม MyCloud Fulfillment ฟรี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Thaimart

Thaimart คือ Marketplace สัญชาติไทยสำหรับซื้อขายสินค้าออนไลน์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 7 ก.ค. 2569 ใช้งานได้ผ่านแอปบน iOS และ Android จุดขายหลักคือ GP 0% ในปีแรก การคัดกรองร้านค้าด้วย KYC/KYB และนโยบายจริงจังกับสินค้าปลอม

Thaimart ดำเนินการโดยบริษัท ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส จำกัด มีคุณนอท พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ เป็นซีอีโอ ซึ่งเคยปั้นแพลตฟอร์มกองสลากพลัสมาก่อน

GP 0% ช่วง 7 ก.ค. 2569 – 6 ก.ค. 2570 จากนั้นเพดานไม่เกิน 5% ในปีที่ 2, ไม่เกิน 8% ในปีที่ 3 และไม่เกิน 10% ตั้งแต่ปีที่ 4 ตัวเลขนี้ไม่รวม VAT และอาจต่างกันตามหมวดสินค้า

มี Payment Fee 3% ที่คิดจากราคาสินค้า ค่าจัดส่ง และส่วนลดที่แพลตฟอร์มออกให้ เริ่มเก็บ 1 ม.ค. 2570 ส่วน Marketing Fee แพลตฟอร์มระบุว่าจะไม่เก็บเป็นเงื่อนไขการแสดงสินค้า

บุคคลธรรมดาใช้บัตรประชาชนและบัญชีธนาคารชื่อเดียวกับผู้สมัคร นิติบุคคลใช้หนังสือรับรองบริษัทและ ภ.พ.20 (ถ้ามี) ทุกร้านต้องผ่าน KYC/KYB ภายใน 30 วันทำการ และควรเตรียมเอกสารยืนยันของแท้ของสินค้าด้วย

Thaimart เชื่อมกับ Flash Express, KEX และไปรษณีย์ไทย ร้านเลือกได้ว่าจะนำไปส่งที่สาขาเอง (Drop-off) หรือให้ขนส่งเข้ามารับ (Pick-up)

เงินเข้ายอดร้านเมื่อผู้ซื้อกดยืนยันรับสินค้า หรือครบ 7 วันหลังได้รับสินค้า Thaimart ตัดรอบทุกวันจันทร์และโอนเงินทุกวันอังคาร

ปัจจุบันยังไม่ได้เชื่อมต่อ ร้านที่ใช้ MyCloud อยู่และอยากทดลองขาย Thaimart แนะนำให้กันสต็อกชุดทดลองไว้แพ็คส่งเอง แล้วให้ MyCloud ดูแลช่องทางหลักที่เชื่อมต่อแล้ว เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop และ Shopify

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

MyCloud ได้รับการรับรอง “Certified Enablers”จาก Shopee ต่อเนื่องเป็น ครั้งที่ 6

ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านคลังสินค้าออนไลน์! MyCloud Fulfillment ได้รับการรับรองมาตรฐาน “Certified Enablers” ในด้าน Operations ประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2025 จาก Shopee ซึ่งถือเป็นการคว้ารางวัลนี้ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 6 สะท้อนถึงมาตรฐานการบริการระดับสากลที่ไม่เคยหยุดพัฒนา การรับรอง Shopee Certified Enablers คืออะไร? การรับรองนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ Shopee จะมอบให้กับพาร์ทเนอร์ที่ผ่านเกณฑ์การวัดผลที่เข้มงวดในด้าน Operations (การปฏิบัติงาน) เพื่อการันตีว่าแบรนด์ที่ใช้บริการ Fulfillment จะได้รับประสบการณ์การขายที่ดีที่สุด โดยวัดจาก: นิยาม Enabler: พาร์ทเนอร์ที่รับรองโดย Shopee ให้ทำหน้าที่สนับสนุนร้านค้าทางการในการดำเนินการต่างๆ อย่างครบวงจร เช่น การจัดการคำสั่งซื้อ จัดการคลังสินค้า ดูแลร้านค้า ทำการตลาด บริการลูกค้า เป็นต้น เกณฑ์การให้คะแนนของรางวัล Shopee Certified Enablers Program สำหรับรางวัล Shopee Certified Enablers Shopee […]

ส่งสินค้าไปต่างประเทศ ง่ายกว่าที่คิด ด้วยบริการจัดการออเดอร์ส่งต่างประเทศ จาก MyCloud

การเติบโตของธุรกิจในยุคดิจิทัลไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ในประเทศอีกต่อไป! หากคุณคือเจ้าของแบรนด์หรือธุรกิจ E-Commerce ที่กำลังมองหาโอกาส “ขยายธุรกิจสู่ตลาดสากล” แต่ยังกังวลกับความยุ่งยากของระบบขนส่งข้ามประเทศ ค่าใช้จ่ายที่ควบคุมไม่ได้ หรือปวดหัวกับเอกสารศุลกากรที่ซับซ้อน ความท้าทายสำคัญของการส่งสินค้าต่างประเทศคือ ขั้นตอนที่ซับซ้อน ทั้งเอกสารศุลกากร การเลือกสายขนส่งที่เหมาะสม การคำนวณค่าส่งที่ยุติธรรม และการติดตามพัสดุข้ามพรมแดน ปัญหาเหล่านี้คือเหตุผลที่ MyCloud Fulfillment พัฒนาระบบ International Shipping ที่จัดการทุกอย่างให้คุณตั้งแต่ต้นจนจบ วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับ บริการจัดการออเดอร์ส่งต่างประเทศ (International Shipping) จาก MyCloud Fulfillment ผู้ช่วยหลังบ้านคนสำคัญที่จะพาแบรนด์ของคุณบุกตลาดโลกได้อย่างง่ายดายครับ ปัญหาของการส่งสินค้าไปต่างประเทศมีอะไรบ้าง? การส่งสินค้าไปต่างประเทศเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยขยายธุรกิจได้มาก แต่ในความเป็นจริงก็มีปัญหาและอุปสรรคหลายอย่างที่คนทำธุรกิจต้องเตรียมรับมือครับ ซึ่งปัญหาหลักๆ สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ด้าน ดังนี้ครับ 1. ปัญหาด้านค่าใช้จ่ายและต้นทุน (Costs & Fees) 2. ความยุ่งยากด้านกฎหมายและเอกสาร (Regulations & Documentation) 3. ปัญหาการควบคุมคุณภาพและการจัดส่ง (Logistics & Handling) 4. การบริการหลังการขาย (After-Sales & Returns) […]

TikTok Fulfillment vs MyCloud Fulfillment ต่างกันอย่างไร? เลือกใช้ระบบไหนดีกว่า? 

TikTok ไม่ได้เป็นเพียงแค่แพลตฟอร์มสำหรับวิดีโอสนุก ๆ และสร้างสรรค์อีกต่อไป แต่ยังกลายเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ผู้คนจากทุกช่วงวัยหันมาซื้อของกันอย่างมากมาย และมีจำนวนผู้ใช้รายวันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ขายบน TikTok ก็เริ่มลงสนามมาขายกันในแพลตฟอร์มนี้เยอะขึ้น แน่นอนว่า พอร้านค้าเยอะขึ้น การแข่งขันก็สูงขึ้นตาม ต้องเร่งจัดการคำสั่งซื้อให้เป็นระบบ เพื่อเคลียร์สินค้าให้ถึงมือลูกค้าปลายทางให้เร็วที่สุด ทำให้มีบริการ TikTok Fulfillment เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งในบทความนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักว่า Fulfillment by TikTok คืออะไร พร้อมเปรียบเทียบว่าระบบไหนเหมาะสมกับร้านค้าของคุณมากที่สุดกัน    TikTok Fulfillment คืออะไร  TikTok Fulfillment หรือที่เรียกว่า Fulfillment by TikTok (FBT) เป็นบริการจัดการออเดอร์ที่ TikTok จัดให้กับผู้ขายบนแพลตฟอร์ม TikTok Shop โดยผู้ขายสามารถส่งสินค้าคงคลังไปยังศูนย์ Fulfillment ของ TikTok และบริษัทจะเป็นผู้จัดการการจัดส่งสินค้าจากนั้น ระบบนี้มีค่าธรรมเนียมหลายประเภทที่ผู้ขายต้องชำระ แต่ก็ให้ความสะดวกในการจัดการคำสั่งซื้อ โดยไม่ต้องกังวลกับการจัดการคลังสินค้าเอง อย่างไรก็ตาม บริการนี้อาจสร้างความท้าทายบางประการ เช่น การจัดการการคืนสินค้าหรือการปรับคำสั่งซื้อ ซึ่งอาจทำได้ยากในบางกรณี เนื่องจากระบบสนับสนุนของ TikTok ใช้ระบบตั๋วที่ทำให้การติดต่อกับฝ่ายบริการลูกค้าฉุกเฉินไม่สะดวกเท่าที่ควร   […]

MyCloud ได้รับการรับรอง “Certified Enablers”จาก Shopee ต่อเนื่องเป็น ครั้งที่ 6

ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านคลังสินค้าออนไลน์! MyCloud Fulfillment ได้รับการรับรองมาตรฐาน “Certified Enablers” ในด้าน Operations ประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2025 จาก Shopee ซึ่งถือเป็นการคว้ารางวัลนี้ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 6 สะท้อนถึงมาตรฐานการบริการระดับสากลที่ไม่เคยหยุดพัฒนา การรับรอง Shopee Certified Enablers คืออะไร? การรับรองนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ Shopee จะมอบให้กับพาร์ทเนอร์ที่ผ่านเกณฑ์การวัดผลที่เข้มงวดในด้าน Operations (การปฏิบัติงาน) เพื่อการันตีว่าแบรนด์ที่ใช้บริการ Fulfillment จะได้รับประสบการณ์การขายที่ดีที่สุด โดยวัดจาก: นิยาม Enabler: พาร์ทเนอร์ที่รับรองโดย Shopee ให้ทำหน้าที่สนับสนุนร้านค้าทางการในการดำเนินการต่างๆ อย่างครบวงจร เช่น การจัดการคำสั่งซื้อ จัดการคลังสินค้า ดูแลร้านค้า ทำการตลาด บริการลูกค้า เป็นต้น เกณฑ์การให้คะแนนของรางวัล Shopee Certified Enablers Program สำหรับรางวัล Shopee Certified Enablers Shopee […]

ส่งสินค้าไปต่างประเทศ ง่ายกว่าที่คิด ด้วยบริการจัดการออเดอร์ส่งต่างประเทศ จาก MyCloud

การเติบโตของธุรกิจในยุคดิจิทัลไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ในประเทศอีกต่อไป! หากคุณคือเจ้าของแบรนด์หรือธุรกิจ E-Commerce ที่กำลังมองหาโอกาส “ขยายธุรกิจสู่ตลาดสากล” แต่ยังกังวลกับความยุ่งยากของระบบขนส่งข้ามประเทศ ค่าใช้จ่ายที่ควบคุมไม่ได้ หรือปวดหัวกับเอกสารศุลกากรที่ซับซ้อน ความท้าทายสำคัญของการส่งสินค้าต่างประเทศคือ ขั้นตอนที่ซับซ้อน ทั้งเอกสารศุลกากร การเลือกสายขนส่งที่เหมาะสม การคำนวณค่าส่งที่ยุติธรรม และการติดตามพัสดุข้ามพรมแดน ปัญหาเหล่านี้คือเหตุผลที่ MyCloud Fulfillment พัฒนาระบบ International Shipping ที่จัดการทุกอย่างให้คุณตั้งแต่ต้นจนจบ วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับ บริการจัดการออเดอร์ส่งต่างประเทศ (International Shipping) จาก MyCloud Fulfillment ผู้ช่วยหลังบ้านคนสำคัญที่จะพาแบรนด์ของคุณบุกตลาดโลกได้อย่างง่ายดายครับ ปัญหาของการส่งสินค้าไปต่างประเทศมีอะไรบ้าง? การส่งสินค้าไปต่างประเทศเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยขยายธุรกิจได้มาก แต่ในความเป็นจริงก็มีปัญหาและอุปสรรคหลายอย่างที่คนทำธุรกิจต้องเตรียมรับมือครับ ซึ่งปัญหาหลักๆ สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ด้าน ดังนี้ครับ 1. ปัญหาด้านค่าใช้จ่ายและต้นทุน (Costs & Fees) 2. ความยุ่งยากด้านกฎหมายและเอกสาร (Regulations & Documentation) 3. ปัญหาการควบคุมคุณภาพและการจัดส่ง (Logistics & Handling) 4. การบริการหลังการขาย (After-Sales & Returns) […]

TikTok Fulfillment vs MyCloud Fulfillment ต่างกันอย่างไร? เลือกใช้ระบบไหนดีกว่า? 

TikTok ไม่ได้เป็นเพียงแค่แพลตฟอร์มสำหรับวิดีโอสนุก ๆ และสร้างสรรค์อีกต่อไป แต่ยังกลายเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ผู้คนจากทุกช่วงวัยหันมาซื้อของกันอย่างมากมาย และมีจำนวนผู้ใช้รายวันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ขายบน TikTok ก็เริ่มลงสนามมาขายกันในแพลตฟอร์มนี้เยอะขึ้น แน่นอนว่า พอร้านค้าเยอะขึ้น การแข่งขันก็สูงขึ้นตาม ต้องเร่งจัดการคำสั่งซื้อให้เป็นระบบ เพื่อเคลียร์สินค้าให้ถึงมือลูกค้าปลายทางให้เร็วที่สุด ทำให้มีบริการ TikTok Fulfillment เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งในบทความนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักว่า Fulfillment by TikTok คืออะไร พร้อมเปรียบเทียบว่าระบบไหนเหมาะสมกับร้านค้าของคุณมากที่สุดกัน    TikTok Fulfillment คืออะไร  TikTok Fulfillment หรือที่เรียกว่า Fulfillment by TikTok (FBT) เป็นบริการจัดการออเดอร์ที่ TikTok จัดให้กับผู้ขายบนแพลตฟอร์ม TikTok Shop โดยผู้ขายสามารถส่งสินค้าคงคลังไปยังศูนย์ Fulfillment ของ TikTok และบริษัทจะเป็นผู้จัดการการจัดส่งสินค้าจากนั้น ระบบนี้มีค่าธรรมเนียมหลายประเภทที่ผู้ขายต้องชำระ แต่ก็ให้ความสะดวกในการจัดการคำสั่งซื้อ โดยไม่ต้องกังวลกับการจัดการคลังสินค้าเอง อย่างไรก็ตาม บริการนี้อาจสร้างความท้าทายบางประการ เช่น การจัดการการคืนสินค้าหรือการปรับคำสั่งซื้อ ซึ่งอาจทำได้ยากในบางกรณี เนื่องจากระบบสนับสนุนของ TikTok ใช้ระบบตั๋วที่ทำให้การติดต่อกับฝ่ายบริการลูกค้าฉุกเฉินไม่สะดวกเท่าที่ควร   […]