Knowledge Center

เตรียมตัวโปร 11.11 ปี 2026: แผน 30 วันให้หลังบ้านรับยอดได้จริง สำหรับร้านค้าออนไลน์

เตรียมตัวโปร 11.11 แผน 30 วันสำหรับร้านค้าออนไลน์ พนักงานคลังตรวจเช็กออเดอร์ โดย MyCloud Fulfillment

11.11 ปี 2026 ตรงกับ วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2026 และเป็นแคมเปญที่ยอดสูงที่สุดช่วงปลายปี การเตรียมตัวให้รอดต้องเริ่ม อย่างน้อย 30 วันล่วงหน้า เพราะต้องรอของจากซัพพลายเออร์ โดยใช้ 5 ขั้นตอน: (1) เอาตัวเลขจริงจาก 10.10 มาเป็นฐาน (2) คำนวณจุดสั่งซื้อซ้ำ (Reorder Point) ตาม lead time (3) วางกำลังคนแพ็คให้พอกับยอดสูงสุดต่อชั่วโมง (4) ล็อกรอบตัดออเดอร์และขนส่ง (5) เผื่อสต๊อกและแรงไว้ต่อ 12.12 ที่ห่างกันแค่ 31 วัน

11.11 ต่างจาก 10.10 ยังไง ทำไมต้องเตรียมนานกว่า

แคมเปญ 11.11 คือวันเลขเบิ้ลเดือนพฤศจิกายนที่ Shopee, Lazada และ TikTok Shop จัดโปรใหญ่ที่สุดของปี หลายแพลตฟอร์มเริ่มปล่อยโค้ดและโปรโมตล่วงหน้าหลายวัน ยอดจึงไม่ได้พุ่งแค่วันเดียว แต่จะ ทยอยขึ้นตั้งแต่ช่วงก่อนวันจริง และพีกช่วง 00:00–02:00 ของวันที่ 11

ประเด็น10.1011.11
ขนาดแคมเปญใหญ่ใหญ่ที่สุดช่วงปลายปี ยอดมักสูงกว่า 10.10
วันในสัปดาห์ (ปี 2026)เสาร์พุธ (วันทำงาน ขนส่งเข้ารับปกติ แต่ลูกค้ามักสั่งตอนเที่ยงคืนและพักเที่ยง)
ระยะห่างถึงแคมเปญถัดไป32 วันถึง 11.1131 วันถึง 12.12 — ต้องเคลียร์คืนสินค้าและเติมสต๊อกให้ทัน
ความเสี่ยงหลักแพ็คไม่ทันวันหยุดของขาดเพราะสั่งช้า + คนแพ็คไม่พอช่วงพีก

สรุป: 10.10 คือแคมเปญซ้อม ส่วน 11.11 คือของจริง ร้านที่เตรียมแค่ 7 วันเหมือน 10.10 มักเจอปัญหา สั่งของไม่ทัน เพราะซัพพลายเออร์เองก็รับออเดอร์ล้นช่วงนี้

แบบประเมินความพร้อม 11.11 (เช็กตัวเองใน 2 นาที)

ให้ 1 คะแนนทุกข้อที่ตอบว่า “ใช่”

  1. รู้ตัวเลขยอดขายจริงของวัน 10.10 แยกราย SKU
  2. รู้ว่าซัพพลายเออร์ใช้เวลาส่งของกี่วัน (lead time) ในช่วงปลายปี
  3. สต๊อกทุกแพลตฟอร์มดึงมาจากตัวเลขกลางชุดเดียว (ไม่ต้องแก้มือทีละช่องทาง)
  4. รู้ว่าทีมแพ็คได้กี่กล่องต่อชั่วโมง ไม่ใช่แค่ต่อวัน
  5. ช่วง 10.10 ส่งช้าหรือยกเลิกออเดอร์ไม่เกิน 2%
  6. มีวิดีโอหรือหลักฐานการแพ็คทุกออเดอร์
  7. มีแผนจัดการสินค้าคืนหลังแคมเปญ
  8. วางงบซื้อสต๊อกสำหรับ 11.11 และ 12.12 แล้ว

ผลประเมิน:

  • 7-8 คะแนน: พร้อมแล้ว โฟกัสที่การตลาดได้เลย
  • 4-6 คะแนน: มีช่องโหว่ เร่งแก้ข้อที่ขาดในสัปดาห์ที่ 1 ของแผนด้านล่าง
  • 0-3 คะแนน: หลังบ้านคือความเสี่ยงอันดับหนึ่งของร้าน ควรพิจารณาใช้ Fulfillment ตั้งแต่ตอนนี้ เพราะต้องมีเวลาย้ายสต๊อกเข้าคลังก่อนแคมเปญ

แผนเตรียมตัวโปร 11.11 แบบ 30 วัน (4 สัปดาห์)

แผนเตรียมตัวโปร 11.11 แบบ 30 วัน 4 สัปดาห์ วิเคราะห์ สั่งของ ตั้งระบบ ซ้อมและล็อก
สัปดาห์ช่วงวันที่สิ่งที่ต้องทำผลลัพธ์ที่ต้องได้
W1 – วิเคราะห์12-18 ต.ค.สรุปยอด 10.10 ราย SKU หาตัวคูณจริง ดูว่าอะไรหมดก่อน อะไรค้าง สรุปอัตราส่งช้า/เคลมรายการสินค้าฮีโร่ + ตัวคูณจริง
W2 – สั่งของ19-25 ต.ค.คำนวณ Reorder Point สั่งของล็อตใหญ่ (รวมเผื่อ 12.12) วางงบซื้อสต๊อก ตัดสินใจเรื่อง Fulfillmentใบสั่งซื้อส่งถึงซัพพลายเออร์
W3 – ตั้งระบบ26 ต.ค.-1 พ.ย.สมัครแคมเปญ/โค้ดทุกแพลตฟอร์ม ตั้ง Bundle เตรียมวัสดุแพ็ค ซิงก์สต๊อก จองคนแพ็คเสริมโปรและสต๊อกพร้อมทุกช่องทาง
W4 – ซ้อมและล็อก2-10 พ.ย.รับของเข้าสต๊อก นับจริง Pre-pack สินค้าขายดี ซ้อมรอบแพ็ค เตรียม Quick Reply ประกาศรอบจัดส่งทุกอย่างพร้อมก่อน 10 พ.ย. 18:00
D-Dayพุธ 11 พ.ย.แพ็คตามแผนรายชั่วโมง (ดูหัวข้อด้านล่าง)ออเดอร์ล็อตแรกออกภายในวัน
หลังแคมเปญ12-20 พ.ย.เคลียร์ออเดอร์ค้าง จัดการคืนสินค้า ตอบรีวิว เติมสต๊อกสำหรับ 12.12พร้อมเข้าแผน 12.12

ทำไมต้องสั่งของสัปดาห์ที่ 2: ช่วงปลายปีซัพพลายเออร์และโรงงานรับออเดอร์ล้น lead time มักนานกว่าปกติ ถ้ารอสั่งตอนต้นเดือนพฤศจิกายน ของอาจมาไม่ทันวันจริง

สูตรจุดสั่งซื้อซ้ำ (Reorder Point): สั่งของวันไหนถึงไม่ขาด

คำตอบสั้น: ต้องสั่งของเพิ่มเมื่อสต๊อกคงเหลือลดลงถึง Reorder Point = (ยอดขายต่อวันช่วงนั้น × Lead Time เป็นวัน) + Safety Stock

สูตรจุดสั่งซื้อซ้ำ Reorder Point ยอดขายต่อวัน คูณ Lead Time บวก Safety Stock

สูตรนี้ต่างจากสูตรคำนวณสต๊อกรวม (ดูสูตรพื้นฐานได้ในบทความ เตรียมตัวโปร 10.10) ตรงที่ บอกว่าต้องสั่ง “เมื่อไหร่” ไม่ใช่แค่ “เท่าไหร่” ซึ่งสำคัญมากช่วง 11.11 ที่ lead time ยืดออก

ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ): เซรั่ม SKU B ขายวันละ 30 ชิ้นช่วงก่อนแคมเปญ ซัพพลายเออร์ใช้เวลาส่ง 14 วัน กันเผื่อ 100 ชิ้น

  • Reorder Point = (30 × 14) + 100 = 520 ชิ้น
  • แปลว่า ถ้าสต๊อกเหลือ 520 ชิ้นเมื่อไหร่ ต้องสั่งทันที ถ้ารอจนเหลือ 200 ชิ้นแล้วค่อยสั่ง ของจะหมดก่อนล็อตใหม่มาถึง

สั่งเท่าไหร่ดี: ใช้ยอดคาดการณ์ 11.11 (ยอดเฉลี่ย × ตัวคูณจริงจาก 10.10 × จำนวนวันโปร) บวกยอดที่ต้องใช้ระหว่างรอ 12.12 แล้วลบสต๊อกที่มีอยู่

ถ้าร้านขายสินค้าตามฤดูกาล เช่น ผ้าห่ม เสื้อกันหนาว หรือหน้ากาก PM2.5 ยอดช่วง 11.11 จะซ้อนกับยอดหน้าหนาวด้วย ดูว่าสินค้าแต่ละกลุ่มพีกเดือนไหนและควรเริ่มระบายของเมื่อไรได้ที่ ปฏิทินสินค้าขายดีหน้าหนาว

Tip: ตัวคูณของ 11.11 มักสูงกว่า 10.10 ถ้าไม่มีข้อมูลปีก่อน ให้ใช้ตัวคูณ 10.10 เป็นฐานแล้วปรับเพิ่มแบบระมัดระวัง เฉพาะสินค้าฮีโร่ที่ทำโปรแรง อย่าเพิ่มทุก SKU เพราะเงินจะไปจมกับของค้าง

คำนวณกำลังคนแพ็คจากยอดสูงสุดต่อชั่วโมง

ร้านส่วนใหญ่วางคนจาก “ยอดต่อวัน” แต่ปัญหาจริงเกิดจาก ยอดกระจุกตัว — ออเดอร์จำนวนมากเข้ามาช่วงเที่ยงคืนถึงตีสอง และต้องส่งให้ทันรอบรถรอบแรก

สูตร: จำนวนคนแพ็คที่ต้องใช้ = ออเดอร์ที่ต้องแพ็คให้ทันรอบรถ ÷ (กล่องต่อคนต่อชั่วโมง × ชั่วโมงที่มีก่อนรถมา)

ตัวอย่าง: คาดว่ามี 900 ออเดอร์ที่ต้องส่งรอบรถ 14:00 เริ่มแพ็ค 07:00 (มีเวลา 7 ชั่วโมง) 1 คนแพ็คได้ ~30 กล่อง/ชั่วโมง

  • 900 ÷ (30 × 7) = 4.3 → ต้องใช้อย่างน้อย 5 คน
  • ถ้ามีแค่ 3 คน จะแพ็คทันแค่ ~630 กล่อง อีก ~270 กล่องจะเลื่อนไปวันถัดไป

ทางออกเมื่อคนไม่พอ:

  1. Pre-pack สินค้าขายดีไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ W4
  2. แยกหน้าที่ หยิบ / แพ็ค / ติดใบปะหน้า เป็นสายพาน เร็วกว่าให้ทุกคนทำทุกขั้น
  3. แจ้งรอบจัดส่งตามจริงในหน้าร้าน ดีกว่าสัญญาเกินแล้วโดนลดคะแนน
  4. ใช้ Fulfillment ที่มีทีมและระบบรองรับยอดพีกอยู่แล้ว

วันจริง 11.11: แผนรายชั่วโมง

เวลาสิ่งที่ต้องทำ
10 พ.ย. 18:00ล็อกสต๊อกครั้งสุดท้าย ตรวจโปรทุกแพลตฟอร์ม เปิด Quick Reply
11 พ.ย. 00:00–02:00เฝ้าสต๊อกสินค้าฮีโร่ ปิดขายช่องทางที่สต๊อกใกล้หมดก่อนจะขายเกิน
07:00เริ่มแพ็คล็อตแรก (ออเดอร์ช่วงเที่ยงคืน) เรียงตามรอบรถ
12:00–13:00ออเดอร์ช่วงพักเที่ยงเข้า แอดมินเฝ้าแชท
ก่อนรอบรถตรวจนับกล่องเทียบรายการ ถ่ายวิดีโอแพ็คครบทุกออเดอร์
20:00–24:00ออเดอร์รอบค่ำและโค้ดชั่วโมงสุดท้าย เตรียมล็อตแพ็คของวันที่ 12

หลัง 11.11: เคลียร์คืนสินค้าและเตรียม 12.12 ใน 31 วัน

12.12 ห่างจาก 11.11 แค่ 31 วัน และยังมีช่วงซื้อของขวัญปีใหม่ต่อ ร้านที่เคลียร์หลังบ้านไม่ทันจะเข้า 12.12 แบบยังมีปัญหาค้าง

  1. เคลียร์ออเดอร์ค้างภายใน 48 ชั่วโมง และแจ้งลูกค้าที่ส่งช้าก่อนที่เขาจะทักมา
  2. จัดการสินค้าคืนเป็นระบบ: ตรวจสภาพ แยกของที่ขายต่อได้กลับเข้าสต๊อกทันที ใช้วิดีโอแพ็คเป็นหลักฐานกรณีลูกค้าเคลมว่าได้ของไม่ครบ
  3. อัปเดตตัวคูณจริงของ 11.11 แล้วใช้คำนวณสต๊อก 12.12 ตอนนี้ร้านจะมีข้อมูล 2 แคมเปญ ทำให้คาดการณ์แม่นขึ้นมาก
  4. สั่งของรอบ 12.12 ภายในสัปดาห์แรกหลัง 11.11 ตามสูตร Reorder Point
  5. ตอบรีวิวทุกรีวิว โดยเฉพาะรีวิวลบ คะแนนร้านช่วงนี้มีผลต่อการมองเห็นร้านช่วง 12.12

ทำเองต่อ หรือย้ายเข้า Fulfillment ก่อน 11.11?

Fulfillment คือบริการรับฝากสินค้า แพ็ค และส่งของแทนร้านค้า เมื่อมีออเดอร์เข้า ทีมคลังจะหยิบ แพ็ค และส่งให้ ร้านไม่ต้องจ้างคนเพิ่มเฉพาะช่วงแคมเปญ

ควรย้ายก่อน 11.11 ถ้า:

  • แบบประเมินความพร้อมได้ 0–3 คะแนน
  • ช่วง 10.10 ส่งช้า ยกเลิก หรือเคลมเกิน 2%
  • เจ้าของร้านต้องลงมือแพ็คเองจนไม่มีเวลาทำการตลาดช่วงแคมเปญ
  • พื้นที่เก็บของที่ร้านไม่พอกับสต๊อก 11.11 + 12.12

ทันไหมถ้าย้ายตอนนี้: การย้ายเข้าคลังต้องมีเวลาสำหรับส่งสินค้าเข้าคลัง ตั้งค่า SKU และเชื่อมต่อแพลตฟอร์ม จึงควรตัดสินใจ ภายในสัปดาห์ที่ 2 ของแผน (ไม่เกินปลายเดือนตุลาคม) เพื่อให้มีเวลาทดสอบก่อนวันจริง [ทีมเว็บ: ใส่ระยะเวลา onboarding จริงของ MyCloud]

MyCloud Fulfillment ช่วยร้านค้าช่วง 11.11 ได้อย่างไร

MyCloud Fulfillment ช่วยร้านค้าช่วง 11.11 ได้อย่างไร

  • คลังสินค้า 2 สาขา มีนบุรีและลาดกระบัง รองรับสต๊อกล็อตใหญ่ช่วงปลายปี ร้านไม่ต้องหาที่เก็บเพิ่ม
  • วิดีโอการแพ็คทุกออเดอร์ เก็บไว้ 3 เดือน ดูผ่านลิงก์ได้ไม่ต้องล็อกอิน ครอบคลุมช่วงคืนสินค้าหลัง 11.11 ถึงหลัง 12.12
  • บริการส่งด่วน ทั้งแบบ Instant (ส่งทันที) และ Express (ส่งภายในวัน)
  • เชื่อมต่อ Marketplace ดึงออเดอร์และตัดสต๊อกอัตโนมัติ [ทีมเว็บ: ระบุแพลตฟอร์มที่รองรับจริง]
  • ค่าบริการ ประเมินราคาค่าบริการเบื้องต้น

👉 ปรึกษาฟรี ย้ายเข้าคลังให้ทันก่อน 11.11

สรุป

เตรียมตัวโปร 11.11 ให้รอดต้องคิดล่วงหน้า 30 วัน ไม่ใช่ 7 วัน: ใช้ตัวเลขจริงจาก 10.10 เป็นฐาน สั่งของตาม Reorder Point ก่อนซัพพลายเออร์จะล้น วางคนแพ็คตามยอดพีกต่อชั่วโมง และเผื่อแรงไว้ต่อ 12.12 ที่ตามมาติด ๆ ทำแบบประเมินความพร้อมด้านบนก่อน แล้วเริ่มจากข้อที่ยังได้ 0 คะแนน

ถ้าหลังบ้านคือคอขวดของร้าน ปรึกษาทีม MyCloud Fulfillment ฟรี ก่อนปลายเดือนตุลาคม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การเตรียมตัวโปร 11.11

ตรงกับวันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2026 เป็นวันทำงาน ขนส่งเข้ารับพัสดุตามปกติ แต่ออเดอร์จะกระจุกช่วงเที่ยงคืนและพักเที่ยง ร้านควรวางคนแพ็คตามยอดสูงสุดต่อชั่วโมง

11.11 เป็นแคมเปญที่ใหญ่ที่สุดช่วงปลายปี ยอดมักสูงกว่า 10.10 และห่างจาก 12.12 แค่ 31 วัน จึงต้องเตรียมนานกว่า โดยเฉพาะการสั่งของล่วงหน้าและการวางกำลังคนแพ็ค

อย่างน้อย 30 วัน เพราะช่วงปลายปีซัพพลายเออร์ใช้เวลาส่งของนานขึ้น ควรสั่งของล็อตใหญ่ภายในปลายเดือนตุลาคม และใช้ 10 วันสุดท้ายซ้อมระบบ

ใช้สูตร Reorder Point = (ยอดขายต่อวัน × Lead Time) + Safety Stock เมื่อสต๊อกลดลงถึงจุดนี้ให้สั่งทันที ส่วนจำนวนที่สั่งให้คำนวณจากตัวคูณจริงของ 10.10 รวมกับยอดที่ต้องใช้ถึง 12.12

นำยอดวัน 10.10 ของแต่ละ SKU หารด้วยยอดวันปกติ จะได้ตัวคูณแคมเปญจริงของร้าน แล้วใช้เป็นฐานคำนวณสต๊อก 11.11 โดยปรับเพิ่มแบบระมัดระวังเฉพาะสินค้าที่ทำโปรแรง

คำนวณจากออเดอร์ที่ต้องส่งให้ทันรอบรถ ÷ (กล่องต่อคนต่อชั่วโมง × ชั่วโมงที่มี) เช่น 900 ออเดอร์ แพ็ค 7 ชั่วโมง คนละ 30 กล่องต่อชั่วโมง ต้องใช้อย่างน้อย 5 คน

ทันถ้าตัดสินใจภายในปลายเดือนตุลาคม เพราะต้องมีเวลาส่งสินค้าเข้าคลัง ตั้งค่า SKU เชื่อมต่อแพลตฟอร์ม และทดสอบระบบก่อนวันจริง

เคลียร์ออเดอร์ค้างภายใน 48 ชั่วโมง จัดการสินค้าคืน อัปเดตตัวคูณจริงของ 11.11 และสั่งของรอบ 12.12 ภายในสัปดาห์แรกหลังแคมเปญ

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

5 เทคนิคขายออนไลน์ ขายแบบไม่ขาย ถูกใจผู้ซื้อกว่าจริงหรือไม่?

ตลาด E-Commerce กำลังเติบโตไปพร้อมกับการแข่งขันที่สูงขึ้น นอกจากจุดเด่นของสินค้าแล้ว ธุรกิจยังต้องมีกลยุทธหรือเทคนิคการขายใหม่ ๆ เอาไว้ใช้มัดใจลูกค้า หรือไว้ตอบโจทย์พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอของผู้ซื้อ ในปัจจุบันมีหลากหลายธุรกิจเข้ามาในตลาดการขายออนไลน์ โดยเชื่อมต่อกับลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ E-Commerce หรือ Marketplace อย่าง Lazada Shopee และอื่น ๆ ไปจนถึงการใช้ Social media ในการขายสินค้า (Social Commerce) เพราะมีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการขาย เช่น การไลฟ์ หรือการทำโฆษณา เป็นต้น            แต่รู้หรือไม่? พฤติกรรมของผู้ที่ใช้งาน Social media ส่วนใหญ่ไม่ชอบเห็นการโพสต์ขายสินค้าโดยตรง เพราะถือเป็นช่องทางที่ใช้ติดตาม ติดต่อสื่อสาร และเน้นไปที่ไลฟ์สไตล์มากกว่าการซื้อของ แต่เมื่อ Social media เป็นช่องทางที่มีโอกาสเข้าถึงลูกค้าโดยตรงได้สูงมาก ดังนั้นวันนี้สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการขาย และเพิ่มโอกาสในการขายบนโซเชียลมีเดีย MyCloud มีเทคนิคการขายแบบไม่ขาย เพื่อมัดใจลูกค้ามาฝากกันค่ะ 1.Relationship มัดใจลูกค้า […]

โลจิสติกส์กุญแจสู่ความสำเร็จของธุรกิจออนไลน์ (Logistics & Online Business)

โลจิสติกส์สำหรับธุรกิจออนไลน์           โลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานมีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจออนไลน์เป็นอย่างมากในยุคที่เทคโนโลยี disrupt ให้พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ธุรกิจต่าง ๆ ต้องมีการปรับตัวอย่างมาก และต้องมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจอยู่เสมอ มีการใช้เทคโนโลยี และการจัดการโลจิสติกส์ ห่วงโซ่อุปทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรให้สามารถเเข่งขัน หรืออยู่เหนือคู่แข่งทางธุรกิจ เพื่อเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในอดีตและปัจจุบัน           อุตสาหกรรมโลจิสติกส์เติบโตและเปลี่ยนแปลงไปพร้อม ๆ กับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ในยุคที่มี Technology มา disrupt ทำให้ธุรกิจออฟไลน์ เปลี่ยนมาลงทุนและแข่งขันบนแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น กลายเป็น ธุรกิจ E-Commerce ดังนั้นอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์จึงมีการพัฒนาตามไปด้วยอยู่เสมอ เมื่อตลาด E-Commerce เติบโตขึ้น ธุรกิจโลจิสติกส์ต่างแข่งขันกันพัฒนา ด้วยการเพิ่มบริการที่เข้าไปช่วยธุรกิจได้มากขึ้น ทั้งการนำข้อมูลด้านโลจิสติกส์และ supply chain เข้ามาใช้เพื่อพัฒนาบริการ อาทิ การวางแผนเส้นทางการเดินรถ การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้านขนส่ง กระจายสินค้า การใช้ GPS การปรับราคาบริการเพื่อลดต้นทุนให้ธุรกิจได้มากที่สุด หรือจุดเด่นด้านการขนส่ง จึงเน้นความเร็วเป็นหลักอีกด้วย […]

คัมภีร์ The TAO of Alibaba [ใครเป็นเจ้าของธุรกิจ ควรอ่าน!!]

คัมภีร์ The TAO of Alibaba [ใครเป็นเจ้าของธุรกิจ ควรอ่าน!] ผมได้เจอแจ๊ค หม่าครับ!!! สุดยอดไอดอลของผม ได้ฟังเค้าสอนตัวๆ ได้สบตา พูดคุยด้วยนานๆ ใจนี่สั่นเลยครับ หวั่นไหวมาก ตอนได้จับมือ นี่อยากกรี๊ดดดมากๆ เลย ดีใจยิ่งกว่า ได้จับมือเฌอปรางอีก 555+ วันนี้ ผมจะมาเล่าให้ฟังถึงเรื่อง “TAO” หรือ “คัมภีร์เต๋า” ของ Alibaba ครับ เป็นสูตรที่พี่แจ๊คใช้มาตลอด ในการบริหาร Alibaba และ เป็นสิ่งที่แบบ ไม่ว่า Manager หน้าใหม่ อายุ 29 หรือ COO อายุ 70 ที่เกษียณไปแล้ว ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเรื่องนี้สำคัญที่สุด และ เรื่องนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ Alibaba เติบโตมาได้จนถึงขนาดนี้ เป็นเรื่องเรียบง่าย ธรรมดาแหละครับ แบบ Vision, Mission ของบริษัท แต่ ที่นี่ไม่ใช่แค่ มีไว้เล่นๆเก๋ๆ ติดตามห้องน้ำครับ สำหรับที่นี่ เค้าใช้โพยนี้เอาไว้ […]

5 เทคนิคขายออนไลน์ ขายแบบไม่ขาย ถูกใจผู้ซื้อกว่าจริงหรือไม่?

ตลาด E-Commerce กำลังเติบโตไปพร้อมกับการแข่งขันที่สูงขึ้น นอกจากจุดเด่นของสินค้าแล้ว ธุรกิจยังต้องมีกลยุทธหรือเทคนิคการขายใหม่ ๆ เอาไว้ใช้มัดใจลูกค้า หรือไว้ตอบโจทย์พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอของผู้ซื้อ ในปัจจุบันมีหลากหลายธุรกิจเข้ามาในตลาดการขายออนไลน์ โดยเชื่อมต่อกับลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ E-Commerce หรือ Marketplace อย่าง Lazada Shopee และอื่น ๆ ไปจนถึงการใช้ Social media ในการขายสินค้า (Social Commerce) เพราะมีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการขาย เช่น การไลฟ์ หรือการทำโฆษณา เป็นต้น            แต่รู้หรือไม่? พฤติกรรมของผู้ที่ใช้งาน Social media ส่วนใหญ่ไม่ชอบเห็นการโพสต์ขายสินค้าโดยตรง เพราะถือเป็นช่องทางที่ใช้ติดตาม ติดต่อสื่อสาร และเน้นไปที่ไลฟ์สไตล์มากกว่าการซื้อของ แต่เมื่อ Social media เป็นช่องทางที่มีโอกาสเข้าถึงลูกค้าโดยตรงได้สูงมาก ดังนั้นวันนี้สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการขาย และเพิ่มโอกาสในการขายบนโซเชียลมีเดีย MyCloud มีเทคนิคการขายแบบไม่ขาย เพื่อมัดใจลูกค้ามาฝากกันค่ะ 1.Relationship มัดใจลูกค้า […]

โลจิสติกส์กุญแจสู่ความสำเร็จของธุรกิจออนไลน์ (Logistics & Online Business)

โลจิสติกส์สำหรับธุรกิจออนไลน์           โลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานมีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจออนไลน์เป็นอย่างมากในยุคที่เทคโนโลยี disrupt ให้พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ธุรกิจต่าง ๆ ต้องมีการปรับตัวอย่างมาก และต้องมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจอยู่เสมอ มีการใช้เทคโนโลยี และการจัดการโลจิสติกส์ ห่วงโซ่อุปทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรให้สามารถเเข่งขัน หรืออยู่เหนือคู่แข่งทางธุรกิจ เพื่อเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในอดีตและปัจจุบัน           อุตสาหกรรมโลจิสติกส์เติบโตและเปลี่ยนแปลงไปพร้อม ๆ กับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ในยุคที่มี Technology มา disrupt ทำให้ธุรกิจออฟไลน์ เปลี่ยนมาลงทุนและแข่งขันบนแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น กลายเป็น ธุรกิจ E-Commerce ดังนั้นอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์จึงมีการพัฒนาตามไปด้วยอยู่เสมอ เมื่อตลาด E-Commerce เติบโตขึ้น ธุรกิจโลจิสติกส์ต่างแข่งขันกันพัฒนา ด้วยการเพิ่มบริการที่เข้าไปช่วยธุรกิจได้มากขึ้น ทั้งการนำข้อมูลด้านโลจิสติกส์และ supply chain เข้ามาใช้เพื่อพัฒนาบริการ อาทิ การวางแผนเส้นทางการเดินรถ การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้านขนส่ง กระจายสินค้า การใช้ GPS การปรับราคาบริการเพื่อลดต้นทุนให้ธุรกิจได้มากที่สุด หรือจุดเด่นด้านการขนส่ง จึงเน้นความเร็วเป็นหลักอีกด้วย […]

คัมภีร์ The TAO of Alibaba [ใครเป็นเจ้าของธุรกิจ ควรอ่าน!!]

คัมภีร์ The TAO of Alibaba [ใครเป็นเจ้าของธุรกิจ ควรอ่าน!] ผมได้เจอแจ๊ค หม่าครับ!!! สุดยอดไอดอลของผม ได้ฟังเค้าสอนตัวๆ ได้สบตา พูดคุยด้วยนานๆ ใจนี่สั่นเลยครับ หวั่นไหวมาก ตอนได้จับมือ นี่อยากกรี๊ดดดมากๆ เลย ดีใจยิ่งกว่า ได้จับมือเฌอปรางอีก 555+ วันนี้ ผมจะมาเล่าให้ฟังถึงเรื่อง “TAO” หรือ “คัมภีร์เต๋า” ของ Alibaba ครับ เป็นสูตรที่พี่แจ๊คใช้มาตลอด ในการบริหาร Alibaba และ เป็นสิ่งที่แบบ ไม่ว่า Manager หน้าใหม่ อายุ 29 หรือ COO อายุ 70 ที่เกษียณไปแล้ว ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเรื่องนี้สำคัญที่สุด และ เรื่องนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ Alibaba เติบโตมาได้จนถึงขนาดนี้ เป็นเรื่องเรียบง่าย ธรรมดาแหละครับ แบบ Vision, Mission ของบริษัท แต่ ที่นี่ไม่ใช่แค่ มีไว้เล่นๆเก๋ๆ ติดตามห้องน้ำครับ สำหรับที่นี่ เค้าใช้โพยนี้เอาไว้ […]